ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ประกอบการขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ประกอบการขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จี้จุดตายขายตรงยุคดิจิตอล ปฏิวัติตัวแทนก่อนสูญพันธุ์







jc

 


สัญญาณเตือน ! ธุรกิจเครือข่ายขายตรงเริ่มถึงทางตัน สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ชี้การขยายเครือข่ายยุคปัจจุบันไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ถึงเวลาที่ทุกค่ายต้องเร่งจัดระบบองค์กรรองรับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เสริมอาวุธให้ตัวแทน สร้างกระบวนการขายแบบโมเดิร์นเทรด ผ่านโซเชียลมีเดีย รองรับสื่อดิจิตอลออนไลน์


 พลิกวิกฤติเป็นโอกาส


สู่ขายตรงยุคดิจิตอล


ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง กำลังเข้าสู่วิกฤติในยามนี้ ถ้าหากคนทำธุรกิจการค้า จะมานั่งงอมืองอเท้า ไม่ต่อสู้ดิ้นรนอะไรเลย ก็เท่ากับว่า รอวันตาย


เพราะเกมช่วงชิงอำนาจ ไม่ว่าใครจะยืนข้างใคร ใครจะมีความชอบธรรมมากกว่าใคร สุดท้าย ก็หนีไม่พ้นเอาประเทศไทยมาเป็นตัวประกัน


ต้นปี 2556 คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจจะโต 4.5 - 5% ผ่านมาไตรมาส 2 ปรับลดลงมาเหลือ 4.2% เข้าสู่ไตรมาส 3 หดลงมาเหลือ 3.7% ถึงวันนี้ ทุกสำนักออกมาฟันธงตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยจะโตเพียงแค่ 3% เท่านั้น ตกต่ำที่สุดในอาเซียน


ยิ่งวกกลับมาดูภาพรวมธุรกิจขายตรง เมื่อต้นปีประมาณกันว่าธุรกิจจะขยายตัวประมาณ 10 - 12% ผ่านมากลางปี ปรับลดลงมาเหลือประมาณ 7% ถึงวันนี้ ผลกระทบจากการเมืองที่ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉุดให้การขยายตัวของธุรกิจหดลงมาเหลือไม่ถึง 5%


หรือถ้าคิดเป็นมูลค่ารวมทางการตลาด ก็ตกประมาณ 80,000 ล้านบาท


ในกลุ่มผู้ประกอบการขายตรง แม้จะมีบางกลุ่มขยายตัวสูงกว่าระบบ แต่บางกลุ่มก็ต่ำกว่าระบบ หรือแย่ไปกว่านั้น บางกลุ่มถึงขนาดติดลบด้วยซ้ำไป


เพราะฉะนั้น ชั่วโมงนี้ ต้องถือว่า เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการครั้งสำคัญอีกครั้ง


เพราะก่อนหน้านี้ ปี 2554 เมื่อครั้งเกิดมหาอุทกภัย ยอดขายของธุรกิจขายตรง มูลค่าจำนวนมหาศาลต้องจมไปกับน้ำ กว่าจะฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมก็ใช้เวลาแรมปี


มาถึงวันนี้ สิ่งที่หลายคนคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเฟื่องฟู กลับไม่เป็นไปอย่างที่คาด เพราะเงื่อนไขทางการเมือง กลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด


การใช้กลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ในมุมมองของ ดร.สมชาย


หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะนายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย มองว่าเป็นการไร้ประโยชน์ เนื่องจากผู้บริโภคไม่ตื่นเต้นอะไรกับสิ่งใหม่ ๆ


ยิ่งออกแรงมาก ก็ยิ่งเจ็บตัวมาก เพราะทุกครั้งที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ประชาชนจะหันไปถือเงินสด มากกว่าการออกไปจับจ่ายใช้สอย


ถ้าจะใช้ก็คงใช้แต่เฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น


สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการขายตรง จะต้องกลับมาทบทวน ก็คือ จะทำอย่างไร ถึงจะเปลี่ยน “วิกฤติ” ให้เป็น “โอกาส” เพราะสภาพแวดล้อมในสังคมยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว


โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “ดิจิตอล” กำลังกลายเป็นโจทย์ท้าทาย สำหรับการเดินหน้าปฏิวัติระบบขายตรง


การทำธุรกิจแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า “OLD FASHION” จะไม่สามารถดำรงสภาพของกิจการเอาไว้ได้ในระยะยาว เนื่องจากรูปแบบและวิธีการทางการตลาด จำเป็นจะต้องปรับตัวให้สอดรับกับเทคโนโลยีทางการสื่อสารสมัยใหม่ในทุกด้าน


ด้าน Broadcast กำลังเปลี่ยนผ่านจากทีวีระบบ Analog สู่ Digital ที่นอกจากจะมีคุณภาพที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีช่องทางในการรับชมมากขึ้น


ขณะที่ด้าน Broad Band กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบ Voice มาเป็น Data ที่มี Feature และ Application หลากหลาย จาก 2G มาสู่ระบบ 3G และในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะก้าวไปสู่ระบบ 4G


ดังนั้น เมื่อเทคโนโลยีทั้งสองด้าน มาผนวกเข้าด้วยกัน ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟน” มันจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางการตลาดที่มีอานุภาพมหาศาล


นื่คือ ปรากฏการณ์ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนไป และนี่ก็คือ ช่องทางและโอกาส ที่นักการตลาดต่างให้ความสนใจ ที่จะหาแนวทางหรือกลยุทธ์ในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


 จุดเปลี่ยนที่ต้องเร่งปรับ


จากองค์กรสู่ตัวแทน


การใช้วิธีการทางการตลาด ในลักษณะที่เรียกว่า “ออฟไลน์” อาศัยการ “รีครูท” คนเข้ามาฟังบรรยาย หรือการส่ง “ตัวแทน” เข้าไปเดินตลาด เพื่อปิดการขยาย หรือขยายเครือข่าย แม้จะได้ผลดีในอดีต แต่ถึงวันนี้ คงจะค่อย ๆ ลดบทบาทลงไป


ในมุมมองของ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บ.จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มองว่าธุรกิจขายตรง จะต้องเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในหลายมิติ


