ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายเชน ใจซื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายเชน ใจซื่อ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

อยากเห็นการแก้ ก.ม. โดยเร็ว !







suphanburi_26-400 (Mobile) 

 


ตราบใดที่กฎหมายขายตรงยังไม่มีการแก้ไข หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็เหมือนว่าเสียงเรียกร้องของ ผู้ประกอบการ และผู้ที่มีส่วนกับธุรกิจขายตรง ก็คง จะยังไม่หยุดให้ความคิดเห็น ว่าถึงเวลาที่กฎหมายจะต้อง มีการปรับ ซึ่งฉบับนี้ก็เป็นอีกครั้งที่หนึ่งในผู้ประกอบการต้องการ เห็นการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายขายตรง ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรภายใต้แบรนด์ "ดาวปูแดง" เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ในประเด็นกฎหมายขายตรง ว่า ตนอยากให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรงเร็วๆ เพราะจะช่วย ให้การทำธุรกิจของบริษัทปลอดภัยขึ้น โดยมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีชอบแอบอ้างทำลายชื่อเสียง อีกทั้งยังมีการปลอมแปลงสินค้าเลียนแบบ ทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์เรื่องนี้ไปอีก


หากมีกฎหมายที่แข็งแรง มีกติกาที่ชัดเจนครอบคลุมทุกมิติ เชื่อว่า จะทำให้คนที่คิดจะกระทำผิดก็จะทำได้ยากขึ้น และเป็นการ ป้องกันไม่ให้บริษัทที่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างโปร่งใสต้องคอยตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย พร้อมกับเป็นการยกระดับธุรกิจขายตรงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยในหลายๆ ประเทศยังไม่มีกฎหมาย ขายตรง หากประเทศไทยทำสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบให้หลายๆ ประเทศในอาเซียน หรือประเทศใดก็ตาม เข้ามาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้


"ผมว่ากฎหมายขายตรงยังมีหลายจุดให้แก้ไข เพราะยัง เอื้อต่อธุรกิจบางประเภทที่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไป รวมถึงกฎหมายฉบับปัจจุบัน ก็ยังไม่คุ้มครองผู้ประกอบการเท่าที่ควร อาจ จะคุ้มครองผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเวลามีปัญหาเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ รัฐก็จะเข้ามาดำเนินคดีลำบาก เพราะกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมเพียงพอ กว่าจะฟ้องร้องกันเสร็จก็เสียเวลากันนาน ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี"


โดยตอนนี้ใกล้จะเกิดการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ในปี 2558 อยากให้รีบปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง โดยด่วน เนื่องจากหลายๆ บริษัทขายตรงในเมืองไทย จะได้ปรับ ตัวเองรับมือกับเรื่องนี้ เพราะหากกฎหมายขายตรงปรับแก้ไขแล้ว บริษัทต่างๆ จะได้รีบปรับนโยบายธุรกิจของตัวเองให้ควบคู่ ไปด้วย จะได้ไม่ต้องไปปวดหัวกันทีหลัง และเป็นการสร้างความ เชื่อมั่นของธุรกิจขายตรงต่อไปด้วย


"มูลค่าธุรกิจขายตรงแต่ละปีเป็นแสนๆ ล้าน มีประชากร ที่เข้ามาทำอาชีพนี้เป็นจำนวนกว่า 10 ล้านคน ซึ่งธุรกิจขายตรง สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ และยังช่วยให้คนตกงานมีอาชีพทำ ถือเป็นข้อดีที่หน่วยงานรัฐควรจะเข้ามาศึกษาและสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะผลประโยชน์จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศชาติด้วย"








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"ดาวปูแดง" วอนขอเข้าตลาดหุ้นชู โครงการ "ปลูกเผือกหอมพันล้าน"


ดาวปูแดง ผุดโครงการ ปลูกเผือกหอมพันล้าน หนุนเกษตรกรเข้าร่วมรับวิกฤติแล้ง ชี้ โครงการนี้ส่งอานิสงส์ชาวไร่ใช้สินค้าบริษัท ตั้งความหวังกรรมการตลาดหุ้นพิจารณา หลัง ก.ล.ต. ออกโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ดันฝันเป็นบริษัทขายตรงเจ้าแรกได้นามสกุลมหาชน เรียก เรตติ้ง ยกระดับแบรนด์


