ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIR แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIR แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ตอกย้ำความสำเร็จ จัดงาน Grand Opening ณ สโมสรทหารบก !! พร้อมบทสัมภาษณ์ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัทฯ








ขายตรงน้องใหม่บริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ของประธาน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี มาแรงเเบบฉุดไม่อยู่ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้จัดงาน Grand Opening ขึ้นที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยภายในงานได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม ซึ่งทางเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ถึงเรื่องราวข่าวสารต่างๆให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน


การเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะและสื่อมวลชนของบริษัท MIR WORLDWIDE


ประธานบริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี กล่าวถึงสาเหตุที่เราเลือกสโมสรทหารบกในการจัดงานเพราะเรามีฝันว่าเราจะสร้างระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยและของคนไทยเราไปสู่ระบบสากลไปสู่ตลาดโลก เพราะผมมีโอกาสเข้ามาทำตลาดขายตรงเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราก็พบว่าตลาดขายตรงบ้านเราจะถูกครอบครองโดยตลาดขายตรงต่างชาติกว่า 50 % ในฐานะที่ผมเป็นคนผลิตเครื่องสำอางและสินค้าดูแลบุคคล ที่ได้ส่งออกไปทั่วโลกมายาวนานกว่า 24 ปี แล้ว ส่งไปยังประเทศต่างๆที่เจริญกว่าเรา เราก็เลยมีแนวคิดว่า เราส่งสินค้าออกไปยังตลาดทั่วโลกได้ แล้วทำไมเราจึงไม่สามารถส่งธุรกิจของเราไปยึดตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน และเราจะเปลี่ยนธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสีขาวเราจะทำให้ธุรกิจสีขาวนี้เข้ากับธรรมชาติของธุรกิจขายปลีกอื่นๆได้ทั้งหมด เราจะไม่ไปแบบหนามทุเรียนที่หลายท่านก็อาจจะเคยทราบมาว่าธุรกิจขายตรงในประเทศเราเราก็มีหนามทุเรียนอยู่ หรืออาจจะถึงขั้นเป็นลัทธิต่างๆ จึงทำให้เราอยู่ในส่วนเล็กๆ เช่นธุรกิจขายปลีกมียอดอยู่ 1.4 ล้านๆบาท เราก็อยู่ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท


แต่เรายังยืนยันว่า "ธุรกิจขายตรงนั้นเป็นธุรกิจที่มีสเน่ห์" อย่างน้อย 6 ด้านด้วยกัน คือ


1. เป็นการสร้างอาชีพ


2. เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน


3. เป็นมรดกให้ลูกหลานได้


4. เป็นการลงทุนน้อย ความเสี่ยงต่ำ


5. เป็นการสร้างองค์กร สร้างบุคคลให้มีคุณภาพ


6. เป็นการสร้างฝัน จากการขับเคลื่อนขององค์กร และบุคคล


ท่านประธานได้กล่าวเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจขายตรงต้องทำให้เป็นธรรมชาติ


Soft Opening MIR WORLDWIDE


จากการ Soft Opening มา 4 เดือน ยอดของบริษัทเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอบโบนัส 2 อาทิตย์ หลัง 4 เดือนที่ผ่านมา เกือบ 3 ล้าน จ่ายโบนัสออกไปประมาณ 2 ล้าน สิ้นปี 2555 ก็น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


แผนธุรกิจของ MIR WORLDWIDE ในปีหน้า


เรื่องแผนธุรกิจในปลายปี 2556 หรืออาจะ 2557 เรามีแผนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สำหรับในประเทศพม่าเราคิดว่ายังไม่มีแผนในการดำเนินธุรกิจเพราะคิดว่าข้อมูลยังช้าไปหน่อย


ท่านประธานย้ำว่า ทุกๆธุรกิจมีโอกาสของตัวมันเอง ถ้าจะเป็นธุรกิจแบบเก่าๆ เดิมๆ ก็คงไม่ได้ อาจจะต้องเป็นธุรกิจแบบใหม่ เช่น Online Network คือผู้บริโภคต้องเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และสินค้าของเราต้องดีจริง พวกปลุกปั่นข้อมูลหรือสร้างลัทธิเพื่อมาขาย คงไม่ได้ เพราะว่าผู้บริโภค ณ ปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้น ยุคต่อไปคือถ้าไม่ดีจริงอยู่ไม่ได้ ต้องทำธุรกิจให้เข้ากับยุคของเวลาที่เปลี่ยนไป


