ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายวสันต์ ลิขิตเสถียร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายวสันต์ ลิขิตเสถียร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

"กรมขายตรง"ยกระดับ"ขายตรง"







1011704_538696539499907_1209108848_n (Mobile)


ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำหรับแนวคิด การตั้งหน่วยงานอิสระ โดยการสนับสนุนของภาครัฐ เพื่อกำกับ ดูแลวงการธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง และเป็นหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเพียงธุรกิจขายตรงเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายเห็นพ้องว่า ธุรกิจขายตรงมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจประกัน แต่ธุรกิจประกัน กลับเป็นที่ยอมรับและพัฒนาไปไกลกว่า เนื่องจากมีหน่วยงาน อย่าง "สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)" คอยกำกับดูแลอยู่แล้วเหตุใดธุรกิจขายตรงจะพัฒนาขึ้นตามไม่ได้ หากมีหน่วยงานอะไรสักอย่าง ที่เข้ามากำกับดูแลอย่างเฉพาะธุรกิจ


นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐ ตั้งหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะขึ้นมาเสียที เนื่องจากจะได้ตัดปัญหาที่มีมากมายในวงการขายตรงให้หมดไป ถึงแม้ปัญหาจะยังมีใหม่ๆ ตลอด แต่อย่างน้อยก็จะมีหน่วยงานให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้เรียกร้องความเป็นธรรม เมื่อถูกเอาเปรียบหรือถูกหลอกลวงทำให้เสียหาย


"ก็คงจะเหมือนๆ กับบริษัทอื่นๆ เพราะอยากให้มีหน่วยงาน ดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะขึ้นมาจริงๆ สักที แต่จะใช้ชื่ออะไร ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจจะเป็นกรมขายตรงก็ได้ แต่ก็คงจะไม่หนีจากนี้ เพราะตอนนี้อย่างในธุรกิจ ประกันก็มีหน่วยงานดูแล และธุรกิจ ขายตรงที่มีมูลค่าตลาดรวมมหาศาล จะมีหน่วยงานที่ดูแลไม่ได้เชียวหรือ"


"คงไม่มีใครอยากให้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ หรือปัญหากลุ่มแอบอ้าง หลอกลวง มาฉวยโอกาสเอาเปรียบ คนที่ตั้งใจทำธุรกิจนี้จริงๆ เพราะมันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขายตรงมาก ทั้งๆ ที่ธุรกิจนี้เป็นอะไรที่สวยงาม เพราะมีหลายคนที่เข้าสู่ธุรกิจนี้แล้วเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองกลายมาเป็นเศรษฐีได้จำนวนไม่น้อย ผมอยากให้ทุกคนมองว่า ธุรกิจนี้ให้ได้จริงๆ"


รองประธานกรรมการอาวุโส "อาเจล" ได้กล่าวต่อว่า ในอีกมุมมองหนึ่ง อาจเป็นเพราะรัฐบาลยังไม่เข้าใจในธุรกิจขายตรง ทำให้ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ เพราะกฎหมายฉบับปัจจุบันที่ใช้บังคับอยู่ค่อนข้างล้าสมัยมาก ควรมีการปรับ แก้ไขได้แล้ว เพื่อให้เข้ากับยุคเทคโนโลยีนี้ ไม่อย่างนั้นจะเป็น ช่องโหว่ให้กลุ่มไม่หวังดีหาผลประโยชน์ไปเรื่อยๆ


"น่าจะมีการระดมความคิดจากบริษัทยักษ์ใหญ่หรือทุกบริษัท เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าต้องการเปลี่ยน แปลงอะไรในธุรกิจขายตรง เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ทำให้วงการขายตรงพัฒนาต่อไปได้ และคนที่สนใจธุรกิจขายตรงนี้ จะมีความมั่นใจและกล้าเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น เพราะถือเป็นอาชีพรายได้เสริมอีกอย่างที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำ หรือจะทำเต็มเวลาก็ย่อมได้"





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : "อาเจล" ปั้นตลาดสายกีฬาส่งสินค้าหนุน "กกท." ดันเป้า 500 ล้าน







385337_520483294654565_791084747_n (Mobile)


