ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SNatur แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SNatur แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : สร้างแรงบันดาลใจ แล้วทำมันให้เป็นจริง "น.ท.พลัฎฐ์ แสนธรรมวุฒิ" นักธุรกิจเครือข่ายตำแหน่ง "Team Leader" จาก "เอสเนเจอร์"







fgfgfgfgf (Mobile)

 


"กุญแจสู่ความสำเร็จ" สัปดาห์นี้ เรายังมีเคล็ดลับดีๆ จากนักขายตรงระดับ ชั้นนำของเมืองไทยมานำเสนอเหมือนเช่น เคย และครั้งนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปพบกับ "น.ท.พลัฎฐ์ แสนธรรมวุฒิ" หรือที่รู้จักกันในวงของนักธุรกิจ "เอสเนเจอร์" ว่า "ผู้พันเอก" นักธุรกิจเครือข่ายตำแหน่ง "Team Leader" จาก "เอสเนเจอร์" แบรนด์ขายตรงในเครือของ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)


 หลังจากรับราชการทหารเรือมาเป็น เวลา 13 ปี โดยอาชีพประจำจัดว่าดีอยู่แล้ว แต่ "ผู้พันเอก" ยังมองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตได้มากกว่านี้ จึงได้เข้ามาทำธุรกิจ MLM จนประสบความสำเร็จในระดับสูง ล่าสุดลาออกจากชีวิตราชการ มาทำธุรกิจ เต็มตัว โดยเลือก "เอสเนเจอร์" เป็นเรือลำใหญ่ในการนำพาชีวิตของตัวเองให้พบกับสิ่งที่ต้องการ และเพียง 4 เดือนเท่านั้น ทำให้เขาผู้นี้สามารถสร้างรายได้แตะที่ 300,000 บาทต่อเดือน


 จุดเปลี่ยนอะไร...ดึงเข้ามาทำ MLM


"ตอนที่ตนรับราชการทหารเรือ ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับใช้ชาติ แต่พอดีตนมีเรื่องของค่าใช้จ่ายมากมาย ทำให้แต่ละเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง และสิ่งที่ตนอยากได้คงจะยาก เพราะหากไปกู้ มาก็ต้องเป็นหนี้อีก จึงได้เกิดแรงผลักดันให้อยากเข้ามาศึกษาธุรกิจเครือข่าย ที่ต้องการเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น"


ใครคือผู้ชักชวนมาทำธุรกิจ MLM


"ก่อนหน้านี้ ตนได้ทำธุรกิจเครือข่าย มาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ได้เกิดเหตุบาง-อย่างทำให้ต้องย้ายมาอยู่บริษัทใหม่ และ ที่มาอยู่เอสเนเจอร์ ก็เพราะการชวนของนักธุรกิจอิสระ ที่ทำเครือข่ายที่นี่อยู่ก่อนแล้ว พอดีตนมีคนที่รู้จัก ก็เลยลองศึกษาข้อมูลและได้เข้ามาร่วมธุรกิจในที่สุด"


ปกติชอบธุรกิจ MLM ไหม

"สมัยก่อนไม่เคยชอบเลย เพราะไม่ เชื่อว่าจะทำได้จริง และไม่คิดว่าธุรกิจนี้จะ เข้ามาอยู่ในหัวของตนด้วย แต่หลังจากที่ตนได้มาสัมผัสจริงๆ ก็ได้รู้ว่า ที่จริงแล้ว ธุรกิจเครือข่ายสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ และทำให้ตนได้มิตรภาพใหม่ๆ ได้ช่วยเหลือผู้คนให้มีความมั่นคั่งด้วย"


 เหตุใดจึงตัดสินใจเลือกทำ MLM กับ "เอสเนเจอร์"


"หลังจากศึกษารายละเอียดข้อมูลขององค์กรนี้อยู่นาน ก็ได้พบว่าธุรกิจที่นี่สามารถตอบโจทย์เราได้ ไม่ว่าจะมีแผน การตลาดที่ดี การจ่ายเงินที่ชัดเจน ผู้บริหาร ก็มีวิสัยทัศน์ รวมถึงความมั่นคงขององค์กร ที่เป็นมหาชน ทำให้ไม่ลังเลที่จะเข้ามาร่วม เป็นส่วนหนึ่งในการประสบความสำเร็จใน ระยะยาว"


เคยท้อแท้และคิดจะเลิกทำ MLM ไหม

"เคยแน่นอน ถึงกับไม่อยากเข้ามา ทำเลย แต่ก่อนที่ตนทำบริษัทขายตรงที่อื่น มาก็ได้เจออุปสรรคมากมายในเรื่องของ การชักชวนคนมาร่วมธุรกิจ แต่พอมาถึงวันนี้ตนได้เข้าใจแล้วว่า หากทำให้เขาเข้าใจ ในธุรกิจก็จะทำให้ตนประสบความสำเร็จได้ หากใครท้อแท้ก็อย่าเพิ่งล้มเลิก ควรยืนหยัด และอดทนให้มากที่สุด"


ทำ MLM มากี่ปี...เป้าหมายต่อไปคืออะไร


"ที่จริงตนมีประสบการณ์ขายตรงมาจากที่อื่นๆ รวมแล้วก็มีความเชี่ยวชาญ กว่า 10 ปี แต่เมื่อย้ายมาอยู่กับ เอสเนเจอร์ ใช้เวลาเพียง 4 เดือน ก็ขึ้นตำแหน่ง Team Leader มีรายได้ต่อเดือน 3 แสนบาท โดย เป้าหมายสิ้นปีต้องมีรายได้แตะที่ 5 แสนบาทให้ได้ จากนั้นภายใน 3 ปี ขอขึ้นตำแหน่ง ที่สูงกว่านี้ต่อไป"


 สิ่งที่ภูมิใจในการทำธุรกิจ MLM


"คงจะเป็นเรื่องของการที่ตนมีทีมงานที่เก่งๆ มีความสามัคคีกัน อย่างตอนนี้มีทีม "ALL FOR ONE" แปลว่า "รวมกันเป็นหนึ่ง" ซึ่งทีมงานนี้มีประสบการณ์ขายตรง และได้ช่วยกันขยายตลาดออกไป หลายจังหวัด ล่าสุด พวกเราได้ไปเจาะตลาดที่กัมพูชากับลาว และได้มองต่อไปที่ พม่า และมาเลเซีย ซึ่งอีกไม่นานที่กล่าวมา ทั้งหมดกำลังจะมีเซ็นเตอร์ใหญ่ที่นั่นเร็วๆ นี้"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังเข้ามาทำ MLM


