ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักธุรกิจอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักธุรกิจอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

‘เกษตรแถวกลาง’ขยับทัพหลังน้ำลด อธิบดีเกษตรออกโรงฟันเว็บไซต์ผิดกม.







wwwwwww (Mobile)

 


สมรภูมิรบ “ขายตรงเกษตร” ส่งสัญญาณเดือด!...หลายค่ายเปิดกลยุทธ์หวังดันยอดขยับปลายปี ด้าน “ดาวปูแดง” ปรับกลยุทธ์ใหม่ “ซื้อตรง” ไม่ต้องซื้อผ่านผู้จำหน่ายอิสระ พร้อมตั้งโรงงาน รับซื้อเผือกและหอมกับพี่น้องเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ...ส่วน “แทนคุณแผ่นดินสยาม” เร่งจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นยอดขาย พ่วงท้ายเสริมสินค้าใหม่สู้ศึก... “วิน วิน” ปรับกลยุทธ์บุกตลาดเกษตรใหม่ เปลี่ยนจากขายแบบหลายชั้นมาเป็นแบบซิงเกิ้ล พร้อมจับมือ ธ.ก.ส. จำหน่ายสินค้าให้เกษตรกร...ด้าน “อธิบดีกรมวิชาการเกษตร” ออกโรงเตือน ระวังสินค้าเกษตรปลอม หลังพบตามเว็บไซต์เฮโลขายเพียบ


หลังจากปล่อยให้ธุรกิจนิ่งไประยะหนึ่ง ช่วงน้ำท่วมสำหรับ “ธุรกิจขายตรง” ในส่วนของ “ภาคการเกษตร” ณ เวลานี้ ต้องเรียกว่า หลาย ๆ ค่ายเริ่มที่จะมีการขยับตัว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับคืนมาอีกครั้ง!...ที่สำคัญ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ มีค่ายไหนบ้างที่ “ออกหมัดเด็ด” ชนิดที่ว่า “ทะลุทะลวง” กันบ้าง ทีมข่าว “ตลาดวิเคราะห์” ขอนำเสนอความเคลื่อนไหวของ “ขายตรงเกษตรแถวกลาง” ให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้


 เปิดกลยุทธ์ท้ายปี ขายตรงเกษตร


เร่งอุดจุดบอด ชูจุดแข็งสร้างเครือข่าย


...เริ่มต้นเจาะกลยุทธ์ช่วงท้ายปีของ “ขายตรงเกษตร” ค่ายแรกนั่นก็คือ “ดาวปูแดง”ภายใต้การนำทัพของ “เชน


ใจซื่อ” ที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ พบว่าค่ายนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแนวใหม่ ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่ชื่อว่า “ซื้อตรง” ซึ่งจากที่เคยจำหน่ายสินค้าผ่านทางนักธุรกิจอิสระ มาซื้อกับทางบริษัทฯ โดยตรง


และยังพบอีกว่า ทาง “ดาวปูแดง” ยังได้มีการตั้งโรงงานแปรรูปเผือก เพื่อรับซื้อเผือกและหอมจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการของบริษัทฯ อีกด้วย อีกทั้งยังมีการประกันราคาเผือกไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 500 รายทั่วประเทศด้วยกัน และในอนาคต “ดาวปูแดง” ยังมีแผนที่จะเปิดโครงการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และพร้อมที่จะรับซื้อด้วย


เช่นเดียวกับทางด้าน “บริษัท แทนคุณแผ่นดินสยาม จำกัด” หรือ “Give Siam” บริษัทขายตรงน้องใหม่ ช่วงนี้ก็ได้มีการเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษและโปรโมชั่น เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาที่เหลือ รวมถึงมีแผนที่จะเปิดศูนย์กระจายสินค้า ภายใต้ชื่อ “ศูนย์เกษตรสบาย” จำนวน 150 แห่ง ภายใน 1 - 2 ปีนี้อีกด้วย


ที่สำคัญ ทาง “แทนคุณแผ่นดินสยาม” ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์สินค้า เข้ามาทำตลาดเพิ่ม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับทางโรงงานผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่า ค่ายนี้ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าว ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ภายใต้ชื่อ CO Rice ไปเมื่อไม่นานมานี้เอง


...ด้านขายตรงอย่าง “บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด” ที่มี “ภก.ประเสริฐ หวานยิ่ง” เป็นหัวเรือใหญ่อยู่นั้น ก็ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดทางด้านเกษตรใหม่ ด้วยการเปลี่ยนระบบการขายจากที่เคยทำธุรกิจในเครือข่ายแบบหลายชั้นมาทำธุรกิจในแบบซิงเกิ้ลแทน ซึ่งได้มีการร่วมมือกับทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกร โดยมีการนำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่...


และนอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่แล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ ค่าย “วิน วิน” ยังเตรียมที่จะเน้นให้สมาชิกได้มีการเปิดธุรกิจในลักษณะคล้ายโมบายที่เรียกว่า “บอส” ให้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการให้ผู้นำได้มีการบริหารเอง โดย “วิน วิน” จะมีการจ่ายค่าบริหารให้บอส 10% ด้วยกัน


พร้อมกับ อัดกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงโปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และจัดให้สมาชิกเก่า และใหม่ได้ไปเข้าแคมป์อบรมพิเศษ เพื่อเสริมทักษะเวลาออกไปเจอสถานการณ์จริง ๆ ด้วย อีกทั้งในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ “วิน วิน” ได้มีการเพิ่มสินค้าใหม่อีก 6 รายการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นครีมอาบน้ำ, กาแฟโสม, โฟมล้างหน้า, แชมพู, ทรีทเมนท์ และครีมหน้าใส เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากขึ้น ส่วนเป้าหมายอัตราการเติบโตสิ้นปีนี้นั้น ค่าย “วิน วิน” ได้ตั้งเป้าที่จะเติบโตอยู่ที่ 40% หรือมียอดขายอยู่ที่ 100 ล้านบาท


…จะเห็นได้ว่า ความคลี่คลายของสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้ในช่วงเวลานี้ “ขายตรงภาคการเกษตร” เริ่มเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกทีเดียว ซึ่งก็ต้องติดตามกันดูว่าแต่ละค่ายที่ได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อสู้ศึกการแข่งขัน จะแผลงฤทธิ์ได้ร้อนแรงขนาดไหน ซึ่งไม่เกินสิ้นปีนี้คงได้รู้แน่นอน!


 จับตาสินค้าเกษตรปลอม


พบตามเว็บไซต์เฮโลขายพรึบ!


...ส่วนอีกหนึ่งปัญหาที่ ขณะนี้เริ่มที่จะระบาดหนักขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ การเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าเกษตรของพ่อค้าหัวใสที่ผิดกฎหมาย โดยจากข่าวล่าสุด ทางด้านอธิบดีกรมวิชาการเกษตร “ดำรงค์ จิระสุทัศน์” ได้ออกมากล่าวยอมรับว่า ในช่วงนี้เริ่มที่จะพบเห็นผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งได้ใช้วิธีการขายสินค้าทางด้านการเกษตรผ่านทางเว็บไซต์ หรืออินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยการโฆษณาขายสินค้าส่วนใหญ่ ไม่บ่งชี้ว่าเป็นปุ๋ย หรือเป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตรอย่างชัดเจน


ซึ่งจากกรณีดังกล่าวนี้ ทำให้เกษตรกรเกิดความเข้าใจผิดว่า สินค้าเกษตรดังกล่าวที่ได้มีการโฆษณานั้น สามารถช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งยังช่วยป้องกัน กำจัดศัตรูพืช และทำให้ได้ผลผลิตสูงได้จริง ซึ่งหลังจากที่มีการซื้อไปแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายโดยใช้คำโฆษณาที่คลุมเครือและไม่ชัดเจน


