ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นักขายต่างค่ายเฮโลร่วม อีซี่ ฟาร์แมกซ์-Easy Phamaxบริษัทปรับแผนเอาใจตั้งเป้าไม่เกิน 12 ด.ฟันยอดพันล.


 


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax จัดการปรับแผน จ่ายครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Hybrid แม่ทีม ต่างค่ายเทใจร่วมก๊วน ด้าน ศุภชาติ ผู้บริหารสาขาไทยเป็นปลื้ม มั่นใจนับจากนี้ อีก 12 เดือนฟันเป้ายอดขาย 1 พันล้านบาท พร้อมบินคุยประธานใหญ่ที่มาเลเซีย หวังบริษัทแม่เห็นความสำคัญตั้งโรงงานในไทย


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์-แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า กลยุทธ์สำคัญที่สุดของบริษัท ในปีนี้ คือการจัดกิจกรรม Kick Off Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการของบริษัท และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปจัดกิจกรรมดังกล่าวในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ และที่ผ่านมา สมาชิกนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลาม บริษัทจึงมีนโยบายจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง


และล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรม Kick Off Day ครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ มีสมาชิกเดินทางมาร่วมงานกว่า 700 ราย ซึ่งนอกจากจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ แล้ว ในงานครั้งนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Hybrid โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม


แผนการตลาด Hybrid เป็นแผนผสมผสานระหว่าง Binary ระบบ Balance PV 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบ Cycle 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบ Weak Strong ที่ คุ้นเคย มาผสมผสานเข้ากับระบบ Cycle ซึ่ง มีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ อย่างรวดเร็ว


ศุภชาติ ได้กล่าวถึงเหตุผลในการ ปรับแผนดังกล่าวว่า เป็นแผนที่ต้องการช่วย ให้ทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจแล้วสามารถมีรายได้อย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และมั่นคง ซึ่งหลังจากแผนการตลาดใหม่ได้รับการจดทะเบียน จาก สคบ.เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า สมาชิกเดิมที่เคยหยุดขยายเครือข่ายกลับหวนกลับมาทำธุรกิจกับบริษัท อีกครั้ง และยังมีสมาชิกหน้าใหม่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอีกกว่า 1 พันคน ภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนเหนืออื่นใด ศุภชาติ เปิดเผยว่า ด้วย การเปลี่ยนระบบการจ่ายผลตอบแทนใหม่นี้ ทำให้ผู้นำระดับแม่ทีม มองเห็นถึงจุดเด่น และอนาคตการเติบโตของบริษัท ทำให้ขณะ นี้มีแม่ทีมจากหลายๆ บริษัทติดต่อเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท เกือบ 30 ท่าน เช่น ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ


จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร อดีตแม่ทีม บีฮิบ นอกจากนี้ยังมีแม่ทีมจาก อาเจล, เอมสตาร์ และค่าย อื่นๆ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ


ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไป ด้วยระบบ แผนการตลาดในรูปแบบใหม่ และการเข้าร่วมของแม่ทีมทั้งหลายที่มากด้วยประสบการณ์จะทำให้บริษัทอีซี่ฯ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามปณิธานหลักของบริษัท คือ มุ่งมั่น สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ทางทีมงานและสมาชิกจะเร่งดำเนินงาน ขยายเครือข่ายให้สามารถพิชิตยอดขายให้ได้ 1,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ ศุภชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในไตรมาสหลังปีนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ใน 2 กลุ่มด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาชิกให้สามารถขยายเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทน่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม นี้ในงาน Grand Opening เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 และในงานดังกล่าว บริษัทยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ คือ การแจกรถยนต์ให้กับสมาชิกที่สร้างรายได้สูงสุด โดยเฉพาะรถเบนท์เล่ ราคา 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้สมาชิกเร่งขยายเครือข่ายได้อีกทางหนึ่ง


อย่างไรก็ดี ศุภชาติ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ว่า ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นใน อีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมา สร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัท มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศ จีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่า บริษัทแม่ มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็น แหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้อง รอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012 ถึง3-7-2012

นักขายต่างค่ายเฮโลร่วม ‘อีซี่ ฟาร์แมกซ์-Easy Phamax’บริษัทปรับแผนเอาใจตั้งเป้าไม่เกิน 12 ด.ฟันยอดพันล.


 


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax” จัดการปรับแผน จ่ายครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Hybrid” แม่ทีม ต่างค่ายเทใจร่วมก๊วน ด้าน “ศุภชาติ” ผู้บริหารสาขาไทยเป็นปลื้ม มั่นใจนับจากนี้ อีก 12 เดือนฟันเป้ายอดขาย 1 พันล้านบาท พร้อมบินคุยประธานใหญ่ที่มาเลเซีย หวังบริษัทแม่เห็นความสำคัญตั้งโรงงานในไทย


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์-แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญที่สุดของบริษัท ในปีนี้ คือการจัดกิจกรรม Kick Off Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการของบริษัท และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปจัดกิจกรรมดังกล่าวในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ และที่ผ่านมา สมาชิกนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลาม บริษัทจึงมีนโยบายจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง


และล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรม Kick Off Day ครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ มีสมาชิกเดินทางมาร่วมงานกว่า 700 ราย ซึ่งนอกจากจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ แล้ว ในงานครั้งนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Hybrid โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม 


“แผนการตลาด Hybrid เป็นแผนผสมผสานระหว่าง Binary ระบบ Balance PV 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบ Cycle 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบ Weak Strong ที่ คุ้นเคย มาผสมผสานเข้ากับระบบ Cycle ซึ่ง มีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ อย่างรวดเร็ว”


ศุภชาติ ได้กล่าวถึงเหตุผลในการ ปรับแผนดังกล่าวว่า เป็นแผนที่ต้องการช่วย ให้ทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจแล้วสามารถมีรายได้อย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และมั่นคง ซึ่งหลังจากแผนการตลาดใหม่ได้รับการจดทะเบียน จาก สคบ.เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า สมาชิกเดิมที่เคยหยุดขยายเครือข่ายกลับหวนกลับมาทำธุรกิจกับบริษัท อีกครั้ง และยังมีสมาชิกหน้าใหม่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอีกกว่า 1 พันคน ภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนเหนืออื่นใด ศุภชาติ เปิดเผยว่า “ด้วย การเปลี่ยนระบบการจ่ายผลตอบแทนใหม่นี้ ทำให้ผู้นำระดับแม่ทีม มองเห็นถึงจุดเด่น และอนาคตการเติบโตของบริษัท ทำให้ขณะ นี้มีแม่ทีมจากหลายๆ บริษัทติดต่อเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท เกือบ 30 ท่าน เช่น “ดนัย วงศ์ประเสริฐ” และ 


“จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “บีฮิบ” นอกจากนี้ยังมีแม่ทีมจาก อาเจล, เอมสตาร์ และค่าย อื่นๆ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ”


“ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไป ด้วยระบบ แผนการตลาดในรูปแบบใหม่ และการเข้าร่วมของแม่ทีมทั้งหลายที่มากด้วยประสบการณ์จะทำให้บริษัทอีซี่ฯ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามปณิธานหลักของบริษัท คือ มุ่งมั่น สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ทางทีมงานและสมาชิกจะเร่งดำเนินงาน ขยายเครือข่ายให้สามารถพิชิตยอดขายให้ได้ 1,000 ล้านบาท”


ทั้งนี้ ศุภชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในไตรมาสหลังปีนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ใน 2 กลุ่มด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาชิกให้สามารถขยายเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทน่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม นี้ในงาน Grand Opening เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 และในงานดังกล่าว บริษัทยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ คือ การแจกรถยนต์ให้กับสมาชิกที่สร้างรายได้สูงสุด โดยเฉพาะรถเบนท์เล่ ราคา 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้สมาชิกเร่งขยายเครือข่ายได้อีกทางหนึ่ง


อย่างไรก็ดี ศุภชาติ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นใน อีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมา สร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัท มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศ จีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่า บริษัทแม่ มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็น แหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้อง รอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ   ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012 

นักขายต่างค่ายเฮโลร่วม ‘อีซี่ ฟาร์แมกซ์-Easy Phamax’บริษัทปรับแผนเอาใจตั้งเป้าไม่เกิน 12 ด.ฟันยอดพันล.