"เปลี่ยนกันคนละเรื่องกับสมัยรับราชการทหารเรือ แต่ก็ต้องขอขอบคุณจาก ที่เราเป็นทหารมาก่อน ทำให้เรามีระเบียบ วินัยในการรับผิดชอบต่องาน ซึ่งก็นำมาถ่ายทอดให้กับสมาชิกใต้องค์กรหลายคน ส่วนชีวิตถึงวันนี้ก็มีความสุขมาก เพราะได้ ช่วยให้หลายคนได้เปลี่ยนชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้ที่ไร้ขีดจำกัด มีเวลา ทำอย่างอื่นมากมาย และสุขภาพก็ดีตามมา รวมถึงมิตรภาพใหม่ที่ยอดเยี่ยม"


มีเทคนิคอะไร...จะฝากถึงทุกคนที่กำลังทำ MLM อยู่บ้าง


"เราควรหาแรงบันดาลใจให้เจอกัน ว่าต้องการอะไร เพราะความสำเร็จของตัว ผมที่ได้มา ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ หรือว่า ฟลุ้ก แต่เกิดจากความพยายามหลายต่อหลายครั้ง เพราะการที่ผมจะลงทุนทำอะไร จะมองที่ผลลัพธ์ว่าได้จริงไหม เมื่อเรามั่นใจแล้วก็ลงมือทำอย่างจริงจัง อดทน ขยัน หมั่นเข้าไปเรียนรู้อย่างละเอียด และ เชื่อฟังผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนเรา จะทำให้เราไม่เดินผิดพลาด ที่สำคัญความ จริงใจและการให้ รวมถึงความซื่อสัตย์ต่อ องค์กรควรจะมีอยู่ในจิตสำนึกของเราด้วย"


นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของนักธุรกิจอิสระระดับสูง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่มีใคร ที่เข้ามาแล้วประสบความสำเร็จโดยไม่มีความพยายาม ซึ่งทุกคนล้วนแต่ต้องทุ่มเท เพื่อคว้าฝันที่เราต้องการ แต่สำคัญก่อนที่ เราจะไปถึงจุดนั้น นั่นคือแรงบันดาลใจที่ เราต้องตั้งไว้ แล้วทำมันให้เป็นจริง


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : "เอสเนเจอร์" ฟุ้งรายรับทะลุ 300 ล้าน ผุดแผนโกอินเตอร์เริ่มต้นปูพรมอาเซียน







Bg_biz (Mobile)


"เอสเนเจอร์" แบรนด์ขายตรงในเครือ "ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์" คุยฟุ้ง ยอดขายครึ่งปีแรกเลย 300 ล้านบาท โต 12% เดินหน้าวางสินค้าใหม่ 2 รายการ ในกลุ่มเสริมอาหาร และความงาม พร้อม เตรียมขยายตลาดเปิดสาขารองรับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน เผยปักธงพม่า และลาวเรียบร้อย ชี้ตลาดกำลังขยายตัว อนาคตไล่เปิดอีก 5 ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อ ด้วยประเทศอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก


นายเอกรัตน์ โสภาพ ผู้จัดการทั่วไป "เอสเนเจอร์" แบรนด์ขายตรง ในเครือ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการเมื่อช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งสามารถปิดยอดขายที่ 360 ล้านบาท ถือว่าดีเกินเป้าที่ตั้งเอาไว้ ในส่วนของสมาชิกเวลานี้มีอยู่ 8 หมื่นรหัส แบ่งเป็นจำนวนนักธุรกิจราวๆ 1 หมื่นคน หรือเฉลี่ย 20% ของจำนวนทั้งหมด โดยสมาชิกส่วนใหญ่จะหมุนเวียนเข้าออกไปๆ มาๆ อยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่ม จำนวนแอ็กทีฟให้ได้มากกว่านี้อีก


"จะสังเกตได้ว่า บริษัทไม่ค่อยได้จัดงานแถลงข่าวเท่าที่ควร แต่บริษัทก็ยังมียอดขายที่มากมายขนาดนี้ เป็นเพราะมีกลุ่มเครือ ข่ายที่แข็งแรง และทำธุรกิจร่วมกันมานาน เนื่องจากมีความเชื่อมั่น ในความมั่นคงของบริษัท อีกทั้งยังเป็นบริษัทมหาชนทำให้ได้เปรียบ เรื่องของความน่าเชื่อถือ โดยเวลานี้ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 17 สาขา และอนาคตจะ พยายามขยายสาขาเพิ่มออกไปเรื่อยๆ"


เอกรัตน์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ต้นปี 2556 ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วนั้น มาจากผู้คนเริ่มรู้จักบริษัทมากขึ้น มีการบริหารงานที่ดี อีกทั้งยังมีผู้นำที่เก่งๆ สามารถออกไปขยายตลาดได้ และผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมการสนับสนุนจากหุ้นส่วนธุรกิจที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้บริษัทยืนหยัดได้มั่นคง และจะมีสมาชิกใหม่ๆ เข้ามาตลอดในแต่ละ เดือน


"บริษัทมีความตั้งใจจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกจุดของประเทศ และจะสนับสนุนให้มีสินค้าที่ตอบโจทย์สมาชิกได้ทุกอย่าง โดยหลักๆ ของผลิตภัณฑ์จะมี กลุ่มดูแลผิวพรรณ ของใช้ในครัวเรือน อาหารเสริม และเครื่องใช้ประจำวัน หาก สินค้าดีผู้คนก็จะเข้ามาทำธุรกิจเอง ยิ่งในกลุ่มสกินแคร์ค่อนข้างมาแรงมาก มีสมาชิก สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก"


อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปี 2556 ที่ผ่าน มา 6 เดือน "เอสเนเจอร์" เติบโตไปแล้วที่ 12% ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนแรกๆ ยังไม่ค่อยเติบโตเท่าไร แต่พอหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ยอดขายก็พุ่งขึ้นรวดเร็วมาก แต่ยังไม่อยากบอกเป็นตัวเลขในตอนนี้ จะประกาศอีกครั้งคงสิ้นปี 2556 ไปแล้ว


อย่างไรก็ดี บริษัทได้ตั้งเป้าหมายใน ครึ่งปีหลังว่า หลังจากนี้จนถึงสิ้นปี 2556 บริษัทตั้งเป้าจะเติบโตอีก 20-30% และยอดขายจะต้องเพิ่มจากปีที่แล้วเป็น 400 ล้านบาท ในส่วนของสมาชิกจะต้องได้ 1 แสนรหัสขึ้นไป และเพิ่มยอดแอ็กทีฟเป็น 2 หมื่นรหัสให้ได้


นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2 รายการ ที่เกี่ยวกับความงาม และเสริมอาหารซึ่งจะเริ่มในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป มั่นใจว่า สินค้า 2 รายการนี้ จะเข้ามากระตุ้นยอดขายให้สมาชิกสั่งซื้อเป็นจำนวนมากแน่นอน โดยก่อนจะใกล้สิ้นปี 2556 จะมีการประชุม ประจำไตรมาสของบริษัทด้วย ถือเป็นการ รวมตัวของเหล่าสมาชิกทั้งหมด


