ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ suprederm แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ suprederm แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทักษอร ภวนาคโสภณ ‘ความสุขของชีวิตที่แตกต่าง’







ทักษอร (Mobile)

สาวสวยบนหนทางอันแตกต่างกับชีวิตที่ไม่ต้องรอความสุขแค่ในวันเงินเดือนออก ด้วยบริษัทที่เลือกมาแล้วว่าจะนำไปสู่สิ่งที่เธอต้องการ “สุพรีเดอร์ม”


ทักษอร ภาวนาโสภณ ผู้บริหารการขายมงกุฎนพรัตน์ กับเส้นทางที่ออกแบบด้วยตนเอง ผ่านมุมมองที่เอื้อเฟื้อ “การทำงานมีเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ เป็นแค่เรื่องธรรมดา แต่การสร้าคนให้สำเร็จในเครือข่ายได้ คือ ความสำเร็จที่แท้จริง” จากปณิธานอันน่ายกย่องนี้ จึงทำให้ Hall of Fame จึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเธอให้ลึกซึ้ง และถ่องแท้กับความงาม ที่ไม่ได้ฉาบแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังส่องสว่างออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ


สู่ความสำเร็จที่แท้จริง


ในด้านการทำงานที่ผ่านมา ทักษอร ประกอบธุรกิจส่วนตัวทางด้านค้าขาย ซึ่งต้องลงทุนอยู่ตลอดเวลาเละสม่ำเสมอ จนเธอรู้สึกสะท้อนใจทุกครั้งที่ต้องควักเงินออกมาโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อได้เรียนรู้การทำงานในระบบเครือข่ายของ สุพรีเดอร์ม ที่เพียงมองในเรื่องของการลงทุนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อทำความเข้าใจ จะคิดได้ว่านี่คือธุรกิจในชีวิตประจำวัน ที่ทำได้ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ฯลฯ เพราะนี้คือสุดยอดธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการบริโภคสินค้าได้ตลอกเวลา ด้วยการเปลี่ยนเพียงแค่ของใช้ภายในบ้านก็จะทำให้มีรายได้ขึ้นมาอีกกระเป๋านึงทันที และยังสามารถทำกำไรก้อนโตเมื่อเปิดบิลเพื่อทำธุรกิจ ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันไม่ยอมอยู่เฉยจึงตัดสินใจทำโดยไม่สนรายได้ในระยะแรกๆ แต่จะมองไปถึงความมั่นคงในระยะยาว


ส่วนความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายที่เธอมุ่งหวังไว้นั้น คือ ความตั้งใจในการให้ความรู้ ความเข้าใจ สร้าง และพัฒนาคนให้มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ให้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายชัดเจนที่สุดของทักษอร โดยให้เหตุผลว่า “การทำงานมีเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ สำหรับดิฉันมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไป แต่การสร้างคนให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่ายมันท้าทายมากกว่า และเมื่อเราทำได้นั้นมันมายถึงความสำเร็จอย่างแท้จริงในอาชีพ”


 


เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า


สำหรับความแตกต่างของ สุพรีเดอร์ม กับที่อื่น ในมุมมองของเธอนั้น คือ การไม่เอารัดเอาเปรียบสมาชิก เพราะที่นี่เมื่อเติบโตก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ โดยจ่ายผลประโยชน์ให้สมาชิกเพิ่มขึ้น จากการรับคอมมิชชั่นธรรมดา ก็จะเริ่มมีการท่องเที่ยวทั้งในและต่างกระเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งหลักใหญ่ๆ ก็คือบริษัทจะมีการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้สมาชิกก้าวไปข้างหน้าได้อย่าง ที่ตั้งใจ “ สุพรีเดอร์ม มีสินค้าที่ดูว่าจะเหมือนที่อื่น แต่จริงๆแล้วไม่เหมือน เพราะพิถีพิถันในการผลิตมาก ทั้งในการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งชั้นนำต่างๆ มาเป็นส่วนประกอบที่หลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีซึ่งล้ำหน้ากว่าที่อื่น ทำให้ “สินค้าของ สุพรีเดอร์ม ของเรามี ในสิ่งที่คนอื่นไม่มี”


ความลับไปสู่ความสำเร็จของ ทักษอร คือ “ความสุข” ซึ่งการที่เธอเลือกเดินไปกับ สุพรีเดอร์ม นั้น เพราะตลอดเส้นทางในการทำธุรกิจ ไค้สร้างความสุขให้กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงิน สุขภาพ คุณภาพชีวิตที่ดี และสุขตลอดเวลาที่ได้พบเจอทีมงานที่ไม่ใช่เฉพาะแค่เงินเดือนออก นั่นจึงทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเธอเต็มเปี่ยม ความสำเร็จที่เข้ามาจึงไม่ยากเลย