โดยขณะนี้ทางกรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายหน้าที่ให้สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการควบคุมการโฆษณาให้ตรงตามความเป็นจริง ไม่ให้มีการโม้โอ้อวดจนเกษตรกรเข้าใจผิดในคุณภาพของสินค้า


...จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของกฎหมายการลงโทษผู้กระทำผิดในปัจจุบันนี้ การเข้มงวดกวดขันถือว่ายังไม่เอาจริงเอาจังสักเท่าไหร่ จากกรณีที่ผ่านมาที่มีผู้จำหน่ายหลาย ๆ คนอ้างว่า สินค้าที่โฆษณาเป็นสารปรับปรุงดินทำให้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ปุ๋ย และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่หากใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคมาควบคุมสามารถกระทำได้


และจากความไม่ชัดเจนในเรื่องของกฎหมาย รวมถึงการไม่เข้มงวดอย่างจริงจังนี้เอง จึงจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดปัญหามากขึ้นกว่านี้นั่นเอง


ซึ่งก็สอดคล้องกับล่าสุดที่ทาง “ประพนธ์ อางตระกูล” รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ได้ออกมาประกาศว่า อย.ยุคใหม่นับจากนี้ เตรียมที่จะเอาจริงผู้ประกอบการที่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณของสินค้าที่เกินจริง พร้อมกับการเตรียมที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรขอแก้กฎหมายเพิ่มโทษหนักสำหรับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเรื่องของการโฆษณาอีกด้วย


…นับได้ว่า ขณะนี้การแข่งขันของ “ธุรกิจขายตรง” โดยเฉพาะในส่วนของ “ขายตรงภาคการเกษตร” ช่วงหลังน้ำลด จะเป็นอีกหนึ่งช่วงที่วัดกึ๋นความสามารถของ “ผู้ประกอบการ” ใน “ธุรกิจขายตรง” เลยก็ว่าได้ แต่ในทางกลับกัน เรื่องของการ พ.ร.บ.ปุ๋ย ที่ถือว่ายังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ก็เป็นอีกหนึ่งช่องโหว่ให้ผู้ประกอบการหัวใส พลิกแพลงแนวทางในการทำธุรกิจที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายได้ด้วยเช่นกัน...ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันกำจัดปัญหาที่มีอยู่ให้หมดไปให้ได้


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า !







online-business (Mobile)

 


ปัญหาระหว่างบริษัทขายตรงกับนักธุรกิจขายตรง เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับวงการมาเป็นระยะเวลานานแสนนาน หากใครคลุกคลีกับวงการขายตรง หรือติดตามข่าวสารด้านขายตรง คงทราบดีว่าปัญหาการย้ายค่ายของแม่ทีมใหญ่ๆ มีให้เห็นอย่างไม่ขาดสาย สาเหตุหลักคือ เรื่องของผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวระหว่าง นักธุรกิจอิสระกับบริษัทต้นสังกัด


การย้ายค่ายของบรรดาแม่ทีมจะมีสิ่งที่ตามมาคือ การขาดคนขายที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของบริษัทที่ถูกทอดทิ้งจากการว่าร้ายลับหลังมากมายหลายบริษัทเคยเป็นบริษัทขายตรงชั้นดี กวาด ยอดขายในช่วงระยะเวลาอันสั้นได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งนี่มาจากการหลั่งเข้ามาของนักธุรกิจระดับแม่ทีม ที่ทำตัวเป็นนักล่า บริษัทไหนเปิดใหม่ เหล่าแม่ทีมกลุ่มนี้จะเข้าไปทำรายได้ด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกัน พร้อมการขนลูกทีมจำนวนมากให้เดินตามก้น


แต่เชื่อเถอะ คนกลุ่มที่มาพร้อมเงื่อนไข มักอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งบรรดาผู้บริหารหลายคนก็รู้และทราบดี แต่ด้วยความหวังที่ว่าสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น หรือถ้าจะเกิดก็คงไม่เลวร้ายกว่าที่คิด สุดท้ายล้มไม่เป็นท่า หลายบริษัทที่กลายเป็นเศรษฐีเพียง ชั่วอึดใจ แต่ไม่นานเมื่อนักธุรกิจเหล่านั้นได้สิ่งที่ต้องการ ก็จะไปหาที่อยู่ใหม่ เพราะรู้ดีว่าบริษัทที่พวกเขาเข้าไปคงให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ไม่นาน และท้ายสุดจากการร่ำรวยด้วยเวลา อันสั้นก็ต้องจบ จนหลายค่ายถึงขั้นต้องปิดบริษัทลงก็มี


ในอีกด้านก็ใช่ว่าจะโทษว่าปัญหาระหว่างบริษัทกับนักธุรกิจอิสระจะผิดที่นักขายเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้ง บริษัทก็ทำผิดเงื่อนไขที่เคยตกลง จนเป็นเหตุทำให้นักขาย หรือ นักธุรกิจอิสระต้องตัดใจทิ้งค่ายไป และอาจถึงขั้นฟ้องร้องก็มีให้เห็นบ่อย


 เรื่องระหว่างบริษัทขายตรงกับนักขายตรง เป็นเรื่องคาราคาซังมานาน ปัญหาซ้ำซากเกิดขึ้นมาตลอดนับตั้งแต่วงการ ขายตรงเป็นที่รู้จักในประเทศไทย และเชื่อเถอะ ไม่ว่าบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใด ก็ มีเรื่องเหล่านี้ให้ปวดจิต เจ็บตับกันตลอด


 ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ บริษัทขายตรงหลายค่ายได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเรื่องของ ชื่อเสียง และนักธุรกิจขายตรงหลายคน ก็ถูกผลกระทบจากการ ให้ร้าย บรรดาผู้บริหารบริษัทขายตรงมองว่า กฎหมายขายตรงที่ ใช้อยู่ในปัจจุบัน คุ้มครองแต่ผู้บริโภค และนักธุรกิจอิสระ คนที่กลายเป็นแพะอยู่ตลอดนั่นคือตัวบริษัท


อีกด้านกลุ่มนักธุรกิจอิสระก็มองว่า กฎหมายขายตรงไทย ที่ใช้อยู่ไม่ให้ความสำคัญกับนักธุรกิจเท่าที่ควร นักขายตรงถูก มองไม่ต่างจากเซลส์ขายของตามบ้านที่ไม่มีอะไรสนับสนุน


นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาของกฎหมายขายตรง ซึ่งหากภาครัฐ มีความคิด หรือความต้องการที่จะแก้ไขกฎหมาย เรื่องนี้ก็นับเป็น สิ่งสำคัญที่รัฐควรให้ความสำคัญ บริษัทขายตรงกับนักขายตรง คือ 2 สิ่ง ที่มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งสำหรับวงการขายตรง ทำอย่างไรเพื่อปิดปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งบริษัท ขายตรงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนักธุรกิจขายตรง และนักธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีบริษัทต้นสังกัด
ทั้ง 2 สิ่งไม่ต่างจากน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า  แต่หากต่างฝ่ายต่างจ้องเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวแล้ว เห็นที จะอยู่ด้วยกันยาก ซึ่งหากห้ามไม่ได้ก็ต้องวางกรอบ วางกฎระเบียบ เพื่อยกระดับวงการต่อไป


 


 





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

"กรม" หรือ "หน่วยงาน" จะยกระดับ MLM !







advertising-mlm (Mobile)


