ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทลายรัง แชร์ลูกโซ่ ตะเกียงน้ำมันหอมระเหย โคราชเหยื่อ 200 รายแตกกระเจิง


วันนี้(13 ต.ค.) พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา นำกำลังบุกเข้าไปยังห้องประชุมภายในอาคารแพทตินั่ม ถนนสุระนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังจากที่มีสายข่าวรายงานว่าเป็นแหล่งที่ใช้ในการนัดพบกันของแม่ข่ายและลูกข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เครือข่ายบริษัท ดิจิตอลคราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแชร์ลูกโซ่ขายตะเกียงน้ำมันหอมระเหยฉ้อโกงประชาชน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน บุกเข้าทำการจับกุมสำนักงานใหญ่เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา


โดยภายในห้องประชุมพบบรรดาแม่ข่าย ลูกข่าย รวมถึงผู้ที่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมขบวนการรายใหม่รวมกว่า 200 คน กำลังจับกลุ่มพูดคุยสัมมนาเพื่อเรียนรู้วิธีการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับมีสินค้าตะเกียงน้ำมัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประกาศแจ้งให้ทางผู้ที่อยู่ภายในห้องประชุมทราบว่า สำนักใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมและอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งถึงสิทธิผู้ที่อยู่ในห้องประชุมว่า เป็นผู้เสียหายถูกทางบริษัทล่อลวง และหากผู้เสียหายที่ต้องการเงินที่หลอกให้ซื้อสินค้าคืน ให้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าทีตำรวจที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ในวันที่ 15 ต.ค.ก่อนที่จะทำการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดมาไว้เป็นหลักฐาน


ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดนครราชสีมา ได้นำหมายค้นศาลแขวงนครราชสีมา เลขที่ ค 139 / 2555 ลงวันที่ 13 ต.ค. เข้าตรวจค้น สำนักงานย่อย บ.ดิจิตอลคราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด อาคารราชสีมาเซ็นเตอร์ ชั้น 2 เลขที่ 154/1 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ใช้เป็นสถานที่นัดพบของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ และเป็นสถานที่เก็บและจำหน่ายสินค้า โดยมีสินค้าส่วนหนึ่งถูกเก็บในตู้กระจกอย่างสวยงาม โดยจากการสังเกตในห้องประชุมดังกล่าวยังพบว่ามีป้ายประกาศห้ามถ่ายภาพ ห้ามใช้โทรศัพท์อย่างเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดสินค้าไว้ตรวจสอบที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



ด้านนางกรอาภา คุณาชนะ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกบริษัทดังกล่าวหลอกให้ลงทุน เปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวหลอกให้ลงทุนไปเกือบ 2 แสนบาท โดยสมัครเป็นค่าสมาชิก 1.2 หมื่นบาท แต่หากต้องการได้ผลตอบแทนสูงต้องลงทุนมาก จึงซื้อสินค้าไปเป็นเงินเกือบ 2 แสนบาท ซึ่งหลังจากที่ลงทุนไปประมาณ 3 เดือน ไม่พบว่าได้ผลตอบแทนตามที่คาดและรู้ว่าน่าจะเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่ จึงต้องการขอคืนสินค้าเพื่อให้ได้เงินคืนบางส่วนซึ่งได้ทำการติดต่อกับบริษัทเมื่อ เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยในตอนแรกทางตัวแทนบริษัทได้นัดผลัดมาเรื่อย และมีนัดอีกครั้งว่าจะให้คืนในเดือนหน้า จากนั้นจึงมาเกิดเรื่องขึ้น จึงได้เดินทางมาตามเรื่องและเตรียมเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสมีมา เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวตามกฎหมาย โดยส่วนตนคิดว่าไม่น่าจะได้เงินคืนแล้ว แต่ก็อยากให้ผู้ที่กำลังทำธุรกิจร่วมกับบริษัทดังกล่าวได้รู้ตัวและเข้าแจ้งความเพิ่มเติมด้วย


อ้างอิง :dailynews.co.th