และในการทำเครือข่าย ผู้ประสบความสำเร็จเกือบทุกคนจะต้องมีต้นแบบในการทำงาน ซึ่งสำหรับเธอนั้นเลือกที่จะทำตามท่านประธานบริษัท คือ พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ เพราะกว่า 10 ปี ในการทำธุรกิจสพรีเดอร์ม ทักษอร มองว่าท่านประธานมีแนวความคิดด้าน “นวัตกรรม” ซึ่งมักจะนำแนวทางใหม่ๆมาให้สมาชิกอย่างสม่ำเสมอในเรื่องของ “แผนใหม่ที่จ่ายเยอะขึ้น สินค้าใหม่ที่ล้ำหน้าและแนวทางการปฏิบัติเปิดตลาดให้ชวนคนได้ง่ายขึ้น” ทำให้ธุรกิจของ สุพรีเดอร์ม มีสีสัน ตอบโจทย์ให้แก่เธอที่เป็นคนชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของโลกที่ต้องมีวิวัฒนาการ และ “การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” ได้ เพราะความไม่ล้าหลังอยู่หับที่ถึงกับประกาศออกมาว่า “ไม่ว่าสุพรีเดอร์มจะเปลี่ยนอีกกี่หน อะไร ยังไง ดิฉันก็รัก สุพรีเดอร์ม และศรัทธาในตัวคุณหมอในความที่ท่านเป็น “คุณหมอนักพัฒนา” ของเราค่ะ”


“สุพรีเดอร์ม” ธุรกิจแห่งโอกาส


ด้านทัศนคติของคนที่มีต่อระบบนี้ ในเรื่องความชอบ หรือไม่ชอบนั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งเมื่อเราถามเธอในข้อนี้ ก็ได้แง่คิดที่ดีอย่างมากว่า “ต้องให้ความรู้ของธุรกิจเครือข่ายที่ถูกต้อง เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริง เราจึงต้องนำเสนอให้เค้ามองเห็นถึงเหตุและผลของธุรกิจว่ามันเนเรื่องจริง ในการทำงานคนเดียว (งานประจำ) กับการร่วมกันทำงาน 100 คน(เครือข่าย)มันแตกต่างกันยังไง ต้องให้เขาเข้าใจว่า ธุรกิจเครือข่าย คือ ธุรกิจกระจายความเสี่ยง และให้เค้ามองเห็นถึง ความสวยงามของธุรกิจ เพราะคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ไม่เข้าใจในระบบอย่างแท้จริง” และปัจจัยที่จะทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปสำหรับเธอ นั่นคือ “ความรู้” ซึ่งต้องรู้จริง ไม่ช่รู้แบบงูๆปลาๆ โดยหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ คือ ทำระบบให้เป็นต้องช่วยกันสร้างกำลังใจให้เกิดความต้องการ “คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก” พัฒนาคนให้มีความเป็นผู้นำให้รู้ว่านี่คือธุรกิจของคุณ และสิ่งสำคัญสำหรับ ทักษอร เธอมีสิ่งที่ยึดถือเป็นหลักในการดำรงชีวิตอยู่เสมอนั่นคือ “เราอยู่แล้วต้องมีความสุข เพราะความสุขเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่น”


“สุพรีเดอร์ม เป็นธุรกิจแห่งโอกาสจริงๆ ซึ่งคำว่า “โอกาส” มันลึกซึ้งและสวยงามเสมอ อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นและสามารับโอกาสที่มีให้ ที่นี่เรามีที่ประชุมฝึกอบรม โดยบริษัทซัพพอร์ตอย่างต่อเนื่องทุกเรื่อง เราจะดูดีขึ้น สวยขึ้น สุขภาพดีขึ้น มีความสุขกับการทำงานที่ได้ท่องเที่ยว สัมมนา มีสังคมที่ดี ทำไปนานๆ ก็จะมีเพื่อนมากมาย ทำให้เมื่อแก่ตัวเราก็ไม่ต้องทำงานแบบเฉาๆ และนี่จึงเป็นการช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นและงานอื่นอย่างสิ้นเชิง”


 


 


 


Credit by : เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 234 วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2556

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ‘สุพรีเดอร์ม’ดันน้ำมันมะกอกปลุกธุรกิจ แย้มเป้าปี’57ขอยอดแตะ2หมื่นขวด/เดือน







su (Mobile)

 


“สุพรีเดอร์ม” ปล่อยทีเด็ดปลายปี ส่งสินค้าน้ำมันมะกอก ทั้งกลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอางลุยตลาดโค้งสุดท้าย พร้อมประกาศเป้ายอดขายเฉพาะสินค้าน้ำมันมะกอกปี’57 ขอยอดแตะ 2 หมื่นขวด/เดือน ระบุเร่งเดินเครื่องสร้างการรับรู้ช่วงแรกด้วยการสาธิตสินค้าให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับแก่สมาชิกและผู้บริโภคก่อน พร้อมเชื่อหากผู้บริโภคเข้าใจยอดขายโตตามเป้าแน่นอน