 


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax” จัดการปรับแผน จ่ายครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Hybrid” แม่ทีม ต่างค่ายเทใจร่วมก๊วน ด้าน “ศุภชาติ” ผู้บริหารสาขาไทยเป็นปลื้ม มั่นใจนับจากนี้ อีก 12 เดือนฟันเป้ายอดขาย 1 พันล้านบาท พร้อมบินคุยประธานใหญ่ที่มาเลเซีย หวังบริษัทแม่เห็นความสำคัญตั้งโรงงานในไทย


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์-แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญที่สุดของบริษัท ในปีนี้ คือการจัดกิจกรรม Kick Off Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการของบริษัท และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปจัดกิจกรรมดังกล่าวในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ และที่ผ่านมา สมาชิกนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลาม บริษัทจึงมีนโยบายจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง


และล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรม Kick Off Day ครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ มีสมาชิกเดินทางมาร่วมงานกว่า 700 ราย ซึ่งนอกจากจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ แล้ว ในงานครั้งนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Hybrid โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม 


“แผนการตลาด Hybrid เป็นแผนผสมผสานระหว่าง Binary ระบบ Balance PV 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบ Cycle 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบ Weak Strong ที่ คุ้นเคย มาผสมผสานเข้ากับระบบ Cycle ซึ่ง มีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ อย่างรวดเร็ว”


ศุภชาติ ได้กล่าวถึงเหตุผลในการ ปรับแผนดังกล่าวว่า เป็นแผนที่ต้องการช่วย ให้ทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจแล้วสามารถมีรายได้อย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และมั่นคง ซึ่งหลังจากแผนการตลาดใหม่ได้รับการจดทะเบียน จาก สคบ.เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า สมาชิกเดิมที่เคยหยุดขยายเครือข่ายกลับหวนกลับมาทำธุรกิจกับบริษัท อีกครั้ง และยังมีสมาชิกหน้าใหม่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอีกกว่า 1 พันคน ภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนเหนืออื่นใด ศุภชาติ เปิดเผยว่า “ด้วย การเปลี่ยนระบบการจ่ายผลตอบแทนใหม่นี้ ทำให้ผู้นำระดับแม่ทีม มองเห็นถึงจุดเด่น และอนาคตการเติบโตของบริษัท ทำให้ขณะ นี้มีแม่ทีมจากหลายๆ บริษัทติดต่อเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท เกือบ 30 ท่าน เช่น “ดนัย วงศ์ประเสริฐ” และ 


“จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “บีฮิบ” นอกจากนี้ยังมีแม่ทีมจาก อาเจล, เอมสตาร์ และค่าย อื่นๆ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ”


“ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไป ด้วยระบบ แผนการตลาดในรูปแบบใหม่ และการเข้าร่วมของแม่ทีมทั้งหลายที่มากด้วยประสบการณ์จะทำให้บริษัทอีซี่ฯ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามปณิธานหลักของบริษัท คือ มุ่งมั่น สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ทางทีมงานและสมาชิกจะเร่งดำเนินงาน ขยายเครือข่ายให้สามารถพิชิตยอดขายให้ได้ 1,000 ล้านบาท”


ทั้งนี้ ศุภชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในไตรมาสหลังปีนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ใน 2 กลุ่มด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาชิกให้สามารถขยายเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทน่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม นี้ในงาน Grand Opening เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 และในงานดังกล่าว บริษัทยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ คือ การแจกรถยนต์ให้กับสมาชิกที่สร้างรายได้สูงสุด โดยเฉพาะรถเบนท์เล่ ราคา 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้สมาชิกเร่งขยายเครือข่ายได้อีกทางหนึ่ง


อย่างไรก็ดี ศุภชาติ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นใน อีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมา สร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัท มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศ จีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่า บริษัทแม่ มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็น แหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้อง รอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ   ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012 

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยิ้มแม่ทีมมือทอง บีฮิบ แตกทัพร่วมวง ด้าน ยูนิอัมล่า แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน โมรินดา ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ดูดนักขาย บีฮิบ ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป นายศุภชาติ กล่าว


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร อดีตแม่ทีม อาเจล และ บีฮิบ เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> ยูนิอัมล่า ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%


> โมรินดา ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012 ถึง22-6-2012

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ “อีซี่ ฟาร์-แมกซ์” ยิ้มแม่ทีมมือทอง “บีฮิบ” แตกทัพร่วมวง ด้าน “ยูนิอัมล่า” แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน “โมรินดา” ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ 


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> “อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ดูดนักขาย “บีฮิบ” ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป” นายศุภชาติ กล่าว 


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง “ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ “จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “อาเจล” และ “บีฮิบ” เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> “ยูนิอัมล่า” ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”


> “โมรินดา” ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น 


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น 


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012  ถึง 22-6-2012  

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ “อีซี่ ฟาร์-แมกซ์” ยิ้มแม่ทีมมือทอง “บีฮิบ” แตกทัพร่วมวง ด้าน “ยูนิอัมล่า” แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน “โมรินดา” ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ 


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> “อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ดูดนักขาย “บีฮิบ” ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป” นายศุภชาติ กล่าว 


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง “ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ “จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “อาเจล” และ “บีฮิบ” เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> “ยูนิอัมล่า” ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”


> “โมรินดา” ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น 


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น 


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012  ถึง 22-6-2012  

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ (Easy Phamax) คึกรับปีมังกรทองเตรียมพร้อมก้าวสู่แผนไฮบริด


ประธานกลุ่ม อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ เผยภาพรวมบริษัท 13 ประเทศทั่วโลก จีนเติบโตสูงสุด รุกคืบหนุนตลาดไทย หลังมองโอกาสเติบโตสูง จากนี้ไปยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท หากเสริมแผนที่สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้นำและสมาชิกลั่นปลายปีสมาชิกได้เฮ รุกเปิดตัวสินค้าใหม่ 3-5 รายการ ดึง Bio Beauty เสริมอาหารพร้อมดื่มชะลอวัยจากบริษัทแม่มาเลย์ร่วมทัพ

เบน หว่อง ประธานบริหารกลุ่ม บริษัท ไออ็นเอส ไบโอไซแอนซ์ เบอร์ฮาด บริษัมแม่ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมอัตราการเติบโตของบริษัทใจล่วงที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ขยายตลาดขายตรงไปยังประเทศต่างๆ รวม 13 ประเทศ และประเทศที่มีอัตราการเติบโต และมียอดขายสูงสุดได้แก่ จีน เนื่องจากจีนเป้นประเทศที่มีประชากรหนาแน่น ตลาดจึงเติบดตได้ดี ส่วนประเทศต่อมา ได้แก่ ไต้หวัน มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์

สำหรับทิศทางการบริหารงานจากนี้ไป คาดว่าจะเห็นอัตราการเติบดตของบริษัทที่โดดเด่น โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี บริษัทได้วางกลยุทธ์ในการกำหนดแผนการตลาดด้วยการเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด หลังจากเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพบรรจุในประป๋องภายใต้แบรนด์ Wheatgrass Honey ที่ปัจจุบันวางจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ผ่านช่องทางค้าปลีก และในอนาคตบริษัทมีแผนนำผลิตภัณฑ์ Wheatgrass Honey ในรูปแบบกระป๋องเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางใดนั้นเป็นเรื่องของอนาคต

ในส่วนของแนวคิดการเปิดตลาดใหม่เพิ่มจาก 13 ประเทศ บริษัทยังไม่มีนโยบายเปิดตลาดเพิ่ม แต่มีแผนโฟกัสตลาดเดิมที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเข้าไปยังประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่องทางขายตรงเนื่องจากปัจจุบันบริษัทที่มีการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับพันธมิตรกว่า 60 ประเทศทั่วดลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศ ไอซ์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ในการทำตลาดต่างประเทศในปีนี้ ด้วยการเล็งตลาดที่มีศักยภาพ รวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป้นที่รู้จัก ด้วยการสร้างกระบวนการให้เกิดการยอมรับ ซึ่งแผนที่บริษัทได้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา คือ การจัดสัมมนาร่วมกับกระทราวงสาธารณสุขประเทศมาเลเซีย โดยใช้ชื่องานโกลบอล ไอโอ เฮิร์บ อีโคโนมิค ซึ่งในปีนี้บริษัทจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ไต้หวัน และในอนาคตบริษัทวางแผนจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้นที่ประเทศไทย

ด้าน ลีออง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ที่บริษัทเริ่มวางรากฐานปูทางตลาดในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบบริหารจัดการ การวางจำหน่ายสินค้า รวมถึงระบบรองรับจากทางราชการอย่างใบอนุฐาตการประกอบธุรกิจ ที่บริษัทได้เตรียมความพร้อม ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทจึงเตรียมความพร้อมในการขยายตลาดในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมา อีซี่ฟาร์แม็กซ์ โตแบบไม่หวือหวา เราเน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเพื่อรองรับนักธุรกิจ ตรงนี้เราจะเสริมแผนให้โดนใจสมาชิก ด้วยการใช้ชื่อแผนการจ่ายผลตอบแทนว่า แผนไฮบริด เรื่องนี้ต้องดุความชัดเจนอีกครั้งประมาณกลางเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าเมื่อมีการประกาศแผนการเสริมตัวใหม่ที่ลงตัวจะสร้างปรกฏการณืใหม่ให้กับวงการธุรกิจ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเราจะมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการวางแผนสรุปงานกันอีกครั้ง เพื่อสร้างความชัดเจน”

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจัดประชุมอบรมสำหรับผู้นำโดยเฉพาะการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า รวมถึงแผนการทำธุรกิจ ที่จะมีการจัดประชุมเป็นรายเดือน และรายไตรมาสนอกจากนี้ในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมแผนจัดงานเกียรติยศ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้นำที่ประสบความสำเร็จ

ปัจจุบันบริษัทนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยทั้งสิ้น 20 รายการ และหลังจากนี้ไปจะเพิ่มในค้าใหม่อีก 3-5 รายการ โดยสินค้าดังกล่าวที่เตรียมจะนำเข้าจะเป็นกลุ่มความงามเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอนตี้เอจจิ้ง ภายใต้ชื่อ “Bio Beauty” ดังนั้นในช่วงนี้บริษัทได้เตรียมแผนการขยายฐานสมาชิกเพิ่มด้วยการเตรียมความพร้อมในการเสริมแผนบางอย่างเข้าไปให้สมบูรณ์ อย่างไรก็ดีจากนี้ไปอีก 12 เดือน บริษัตั้งเป้ายอดขาย 400 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทในปีถัดไป

“ที่บอกว่าจะมีการเสิรมแผนนั้น คือการตอบโจทย์ รายได้ เป็นการเกลี่ยรายได้ระดับสูงลงมาสู่ระดับล่าง เพื่อให้ฐานนข้างบนอยู่ได้ ข้างล่างก็อยู่ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตอม บริษัทมองตลาดไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ดังนั้น แผนงานจากนี้ไป คือ การโฟกัสและสนับสนุนตลาดไทย โดยบริษัทจะเข้าไปดูและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ซึ่งเรื่องนี้บริษัทได้ตระหนักและมีความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนทีมผู้นำในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจากนี้ไปคาดว่าบริษัทจะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว เปรียบเสทือนเครื่องบินที่กำลังทะบานขึ้นบนท้องฟ้า

ขณะเดียวกัน ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษํท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า จากนี้ไปบริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรก้าวไปข้างหน้า เพื่อนำพาสมชิกไปสู่ความสำเร็จ ซค่งจะป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งหากใครที่ยังมองหาธุรกิจขายตรง อีซี่ ฟาร์เม็กซ์ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการมีรายได้ที่มั่นคงและต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค    

อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ (Easy Phamax) คึกรับปีมังกรทองเตรียมพร้อมก้าวสู่แผนไฮบริด


ประธานกลุ่ม อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ เผยภาพรวมบริษัท 13 ประเทศทั่วโลก จีนเติบโตสูงสุด รุกคืบหนุนตลาดไทย หลังมองโอกาสเติบโตสูง จากนี้ไปยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท หากเสริมแผนที่สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้นำและสมาชิกลั่นปลายปีสมาชิกได้เฮ รุกเปิดตัวสินค้าใหม่ 3-5 รายการ ดึง Bio Beauty เสริมอาหารพร้อมดื่มชะลอวัยจากบริษัทแม่มาเลย์ร่วมทัพ

เบน หว่อง ประธานบริหารกลุ่ม บริษัท ไออ็นเอส ไบโอไซแอนซ์ เบอร์ฮาด บริษัมแม่ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมอัตราการเติบโตของบริษัทใจล่วงที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ขยายตลาดขายตรงไปยังประเทศต่างๆ รวม 13 ประเทศ และประเทศที่มีอัตราการเติบโต และมียอดขายสูงสุดได้แก่ จีน เนื่องจากจีนเป้นประเทศที่มีประชากรหนาแน่น ตลาดจึงเติบดตได้ดี ส่วนประเทศต่อมา ได้แก่ ไต้หวัน มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์

สำหรับทิศทางการบริหารงานจากนี้ไป คาดว่าจะเห็นอัตราการเติบดตของบริษัทที่โดดเด่น โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี บริษัทได้วางกลยุทธ์ในการกำหนดแผนการตลาดด้วยการเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด หลังจากเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพบรรจุในประป๋องภายใต้แบรนด์ Wheatgrass Honey ที่ปัจจุบันวางจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ผ่านช่องทางค้าปลีก และในอนาคตบริษัทมีแผนนำผลิตภัณฑ์ Wheatgrass Honey ในรูปแบบกระป๋องเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางใดนั้นเป็นเรื่องของอนาคต

ในส่วนของแนวคิดการเปิดตลาดใหม่เพิ่มจาก 13 ประเทศ บริษัทยังไม่มีนโยบายเปิดตลาดเพิ่ม แต่มีแผนโฟกัสตลาดเดิมที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเข้าไปยังประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่องทางขายตรงเนื่องจากปัจจุบันบริษัทที่มีการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับพันธมิตรกว่า 60 ประเทศทั่วดลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศ ไอซ์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ในการทำตลาดต่างประเทศในปีนี้ ด้วยการเล็งตลาดที่มีศักยภาพ รวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป้นที่รู้จัก ด้วยการสร้างกระบวนการให้เกิดการยอมรับ ซึ่งแผนที่บริษัทได้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา คือ การจัดสัมมนาร่วมกับกระทราวงสาธารณสุขประเทศมาเลเซีย โดยใช้ชื่องานโกลบอล ไอโอ เฮิร์บ อีโคโนมิค ซึ่งในปีนี้บริษัทจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ไต้หวัน และในอนาคตบริษัทวางแผนจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้นที่ประเทศไทย

ด้าน ลีออง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ที่บริษัทเริ่มวางรากฐานปูทางตลาดในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบบริหารจัดการ การวางจำหน่ายสินค้า รวมถึงระบบรองรับจากทางราชการอย่างใบอนุฐาตการประกอบธุรกิจ ที่บริษัทได้เตรียมความพร้อม ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทจึงเตรียมความพร้อมในการขยายตลาดในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมา อีซี่ฟาร์แม็กซ์ โตแบบไม่หวือหวา เราเน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเพื่อรองรับนักธุรกิจ ตรงนี้เราจะเสริมแผนให้โดนใจสมาชิก ด้วยการใช้ชื่อแผนการจ่ายผลตอบแทนว่า แผนไฮบริด เรื่องนี้ต้องดุความชัดเจนอีกครั้งประมาณกลางเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าเมื่อมีการประกาศแผนการเสริมตัวใหม่ที่ลงตัวจะสร้างปรกฏการณืใหม่ให้กับวงการธุรกิจ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเราจะมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการวางแผนสรุปงานกันอีกครั้ง เพื่อสร้างความชัดเจน”

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจัดประชุมอบรมสำหรับผู้นำโดยเฉพาะการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า รวมถึงแผนการทำธุรกิจ ที่จะมีการจัดประชุมเป็นรายเดือน และรายไตรมาสนอกจากนี้ในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมแผนจัดงานเกียรติยศ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้นำที่ประสบความสำเร็จ

ปัจจุบันบริษัทนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยทั้งสิ้น 20 รายการ และหลังจากนี้ไปจะเพิ่มในค้าใหม่อีก 3-5 รายการ โดยสินค้าดังกล่าวที่เตรียมจะนำเข้าจะเป็นกลุ่มความงามเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอนตี้เอจจิ้ง ภายใต้ชื่อ “Bio Beauty” ดังนั้นในช่วงนี้บริษัทได้เตรียมแผนการขยายฐานสมาชิกเพิ่มด้วยการเตรียมความพร้อมในการเสริมแผนบางอย่างเข้าไปให้สมบูรณ์ อย่างไรก็ดีจากนี้ไปอีก 12 เดือน บริษัตั้งเป้ายอดขาย 400 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทในปีถัดไป

“ที่บอกว่าจะมีการเสิรมแผนนั้น คือการตอบโจทย์ รายได้ เป็นการเกลี่ยรายได้ระดับสูงลงมาสู่ระดับล่าง เพื่อให้ฐานนข้างบนอยู่ได้ ข้างล่างก็อยู่ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตอม บริษัทมองตลาดไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ดังนั้น แผนงานจากนี้ไป คือ การโฟกัสและสนับสนุนตลาดไทย โดยบริษัทจะเข้าไปดูและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ซึ่งเรื่องนี้บริษัทได้ตระหนักและมีความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนทีมผู้นำในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจากนี้ไปคาดว่าบริษัทจะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว เปรียบเสทือนเครื่องบินที่กำลังทะบานขึ้นบนท้องฟ้า

ขณะเดียวกัน ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษํท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า จากนี้ไปบริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรก้าวไปข้างหน้า เพื่อนำพาสมชิกไปสู่ความสำเร็จ ซค่งจะป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งหากใครที่ยังมองหาธุรกิจขายตรง อีซี่ ฟาร์เม็กซ์ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการมีรายได้ที่มั่นคงและต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค    

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) – แม่ผึ้ง...หรือ “นางพญาผึ้ง”


แม่ผึ้ง...หรือ “นางพญาผึ้ง” ตัวเบ้ง 2 ตัวบินควงคู่กันเข้าจับมือ กับ “บิ๊กศุภชาติ” (ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ) ผู้จัดการทั่วไปแห่งค่าย “อีซี่ฟาร์แม็กซ์” ยกฐานที่ตั้งมาบัญชาการรบบนชั้น 29 อาคาร ไซเบอร์เวิลด์ ย่านถนนรัชดาภิเษกปากทางเข้า ศูนย์วัฒนธรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกันไปเรียบร้อย ...แถมช่วงอาทิตย์ที่สอง ของเดือนนี้ที่ผ่านมา...ก็หอบหิ้วทีมงานในคอนโทรลบินท่องมาเลย์ทัวร์บริษัทแม่จับเข่าคุย “บิ๊กมาเลย์” เรียบร้อยแย้ววววอีกล้วยยยย!! .....


..... ข่าวไม่ได้ปล่อย!!... เพราะ “Spy Man” ไปนั่งจิบกาแฟฟังแผน การ “ผนึกกำลัง” ครั้งสำคัญรอบนี้จากบิ๊กๆ มาด้วยตัวเอง...แถม! เสร็จสรรพงานจิบกาแฟออกมานอกห้องโถงใหญ่ของ “อีซี่ฟาร์แม็กซ์” ก็พบกับมือดีแห่งวงการอย่าง “จีรวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” หนุ่มมาดดีสมเป็นนักธุรกิจเครือข่ายแถวหน้ากำลังขะมักเขม้นติวเข้มกับทีมงานอีกล้วยยยย... พร้อมจับมือแสดงความยินดียืนยันถึงการมาร่วมสร้างรังใหม่กับอีซี่ฟาร์แม็กซ์เป็นการตบท้ายอีก!!.....