ในอดีตการแข่งขันทาง การตลาด จะเน้นการต่อสู้ในเรื่องราคา ใครต้นทุนต่ำกว่า ย่อมได้เปรียบ ต่อมาก็เริ่มหันมาเน้นการแข่งขันในด้านบริการ ใครสะดวกรวดเร็วกว่าก็จะได้เปรียบ


แต่มาถึงวันนี้ กิจการขายตรง จะต้องหันมาพลิกบทบาทของตนใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคมากกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต


เนื่องจากกระแสคนรุ่นใหม่ มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกใหม่ทางการตลาดอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นแรงกดดันที่จะทำให้ผู้ประกอบการขายตรง จะหยุดนิ่งไม่ได้


ด้านหนึ่ง จะต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะตลาดกำลังนิ่ง ผู้ประกอบการควรใช้โอกาสนี้ มาพัฒนาคุณภาพของสินค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบงานให้มีความกระชับ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ


ด้านที่สอง จะต้องหันมาใช้เทคโนโลยี มาสนับสนุนให้สอดคล้องกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป


“ต่อไปงานรูทีนเวิร์ค ที่อาศัยคนทำงานจะน้อยลง คอมพิวเตอร์จะมาทำแทน โดยคนจะหันมาเน้นการดูแลเรื่องการตัดสินใจมากกว่า ตอนนี้พฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะด้านบริการทางการเงินเวลานี้ มีการ


นำเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์แบงก์กิ้งเข้ามาใช้ ลูกค้าสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมายังสาขาธนาคาร


ซึ่งในภาคธุรกิจขายตรงก็เช่นกัน การทำธุรกรรมต่อไป ก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน มีระบบปฏิบัติการเอง มีเครื่องมือเป็นของตนเอง เสมือนกับเป็นเจ้าของกิจการเอง เป็นทั้งซัพพลายเชน เป็นทั้งเซอร์วิสโพรไวเดอร์ มีแฟรนไชน์ของตนเอง มีระบบปฏิบัติการสั่งซื้อสั่งขายสินค้าเอง จัดประชุมเอง ทำเองทุกอย่าง”


ดร.สมชาย กล่าว พร้อมกับย้ำว่า ในสังคมยุคปัจจุบัน การที่จะโน้มน้าว ด้วยการเชิญมาเป็นสมาชิก หรือทำธุรกิจเครือข่าย ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะสิ่งที่ทุกคนมอง ก็คือ ธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยากกว่าจะไปสู่ความสำเร็จ


เพราะฉะนั้นรูปแบบการตลาดหากจะทำแบบ “ตั้งรับ” ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตลาดรูปแบบอื่นเข้ามาแทนที่


การแข่งขันทางการตลาดในยุค 5 - 10 ปีก่อน มุ่งเน้นในเชิงปริมาณใครสร้างเครือข่ายได้มาก โอกาสก็ย่อมมีมาก


แต่มาถึงวันนี้ จะเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ หากแต่จะต้องหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ “ตัวแทน” หรือสมาชิก ให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ


เป็นกระบวนการที่จะต้องสร้าง “โมเดล” ทางการตลาด เพื่อนำไปสู่การ “ปฏิวัติ” ระบบการขายตรง ที่เอื้อต่อการทำงาน ทั้งบรรยากาศ รวมไปถึงผลตอบแทน ที่สามารถสร้างหลักประกันให้กับ “ตัวแทน” ได้ว่า นี่คือ อาชีพ ที่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตได้ไม่ต่างกับอาชีพทั่วไป


“เมื่อก่อนธุรกิจขายตรง จะเป็นไปในลักษณะใช้ดีแล้วบอกต่อ การขายจะต้องเตรียมเอกสาร ตัวอย่างสินค้า แพ็คใส่กระเป๋า อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของตัวแทน ว่าจะปิดการขายอย่างไร จะเชื้อเชิญมาร่วมทำธุรกิจอย่างไร แต่เดี๋ยวนี้ มันต้องบอกต่อในลักษณะเป็นดิจิตอล มีคอนเท้นท์ เห็นได้เร็ว ตรวจสอบได้เร็ว เรียลไทม์”


 ยกระดับตัวแทนก่อนสูญพันธุ์


ถึงเวลาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่


สิ่งที่ผู้ประกอบการขายตรง จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในเวลานี้ จะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนเองให้ได้เป็นอันดับแรก


เนื่องจาก หากระบบรองรับไม่เข้มแข็งพอ การที่จะยกระดับ “ตัวแทน” ให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ทางการตลาด ก็เป็นไปได้ยาก


เหตุก็เพราะ “ตัวแทน” ที่อยู่ในวงการธุรกิจขายตรง มีหลากหลายระดับชั้น เริ่มตั้งแต่คนในวัยทำงาน ไปจนถึงคนที่พ้นวัยเกษียณไปแล้ว


ในกลุ่มคนที่เรียกว่าเจเนอเรชั่น X หรือคนที่อยู่ในวัย 30 - 45 ปี ถือเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของธุรกิจขายตรงที่ต้องเตรียมความพร้อม เนื่องจาก หากไม่ปรับตัว ตามโลกไม่ทัน ก็จะมีผลกระทบต่อธุรกิจในองค์กรนั้น ๆ


ขณะที่ คนที่อยู่ในกลุ่ม Baby Boom หรือคนที่อยู่ในวัยหลังเกษียณ หากไม่ร่วมสมัย ก็จะค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุด


“การที่ธุรกิจจะยืนอยู่ได้ในสังคมยุคดิจิตอล บริษัทขายตรงจะต้องเสนอข้อมูลผ่านได้ทุกช่องทาง ทั้งแอนดรอย ไอโอเอส สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บริษัทขายตรงจะต้องสร้างคอนเทนท์ รวมทั้งโพรไวด์เดอร์ เข้ามาสนับสนุนในการขายแก่ตัวแทน โดยอาศัยเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือในการบอกต่ออย่างมีประสิทธิ ภาพ”


ดร.สมชาย หัชลีฬหา กล่าวพร้อมกับย้ำว่า กิจการที่จะก้าวผ่านปัญหาตรงนี้ไปได้ ต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อก้าวไปสู่การเปลี่ยนวิธีการทำงาน