นับตั้งแต่คอลัมน์ "แก้กฎหมาย ส่งเสริมขายตรงไทย" เกิดขึ้น เหล่าผู้ประกอบการ นักธุรกิจอิสระ รวมไปถึงผู้รู้ที่คลุกคลี กับวงการขายตรงที่ผลัดเปลี่ยนมาเป็นตัวละคร แสดงความคิด เห็นเรื่องราวของกฎหมายขายตรงฉบับปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่ หรือแทบทั้งหมด มีความคิดว่าธุรกิจขายตรงปัจจุบันเดินนำกฎหมายขายตรงฉบับเดิมไปแล้ว ทั้งยังให้ความคิดเห็นว่า ควร หรือยัง ที่จะมีการตั้ง "กรม" หรือ "หน่วยงาน" อะไรสักอย่าง เพื่อมากำกับ ดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะนี้เสียที


นายสราวุธ วัฒนศิริ รองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอช แอนด์ แอล โกลบอล จำกัด เปิดเผยในประเด็นกฎหมายว่า อยากให้ภาครัฐรีบจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจขายตรงที่เคยทำลายภาพลักษณ์จนเสื่อมเสีย ไม่ว่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ หรือการปั่นเงินในรูปแบบมันนี่เกมที่เวลานี้เกิดขึ้นเยอะมาก อยากให้หน่วยงานเข้ามาจัดการให้ทั่วถึง โดยเข้าใจว่าหน่วยงานราชการ มีจำนวนน้อย ทำให้ดูแลบริษัทขายตรงที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากไม่ทันก็ตาม


"หากมีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง ซึ่งเป็นปัญหาต้นเหตุ ก็จะดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยกฎหมายขายตรงฉบับนี้มีมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งผ่านมากว่า 11 ปีแล้ว และทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาไปมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยี ทำให้กฎหมายขายตรงฉบับนี้ ควรจะมีการปรับอัพเดตให้ทันเหล่ามิจฉาชีพที่ชอบเข้ามาหาผลประโยชน์ เวลาที่กฎหมายมีช่องโหว่"


"ถ้าเราแก้ไขกฎหมายขายตรงให้เข้ายุค เข้าสมัย คือ รัดกุม ควบคุมทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริโภค จะทำให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เวลาเกิดปัญหาขึ้น เพราะจะทำให้ทุกอย่างมีกฎกติกาแก้ไขได้อย่างชัดเจน เวลามีปัญหาก็สามารถไปเรียกร้องได้ หรือดำเนินตามกฎหมายได้ อยากให้รีบปรับแก้ไขกันไวๆ เพราะกฎหมายขายตรง ฉบับนี้ยังไม่คุ้มครองผู้ประกอบการสักเท่าไร แต่จะดูแลในส่วนของผู้บริโภคมากกว่า"


อย่างไรก็ตาม การตั้งหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจขาย ตรงก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีเหมือนกัน เพราะจะมีหน่วยงานเดียว ที่ดูแลธุรกิจนี้ โดยจะเป็นการยกระดับธุรกิจขายตรงขึ้นไปอีกขั้น เหมือนธุรกิจอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลดีทำให้ผู้ที่ทำอาชีพขายตรง มีความมั่นใจในการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ และยังเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม โดยจะเป็นการทำให้ความหวาดกลัวของธุรกิจขาย ตรงของผู้บริโภคมีน้อยลง เพราะยังมีคนที่เคยถูกหลอก และล้มเหลวกับธุรกิจนี้


ทั้งนี้ หลายฝ่ายต่างยังพาเรียกหาหน่วยงาน หรือกรม ที่จะเข้ามาดูแลวงการขายตรงเพื่อความชัดเจน และกำลังคน ที่น่าจะมีมากพอในการติดตาธุรกิจ หรือล้างบางบรรดาขี้ฉ้อ เพื่อทำให้ธุรกิจขายตรงถูกยกให้เป็นธุรกิจของมวลชนอย่างเป็นรูปธรรมไม่วันใดก็วันหนึ่ง






Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สร้างคนจนให้รวย ช่วยคนป่วยให้หาย พุทธา ธนาสิราภัทร บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







54 (Mobile)


ต้องบอกว่าทุกคนย่อมมีความฝัน แต่หลายคนก็เก็บความฝันเข้ากระเป๋า สมมุติว่ามีเงินเดือน 10,000 บาท ทำอย่างไร ถึงจะมีบ้านราคาเป็น 10-20 ล้านบาท ต้องทำงานกี่ปี 50-60 ปี ถึงจะได้ แต่การทำธุรกิจเครือข่ายเพียงใช้ระยะเวลาไม่เท่าไหร่ 5-10 ปี สามารถคว้ามาครอบครองได้แน่ และไม่ใช่ได้คนเดียวด้วย คนที่เราพามาก็มีสิทธิ์ได้เหมือนกับเรา เพราะนี่เป็นธุรกิจแห่งโอกาส ไม่ว่าใครที่เข้ามามีโอกาสหมด


ในยุคหนึ่งมักจะมีคำพูดอยู่เสมอว่า...การที่คนเราจะทำอะไรสักอย่างนั้น ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จจะต้องคิดแปลก และแตกต่างจากคนอื่น เพราะในยุคปัจจุบัน คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ถือได้ว่าเป็นยุคที่มาแรงที่สุด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างตอบสนองความต้องการของผู้คนได้ด้วย...


แวดวง ผู้นำ หรือ นักธุรกิจอิสระ สำหรับปักษ์นี้...เรามาเกาะติดตัวแทนคุณภาพเยี่ยมที่สามารถซิวความสำเร็จมาครอบครองได้อย่างน่าอัศจรรย์...


คลับเงินล้าน ปักษ์นี้เป็นพื้นที่ของ พุทธา ธนาสิราภัทร จากสาวนักสู้ ผู้ที่พลิกชีวิตจากดินสู่ดาว กว่าจะก้าวมาสู่ความสำเร็จ ต้องผ่านพบอุปสรรคนานาประการ


หากมองย้อนอดีต ชีวิตสาวผู้นี้ อดีตมีธุรกิจส่วนตัว คือตัดเย็บเสื้อผ้าบรูติก และเริ่มแรกก็ได้เข้าไปตัดสูทให้กับท่านประธานกันตภณ บุญภัคดี


ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจที่จะเข้าไปทำธุรกิจ MLM และท่านประธานก็ได้แนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับ ธุรกิจขายตรง ให้รับรู้ แต่ในตอนนั้นยังไม่เชื่อ เพราะดูเหมือนว่าเป็นธุรกิจที่หลอกลวง เป็นไปไม่ได้ เพราะในตอนนั้น พุทธา ไม่มีความรู้ในเรื่องศาสตร์ของเรื่องนี้อย่างแท้จริง...


ตอนที่ท่านประธานแนะนำเขามาสู่ธุรกิจขายตรงนั้น เนื่องจากในตอนนั้นยังมีอาชีพหลักอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก เพราะเข้าใจว่าขายตรงเหมือนกับการขายฝัน...