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 228 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2555 

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) – แม่ผึ้ง...หรือ “นางพญาผึ้ง”


แม่ผึ้ง...หรือ “นางพญาผึ้ง” ตัวเบ้ง 2 ตัวบินควงคู่กันเข้าจับมือ กับ “บิ๊กศุภชาติ” (ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ) ผู้จัดการทั่วไปแห่งค่าย “อีซี่ฟาร์แม็กซ์” ยกฐานที่ตั้งมาบัญชาการรบบนชั้น 29 อาคาร ไซเบอร์เวิลด์ ย่านถนนรัชดาภิเษกปากทางเข้า ศูนย์วัฒนธรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกันไปเรียบร้อย ...แถมช่วงอาทิตย์ที่สอง ของเดือนนี้ที่ผ่านมา...ก็หอบหิ้วทีมงานในคอนโทรลบินท่องมาเลย์ทัวร์บริษัทแม่จับเข่าคุย “บิ๊กมาเลย์” เรียบร้อยแย้ววววอีกล้วยยยย!! .....


..... ข่าวไม่ได้ปล่อย!!... เพราะ “Spy Man” ไปนั่งจิบกาแฟฟังแผน การ “ผนึกกำลัง” ครั้งสำคัญรอบนี้จากบิ๊กๆ มาด้วยตัวเอง...แถม! เสร็จสรรพงานจิบกาแฟออกมานอกห้องโถงใหญ่ของ “อีซี่ฟาร์แม็กซ์” ก็พบกับมือดีแห่งวงการอย่าง “จีรวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” หนุ่มมาดดีสมเป็นนักธุรกิจเครือข่ายแถวหน้ากำลังขะมักเขม้นติวเข้มกับทีมงานอีกล้วยยยย... พร้อมจับมือแสดงความยินดียืนยันถึงการมาร่วมสร้างรังใหม่กับอีซี่ฟาร์แม็กซ์เป็นการตบท้ายอีก!!.....


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 228 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2555 

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"อีซี่ อาร์แม็กซ์ (Easy Pha-max)" เล็งปรับแผนดันสู่เป้า 400 ล้าน รุกกิจกรรมใหม่ "KickOffDay"


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” แย้ม! เตรียมปรับแผนใหม่ล้ำกว่าเดิม ลุยจัดงาน “Kick Off Day” ขยายฐานผู้บริโภคทั่วไป ล่าสุดขนทัพผู้นำท่องเที่ยวทริปถิ่นเกิดสำนักงานใหญ่ ประเทศมาเลเซีย “Easy Pha-max Thailand Group Business Trip” คาดสิ้นปีดันเป้าหมายสู่ยอด 400 ล้านบาท

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่าย” ว่า ปี 2555 นี้บริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ไว้หลากหลายเพื่อบุกตลาดให้คึกคักยิ่งขึ้น หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมา อีซี่ฟาร์แม็กซ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภูมิภาคของประเทศ และในปีที่ผ่านมาบริษัท ประสบความสำเร็จกับการรุกตลาดพื้นที่ในหลายจังหวัดของภาคใต้เป็นอย่างมาก

“ในปีนี้เราคงจะรุกพื้นที่ในภาคอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนของภาคอีสาน และกรุงเทพฯ เพื่อให้ยอดขายในแต่ละพื้นที่ได้เติบโตอย่างสวยงามไปพร้อมกัน โดยจะสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการจัดกิจกรรมในพื้นที่นั้น ที่เราเรียกว่างาน Kick Off Day โดยในเดือนก.พ.-มี.ค.เราก็ได้นำร่องจัดไปแล้วที่ ภูเก็ต หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากทีเดียว โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท”สำหรับกิจกรรม “Kick Off Day” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสร้างการรับรู้ แบรนด์สู่ผู้บริโภค พร้อมด้วยการบรรยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งบริษัทมีสินค้าโดดเด่นและได้รับความสนใจที่สุดคือกลุ่มของการดีท็อกซ์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน 1.กลุ่มดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด 2.กลุ่มดีท็อกซ์ลำไส้

พร้อมด้วยการแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หลากหลายคน โดยจะไฮไลท์ไปที่คุณสมบัติ เมทะนี พระเอกตลอดกาล ซึ่งได้เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจริงและเห็นผลดี หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงการพูดถึงธุรกิจและโปรโมชั่น พิเศษเพื่อเชิญชวนให้คนเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทได้มากขึ้น ทำให้ผู้นำในพื้นที่ทำงานได้ง่ายขึ้นและสร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี และคาดว่าในเดือนมิ.ย.นี้ บริษัทจะไปจัดงาน Kick Off Day ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้นำอยู่ที่นั่นและเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ จึงเป็นอีกจุดสำคัญในภาคอีสานที่จะบุกในปีนี้

“ในปี 2555 นี้เป้าหมายของเราอยู่ที่ 400 ล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นที่มา ของแนวคิดในการปรับแผนใหม่ เพราะบริษัทคิดว่าควรจะมีการขับเคลื่อนอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว ดังนั้นการเสริมแผนรายได้ภายใต้โครงสร้างเดิมกำลังจะเกิดขึ้น ทำให้นักธุรกิจทุกระดับสามารถสร้างรายได้ ได้ง่ายและมากยิ่งขึ้น ผู้นำสามารถรับรายได้ในชั้นลึกมากขึ้น คาดว่าน่าจะสรุปผลได้เร็วๆ นี้” นายศุภชาติกล่าว

อย่างไรก็ตามล่าสุด อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ได้นำคณะผู้นำบินลัดฟ้า ไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ถึงถิ่นกำเนิด ที่ประเทศมาเลเซีย ในชื่อทริป “Easy Phamax Thailand Group Business Trip” เมื่อวันที่ 7 – 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าร่วมธุรกิจของบริษัท ว่ามีพื้นฐานความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด โดยได้รับกระแสตอบรับต่อกิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างดีตามความคาดหมาย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

"อีซี่ อาร์แม็กซ์ (Easy Pha-max)" เล็งปรับแผนดันสู่เป้า 400 ล้าน รุกกิจกรรมใหม่ "KickOffDay"


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” แย้ม! เตรียมปรับแผนใหม่ล้ำกว่าเดิม ลุยจัดงาน “Kick Off Day” ขยายฐานผู้บริโภคทั่วไป ล่าสุดขนทัพผู้นำท่องเที่ยวทริปถิ่นเกิดสำนักงานใหญ่ ประเทศมาเลเซีย “Easy Pha-max Thailand Group Business Trip” คาดสิ้นปีดันเป้าหมายสู่ยอด 400 ล้านบาท

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่าย” ว่า ปี 2555 นี้บริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ไว้หลากหลายเพื่อบุกตลาดให้คึกคักยิ่งขึ้น หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมา อีซี่ฟาร์แม็กซ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภูมิภาคของประเทศ และในปีที่ผ่านมาบริษัท ประสบความสำเร็จกับการรุกตลาดพื้นที่ในหลายจังหวัดของภาคใต้เป็นอย่างมาก

“ในปีนี้เราคงจะรุกพื้นที่ในภาคอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนของภาคอีสาน และกรุงเทพฯ เพื่อให้ยอดขายในแต่ละพื้นที่ได้เติบโตอย่างสวยงามไปพร้อมกัน โดยจะสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการจัดกิจกรรมในพื้นที่นั้น ที่เราเรียกว่างาน Kick Off Day โดยในเดือนก.พ.-มี.ค.เราก็ได้นำร่องจัดไปแล้วที่ ภูเก็ต หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากทีเดียว โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท”สำหรับกิจกรรม “Kick Off Day” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสร้างการรับรู้ แบรนด์สู่ผู้บริโภค พร้อมด้วยการบรรยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งบริษัทมีสินค้าโดดเด่นและได้รับความสนใจที่สุดคือกลุ่มของการดีท็อกซ์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน 1.กลุ่มดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด 2.กลุ่มดีท็อกซ์ลำไส้

พร้อมด้วยการแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หลากหลายคน โดยจะไฮไลท์ไปที่คุณสมบัติ เมทะนี พระเอกตลอดกาล ซึ่งได้เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจริงและเห็นผลดี หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงการพูดถึงธุรกิจและโปรโมชั่น พิเศษเพื่อเชิญชวนให้คนเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทได้มากขึ้น ทำให้ผู้นำในพื้นที่ทำงานได้ง่ายขึ้นและสร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี และคาดว่าในเดือนมิ.ย.นี้ บริษัทจะไปจัดงาน Kick Off Day ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้นำอยู่ที่นั่นและเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ จึงเป็นอีกจุดสำคัญในภาคอีสานที่จะบุกในปีนี้

“ในปี 2555 นี้เป้าหมายของเราอยู่ที่ 400 ล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นที่มา ของแนวคิดในการปรับแผนใหม่ เพราะบริษัทคิดว่าควรจะมีการขับเคลื่อนอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว ดังนั้นการเสริมแผนรายได้ภายใต้โครงสร้างเดิมกำลังจะเกิดขึ้น ทำให้นักธุรกิจทุกระดับสามารถสร้างรายได้ ได้ง่ายและมากยิ่งขึ้น ผู้นำสามารถรับรายได้ในชั้นลึกมากขึ้น คาดว่าน่าจะสรุปผลได้เร็วๆ นี้” นายศุภชาติกล่าว