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง ภายใต้ระบบธุรกิจขายตรง เปิดเผยความคืบหน้าการยื่นเรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์ ต่อ สยามธุรกิจ ว่า ในขณะนี้ดาวปูแดง ถือได้ว่าเป็นบริษัทจำหน่ายปุ๋ยเจ้าแรกและเจ้าเดียวในเมืองไทย ที่ยื่นเรื่องเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแผนดำเนินงานดังกล่าว เป็นไปตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรม การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลอง ครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสำนักงาน


โดยบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ ต้องมีคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติ ต่างๆ ผ่าน จะได้รับการพิจารณาจากสภาอุตฯ และสภาหอฯ จังหวัด และจะได้เสนอเรื่องไปยัง ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป


ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติ ต่างๆ ทั้ง 4 ประการแล้ว ในขณะนี้จึง อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยระหว่างนี้ บริษัทต้องมีการคิดค้นโครงการ ใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยรวม หากโครงการที่คิดค้นเป็นที่น่าสนใจ และช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงๆ การประสบความ สำเร็จได้รับเลือกให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป


นายเชน กล่าวแสดงความมั่นใจว่า บริษัทมีโอกาส สูงถึง 80% ที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับไม่เกินปลายปีหน้า โดยโครงการสำคัญเรื่องหนึ่ง ที่บริษัทเร่งดำเนินการ และถือเป็นโครง การที่ทำมาตั้งแต่ต้น แม้จะยังไม่ยื่นเรื่องเข้าตลาดหุ้น คือ การส่งเสริมให้สมาชิกของบริษัท รวมถึงประชาชนทั่วไป ปลูกพืชที่มีการรับประกันราคา เช่น เผือกหอม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้รับซื้อสินค้าดังกล่าวทั้งหมดจากชาวบ้านในราคาประกัน เพื่อส่งขายสู่พ่อค้าคนกลางต่อไป โครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พวกเขา และจะทำ ให้ชาวบ้านไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง


นายเชน ได้กล่าวอีกว่า โครงการส่งเสริมการปลูก เผือกหอมดังกล่าว ยังเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสมาชิกของบริษัท และชาวบ้านได้ต่อไป เนื่องจากพืชดังกล่าวใช้ปริมาณน้ำน้อย ต่างจากการทำนา หรือพืชอื่นๆ ถือเป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะ ขาดทุนของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกที่ร่วมโครง การนี้แล้วกว่า 100 คน ในพื้นที่เกือบ 1 พันไร่ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในแถบพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท อย่างไรก็ดีเราจะร่วมมือกับรัฐบาลในการรณรงค์ กระจายข่าวสารความรู้เรื่องนี้ไปสู่ชาวบ้านในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป โดยตั้งเป้าว่า ก่อนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ต้องขยายพื้นที่ดำเนิน โครงการให้ครอบคลุมกว่า 5 พันไร่


นายเชนได้มองภาพรวมของการเข้าสู่ตลาดหุ้น ว่า สำหรับนโยบายการเข้าสู่ตลาดหุ้นของบริษัท ตนมองว่าได้ส่งผลดีหลายประการ คือ นอกจากจะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัท และเตรียมความพร้อมสู่ตลาด AEC แล้ว ยังมีข้อดีในเรื่องเงินทุน ที่มีดอกเบี้ยต่ำ และความเสี่ยงต่างๆ ก็ลดน้อยลง ส่วนโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ตนมองว่าเป็นโครงการที่เปิดกว้างให้แก่ ธุรกิจต่างๆ ในต่างจังหวัดให้สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการส่ง เสริม สนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาส ในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาวปูแดง จะสามารถผ่าน คุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถ ใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอนด้านผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ นายเชน เปิดเผยว่า เติบโตขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนสิ้นปีตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 220 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1351 ประจำวันที่ 10-11-2012 ถึง13-11-2012