...ด้วยความที่เป็นคนอยากรู้อยากลองและ บวกกับได้ยินคำพูดของประธานกันตภณ ที่ว่า ที่นี่เราเน้นความซื่อสัตย์ และทุกคนคนจะต้องมีความซื่อสัตย์ และคุณธรรมมาที่หนึ่ง คำพูดนี้จึงทำให้เธอเลยลองเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ระบบของที่นี่


พุทธา บอกว่า พอได้เข้ามาศึกษาที่นี้ ก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา ครั้งแรกอ.ปวริศร์ ทำก่อนก็ได้ให้เธอเข้าไปช่วยในการจัดประชุม และทุกครั้งที่มีการจัดประชุมก็มีสมาชิกมาร่วมแชร์ประสบการณ์ การทานผลิตภัณฑ์แล้วหาย เธอเลยลองมาเริ่มต้นด้วยการดื่มสมุนไพร


หลังจากนั้น ก็พาสมาชิกไปท่องเที่ยวแพ หลังจากกลับมาก็เริ่มมีรายได้เข้าประเป๋า จึงคิดว่าทำไมทำง่าย และจากนั้น พุทธา ก็ได้เริ่มต้นลุยธุรกิจ บี.พี.แบบเต็มที่ เธอเชื่อว่า บริษัท บี.พี สินค้าสามารถตอบโจทย์ได้ และเห็นผลชัดเจน และการทำตรงนี้สามารถทำให้ได้บุญ


พุทธา ยังบอกถึงการทำงานของเธอ เธอจะเน้นที่ว่าคุณธรรมเป็นที่ตั้ง การทำงานจะมาแย่งสายงานกันไม่ได้ มีการสอนทีมงานให้ทำงานเป็น ลงพื้นที่ พาเข้าห้องประชุม และลงมิตติ้งตามกลุ่ม


นอกจากนี้สไตล์การทำงานของ พุทธา เธอจะต้องบอกเล่าให้เขามองเห็นภาพจริง ๆ อาศัยความจริงใจ ไม่ใช่เป็นการไปหลอกลวง เพราะเธอเคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน...


ดังนั้น เธอบอกความต้องการของลูกค้าว่า มันคืออะไร และต้องทำยังไง ซึ่งเธอจะเอาตัวเองการันตี ให้เขามองเห็นภาพจุดนั้น เพื่อเขาจะหันมาสนใจในธุรกิจ และลงมือทำแบบจริงจัง


จากนั้นจะเป็นการแนะนำบริษัท ว่ามีความมั่นคงแค่ไหนผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้าง และที่มาของรายได้ตามแผนการตลาด


โดยเธอจะชูประเด่นขึ้นมาเป็นสเต็ปท์ หากผู้มุ่งหวังยังทำงานประจำ เธอก็จะบอกทันทีเลยว่า ธุรกิจ บีพี สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ แค่เพียงแบ่งเวลานิดหน่อย เพื่อมาสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง และรองมาเปรียบเทียบดูว่าสิ่งไหนสามารถตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด...


...แน่นอนที่สุด การทำงานย่อมพบกับอุปสรรค แต่สำหรับ พุทธา กลับมองเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะเมื่อก่อนต้องพึ่งคนอื่นตัดสินใจ แต่การทำ ธุรกิจ บีพี เธอต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาด


ซึ่งการเป็น ผู้นำ จะต้องมีจิตใจแกร่งดัง หินผาศิลาแลง เพราะทุกวันนี้เธอต้องแก้ไขปัญหาเองเกือบทุกอย่าง ซึ่งปัญหามีไว้ให้แก้ อาจถือได้ว่าเป็นโอกาส ที่ทำให้ได้แสดงมันออกมาเผชิญหน้ากับความจริง


มุมมองธุรกิจเครือข่ายแบบส่วนตัว พุทธา มองว่า ขายตรงเป็นอาชีพสวยหรู สามารถพลิกชีวิตตัวเองจาก คนจน เป็นคนรวย ได้ แต่เราก็ต้องดูถึงวิสัยทัศน์ของเจ้าของบริษัท ดูที่สินค้า และดูแผนการตลาด


ดังนั้น เราควรจะเลือกบริษัทที่เหมาะสมกับเราได้ และถ้าเราทำแบบตั้งใจ เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าทำแบบเล่น ๆ เราก็ได้แบบเล่น ๆ ดังนั้นเราก็ต้องตั้งใจ เราจึงจะสำเร็จ


เป้าหมายที่ พุทธา ตั้งไว้ในปีนี้ว่า เธอต้องการให้สมาชิกภายใต้สายงานได้รับตำแหน่งไดมอนด์ เพิ่มขึ้นอีก 10-20 ท่าน ต้องการเสริมสร้างทีมให้มีความแข็งแกร่ง เพราะการขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ ถือว่าขึ้นได้ง่าย ถ้าทำจริง 3 เดือนก็สามารถขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ได้ และเธอเชื่อมั่นว่าเธอจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน!!


...ปัจจุบันเธอยังสามารถคว้ารายได้ 6 หลักมานอนกอดแบบสบายใจ มีบ้าน รถ ที่ดิน และอีกหนึ่งอย่างที่เธอนั้นต้องการมากที่สุดนั่นคือ การพาทีมงานที่มีอยู่ให้มีรายได้หลักแสนต่อเดือนให้ได้ เพราะทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในสิ่ง ๆ นี้


ต้องบอกว่าทุกคนย่อมมีความฝัน แต่หลายคนก็เก็บความฝันเข้ากระเป๋า สมมุติว่ามีเงินเดือน 10,000 บาท ทำอย่างไร ถึงจะมีบ้านราคาเป็น 10-20 ล้านบาท ต้องทำงานกี่ปี 50-60 ปี ถึงจะได้ แต่การทำธุรกิจเครือข่ายเพียงใช้ระยะเวลาไม่เท่าไหร่ 5-10 ปี สามารถคว้ามาครอบครองได้แน่ และไม่ใช่ได้คนเดียวด้วย คนที่เราพามาก็มีสิทธิ์ได้เหมือนกับเรา เพราะนี่เป็นธุรกิจแห่งโอกาส ไม่ว่าใครที่เข้ามามีโอกาสหมด


ท้ายที่สุดนี้ พุทธา ฝากอะไรสักอย่างหนึ่ง นั่นคือ การทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งแรก คือ ต้องเข้าใจระบบก่อน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ


ที่สำคัญก็คือการเชิญคนเข้ามาในระบบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เพราะ บี.พี.โปรเกรส มีความพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำพาทุกท่านสู่ความสำเร็จอีกด้วย


...ขออย่าตัดสินใจกับคำว่า ธุรกิจขายตรง แล้วก็ไม่มองกันเลย อยากให้ให้ลองเปิดโอกาสแล้วเข้ามาศึกษาดูแล้วจะรู้ว่ามันจริงหรือเปล่า...!!!





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 348 ประจำวันที่ 1-16 กรกฎาคม 2556

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : วางแผนชีวิตสไตล์นักธุรกิจ ท้าความสำเร็จไปกับ นีโอไลฟ์









มักจะมีคำพูดอยู่เสมอว่าการที่คนเราจะทำอะไรซักอย่างนั้น ถ้า อยากประสบความสำเร็จ จะต้องคิดแปลก และ ต่างจากคนอื่น เพราะในยุคปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ถือ ได้ว่าเป็นยุคที่มาแรงที่สุด เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้คนได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ และทุกระดับการศึกษา