ถ้ากิจการล้ำสมัย หรือ ทันสมัย องคาพยพที่อยู่ในองค์กรก็จะเกิดกระบวนการปรับตัวไปโดยอัตโนมัติ


ต่อไปประสิทธิภาพของ “ตัวแทน” จะมีความแตกต่างน้อยลง คนจบ ป.4 หรือจบปริญญา สามารถเพิ่มขีดความสามารถของตนเองได้ โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย


โฉมหน้าของ “ตัวแทน” จะแปรสภาพมากลายเป็น ผู้บริหารองค์กร ที่มีรูปแบบหรือวิธีการทำงานเป็นตัวของตนเอง


สามารถสร้างกระบวน การทางการตลาดเป็นของตนเอง โดยอาศัยระบบงานของบริษัท คอยสนับสนุน ผ่านสื่อออนไลน์


“กรณีศึกษาของแอพ บ.จอยแอนด์คอยน์ เมื่อครั้งที่เราไปแชร์ประสบการณ์กัน พบว่า มีป้าคนหนึ่งอายุ 60 กว่าแล้ว จบแค่ป.4 อาชีพเดิมขายข้าวแกง อยู่พิษณุโลก ทำงานได้ปีเดียวมีรายได้เดือนละเป็นแสน วิธีการทำงานของป้า แกบอกว่าแกไม่ได้ไปขายแบบบอกต่อเหมือนกับคนอื่น แต่อาศัยการใช้ไอแพด โดยเอาตัวประธานไปใช้งาน พอเปิดคลิกวิดีโอให้ลูกค้าดู ก็เหมือนเอาตัวประธานไปด้วย มีปัญหาอะไรก็ให้ประธานตอบแทนหมด คือ มีตัวช่วยพร้อมสนับสนุนการขายครบหมดเลยตั้งแต่เลขาส่วนตัว ตัวประธาน ผลสุดท้ายปรากฏว่า แค่ปีเดียวคุณป้าแกก็ทำสำเร็จ”


นี่คือ คือโฉมหน้าใหม่ของ “ตัวแทนขายตรง” ที่บอกให้กับคนทั่วไปรู้ว่า วิธีการขายเดิม ๆ ที่จะต้องอาศัยความใจกล้าหน้าด้าน พูดน้ำไหลไฟดับ หรือต้องมีวิญญาณของนักการตลาด อาจไม่จำเป็นเสมอไป


เพราะถ้าขายไม่เก่ง แต่ใช้เทคโนโลยีเป็น ตอบโจทย์ได้ทุกเรื่องทุกปัญหา การที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากแต่อย่างใด


คนเก่ง หรือ ไม่เก่ง ไม่ได้วัดกันที่ “กึ๋น” หรือสติปัญญาแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่จะต้องมาจากพื้นฐานของการยอมรับและความเชื่อมั่น ผสมผสานกับการทุ่มเท


หากเปลี่ยนความยากให้เป็นความง่ายได้ ไม่เพียงแต่จะเกิดพลังอย่างมหาศาลภายในองค์กรเท่านั้น การสร้างความยอมรับจากคนภายนอก ก็จะทำได้ง่ายเช่นกัน


ในตลาดขายตรงเมืองไทย ณ เวลานี้ ไม่มีใครปฏิเสธว่า “ตัวแทนขายตรง” คือ หัวใจในการขับเคลื่อนทางธุรกิจที่สำคัญ


เพราะหลายกิจการแม้จะมีสินค้าดี มีแผนการตลาดที่ดี แต่ถ้าหาก “ตัวแทน” ใส่เกียร์ว่าง ไม่ออกตลาด ธุรกิจก็ไม่โต


กิจการยักษ์ใหญ่หลายค่าย มีสมาชิกในเครือข่ายขององค์กร นับล้านคน แต่ที่มีคนประสบความสำเร็จจริง ประมาณ 10% ส่วนที่เหลืออีก 90% จะเป็นประเภท ทำ ๆ หยุด ๆ หรือ คอยฉวยโอกาสเข้าไปร่วมงานกิจการใหม่ ๆ ที่ให้แรงจูงใจมากกว่า


เพราะฉะนั้น ตัวแทนที่มีรหัสปรากฏในธุรกิจขายตรง จึงเป็น “ตัวแทน” ที่มีแต่ปริมาณมากกว่าคุณภาพ


หากสามารถผลักดัน ให้ “รหัสตาย” กลายเป็น “รหัสเป็น” ก็จะต้องมีการปรับแนวคิดและกระบวนการขายให้ง่ายขึ้น


“ตอนนี้ ต้องทำสิ่งที่ยังไม่เกิดให้เกิด แล้วประกาศความพร้อม นี่คือ กลยุทธ์ ซึ่งคำว่า สะดวกสบาย จะมีความหมายมาก คือ ซื้อที่ไหนก็ได้ ซื้ออะไรก็ได้ สองคำนี้ เราต้องมานั่งคิดว่า ต้องทำอะไร หาเครื่องมืออะไรมาตอบโจทย์การรับรู้ของผู้บริโภค ซึ่งต้องให้สอดคล้องกับตัวเราเองด้วย โดยจะต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งข้อมูล ซื้อสินค้า ขายสินค้า หรือสมัครสมาชิก ทำงานได้โดยง่าย ๆ เป็นระบบ สามารถใช้คอนเท้นท์ต่าง ๆ ผ่านมือถือ ไปบอกกับลูกค้าได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายมากมาย สามารถตอบทุกคำถามได้ ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ สามารถชวนคนมาทำธุรกิจได้ด้วยเทคโนโลยี รวมทั้งแอพพลิเคชั่น ใช้เป็นเคาน์เตอร์เซอร์วิสในทุกอย่างได้” ดร. สมชาย กล่าว


เพราะฉะนั้นหากเอา เครื่องทุ่นแรง มาสนับสนุนการขายผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ การที่จะต้องออกแรงทั้งหมด 100 % ก็อาจจะออกแรงเพียงแค่ 30 % เท่านั้น


เหตุก็เพราะ “ตัวแทน” จะไม่อยู่ในสภาพโดดเดี่ยวเหมือนกับที่เป็นมาในอดีต เนื่องจากมีทั้งที่ปรึกษา มีทั้งผู้ช่วย มีทั้งเลขาส่วนตัว พรั่งพร้อม คนที่เป็นนักขายสมัครเล่นก็จะกลายเป็นนักขายมืออาชีพได้