หลังจากเงียบหายไปนานสำหรับธุรกิจขายตรงอย่าง “บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ณ เวลานี้ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวของธุรกิจออกมาสู่สายตาคนเครือข่ายบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางด้าน “พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็ได้ออกมาเผยถึงการบุกตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เตรียมที่จะเน้นทำตลาดสินค้าใหม่ที่เป็นน้ำมันมะกอกจากประเทศสเปน ภายใต้ชื่อ “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” ให้มากขึ้น เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ในเรื่องของประโยชน์ของน้ำมันมะกอก


ซึ่งในการทำตลาดในช่วงแรกนั้น ทางบริษัทฯ จะเป็นการเน้นในส่วนของการสาธิตให้ผู้บริโภค และสมาชิกได้เห็นผลก่อนที่จะไปทำตลาด โดยการจัดอบรมให้สมาชิกได้รู้ถึงคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ โดยปัจจุบันต้องบอกว่ายังไม่มีบริษัทขายตรงค่ายไหนที่นำเข้ามาในระบบขายตรงเลย ซึ่งสุพรีเดอร์มเรียกว่าเป็นเจ้าแรกเลยก็ว่าได้ และหลังจากที่มีการทำตลาดไปแล้วประมาณเกือบ 2 เดือน พบว่า ค่อนข้างที่จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายในสินค้านี้ที่ 2 หมื่นขวดต่อเดือน


“วันนี้หากเทียบน้ำมันมะกอกกับน้ำมันรำข้าว เรียกว่าเหนือกว่าเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในเรื่องของกระบวนการผลิต ที่สำคัญน้ำมันรำข้าวในท้องตลาดทั่วไปก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก โดยบริษัทฯ จะเอาคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันมะกอกมาเป็นจุดเด่นในการขาย ด้วยการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกให้ผู้บริโภคได้เห็นอย่างชัดเจน”


สำหรับสินค้าใหม่น้ำมันมะกอก “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหนนั้น “พ.ต.ท.นพ.มั่น” เผยว่า ในช่วงแรกของการทำตลาดคงต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้แก่สมาชิกและผู้บริโภคระยะหนึ่งก่อน ซึ่งวันนี้พบว่า ตลาดน้ำมันปาล์มกับน้ำมันถั่วเหลืองถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก การที่จะแชร์ตลาดในกลุ่มนี้หันมาใช้น้ำมันมะกอกคงต้องใช้การอธิบายให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกก่อน ซึ่งเมื่อผู้บริโภครู้ และเห็นคุณค่าของน้ำมันมะกอกแล้ว เชื่อว่ายอดขายก็น่าที่จะขับเคลื่อนเองโดยธรรมชาติอย่างแน่นอน


ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายสินค้าของสุพรีเดอร์มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะมียอดขายที่มากกว่ากลุ่มของเครื่องสำอางอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ กลุ่มอาหารเสริมมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% และกลุ่มเครื่องสำอางมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะให้ทั้ง 2 กลุ่มมีสัดส่วนยอดขายที่เท่ากัน คือ 50: 50 โดยจะเป็นการใช้น้ำมันมะกอกเป็นตัวดึงยอดในกลุ่มของเครื่องสำอางให้มีสัดส่วนที่เท่ากันกับกลุ่มอาหารเสริมในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งขณะนี้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกของสุพรีเดอร์มที่ออกมามี 9 รายการด้วยกัน อาทิ โลชั่นเช็ดหน้า ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก เป็นต้น ส่วนยอดขายสิ้นปีนี้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท


ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมต่อว่า สุพรีเดอร์มถือเป็นเจ้าแรกที่ได้มีการนำเอาน้ำมันมะกอกเข้ามาสู่ระบบขายตรง โดยการทำตลาดของสุพรีเดอร์ม นับจากนี้นั้น จะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเป็นธงรบในการทำธุรกิจนับจากนี้ ซึ่งสุพรีเดอร์มจะมีการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกเป็นหลัก


“สำหรับเป้าหมายยอดขายของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกนั้น ในปีหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนขวด หรือหากคิดเป็นยอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียว น่าที่จะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทในปีหน้า ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของกลุ่มอาหารเสริมอยู่ที่ 50% กลุ่มความสวยงามอยู่ที่ 30% กลุ่มสินค้าเกษตร 10% ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะเป็นในกลุ่มของเครื่องใช้ในครัวเรือน”


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ปลุกชีพนักขาย เปิดตัวสินค้าใหม่เจาะสุขภาพ







lhh (Mobile)

 


"สุพรีเดอร์ม" รับเป็นขายตรงเจ้าแรก นำเข้า เมอริเนี่ยน โอลีฟ ชูกระแสการรักสุขภาพ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 3 หมื่นขวด ส่วนสิ้นปีตั้งเป้าพันล้าน ส่งไลน์สินค้าใหม่ทำตลาด 9 รายการรวด หวังเพิ่มสัดส่วนอาหารเสริม/เครื่องสำอาง จากเดิม 70/30 เป็น 50/50 ภายในปีนี้ เร่งออกโปรโมชั่นกระตุ้นนักขายส่งท้ายปี