แวดวง ผู้นำ หรือ นักธุรกิจอิสระ สำหรับปักษ์นี้เราจึงมา เกาะติดกับตัวแทนคุณภาพที่สามารถซิวความสำเร็จมาครอบครองได้ ภายใต้รอบรั้ว นีโอ ไลฟ์ และจะขอจารึกลงในคอลัมน์ คลับเงินล้าน กันอีกครั้ง
เปิดผนึกหนุ่มนักสู้ที่มากความสามารถจนก้าวสู่ความสำเร็จใน การทำธุรกิจเครือข่าย ที่เริ่มจาก การคิดดี ทำดี พูดดี ชีวิตใหม่จึง บังเกิดกับผู้ชายคนนี้...จักรี พุทธา...ล่าสุด ประสบความสำเร็จสูงสุด กับการก้าวสู่ตำแหน่ง ประธานฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้อย่างน่าชื่นชม..!! ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาบอกกล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า การที่ เราขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ก็เพราะการที่คิดดี พูดดี ทำดี เมื่อก่อนผมเป็นคนไม่ เอาใครไม่ค่อยคบเพื่อแต่เมื่อผมเข้ามาสู่บริษัท นีโอ ไลฟ์ทำให้ชีวิต ของผมนั้นเปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ด้าน
หากมองย้อนอดีตชีวิตหนุ่มผู้นี้ จักรี พุทธา เรียนจบทางด้าน ศิลปะ ทำงานด้านออกแบบลายผ้าอยู่ประมาณ 20 ปี จนได้ขึ้นตำแหน่ง ผู้จัดการแผนกโฟโต้กราฟิกออกแบบลายผ้า นี่คือ งานประจำหรือ มนุษย์เงินเดือน ที่ยึดอาชีพนี้มาตลอดระยะเวลา 20 ปี แต่เมื่อมอง ลงไปในกระเป๋าค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั้น รายรับแทบจะไม่พอกับ รายจ่ายในแตล่ะเดือน แตเขาผู้นี้ก็ยังมีหวังและพกพาความฝันที่ยิ่งใหญ่ ที่เก็บไว้ในใจอยู่เสมอ...แม้ขณะที่ยึดอาชีพงานประจำทำเป็นหลักอยู่ อยู่มาวันหนึ่ง...เมื่อฟ้าเป็นใจให้เดินเข้าสู่โลกใบใหม่กับ ธุรกิจ ขายตรง เพียงก้าวแรกโดนหลอกเข้าอย่างจัง เพราะไม่มีความรู้ใน ศาสตร์ของธุรกิจนี้อย่างแท้จริง ชีวิตที่เคยมุ่งหวัง กลับถูกปิดแทบจะสนิท อีกครั้ง และที่สำคัญไม่เคยมีความศรัทธาในธุรกิจขายตรงแต่อย่างใด เพราะยิ่งเหลียวมองไปดูชีวิตพี่สาว ที่ต้องล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจเครือ ข่ายมาหลายต่อหลายบริษัท แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเสียที...
แต่ด้วยความตั้งใจ...เพราะการที่คนเราที่ทำอะไรแล้ว ต้องทำจริง และรู้ให้จริงยึดถือเป็นที่มั่นจึงลองเปิดใจ ศึกษาอย่างจริงจัง ผลที่ได้ รับคือ ไม่ว่าธุรกิจใดหากเราตั้งใจและลงมือทำอย่างจริงจังแล้ว ก็พบกับ ความสำเร็จ ที่เป็นจริง ทุกครั้งไป ...และที่นี่ นีโอ ไลฟ์ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อลงมือทำและตั้งใจจริง เพียงเดือนแรก จักรี มีรายได้เข้ากระเป๋า 10,000 บาท นี่คือจุดเปลี่ยน ชีวิต นับแต่วินาทีนั้นมา... เพราะขายตรงเป็นเรื่องง่าย หากเราตั้งใจศึกษาและเรียนรู้โดย เฉพาะค่าย นีโอ ไลฟเขามีระบบการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจขายตรงทุก อย่างพร้อมเพรียง ทั้งระบบการเรียนรู้ในหลักสูตรต่าง ๆ และทักษะใน การดำเนินธุรกิจ ตัวเราเพียงแค่เปิดใจยอมรับและนำตัวเองไปเรียนรู้ ระบบของบริษัท ซึ่งถ้าเรียนรู้อย่างถูกต้องแล้วมันก็จะไมมี่อะไรยาก และ สามารถลงมือปฏิบัติได้ทันที ถึงแม้จะมีการลองผิด ลองถูก ในช่วงแรก บ้าง แต่สุดท้ายก็หาอะไรที่เป็นสไตล์เรา...ได้ ณ วันนี้ นีโอ ไลฟ์ เป็นบริษัทมหาชนที่เป็นของประชาชนอย่าง แท้จริง เพราะที่นี่เปิดขึ้นมา เพื่อให้คนมาฝากชีวิตใหม่และสามารถรํ่ารวย บนเส้นทางขายตรงที่หล่อเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไม่อายผู้ใด..!!
เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดว่า ชีวิตผมจะมาฝากไว้กับธุรกิจเครือข่าย แต่ตอนนี้ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผมสามารถฝากชีวิต ไว้กับบริษัทนี้ได้ เพราะตอนนี้ครอบครัวของผมทุกคนได้มาทำธุรกิจ ขายตรงและเข้ามาฝากชีวิตไว้กับที่นี่ นีโอ ไลฟ์ กันทั้งครอบครัว จักรี เกริ่นถึงเส้นทางในอดีต และเล่าเทคนิคการทำธุรกิจต่อว่า การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดี เราต้อง คิดดี ทำดี พูดดี อย่าง ที่เอ่ยมาในตอนต้น และตอกยํ้าการคิดบวก เพราะธุรกิจเครือข่ายถ้าใคร คิดลบจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน คือจะต้องคิดบวกเท่านั้น ถึงแม้กระทั่งโดนด่าว่าร้ายก็ตาม และไม่จำเป็นจะต้องตอบโต้ เพราะการ ทำ ธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ไม่ซื่อสัตย์แม้แต่ครั้งเดียว ก็เป็นอันว่า จบ... เปรียบเสมือน นํ้าผึ้งหยดเดียว หากทำไม่ดีเพียงครั้งเดียว ก็เสียหาย ไปหมดทั่วทั้งองค์กร จักรี ยังมีสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ นิสัยของตัวเราเองเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น รู้จักเข้าสังคม รู้จัก การวางตัวเป็นผู้นำที่ดี และการให้กำลังใจกับคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน
บัดนี้...จักรี อยู่ในธุรกิจเครือข่ายมา 3 ปี 4 เดือน มีรถทั้งหมด 3 คัน และคันล่าสุดคือ เบนซ์ COS 250 ราคาประมาณ 5,600,000 บาท และมีบ้านอีกหนึ่งหลังบนเนื้อที่ 125 ตารางวา ราคาเฉียด 5 ล้านบาท และติดทริปการท่องเที่ยวต่างประเทศทุกครั้งที่มีการจัดโปรโมชั่นรวมทั้งสิ้นประมาณ 14 ครั้ง ทั้งทริปในและนอกประเทศ ปัจจุบัน จักรี ยังคว้ารายได้ 6 - 7 หลักมานอนกอดแบบสบายใจ และอีกสิ่งหนึ่งที่เขานั้นต้องการมากที่สุด นั่นก็คือ การนำพาทีมงานให้รับ รายได้หลักแสนต่อเดือน เพราะทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงใน สิ่งนี้...กันทุกคน ต้องบอกว่า ทุกคนมีความฝัน แต่หลายคนก็เก็บความฝันนั้นเข้า กระเป๋า สมมติว่า มีเงินเดือน 10,000 บาท ทำอย่างไรถึงจะได้บ้านราคา เป็น 10 - 20 ล้านบาท ก็ต้องทำงานกี่ปี 50-60 ปี ถึงจะได้รึเปล่า แต่กับ การทำธุรกิจเครือข่ายเพียงใช้ระยะเวลาไม่เท่าไหร่ 5 - 10 ปี สามารถคว้า มาครอบครองได้ และไม่ใช่ได้คนเดียวด้วย เพราะคนที่เราพามาก็มีสิทธิ์ ได้เหมือนกับเรา เพราะนี่เป็นธุรกิจแห่งโอกาส ไม่ว่าใครที่เข้ามาก็มีโอกาส ทั้งหมด
จักรี ยังเล่าถึงสไตล์การทำงานส่วนตัวว่า จะต้องบอกเล่าให้เขา มองเห็นภาพจริง ๆ อาศัยความจริงใจ ไม่ใช่เป็นการหลอกลวง เพราะอดีต เขาเคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน...แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จสักที...และการทำงาน ทุกวันนี้ ต้องหมั่นเดินสายออกต่างจังหวัด ออกไปจัดโฮมมีตติ้ง หรือเปิด โอกาสทางธุรกิจร่วมกับทีมงานในต่างจังหวัดตลอด เดินทางไปพร้อม ๆ กับการท่องเที่ยว เที่ยวไปกินไป ทำงานไปอย่างสบายใจ สบายกาย และ สบายอุรา ต่าง ๆ ไปทั่วประเทศ ใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้หากเป็นสมาชิกเพราะเจ้าของธุรกิจเป็นคนลงทุนในการเปิดสาขาทั่วประเทศ จะไม่มีการ แยกสาย แยกสาขา เมื่อใช้วิธีนี้ มันก็จะเกิดความสามัคคีในหมู่ของสมาชิก เพราะจะมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของธุรกิจเครือข่าย ณ ตอนนี้ระบบ ทุกอย่างเริ่มลงตัวแล้ว เพราะการว่าจ้างมืออาชีพเข้ามาช่วยวางระบบ ขององค์กร นั้นก็เพื่อตอกยํ้าถึงความพร้อม...นาทีที่ นีโอ ไลฟ์ ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเต็มภาคภูมิ...
จักรี อยากฝากอะไรสักอย่างหนึ่งไว้เป็นแง่คิด... ผมอยากให้ทุกคนมองเครือข่ายเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งที่อยากจะ ทำ ไม่ใช่เลือกทำ เพราะคนส่วนใหญ่อาจมองเครือข่ายในแง่ ลบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเข้ามาสัมผัส และไม่ได้ศึกษาแบบจริงจัง จึงอยากขอให้ทุก ๆ ท่านลองเข้ามาศึกษาอย่างจริงๆ จัง ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจว่า ควรที่จะลงมือทำหรือไม่.. ซึ่งเครือข่ายให้อะไรกับคนมากมาย ทั้งอาชีพ ทั้งรายได้ และความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น...ขออย่าตัดสินใจกับคำว่า ธุรกิจ ขายตรง แล้วก็ไม่มองกันเลย อยากให้ลองเปิดโอกาสแล้วเข้ามาศึกษา ดู แล้วจะรู้ว่ามันจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า..!! สิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ที่สร้างบริษัทและระบบให้ คนที่ไม่เคยสัมผัสกับธุรกิจเครือข่ายสามารถประสบความสำเร็จได้ ขอบคุณ ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิก ที่ ท่านแนะนำให้รู้จักกับ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ และขอบคุณสมาชิกทุกคน ที่มีความสามัคคีกัน จนทำให้ นีโอ ไลฟ์ ประสบความสำเร็จได้จนถึง ทุกวันนี้...และจะสำเร็จตลอดไป
ท้ายสุดนี้ ผมอยากทิ้งความหวังสักเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า การทำธุรกิจ เครือข่ายไม่เคยมีคำว่า สายเกินแก้ ถ้าดูดี ๆ ณ ที่ นีโอ ไลฟ์ แห่งนี้เปิด มาเป็นเวลา 12 ปี มีสมาชิกมากกว่า 9 แสนรหัส แต่ที่ลงมือทำงานอย่าง จริงจังมีไม่ถึง 5 แสนรหัส ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับ ประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ ยิ่งตอนนี้จะมีการขยายการค้าไปสู่ป ระชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกด้วย ผมว่านับเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ยังมีให้ ไขว่คว้าอีกมาก หากสมาชิก นีโอ ไลฟ์ ทุก ๆ ท่านร่วมแรงร่วมใจ ร่วมสร้าง และร่วมลงมือทำ
...นี่เป็นวิถีทางเดินของผู้ที่ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ จักรี พุทธา บนเส้นทาง นีโอ ไลฟ์ เส้นทางที่ไม่ได้ถูกปูไว้บนกลีบกุหลาบ แต่เป็น เส้นทางที่ถูกปูไว้บนเส้นทางของการ ลงมือทำ แล้วจะสำเร็จกัน ทุก ๆ คน..!!...ครับ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงไทย พร้อมใจยกระดับธุรกิจ เสริมเขี้ยวเล็บกม.-ตลาด-นักขายรับ AEC