 ขายความสำเร็จคู่ขนานสินค้า


ตอบโจทย์“รวย”แบบสัมผัสได้


วันนี้ การทำธุรกิจ กำลังเบนเข็มไปสู่คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว ทันสมัย สามารถฉายภาพแห่งความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรมได้


หากสามารถปรับวิธีการทำงาน ให้ทันยุคทันเหตุการณ์ สอดคล้องกับแนวทางการทำธุรกิจของตนเอง แม้จะยังไม่สามารถสร้างความยอมรับให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างทันทีทันควัน แต่ถ้าหากมีการ “ติดอาวุธ” ให้กับ “ตัวแทน” รุ่นเก่า แล้วผลักดันให้ออกมาทำงานมากขึ้น การเติบโตของธุรกิจขายตรง ก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว


ธุรกิจเครือข่ายขายตรง เป็นธุรกิจ ที่ไม่ได้เน้นการขายสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังจะต้องขาย “ความสำเร็จ” ให้คนภายนอกมองเห็น และสัมผัสได้ควบคู่กัน


เป็นธุรกิจที่ต้องเปลี่ยน “ผู้ซื้อ” ให้กลายเป็น “ผู้ขาย” ในเวลาเดียวกัน ถ้าสินค้าดี บริษัทได้ยอดขาย แต่ “ผู้ซื้อ” ไม่พร้อมจะเป็น “ผู้ขาย” องค์กรก็ไม่โต


หลายกิจการ มุ่งเน้นแต่การสร้างเครือข่ายมากกว่าขายสินค้า อาศัยการใส่โปรโมชั่นกระชากใจ ให้บรรดาแม่ทีมสต็อกสินค้าเอาไว้มาก ๆ เพราะหวังว่า สินค้าเหล่านี้ จะกระจายไปสู่ผู้บริโภค


แต่สุดท้าย ก็เอาไปกองเอาไว้เต็มโกดัง ยอดขายพุ่งขึ้นในช่วงระยะแรก ๆ แต่ระยะยาว กลับส่งผลเสียต่อตัวกิจการเอง เนื่องจาก ต้องหั่นกำไร เฉือนเนื้อของตนเองมาจ่ายผลประโยชน์ ผ่านโปรโมชั่น ตามแผนการตลาด


บางกิจการถึงขนาด ไม่มีเงินจ่าย


นี่คือรูปแบบการขาย หรือวิธีการขายแบบดั้งเดิม ที่เป็นการสร้างความคิดผิด ๆ ให้กับ “ตัวแทนขายตรง”


เพราะการสร้างดีมานด์เทียม ด้วยการสร้างกระแสผ่านกระบวนการซื้อขายจากบริษัทไปยัง “แม่ทีม” แม้เดือนนี้จะได้เงิน แต่เดือนต่อ ๆ ไปรายได้ ก็จะตกวูบทันที


สุดท้ายธุรกิจขายตรง ก็จะกลายเป็นธุรกิจหลอกลวง มีแต่ภาพลวงตา


ดังนั้น การที่กิจการยักษ์ใหญ่หลายค่าย เริ่มหันกลับมามองตรงจุดนี้ จึงนับเป็นการปฏิวัติระบบขายตรงครั้งสำคัญอีกครั้งในรอบทศวรรษนี้


เนื่องจากรูปแบบ และวิธีการของธุรกิจขายตรง หากดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็น รูปแบบทางการตลาดที่สวยงาม


ปัญหาก็คือ หนึ่ง.จะทำอย่างไรว่า ธุรกิจขายตรง คือ “มายา” ออกไปจากสมองคนเหล่านี้ให้ได้


สอง. ทำอย่างไรถึงจะทำให้ “ตัวแทน” ก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน


หากแก้จุดอ่อนตรงนี้ได้ เชื่อเหลือเกินว่า ยังมีนักธุรกิจอิสระหน้าใหม่อีกจำนวนมากมาย ที่พร้อมจะเดินเข้ามา


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/


 

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ค่ายเล็กฮึดสู้! ชิงคนดูเทงบปั้นแบรนด์ผ่านสื่อทีวี...







Business (Mobile)


กลุ่มบริษัทขายตรงแห่ทุ่มทุนทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทีวี "สตาร์ ซันไชน์" ระดมสมองหารายการรูปแบบใหม่ ดึงเรตติ้ง ช่องดาวเทียมของตัวเอง ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" ควักงบ 20 ล้าน บาท โฆษณาสินค้าบนหน้าจอฟรีทีวี พร้อมดึง "เขาทราย แกแล็คซี่" เป็นพรีเซ็นเตอร์ ส่วน "เอเชีย สุพรีม" ไม่น้อยหน้า ผุดอินเตอร์เน็ต ทีวี เผยแพร่ข่าวสารของบริษัท หวังให้เข้าถึงคนทุกพื้นที่


ยังไงก็ยังเป็นสื่อทีวี ที่ยังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภค แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีด้านสื่อจะพัฒนาไปไกล การเข้าถึงข่าวสาร ของผู้บริโภคสามารถรับได้จากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ดูเหมือน ว่าทีวี ก็ยังเป็นสื่ออันดับหนึ่งในการเข้าถึงข่าวสารของผู้บริโภค ซึ่ง ในส่วนนี้ เหมือนว่ากลุ่มผู้ประกอบการขายตรงก็ทราบดี โดยกลุ่ม บริษัทขายตรงต่างพยายามสร้างการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงนี้ แม้แต่บริษัทขายตรงขนาดเล็กก็พร้อมที่จะทุ่มทุนก้อนโต เพื่อสร้าง แบรนด์ผ่านสื่อชนิดนี้ โดยหวังให้บริษัทเป็นที่จดจำของผู้บริโภค "สตาร์ ซันไชน์" ดันรายการใหม่ ชักเรตติ้งช่อง


นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้วางแผนและปรับแนวคิดใหม่ กับการบริหารงาน ที่ใช้สื่อทีวีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการขยายและ บุกตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยให้ความสำคัญกับสื่อทีวี Ping Channel (PSI 61) และ Hero Channel (PSI 131) 2 ช่องรายการทีวีดาวเทียมของบริษัท ซึ่งได้มีการพัฒนาช่องให้สังคมและบุคคลทั่วไปได้รู้จักช่องมากขึ้น โดยมีการผลักดันรูปแบบช่อง ไปในแนวทางของฟรีทีวี


ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาด ทางบริษัทได้ร่วมกับดาราสาวสวย มากด้วย ความสามารถ อย่าง วรรณษา ทองวิเศษŽ ได้ร่วมกันคิดผลิตรายการทีวีรูปแบบใหม่สำหรับช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมขึ้นมา ซึ่งรายการนั้นจะต้องสร้างความบันเทิง ความแปลกใหม่ และก็ยังต้องช่วยส่งเสริมการตลาด และขยายองค์กรของบริษัท ควบคู่กันไปด้วย


"ถือเป็นมิติใหม่ในแขนงโทรทัศน์ขายตรง เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครจะทำ รายการในรูปแบบนี้ บริษัทกำลังพัฒนาโทรทัศน์ดาวเทียมให้เป็นในแบบฟรีทีวีเพื่อรองรับเออีซีในอีก 2 ข้างหน้าที่จะมาถึง เนื่องจากสินค้าของบริษัทจะได้ลิขสิทธิ์ในการทำตลาดอาเซียนด้วย จึงถือเป็นความแปลกใหม่ในวงการขายตรง"


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พิจารณาอย่าง ถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง จึงได้อนุมัติและให้การสนับสนุนในการผลิตรายการนี้ขึ้นภายใต้การดูแลและประสานงานการผลิตโดยโรแมนซ์ และถ่ายทำ รายการ โดย Ping Channel ซึ่งรายการนี้มีชื่อว่า รายการ "ปะ ฉะ ดะ" ออกอากาศ ทางช่อง Ping Channel (PSI 61)


ประธาน "สตาร์ ซันไชน์" กล่าวต่อไปว่า บริษัทมุ่งทำตลาดผ่านวิทยุชุมชนและ ทางช่องทีวีดาวเทียม ที่ทำมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่เห็นผล โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนสร้างออฟฟิศใหม่ ทำห้องสตูถ่ายทำรายการต่างๆ รวมทั้ง ซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel เป็นของตัวเอง นอกจากนี้ยังซื้อเวลาของสถานีอื่นอีก 10 ช่อง เพื่อ โปรโมตสินค้าให้ประชาชนได้เห็นอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งตลอด 2-3 ปีที่มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้ก็เป็นผลดีต่อตัวแทนจำหน่ายขายสินค้าได้มากขึ้น


"ดี เน็ทเวิร์ค" ทุ่ม 20 ล.โฆษณาฟรีทีวี


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินค้าหลัก 4 ตัวของทางบริษัทติดตลาดเป็นที่รู้จักของคนหมู่มากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโกเรจินส์, ดี เบรม, ดี คอนเทค และ D10 หลังจากนี้ทางบริษัทต้องการสร้าง แบรนด์สินค้าใหม่ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ 5 ให้ติดตลาด โดยทางบริษัทโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ "บานเย็น รากขาว"


วิธีการโปรโมตผลิตภัณฑ์ "บานเย็น รากขาว" ทางบริษัทจะใช้การประชาสัมพันธ์ ผ่านทางฟรีทีวี จะเริ่มต้นโปรโมตที่ช่อง 5 เวลา 05.00-05.30 น. ทุกวันพุทธผ่านรายการเกษตรไทยน่ารู้ เราซื้อเวลาเพื่อโปรโมตในรายการจะมีการสัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การใช้สินค้าบานเย็นกับเกษตรกร และเรายังมีสปอตโฆษณาขั้นรายการความยาว 30 วินาที โดยมีการว่าจ้างคุณปิยะ ตระกูลราษฎร์ ที่ยังไม่ติดสัญญากับค่ายปุ๋ยค่ายใด การที่เราเลือกคุณปิยะ เนื่องจากเรามองการณ์ไกล โดยเราจะนำเอาผลิตภัณฑ์บายเย็นรากขาวไป ประชาสัมพันธ์ในรายการมวยอัศวินดำทาง ช่อง 9


นอกเหนือจากการโปรโมตผลิตภัณฑ์ บานเย็นแล้ว ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอตโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์โกเรจิ้นส์ด้วย โดยจะออกอากาศผ่านทางฟรีทีวี โดยมีการ เซ็นสัญญากับ "เขาทราย แกเลคซี่" ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมต สินค้าโกเรจิ้นส์


"โดยสปอตโฆษณาชุดนี้ เราจะนำไป โปรโมตทางรายการเกษตรไทยน่ารู้ทางช่อง 5 และยังเอาสปอตโฆษณาโกเรจินส์นำไปโฆษณาผ่านรายการมวยศึกอัศวินดำทางช่อง 9 และเราอยากให้สินค้าของเราติดหูประชาชนมากขึ้น เราจึงจะมอบรางวัลพิเศษ ให้กับนักมวยที่มีพลังอึดชกเดินหน้าไม่หยุด ในรอบเดินเราจะคัดเอานักมวยพันธุ์ดุ โกเรจิ้นส์ พลังโสม และผมเชื่อว่าเวลาหลังจากนี้ 1 ปี ทั้งบานเย็นและโกเรจิ้นส์จะเป็นแบรนด์ที่ติดหูคนไทย"


สาคร กล่าวต่อไปว่า นั่นคือสเต็ปแรก สเต็ปต่อไป ทางบริษัทจะขยับไปช่อง 7 โดย ทาง ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมเข้าไปสนับสนุนในปัจจุบันทางบริษัทได้ทำการจองไว้แล้วล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะถึงคิวของ ดี เน็ทเวิร์ค และมีการจองรายการมวย ช่อง 3 และรายการเกษตรช่อง 11 เป็นแผน ในก้าวต่อไป ในสเต็ปแรกนี้ทางบริษัททุ่มงบ ไปกว่า 20 ล้านบาทในการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักใน วงกว้าง


"เอเชีย สุพรีม" ผุดอินเตอร์เน็ต ทีวี แจ้งเกิดแบรนด์


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด "ในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่ เน้นใช้โปรโมชั่นท่องที่ยวล่อใจ จัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทาง เพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้น โดย สิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว"


