ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WFDSA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WFDSA แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นายกฯกิจธวัชชี้จุดยืนสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ลั่น!ภายใน2ปีทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์รับตลาดAEC







02 (Mobile)


กิจธวัช นายกสมาคมการขายตรงไทย เชื่อภายใน 2 ปีนับจากนี้ สมาพันธ์ขายตรง อาเซียน เกิดแน่! พร้อมเชื่อมั่นสมาคมการ ขายตรงไทยสมาคมเดียว ที่น่าจะมีศักยภาพ มากพอในการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ รวมถึง ความร่วมมือจากสมาคมขายตรง 5 ประเทศ ในชาติอาเซียน และการสนับสนุนจากสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) ประกาศ! ไม่ ปิดกั้นขายตรงแผนใดแผนหนึ่งเป็นพิเศษร่วม เป็นสมาชิกในสมาคม


...หากพูดถึง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอัน ใกล้นี้ คงต้องบอกว่า ถือเป็นอีกหนึ่งพลังใน การขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงสู่ความเป็นสากลเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ หลังจากที่ทาง สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ได้มีการ ร่วมมือกับทางสมาคมขายตรงในหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย, สิงคโปร์,เวียดนาม และอินโดนีเซีย เรียกว่าการส่ง สัญญาณภาพความชัดเจนของสมาพันธ์ดัง กล่าว ได้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างบ้างแล้ว


จะเห็นได้ว่า ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ถือ เป็นการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กระแสของการตื่นตัวในการทำธุรกิจ ในภูมิภาคอาเซียนต่างเริ่มมีความคึกคักมาก ขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ อุตสาหกรรมขาย ตรง ในอาเซียน จึงจำเป็นต้องมีการเตรียม ความพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี่ นั่นเอง!!..


...ล่าสุดทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) ก็ได้ ออกมาเผยถึงความคืบหน้าของการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ว่า ปัจจุบันนี้ ทางสมาคมการขายตรงไทย ได้พยายาม ผลักดันให้เกิดการก่อตั้งสมาพันธ์ขายตรง อาเซียนขึ้นให้ได้ ซึ่งคาดว่าน่าที่จะเริ่มเห็นได้ภายในไม่เกิน 2 ปีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจาก มองว่าหากสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเกิดขึ้น เร็ว ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่ายใน อุตสาหกรรมขายตรง ที่ไม่ใช่เฉพาะแต่ใน ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผล ประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันในกลุ่มชาติ อาเซียนด้วย


ผมมองว่าขณะนี้ คงจะมีสมาคมการ ขายตรงไทยสมาคมเดียว ที่น่าจะมีศักยภาพ มากพอในการดำเนินการในเรื่องนี้ ในขณะ เดียวกัน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงการสนับสนุนจากสมาพันธ์ การขายตรงโลก (WFDSA) ด้วยเช่นกัน นายกสมาคมการขายตรงไทย เผยอีก ว่า ขณะนี้ทางสมาคมฯ เองได้มีการเริ่มร่าง แผนงานร่วมกันบ้างแล้ว ในเรื่องวัตถุประสงค์ ส่วนทางด้านทิศทางการดำเนินการนั้นได้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเนื้องานที่ได้มีการเริ่ม ทำไปบางส่วนแล้วนั่นก็คือ ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน ว่าควรจะทำอะไรกันบ้าง มีกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ในเรื่องของ กิจกรรมที่ทางสมาคมการขายตรงไทยได้รับ รางวัลจรรยาบรรณดีเด่นที่ไปรับที่ตุรกีนั้น ก็ มีสมาคมขายตรงประเทศมาเลเซียให้สนใจ ว่าเราทำอย่างไรถึงได้ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็ได้ มีการนำเอาข้อมูลตรงนี้มาแชร์ให้เขาฟัง ส่วนทางด้านประเทศมาเลเซียเขาก็มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ เขาก็มาแชร์ข้อมูล ร่วมกันกับเรา เป็นต้น