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ในไลน์สุขภาพ โดยเป็นเมอริเนี่ยน โอลีฟ น้ำมันมะกอกธรรมชาติไม่ผ่านกรรมวิธี เหมาะสำหรับ ทอด, ผัด, อบ, ทำสลัด, หมักเนื้อหรือผักเพื่อปิ้งย่าง โดยบริษัทถือว่าเป็นขายตรงเจ้าแรกที่นำเข้ามา โดยตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 30,000 ขวด


"เราเป็นเจ้าแรกในขายตรง ไม่มีคนนำเข้ามา เราขายถูกกว่าท้องตลาด ไดเรกต์เซลล์ มักจะแพงกว่า 2 ถึง 3 เท่า ตัวนี้คอมมิชชั่นน้อย เราก็บอกผู้นำเพราะต้องทำตลาด เราจะให้กระจายใช้ราคาถูกกว่าในห้างคุณภาพเหนือกว่าแน่นอน ไม่มียี่ห้อไหนที่จะทอดได้ ของเราเหมาะสำหรับทอด ผัด อบ ทำสลัด หมักเนื้อ ส่วนมากขายตรงทำตลาดน้ำมันรำข้าว ตรงนี้ความเข้าใจเรื่องน้ำมันมะกอก คนไม่เข้าใจว่ากระบวนการผลิตมีหลายแบบ พวกนี้การปลูกการดูแลประคบประหงมเต็มที่ เหนือกว่าน้ำมันรำข้าวที่ขายกันตามท้องตลาด"


ประธานบริษัทสุพรีเดอร์ม กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้นตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิชชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


"การกระตุ้นยอดเราเพิ่งออกผลิตภัณฑ์ได้เดือนกว่าๆ ต้องลองตลาด แต่เราพบว่าคนชอบ การตอบรับดี บางคนทดลองเอามาขัดผิวด้วย น้ำมันมะกอก แค่ล้างออกมันจะทำให้ผิวนุ่ม สำหรับการตลาดอันนี้เราเป็นซูเปอร์พรีเมียม แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลา กลุ่มคนส่วนใหญ่กินน้ำมันรำข้าว แต่ก็ไม่มาก ส่วนมากคือปาล์มกับถั่วเหลือง ในส่วนที่เป็นอาหารเสริมเราก็ใช้ได้อยู่ เพราเราพยายามทำให้เขาเข้าใจว่ามันไม่เหมือนท้องตลาด กระบวนการมันต่างกัน สายพันธ์ กระบวนการผลิต เราเป็นออแกนิกส์"


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหากต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ผู้ลูกค้ามีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่าบริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







Capture (Mobile)


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คณุหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมาคุณหมอเองก็ได้เดิน สายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอจะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


ในห้วงเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ที่บริษัทขายตรงพันธุ์ไทยแท้ อย่าง บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของ พ.ต.ท.นพ. มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ และแม่ทัพใหญ่คู่ใจอย่าง ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ นับวันยิ่งโตวันโตคืน เพราะเพียงแค่ครึ่งปีแรก 2556 เข้าเป้าตามที่วางไว้ และเชื่อว่าภายใน สิ้นปีนี้น่าจะทำเป้าหมายทะลุ 1,000 ล้านบาท วันนี้หนังสือพิมพ์ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้รับเกียรติจาก ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับภาพรวมของสุพรีเดอร์มหลังจากกลับมา ใช้ชื่อเดิม


ทำไมเปลี่ยนจากนูทริเดอร์ม มาเป็นสุพรีเดอร์ม


หลังจากปี 2553 ที่เราเปลี่ยนชื่อจากสุพรีเดอร์ม มาเป็น นูทริเดอร์ม ซึ่งใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ แต่การที่เราไม่มี ประสบการณ์ในการทำแผนการตลาดแบบไบนารี่ และสมาชิกส่วนใหญ่ ของเราไม่มีความถนัดในแผนการตลาดแบบดังกล่าว จึงทำให้ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มีความถนัด แผนการตลาดในแบบสแตร์สเตปมากกว่า ทำให้เราเปรียบเหมือน ปลาผิดน้ำ ซึ่งแม้จะมีแม่ทีมที่ถนัดขยายธุรกิจแบบไบนารี่เข้ามา แต่ด้วยถูกจำกัดจากโครงสร้างของแผน จึงทำให้ไม่ค่อยเติบโต เท่าที่ควร ดังนั้น ในปี 2555 ที่ผ่านมา ทางคุณหมอมั่นจึงตัดสินใจ กลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์ม และกลับมาใช้แผนสแตร์สเตปเหมือนเดิม


หลังกลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์มแล้วเป็นอย่างไรบ้าง


ค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิก โดยในช่วง ที่บริษัทเปลี่ยนแผนเป็นไบนารี่ ได้มีสมาชิกบางส่วนหยุดทำธุรกิจไปแต่พอเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม และใช้แผนแบบเดิมทำให้สมาชิกเหล่านั้น ค่อยๆ ทยอยกลับเข้ามาทำใหม่กว่า 80% จากทั้งหมดที่หยุดไป ซึ่ง ปัจจุบันมีฐานสมาชิกทั้งหมดประมาณ 80,000 รหัส โดยมีจำนวน สมาชิกที่มีความเคลื่อนไหว (Active) ประมาณ 20,000 รหัส


ปัจจัยที่ทำให้สมาชิกกลับเข้ามาทำธุรกิจต่อคืออะไร


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอ มั่น และผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมา คุณหมอเองก็ได้เดินสายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อสร้างความ มั่นใจให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอ จะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


อัตราการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง


ตัวเลขการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย ปีนี้น่าจะแตะที่ ระดับ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2555 ที่ปิดตัวเลข ยอดขายที่ 600 ล้านบาท โดยปัจจัยที่จะทำให้ตัวเลขยอดขายเติบโต ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดขายตรงเมืองไทย, การจัดประชุม เพื่อฝึกอบรมให้กับสมาชิก และการจัดทริปโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่าง- ประเทศ ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติทริปท่องเที่ยวประเทศ เกาหลีแล้วกว่า 600 รหัส นอกจากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2556 นี้ บริษัทได้จัดงานเกียรติยศสุพรีเดอร์มให้กับสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่งระดับ ยอดมงกุฎนพรัตน์ คือ ชัยยศ แท่นทอง


มองการแข่งขันธุรกิจขายตรงในเมืองไทยอย่างไร


การแข่งขันในธุรกิจขายตรงถือว่าค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันของสินค้าในกลุ่มการเกษตร ซึ่งแม้ สุพรีเดอร์ม จะมีสินค้าในกลุ่มดังกล่าวแต่มีสัดส่วนไม่มาก เนื่องจากจุดแข็งของสุพรีเดอร์ม จะเน้นไปที่ตลาดกลุ่ม เสริมอาหาร และสกินแคร์ ประกอบกับปัจจุบันตลาด ใหญ่ของบริษัทยังคงอยู่ในแถบกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ประมาณ 50% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 20% และภาคใต้ 10%


บริษัทขายตรงเมืองนอกเข้ามา ตีตลาดมีผลกระทบกับบริษัท ขายตรงในประเทศหรือไม่


ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก เพราะ บริษัทขายตรงจากต่างประเทศไม่ได้มีความเข้าใจ หรือรู้ใจคนไทยเท่ากับคนไทยด้วยกันเอง และการที่คุณหมอมั่น เป็นคนไทย ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกอยู่ตลอดว่า ต้องการอะไร แบบไหน ตรงกันข้ามกับบริษัทขายตรงต่างประเทศ นอกจากจะไม่ค่อยเข้าใจคนไทยแล้ว บางครั้งการจะปรับเปลี่ยน นโยบายอะไรใหม่ๆ ต้องส่งเรื่องไปที่บริษัทแม่ก่อน กว่าจะทราบเรื่อง ได้ต้องใช้เวลานาน แต่บริษัทขายตรงของคนไทยสามารถปรับ หรือ เปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่สิ่งหนึ่ง ที่บริษัทขายตรงต้องปรับตัว เพื่อให้แข่งขันกับต่าง- ชาติได้ คือ ผลิตภัณฑ์ ต้องดี มีคุณภาพ ไม่ใช่สุกเอาเผากิน แบบนั้นแข่งกับ ต่างชาติไม่ได้


สุพรีเดอร์มมี นโยบายรุกตลาด AEC อย่างไร


ขณะนี้สุพรีเดอร์มถือว่ามีความ พร้อมมากในการ ออกไปรุกตลาดต่างประเทศ เพราะด้วยศักยภาพของผู้บริหาร และแหล่งเงินทุน แต่ ตอนนี้บริษัทต้องการปูฐานตลาดภายในประเทศให้แน่นก่อน เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีให้ขยายได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาด สินค้าที่เป็นอุปโภค-บริโภค เมื่อตลาดในประเทศแน่นแล้ว หลังจากนั้นค่อยไปขยายตลาดต่างประเทศ


มีมุมมองอย่างไรต่อธุรกิจแชร์ลูกโซ่


ปัจจุบันการปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ถือเป็นเรื่องยาก มากขึ้น เนื่องจากรูปแบบของธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น มาใน รูปแบบของกองทัพมด ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการ ปราบปรามได้ ดังนั้น ประชาชนเองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง วิเคราะห์ด้วยตัวเองว่าเป็นธุรกิจประเภทไหน เช่น ธุรกิจขายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ได้คือ การให้ความรู้ กับประชาชนเกี่ยวกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง และภาครัฐ ต้องชัดเจนในการเร่งดำเนินการ หากสืบทราบว่าบริษัทนั้นเข้าข่าย แชร์ลูกโซ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคนหมู่มาก