"ผมคิดว่า บริษัทกำลังเติบโตไปในทางที่ดี สิ่งที่กำลังทำต่อไปในอนาคต คือจะ มีศูนย์ขยายงานให้สมาชิกไว้ใช้ทั่วประเทศ ที่นี่จะคอยกระจายเครือข่ายในระดับรากหญ้า และไปถึงคนชนชั้นกลาง รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจ และตอนนี้บริษัทก็ได้มีผู้นำเก่งๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างตลาด ออกไปให้ยั่งยืน"


นอกจากนี้ อีกอย่างที่บริษัทจะทำในช่วงท้ายปี คือ อินเตอร์เน็ต ทีวี หรือจะเรียกว่า "IPTV" เอาไว้สื่อสารตรงกับสมาชิกที่อยู่ทุกหนทุกแห่งได้ โดยเครื่องมือตัวนี้จะช่วยแจ้งข่าวสารให้ทราบรวดเร็ว ไม่ว่าจะคอยแจ้งกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้องค์กรมีความมั่นคงและแข็งแรง ต่อเนื่อง












Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ขายตรง อย่าลืมนัดสำคัญ !!!







october-31-halloween (Mobile)


31 ตุลาคม 2556 ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต เรามีนัดสำคัญกับคนขายตรงครับ ว่ากันด้วยเรื่อง ยุทธศาสตร์ธุรกิจขายตรงประเทศไทย ในมุมมองของหน่วยงาน "รัฐ" และ "เอกชน"


งานสัมมนานี้ จัดหนัก จัดเต็ม ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปยัน 4 โมงเย็น โดยมี "หนังสือพิมพ์บ้านเมืองรายวัน" เป็นเจ้าภาพเป้าหมายผู้เข้าร่วมงาน จำกัดจำนวนไว้ที่ 500 ท่าน เท่านั้น จากจำนวนองค์กรที่เข้าร่วมเกิน 30 องค์กร ทั้งรัฐ และเอกชน


มีเบรกชา กาแฟ อาหารเที่ยง ไว้ให้บริการทุกท่านอย่างเต็มที่ผู้เขียน เองไม่อยากให้คนขายตรงคิดว่า งานครั้งนี้ก็คงไม่แตกต่างจากที่หน่วยงานอื่นๆ เคยจัด พูดกันแต่เรื่องประเด็นเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ ฟังจนท่องจำกันได้แล้ว


ตรงกันข้ามครับ ผู้เขียนไม่อยากให้คนขายตรงพลาดงานนี้ อยากให้เข้าร่วมกันเยอะๆ รับฟังความรู้ดีๆ จากวิทยากรกิติมศักดิ์ที่ทางเจ้าภาพได้จัดไว้ให้


วันนั้นจะคุยกันเรื่องของวันนี้ และอนาคตของธุรกิจขายตรงเท่านั้นส่วนในงานนั้นมีหน่วยงานไหนเข้าร่วมบ้าง เอาเป็นว่า ขอเกริ่นที่มาที่ไปของการกำเนิดงานครั้งนี้ให้ท่านผู้อ่านได้สดับรับฟังกันครับ


แต่ไหนแต่ไร!! กับหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ๆ ยังมีน้อยสำนักที่นำเสนอกิจกรรมความเคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง หรือเป็นกระบอกเสียงกระจายความรับรู้เรื่องราวดีๆ งามๆ ของธุรกิจนี้ไปยังฐานผู้บริโภค


ย้ำ!! อีกครั้งว่า ธุรกิจขายตรง มีสมาชิกรวมกันแล้วประมาณ 15-16 ล้านราย มียอดขายรวมทั้งระบบประมาณการไม่ได้ ถึงวันนี้ไม่แน่ใจว่า อยู่ที่หลักหมื่นล้าน หรือทะลุแสนล้านไปแล้ว


เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนไทยปีหนึ่งๆ หลายหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว


ที่สำคัญ ธุรกิจนี้นับวันจะ "โตวัน โตคืน" ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระเสียงมากๆ ช่วยถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ถึงที่มา ที่ไป ทั้งระบบของธุรกิจนี้


"บ้านเมือง" ที่ผู้เขียนรับใช้อยู่นี้ จึงขออาสา เป็นอีกกระบอกของสื่อสารมวลชนที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจขายตรง โดยเปิดหน้าข่าวขายตรงอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม ในงานสัมมนาวันนั้นนั่นเอง


งานวันนั้น มีอะไรสำคัญๆ บ้าง เราเปิดงานด้วย "รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายรัฐมนตรี" ซึ่งเป็นผู้ดูแล สคบ. โดยตรง จากนั้น จะมีท่าน เลขาฯ สคบ. ว่าด้วยเรื่องเด่นๆ ใหม่ๆ ที่ สคบ. จะมีกับธุรกิจขายตรง


มีท่านเลขาฯ อย. มาพูดเรื่องสินค้าขายตรง พร้อมมาตรการการควบคุม หรือถ่ายทอดความรู้เรื่องกระบวนการสร้างสินค้าอย่างไรไม่ให้ผิดกฎ อย.


นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนของ บก.ปคบ. ของกองปราบ มีผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จาก วิทยากรพิเศษที่จะมานั่งตอบทุกคำถามที่ท่านสงสัย


โดยเฉพาะประเด็น ขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ ข้อแตกต่างที่ สองหน่วยงานนี้ควรแยกออกจากกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ สองหน่วยงานนี้เริ่มเข้าใจขายตรงมากขึ้น และหลังจากนี้เขาจะช่วยเหลือธุรกิจขายตรงอย่างไร ให้แยกออกจากสิ่งที่เป็น "กาฝาก" ขายตรงอยู่ในปัจจุบัน


มีตัวแทนของภาคเอกชน ในนามของนายกสมาคมขายตรงฯ แต่ละรายมาให้ความรู้ในหัวข้อที่สำคัญๆ โดยเฉพาะทิศทางและการอยู่รอดในธุรกิจนี้ ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหานานัปการ ที่คนขายตรงต้องเรียนรู้