ขณะที่การรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนในปี 2558 นั้น "เอกรัตน์" ได้กล่าวถึงความพร้อมว่า บริษัทมีความพร้อม แน่นอน และได้มีการเตรียมแผนรองรับมา นานแล้ว โดยได้ขยายตลาดไปต่างประเทศ ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นพม่า ที่ก่อนหน้านี้เข้าไป เปิดสาขาในเมืองย่างกุ้งมาเป็นเวลา 2 ปี กว่าๆ ส่วนลาวก็เข้าไปเปิดสาขาที่เวียงจันทน์มา 1 ปีเศษๆ เช่นกัน และมีแผนที่จะเข้าไปเปิดสาขาใกล้ๆ แห่งที่ 3 ก็คือ กัมพูชา โดยกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการอยู่ หากผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจเรียบร้อย ก็จะเปิดที่กรุงพนมเปญในช่วงต้นปี 2557 ทันที


"เวลานี้ได้เข้าไปทำตลาดรองรับ เออีซีมานานแล้ว และก็กำลังไปได้ดี อย่าง ที่พม่ากับลาว ก็กำลังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนกัมพูชาก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร หากผ่านการตรวจเรียบร้อย ก็จะเปิดได้ในต้นปีหน้า และที่ต่อๆ ไปก็คงจะเป็นเวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และอินเดีย ในระยะเวลา ต่อไป เพื่อให้ Snatur เป็นธุรกิจขายตรงสากลอย่างแท้จริง"





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : เนื้อหอมผู้นำแห่ซบทุ่มงบ 15 ล้านบาท ผุดสาขาตรัง







snature (Mobile)


SNatur จัดสรรงบกว่า 15 ล้านบาท ซื้ออาคารพร้อม ตกแต่งเพื่อเปิดสาขาที่ 17 ของใต้ในตรัง เล็งเห็นศักยภาพ การเป็นศูนย์กลางการบริการ ขณะเดียวกันอีสานได้มีการ ขยายงานและโตต่อเนื่อง คุยผู้นำหลายค่ายให้ความสนใจ แห่เข้าร่วมธุรกิจ เผยไตรมาสแรกโต 20% กรกฎาคมนี้ เตรียม เปิดตัวสินค้าเพิ่ม 2 รายการ เอาใจคนรักความงามและ Gen Y

เศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจ เครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท ในการซื้อและตกแต่งอาคารในโครงการเอส-วัน บริเวณโรงแรม ธรรมรินทร์ธนา เพื่อจัดตั้งเป็นสาขาที่จังหวัดตรัง ซึ่งนับว่าเป็น สาขาที่ 3 ในภาคใต้ต่อจากหาดใหญ่ และเป็นสาขาที่ 17 ของ SNatur

ทั้งนี้ การที่บริษัทได้เลือกเข้าไปเปิดสาขาในจังหวัดตรัง เพราะได้เล็งเห็นว่าจังหวัดดังกล่าวเหมาะเป็นศูนย์กลางในการ ให้บริการและมีฐานสมาชิกที่แข็งแกร่งในจังหวัดใกล้เคียง เช่น กระบี่, พัทลุง, สตูล, นครศรีธรรมราช เป็นต้น และมองว่าจะเป็น อีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขยายพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้มี การเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งภาคใต้นับว่าเป็นภูมิภาคที่มี ยอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หากไม่นับรวมใน กทม. และปริมณฑล

นอกจากนี้ในภาคอื่นๆ มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเช่นกัน โดย เฉพาะภาคอีสาน ซึ่งสาเหตุมาจากปัจจุบันได้มีผู้นำจากหลาย ค่ายให้ความสนใจเข้ามาร่วมธุรกิจกับ SNatur ทำให้การเติบโต ในหลายพื้นที่กำลังได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี เช่น ลพบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ ยุทธศาสตร์ของแต่ละภูมิภาค ทำให้ภาคอีสานในไตรมาสแรก เติบโตขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และ อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ภาคอีสานเติบโต คือ ผลิตภัณฑ์เอส- แมททริกซ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมอาหารสำหรับพืช ที่มีถึง 4 สูตรที่ ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต ให้กับเกษตรกรได้จริง

พร้อมกันนี้ยังมีโครงการสนับสนุนสำหรับผู้ที่สนใจเปิด เป็นศูนย์นวัตกรรมการเกษตร เอส-แมททริกซ์ เซ็นเตอร์ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ กระจายสินค้าและขยายธุรกิจให้กับสมาชิก SNatur ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก และได้รับการสนับสนุนทั้ง ด้านอุปกรณ์ ข้อมูล และการตกแต่ง ซึ่งในภาคอีสานขณะนี้ได้ เปิดดำเนินการไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 13 เซ็นเตอร์ จากทั้งหมด 23 เซ็นเตอร์ทั่วประเทศ โดยในปีนี้เอสเนเจอร์ตั้งเป้าจะให้มีเอส- แมททริกซ์เซ็นเตอร์ อย่างน้อย 60-80 เซ็นเตอร์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นอีก 1 ทางเลือก สำหรับสมาชิกผู้ที่ต้องการทำตลาดด้าน การเกษตร

สำหรับไตรมาสที่ 2 นี้ เอสเนเจอร์มีผลิตภัณฑ์ที่เป็น นวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับกลุ่มคนที่รักความสวยงามด้วยผลิต ภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมคุณภาพระดับสากล และผลิตภัณฑ์ที่กลุ่ม สมาชิก Gen Y ให้ความสนใจ ซึ่งในปัจจุบันพบว่าในกลุ่มนี้ ให้ความสนใจและเข้ามาสมัครดำเนินธุรกิจกับ SNatur เป็น จำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ มีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13 ก.ค. 2556 ในงาน เอสเนเจอร์ เอ๊กซ์โป แอนด์ คอนเวนชั่น 2013 ณ ศูนย์การค้า เจ เจ มอลล์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 224 ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2556


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง และอย่าดูถูกความสามารถของคนรอบข้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จก็ได้ ปิยวัฒน์ วิจิตรบรรจง







34969_1336604978089_6458053_n (Mobile)

 


หลายคนสงสัยว่าทำไมคนที่เคยมีหน้าที่ทางการงานที่ดี มีเงือนเดือนที่มากพอที่จะใช้ได้ทั้งเดือนถึงต้องลาออกแล้วมาทำธุรกิจเครือข่ายอย่างเต็มตัว และการที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายเขามีวิธีการทำงานอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ต้องศึกษาจากผู้ชายคนนี้ ปิยวัฒน์ วิจิตรบรรจง