กิจกรรมของสมาคมขายตรงใน ประเทศมาเลเซียที่เราสนใจนั่นก็คือ การสร้างความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นของ สมาชิก ด้วยการออกเยี่ยมเยียนสมาชิกใน สมาคมหรือเรียกว่าระบบโรดโชว์นั่นเอง ซึ่งขณะนี้ ทางสมาคมการขายตรงไทยก็ได้ นำเอากิจกรรมตรงนี้ มาใช้กับ สมาคมการขายตรงไทยบ้างแล้ว เช่นกัน ในการที่จะไปเยี่ยมเยียน สมาชิกในสมาคมพร้อมกับการ จัดประชุมไปในตัว หมุนเวียน ตามบริษัทสมาชิกต่าง ๆ ซึ่ง กิจกรรมดังกล่าวนี้ หลังจากที่ สมาคมได้ดำเนินการในระยะ หนึ่งแล้ว พบว่า สมาคมสามารถ ที่จะเข้าใจในปัญหาของสมาชิก อย่างมากทีเดียว


...นอกจากนี้ ทางด้าน นายกิจธวัช ยังเผยอีกว่า สำหรับ สมาคมไหนที่ร่วมกันต้องเป็น สมาชิกของสมาพันธ์การขาย ตรงโลก ที่สำคัญ ต้องมีนโยบาย เหมือนกัน สมาชิกต้องยอมรับ โดยสมาพันธ์ การพิจารณา บริษัทขายตรงเมืองไทยนั้น จะ เป็นการดูตั้งแต่ขบวนการการ เข้า คุณสมบัติ 11 ข้อต้องมีครบ ขณะเดียวกัน ในเรื่องของจรรยา บรรณของบริษัทต้องมี รวมถึง การประกันรับคืนสินค้าตาม กระบวนการกฎหมายขายตรง ด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของสมาคมการขายตรงไทย โดยการที่จะรับสมาชิกใหม่เข้า มาในสมาคมนั้นก็ต้องผ่านใน ขั้นตอนต่าง ๆ ที่สมาคมตั้งไว้เช่น กัน ที่สำคัญ สมาคมการขายตรง ไทยพร้อมที่จะเปิดรับทุก แผนการตลาดไม่จำกัดเฉพาะ แผนใดแผนหนึ่ง ขอเพียงแค่เป็น บริษัทสีขาว เป็นบริษัทที่ยืนหยัด การทำธุรกิจอย่างจริงจัง พร้อมที่ จะช่วยกันส่งเสริมเพื่อให้อุตสาหกรรมขายโต ไม่ใช่เป็นบริษัทที่ ฉกฉวยโอกาส เข้ามาในธุรกิจ ขายตรงในลักษณะ สีเทา


ที่ผ่านมา ทางสมาคม การขายตรงไทยมีสมาชิกใหม่ ยืนเรื่องขอเป็นสมาชิกอยู่เรื่อย ๆ โดยล่าสุดที่ทางสมาคมเองเพิ่ง อนุมัติไปอย่างเป็นทางการมี 2 บริษัทด้วยกัน คือ บริษัท เทียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท วอลลารา จำกัด ส่งผลให้ปัจจุบัน สมาคมการขายตรงไทย มี สมาชิกรวมทั้งสิ้น 34 บริษัทด้วย กัน


นายกิจธวัช ยังได้เผยถึง ปัญหาของการทำธุรกิจขายตรง ในช่วงที่ผ่านมาว่า จะเป็นใน เรื่องของปัญหาการร้องเรียนจาก ผู้บริโภค ว่าไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายขายตรง หรือเกิดการ หลอกลวงเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาดัง กล่าว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ ของทางกฎหมายและพิสูจน์กัน ว่า บริษัทนั้นมีความตั้งใจหรือไม่ ตั้งใจ ผิดจริงหรือไม่ผิดจริง โดย บริษัทอาจจะยืนหยัดถูกต้อง แต่ การละเมิดอาจจะขัดกับผู้ จำหน่าย ซึ่งตรงนี้ทางสมาคม การขายตรงไทย ก็จะมีการ เข้าไปดูด้วยว่า ปัญหาดังกล่าว เกิดจากอะไร แต่ถ้าเหตุเกิดจาก การละเลยของบริษัท ทางสมา คมฯ ก็จะส่งจดหมายไปตักเตือน ให้กับสมาชิก แต่หากยังไม่ได้รับ การแก้ไข ก็อาจจะมีเพิกถอน บริษัทดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน นับได้ว่า ในการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ถือ เป็นการรองรับการเปิดประชา คม เศรษฐกิจอาเซียนได้อย่าง แท้จริง อีกทั้งยังเป็นการเปิด โอกาสให้กับผู้ประกอบการใน ธุรกิจขายตรงหลาย ๆ บริษัท ได้ มีการพัฒนาบริษัทของตัวเองให้ มีความแข็งแกร่งในเชิงของธุรกิจ มากขึ้น รวมถึงยังสามารถขยาย ตลาดไปสู่ต่างประเทศได้มากขึ้น ด้วย