"อาเจล" หนุนการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ของบริษัทให้นักกีฬา เน้นไปที่เยาวชน ในโครงการ "สปอร์ตฮีโร่" สานฝันเด็ก ไทยสู่ทีมชาติ พร้อมยอมรับปัญหาแม่ทีมย้ายค่ายยังมีในค่าย ฉุดยอดขายปี 55 รายรับปีก่อนปิดที่ 450 ล้านบาท ส่วนปี 56 วางกลยุทธ์หลักจัดโรดโชว์อวดแบรนด์ดันเป้า 500 ล้านบาท


นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รอง-ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า การดำเนินธุรกิจเมื่อ ปี 2556 ที่ผ่านมาบริษัทได้เจอปัญหามาก มาย โดยเฉพาะเรื่องของ "แม่ทีม" ที่ชอบย้ายค่ายไปที่อื่น ทำให้ ส่งผลกระทบต่อบริษัทเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ และ หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ บริษัทยังถือว่ามีการเติบโต 42% ส่วนยอดขายอยู่ที่ 450 ล้านบาท แต่หากเทียบสาขาที่เปิดในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะ เป็นมาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน และพม่า มีการเติบโต 15% ทำยอดขายรวม ได้ 1,000 ล้านบาท


"ตอนนี้บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในประเทศ ไทยเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และได้จัดงานฉลองครบรอบ 5 ปี ไปเมื่อช่วงเดือน พ.ย.เมื่อปีที่ผ่านมา ถือว่าภาพรวมในเมืองไทยนั้น ยัง อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แม้ว่าจะเจอปัญหาเรื่อง แม่ทีมย้ายค่ายบ่อยก็ตาม แต่บริษัทแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และยืนหยัดที่จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งถือเป็นการแสดงความเชื่อมั่น ให้กับสมาชิกทุกคนด้วย"


รองประธานกรรมการอาวุโส "อาเจล" เผยต่อว่า บริษัทได้พยายามออกไปทำโรดโชว์ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักภาพลักษณ์บริษัทมากขึ้น โดยไปทัวร์กันทั้ง 4 ภาค เลย และตอนนี้ได้พยายามให้แม่ทีมกระจาย ออกไปทำงานให้ครอบคลุมไปทุกพื้นที่ของประเทศ ส่วนสำนักงานนั้นมีอยู่ 4 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และ พัทยา ซึ่งตอนนี้กำลังเล็งที่จะเปิดสำนักงาน เพิ่มเติมอีก แต่ต้องดูความพร้อมของแม่ทีม ด้วย


"ในการดำเนินธุรกิจของเรานั้น บริษัทใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ และที่นี่ มีการจ่ายผลตอบแทนที่ชัดเจนตรงไปตรงมา หากสมาชิกมีความสามารถมาก บริษัทก็พร้อมจะจ่ายแน่นอน แต่หลักๆ องค์กรของ เราจะขยายออกไปได้ จะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจ และมีความรักสามัคคีกัน"


สำหรับเป้าหมายในสิ้นปีนี้ คุณวสันต์ ได้กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้าจะต้องมีการเติบโตขึ้นไปอีก 15% ซึ่งยอดขายต้องแตะที่ 500 ล้านบาทให้ได้ ส่วนสมาชิกที่มีอยู่ 230,000 รหัส ก็จะตั้งเป้าจะขยับตัวเลขไปให้ถึง 250,000 รหัสให้ได้ ส่วนในช่วงเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ บริษัทเตรียมจะจัดงานใหญ่ "อาเจล เวิร์ค มิล เอเชีย" เพื่อให้สมาชิกได้เตรียมพร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและให้ความรู้การทำธุรกิจ อย่างถูกต้อง


ขณะที่เรื่องของผลติภัณฑ์ก็ได้รับการรับรองจาก อย. เรียบร้อย และยังมีสินค้าชูโรงอย่าง Exo กับ Umt ที่กำลังมาแรงในตลาดมาก เพราะจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดที่สูง และต้านมะเร็ง ซึ่งจุดแข็งอีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์อาเจลจะเป็นลักษณะที่นักบินอวกาศใช้รับประทาน กัน นอกจากนี้ บ.อาเจล ได้จับมือกับการ กีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. โดยได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้าไปใช้ในนักกีฬาโครงการ "สปอร์ตฮีโร่" อย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักกีฬาใช้รับประทาน ก่อนแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นการเสริมสร้างเยาวชนให้ สุขภาพแข็งแรง


ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในการ รวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี นั้น ตอนนี้ได้เข้าไปเจาะตลาดตาม ตะเข็บชายแดนพอสมควรแล้ว รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม โดยยังเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน เพราะมีเครือข่ายของบริษัท อยู่ที่นั่น แต่ยังไม่ได้เปิดเป็นทางการ กำลังขยายตลาดและอยู่ในช่วงกำลังศึกษา ข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อน




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว "อาเจล (Agel)" ปลื้มผู้นำเก่าหวนซบอกย้ำรับแต่คนดีส่วนพวกให้ร้ายอย่าได้เผาผี!

 


อาเจล อ้าแขนรับนักขาย ที่เคยหอบผ้าหนี แต่ต้องไม่ใช่คนที่เคยให้ร้ายบริษัท โชว์แผนครึ่งปีหลังจับมือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบัตรใช้จ่ายเฉพาะ ลูกค้าอาเจลสร้างความสะดวกสมาชิก ด้านแม่ทัพอเมริกา มร. โจล์ ร็อควูด บินตรงเข้าไทย ประกาศตั้งเป็นแกนอาเซียน เนรมิตโรงงานผลิตสินค้าจ่ายสาขาในภูมิภาค

นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาเจลสาขาไทยมีผลประกอบการ เติบโตขึ้นถึง 10% ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ทำให้ใครหลายคนเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจอาเจล โดยเฉพาะผู้นำเก่าที่หวนกลับมาสนใจและเข้าร่วมธุรกิจกับเรา อีกครั้ง

จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านั้นอาเจลประเทศไทยเกิดวิกฤติภาวะเลือดไหล สร้างผลกระทบทั้งต่อภาพลักษณ์ของบริษัท และต่อยอดขายมากมาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน เมื่อเลือดเก่าเหล่านั้นไหลย้อนกลับมา และนำทัพของธุรกิจที่เขาอยู่ล่าสุดมาเป็นทัพใหญ่ ซึ่งตนเชื่อว่าปรากฏการณ์เลือดไหลย้อนกลับนี้จะนำ อาเจลก้าวไปสู่มิติใหม่อย่างที่ใครๆ คาดไม่ถึงแน่นอน

อย่างไรก็ดี นายวสันต์ ก็ได้กล่าวถึงเงื่อนไขที่บริษัทจะรับพิจารณาผู้นำเก่าที่จะมาร่วมธุรกิจกับอาเจลใหม่ว่า การพิจารณา รับเข้ามานั้น คณะกรรมการจะพิจารณาออก เป็น 2 เรื่อง คือ ตอนออกไป เขาเหล่านั้นออกไปเพราะเหตุผลใดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ ไม่ และออกไปแล้วทำร้ายบริษัทมากน้อยแค่ไหน เพราะอาเจลเราเจ็บแล้วจำ จะไม่พิจารณาคนที่สร้างความเสียหายให้กับบริษัท อย่างแน่นอน และผู้นำเก่าที่กลับมาใหม่ เขา จะต้องเริ่มต้นใหม่ เหมือนสมาชิกนักธุรกิจคนอื่นๆ ทุกคน

ส่วนแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง รองประธานอาวุโส อาเจลประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีนี้บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่าง เต็มที่ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครือข่าย อย่างแท้จริง โดยแผนแรก คือ การขยายแผนโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย Hybrid Plus Triple Bonus ที่บริษัทได้จัดเป็นโปรฯพิเศษ ให้กับสมาชิก โดยเป็นแผนที่นักขายสามารถ รับรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากบรรดาสมาชิก บริษัทจึงได้ขยายระยะเวลาสำหรับโปรฯดังกล่าวจนถึงสิ้นปีนี้