จากการที่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายกว่า 14 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเป็นวิศวกร ผมได้มองว่าธุรกิจนี้มีความสวยงามอยู่ในตัว เป็นธุรกิจที่ท้าทาย สามารถใส่ศักยภาพความสามารถของเราได้เต็มที่ เราเป็นเจ้าของธุรกิจและเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทแม่ บวกกับรายได้แบบไม่มีจำกัด ซึ่งมันแตกต่างจากการทำงานประจำที่ต้องมีคนมาคอยกำหนดให้ทำ และในบางครั้งแม้จะทำดีแค่ไหนแต่ถ้าเจ้านายไม่ชอบสิ่งที่ทำก็ไร้ค่า แต่ธุรกิจเครือข่ายยิ่งเราทำมากแค่ไหนเรายิ่งได้มากเท่านั้นไม่มีใครมาคอยกำหนดและเมื่อทำสำเร็จยิ่งทำให้ภาคภูมิใจเพราะเราทำมันด้วยความสามารถของเราเอง


ทั้งนี้ การที่เลือกมาทำธุรกิจกับ SNatur สิ่งแรก คือ ประวัติความเป็นมาของ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เพราะชื่อนี้คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก และมีความมั่นคงเพราะเป็นบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ บวกกับตัวผู้บริหาร คือ คุณสนั่น อังอุบลกุล ที่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอย่างมาก และในส่วนผู้บริหารที่ทาง SNatur โดยตรง ก็คือ คุณเศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ ที่มีประสบการณ์บริหารธุรกิจเครือข่ายมาหลายสิบปี บวกกับทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่มีการเมืองภายนอกภายใน และในส่วนของสินค้าเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


เรื่องแผนการตลาดเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่เป็นที่น่าสนใจของ SNatur เป็นแผนการตลาดที่ทำได้และทำได้ง่าย จ่ายจริง ไม่มีโอเวอร์เปย์ และจุดขายก็คือโบนัสกองทุนจากยอดขายทั่วโลก คือโบนัสทั่วโลกจ่ายให้ระดับกลางๆ ไม่ต้องสูงมากซึ่งหลายๆ ที่ โบนัสตรงนี้ต้องสูงมากๆ และด้วยวัฒนธรรมแผนการตลาด สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการทำงานของคนในองค์กรการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่า หากทำธุรกิจที่นี่อย่างต่อเนื่อง 4 ปี จะสามารถแตะหลัก 5 ล้านต่อเดือนได้ ซึ่งจะเป็นได้จากการที่บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจเพียง 3 ปี แต่มีผู้ที่สำเร็จมีรายได้หลักล้านได้หลายรหัส


ส่วนวิธีการทำงานที่จะนำมาใช้ในการทำธุรกิจกับ SNatur คือ จะพยายามผลักดันสนับสนุนให้สมาชิกประสบความสำเร็จในขณะที่ตัวเองอาจจะประสบความสำเร็จช้ากว่าก็ได้แต่ผู้ที่เราพามานั้นต้องประสบความสำเร็จให้ได้เสียก่อน และต้องประสบความสำเร็จให้มากที่สุด โดยจะเน้นการลงพื้นที่ ทำงานพื้นฐานอย่างจริงจังและไม่กลัวการเดินทาง ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนผมและทีมงานจะลงไปช่วยและสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายอยู่ 2 แบบ


1.เป้าหมายกลุ่ม คือ ต้องการให้กลุ่มมียอดขายในช่วง 3 เดือนนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท


2.เป้าหมายส่วนตัวต้องการที่จะเกษียณกับธุรกิจ SNatur


อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง และอย่าดูถูกความสามารถของคนรอบข้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จก็ได้


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : "เป้าหมายใน SNatur คือ จะต้องเป็นบริษัทที่สามารถปลดเกษียณการทำงาน ภายใน 12 เดือน จะสร้างมนุษย์เงินล้าน ให้ได้ 10 รหัส" พลัฏฐ์ แสนธรรมวุฒิ







Capture (Mobile)


หากพูดถึงธุรกิจเครือข่ายหลายคนชอบคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากทำไม่ได้ และหลายคนที่ได้ลองทำแต่ไม่ประสบความสำเร็จแล้วก็ล้มเลิกไป แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ พลัฏฐ์ แสนธรรมวุฒิ เขากลับยืนหยัดและอดทนจนประสบความสำเร็จ เขามีวิธีการทำงานหรือกลยุทธ์อย่างไรนั้นต้องลองฟังดู


ผมเริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่ายเมื่อ 10 ที่แล้วกับบริษัทเครือข่ายแห่งหนึ่งในย่านถนนรัชดาฯ และที่ SNatur เป็นบริษัทเครือข่ายแห่งที่ 2 ที่ได้ร่วมงาน และการที่ตัดสินใจเลิกจากการทำงานประจำและมาทำธุรกิจเครือข่าย เพราะได้มองเห็นว่าธุรกิจนี้มีเสน่ห์ในตัวเอง คือมีอิสรภาพในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์ชีวิตในแบบของตัวเอง เลือกทำได้โดยไม่ต้องมีใครมากำหนด แต่การอยู่ในธุรกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไปหากมีความตั้งใจและอดทนรอ ผมใช้เวลาเพียง 2 ปี ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน


สำหรับหลักการที่ผมใช้ในการทำงานแล้วประสบความสำเร็จคือ ค้นหาและรักษา ค้นหาคือ การชวนคนเข้ามาและแสดงวิสัยทัศน์ให้เห็นว่าเราจะช่วยเขายังไงให้ประสบความสำเร็จ และรักษาคือ เราทำหน้าที่ของเราโดยการช่วยทำให้เขาเกิดรายได้และสร้างให้เป็นผู้นำต่อไป และหัวใจหลักที่ใช้ในการทำงาน คือ ระบบและทีม โดยทีมของเราจะใช้ชื่อทีมว่า All For One Team การที่ยึด 2 สิ่งนี้ เพราะมองเห็นว่าทุกคนมีศักยภาพในการทำงานไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น จึงต้องพึ่งระบบและทีม ซึ่งทีมของเราจะใช้ระบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยจะเน้นปลูกฝังให้เป็นมืออาชีพ และสังคมแห่งการช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน


โดยระบบที่ทีมนำมาใช้ชื่อว่า All For One System จะแบ่งคอร์สการอบรมออกเป็น 3 พาร์ต คือ 1.เป็นคอร์สเปิดใจ กระบวนการทิ้งความกลัว และตัดสินใจสำเร็จ เปลี่ยนแนวคิด อบรม 2 วัน 1 คืน 2.สอนทักษะแนวทางว่าต้องทำธุรกิจอย่างไร การชักชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ และจะทำให้สำเร็จง่ายอย่างไร ใช้เวลาอบรม 1 วัน และ 3.เป็นการเทรนเนอร์สร้างผู้นำจะคัดเฉพาะผู้นำที่เล็งเห็นว่ามีศักยภาพ เพื่อมาพัฒนาเป็นโค้ชต่อไป ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจหรือผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจมั่นใจได้ว่า ทีมจะสามารถสร้างคุณให้ประสบความสำเร็จ และคำว่าสำเร็จในทีม คือ สามารถมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน


การที่เลือกเข้ามาร่วมธุรกิจกับ SNatur เนื่องจากตัวผมเองและทีมได้มองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทในการจะช่วยให้ผมและทีมงานประสบความสำเร็จและไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนเรื่องของความมั่นคงที่เป็นบริษัทอยู่ในเครือศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ที่คนไทยรู้จักกันดี ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานที่กว้างไกล ทีมงานที่มาความชำนาญงานด้านเครือข่าย สินค้าที่มีความหลากหลายสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และแผนธุรกิจที่ดูแล้วว่าจะสามารถทำได้จริงไม่ยากเกินไปและเป็นแผนที่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่


เป้าหมายใน SNatur คือ จะต้องเป็นบริษัทที่สามารถปลดเกษียณการทำงาน ภายใน 12 เดือน จะสร้างมนุษย์เงินล้าน ให้ได้ 10 รหัสและช่วยคนที่ชวนมาประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดด้วยระบบกับทีมที่เคยใช้มาแลจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเอสเนเจอร์


ทักษะ 10% ทัศนคติ 100% สายสัมพันธ์ 100% เราสำเร็จ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : ศรีไทย ตั้งเงื่อน เอสเนเจอร์ปีไหนพันล.ปีนั้นปลดโซ่ตั้งเอกภาพ









เอสเนเจอร์ แบรนด์ขายตรงในเครือ บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จัดการประกาศรายรับปี 55 แตะ 400 ล้านบาท ฟันธงไม่เกิน 2 ปี ยอดขายทะลุพันล้าน ชี้หากยอดขายแตะพันล้าน ตัดโซ่ตั้งแบรนด์ขายตรงเป็นเอกเทศ ด้านแผนรับมือ AEC เตรียมปักธงเพิ่ม อีก 3 ประเทศอย่าง กัมพูชา, อินโดนีเซีย และเวียดนาม หลังเปิดพม่า กับ ลาว เรียบร้อย


สนั่น อังอุบลกุล ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และผู้ก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ เอสเนเจอร์ เปิดเผย ว่า ตลอดเกือบ 49 ปีที่ผ่าน มา ธุรกิจของบริษัท ศรีไทยฯ ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจนก้าว สู่ความเป็นบริษัทมหาชน และ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เมื่อปี พ.ศ.2534 โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2,709 ล้านบาท และมียอดประมาณการรายได้ในปี 2555 กว่า 8,000 ล้านบาท ภายใต้การบริหารโดย คุณ สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ


นอกจากธุรกิจพลาสติกและเมลามีน ดังกล่าว คุณสนั่น ให้ความสำคัญกับธุรกิจ เครือข่ายเอสเนเจอร์ไม่แพ้กัน ด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นเต็ม 100% ว่า เป็นธุรกิจ ที่มีทิศทางและอนาคตที่สดใส โดยเริ่มขยายจากธุรกิจขายตรงชั้นเดียวสู่ระบบการตลาดแบบเครือข่าย MLM (Multi Level Marketing) เปิดขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของกลุ่มสมาชิก เดิมและสรรหาสมาชิกใหม่ พร้อมมุ่งเน้นให้มีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคง และสามารถพัฒนาสมาชิกให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน สอดรับนโยบายการเปิด ตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ด้วย


ธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ได้มีการสร้างพื้นฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งหลายๆ ด้าน เพื่อเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนี้


1.ด้านของบุคลากร โดยมีทีมบริหาร มืออาชีพที่มีหลักธรรมาภิบาล


2.ด้านความพร้อมของระบบการจ่ายผลประโยชน์ เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ ของสมาชิกให้ถูกต้องและเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้


3.ด้านผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นนวัตกรรม มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม มีราคายุติธรรม


4.ด้านพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการขยายตลาด โดยมีการจัดสาขาพร้อมบริการ อยู่ทั่วประเทศกว่า 16 แห่ง พร้อมได้เปิดตลาดต่างประเทศอย่างพม่าและลาวเรียบร้อยแล้ว และจะทำการขยายไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งกัมพูชา, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนต่อไป


จนถึงขณะนี้ธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ได้เริ่มเข้าสู่การรับรู้ในหมู่ผู้บริโภค ที่ไม่ใช่เฉพาะเพียงคนไทยเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดอาเซียนที่เป็นตลาดใหญ่อย่างทีละเล็กทีละน้อย แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ ดังนั้น จึงต้องทำตลาดเชิงรุก เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มากที่สุด มุ่งเน้น Core Business ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพ สินค้าในกลุ่มนวัตกรรมการเกษตร ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลิตภัณฑ์ อื่นๆ อันหลากหลายที่ผู้บริโภคหรือสมาชิก ได้เลือกใช้ ประธานใหญ่บริษัท กล่าว


โดยปัจจุบันเอสเนเจอร์ได้มียอดประมาณการรายได้ในปี 2555 ที่ 400 ล้าน บาท และจะทำให้เพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งคุณสนั่นได้วางเป้าหมายไว้ว่า หากยอดรายได้ของธุรกิจเครือ ข่ายเอสเนเจอร์ 1,000 ล้านบาทเมื่อใด ก็ จะทำการแยกตัวตั้งเป็นบริษัทเอกเทศ เพื่อสร้างสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้ทีมบริหารเข้าถือหุ้นในธุรกิจ อันเป็นการสร้างความมั่นใจและมั่นคงให้กับทุกฝ่าย


ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เอสเนเจอร์เป็น ธุรกิจเครือข่ายไทยสู่ธุรกิจเครือข่ายสากล ที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของความสำเร็จและความมั่นคงอย่างยั่งยืนของสมาชิก สมกับการก้าวย่างของ บมจ.ศรีไทยฯ ที่เน้น เรื่องความมั่นคงและก้าวสู่ความมั่งคั่งอย่าง แท้จริง อันจะครบวาระ 50 ปี ในปี 2556 นี้


อนึ่ง บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดย คุณสุมิตร เลิศสุมิตรกุล เริ่มแรกเป็น เพียงอุตสาหกรรมภายในครอบครัว ใช้ชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุตสาหกรรมศรีไทยพลาสติก ผลิตสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น กะละมัง ถังน้ำ และของเล่นสำหรับเด็ก เป็นต้น ต่อมาได้ ขยายการผลิตสินค้าพลาสติก เพื่องานอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดจนผลิตภัณฑ์เมลามีนภายใต้เครื่องหมายการค้า ซุปเปอร์แวร์ (Superware) ตราสัญลักษณ์รูปนกเพนกวิน พร้อมมีการจัดจำหน่ายใน รูปแบบขายตรงชั้นเดียวหรือ Direct Sale จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และยอมรับใน คุณภาพ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สิงคโปร์, ฮ่องกง, อินเดีย และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1366 ประจำวันที่ 5-8 มกราคม 2556

