ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่า่ย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่า่ย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวเเซนสยาม (Xiansiam) : แซนสยามต้นปีเจอพิษนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ เร่งอัดแคมเปญแรงแซนสยามมอบโชคครั้งที่ 2







Capture (Mobile)


แซนสยาม เผยภาพรวมธุรกิจที่ผ่านมา 5 เดือน กระแสธุรกิจตก หลังเจอคู่แข่งนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ 2 เจ้า ออกอาวุธทุกรูปแบบทำธุรกิจเป๋!..ล่าสุดออกแคมเปญร้อนแรง แซนสยามมอบโชค ครั้งที่ 2 แจกจริงเห็นๆ ถึง บ้าน...ด้าน สมชาย แย้มกลยุทธ์บุกตลาดนับจากนี้มุ่งสู่ตลาดอาเซียน พร้อมเป้าหมายสิ้นปี 1 พันล้าน


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงภาพรวมของธุรกิจในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต้อง ยอมรับว่า แซนสยาม เอง ประสบปัญหา ในเรื่องของคู่แข่งนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ที่ เป็นของคนในท้องถิ่น โดยได้มีการลอก เลียนแบบสินค้าเกิดขึ้นถึง 2 แบรนด์ด้วย กัน พร้อมกับมีส่วนผสมที่ค่อนข้างใกล้เคียง กันอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เป็นห่วงผู้บริโภคที่อาจจะได้ รับข้อมูลแบบผิด ๆ ทำให้เกิด การหลงเชื่อในสินค้าได้


ในช่วงที่ผ่านมา ถือ เป็นความโชคดีของบริษัทฯ ที่ มีโปรโมชั่น แซนสยาม มอบ โชค ครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ทำให้มี ผู้บริโภคหลาย ๆ คนได้รู้ว่า แซนสยามยังมีตัวตนอยู่ พร้อมกับยังได้รับรู้ข้อมูลที่ เป็นจริง ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่า ตลาดแซนสยามค่อนข้างที่จะ มีการสั่นไหวในธุรกิจพอสมควร แต่ปัจจุบันทุกอย่างเริ่มกลับ มาเป็นปกติแล้ว


สำหรับกลยุทธ์การบุก ตลาดของ แซนสยาม นับ จากนี้นั้น ทางด้าน สมชาย เผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ เริ่มที่จะ ขยายตลาดในต่างประเทศ มากขึ้น เพื่อเป็นการรองรับ กับตลาดอาเซียนที่บริษัทฯ ได้ มีการเริ่มบุกตลาดไปในบาง ประเทศบ้างแล้ว อาทิ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาหลี กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย พร้อมกับมีแผนที่ จะเจรจาเข้าไปทำธุรกิจในอีก หลาย ๆ ประเทศด้วยกัน ซึ่ง คาดว่าแซนสยามเอง น่าที่จะ สามารถแจ้งเกิดได้ในแต่ละ ประเทศด้วยกัน


การก้าวสู่ตลาดอาเซียน ในปี 2558 นี้ น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งโอกาสที่ดี ในการขยาย ธุรกิจของแซนสยาม ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะบริษัทฯ ได้มีการ ทำงานไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว พร้อมกับมองว่าในการเปิด เสรีทางการค้านี้ ยังจะ เป็นการอำนวยความสะดวก ในหลาย ๆ เรื่องอีกด้วย เช่น กำแพงทางภาษี ค่าเอฟทีเอ รวมถึงการขออนุญาตสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่ง สินค้าออกไปต่างประเทศ เป็นต้น


นายสมชาย กล่าวต่อว่า วันนี้หากถามว่าตลาดของ แซนสยามในเมืองไทยแน่น หรือยัง คงต้องบอกว่ายังไม่ ถือว่าแน่นและครอบคลุมทั่ว ประเทศเท่าไหร่ ซึ่งภายใน 3-5 ปี นับจากนี้ บริษัทฯ ได้มี การวางเป้าหมายที่จะมีสาขา ทั้งหมดไม่ต่ำากว่า 20 สาขา ด้วยกัน รวมถึงมีศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ในทุกจังหวัด และมีเครือข่ายเน็ตเวิร์คที่ สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่อีก ด้วย พร้อมกับตั้งเป้าหมาย ยอดขายในปีนี้ที่ 1,000 ล้าน บาท


ขณะนี้แซนสยาม กำลังขยายทีมงานบุคลากร ทางการตลาดหลายอัตรา ด้วยกัน เพื่อต้องการเสริม กำลังในการรุกขยายตลาด ภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น โดย หากสามารถขยายตลาดไป ตามจุดต่าง ๆ ได้ตามเป้า หมายที่วางไว้ เชื่อว่ายอดขาย 1,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ อาจ จะเฉียดเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยเช่นกัน และยอดขายในปี นี้น่าที่จะเติบโตกว่าปีที่ผ่าน มาอย่างแน่นอนส่วนหนึ่งเป็น เพราะมีตลาดต่างประเทศ วิทยุชุมชน ที่เป็นอีกหนึ่งแรง ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต นั่นเอง