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : "สุพรีเดอร์ม" อัดกลยุทธ์กู้ศรัทธา จัดโรดโชว์ 4 ภาคขยับรายรับเพิ่ม 30%







Capture


"สุพรีเดอร์ม" ยอมรับเจอมรสุมช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังมีการเปลี่ยนแปลง ของบริษัท ทำให้ต้องหาทางตั้งหลักใหม่ ส่งผลกระทบต่อยอดขายไม่ขยับ ชี้ปี 56 ทุกอย่างลงตัว เตรียมจัดโรดโชว์ 4 ภาค กู้ศรัทธาหวังดึงยอดขายเข้ากระเป๋า ตั้งเป้าโต 30% ขอรายรับ 1,000 ล้าน บาทสิ้นปี ส่วน AEC มองลาว, กัมพูชา และพม่า เป็นพื้นที่ขยายตลาดอนาคต


นายธรรมนูญ สมบูรณ์สิน ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า การดำเนินธุรกิจเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัททำได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี คือทรงตัวไม่ถึงกับขาดทุน แต่ก็มีกำไรไม่มากนักเนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทกำลังปรับเปลี่ยนหลายอย่าง มีการวางระบบใหม่พอสมควร ทำให้ไม่ได้เน้นที่ยอดขายมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2556 นี้ บริษัทมีความพร้อมมากกว่าเดิม ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น และพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดธุรกิจขายตรงเต็มตัวแล้ว


"เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ บริษัทกำลังวางรากฐานใหม่ ทำให้สมาชิกที่จะเข้ามาใหม่ยังไม่เข้าใจแผนการตลาด แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนให้ทุกอย่างลงตัวแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2554 ถึง ปี 2555 ถือเป็นช่วงกำลังตั้งหลักให้ได้ แต่มาถึงปี 2556 บริษัทตั้งหลักได้แล้ว และพร้อมจะลุยต่อด้วยการขอมีส่วนแบ่งการตลาด โดย คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 30% คิดเป็นยอดขาย 1,000 ล้าน บาท" ธรรมนูญ เผย


"ตอนนี้มีสมาชิกที่พิชิตโปรโมชั่นไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นได้เป็นจำนวนมาก รวมแล้วเกือบพันคน ซึ่งทางสุพรีเดอร์ม ได้มีการจัดทริปท่องเที่ยว ดีๆ อยู่ตลอด พร้อมมอบโบนัสพิเศษต่างๆ มากมาย รวมถึงการให้การสนับสนุนทุกระดับชั้นในองค์กรอย่างไม่มีแบ่งแยก และ การประสบความสำเร็จของสมาชิกครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องชี้วัดว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันแต่ละบริษัทมีสินค้าที่โดดเด่นถูกใจผู้บริโภค หลายอย่าง"


"ขณะที่สินค้าของบริษัทก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ยังเป็นสินค้ากลุ่มเดิมๆ อย่าง อาหารเสริม, คอสเมติกส์, การเกษตร และเครื่องครัวเรือน โดยคุณภาพ ดีอยู่แล้ว แต่ในส่วนผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร เสริมจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ มีการสั่งซื้อจัดส่งเป็นจำนวนมาก และในช่วงหลัง สงกรานต์นี้ ทางบริษัทจะมีการแถลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเสริมออกมาใหม่ มั่นใจว่าจะตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น และจะเดินทางไปโปรโมตสื่อทุกแขนง"


สำหรับแผนการตลาดในปี 2556 ผู้ช่วยกรรมการ "สุพรีเดอร์ม" ได้กล่าวว่า "ตอนนี้ได้มีการเดินทางออกไปโรดโชว์ทั้ง 4 ภาค ซึ่งแต่ละที่ก็มีตลาดน่าสนใจแตกต่าง กันไป และทุกครั้งที่ออกไปมีสมาชิกเข้ามา ร่วมธุรกิจกับบริษัทตลอดทุกครั้ง ทำให้ขยายตลาดได้เรื่อยๆ และได้มีการออกไป จัดสัมมนาให้ความรู้ พร้อมการฝึกอบรมให้ กับสมาชิกตามสาขาที่อยู่จังหวัดต่างๆ ซึ่ง สมาชิกส่วนใหญ่จะมีฐานะในระดับกลาง และฐานสมาชิกจะมีอยู่มากที่ภาคกลาง รองลงมาก็เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้"


"ในส่วนของ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก 2 ปีข้างหน้า ทางบริษัทก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว และไม่กลัวหากถึงวันนั้นจริงๆ ถึงแม้สุพรีเดอร์มจะยังไม่มีสาขาในต่างประเทศ แต่ก็มีสายงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหลายคน ซึ่งทางสมาชิกที่ประเทศไทยก็ส่งสินค้าไปให้ และได้เดินทางกันอยู่บ่อยๆ อย่างประเทศลาว, กัมพูชา และพม่า เพราะรอแค่ว่า หากเริ่มมีสายงานเกิดขึ้นเยอะจนได้รับความนิยมมาก เราก็จะไปเปิด ศูนย์ที่นั่นแน่นอน"