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ศรีไทยฯ" เร่งเครื่องต่อยอดปักธงต่างแดน ลั่น!รายได้สิ้นปีแตะ8,000ล้านเกินเป้าหมาย


ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ออกตัวแรง!...ประกาศขยายกำลังการผลิตเพิ่ม ทั้งผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก-เมลามีน พร้อมแย้มรายได้สิ้นปีนี้มีลุ้นแตะ 8,000 ล้านแน่...เผยเตรียมเร่งต่อยอดธุรกิจขยายอาณาเขตปักธงรบตลาดต่างประเทศ หวังหนุนรายได้ปี56 พุ่ง 9,000 ล้าน ระบุแบรนด์ขายตรง S Natur ยังคงเดินหน้าไม่ถอยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ประมาณการรายได้รวมอยู่ในระดับ 8,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าระดับเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 7,800 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมากจากดีมานด์ความต้องการ ใช้ในกลุ่มภาชนะบรรจุภัณฑ์พลาสติกอาหาร และเครื่องดื่ม ขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่ขยายตัวเพิ่มในอนาคต
ในปีนี้ยอดขายของบริษัทฯ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ระดับ 8,000 ล้านบาท จากเป้าเดิม 7,800 ล้านบาท เนื่องจากดีมานด์ความต้องการใช้ในกลุ่มภาชนะบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะเห็นได้จากในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีความสามารถในการทำรายได้ไปแล้วกว่า 4,094 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้น บริษัทฯ จะมุ่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนาม และกลุ่ม AEC พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นสินค้าเพื่อรองรับธุรกิจ logistic อาทิ ลัง และพาเลทพลาสติก รวมถึงการเพิ่มสายการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ที่โรงงานโคราชเพิ่มเติม เพื่อขยายตลาดในภาคอีสาน, ลาว และกัมพูชา

การพิจารณารับคำสั่งซื้อสินค้านั้น บริษัทฯ จะคำนึงถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่เหมาะสม ต่อบริษัทฯ อย่างสูงสุด ขณะ เดียวกันบริษัทฯ มีแผนที่จะลดการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนของบริษัท นายสนั่น กล่าว

ส่วนธุรกิจเมลามีนนั้น บริษัทฯ เพิ่มยอดการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งปีนี้คาดว่ายอดขายจะเพิ่มจากปีก่อน 7% ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% โดยมีแผนการเพิ่มโรงงานผลิตอีกหนึ่งแห่งในเวียดนาม

ในขณะที่ ธุรกิจซื้อมาขายไป ภายใต้แบรนด์ S Natur นั้น นายสนั่น กล่าวว่า บริษัทฯ ได้มีการทำการตลาด S Natur อย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ผ่านสาขา 16 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการขยายตลาดไปยัง เมียน มาร์ , ลาว และกัมพูชา และมีแผนการเปิดอีก 1 สาขาภายในปี 2556
บริษัทฯ มีแผนที่ขยายการลงทุน โดยตั้งแต่ปี 2555 บริษัทฯ ตั้งเป้าการลงทุนไว้ 900 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท และในปี 2556 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ระดับ 9,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยลงทุนในเครื่องจักรและแม่พิมพ์เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 บริษัทฯ จะก่อตั้งครบ 50 ปี ซึ่งจะทำการรีแบรนด์ดิ้ง และมีแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ของปี 2556-2558 โดยจะมุ่งเน้นในการนำนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต โดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทฯ มีแผนจะขยายฐานการผลิตโดยสร้างโรงงานในอินเดีย อินโดนีเซียและเมียนมาร์ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่16 - 31 ตุลาคม 2555 ฉบับ330

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : ปั้นสินค้าเกษตรลงสนามครึ่งหลัง เอสเนเจอร์ ลุยยกระดับสมาชิก


เอสเนเจอร์ อัดแผนครึ่งปีหลัง ส่งสินค้าเกษตร เอส-แมททริกซ์ ต่อยอด ล่าสุดส่งสูตร 4 ครอบคลุม อาหารพืช พร้อมเดินหน้าจัด กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ชูแผน ยกระดับสมาชิกให้เกิดการซื้อซ้ำ หวังดันเป้าการเพิ่มสมาชิกใหม่ 3,000 คนต่อเดือน

บัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผ้จู ดั การด้านธรุ กิจ เครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในช่วงครึ่งแรกของ ปี เติบโตแบบไม่หวือหวา ขณะที่เอสเนเจอร์กลับมียอดขาย เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนก่อน หรือมีอัตราการเติบโต 25% จากปกติที่เติบโต 10-15% ต่อเดือน

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอสเนเจอร์เติบโต มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่าง ต่อเนื่อง และอีกหนึ่งปัจจัย คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สินค้าดาวเด่น The Star ออกสู่ตลาด กลุ่มนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร เอส-แมททริกซ์ อาหารพืช ออร์แกนิก ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด และถือเป็นตัวหลักที่ ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตเป็นอย่างสูง

สินค้าตัวนี้ เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความ ต้องการของประเทศไทย เพราะไทยเป็นแหล่งเกษตรกรรม อย่างที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกใช้ปุ๋ยเคมี และ เข้าใจว่าอาหารพืชที่สร้างการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ มากนั้น มาจากสาร N P K แท้จริงแล้วการเติบโตของพืชและ การให้ผลผลิตจากงานวิจัยพบว่า มาจากตัวคาร์บอน และ ผลิตภัณฑ์ เอส-แมททริกซ์ เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ได้อย่าง ครบถ้วน

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เอสเนเจอร์ ได้ เปิดตัวสูตร 4 ซึ่งเป็นสูตรใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของ เกษตรกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบัน เอส-แมททริกซ์ มีด้วยกัน 3 สูตร ได้แก่ สูตร 1 ช่วยปรับสภาพดิน และ สิ่งแวดล้อม สูตร 2 ทดแทนปุ๋ย สูตร 3 ป้องกันโรคพืช และ เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และสูตร 4 ใช้ในการป้องกันแมลง คุมไม่ให้ไข่ของแมลงเจริญเติบโต ควบคุมแมลงไม่ให้ กินอาหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์เกษตรทั้งหมดเป็นสินค้าออร์แกนิก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

นอกจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้รับการตอบรับ ที่ดีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างยอดขาย ให้เติบโต คือกาแฟควบคุมน้ำหนัก เซเว่นเดย์ สลิม ที่ครอง ยอดขายเป็นอันดับ 1 มาหลายเดือนติดต่อกัน ซึ่งการทำ ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี จะเน้นรุกผลิตภัณฑ์เกษตรกลุ่ม The Star เพื่อเป็นการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ จะมีการ เปิดตัวสินค้าใหม่ 2-3 รายการ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดูแลสุขภาพมาเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจ อีกด้วย