อย่างไรก็ตามล่าสุด อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ได้นำคณะผู้นำบินลัดฟ้า ไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ถึงถิ่นกำเนิด ที่ประเทศมาเลเซีย ในชื่อทริป “Easy Phamax Thailand Group Business Trip” เมื่อวันที่ 7 – 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าร่วมธุรกิจของบริษัท ว่ามีพื้นฐานความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด โดยได้รับกระแสตอบรับต่อกิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างดีตามความคาดหมาย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

‘อีซี่ ฟาร์แม็กซ์’ อัดแผนอวดสาขาแม่หวังได้งบตั้ง รง. ดันไทยเป็นแกนกลางอาเซียน


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ใจ ชื้นสาขาแม่ยังวางใจ อัดกิจกรรม Kick Off Day หลักสูตรสร้างความรู้สินค้าแก่นักขายถี่ หลังเสียงตอบรับดี บอกหากการเติบโตเป็นไปได้ดี ฐานใหญ่มีแผนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในไทยใช้เป็นแกนส่งออกสู่สาขา เพื่อนบ้านรับอาเซียน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ บริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้นจุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


กิจกรรม Kick Off Day มีวัตถุ ประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท มีการเปิดตัวสินค้าด้วยการบรรยาย แชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดีท็อกซ์ ซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท


“การจัดกิจกรรม Kick Off Day มีสมาชิกให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และบริษัทยังสามารถดึงดูดสมาชิกใหม่เข้าร่วมทำธุรกิจได้อีกมากมาย เราจึงมีแผนที่จะเข้าไปจัดงานดังกล่าวในอีกหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ เพราะต้องบอกว่าในปีที่แล้วบริษัทสามารถเข้าไปวางรากฐานตลาดทางใต้ได้อย่างเข้มแข็งมาก บริษัทจึงต้องมีการดำเนินการต่อไป และนอกจากนี้จะมีการขยายงานไปสู่ภาคอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือภาคกลาง”


ทั้งนี้ นายศุภชาติ ได้กล่าวต่อว่า เหตุผลที่มีการเน้นบุกตลาดภาคใต้นั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการที่สาขาแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มีผู้นำทีมใหญ่ของบริษัทได้เข้าไปบุกตลาดทางนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนวางแผนดำเนินกิจกรรมร่วมกัน


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลัง คนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงานของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึงทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของบริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการจุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆต่อไป” นายศุภชาติกล่าว


ทั้งนี้การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาตร์ที่บริษัทใช้สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


“ขณะนี้บริษัทจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน และขณะนี้บริษัทแม่ก็ยังช่วยสนับสนุนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้การต้อนรับประเทศไทยในการดูงาน ตลอดจนในเรื่องของการส่งเสริมความรู้ต่างๆ เช่น ส่งวิทยากร นักโภชนาการ มาให้ความรู้ในประเทศไทย ถือเป็นความภาคภูมิใจของอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ประเทศไทย ที่ผู้บริหารหลายฝ่ายให้การยอมรับ” นายศุภชาติกล่าวทิ้งท้าย


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1297 ประจำวันที่ 5-5-2012 ถึง 8-5-2012     

‘อีซี่ ฟาร์แม็กซ์’ อัดแผนอวดสาขาแม่หวังได้งบตั้ง รง. ดันไทยเป็นแกนกลางอาเซียน


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ใจ ชื้นสาขาแม่ยังวางใจ อัดกิจกรรม Kick Off Day หลักสูตรสร้างความรู้สินค้าแก่นักขายถี่ หลังเสียงตอบรับดี บอกหากการเติบโตเป็นไปได้ดี ฐานใหญ่มีแผนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในไทยใช้เป็นแกนส่งออกสู่สาขา เพื่อนบ้านรับอาเซียน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ บริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้นจุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


กิจกรรม Kick Off Day มีวัตถุ ประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท มีการเปิดตัวสินค้าด้วยการบรรยาย แชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดีท็อกซ์ ซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท


“การจัดกิจกรรม Kick Off Day มีสมาชิกให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และบริษัทยังสามารถดึงดูดสมาชิกใหม่เข้าร่วมทำธุรกิจได้อีกมากมาย เราจึงมีแผนที่จะเข้าไปจัดงานดังกล่าวในอีกหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ เพราะต้องบอกว่าในปีที่แล้วบริษัทสามารถเข้าไปวางรากฐานตลาดทางใต้ได้อย่างเข้มแข็งมาก บริษัทจึงต้องมีการดำเนินการต่อไป และนอกจากนี้จะมีการขยายงานไปสู่ภาคอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือภาคกลาง”


ทั้งนี้ นายศุภชาติ ได้กล่าวต่อว่า เหตุผลที่มีการเน้นบุกตลาดภาคใต้นั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการที่สาขาแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มีผู้นำทีมใหญ่ของบริษัทได้เข้าไปบุกตลาดทางนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนวางแผนดำเนินกิจกรรมร่วมกัน


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลัง คนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงานของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึงทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของบริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการจุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆต่อไป” นายศุภชาติกล่าว


ทั้งนี้การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาตร์ที่บริษัทใช้สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


“ขณะนี้บริษัทจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน และขณะนี้บริษัทแม่ก็ยังช่วยสนับสนุนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้การต้อนรับประเทศไทยในการดูงาน ตลอดจนในเรื่องของการส่งเสริมความรู้ต่างๆ เช่น ส่งวิทยากร นักโภชนาการ มาให้ความรู้ในประเทศไทย ถือเป็นความภาคภูมิใจของอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ประเทศไทย ที่ผู้บริหารหลายฝ่ายให้การยอมรับ” นายศุภชาติกล่าวทิ้งท้าย


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1297 ประจำวันที่ 5-5-2012 ถึง 8-5-2012     

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

‘อีซี่ ฟาร์แม็กซ์’ อัดแผนอวดสาขาแม่หวังได้งบตั้ง รง. ดันไทยเป็นแกนกลางอาเซียน


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ใจ ชื้นสาขาแม่ยังวางใจ อัดกิจกรรม Kick Off Day หลักสูตรสร้างความรู้สินค้าแก่นักขายถี่ หลังเสียงตอบรับดี บอกหากการเติบโตเป็นไปได้ดี ฐานใหญ่มีแผนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในไทยใช้เป็นแกนส่งออกสู่สาขา เพื่อนบ้านรับอาเซียน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ บริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้นจุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


กิจกรรม Kick Off Day มีวัตถุ ประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท มีการเปิดตัวสินค้าด้วยการบรรยาย แชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดีท็อกซ์ ซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท 


“การจัดกิจกรรม Kick Off Day มีสมาชิกให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และบริษัทยังสามารถดึงดูดสมาชิกใหม่เข้าร่วมทำธุรกิจได้อีกมากมาย เราจึงมีแผนที่จะเข้าไปจัดงานดังกล่าวในอีกหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ เพราะต้องบอกว่าในปีที่แล้วบริษัทสามารถเข้าไปวางรากฐานตลาดทางใต้ได้อย่างเข้มแข็งมาก บริษัทจึงต้องมีการดำเนินการต่อไป และนอกจากนี้จะมีการขยายงานไปสู่ภาคอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือภาคกลาง”


ทั้งนี้ นายศุภชาติ ได้กล่าวต่อว่า เหตุผลที่มีการเน้นบุกตลาดภาคใต้นั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการที่สาขาแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มีผู้นำทีมใหญ่ของบริษัทได้เข้าไปบุกตลาดทางนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนวางแผนดำเนินกิจกรรมร่วมกัน 


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลัง คนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงานของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึงทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของบริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการจุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆต่อไป” นายศุภชาติกล่าว 


ทั้งนี้การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาตร์ที่บริษัทใช้สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


“ขณะนี้บริษัทจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน และขณะนี้บริษัทแม่ก็ยังช่วยสนับสนุนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้การต้อนรับประเทศไทยในการดูงาน ตลอดจนในเรื่องของการส่งเสริมความรู้ต่างๆ เช่น ส่งวิทยากร นักโภชนาการ มาให้ความรู้ในประเทศไทย ถือเป็นความภาคภูมิใจของอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ประเทศไทย ที่ผู้บริหารหลายฝ่ายให้การยอมรับ” นายศุภชาติกล่าวทิ้งท้าย


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1296 ประจำวันที่ 2-5-2012  ถึง 4-5-2012  

‘อีซี่ ฟาร์แม็กซ์’ อัดแผนอวดสาขาแม่หวังได้งบตั้ง รง. ดันไทยเป็นแกนกลางอาเซียน


“อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ใจ ชื้นสาขาแม่ยังวางใจ อัดกิจกรรม Kick Off Day หลักสูตรสร้างความรู้สินค้าแก่นักขายถี่ หลังเสียงตอบรับดี บอกหากการเติบโตเป็นไปได้ดี ฐานใหญ่มีแผนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในไทยใช้เป็นแกนส่งออกสู่สาขา เพื่อนบ้านรับอาเซียน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ บริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้นจุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