สำหรับแผน ในตลาด AEC ที่กำลังจะมาถึง


เนื่องจากว่าเราเป็นบริษัทที่เน้นสินค้าในการผลิต ว่าสินค้าเราต้องดีจริง มีราคาถูกจริงและต้นทุนในการผลิตต้องต่ำ ที่สามารถสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคได้ เงินที่ผู้บริโภคจ่ายออกไปจะต้องน้อยกว่ามูลค่าที่เขาได้รับมายกตัวอย่างเช่นเดินทางไปทำการรักษาฝ้าที่โรงพยาบาลหมดค่าใช้จ่ายไปเป็นหลักแสน แต่พอมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราหมดค่าใช้จ่ายไปไม่กี่พันก็หายแล้ว เป็นต้น ส่วนในเรื่องของการกระจายสินค้าเรามีจุดกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง จนมาถึงเรื่องการฝึกอบรมในองค์กร ไม่มีใครเป็นลูกจ้าง คือเราต้องมีวิธีการว่าเราจะทำอย่างไร ให้เขามีจิตรที่จะสู้มีจิตที่จะทำ เราจะต้องเน้นในเรื่องของการสร้างองค์กรของเรา เพราะระบบธุรกิจขายตรงของเราไม่ใช่ระบบโฆษณาต้องใช้ระบบคนขับเคลื่อนสินค้า


 


โดยสำหรับในงานนี้ ทาง MIR WORLDWIDE ได้เปิดตัว 7 ผลิตภัณฑ์ MIR เพื่อความอ่อนเยาว์ของผิวระดับเซลล์ Trace Elements


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE & EYE MAKE UP REMOVER (For all skin type) ทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า ลำคอและดวงตาอย่างล้ำลึก


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE WASH GEL (For all skin type)


ชำระล้างความมัน เครื่องสำอางที่ตกค้างและสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับมลภาวะ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY&NIGHT SERUM (For all skin type)


ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY CREAM SPF 60 PA++ (For all skin type)


ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่า 60 เท่า ของผิวปกติ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS NIGHT CREAM (For all skin type)


สำหรับผิวปกติถึงผิวแห้ง ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS EYE CREAM (For all skin type)


ช่วยลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย รอบดวงตา ถุงใต้ตา และรอยคล้ำ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS MITONUTRIENTS NECK CREAM (For all skin type)


เพื่อการดูแลผิวบริเวณลำคอให้คงความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน


ทั้งนี้ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากอาจารย์สมคิด ลวางกูร กับหัวข้อการบรรยายพิเศษ ชื่อเรื่องว่า "กู เกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่"
กับ สมคิด ลวางกูร


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


[gallery columns="4"]

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประกาศคุณภาพ! ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน MIR รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นแห่งปีจากมือนายก








 


ประธานกรรมการบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ (MIR Worldwide) ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2555 ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 30 ราย
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในรายงานตอนหนึ่งว่า พิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมเป็นพิธีอันทรงเกียรติ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเพื่อส่งเสริม สนับสนุนเป็นกำลังใจ และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความคิดริเริ่ม มีความวิริยะ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความพยายาม และริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


รางวัลอุตสาหกรรม ถือเป็นยุทธศาสตร์ประการหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้ในทุกระดับ ซึ่งสอดรับตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีคุณภาพ มีความยั่งยืน มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการผลิตสินค้าและบริการ นวัตกรรม และความคิดสร่งสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน รวมถึงการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)


ในปี้นี้ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท การ์กัวร์ แล็ป จำกัดและ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIRได้รับเลือกให้เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม นับว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัฒน์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ลดความสำคัญของแนวคิดของการประหยัดต่อขนาดในทุกกิจกรรมลงและให้ความสำคัญต่อการสร้างกิจการขนาดย่อมแทน ธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่ (99.5%) เป็นกิจการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม จึงมีความสำคัญที่มีผลต่อการกระจายรายได้การสร้างแรงงานและการใช้ทรัพยากรในประเทศ


ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ได้ผลิตสินค้ายี่ห้อระดับโลกต่างๆ และได้เริ่มส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่ปี 2532 โดยเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก จากนั้นจึงขยายไปยังประเทศ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อาเซียน ประชาคมยุโรปและทั่วโลกในที่สุด ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 25 ของยอดขายรวม และรายได้จากในประเทศร้อยละ 75


อีกทั้งบริษัท มีระบบการบริหารงานและดำเนินการผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานสากลควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิตที่ได้รับการรับรองระดับโลกในธุรกิจผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูและอนามัยบุคคล ในด้านระบบบริหารคุณภาพ ด้านความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและต่อพนักงาน
นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และยั้งยืนเรายังมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร โดยมุ้งเน้นการพัฒนา 4 P คือ Performance, process, product, People ไปพร้อมๆ กันกับการทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพและจัดกระบวนการทั่วทั้งหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการประเมินศักยภาพขององค์กร เพื่อวางแผนด้านกลยุทธ์ (Strategic Management) และนำไปปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกขององค์กรได้ทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งบูรณาการองค์รวมของธุรกิจในเเนวดิ่งอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนสินค้าได้ทุกขั้นตอน โดยบริษัทได้ดำเนินการผลิตวัตถุดิบสำคัญบางตัว ออกแบและผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงการทำแม่พิมพ์ การทำภาชนะบรรจุพลาสติก การทำโรงพิมพ์ การออกแบบค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา ตลอดจนถึงการสร้าง Brand ของตนเอง (MIR, IR Beautina, Skinmate, Hygikare,Livitanutrics) และดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าด้วยตนเองสำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก


[gallery]

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MIRขายตรงสินค้านับ1,000!21ธันวา!จุดระเบิดไฮบริดรุก600ล.คน









MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ห้างดังยุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมัน รำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้ผมผลิตสินค้าต่างๆ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกามานาน ก็เลยหันกลับมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าว และว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดทั้งค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศไทยในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริดนั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภคครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด แห่งนี้เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 30,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถ


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็น น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บริติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงน้องใหม่ : " MIR (เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์) " จุดพลุเตรียมแจ้งเกิด ลั่น!ระฆังพร้อมรบมุ่งเป้าใหญ่ตลาดอาเซียน (AEC)


ล้วงกึ๋นขายตรงน้องใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ หรือ MIR หลังชิมรางเปิดตัวเพียง 1 เดือน เริ่มเนื้อหอมผู้นำหลากค่ายพุ่งตรงหวังซบอก ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 22 ธ.ค.นี้...ด้าน ภก.ดร.พิศาล บอสใหญ่ประกาศยุทธศาสตร์ช่วงแรกขอเน้นสร้างฐานธุรกิจด้วยระบบฝึกอบรมเติมองค์ความรู้ให้สมาชิกสู่ความเป็นมืออาชีพ พ่วงท้ายแผนธุรกิจที่ทำได้ทั่วโลก...พร้อมประเดิมส่งสินค้า 2 รายการ น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน นำทัพธุรกิจ...แย้มเป้าใหญ่เตรียมบุกตลาดอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน


...เกมการแข่งขันใน ธุรกิจขายตรง ชั่วโมงนี้ ต้องบอกว่าเริ่มที่จะเห็นการออกหมัดทางธุรกิจของบริษัทเครือข่ายหลาย ๆ แห่ง เปิดฉากออกมาสู้ศึกกันบ้างแล้ว หลังจากที่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า การออกมากระตุ้นตลาดยังคงนิ่ง ไม่หวือหวาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังดูช่วงจังหวะที่เหมาะสมก็เป็นได้


อย่างล่าสุด พบว่ามีบริษัทน้องใหม่ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เริ่มที่จะผุดตัวขึ้นมา เพื่อหวังที่จะร่วมแบ่งแชร์ตลาดใน ธุรกิจขายตรง บ้างแล้ว เห็นได้อย่าง บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด เครือข่ายน้องใหม่เฉพาะชื่อ แต่หากล้วงลึกถึงเบื้องหลังของธุรกิจขายตรงค่ายนี้แล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะมีผู้บัญชาเกมรบที่มากด้วยประสบการณ์นั่นคือ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ที่นั่งบอสใหญ่คุมเกมทางธุรกิจของที่นี้