ที่สำคัญ ต้องบอกว่าการผนึกกำลังของ 5 สมาคมขายตรง ในอาเซียน ที่ประกอบด้วย ไทย, มาเลเซีย สิงค์โปร์, ฟิลิปปินส์ และเวียดนามนั้น น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งแรงส่งให้ชาติที่เหลืออีก 5 ชาติ คือ บรูไน, ฟิลิปปินส์, ลาว, กัมพูชา และพม่า มาร่วมขับ เคลื่อนธุรกิจขายตรงในกลุ่ม อาเซียนให้เติบโตในอนาคตด้วย เช่นกัน...ก็ต้องมาดูกันว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ หาก สมาพันธ์ ขายตรงอาเซียน เกิดขึ้น เชื่อว่า อะไรหลาย ๆ อย่าง ก็น่าที่จะเกิด ขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 347 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2556


วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : 5 ประเทศขานรับ... ตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน







People--Gossip-ImageCrop_1_18547-13-19787m (Mobile)


"สมาคมการขายตรงไทย" เดินหน้าหาแนวร่วมก่อตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" หวังรับเสรีการค้า AEC ยันมาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เริ่มตอบรับ ชี้คุณสมบัติต้องเป็นสมาคมที่ผ่านการรับรองจาก "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)" แย้มขั้นตอนเดินหน้าสู่ช่วงวางนโยบาย ขีดเส้นไม่เกิน 2 ปี เกิดขึ้นจริง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมกำลังเดินหน้าเรื่องของการสร้างความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในต่างประเทศ ในกลุ่มของประเทศอาเซียน เพื่อหาแนวร่วม เปิดสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนรองรับการ เกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC


"ขณะนี้ทาง TDSA และกลุ่มสมาคมที่อยู่ในประเทศภูมิภาคอาเซียน ได้ก้าวผ่านเรื่องแนวทางความคิดไปแล้ว โดยเริ่มมีการร่างนโยบายความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งความร่วมมือที่สมาคม การขายตรงไทยต้องการที่จะผลักดัน คือ การรวมตัวของสมาคมที่อยู่ในอาเซียน จัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน รองรับการร่วมมือทำงานเมื่อ AEC เกิดขึ้น" นายก TDSA กล่าว


ปัจจุบันสมาคมของประเทศที่มีการ ตอบรับในเรื่องของการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนมาแล้ว ก็จะมีทางฝั่ง มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยสมาคมที่อยู่ในแต่ละประเทศที่จะเข้ามาร่วมก่อตั้งสมาพันธ์ ขายตรงอาเซียนนี้ จะต้องเป็นสมาคมขายตรงที่อยู่ภายใต้การดูแลของ "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)"


"การเกิดขึ้นของสมาพันธ์ขายตรง อาเซียนนี้ นับเป็นความร่วมมือของวงการ ขายตรงกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสมาคมที่จะเข้าร่วมสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะต้องอยู่ภายใต้สมาพันธ์ขายตรงโลก โดยที่ต้องผ่านการรับรองของสมาพันธ์ขายตรงโลกทั้งสิ้น" กิจธวัชกล่าวย้ำ


อย่างไรก็ดี จากที่เริ่มมีการประชุมพูดคุยถึงความร่วมมือดังกล่าว ขณะนี้ทาง สมาคมขายตรงของมาเลเซีย ก็เริ่มเดินทาง มาประเทศไทย เพื่อพูดคุยดูงานของวงการ ขายตรงไทยบ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนี้ สมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะเกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเกิดขึ้น ของ AEC ในปี 2558