 


ธุรกิจเครือข่ายขายตรง นับวันการแข่งขัน เชิงสัญลักษณ์ มีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้นไม่ต่างจาก การเมืองไทย ที่วันนี้ถูกมองเป็น ความเสี่ยงต่อ ความ เชื่อมั่น ในสายตาของ นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจ ไทยได้หาก นักลงทุนต่างชาติ มีความไม่เข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกัน ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ที่ปัจจุบัน ภาพลักษณ์ เริ่มออกมา ในเชิงบวกเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบจากอดีตที่ ผ่านมา ประชาชนเริ่มเปิดใจกว้างยอมรับ หากนับจากยอดจำนวน นักธุรกิจเครือข่ายขายตรง ในระบบที่มีไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน กว่า 800 บริษัทขายตรงในประเทศ คิดเป็น มูลค่าการตลาดไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท และ โอกาส จะขยายเพิ่มขึ้น อย่างมหาศาลหลังเปิดประตูประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน(AEC) รวมประชากร ประมาณ 600 ล้านคน
- เร่งรวมกลุ่มสร้างเอกภาพขายตรงไทย
ว่าไปแล้ว ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ในวันนี้ยังไม่ชัดเจนในการรวมกลุ่มเป็นหนึ่ง เดียวในการผลักดันให้ ธุรกิจขายตรง เป็น อุตสาหกรรมขายตรงไทย เต็มรูปแบบ เข้าไปอยู่ในทำเนียบ สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ตัวแทนของ ภาคอุตสาหกรรมเอกชนไทย ที่มีพลัง ในบทบาทดำเนินงานเพื่อประสานนโยบาย ภาครัฐกับเอกชน ให้ดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่าง คล่องตัวมากขึ้น ซึ่ง ธุรกิจขายตรงไทย ถือว่า มีทั้ง อุปสรรค และ จุดอ่อน มา ยาวนานไม่สามารถคลี่คลายได้ การมี พันธมิตร เพิ่มขึ้นจึงเป็น โอกาส หนึ่งใน การขจัด ทั้ง อุปสรรค และ จุดอ่อน ของ ธุรกิจขายตรงไทย
ปัจจัยภายนอกที่ ธุรกิจขายตรงไทย ต้องเผชิญอย่างหนักหน่วงคือเรื่องของ การประสานนโยบายภาครัฐเสริมภาคธุรกิจ ให้มีความคล่องตัวแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย อีกทั้งกลุ่มธุรกิจด้วยกันยังต้องเผชิญกับการ แข่งขันที่รุนแรงในประเทศ ไม่นับรวมอนาคต อีกไม่ถึง 3 ปีข้างหน้านี้ที่ ประเทศไทยกำลัง จะมี คู่แข่งเพิ่ม ในทุกอุตสาหกรรม จาก การรวมกลุ่มของ ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หรือ AEC ปี 2558 ภายใต้การ แข่งขันทางการค้าที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
ดังนั้นการรู้จัก หลีกเลี่ยง หรือ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการ รวม กลุ่ม ในรูปแบบ พันธมิตร ถือเป็นหัวใจ สำคัญสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ
-จับตาทิศทาง 3 สมาคม 1 กลุ่ม ก่อน AEC มา
ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ใน ประเทศวันนี้แม้ปรากฎภาพ รวมกลุ่ม แล้วใน เชิงสัญญลักษณ์ แต่หากเป็นเพียง เอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ต่างคนต่างรวมกัน เติมพลังแห่งความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ ภายในกลุ่มของตัวเองให้แข็งแกร่งเท่านั้นยัง ขาดเอกภาพ รวมเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยกลุ่มที่โดดเด่นและเห็นภาพชัดเจนมาก สุดวันนี้มี 3 กลุ่มหลักคือ
กลุ่มใหญ่สุด สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ที่สมาชิกสมาคมฯ ส่วน ใหญ่สถาปนาตัวเองว่าเป็น ธุรกิจขายตรงสีขาว ยาวนานมา 29 ปี มีสมาชิกเข้าร่วม สังกัดแล้วประมาณ 29 ราย จากธุรกิจ ขายตรงทั้งหมดประมาณ 800 ราย ล่าสุดมี กิจธวัช ฤทธีราวี บิ๊กแอมเวย์ นั่ง นายกสมาคมฯ เมื่อ ก.ค.2555
กลุ่มนี้นับเป็นกลุ่มที่มีพลัง ด้วย มีสัดส่วนสูงสุดในการสร้าง มูลค่าตลาด ขายตรง ในวันนี้ที่เติบโตราว 60,000- 70,000 ล้านบาท ภายใต้แผนการตลาดหลายชั้น (MLM) หรือแผน สแตร์สเต็ป
ซึ่ง กิจธวัช มีแนวคิดปฏิวัติ อุดมการณ์เดิม ด้วยการเปิดกว้างรับธุรกิจ ที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้าร่วมสมาคมฯ โดยไม่จำกัด แผนการจ่ายผลตอบแทน และ แผนการตลาดทุกแผน นั่นหมายรวม ถึง แผนไบนารี่ ด้วย
กลุ่มที่สอง สมาคมอุตสาหกรรม การขายตรงไทย หรือ TDIA มี นาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ แห่ง โควิก เคท อินเตอร์ เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) นั่ง นายก สมาคมฯ เมื่อ ส.ค.55 เป็นกลุ่มที่มีปณิธาน แน่วแน่ในการเชิญชวนทุกกลุ่ม ธุรกิจ ขายตรง ร่วมกันเดินหน้าจัดตั้ง สมาพันธ์ การขายตรงไทย ให้เกิดความร่วมมือกัน สร้างภาพลักษณ์ เชิงบวก แต่ 5 เดือน ผ่านไปวันนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้า
กลุ่มที่สาม สมาคมการพัฒนา ขายตรงไทย หรือ TSDA มี อนุวัฒน์ ธรมธัช ประธานที่ปรึกษา จอย แอนด์ คอยน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ผู้ผลักดัน กฏหมายขายตรง หรือ พระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 กระทั่งมี ธุรกิจขายตรง มากมายไม่จำกัด แผนธุรกิจ หลั่งไหลเข้ามาจดทะเบียนกับ สคบ. มากมาย ปัจจุบันยังนั่ง นายก สมาคมฯ โดยสมาคมฯ กลุ่มนี้มีแนวคิดเห็น พ้องกับ TDIAฉะนั้นนับถอยหลังเวลาที่เหลืออีก 2 ปีกว่าก่อนเปิด AEC การเตรียมพร้อมในเชิง รุกของ อุตสาหกรรมขายตรงไทย ยังมี เวลาในการ รวมกลุ่ม หรือ เพิ่มพันธมิตร ขึ้นอยู่กับว่า ทั้ง 3 สมาคม และกลุ่มนีโอ ไลฟ์ จะมองสถานการณ์วันนี้เป็น วิกฤต หรือ โอกาส ก็ต้องจับตาดู หากพลิกทั้งวิกฤต และโอกาส เพื่อสร้างและเสริมความแข็งแกร่ง ให้ อุตสาหกรรมขายตรงไทย รองรับ ตลาดใหญ่ ในอนาคต ท่ามกลางการ แข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเวลานี้
- วิ่งสู้ฟัดกู้ภาพลักษณ์ขายตรงไทย
การต่อสู้ในเกมธุรกิจเครือข่ายขาย ตรงที่รุนแรง นี้ไม่จบลงเพียงแค่ การสร้างภาพ ลักษณ์ ให้ธุรกิจเกิดใหม่ขายตรงที่ไม่ได้ใช้ แผน สแตร์สเต็ป เท่านั้น หากเกิด ปฏิบัติการ ของ ธุรกิจขายตรง กอบกู้ภาพ ลักษณ์ในกลุ่มของตัวเองแทน มีการแข่งขันชิง ข้าราชการระดับสูง จากหน่วยงานที่เป็น ผู้กุมบังเหียนธุรกิจขายตรง ของประเทศ ไทย เข้ามาเสริมทัพให้กับ ธุรกิจขายตรง เช่น จอย แอนด์ คอยน์ หรือ เจริญโอสถ โดย ดร.สมชาย หัชลีฬหา แม่ทัพใหญ่เซียน แผนไบนารี่ คว้า อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาสคบ.มานั่งเป็น ที่ปรึกษา ประธานบริษัท และกรรมการผู้จัดการ ขณะ นีโอ ไลฟ์ฯ โดย ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ และ เจ้าของธุรกิจสื่อ ทาบทาม นิโรธ เจริญประกอบ อดีต เลขาธิการสคบ. นั่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เมื่อ กลางปี 2555 ที่ผ่านมานี้เอง ส่วน รัศมี วิศทเวทย์ อดีตเลขาธิการสคบ.ก่อนหน้านี้ ได้ฝังตัวอยู่ใน T D S A ใน C o d e Administrator ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ บริหารกฎจรรยาบรรณ TDSA มาได้ 2-3 ปี ที่ผ่านมา
- ขายตรงไทย พร้อมใจยกระดับธุรกิจ
นอกเหนือจากนี้แล้ว ทั้ง 3 กลุ่ม อันทรงพลัง ต่างกำลังเร่งเดินหน้ายกระดับ ภาพลักษณ์-ความเชื่อมั่น ให้กับกลุ่ม ธุรกิจในสังกัดตัวเองให้แข็งแกร่ง เป็นที่ ยอมรับของสังคม เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการ มาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 กันอย่างคึกคัก ทั้งเรื่องของการเสริมสร้าง องค์ความรู้ทางด้านกฏหมาย เร่งพัฒนายก ระดับ นักขาย เรียนรู้การตลาดในแบบ สากลฉีกแนวการดำเนินธุรกิจแบบในอดีตที่ ผ่านมา
ล่าสุด TDSA จัดงาน วันเกียรติยศ นักขายตรงไทยปี 2555 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พ.ย.2555 ที่ผ่านมาเพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิกที่ประสบ ความสำเร็จในธุรกิจ มีจรรยาบรรณ ต่อ ลูกค้า-สังคม รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ นักธุรกิจอิสระ ทั่วประเทศเกือบ 6 ล้าน คนและยกระดับ ภาพลักษณ์ ของ TDSA ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนในทางที่ถูกต้อง
ทางด้าน นีโอ ไลฟ์ ก้าวข้ามธุรกิจ ในแบบฉบับเดิมในอดีต ด้วยการปรับตัว รองรับกับกระแส AEC เดินหน้าจัดอบรม สัมนาพิเศษ พัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจทุก ระดับ มีการระดมพล นักขาย เรือนหมื่น ร่วมรับฟังความรู้ในหัวข้อ การส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจขายตรงอย่างมีจรรยาบรรณ โดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสคบ. กระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาให้ความรู้แบบรอบด้านให้กับ นักขาย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ขณะ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย วันที่ 1 ธ.ค.นี้ จัดให้มีการอบรม มาตรฐานวิชาชีพขายตรงไทย ครั้งที่ 3 เสริมความรู้ มุมมองการดำเนินธุรกิจให้กับ นักขาย ให้อยู่ภายใต้กฏหมายที่ถูกต้อง โดยได้เชิญ วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดงานและให้ โอวาท มี จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สคบ.และเลขาธิการ คณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) บรรยายหัวข้อสำคัญถึงเรื่อง โฆษณาขายตรงอย่างไรให้ถูกต้องตาม หลักเกณฑ์ ส่วน ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน กรรมการผู้จัดการ เจริญโอสถ ร่วมเสริมความรู้ เรื่อง มาตรฐานของวิชาชีพ ขายตรงและนักธุรกิจอิสระ และสุดท้ายเชิญ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วมบรรยาย เกี่ยวกับ ธุรกิจปุ๋ย ที่ไม่ผิดกฏหมาย เรียก ว่าอัดแน่นความรู้ตลอดทั้งวัน
ดังนั้น ธุรกิจขายตรง ในฐานะ ผู้ประกอบการ เตรียมพร้อม สร้างภาพ ลักษณ์-ความเชื่อมั่น ในความรู้ด้านต่างๆ ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บ เตรียมความพร้อม ให้ นักขาย หรือบุคคลากรเป็นทุนติดตัว ก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดสากลที่มีการแข่งขันสูง และเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเหมือนกับธุรกิจใน หลายอุตสาหกรรมที่วันนี้ต่างก็ปรับตัวกัน อย่างคึกคักรับการเปิดตลาดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ใครๆ ต่างก็เข้ามาแข่งขันได้ เพราะสุดท้ายจะไม่มี เครื่องมือใดๆ จากรัฐใดๆ ของประเทศใดๆ มากีดกันทางการค้าอีกแล้วนั่นเอง!!