ท้ายสุดนี้ สมชาย ยัง ได้เผยถึงทิศทางการแข่งขัน ในธุรกิจขายตรงในส่วนของ ตลาดนํ้ามังคุด ต้องยอมรับว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดนํ้า มังคุดค่อนข้างมีการขยาย ตัวอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ เริ่มมีสินค้าที่เกี่ยวกับมังคุด เกิดขึ้นในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งที่เป็นของจริงและ ไม่ใช่ของจริงในตลาด ซึ่ง ถือว่าค่อนข้างน่ากลัวสำหรับ ผู้บริโภค หากมีการโฆษณา ชวนเชื่อ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าวันนี้ผู้ บริโภคค่อนข้างที่จะมีความ รู้มากพอ ที่จะทราบว่าธุรกิจ ไหนจริง ธุรกิจไหนหลอกลวง นั่นเอง





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

สเตม เทค รุกไทยเต็มเหนี่ยว หลัง สคบ. และ อย. เปิดไฟเขียว







mlm (Mobile)


สเตม เทค เผยเหตุ การเข้ามาเปิดตลาดไทย เตรียมพร้อมลุยเต็มที่ ด้วยแผนให้ความรู้ ทดลองใช้สินค้า แล้วบอกต่อ ที่เป็นกลเม็ดที่ใช้กันทั่วโลก มั่นใจไทยมีความต้องการสินค้ากลุ่มสเตมเซลล์ หลังซุ่มเงียบมาตั้งแต่ปลายปี 2555 ขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่ หลังผ่านการอนุมัติจาก สคบ. และ อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


คริสเตียน เดรปโป ผู้ร่วมก่อตั่งและประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ สเตม เทค อิงค์ เปิดเผยว่า การที่บริษัทเลือกทำตลาดในประเทศไทย เพราะเล็งเห็นว่าตลาดสเตมเซลล์ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ยังมีความต้องการสูง ดังนั้นจึงมองเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทที่จะเข้ามาขยายตลาดอีกทั้งประเทศไทยมีการทำตลาดในกลุ่มของสเตมเซลล์และเอ็นเอจจิ้งเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีบริษัทใดที่จะเข้าไปสอน และให้ความรู้ที่แท้จริงกับผู้บริโภค


สำหรับแผนการทำตลาดในประเทศไทย จะเริ่มจากการให้ความรู้กับทีมงานและการให้ทดลองใช้สินค้า หลังจากนั้นก็จะเกิดกระบวนการบอกต่อซึ่ง สเตม เทค จะใช้การทำตลาดในลักษณะนี้ การบอกต่อเหมือนกับทุกประเทศในการเข้าไปทำการตลาด และการที่บริษัทได้ทำการตลาดในลักษณะนี้ เพราะมีความมั่นใจว่าสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว


ในส่วนของสินค้าที่จะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยปีนี้ มีด้วยกัน 4 รายการ โดยจะทยอยสินค้าออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้ารายการแรกที่ผ่าน อย. เรียบร้อยแล้ว คือ เอเอฟเอ เอ็กซ์ แทร็ก เป็นเสริมอาหารที่ผลิตจากสเตมเซลล์ของพืช และอีก 3 รายการ อยู่ในขั้นตอนของ อย. คาดว่าจะสามารถนำเข้ามาทำตลาดได้เร็วๆ นี้ จากสิ้นค้าทั้งสิ้นมี 9 รายการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เสริมอาหาร และสกินแคร์


คริสเตียน กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ สเตม เทค ทั่วโลกกำลังเติบโตเป็นอย่างดี แม้ในบางประเทศสินค้ากลุ่ม
สเตมเซลล์ยังเป็นสินค้าที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่ยังสามารถที่จะทำตลาดได้ และยังเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาด และคาดว่าภายใน 5 ปี ข้างหน้า สเตมเซลล์จะเป็นสินค้าที่มีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้จาก ยอดการจำหน่ายสินค้าของบริษัทที่เติบโตขึ้นทุกปี โดยปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายรวมกันทั่วโลกได้ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ และตลาด Top 5 ของ สเตม เทค ได้แก่ กานา เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา เกาหลี และมาเลเซีย


อนึ่ง สเตม เทค เป็นบริษัทขายตรงสัญชาติอเมริกัน ที่เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2005 มีสาขาอยู่ทั่วโลกจำนวน 23 สาขา โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 23 ซึ่ง สเตม เทค ได้ เข้ามาในประเทศในช่วงปลายปี 2555 อย่างไรก็ตาม การเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย บริษัทได้จดทะเบียนเป็นบริษัทต่างชาติ 100% มีแผนธุรกิจแบบสแตร์สเตปและได้ผ่านการอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556