นอกจากเรื่องของการตั้งสมาพันธ์ขายตรงโลกแล้ว ในส่วนของสมาคมการขายตรงไทยปัจจุบัน ขณะนี้มีสมาชิกทั้งสามัญ และวิสามัญทั้งหมดอยู่ที่ 34 บริษัท โดยที่ล่าสุด "บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด" และ "บริษัท เทียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด" ก็ได้ยกระดับความเป็นสมาชิกขึ้นมาอยู่ที่ระดับสามัญ จากกฎกติกาการเป็นสมาชิกวิสามัญครบ 1 ปี อีกทั้งในส่วนของสมาชิกใหม่ ขณะนี้ TDSA ก็ได้รับ "บริษัท แอ็ดเวล บิวตี้ (ประเทศไทย) จำกัด" มาเป็นสมาชิกวิสามัญเพิ่มอีกหนึ่งบริษัท


"สมาคมการขายตรงไทยพร้อมที่จะ เปิดรับทุกบริษัทขายตรงที่อยู่ในประเทศ โดยที่บริษัทขายตรงแต่ละบริษัทจะต้องเป็นบริษัทขายตรงน้ำดี มีคุณสมบัติ 11 ข้อ ที่ทางสมาคมตั้งไว้เป็นกฎ รวมถึงความรับผิดชอบ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหากบริษัทใดผ่านกฎกติกาทั้งหมดของสมาคม ทางสมาคมก็พร้อมที่จะรับเป็นสมาชิก"


นายก TDSA เผยว่าปัจจุบัน สมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยทั้งหมด 34 บริษัทตอนนี้ผ่านเกณฑ์การขอรับตรา สคบ. ไปแล้ว 24 บริษัท ส่วนบริษัทสมาชิกที่ยังไม่ได้รับนั้น "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า คงเป็นเรื่องของการเปิดบริษัทที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์บ้าง หรือบางบริษัทก็ติดในเรื่องของขั้นตอนการขอที่ทำให้ขอในช่วงแรกไม่ทันเวลา


นอกจากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในส่วนของเรื่องที่หลายฝ่ายมีความคิดที่จะมีการรวมสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศ ปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 4 สมาคมนั้น เรื่องนี้ "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า "การรวมตัวของสมาคมขายตรงในประเทศ คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ท้ายที่สุดถึงแม้การรวมตัวของสมาคมจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าวงการขาย ตรงก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่ดี"


อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องที่ถือเป็นประเด็นร้อนอีกหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการรณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ โดย "กิจธวัช" นายก TDSA ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เรื่องของการรณรงค์ แก้ไขกฎหมายนั้น ตนก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ที่สุดแล้วการจะแก้ไขกฎหมายขายตรง ก็ต้องผ่านความคิดเห็นจากสมาคมการขายตรงไทยด้วยอยู่ดี


ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานของสมาคมการขายตรงไทยนับจากนี้ คือ 1.การผลักดันการทำงานระดับสากลกับกลุ่มสมาคมขายตรงต่างประเทศ โดยเฉพาะการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนดังที่กล่าวมาในข้างต้น และ 2.คือการออกไปเยี่ยมเยียนบริษัทสมาชิกของสมาคม เพื่อที่จะรับทราบความเป็นไปของบริษัทสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้เกิดขึ้นน้อยเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมฯ ก็กำลังพยายามผลักดัน และสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

DSA เตรียมเปิดประชุมรอบ 2 ตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน









ถึงวันนี้ภาพของการจับมือร่วมกันระหว่างสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) กับสมาคมการขายตรงจากหลากหลายประเทศในย่านเอเชียอันประกอบไปด้วยสมาคมการขายตรงมาเลเซีย,สิงคโปร์,เวียดนาม และอินโดนีเซียเพื่อจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว...อีกทั้งข่าวการจับมือร่วมกันระหว่างสมาคมการขายตรงของแต่ละประเทศในเอเชีย (ซึ่งเป็นสมาพันธ์การขายตรงโลก) ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับเป็นเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อขายตรงจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ใน ระดับอาเซียน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง


สำหรับความคืบหน้าของการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน โดยรวมความร่วมมือของสมาคมการขายตรง (Direct Selling Association : DSA) จาก 5 ประเทศนั้นนายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะ นายกสมาคมการขายตรงไทย(TDSA) เผยว่าเมื่อปลายปี 55 ที่ผ่านมา คุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะอุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้เป็นตัวแทนของสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมกับพันธมิตรสมาคมการขายตรงในกลุ่มอาเซียนเป็นครั้งแรกที่โรงแรมซันเวย์ รีสอร์ท แอนด์สปา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของาสมาคมการขายตรงที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เพียงเท่านั้น