...ซึ่งจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาเป็น บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด นั้น ตลาดวิเคราะห์ ได้รับการเปิดเผยจาก ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ว่า ในช่วงก่อนที่จะเปิดบริษัทขายตรงในนาม เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ นั้น เมื่อช่วง 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ต่อมาก็ได้ใช้ชื่อว่า บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด จนมาถึงทุกวันนี้ โดยปัจจุบันไออาร์ บิวติน่า ก็ยังดำเนินธุรกิจนี้อยู่ แต่จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แตกต่างจากบริษัท MIR ที่แยกไลน์ออกมาทำธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง


สาเหตุที่บริษัทเปิดบริษัทขายตรงขึ้นมาใหม่โดยแยกออกมากจากบริษัทไออาร์บิวติน่านั้น เป็นเพราะว่าในช่วงที่ 9 ปีที่ผ่านมา แผนการตลาดของบริษัทฯ ยังไม่โดนใจกลุ่มสมาชิกเท่าที่ควร ที่สำคัญ


ยังประจวบเหมาะกับว่าทางบริษัทฯ เอง มีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจเครือข่ายไปสู่อาเซียนด้วย ส่งผลทำให้บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นมาใหม่อีก 1 บริษัทคือ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ โดยมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐาน ด้วยเป้าหมายเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก พร้อมกับรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558นี้


...ภก.ดร.พิศาล เผยต่ออีกว่า ขายตรง MIR ได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยใช้แผนการตลาดแนวใหม่ที่จะเน้นทั้งในส่วนของระบบค้าปลีก ระบบไบนารี และระบบยูนิเลเวล ซึ่งจะเป็นการเอาแผนการตลาดจากทั่วโลกมาเฉลี่ยกัน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ ในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ ทางบริษัทฯ เตรียมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแกรนด์ โอเพ่นนิ่ง ที่สโมสรทหารบก พร้อมกับคาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานประมาณ 50,000 คนด้วยกัน


แผนธุรกิจของ MIR นั้น เราต้องการที่จะสร้างธุรกิจในระดับโลก ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นแผนดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการศึกษาแผนการตลาดทุกระบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการดูว่าบริษัทขายตรงระดับโลกนั้น เขาทำกันอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังได้มองไปถึงอาเซียน+3 และอาเซียน+6 ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจของเรา เพราะเป้าหมายของบริษัทฯ ที่วางไว้คือ ต้องการเติบโตในระดับสากลนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนการตลาดที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก


ภก.ดร.พิศาล เสริมต่ออีกว่า เรื่องแผนการตลาดในระบบขายตรงนั้น ผมเองได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดี ซึ่งพอที่จะรู้ว่าแผนไหนเหมาะสม แผนไหนไม่เหมาะสมกับการทำธุรกิจของเมืองไทยและทั่วโลก ซึ่งเราเชื่อว่าการผสมผสานแผนการตลาดแนวใหม่ของ MIR น่าที่จะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจได้อย่างแน่นอน สำหรับสินค้าที่จะเป็นตัวชูโรงในการทำตลาดของ MIR นั้น ภก.ดร.พิศาล บอกว่า มีอยู่ 2 รายการด้วยกันที่จะใช้เป็นตัวนำทัพหน้าคือ ผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปู่จิงตัน จากปัจจุบันที่บริษัทฯ มีสินค้าอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือ 1. กลุ่มเสริมอาหาร 2. กลุ่มเครื่องสำอาง และ3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ครัวเรือน


สาเหตุที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 2 รายการในการทำตลาดก่อน เนื่องจากต้องการอยากที่จะให้สมาชิกของเรา ได้เข้าใจในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการให้ถ่องแท้ก่อน เพื่อที่จะสามารถอธิบายผลิต ภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ให้กับลูกค้าได้เข้าใจ และเมื่อสมาชิกทุกคนเข้าใจแล้ว หลังจากนั้นบริษัทฯ ถึงจะเริ่มทยอยเปิดตัวสินค้าอื่น ๆ ต่อไป ส่วนเป้าหมายใหญ่ของ MIR ที่ทางบอสใหญ่ค่ายนี้ ได้ประกาศว่า...ต้องการที่จะบุกตลาดต่างประเทศในอนาคตอันใกล้นี้นั้น ภก.ดร.พิศาล เผยว่า คงจะต้องเริ่มสร้างรากฐานของธุรกิจเครือข่าย MIR ในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ก่อน หลังจากที่เครือข่ายในประเทศเข้มแข็งแล้ว ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะรุกตลาดต่างประเทศอย่างแน่นอน โดยในระยะสั้นคงจะบุกไปที่กลุ่มประเทศในแถบอาเซียนก่อน