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดการประชุม MDP สัญจรครั้งที่ 5








เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม 2555 บริษัทจอยแอนด์คอยน์ได้จัดการประชุมสัญจรขึ้นที่ โรงแรมฮอลิเดย์ อิน์ ชอำ โดยในครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจอิสระจอยแอนด์คอยน์ในระดับ MDP ไปทั้งสิ้นกว่า 500 คน การประชุมดังกล่าวได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของการพัฒนาตนเอง การสร้างทีมหรือองค์กรให้มั่นคง รวมถึงการใช้เงินที่เกิดจากการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผู้ที่ให้เกียรติมาให้ความรู้กับทัพ MDP นั้นเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทบริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด รวมทั้ง พล.ต. สุชาติ กาญจน วิเศษ ที่มานำเสนอเรื่องของกฎจรรยาบรรณ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวทายาทรุ่นที่ 25 ของ บริษัท จอยแอนด์คอยน์ ถึง 2 คนอีกด้วย คือ คุณอาสา และคุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา ซึ่งตอนนี้เข้ามารับผิดชอบดูแลบริษัทเจ ซี บรอดคาสท์ จำกัด (JC TV) ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีอย่างเต็มตัว และคุณ ฐัช หัชลีฬหา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น ทั้งสามท่านได้นำเสนอผลงานที่ได้ทำลงไปและงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแม่ทีมของ จอยแอนด์คอยน์ ให้เห็นถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เรียกได้ว่า ความสามารถไม่แพ้ประธานบริษัทของเราเลยทีเดียว
เรียกได้ว่าการเดินทางมาชะอำครั้งนี้ นอกจาก MDP ทุกคนจะได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้นแล้ว ยังพกเอาความรู้ดีๆ กลับไปพัฒนาองค์กรของตนเองอีกด้วย แล้วความสุขและความสำเร็จแบบนี้จะมีที่ไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่ที่จอยแอนด์คอยน์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154


วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

TDSA ชูเกียรติ108นักขาย ประกาศยึดมั่นจรรยาบรรณ









TDSA 26 บริษัทขายตรงชั้นนำรวมพล ครั้งใหญ่ประจำปี ประกาศความพร้อมจัดงานประกาศประกาศเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2555


ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน อลังการ Night of star ค่ำคืนเเห่งดาวจรัสฟ้า เชิดชูเกียรติ 108 นักขายตรงดีเด่น โชว์ศักยภาพความมั่นคงกลุ่มธุรกิจขายตรงไทยอย่างสุดพลัง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะนายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA กล่าวว่า ด้วยปณิธานของสมาคมที่ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้างสรรค์สังคมไทยมาโดยตลอด ทางสมาคมจึงได้มีธรรมเนียมปฏิบัติในการจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยขึ้น ทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิก ในฐานะ นักธุรกิจอิสระดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและมีจรรยาบรรณ


ทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระ บริษัท และสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระทั่วประเทศที่มีเกือบ 6 ล้านคน นับ เป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็นที่รู้จัก แก่สาธารณชนในทางที่ถูกต้อง และเพื่อเป็น การส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทมีการปฏิบัติ และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค นายกิจธวัชกล่าว และว่า


สำหรับรายละเอียดการจัดงานวันเกียรติยศของสมาคมการขายตรงไทยในปีนี้ สมาคมการขายตรงไทยได้มอบหมายให้ มร. เต้ เพีย เซง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และ มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรม


มร. เต้ เพีย เซง ในฐานะกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าว ในปีนี้สมาคมได้รับความร่วมมือจาก 2 บริษัทสมาชิกร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทย ประจำปี 2555 ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) และบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ภายใต้ชื่องาน Night of the Star ค่ำคืนแห่งดวงดาวจรัสฟ้า จัดขึ้นที่โดยมีรูปแบบงานที่หรูหราเช่นปีที่ผ่านๆ มา


แต่ในปีนี้ทางสมาคมได้มีการปรับเปลี่ยนแผนผังห้องจัดงานใหม่โดยจะปรับเปลี่ยนเป็นแนวนอน ซึ่งทำให้ผู้ร่วมงานสามารถรับชมกิจกรรมต่างๆ บนเวทีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้กิจกรรมภายในห้องจัดงานจะประกอบไปด้วย การแสดงเปิดงาน การเปิดตัวนักขายตรงดีเด่นอย่างอลังการ พิธีมอบโล่เกียรติยศให้แก่นักขายตรงดีเด่นจากประธานในพิธี จำนวนทั้งสิ้น 108 ท่านจาก 26 บริษัท และการมอบโล่ขอบคุณสื่อมวลชนทุกค่ายที่ให้การสนับสนุนงานในปีนี้ ตลอดจนร่วมสนุกลุ้นโชคจับรางวัล มากมายและเพลิดเพลินกับศิลปินชั้นนำของเมืองไทยในมินิคอนเสิร์ตจาก แก้ม และรุจน์ เดอะสตาร์


มร.คริสโตเฟอร์ คิม ในฐานะกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าว เสริมว่าในนามของบริษัท ยูนิซิตี้ฯ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทได้เข้ามามีส่วนร่วมในบทบาท กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ของสมาคมฯ สำหรับงานนี้ ยูนิซิตี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจกรรมโซนหน้างาน ซึ่งประกอบด้วยบอร์ดข้อมูลจากสื่อมวลชนที่ ให้การสนับสนุนงานในปีนี้ บอร์ดประกาศ เกียรติคุณนักขายตรงดีเด่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัท รวมถึงบูธของ สมาคมการขายตรงไทย ซึ่งจะมีการจัดตกแต่งสถานที่อย่างสวยงามตระการตา และสนุกสนานกับเกมพร้อมรับของรางวัล มากมายในงาน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MIRขายตรงสินค้านับ1,000!21ธันวา!จุดระเบิดไฮบริดรุก600ล.คน









MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ห้างดังยุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมัน รำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้ผมผลิตสินค้าต่างๆ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกามานาน ก็เลยหันกลับมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าว และว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดทั้งค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศไทยในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริดนั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภคครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด แห่งนี้เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 30,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถ


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็น น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บริติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555