ย้ำอีกครั้งครับว่า ทุกช่วงเราเปิดโอกาสให้ท่านผู้รับฟังได้ถามตอบกันตลอดทั้งวัน


แต่ที่ทุกท่านพลาดไม่ได้ ก็คือ เรื่องของมาตรการทางด้านภาษี ของธุรกิจและคนขายตรง จากผู้เชี่ยวชาญของ "สรรพากร"


ทำไมคนขายตรงถึงโดนภาษีย้อนหลังกันเยอะนักวันนั้นจะมาว่ากันด้วยเรื่องภาษีที่เชื่อมโยงกับธุรกิจขายตรงล้วนๆ หรือสรรพากรจะมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอคนขายตรง อนาคตจะมีมาตรการทางภาษีเพิ่มเติมจากนี้อีกหรือไม่


คิดว่า ทั้งผู้ประกอบการขายตรง และสมาชิกขายตรง พลาดไม่ได้ที่จะต้องเข้ามารับฟัง


คร่าวๆ ของงานสัมมนาดีๆ ก็ประมาณนี้ครับ ผู้เขียนคิดว่า ผู้ที่เข้าร่วมรับฟังสัมมนาจะ "คุ้มค่า คุ้มเวลา" กับการมาในครั้งนี้แน่นอน





Credit By :http://www.ryt9.com

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

สงครามขายตรงปีมะเส็งยังแดงเดือด เหล่ากูรูฟันธงธุรกิจดุไม่เลิกแต่สดใส









4 ผู้ประกอบการขายตรงฟันธงธุรกิจปีมะเส็ง ยังเติบโตดีไร้กังวล หลัง พบหลายเหตุผลดันธุรกิจเฟื่อง ทั้งคนว่างงาน ค่าแรง 300 บาท ที่ทำให้ กลุ่มคนพวกนี้หันมาสนใจธุรกิจขายตรงมากขึ้น...พร้อมฟันธงรายเล็กอยู่ ยาก หากไม่รู้จริงเรื่องเครือข่าย บวกเงินทุนไม่หนาพอ...แนะวิธีการทำ ตลาดยุค 2013 ควรรบเร็ว-รุกเร็ว ด้วยแผนการตลาด-สินค้านำ ยํ้า! การ ทำตลาดต้องอย่าประมาท พร้อมเสิร์ฟความต่างที่โดนใจ
เปิดฉากศักราชใหม่ปี 2556 หรือ ปีมะเส็ง เชื่อว่าหลาย ๆ ธุรกิจ คงต่างเร่ง เตรียมรับ-เตรียมรุก เพื่อหวังที่จะเบิก ฤกษ์ธุรกิจ ด้วยยอดขายที่ดีแบบเอาฤกษ์ เอาชัยนั่นเอง ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ในช่วง ต้นปีของทุก ๆ ปี ที่แต่ละค่ายต่างโหมโรง ออกอาวุธ ที่เรียกได้ว่า ครบมือออกมา สร้างความน่าสนใจของธุรกิจ เพื่อหวัง ดึงดูดทั้งสมาชิกใหม่ และสมาชิกเก่าให้อยู่ กับองค์กรของตัวเองอย่างเหนี่ยวแน่นและ มั่นคง
...จะเห็นได้ว่า วันนี้เส้นทางของ ธุรกิจก็เปรียบเสมือนหนทาง ที่พิสูจน์คน กล้าที่มีฝีมือนั่นเอง หาก ใครที่นิ่ง-ฐาน องค์กรมั่นคง เส้นทางธุรกิจที่ว่ายาก ก็ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเช่นกัน...เช่นเดียวกับ สนามหิน ใน ธุรกิจขายตรง ที่ตอนนี้ เหล่า ผู้ประกอบการ ทั้ง หน้าใหม่ และ หน้าเก่า ต่างออกขีปนาวุธทางธุรกิจ แบบ เย้ยฟ้าท้าดิน กันเลยทีเดียว ด้วย เป้าหมายเดียวกันคือ ความเป็นหนึ่ง ใน ยุทธ์จักรขายตรง พร้อมกับขุมกำลังที่เหนี่ยวแน่น และมั่นคงที่เรียกว่าผู้นำมือ อาชีพ
แต่ในขณะเดียวกัน ฟากของ เหล่า ผู้นำ เอง ใน ห้วงเวลา ที่สำคัญ ต้นปีนี้เช่นนี้ ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ ท่าน ต่างมองหาแหล่งที่พักพิงใหม่ที่ดีกว่าและแรง กว่าที่เดิมอย่างแน่นอน แต่ค่ายไหนล่ะ!... ที่จะเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าสมาชิก หลาย ๆ คนบ้าง ก็อยู่ที่ว่าค่ายนั้นจะมี แรงดึงดูดที่มากกว่านั่นเอง!!
ที่สำคัญ หากจะให้พูดถึงทิศทาง ของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ พบว่า มี หลาย ๆ กูรูชั้นเซียน ต่างออกมาแสดง นานาทัศนะต่าง ๆ มากมาย เกี่ยวกับธุรกิจ ขายตรงในปี 2556 ว่าจะเป็นปีที่ธุรกิจ เติบโตแบบก้าวกระโดด บางท่านก็บอกว่า เป็นปีแห่งการปราบเซียน หากใครที่ไม่แน่ จริง มีสิทธิ์ที่จะหลุดวงโคจรนี้ได้ด้วยเช่น กัน...ปักษ์นี้ ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ มี โอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการขาย ตรงที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงว่า มี ความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับธุรกิจขายตรง ในปี 2556 ซึ่ง เหล่า ผู้ประกอบการ แต่ละ ท่าน ต่างให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจดังนี้