ส่วนความพร้อมในเรื่องของศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR ในปัจจุบันนี้นั้น ภก.ดร.พิศาล เผยว่า ศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR นั้น สามารถดำเนินธุรกิจควบคู่กับศูนย์จำหน่ายสินค้าไออาร์ได้ เนื่องจากขณะนี้ศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR ยังไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบที่แน่ชัด จึงต้องใช้ศูนย์จำหน่ายสินค้าไออาร์ควบคู่กันไปก่อน ซึ่งคาดว่าภายใน 1 ปีนี้ น่าที่จะมีศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR อย่างแน่นอน ที่สำคัญ บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศอีกด้วย โดยที่กำลังพิจารณาอยู่คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และมาเลเซีย


...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความพร้อมในเรื่องของการเทรนนิ่งเพื่อสร้างผู้นำให้ประสบความสำเร็จของ MIR นั้น ก็ได้รับการเปิดเผยจาก ณัฐพัชร์ ธนาทิพวรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ว่า หากดูถึงระบบการเทรนนิ่งของบริษัทขายตรงโดยทั่ว ๆ ไปนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของการโมติเวทเป็นหลัก คือ เน้นการขาย ขยาย และเป้า แต่สำหรับการเทรนนิ่งของ MIR แล้วจะเน้นการเรียน ปฏิบัติ และถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้จริง โดยจะเรียนแบบ 100% ในเชิงของการให้แนวคิดทางธุรกิจ ซึ่งที่นี้จะเน้นการพัฒนาบุคลากรสู่ตลาด ด้วยการพัฒนาเรื่องของคุณภาพ ที่ไม่เน้นปริมาณ โดยภายในระยะเวลา 6 เดือน ทุกคนจะได้ทราบว่า ตัวเองจะมีทิศทางของธุรกิจไปในรูปแบบไหน


ต้องบอกว่า การเทรนนิ่งของ MIR ระบบทุกอย่างที่อบรมจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีจิตใจที่ดี สามารถนั่งอยู่ในใจคนได้ รวมถึงต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาคนที่ยังไม่สำเร็จให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ


ภก.ดร.พิศาล กล่าวเสริมว่า ในการเทรนนิ่งสำหรับสมาชิกใหม่นั้น ผมจะเป็นผู้ที่ขึ้นอบรมเอง ซึ่งใครที่ไม่เคยเจอผม ก็จะได้เจอในหลักสูตรนี้ เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรปฐมนิเทศเลยก็ว่าได้ ที่สมาชิกใหม่ ที่เข้ารับการอบรมจะได้รู้ถึงแนวทางในการทำธุรกิจขายตรง รวมถึงระบบแผนธุรกิจของ MIR เป็นอย่างไร ในขณะเดียวกัน จะรวมไปถึงในเรื่องของวัฒนธรรมในองค์กรด้วย เพื่อที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน


...นับได้ว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ถือเป็นอีกหนึ่งขายตรงน้องใหม่ที่น่าจับตามองเช่นกัน และยิ่งด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจของนักบริหารธุรกิจมืออาชีพอย่าง ภก.ดร.พิศาล


จันทฤทธิรัศมี ที่ออกโรงมาเล่นบทบู้แบบประกาศที่จะบุกตลาดเครือข่ายทั่วโลกด้วยแล้ว...ต้องบอกว่าค่ายนี้ น่าที่จะมีอะไรดี ๆ อย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายและแนวทางของธุรกิจที่ขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้ได้วางไว้จะสัมฤทธิ์ผลตรงตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่นั้น เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ ภาพความชัดเจนของธุรกิจ MIR น่าที่จะชัดเจนมากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่329 ประจำวันที่1 - 15 ตุลาคม 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเปิดตัวขายตรงน้องใหม่ : เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ "MIR" ผู้ผลิตก้าวสู่ผู้ขายโตเบาๆ 50 ล้าน