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำ SCB Cash Card ที่จะทำให้สมาชิกของบริษัทมีความคล่องตัวในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งบัตรเดียวเป็นได้ ทั้ง ATM รวมถึงสามารถใช้เดินทางรถไฟฟ้า ใต้ดิน (MRT) ได้อีกด้วย และถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งขึ้นเมื่อมีเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น ที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคารไทยพาณิชย์ ในการผลิตบัตรดังกล่าวให้ โดยอีกบริษัทหนึ่ง คือ เบียร์สิงห์

ด้านโปรฯ การท่องเที่ยว หลังจากในช่วงไตรมาสแรก อาเจลได้มีการจัดทริปท่องเที่ยวยุโรป ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้นำสามารถพิชิตโปรฯ ได้ถึง 60 คน หลังจากนี้บริษัทจะจัดให้ผู้นำธุรกิจมีโอกาสท่องเที่ยว ได้เพิ่มขึ้น คือ 1 ปี มีโอกาสเที่ยวได้ 4 ครั้ง และเป็นครั้งแรกที่อาเจลจะแจกทั้งทริปท่องเที่ยวและเงินช็อปปิ้งเป็นพ็อกเก็ตมันนี่สูงสุดถึงคนละ 2 ล้านบาท อาจกล่าวว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการเครือข่ายขาย ตรงบ้านเราเลยก็ว่าได้ที่มีการแจกพ็อกเก็ต มันนี่ให้ผู้นำแต่ละคนถึง 2 ล้านบาท โดยที่ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหารและที่พักอย่างแน่นอน

อาเจล คงจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราสามารถหยัดยืนอยู่ท่ามกลางมรสุมต่างๆ ได้ และปัจจุบันบริษัทก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เพื่อนๆ ที่เคยออกจากธุรกิจอาเจลไปด้วย หลายปัจจัย เปลี่ยนใจกลับมาสู่บ้านหลังเก่า ที่มีความพร้อมและอบอุ่นเช่นเคย ซึ่งเราก็เปิดโอกาสต้อนรับทุกคนด้วยความจริงใจ วสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านมร.โจล์ ร็อควูด รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทอาเจลสำนักงานใหญ่ ตัดสินใจที่จะเข้ามาเปิดโรงงานที่ประเทศไทย เพื่อเป็นฐานการ ผลิตสินค้าส่งขายทั่วเอเชีย เพราะอาเจล อเมริกามั่นใจว่า ไทยเป็นสาขาที่แข็งแกร่ง ซึ่งต่อไปนอกจากอาเจลสาขาไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอเชียแล้วยังสามารถก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อีกด้วย โดยตนคาดว่าโรงงานจะเริ่มผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มต้นน่าจะเป็นการผลิตสินค้าจำพวกบอดี้แคร์ก่อน ส่วนงบในการจัดตั้งโรงงานยังไม่เป็นที่แน่นอน ต้องรอระยะเวลา และดูความพร้อม ต่างๆ

โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มร.โจล์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาช่วยรุกการขยายตลาดกลุ่มเด็ก นักศึกษา หรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการเสริมสร้างสติปัญญา โดยการผลิตสินค้าที่เรียกว่า OM-3 ในซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารในรูปแบบเจล นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาปรับปรุง พัฒนาสูตรใหม่ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนรักสุขภาพมากขึ้น คือ การพัฒนาเครื่องดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ COF และที่พิเศษยิ่งกว่า ก็คือการเปิดตัวเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้นักธุรกิจทำงานได้คล่องขึ้น โดยเครื่องชงกาแฟนี้สามารถติดตั้งไว้ได้เกือบทุกที่ ไม่ว่าจะตามสถานฟิตเนส แหล่งเสริมสวย หรือโรงเรียน และสถานราชการต่างๆ คาดว่าในครึ่งปีหลังนี้เฉพาะอาเจลประเทศไทยจะมีการตอบรับเครื่องชงกาแฟดังกล่าวถึง 200 เครื่อง

นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงาน Agel World รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือน กันยายนนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า หากผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ ได้เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศไทย เชื่อได้ว่าวงการเสริมอาหาร จะต้องตะลึง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1318 ประจำวันที่ 18-7-2012 ถึง20-7-2012