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปุ๋ยอินทรี หมื่นล้าน วูบ50%



ปุ๋ยอินทรีย์หมื่นล้าน ยอดหดกว่า 50% หลังรัฐบาลส่งโครงการปุ๋ยลดต้นทุนมูลค่า 3,500 ล้านอุดหนุนภาคเกษตรกร ดาวปูแดง โอดได้รับผลกระทบหนักยอดวูบไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท ขณะที่แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม-ยูนิไลฟ์-กิฟฟารีน ชี้ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นสินค้าคนละกลุ่มเป้าหมาย
จากกรณีที่รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ"ปุ๋ยลดต้นทุน" ด้วยการสนับสนุนเงินจำนวน 3,500 ล้านบาทอุดหนุนปุ๋ยเคมี   ส่งผลให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า โดยเรื่องดังกล่าว นายเชน  ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตรีริช จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์และผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อการเกษตร เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า  ขณะนี้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลได้สนับสนุนแก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนโครงการประกันรายได้เกษตรกร ในการจ่ายเงินค่าชดเชยปุ๋ยให้เกษตรกรเป็นการแบ่งเบาภาระหรือลดต้นทุนการผลิตในอัตรา 1.50 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 1,500 บาทต่อตันนั้น ประกอบกับสภาวะภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือภัยแล้ง ส่งผลให้ยอดขายปุ๋ยอินทรีย์ของบริษัทลดลงกว่า 60 ล้านบาท ขณะที่ตลาดรวมของปุ๋ยอินทรีย์ที่มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% จากมูลค่าปุ๋ยทั้งระบบ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีสัดส่วนลดลง 50% หรือเหลือเพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น
"แต่เดิมจากที่ผ่านมาราคาปุ๋ยเคมีปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรมองหาทางเลือกในการลดต้นทุนด้วยการหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน ซึ่งคาดว่าส่วนแบ่งของตลาดปุ๋ยอินทรีย์จะเพิ่มขึ้น 1-2% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,000-2,000 ล้านบาท แต่จากนโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการระยะสั้น แต่จะส่งผลกระทบกับผู้ผลิตไม่น้อยกว่า 6 เดือนอย่างแน่นอน
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทหาวิธีการในการกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น โดยวางกลยุทธ์อัดแคมเปญสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกที่ทำยอดขายได้ถึงเป้า ด้วยการเพิ่มทริปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับต้องมีความคุ้มค่า  รวมทั้งเร่งการปรับธุรกิจมาสู่ระบบแฟรนไชส์และตั้งเป้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและเติบโตอย่างมั่นคง  พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมชี้ช่องรวย 2011 ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-3 ก.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทในฐานะผู้ประกอบการปุ๋ยอินทรีย์ต้องการขอให้ภาครัฐให้ช่วยสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างที่เคยทำมา  แม้ว่ารัฐบาลมีโครงการปุ๋ยลดต้นทุน เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้องเป็นเรื่องที่ดี  แต่ในขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมความรู้แนวทางเกษตรอินทรีย์ควบคู่ไปด้วย  เพื่อปูทางสู่เกษตรปลอดสารพิษอย่างยั่งยืน
ด้านนายพีรพงษ์ หลังปูเต๊ะ กรรมการบริการ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับพืช กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์อย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้น เนื่องจากเป็นนโยบายที่แข่งขันกับภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งในส่วนของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายไม่ใช่ปุ๋ย แต่เป็นอาหารเสริมสำหรับพืช ที่ไม่ใช่ชนิดเดียวกันกับปุ๋ยที่รัฐบาลจัดโครงการ
ขณะที่นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า นโยบายดังกล่าว ถือเป็นผลดีในการที่ภาคเกษตรกรจะได้ใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาถูกลง แต่จะส่งผลกระทบกับผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ คาดว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ขณะที่ในส่วนของบริษัทนั้นผลิตปุ๋ยเกร็ด และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดจำนวนปุ๋ยสำหรับใส่พืช จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ส่วนดร.นารี  สุทธปรีดา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกษตร กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐแต่อย่างใด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นปุ๋ยน้ำที่ใช้สำหรับพ่น ไม่ใช่เป็นปุ๋ยที่ใช้ในดินเหมือนที่ภาครัฐบาลจัดโครงการปุ๋ยลดต้นทุน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,646 23-25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฉลองชื่นมื่น



นายเชน ใจซื่อ (คนที่สองจากซ้าย) ประธานกรรมการ บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรภายใต้แบรนด์ “ดาวปูแดง” ล่องเรือดื่มฉลองความสำเร็จร่วมกับนายเสรี รุ่งสว่าง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง พร้อมด้วยหัวหน้าสายงานภาคต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสงสียามราตรีของกรุงเทพฯที่สวยงาม ยืนยันความสำเร็จผลิตภัณฑ์ดาวปูแดงที่สามารถครองใจลูกค้าได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์เร็ว ๆนี้

ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดย ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

“นิวตริริช” ออกกลยุทธใหม่ เข้าถึงเกษตรกร



นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรแบรนด์ “ดาวปูแดง” ร่วมประชุม OPP สัญจรครั้งใหญ่ พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ เฮิร์บดาวปูแดง ให้แก่ เกษตรกรที่เข้าร่วมการประชุมมากมาย ณ ตลาดบางสะพานใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา






ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดยไทยพีอาร์ ดอทเน็ต