เปิดบริษัทขายตรงใหม่แกะกล่อง เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ เจ้าของ ภก.ดร.พิศาล เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ตลาดจัดแผนใหม่ ไบนารี่-ยูนิเลเวล ย้ำด้วยประสบการณ์ กว่า 30 ปี เชื่อตอบโจทย์ นักขาย เตรียมงานใหญ่แกรนด์ โอเพนนิ่ง 21 ธันวาคมนี้ ประเดิมสินค้าหลัก น้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน คาดหวัง 6 เดือนแรก ดึง นักธุรกิจอิสระ ร่วม 5 หมื่นคน ยอดแตะ 50 ล้านบาท

ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ถึงการเปิดบริษัท ขายตรงใหม่ว่า หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทฯ เป็นตัวแทนผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารให้กับบริษัทขายตรงและส่งออก ต่างประเทศ แล้วได้เห็นระบบขายตรงมากว่า 30 ปี จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงเองขึ้น ใหม่ ต่อไปนี้บริษัทจะเป็นทั้งผู้ขายและผลิต เอง ซึ่งจะทำให้ราคาถูกกว่าการสั่งผลิตจาก ต่างชาติ

ภก.ดร.พิศาลกล่าวต่อว่า ก่อนที่จะ จัดตั้งบริษัทขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์ วายด์นี้ เมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัท ขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการ ตลาดที่ขัดกับสิ่งที่ตั้งใจ เนื่องจากมีเสียง เรียกร้องจากกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และกลุ่มที่ เสียประโยชน์เข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงตัดสิน ใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ดำเนิน ธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐาน เพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และ รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้

ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจาก สินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งมีเจ้าของคนเดียวกัน ส่วน แผนการตลาดนั้นได้เลือกใช้แผนการตลาด ระดับโลก หลังจากทีมงานได้ศึกษามากว่า 3 ปี โดยมีหลายระบบรวมกัน ทั้งระบบค้าปลีก ให้ผลตอบแทนแบบทั่วไป มีส่วนลด ซื้อมาก ได้ส่วนลดมาก และระบบไบนารี่ ให้ผล ตอบแทนฟาร์ส-สตาร์ท โบนัส 5 ชั้น ทีมโบนัส หากทำให้ลูกทีมได้ตำแหน่งสตาร์ ก็จะได้ สตาร์ทเมกเกอร์ โบนัส เพิ่มอีก และระบบ ยูนิเลเวลให้ 7 เจเนอเรชั่น เป็นการเอา แผนการตลาดจากทั่วโลกมาเฉลี่ยกัน เพื่อให้ เข้ากับสถานการณ์ในเมืองไทย

การจ่ายผลตอบแทนลักษณะนี้ ได้การตอบรับจากสมาชิกรุ่นแรก 500 คน เป็นอย่างดี สินค้าหลักคือน้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บิวติน่า อีกกว่า 40 รายการ ทำให้มีสินค้ารวม มากพอที่จะรองรับฐานผู้บริโภคในช่วงแรก แม้จะเป็นบริษัทก่อตั้งขึ้นใหม่ แต่สินค้า และกลุ่มผู้บริโภคยังเป็นของ ไออาร์ บิวติน่า อยู่ ภก.ดร.พิศาลกล่าว

ภก.ดร.พิศาล ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เอ็มไออาร์ สามารถสร้างความไว้วางใจ สินค้า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลบุคคล ผลิตภัณฑ์ดูแลครัว เรือน ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง มีความหลาก หลาย แต่ยังไม่มีสินค้าเกษตร แต่อาจจะมีใน อนาคต ในตอนนี้เน้นเรื่องสุขภาพและความ งาม และจะพัฒนาไปสู่อาหารเพื่อสุขภาพ และยาสมุนไพร ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวและ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแกรนด์ โอเพ่น นิ่ง วันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ คาดหวังจะ สร้างนักขาย 50,000 คน ตั้งเป้ายอดขายครึ่ง ปีแรก 50 ล้านบาท

ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วน การจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับ อนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 235วันที่ 1- 15 กันยายน พ.ศ. 2555