กิจกรรม Kick Off Day มีวัตถุ ประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท มีการเปิดตัวสินค้าด้วยการบรรยาย แชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดีท็อกซ์ ซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท 


“การจัดกิจกรรม Kick Off Day มีสมาชิกให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และบริษัทยังสามารถดึงดูดสมาชิกใหม่เข้าร่วมทำธุรกิจได้อีกมากมาย เราจึงมีแผนที่จะเข้าไปจัดงานดังกล่าวในอีกหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ เพราะต้องบอกว่าในปีที่แล้วบริษัทสามารถเข้าไปวางรากฐานตลาดทางใต้ได้อย่างเข้มแข็งมาก บริษัทจึงต้องมีการดำเนินการต่อไป และนอกจากนี้จะมีการขยายงานไปสู่ภาคอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือภาคกลาง”


ทั้งนี้ นายศุภชาติ ได้กล่าวต่อว่า เหตุผลที่มีการเน้นบุกตลาดภาคใต้นั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการที่สาขาแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่มีผู้นำทีมใหญ่ของบริษัทได้เข้าไปบุกตลาดทางนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนวางแผนดำเนินกิจกรรมร่วมกัน 


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลัง คนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงานของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึงทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของบริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอดขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการจุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆต่อไป” นายศุภชาติกล่าว 


ทั้งนี้การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาตร์ที่บริษัทใช้สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


“ขณะนี้บริษัทจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน และขณะนี้บริษัทแม่ก็ยังช่วยสนับสนุนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้การต้อนรับประเทศไทยในการดูงาน ตลอดจนในเรื่องของการส่งเสริมความรู้ต่างๆ เช่น ส่งวิทยากร นักโภชนาการ มาให้ความรู้ในประเทศไทย ถือเป็นความภาคภูมิใจของอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ประเทศไทย ที่ผู้บริหารหลายฝ่ายให้การยอมรับ” นายศุภชาติกล่าวทิ้งท้าย


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1296 ประจำวันที่ 2-5-2012  ถึง 4-5-2012  

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ รุกแดนสะตอ ผุดสินค้าใหม่วาดเป้า 400 ล้าน


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ระบุพื้นที่ใต้ผลตอบรับเยี่ยม แถมโตต่อเนื่อง พร้อมล่าสุดจัดกริจกรรม ล่าสุดจัด "คิกออฟ เดย์ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์" ปัดหมุดสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเล็งสร้างฐานตลาดใหม่ภาคอีสาน กรุงเทพฯ ยันต้องทำงานหนักหลังคู่แข่งผุดเป็นดอกเห็ด เดินหน้าเปิดตัวสินค้าหม่ กลุ่มเสริมอาหาร ชูความเป็นหนึ่งเดียวของเอเชียกับดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด หวังทะลวงเป้าสิ้นปี 400ล้านบาท


            ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "เดอะพาวเวอร์เน็ตเวิร์ค" ถึงภาพรวมตลาด อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ว่า ปัจจุบันสินค้าของบริษัทได้เติมโตเป็นอย่างมากในภาคใต้ เนื่องจากบริษัทได้จัดกิจกรรมทางการตลาดในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดงาน "คิกออฟ เดย์ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์" ซึ่งเป็นการจัดงานเปิดตัวบริษัท โดยภายในงานได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพพร้อมกับการแนะนำสินค้าให้ลูกค้าได้รู้จัก


            ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์และตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมถึงการตอกย้ำจุดเด่นของสินค้าที่เป็นหนึ่งเดียวในเอเชีย ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้จัดกิจกรรมไปแล้ว 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต หาดใหญ่ และนครศรีธรรมราช และจากนี้ไปบริษัทมีแผนที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่คาดว่าจะจัดกิจกรรมในครั้งต่อไปได้แก่ ตรัง นราธิวาส ส่วนภาคอีสานจะจัดขึ้นในจัวหวัดอุบลราชธานี


            นอกจากนี้บริษัทได้วางแนที่จะเข้าไปทำการตลาดในภาคอีสาน และกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมองว่าการรุกตลาดทั้ง 2 แห่ง เพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการที่จะสร้างตลาดใหม่ๆขึ้นมา แต่ตลาดที่ยังคงยึดเป็นตลาดหลักคือ ภาคใต้


            ขณะทีในอนาคตบริษัทต้องการที่จะสร้างตลาดกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกหนึ่งตลาดใสการจัดจำหน่ายสินค้าของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวย เช่น จำนวนประชากรที่ยังคงหนาแน่น และมีกำลังซื้อที่สูงกว่าคนภาคอื่น ดังนั้น บรษัทยังคงต้องทำงานอย่างหนัก เนื่องจากมีคู่แข่งจำนนวนมาก และพฤติกรรมของผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายในการเลือกบริโภคสินค้า


            ปัจจุบัน อีซี่่ ฟาร์แม็กซ์ มีสินค้าอยู่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี กล่มผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนอล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดีท็อก ที่ช่วยขับล้างสารพิษ โดยสินค้าในกลุ่มขับล้างสารพิษแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่กลุ่มที่ช่วยล้างสารพิษในลำใส้ และ กลุ่มดีท็อกตามกรุ๊ปเลือด ซึ่งกลุ่มสินค้านี้นับว่าเป็นสินค้าธงของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ และเป็นหนึ่งเดียวในเอเชีย


            อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่มบิวตี้โดยจะเปิดเพิ่มอีก 3รายการ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดูแลสัดส่วนและเสริมคอลลาเจนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งทั้ง 3 รายการ จะเปิดตัวกลางปีนี้ สำหรับกลุ่มบิวตี้ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 1 รายการ เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนผู้หญิง


            ในด้านยอดขายของบริษัทในปีที่ผ่านมาถือว่าไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมาบริษัทต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 400ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดหวังผู้นำหน้าใหม่ที่จะเข้ามาในปีนี้ และสามารถนำพาบริษัทไปถึงเป้าที่วางไว้


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ รุกแดนสะตอ ผุดสินค้าใหม่วาดเป้า 400 ล้าน


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ระบุพื้นที่ใต้ผลตอบรับเยี่ยม แถมโตต่อเนื่อง พร้อมล่าสุดจัดกริจกรรม ล่าสุดจัด "คิกออฟ เดย์ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์" ปัดหมุดสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเล็งสร้างฐานตลาดใหม่ภาคอีสาน กรุงเทพฯ ยันต้องทำงานหนักหลังคู่แข่งผุดเป็นดอกเห็ด เดินหน้าเปิดตัวสินค้าหม่ กลุ่มเสริมอาหาร ชูความเป็นหนึ่งเดียวของเอเชียกับดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด หวังทะลวงเป้าสิ้นปี 400ล้านบาท


            ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "เดอะพาวเวอร์เน็ตเวิร์ค" ถึงภาพรวมตลาด อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ว่า ปัจจุบันสินค้าของบริษัทได้เติมโตเป็นอย่างมากในภาคใต้ เนื่องจากบริษัทได้จัดกิจกรรมทางการตลาดในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดงาน "คิกออฟ เดย์ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์" ซึ่งเป็นการจัดงานเปิดตัวบริษัท โดยภายในงานได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพพร้อมกับการแนะนำสินค้าให้ลูกค้าได้รู้จัก


            ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์และตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมถึงการตอกย้ำจุดเด่นของสินค้าที่เป็นหนึ่งเดียวในเอเชีย ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้จัดกิจกรรมไปแล้ว 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต หาดใหญ่ และนครศรีธรรมราช และจากนี้ไปบริษัทมีแผนที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่คาดว่าจะจัดกิจกรรมในครั้งต่อไปได้แก่ ตรัง นราธิวาส ส่วนภาคอีสานจะจัดขึ้นในจัวหวัดอุบลราชธานี


            นอกจากนี้บริษัทได้วางแนที่จะเข้าไปทำการตลาดในภาคอีสาน และกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมองว่าการรุกตลาดทั้ง 2 แห่ง เพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการที่จะสร้างตลาดใหม่ๆขึ้นมา แต่ตลาดที่ยังคงยึดเป็นตลาดหลักคือ ภาคใต้


            ขณะทีในอนาคตบริษัทต้องการที่จะสร้างตลาดกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกหนึ่งตลาดใสการจัดจำหน่ายสินค้าของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวย เช่น จำนวนประชากรที่ยังคงหนาแน่น และมีกำลังซื้อที่สูงกว่าคนภาคอื่น ดังนั้น บรษัทยังคงต้องทำงานอย่างหนัก เนื่องจากมีคู่แข่งจำนนวนมาก และพฤติกรรมของผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายในการเลือกบริโภคสินค้า


            ปัจจุบัน อีซี่่ ฟาร์แม็กซ์ มีสินค้าอยู่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี กล่มผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนอล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดีท็อก ที่ช่วยขับล้างสารพิษ โดยสินค้าในกลุ่มขับล้างสารพิษแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่กลุ่มที่ช่วยล้างสารพิษในลำใส้ และ กลุ่มดีท็อกตามกรุ๊ปเลือด ซึ่งกลุ่มสินค้านี้นับว่าเป็นสินค้าธงของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ และเป็นหนึ่งเดียวในเอเชีย


            อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่มบิวตี้โดยจะเปิดเพิ่มอีก 3รายการ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดูแลสัดส่วนและเสริมคอลลาเจนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งทั้ง 3 รายการ จะเปิดตัวกลางปีนี้ สำหรับกลุ่มบิวตี้ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 1 รายการ เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนผู้หญิง