บัญชา กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ นักธุรกิจเอสเนเจอร์เตรียมแผนการทำธุรกิจด้วยการสร้าง รายได้ให้กับสมาชิกอย่างยั่งยืน และรักษาฐานสมาชิกให้ อยู่กับเอสเนเจอร์ให้นานที่สุด โดยจะเน้นยกระดับสมาชิก จากระดับ C Class สมาชิกที่เข้ามาทดลองใช้สินค้า ก้าวสู่ ระดับ S Class กลุ่มสมาชิกที่พร้อมในการเริ่มทำธุรกิจอย่าง จริงจัง

ขณะเดียวกัน เอสเนเจอร์ จะกระต้นุ ให้สมาชิกในกล่มุ S Class มียอดการสั่งซื้อทุกเดือนโดยจะมีการออก Program เพื่อให้สมาชิกมีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีโปรแกรม เฉพาะให้สมาชิกสามารถสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าทุกเดือน และ เมื่อถึงเวลาจะทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าถึงบ้าน ถือเป็น มิติใหม่ในการจำหน่ายสินค้า โดยที่สมาชิกไม่ต้องกังวลว่า จะไม่ได้รับสินค้า

อย่างไรก็ดี จากแผนดังกล่าว หลังจากที่ได้ทดลองทำ มาแล้วปรากฏว่าได้รับผลการตอบที่ดีจากสมาชิก จากปกติ ที่มีสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบประมาณ 2,000 คนต่อเดือน เพิ่มเป็น 2,500 คนในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา และ เอสเนเจอร์มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสมาชิกใหม่เข้า 3,000 คน ต่อเดือน นับจากนี้ไป

ที่ผ่านมาเอสเนเจอร์ ได้ปรับกลุ่มสินค้าใหม่ เพื่อ สานต่อแนวคิดการผลิตสินค้านวัตกรรม Greenovative โดยสินค้าที่ปรับแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่ม เสริมอาหาร, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, กลุ่ม เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อสุขภาพ, กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาและ เวชภัณฑ์, กลุ่มเพื่อความงาม, กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน, และกลุ่มสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ ที่ถือเป็นตัวสร้างสีสัน และยอดขายสูงสุด คือ กลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อ การเกษตร เพื่อสร้างความชัดเจนของสินค้ามากขึ้น บัญชา กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเอสเนเจอร์ (SNatur) : ประมวลภาพงาน เอสเนเจอร์ บิสสิเนส คอนเฟอร์เร้นซ์(S Natur Business Conferrence,SBC)


ธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ โดยบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด(มหาชน) ได้จัดงาน SBC ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน พัทยา เมื่อวันที่ 21-22 ก.ค.55 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานบริษัท และคุณบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีการจับรางวัลแจกรถมิตซูบิชิ มิราจ ,ตั๋วเครื่องบินทริปท่องเที่ยว เอสเนเจอร์ อินโนเวทริป นิวซีแลนด์ สร้างความตื่นเต้นและประทับใจต่อผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คนเป็นอย่างมาก

ข่าวเอสเนเจอร์ (SNatur) : การเปิดตลาดขายตรง ณ ประเทศพม่า


ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของประเทศพม่า มีการเปลี่ยนแปลง มากมายในหลายแง่มุมของประเทศ ส่งผลให้ประเทศพม่า ได้เดินก้าวเข้าสู่อาณาประชาคมโลก และส่งผลให้ทางด้าน เศรษฐกิจของพม่าได้กระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วงการธุรกิจทุกๆ แขนงได้มีการฟื้นตัวและปรับตัวขนานใหญ่ รับมือกับเม็ดเงินลงทุนจากผู้ลงทุนรายใหญ่ข้ามประเทศมากมาย

สำหรับวงการขายตรงหรือธุรกิจเครือข่ายในประเทศ พม่านั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีธุรกิจที่ดำเนินอยู่แล้วเพียงไม่กี่ราย แต่การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างจำกัด ด้วยเงื่อนไขต่างๆ มากมายของรัฐบาลทหาร ณ เวลานั้น ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประเทศ พม่าก็กลาย เป็นประเทศเนื้อหอม มีกลุ่มธุรกิจเครือข่ายขายตรงรายใหญ่ หลายรายที่เข้าร่วมไปสร้างโอกาสและพัฒนาพม่าให้กลาย เป็นเสือตัวที่ 8 แห่งเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

ในส่วนของธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์นั้น ได้มีการบุกเข้าไปทำตลาดพม่า ณ เมืองย่างกุ้งเมื่อต้นปี 2554 โดย ช่วงที่เริ่มบุกเบิกนั้น เกิดจากวิสัยทัศน์ของคุณสนั่น อัง-อุบลกุล ประธานกรรมการ บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ที่ เล็งเห็นกระแสการเกิดกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 จึงจำเป็นต้องเร่งมือเข้าไปกรุยทางก่อน ที่พม่าจะเปิดประเทศอย่างเต็มที่ และด้วยความที่มีสาย connection อยู่ทั่วโลกจึงได้มีพันธมิตรทางการค้า (Partnership) ที่เป็นมืออาชีพในการดำเนินการธุรกิจเครือข่าย ในประเทศพม่าได้อย่างสะดวกขึ้น และได้รับการตอบรับที่ดี จากนักธุรกิจชาวพม่าด้วย

ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ในพม่าได้ เป็นธุรกิจเครือข่ายที่ติดในอันดับท็อปเทน โดยในปีแรกที่เปิดดำเนินธุรกิจ มียอดขายมากกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งถือว่า สูงมากในสถานการณ์ขณะนั้น ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของเอสเนเจอร์ที่โดดเด่นและเป็นตัวผลักดันธุรกิจให้รุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ เอสแมททริกซ์ (S-Matrix) นวัตกรรมสารอินทรีย์สำหรับพืช อันมีหลายสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรอันเป็นอาชีพหลักของชาวพม่าได้แก่ เอสแมททริกซ์ สูตร 1 เป็นนวัตกรรมสารอินทรีย์เสริมสำหรับพืช โดยเน้นปรับพืชและดินให้มีความสมดุล มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เอสแมททริกซ์ สูตร 2 เป็นนวัตกรรมสารอินทรีย์เข้มข้น ที่สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีได้ ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อย่างเห็นได้ชัด และเอสแมททริกซ์ สูตร 3 เป็นนวัตกรรม สารอินทรีย์พิเศษที่ช่วยยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เอสแมททริกซ์ทุกตัวมีความเป็นอินทรีย์ (Organic) 100% สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม และนอกจาก นี้ ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น เช่น กลุ่มครัวเรือน อย่างเหยือกปรับสภาพน้ำอัลคาไลน์ ไบเอเซร่า โดยเอสเนเจอร์ กลุ่มอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และกลุ่มของใช้ส่วนตัวด้วย โดยมีอัตราการเจริญเติบโตของยอดขายตามกันอย่าง ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ยังคงมีกลยุทธ์ one code one world ดังนั้นไม่ว่าผู้สนใจจะเริ่มสมัครเป็น หุ้นส่วนธุรกิจที่ประเทศไหนมาก่อนก็ตาม แต่ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ทั่วโลกภายใต้หนึ่งรหัสนั้น ทำให้โอกาสการ เจริญเติบโตของสายงานเป็นไปอย่างก้าวหน้าและต่อเนื่อง อย่างมั่นคง อันเป็นการตอบโจทย์ผู้ทำธุรกิจเครือข่ายและ เป็นแนวทางการรับมือกับการเปิดตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้อย่างสวยงาม