การประชุมในวันนั้นมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความร่วมมือกันระหว่างสมาคมขายตรงซึ่งเป็นสมาคมที่มีสังกัดสมาพันธ์การขายตรงโลกเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้าและการจับมือร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมขายตรงในภูมภาคนี้มากยิ่งขึ้น นายกสมาคมการขายตรงไทยกล่าว พร้อมกับบอกอีกว่า


ในเร็วๆนี้ จะมีการประชุมร่วมกันอีกเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในอนาคตการร่วมมือดังกล่าวจะไม่หยุดเพียงแค่ 5 สมาคม จาก 5 ประเทศ (ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์-เวียดนาม-อินโดนีเซีย) เท่านั้นแต่จะขยายความร่วมมือดังกล่าวนี้ออกไปให้ครบทั้ง 10 ประเทศในย่านอาเซียน โดยประเทศที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ บรูไน ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และพม่า อีกทั้งการรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวถึงความจำเป็นของความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเพื่อเป็นการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะมาถึงในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งธุรกิจขายตรงก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อมารวมตัวกันเป็นสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนแล้วเราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของแต่ละประเทศได้อย่างสะดวกสบายเช่นอยากรู้ข้อมูลการทำธุรกิจในประเทศเวียดนามว่ามีขั้นตอนอย่างไร ขออนุญาตจากหน่วยงานไหน วัฒนธรรมของประชาชนของประเทศเป็นเช่นไรและต้องลงทุนในลักษณะใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่มีการปิดบังข้อมูล ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทขายตรงของคนไทยที่ต้องเข้าไปเปิดทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน และโครงการดังกล่าวนี้คาดว่าอีกไม่นานคงจะสำเร็จลุล่วง ทั้งนี้เมื่อความร่วมมือดังกล่าวบรรลุผลแล้วประเทศมาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นแม่งานใหญ่ในช่วงแรกและจะหมุนเวียนกันไปในอนาคต


นายกิจธวัช กล่าวต่ออีกว่า เมื่อมีการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนแล้วเสร็จบรรดาบริษัทขายตรงที่จะได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ก็คือกลุ่มบริษัทขายตรงที่เป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) เท่านั้น (สามารถดูรายชื่อบริษัทสมาชิกสมาคมการขายตรงไทยได้ที่ www.tdsa.org) ทั้งนี้เนื่องจากว่าการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เพียงเท่านั้นแต่สมาชิกก็ไม่ได้ปิดกั้นบริษัทอื่นๆ ที่อยากจะเข้ามาเพราะจริงๆแล้วอยากให้ทุกบริษัทขายตรงในเมืองไทยได้รับประโยชน์จากการจับมือกันในครั้งนี้ร่วมกันทั้งหมด


ทั้งนี้หากบริษัทขายตรงรายใดที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนสามารถส่งเอกสารเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยได้เลย ซึ่งสมาคมฯก็ยินดีเปิดรับทุกแผนการตลาดโดยไม่มีการปิดกั้นใดๆอยู่แล้ว เพราะในสมาคมฯ ก็มีทั้งบริษัทที่ใช้แผนสแตร์สเต็ปและแผนไบนารี่เข้ามาเป็นสมาชิกเหมือนกัน แต่ทว่าเมื่อคุณสมัครเข้ามาแล้วอยู่ที่ว่าคุณสมามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานสากลตามหลักเกณฑ์ที่สมาพันธ์ขายตรงโลกยึดถือและปฏิบัติตามกันมายาวนานได้หรือไม่เท่านั้นเอง!


สมาคมฯไม่เคยปิดกั้นใครตรงกันข้ามอยากให้บริษัทขายตรงเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมให้เยอะๆ เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้ร่วมกันต่อไปในอนาคตข้างหน้า นายกสมาคมเน้นย้ำ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556


วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงโลกฉลุย! ผ่านหลัก 1.5 แสนล้าน นักขายเฉียด 100 ล้านคน / เอเชีย มาร์เก็ตแขร์เพิ่ม


สมาพันธ์สมาคมการขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association : WFDSA) เปิดผลงานอุตสาหกรรมขายตรงโลก ค.ศ. 2011 หรือปี 2554 มียอดขายทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 31 บาท) เพิ่มขึ้น 16.26% เทียบกับปี 2553 ที่มียอดขาย 132,222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักธุรกิจอิสระหรือนักขายมีจำนวนถึง 91,533,825 คน เพิ่มขึ้น เกือบ 4 ล้านคน