            ในด้านยอดขายของบริษัทในปีที่ผ่านมาถือว่าไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมาบริษัทต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 400ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดหวังผู้นำหน้าใหม่ที่จะเข้ามาในปีนี้ และสามารถนำพาบริษัทไปถึงเป้าที่วางไว้


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

MLM ค่ายเล็กขนอาวุธเปิดศึกเน้นจุดต่างสร้างจุดขาย



ปี 2555 นี้ เป็นปีทองของธุรกิจขายตรง จากการคาดคะเนของบรรดากูรูผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง แน่นอนสิ่งที่ต้องตามมาคือ การแข่งขันของเหล่าแบรนด์ขายตรง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเล็ก กลาง หรือว่าใหญ่ ทั้งหมดล้วนแล้วต้องการ ส่วนแบ่งจากเค้กก้อนโตของมูลค่าการตลาดขายตรงเข้าบัญชีของตนเองให้มากที่สุด

เทรนด์การแข่งขันในปีนี้ จะหนักไปที่เรื่องของสินค้านวัตกรรม ที่ ต้องมีของใหม่มาวางตลาด เพื่อสร้าง กระแสให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภคในยุคเสริมอาหารค้างฟ้าเช่นนี้ ที่สำคัญอย่างที่สุด โปรแกรมการฝึกนักขายให้ มีความเป็นมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพในงานขาย ย่อมไม่สามารถมองข้าม ซึ่งบรรดาค่ายขายตรงต่างขนอาวุธในแผนงานนี้สาดเข้าใส่กันอย่าง ดุเดือดตั้งแต่ต้นปี

>> ‘อาเจล’ ล้ำสมัยผุดตู้กดสินค้าบริษัท

นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ว่า กลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการเปิด ตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออก ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่ง แต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิก และนักธุรกิจอาเจลทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่า มีสัดส่วนการ ขายประมาณ 25% จากยอดขายรวม

“อาเจลวางแผนไว้ว่า ปีนี้บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตาม ความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์ เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน”

กลยุทธ์ถัดไปบริษัทเตรียมออกสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกอย่างหลากหลาย เช่น การออกโปรฯ พิเศษ เพิ่มรายได้ 50% จาก รายได้ปกติที่อยู่ในแผนรายได้เดิมให้กับผู้นำที่เข้าร่วมธุรกิจ, การมีเครื่องมือทาง การเงินสำหรับสมาชิก ให้สามารถผ่อนจ่าย ได้ ด้วยการร่วมมือกันระหว่างอาเจลกับธนาคารต่างๆ ในประเทศไทย, สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกใหม่บริษัทมีทุนประกันชีวิต ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัทเมืองไทยประกัน ชีวิต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจกับบริษัท, และความล้ำสมัย

ที่สำคัญ อาเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความสะดวกให้กับสมาชิก ผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญอาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้ กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการ ซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตาม สถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความสะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้

ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวาง เป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขา ให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความ ร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดย ประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียม เปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และ ท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

>> “วิน วิน” เน้นกระจายการอบรม

ด้านเภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยว่า กลยุทธ์การฝึกอบรม บริษัทจะเน้น ให้สมาชิกทุกคนสามารถจัด out meeting หรือการเรียนรู้สินค้า พูดขายสินค้า และการจัดประชุมให้มีความชำนาญ เพราะตน มั่นใจว่าหากเราเน้นการฝึกอบรมดังกล่าว จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การขยายงาน ขยายเครือข่ายของทีมสมาชิกและบริษัทเป็นไป ด้วยความง่ายดาย

“ตนมองว่าในปีนี้กลุ่มคนอาจเข้ามา สมัครเป็นสมาชิกไม่มากนัก เนื่องจากประชาชน ส่วนใหญ่ในภาคกลางได้รับผลกระทบจาก ภาวะน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ ตาม ผู้บริโภคโดยทั่วไปที่เข้ามาน่าจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ “วิน วิน” ตั้งเป้าว่าผู้บริโภคน่าจะเข้ามาใช้สินค้าของบริษัทเพิ่ม ขึ้นประมาณ 1 หมื่นคนในปี 55

โดยบริษัทได้ตั้งยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท แม้อาจต้องเจอวิกฤติใดๆ อีก ก็ตาม ส่วนการขยายสาขาเครือข่ายในขณะนี้ บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดเพิ่มเติม หลังจากเปิดศูนย์สาขาที่เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี แต่ทั้งนี้สมาชิก อาจจะจัดตั้งเป็นลักษณะของศูนย์บอส ซึ่ง คล้ายกับศูนย์โมบายในสมัยก่อน คือจะเป็น ศูนย์สาขาที่บริษัทให้สมาชิกขายสินค้าเอง แล้วเราก็จะให้ค่าบริหารแก่เขาประมาณ 10%

>> “อีซี่ ฟาร์แมกซ์” งัด 427 รหัสปั้นมือทอง

นอกเหนือจาก 2 ค่ายที่กล่าวมา ด้านนายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้เปิดเผยถึงแผนการตลาดของบริษัทปี 55 ว่า บริษัทได้มีการปรับในเรื่องของแผนการ จ่ายของบริษัท ให้เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของแผนการตลาด ที่บริษัทได้ปรับขึ้นใหม่นี้ ก็เป็นแผนที่ได้รับ อนุญาตจากหน่วยงานรัฐ โดยสคบ. เป็นที่ เรียบร้อย อีกทั้งบริษัทยังได้ใช้เวลาในช่วง ที่ผ่านมาในการจดยื่นสินค้าต่อทางอย. เพื่อ ที่จะได้ใช้ในการลุยตลาดอย่างเต็มที่ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ผุดเรื่องของ ระบบการเรียนรู้ขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อระบบ ว่า “427” ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้ สร้างนักธุรกิจอิสระของบริษัท เพื่อให้สมาชิกทั้งเก่าและใหม่ได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้นโดยสามารถแยกออกมาได้ดังนี้ 4 คือ 4 ขั้นตอนในการเรียนรู้ ได้แก่ 1.รู้จักสินค้า โดยที่สมาชิกต้องมีความรู้ความเข้าใจในสินค้า มีการใช้เพื่อเป็นการ ตอบคำถามลูกค้าให้ได้อย่างถูกต้อง 2.การ เรียนรู้ในงานขาย โดยการศึกษาวิธีการทำงานขายตรง เพื่อมีความรู้ในการชักชวน คน 3.การชักชวน คือ การชวนคนเข้ามาในระบบขายตรงของบริษัท และ 4.การติดตาม คือ การติดตามทีมงานของตนเอง

ถัดมาคือเลข 2 เลข 2 ในที่นี้ คือ การหาเครือข่ายของตัวเอง 2 คน วางองค์กร ซ้าย ขวา และเลข 7 คือ ตัวเลขของโครงสร้างเครือข่ายของตนเอง โดยหลังจากที่วาง 2 คน ซ้าย ขวา แล้ว หลัง จากนั้น ก็หาอีกข้างละ 7 คน เพื่อที่จะให้เครือข่ายเพิ่มทวีคูณ และต่างคนก็ต่างทำ เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ซึ่งจากแผนที่กล่าวมา บริษัทมีความ มั่นใจว่า จะสามารถทำให้บริษัทมียอดขาย และสมาชิกเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล ซึ่งใน ส่วนของการเรียนรู้ “427” นี้ บริษัทได้นำเข้าไปแทรกในหลักสูตรการอบรมของบริษัท อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการสร้างผู้นำ และการสร้างนักธุรกิจอิสระของบริษัท

>> “แฮปปี้ เอ็มพีเอ็ม” วางโปรฯ เที่ยวเต็มพรืด

สุดท้ายข้ามฟากมาที่ นายพีรพงษ์ หลังปูเต๊ะ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด ซึ่งมีการเปิดเผยในส่วนของแผนงานว่า ในเรื่องของสินค้า บริษัท กำหนดไว้ว่าปีนี้ เราจะนำสินค้าใหม่ออกสู่ ตลาดประมาณ 2 กลุ่ม ส่วนแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ เพื่อรองรับ กับอุปกรณ์เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบคอมมอนเรล หรือใช้ระบบก๊าซเอ็นจีวีในการขับเคลื่อน ส่วน กลุ่มสินค้าอีกชนิดหนึ่งก็คือ ผลิตภัณฑ์ Slack ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มลดน้ำหนัก ที่จะ นำมาโมดิฟายใหม่ เพิ่มคุณภาพ และเปลี่ยน รูปลักษณ์ เพื่อดึงดูดใจสมาชิก

ขณะเดียวกันในเรื่องของแผนโปรโมชั่น ในปีนี้บริษัทกำหนดว่า ในช่วงครึ่งปีแรก เราจะนำสมาชิกไปท่องเที่ยวหลาย ประเทศด้วยกัน ซึ่งประเดิมประเทศแรกใน ปลายเดือนมกราคมนี้ด้วยการนำสมาชิกทัวร์ลาวใต้ ถัดจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคม บริษัทจะขนขบวนสมาชิกท่องเที่ยว 3 ประเทศดัง ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง มาเก๊า และเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ส่วนผู้ที่เปิดโมบาย ใหม่ เมื่อซื้อสินค้าครบตามที่บริษัทกำหนด จะมีการแถมสินค้าพิเศษให้ เช่น ซื้อสินค้า ครบ 4 ชิ้น ได้สินค้าราคาพิเศษ 1 ชิ้น เพราะนอกจากสมาชิกจะได้ซื้อสินค้าราคา ประหยัดแล้ว ยังถือเป็นการโปรโมตโมบาย ไปด้วยในตัว