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012 ถึง10-8-2012

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

SNatur ลั่นปีหน้าพาทีมขายท่องเที่ยวมุ่งตรงสู่ดูไบ



คุณสนั่น อังอุบลกุล (ที่ 3จากซ้าย) ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และ คุณบัญชา เหมินทคุณ (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย SNatur พร้อมทีมผู้บริหารเอสเนเจอร์ จัดงานสัมมนา SNatur Business Conference (SBC) ให้กับนักธุรกิจเอสเนเจอร์ทุกระดับ พร้อมประกาศพานักธุรกิจที่ทำยอดขายตามเป้าหมาย เดินทางสู่ประเทศดูไบ ชมความงดงามของตึก Burj Dubai ที่สูงที่สุดในโลก และหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวในต้นปี2555 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา เมื่อเร็วๆนี้

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม : บ.นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด คุณพจนีย์ บุญเจริญสุข โทร.02-631-2290-5 ต่อ 309

ที่มา : http://www.newswit.com

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

“SNatur” ออกผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม รางวัลเหรียญทอง นวัตกรรมโลก บุกตลาดเอเซีย



ธุรกิจเครือข่าย SNatur (เอสเนเจอร์) ในเครือศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จับมือ “แพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี” เจ้าของผลงานรางวัลนวัตกรรมเหรียญทองสิ่งประดิษฐ์ เจนีวา 2011เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม “SNatur Dynamic Plus (ไดแนมมิค พลัส)” เจาะตลาดเอเซีย หวังดันยอดขายพุ่ง 300%

คุณบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย SNatur บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทได้วางตลาด SNatur Dynamic Plus เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับดีมากทั้งด้านยอดขายและจำนวนนักธุรกิจที่มาร่วมกับเรา SNatur Dynamic Plus ยังเป็น 1 ใน 9 สินค้าโปรดักท์แชมเปี้ยน (Product Champion) ในปีนี้ มั่นใจว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในตลาดสุขภาพให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้าตัวเลขจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ไว้ที่ 30 ล้านบาทในปีบัญชี 2554 นี้

“SNatur Dynamic Plus” เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเสริมที่สกัดโคลีนจาก Egg Yolk (ไข่แดง) และ Bael fruit หรือ Wooden Apple (ผลมะตูม) โดยแพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลนานาชาติหลายรางวัล ล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ สาขาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เมือง เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (International Exhibition Invention of GENEVA) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ได้รับ The Best Inventor จาก WIPO (World Intellectual Property Organization: องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก) องค์การสหประชาชาติ และองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศรัสเซีย เหรียญทองและเหรียญทองแดง จาก KIPA ประเทศเกาหลีใต้

“กลยุทธ์การตลาดของเราจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ที่ต้องใช้สมองในการคิดอ่าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากตัวเลขสถิติพบว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุในปี 2553 มากกว่า 7 ล้านคน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องความเสื่อมของสมองอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และพบว่ากลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพมากถึงร้อยละ 50 และอนาคตรัฐจะต้องเสียงบประมาณในบริการสุขภาพของผู้สูงอายุมากถึง 3.62 เท่า ดังนั้นจึงคาดว่า “SNatur Dynamic Plus” จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุ”

“สินค้าเด่น 9 สินค้าของเราจะอยู่ในกลุ่มสุขภาพ (Health Care) กลุ่มความงาม (Beauty care) ของใช้ส่วนตัว (Personal Care) และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Home care) ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ นอกจากเราจะนำนวัตกรรมมาเสนอให้แก่ลูกค้าภายในประเทศแล้ว เรายังได้ขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 126 ล้านบาท ในปีที่แล้ว เป็น 450 ล้านบาท ในปีนี้” นายบัญชาเสริม

“การเจาะตลาดในเอเซีย SNatur ได้ประเดิมเปิดสำนักงานแห่งแรกไปแล้วในย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา ต่อไปก็จะเปิดสำนักงานเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเดือนสิงหาคม ปลายปีจะเปิดสาขาที่ประเทศอินโดนีเซีย และในปีหน้าก็จะขยายตลาดไปยังเวียดนาม กัมพูชา และอินเดียต่อไป” นายบัญชากล่าว

แพทย์แผนไทย บุณยพร ยี่มี เจ้าของรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ เจนีวา จากผลงานสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม ผู้ประยุกต์ศาสตร์การแพทย์ไทยและตะวันตกเข้ากันได้อย่างลงตัว กล่าวว่า “ผลงานประดิษฐ์นี้ได้นำเอาไข่แดงและผลมะตูมมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการสกัดที่ไม่ใช้สารเคมี และเป็นการผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% จนได้เป็นน้ำมันไข่แดงที่มีโคลีน, เลซิทิน, และโอเมก้า-3 (ดีเอชเอ) ซึ่งมีประโยชน์ช่วยบำรุงระบบสมองและระดับประสาท ฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนน้ำมันจากผลมะตูม ถือเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย และยังช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเสริมการออกฤทธิ์ในระดับดีเอ็นเอ เมื่อนำมารวมเข้าไว้ด้วยกันแล้วทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องระบบประสาทและสมอง ช่วยให้หลับลึก (Deep Sleep) มีผลทำให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังปรับฮอร์โมนให้สมดุล รวมถึงช่วยบำรุงร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพด้วย”

ผู้สนใจ ผลิตภัณฑ์ “SNatur Dynamic Plus” สามารถติดต่อนักธุรกิจเอสเนเจอร์ หรือที่ Call Center            02 246 1111       หรือที่สำนักงานเอสเนเจอร์ สาขารัชดาภิเษก ราคาสมาชิกกล่องละ 995บาท ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.SNatur.com หรือ www.facebook.com/SNaturLives

ธุรกิจเครือข่าย SNatur ในเครือ บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทการตลาดแบบ Modern Network Marketing ของคนไทยที่มีมาตรฐานสากลมุ่งสู่ตลาดโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “ธุรกิจเครือข่ายไทย … สู่ธุรกิจเครือข่ายสากล”
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด

พจนีย์ บุญเจริญสุข /อัจฉราวดี อวนอ่อน

โทร. 0-2631-2290-5 ต่อ 309, 318 แฟกซ์.             0-234-6192-3


ที่มา : http://www.newswit.com