เอเชีย ตอดส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขยับเป็น 44% ยอดขายกว่า 6 หมื่นล้าน


เอเชีย แปซิฟิกยังคงรักษาความเป็นผู้นำ ครองดันดับหนึ่งภูมิภาคที่มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากที่สุดในตลาดโลกด้วยส่วนแบ่งตลาด 44% เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับปี 2553 โดยมียอดขายรวม 66,871 ล้านดอลลาร์สหรัฐนักขาย 52,007,014 คน
รองลงมาคืออเมริกา (รวมสหรัฐอเมริกา) มียอดขาย 60,429 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 39% นักขาย 26,774,908 คน
อันดับสามยุโรป ประกอบด้วยยุโรปตะวันตก , ตะวันออก และตอนกลาง มียอดขาย 32,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 21.31% นักขาย 20,118,985 คน
อันดับสี่ละตินอเมริกาประกอบด้วยอเมริกากลางและอเมริกาใต้ มียอดขาย 28,336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 18.43% นักขาย 10,439,086 คนและภูมิภาคสุดท้ายคือแอฟริกาและตะวันออกกลางมียอดขาย 1,431 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 1% ไม่มีข้อมูลจำนวนนักขาย


ท็อปเทน ยอดขายเพิ่ม 13% เกาหลี ขึ้นที่ 4 แซงบราซิล


สำหรับผลงานในกลุ่มประเทศที่มียอดขายสูงสุด 10 อันดับ TOP TEN มียอดขายรวมกัน 117,031 ล้านบาทส่วนแบ่งตลาด 76% โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 13% เทียบกับปี 2553 ที่มียอดขาย 103,877 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็จริงแต่ส่วนแบ่งตลาดในปี 2554 น้อยกว่า ปี 2553 ที่มีสัดส่วนถึง 79% อจจะเนื่องจากตลาดขายตรงมีขนาดใหญ่ขึ้นและประเทศลำดับรองลงไปสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ ซึ่งทั้ง 10 ประเทศมาจาก เอเชีย 3 ประเทศ ยุโรป 4 ประเทศ ละตินอเมริกา 2 ประเทศ และ อเมริกา 1 ประเทศ


ที่น่าสนใจในกลุ่มประเทศผู้นำ 10 อันดับเกือบทุกประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น แต่อีกหลายประเทศมีมาร์เก็ตแชร์ลดลงทั้งที่ยอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการสลับตำแหน่งกันอยู่หลายดันดับทีเดียวโดย
อันดับหนึ่งยังคงเป็นสหรัฐอเมริกามียอดขาย 29,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 4.6% ส่วนแบ่งตลาด 20% ลดลง 2% เทียบกับปี 2553 จำนวนนักขาย 15,600,000 คน
อันดับสองญี่ปุ่น มียอดขาย 23,857 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.25% ส่วนแบ่งตลาด 16% ลดลง 1% จากปี 2553 จำนวนนักขาย 3,380,000 คน
อันดับสามจีน มียอดขาย 16,254 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.81% ส่วนแบ่งตลาด 11% เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับปี 2553 จำนวนนักขายยังคงไม่มีข้อมูล
สำหรับอันดับสี่และห้า เป็นการสลับตำแหน่งกันระหว่างเกาหลีใต้และบราซิล โดยเกาหลีได้สร้างผลงานได้โดดเด่นจนแซงบราซิลขยับขึ้นมาอยู่อันดับสี่ได้สำเร็จด้วยยอดขาย 12,935 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 45.63% ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 8% นักขาย 4,200,853 คน ขณะที่บราซิลตกจากอันดับสี่ไปอยู่ดันหับห้าแทนด้วยยอดขาย 11,972 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.57% ส่วนแบ่งตลาด 8% เท่าเดิม นักขาย 2,832,654 คน