กูรูขายตรงฟันธงปีมะเส็ง ชี้!หลายค่ายเปิดวูดธุรกิจแรง


ด้าน ศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเม ติคส์ ประเทศไทย จำกัด ได้เผยถึงทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 ว่า จะมีอัตราการ เติบโตที่มากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในเรื่อง ของค่าแรง 300 บาทที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี จนทำให้คนเริ่มที่จะว่างงาน มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ส่งผล มาถึงธุรกิจขายตรงที่จะเป็น อีกหนึ่งธุรกิจที่จะตอบโจทย์ให้ กับบุคคลกลุ่มนี้ได้ และเชื่อ ว่า จะมีคนเข้า มาสู่ธุรกิจขายตรง มากขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าการแข่งขันของ ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เริ่มมีธุรกิจเครือข่ายที่เกิดขึ้น เยอะ จึงเกิดการชิงดีชิงเด่นกัน ค่อนข้างมาก ด้วยกลยุทธ์ ต่าง ๆ ที่แต่ละค่ายมีออกมานำ เสนอ ซึ่งอยู่ที่ค่ายไหนจะใช้ กลยุทธ์ที่โดนใจเท่านั้นเอง ใน ขณะเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งปีที่ คาดว่า ค่ายไหนที่เป็นของจริง ก็จะอยู่รอดในธุรกิจเครือข่าย ได้ แต่หากค่ายไหนที่ยังไม่ ชัดเจนหรือยังไม่พร้อม ก็จะ เริ่มหลุดลอยหายไปจากระบบ เครือข่ายได้ด้วยเช่นกัน ...เช่นเดียวกับทางด้าน สุเทพ บุญภักดี ประธาน กรรมการ บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ เผยถึงทิศทางธุรกิจขายตรงใน ปี 2556 ว่า ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น โดยส่วนตัวมองว่า บริษัทรายเล็กในชั่วโมงนี้ ถือว่ารอดยาก เนื่องจากในช่วง ที่ผ่านมา พบว่า มีหลายๆ บริษัทฯ จะพบปัญหาในเรื่อง ของแม่ทีมผิดใจกันเอง และ หันมาเปิดบริษัทใหม่กัน ผล สุดท้ายก็ไปไม่รอด แต่ทั้งนี้ ยัง เชื่อว่าในปี 2556 นี้ บริษัทขาย ตรงค่ายใหม่ ๆ ก็น่าที่จะเกิด ขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งค่าย ไหนจะอยู่รอด หรือไม่รอดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง จุดเด่น และจุดขายของตัวเอง ให้ได้ หากทำไม่ได้โอกาสที่จะ มีการปิดตัวก็มีสูงเช่นกัน วันนี้ ต้องบอกว่า ใน เรื่องของการทำการตลาดแบบ วิธีการเดิม ๆ นั้น ควรที่จะปรับ เปลี่ยนได้แล้ว ควรที่จะลองหัน มาใช้วิธีการทำการตลาดแบบ ใหม่ ๆ เนื่องจากวันนี้ นักธุรกิจ ยุคเดิม ๆ ค่อนข้างที่จะไม่มี บทบาท และคนรุ่นใหม่ๆ เริ่ม ที่จะเข้ามาแทนที่ มีการพัฒนา ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหาก ค่ายไหน ที่ยังทำตลาดแบบ เดิมโอกาสที่จะเติบโตก็คงน้อย แน่นอน สุเทพ เผยต่อว่า การ แข่งขันของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า จะเริ่มมีการ แข่งขันกันในเชิงของยุทธ ศาสตร์มากขึ้น รวมถึงวิธีการ ทำงานจะเริ่มมีความหลาก หลายมากขึ้นด้วย ในเชิงของ การสร้างความแตกต่างทั้งใน เรื่องของสินค้า แผนการตลาดในขณะเดียวกัน ค่ายไหนที่มี ทุนเยอะก็จะได้เปรียบในเรื่อง ของการทำธุรกิจ ส่วนค่ายไหน ที่ทุนน้อยก็จะเสียเปรียบใน การแข่งขัน ...นอกจากนี้ มร.คริสโต เฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำ ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า สำหรับทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเป็นธุรกิจ ที่สดใส สำหรับทุกคนที่กำลัง มองหาโอกาส ในขณะเดียวกัน เกมการแข่งขันทางธุรกิจก็คงดุ เดือดมากขึ้นเช่นกัน อีกทั้ง เชื่อว่า หลาย ๆ บริษัทฯ คงมี กลยุทธ์ต่างๆ ออกมาสู้ศึกกัน อย่างมากมาย ทั้งนี้ หากมองโดยรวม ของธุรกิจแล้ว น่าที่จะมีความ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ เป็นของจริง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนเริ่มที่ จะเข้ามาสู่ธุรกิจ ขายตรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก มีความเชื่อว่าอาชีพนี้ จะ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดี ขึ้นได้ เพราะจากที่ผ่านมา มี คนที่ประสบความสำเร็จจาก ธุรกิจขายตรงเกิดขึ้นเยอะ ทำให้เชื่อว่าธุรกิจขายตรงในปี 2556 จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ตาม ลำดับ ...ด้าน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR เปิดเผยว่า สำหรับ ธุรกิจขายตรงในชั่วโมงนี้แล้ว ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น 1. เป็นธุรกิจที่ สร้างอาชีพให้คนทุกเพศ ทุก วัย ทุกระดับชั้น 2. เป็นธุรกิจ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดใน ห่วงโซ่อุปทาน 3. สามารถเป็น มรดกให้กับลูกหลานได้ 4. ลงทุนน้อย ความเสี่ยงตํ่า 5. เป็นธุรกิจที่สร้างคน สร้าง องค์กรให้มีคุณภาพ และ 6. เป็นธุรกิจที่สร้างฝันให้กับคนที่ ต้องการมีฝัน ต้องการที่จะมี ชีวิตความเป็น อยู่ที่ดีขึ้น ได้จริง ...นับได้ว่า การที่จะยิ่ง ใหญ่ในยุทธจักรขายตรงได้นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ และ ความชำนาญเข้าช่วยด้วยเช่น กัน ยิ่งปัจจุบันนี้ อาจจะเรียก ได้ว่า เป็นอีกหนึ่งยุคของการ ปราบเซียนเลยก็ว่าได้ หากใคร ที่ไม่แข็งแกร่งพอ รับรองว่า มี แต่ ตาย กับ ตาย อย่าง แน่นอน ขณะเดียวกัน ด้วย ภาวะวิกฤติเช่นนี้ จำเป็นอย่าง ยิ่ง ที่ทุกธุรกิจจะต้องมี คือ ความพร้อมในการรับมือกับ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ท่านจะมอง ว่า โอกาสของธุรกิจขายตรง จะยังเติบโตอยู่กับที่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ประมาทในการทำ ธุรกิจด้วยเช่นกัน!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335