ในส่วนของการฝึกอบรมนั้น ขณะนี้ บริษัทได้นำเอาหลักสูตรเดิมที่เคยมีอยู่แล้ว นำมาปรับปรุงใหม่ พร้อมๆ กับเติมเต็มหลักสูตรใหม่เข้ามาเสริมองค์ความรู้แก่สมาชิก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหลักสูตรเส้นทางรวยเพิ่มเติมเข้ามา โดยจะบ่งบอกถึงการทำงานในแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ให้ประสบ ความสำเร็จและสร้างความร่ำรวยในอนาคต นั้นทำอย่างไร ซึ่งบริษัทได้มีการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่และจัดอบรมใหม่เพื่อหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ โดยบริษัทคาดว่าจากแผนงานดังกล่าวจะสามารถดึงดูดใจให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็มได้ 100%

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1271 ประจำวันที่ 1-2-2012 ถึง 3-2-2012

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ปรับ ครม.ขายตรงหน่าย พ.ร.บ. ฉบับใหม่รอต่อไป



การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ล่าสุด จากที่มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเปลี่ยนผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในส่วนดูแลวงการขายตรง ทำให้ผู้บริหารหลายท่านเกิดความวิตกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ การเติบโตของธุรกิจเครือข่ายถูกชะงักหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งจากที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขณะนี้ วงการขายตรงกำลังเฝ้ารอ พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรงฉบับใหม่ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผน การตลาดให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำลังจะออก เพื่อที่จะมุ่งไปที่การทำงานรอรับการเปิดประชาคมการค้าเสรีอาเซียนในปี 58 แต่เหมือนกับว่า สิ่ง ที่เฝ้ารอต้องสะดุด เนื่องจากรัฐมนตรีที่ดูแลมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งผู้บริหารหลายฝ่ายเกรงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ธุรกิจขายตรงต้องเดิน ไปข้างหน้าแบบพะวงข้างหลัง ไม่ทราบว่า เมื่อไหร่กฎหมายใหม่จะออก และเมื่อกฎใหม่ถูกบังคับใช้ บริษัทแต่ละแห่งต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

>> ‘อีซี่ ฟาร์แมกซ์’ วอนรัฐกระตุ้นภาพลักษณ์

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ผลกระทบในแง่หนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรี คงจะเป็นเรื่องความต่อเนื่องของการจัดร่าง พ.ร.บ.การขายตรงใหม่ที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าไป แต่อย่างไรก็ดี การ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ตนมองว่าก็ยังคง ขึ้นอยู่กับความจริงใจของคณะรัฐบาล ชุดนี้ ว่ามีความจริงใจในการดำเนิน งานในธุรกิจขายตรงเพียงใด

“ดังนั้น ภาพรวมในขณะนี้ตนมองว่าการเปลี่ยน ครม.ชุดใหม่ยังไม่ มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานในธุรกิจเครือข่ายมากนัก เพราะผู้ที่จะมาทำหน้าที่ดูแลในส่วนพ.ร.บ. ขายตรงยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมา ซึ่งส่วนนี้เราผู้เกี่ยวข้องทุกคนจึงยังคงต้องช่วยกันจับตามองต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากให้ครม. ชุดใหม่ที่เข้ามา พยายามเร่งพัฒนาวิชา ชีพขายตรงให้เป็นที่ยอมรับของผู้คนใน วงกว้าง เพราะตนคิดว่าธุรกิจเครือข่ายเป็น อีกอาชีพหนึ่งที่ส่งเสริมรายได้ให้ผู้คนในหลายระดับ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าธุรกิจ นี้ยังคงเป็นสีเทาอยู่ เช่น ผู้ที่ไม่เข้าใจงาน เครือข่ายอย่างแท้จริง แล้วไปบิดเบือนเจตนา ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจติดลบ ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นหากรัฐบาลใช้การบังคับ กฎหมายให้ทุกอย่างมีความชัดเจน ให้ทุกคนปฏิบัติตามกติกา หรืออยู่ในกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจนี้สูงขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาร่วมงานกับเรา

>> “ดีเน็ทเวิร์ค” เร่งพ.ร.บ. ชูธุรกิจ

ด้านนายสาคร ใสกมล ประธาน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในประเด็นที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนโผ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งทำให้รัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านธุรกิจเครือ ข่ายต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตนมอง ว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบไป ในรูปแบบใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคลากร ที่เข้ามาทำหน้าที่บริหาร คือ หากบุคลากร คนใหม่ที่เข้ามาให้ความใส่ใจในธุรกิจขายตรงมากขึ้น ก็ย่อมทำให้ธุรกิจขายตรงก้าว เข้าสู่ยุคที่ 4 หรือยุคซึ่งแยกธุรกิจสีขาวและ ดำได้อย่างชัดเจนเร็วขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากในมุมมองของตน คิดว่าธุรกิจนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ยุคหลักๆ ยุคแรก คือ ยุคผูกขาด ถือเป็นช่วงเริ่มแรก ของวงการเครือข่ายไทย ซึ่งจะมีไม่กี่บริษัท ยุคที่ 2 คือ ยุคของการแข่งขัน ที่มีนายทุน ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม จนก่อให้เกิดความ เสียหายมากมาย ยุคที่ 3 คือยุคปัจจุบัน ที่ถือเป็นยุคของมืออาชีพ ซึ่งผู้ทำธุรกิจเครือ ข่ายทุกคนต้องมีความเป็นมืออาชีพ ธุรกิจ จึงจะเติบโต และอยู่รอดได้ และยุคที่ 4 เป็น ยุคที่สามารถแยกธุรกิจสีขาวและดำได้ชัดเจน คือ ประชาชนทั่วไปสามารถแยกแยะ ด้วยตนเองได้ว่าธุรกิจเครือข่ายค่ายนี้ดำเนินตามกรอบของกฎหมาย เป็นธุรกิจที่เชื่อถือได้จริงหรือไม่

ทั้งนี ในกรณีที่ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น เมื่อมีการเปลี่ยนครม.ใหม่ ก็อาจจะมีผลให้ เกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากเมื่อมีคนใหม่ ก็ต้องเข้ามานั่งศึกษาใหม่ เรียนรู้ใหม่ หรือ จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในการพิจารณา ดังนั้นตนจึงอยากจะให้ครม.ชุดใหม่นี้ เร่งออกกฎหมายขายตรงให้เร็วที่สุด เพราะว่าขายตรงในยุคที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ในธุรกิจนี้มาก

>> “แซน สยาม” หวั่นเปลี่ยนครม.บ่อยขายตรงโตช้า.

นายปธิกร โยทองยศรองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ตนมองว่าในปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปเริ่มที่จะเข้าใจในระบบเครือข่ายมากขึ้น ฉะนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะมี การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลก็ไม่น่าจะมีผลเสีย และไม่น่าจะส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายดีขึ้นกว่าเดิม เพราะตนมั่นใจว่าธุรกิจนี้จะ ดีขึ้นก็ด้วยตัวของธุรกิจเอง ด้วยโอกาสที่บริษัทขายตรงต่างๆ จะรีบเข้าไปดำเนินการดึงประชาชนที่เดือดร้อน จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากกว่า” นายปธิกร กล่าว

นอกจากนี้ แม้ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น ตนก็ยังมองว่าการเปลี่ยนแปลงครม.ใหม่ก็ไม่น่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจขายตรงมี ปัญหา เพราะแม้ตัวบทกฎหมายจะมีความ สำคัญ แต่เราก็ต้องหันกลับมามองด้วยว่า พ.ร.บ.ใหม่จะออกมาในรูปแบบไหน ถ้า พ.ร.บ.ที่ออกมาใหม่เป็นไปในทางบวก หรือ ช่วยส่งเสริม รักษาสิทธิให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในธุรกิจเครือข่าย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไป แต่หากจัดทำพ.ร.บ.ใหม่แล้วยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าก็มีค่าเท่ากัน

ทั้งนี้ ตนก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลต่อ การปรับเปลี่ยนครม.ชุดใหม่ว่า อยากให้มีรัฐมนตรีที่เข้าใจในธุรกิจเครือข่ายเข้าดูแลเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจนี้ได้พัฒนาไป ในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนมากขึ้น คือ รัฐบาลควรสรรหารัฐมนตรีที่เข้าใจในระบบเครือข่ายเข้ามาดูแล เพราะ รัฐมนตรีถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่ในการดูแล ควบคุม ตรวจสอบธุรกิจเครือข่าย โดยภาพรวม ดังนั้น หากได้คนที่เข้าใจในธุรกิจนี้มาบริหารงาน ก็จะทำให้ขายตรงไทยสามารถพัฒนาก้าวสู่ความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับของประชาชนในประเทศ และต่างประเทศ และประการสำคัญคือจะ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศชาติ เนื่องจากจะเห็นได้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายๆ ประเทศ ธุรกิจเครือข่ายก็เป็นอีก ธุรกิจหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศชาติของเขาได้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