ท้ายกลุ่มแย่งอันดับอุตลุต ฝรั่งเศส โตสูงสุดเกิน 100%


อันอับหกยังคงเป็นเจ้าเดิมคือ เม็กซิโก มียอดขาย 6,311 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.09% ส่วนแบ่งตลาด 4% เท่าเดิม นักขาย 2,200,000 ล้านคน
อันดับเจ็ดฝรั่งเศส กระโดดขึ้นมาจากอันดับสิบ ด้วยยอดขาย 5,139 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 114.39% หรือ กว่าเท่าตัวส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 3% นักขาย 480,000 คน
อันดับแปด เยอรมัน หล่นลงไปจากอันดับเจ็ดมียอดขาย 3,743 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1% ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 3% เหลือ 2% นักขาย 284,906 คน
อันดับเก้า รัสเซีย หล่นจากอันดับ เจ็ดมียอดขาย 3,589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.06% ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 3% เหลือ 2% นักขาย 4,077,181 คน
อันดับสิบ อิตาลี หล่นจากอันดับเก้ามียอดขาย 3,364 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.89% ส่วนแบ่งตลาด 2% เท่าเดิม นักขาย 405,894 คน


เครื่องสำอาง / เพอร์ซันนัลแคร์ แรงสุด ลดน้ำหนักจี้ติดส่วนแบ่งตลาดเพิ่มอีก


ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายมากที่สุดยังคงเป็นกลุ่มเดิมคือกลุ่มเครื่องสำอางและเพอร์ซันนัล แคร์ มีส่วนแบ่งตลาด 30% ลดลงจากปี 2553 ที่มีสัดส่วน 36% ขณะที่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่มีส่วนแบ่งตลาดตามมาเป็นอันดับสองที่ 25% เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มีสัดส่วน 22% ตามมาด้วยเครื่องใช้ภายในบ้านและสินค้าคงทน 17% ลดลง 1% เสื้อผ้าและเครื่องอันดับ 9% เพิ่มขึ้น 1% หนังสือ ของเล่น เครื่องเขียน อาหาร เครื่องดื่ม บริการทางการเงินอย่างละ 3% อย่างไรก็ดี หากเจาะเป็นภูมิภาคจะแตกต่างกันไปหากเป็นเอเชีย แปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนแล่งตลาดมากที่สุดคือลดน้ำหนัก 34% รองลงมาคือเครื่องสำอางและเพอร์ซันนัล แคร์ 28% เครื่องใช้ภายในบ้านและสินค้าคงทน 16% ส่วนเสื้อผ้าและเครื่องประดับ หนังสือประเภทละ 4% ส่วนอเมริกา เครื่องสำอาง และ เพอร์ซันนัล แคร์ ครองอันดับหนึ่งส่วนแบ่งตลาด 29% ลดน้ำหนัก 21% เสื้อผ้าและเครื่องประดับ สินค้าภายในบ้าน 17%


ยุโรปตะวันตก เครื่องสำอางและ เพอร์ซันนัล แคร์ ครองอันดับหนึ่งเช่นกัน ส่วนแบ่งตลาด 36% รองลงมาเครื่องใช้ภายในบ้าน 16% และลดน้ำหนัก 14% ขณะที่ยุโรปตะวันออก สินค้าขายดียังคงเป็นเครื่องสำอางและเพอร์ซันนัลที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงมากถึง 79% รองลงมาคือลดน้ำหนัก 11% เครื่องใช้ภายในบ้านและสินค้าคงทน 6% ละตินอเมริกา เครื่องสำอาง และเพอร์ซันนัล แคร์ครองอันดับส่วนแบ่งตลาด 49% รองลงมาคือเสื้อผ้าและเครื่องประดับ 24% และลดน้ำหนัก 15%


ผู้หญิง-โมเดล MLM 2 หัวหอกกุมอนาคตขายตรงโลก


ส่วนนักขาย แกนหลักยังคงเป็นผู้หญิงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีก 1% เป็น 75% ของนักขายทั้งหมด ที่เหลือเป็นผู้ชายแผนการตลาดที่ได้รับความนิยามมากที่สุดในธุรกิจขายตรงทั่วดลกยังคงเป็นระบบเครือข่ายหลายชั้น (MLM) กุมส่วนแบ่งตลาด 56% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 1% เทียบกับปี 2553 ขณะที่ขายตรงชั้นเดียว (SLM) มีส่วนแบ่งตลาด 42% เพิ่มขึ้น 2% อีก 2% เป็นรูปแบบอื่นๆ ส่วนวิธีการเสนอขายเป็นแบบบุคคลต่อบุคคล 77% อีก 29% เป็นแบบปาร์ตี้ ที่เหลือเป็นรูปแบบอื่นๆ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555