"ตอนนี้สุพรีเดอร์มมีสำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ คือ อาคารชำนาญเพ็ญชาติ โดยได้แยกย่อยออกไปอีก 95 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้สมาชิกไม่ต้องกังวล เรื่องการหาซื้อสินค้า อีกทั้งยังมีโรงงานที่เป็นฐานการผลิตที่เต็มไปด้วยศักยภาพและความพร้อม มาตรฐานการผลิตสากล โดยโรงงาน 4 แห่ง มีที่ตั้งจังหวัดปทุมธานี 2 แห่ง และที่จ.อุดรธานี 2 แห่ง บนเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ เป็นโรงงานได้รับการรับรองระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001 และมาตรฐานการผลิตอาหาร GMP, HACCP และใบอนุญาตผลิตจากคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข"




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เศรษฐกิจฟื้น การเมืองเปิดทาง ขายตรง (MLM) คังเซน-เคนโก,สุพรีเดอร์ม,เฮอร์บาไลฟ์ เสริมภูมินักขายอบรมถี่ยิบ..ดึงเรตติ้ง


เศรษฐกิจในประเทศดี การเมืองไร้ความรุนแรง แผ่อานิสงส์สู่ธุรกิจขายตรง คังเซน-เคนโก จัดอบรม นักขายอัดหลักสูตรพื้นฐาน เพิ่ม อาวุธสมาชิก สุพรีเดอร์ม ปลุกกระแสน้ำสมุนไพร ตีคู่คอร์สอบรมดึงเรตติ้งคืน ด้าน เฮอร์บาไลฟ์ เดินสายภูธร เน้น หนักที่ตลาดต่างจังหวัด

ดูจะกลายเป็นข่าวดีของบรรดา บริษัทขายตรง ที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีความรุนแรงอย่างเช่นหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ได้เลวร้าย ทำให้หลายแบรนด์เดินหน้า ขนกลยุทธ์ออกมาห้ำหั่นกันฝุ่นตลบ โดย บริษัทส่วนใหญ่ทิ้งน้ำหนักไปที่การให้ความรู้กับนักขายเป็นสำคัญ ซึ่งต้องดูว่าหลักสูตรติดอาวุธสมาชิกของใคร จะทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่หวัง

> คังเซน-เคนโก แก้จุดอ่อน อัดหลักสูตรพื้นฐานให้สมาชิก

นายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2555 บริษัทจะมีการปรับโครงสร้างระบบภายในบริษัท โดยจะเป็นการพัฒนาให้ เข้าสู่ระบบเครือข่ายขายตรงอย่างเต็ม รูปแบบมากขึ้น อย่างไรก็ดี น่าจะไม่เปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างธุรกิจไปเลยทีเดียว แต่จะเน้นการสร้างความสมดุล ระหว่างจุดแข็งและจุดบกพร่องของบริษัท โดยจุดแข็งที่สำคัญของเราในขณะนี้ คือ ปัจจุบันบริษัทมีผู้จำหน่ายอิสระที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราจะพบโลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์จำหน่ายสินค้าของคังเซนฯ ทั่วทั้งประเทศกว่า 1 หมื่นศูนย์ แต่กลับพบว่าผู้จำหน่ายเหล่านั้นไม่ได้รู้วิธีการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง จึงเป็นเหตุให้พวกเขามีรายได้ไม่ต่อเนื่อง เกิดการสูญเสียลูกค้า และเลิกทำธุรกิจ ไปโดยปริยาย

ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้า ของธุรกิจคังเซนฯ ในต่างประเทศหัวเรือใหญ่ของคังเซนฯ ก็ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปเปิดธุรกิจในต่างประเทศแล้ว 5 ประเทศด้วยกัน คือ อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า, กัมพูชา และ เวียดนาม โดยประเทศที่มียอดขาย เติบโตมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย ซึ่ง ในปีแรก มียอดขายทะลุ 950 ล้าน บาท อยู่ในอันดับท็อปเทนของบริษัท ขายตรงที่นั่น ส่วนลาวมียอดขายประมาณ 160 ล้านบาท พม่า ประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนกัมพูชา และเวียดนาม ยังถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการ เข้าไปดำเนินธุรกิจ

"อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจคังเซนฯในประเทศพม่ามียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 2-3 ล้านบาท จากเดิมที่ขายได้เพียง 1 ล้านบาท ดังนั้นภายในสิ้นปีนี้ตนจึงคิดว่ายอดขายในพม่าอาจจะทะลุ 25 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญน่าเกิดขึ้นจากการเริ่มหันมาเน้นการดำเนินธุรกิจขายตรงตามระบบมากขึ้น และในขณะนี้ตนก็เริ่มสนใจที่จะเข้าไปเปิดธุรกิจคังเซนฯ ในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ และฮ่องกง เพราะทั้ง 2 ประเทศมีฐานสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคของบริษัทคังเซนฯ เครือข่ายขายตรงของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ทศวรรษโดยตนคาดว่าไม่เกินงานวันเกิดฉลองครบรอบ 20 ปี บริษัทจะสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมทุกประเทศในแถบอินโดจีนได้อย่างแน่นอน

> "สุพรีเดอร์ม" จัดโปรฯ เต็มพรืดสร้างแรงจูงใจสมาชิก

ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สินผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่ากลยุทธ์ทางการตลาดในข่วงไตรมาสที่ 3 บริษัทเตรียมเพิ่มสินค่าใหม่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของสมาชิก โดยจะเป็นสินค้าจำพวก Mass Product ซึ่งจะทำให้สมาชิกสามารถนำไปเสนอผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวและเริ่มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ 3 รายการ เพื่อเข้ามาเจาะเทรนด์ตลาดคนรักสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มสมุนไพรปัญจะ ภูตะ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรถึง 39 ชนิด ช่วยปรับสมดุลของธาตุทั้ง 5 และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย โดยหลังจากบริษัททำการทดลองตลาดภายในช่วงเดือนที่ผ่านมาสมาชิกและผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนั้นบริษัทยังมีกลยุทธ์เพิ่มการฝึกอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเครือข่าย บริษะทพยายามจัดการฝึกอบรมในคอร์สต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของสมาชิกและพนักงาน เพื่อให้พวกเขามีความรู้ที่จะสามารถบริการหรือตอบสนองความต้องการต่งๆ ของผู้บริโภคได้ให้สามารถออกไปนำเสนอผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยบริษัทจะมีระบบการจัดฝึกอบรมในทุกๆ วันพุธ ส่วนศุนย์สาขาต่างๆ ก็จะมีการจะดประชุมในทุกๆ เสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมพิเศษในเรื่องของสินค้าและกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

ส่วนในด้านศูนย์อบรมหรือสาขาของบริษัทนั้น ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 96 สาขา กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยสัดส่วนยอดขายส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในปีนี้หากทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ ตนก็อยากที่จะเปิดสาขาให้ครบ 100 สาขา และในด้านการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นการทำงาน โดยเฉพาะโปรฯท่องเที่ยว บริษัทจะเปลี่ยกฎเกณฑ์ในรูปแบบใหม่ คือ จากเดิมที่บริษัทใช้ระบบอิงกลุ่ม เปลี่ยนมาใช้ระบบอิงเกณฑ์ หากใครผ่านเกณฑ์พที่บริษัทกำหนดก็สามารถไปท่องเที่ยวได้เลย และหากใครเก่งทำเป้าได้สูง ก็อาจจะไปท่องเที่ยวได้มากกว่า 2 ที่นั่ง

> "เฮอร์บาไลฟ์" เน้นปั้นสมาชิกภูธร

นายจักพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การตลาดในปีนี้เฮอร์บาไลฟฟ์จะยังคงเน้นการขยายตลาดออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยการลงพื้นที่แต่ละครั้ง บริษัทจะมีการจะดกิจกรรมโดนเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ยังไม่มีในส่วนนี้ จึงอาจทำให้ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากนัก และยังมีกิจกรรมที่ชื่อว่า "วันนี้คุณดื่ม Shake แล้วหรือยัง" ซึ่งเป็นแผนการโปรโมตผลิตภัณฑ์หลักที่ดีขายดีที่สุดของบริษัท

"นอกจากกลยุทธ์ต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ในปีนี้บริษัทจะเน้นการฝึกอบรมมากขึ้นจะมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมของสมาชิกมากขึ้น ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีการจัดอบรมหรือประชุมรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และมีเรื่องน่ายินดี คือในการจัดประชุมครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า จึงถือได้ว่าการกำหนดนโยบายส่งเสริมสนับบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทอย่างเห็นได้ชัด "นายจักรพันธ์ เปิดเผยโดยภายในสิ้นปีนี้หรือปีหน้า
บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดศูนย์สาขาโดยมีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากบริษัทได้มองเห็นถึงศักยภาพความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวไปอย่างรวดเร็วมากซึ่งตนคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณในการเปิดศูนย์แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับถัดไป

"อย่างไรก็ดี ตนก็มีความเป็นห่วงอยู่บ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองจองไทยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของประชาชนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานออฟฟิศสาขาไทยก็อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบทางการเมืองจุดนี้อาจส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากของบริษัทเกิดปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญด้านการขยายเครือข่ายส่วนปัญหาทางด้านเศรษฐกิจตนคิดว่าไม่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจขายตรงเพราะจากการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ธุรกิจขายตรงโดยรวมเติบโตมากกว่า 10% ทุกปี" นายจักรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง24-7-2012