ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"แคทส์ ดอท คอม" คุยโวสิ้นปี56ปิดยอด 400 ล้าน. พร้อมย้ายบ้านใหม่ - ชูแผนรับมือตลาด AEC


ประกาศย้ายถิ่นฐานสังกัดสถานที่ใหม่ สำหรับแคทส์ ดอท คอม หลังกวาดยอดขาย 200 ล้าน.สิ้นปี คุยโวปีหน้าขอโตเท่าตัวฟาดยอดอีก 400 ล้าน.หลังรีแบรนด์ดิ้งใหม่ นายใหญ่ญี่ปุ่นเทงบ

พีอาร์เต็มอัตราศึก...จับตา แคทส์ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่จะเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่หรือไม่..

ถึงจะมีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ถึงการถอนตัวของนายใหญ่ที่ยอมทิ้งฐานประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อย แต่หากสำรวจความเคลื่อนไหวภายในล่าสุดกับ นายเกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด ข่าวก็ไม่เป็นจริงตามคำกล่าวอ้าง เพราะล่าสุดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ว่า บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้อยู่ที่ 150 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ที่ 130 ล้านบาท ส่วนยอดขายในสาขาที่ประเทศกัมพูชาอยู่ที่ 6 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 20 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าหมายยอดขายสิ้นปีนี้อยู่ที่ 200 ล้านบาท

สำหรับทิศทางของธุรกิจ แคทส์ ดอท คอม ต่อจากนี้ไป ยังเตรียมแผนที่จะรีแบรนด์ ดิ้งใหม่ เพื่อรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงปี 2558 นี้อีกด้วย และยังได้กล่าวยอมรับอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ค่อนข้างที่จะเจอในเรื่องของข่าวลือต่าง ๆ นานา รวมถึงปัญหาต่าง ๆ จากภายนอก ด้วยจุดนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ มองไปข้างหน้า พร้อมกับเตรียมการพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยมากขึ้น ด้วยการมีแนวคิดที่จะรีแบรนด์ดิ้งบริษัทใหม่ ที่จะทำให้สมาชิกและบุคคลภายนอกมองเห็นว่า แคทส์ ดอท คอม ไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทขายตรงทั่วไปเท่านั้น แต่จะเป็นบริษัทที่สามารถสร้างอนาคตให้ทุกคนได้

โดยการรีแบรนด์ดิ้งครั้งนี้ จะมีอยู่หลายมิติด้วยกัน คือ
1. เรื่องของหน้าตา ภาพลักษณ์บริษัท
2. เรื่องของวิธีการทำงานของสมาชิก เรื่องของความรู้สึกที่เกิดขึ้นเวลาบุคคลภายนอกมองเข้ามา และสิ่งสำคัญเราต้องการที่จะเปลี่ยนภาพของบริษัทญี่ปุ่นหรือบริษัทในประเทศไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้น
3. เรื่องของการทำพีอาร์ - ประชาสัมพันธ์ การสื่อสารทางการตลาด และ
4. ระบบที่จะรองรับกับสมาชิกให้ทำงานได้สะดวกมากขึ้น

วันนี้หลาย ๆ ท่าน คงทราบดีว่า อีกประมาณเกือบ 3 ปีข้างหน้านับจากนี้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ธุรกิจต่างตื่นตัวกันอย่างมาก ซึ่งจุดนี้เองถือเป็นโอกาสที่สำคัญที่บริษัทฯ จะรุกตลาดแบบเต็มอัตราศึก พร้อมกับการประกาศที่จะรีแบรนด์ดิ้งองค์กรใหม่อีกด้วย

และสิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ บริษัทฯ ยังมีแผนการสร้างมาตรฐานการทำงานของสมาชิก ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ทั้งรูปแบบการทำงานแบบ Offline Online และ Airline ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกสามารถที่จะสร้างเครือข่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือซึ่งใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ในเดือนมกราคม 2556 เป็นต้นไป

นับจากนี้เป็นต้นไป บริษัทฯ เริ่มที่จะเข้มงวดดำเนินการกับสมาชิกผู้ที่ทำผิดระเบียบ จรรณยาบรรณ ทั้งในเรื่องของการขายตัดราคา การแย่งสายงาน หรือการแอบอ้างชื่อบุคคลอื่นมาสมัคร โดยใช้มาตรฐานการตักเตือน การระงับรายได้ และการยกเลิกสมาชิกภาพ ซึ่งหลังจากที่มีการใช้มาตรการดังกล่าว ผลปรากฏว่าค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจอย่างมากทีเดียว แถมยังเป็นการยกระดับมาตร ฐานการทำงานแบบ Clean Business ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

วันนี้ แคทส์ ดอท คอม ได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจเป็นสีขาว เพื่อต้องการที่จะให้สอดคล้องกับที่ญี่ปุ่น ที่พบว่าธุรกิจของเขาส่วนใหญ่จะยึดหลักที่ว่า ธุรกิจจะต้องสีขาว พร้อมกันนี้จะยึดแนวทางที่ว่า การสร้างคนและคนจึงสร้างยอด จึงได้มีการสร้างระบบเพื่อให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เนื่องจากในปี 2556 นี้ แคทส์ฯ ได้เตรียมพร้อมกับการขยายตลาดไปสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ผู้ผลิตสินค้ามะโฮ ในการขยายกำลังการผลิต พร้อมกับการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มอีก 10 รายการ จากปี 2555 ได้เพิ่มมาแล้ว 7 รายการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับพรีเมี่ยมจากยีสต์ดำอีกด้วย
ส่วนการขยายตลาดไปตามประเทศเพื่อนบ้าน นายเกียรติพงศ์ บอกว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้มีการขยายตลาดไปที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดีอย่างมาก พร้อมกันนี้ ในปี 2556 ก็จะมีการขยายตลาดเข้าไปสู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทและการขออนุญาตอย่างถูกต้อง

โดยเป้าหมายในปี 2556 นี้ บริษัทแม่ได้วางงบการตลาดอีก 50 ล้านเยน ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และย้ายสำนักงานใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงมีแผนที่จะมีโปรโมชั่นพาสมาชิกไปเที่ยวเกาหลี และอำนวยความสะดวกสบายให้กับสมาชิกมากขึ้น คาดว่าในปีหน้าบริษัทฯ น่าที่จะมีสมาชิกครบ 100,000 คน และยอดขายรวม 400 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายที่ประเทศไทย 300 ล้านบาท ประเทศกัมพูชา 60 ล้านบาท และประเทศเวียดนาม 40 ล้านบาท นายเกียรติพงศ์ กล่าวปิดท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เปิดใจ 2 บอสใหญ่ Cats.Com โนริคาซู ทานิกูจิ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กับปฏิบัติการณ์ล้างบ้านใหม่








แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาบริษัทขายตรงจากแดนซามูไร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cat.Com จะโดนมรสุมเล่นงานอย่างหนักทั้งปัญหาแม่ทีมที่มีรายได้สูงไหลออก,กรณีมีสินค้าขายตัดราคาอันเป็นผลมาจากแม่ทีม (ตัวแสบ)ปั่นราคากันเองและปัญหาการแย่งสายงานกันภายในบริษัท ทำให้ข่าวคราวของแคทส์ดอทคอมในช่วงที่ผ่านมาจึงดูเงียบหายไปจากวงการขายตรงเมืองไทย แต่หลังจากที่ทีมผู้บริหารทั้งจากเมืองไทย และบริษัทแม่จากญี่ปุ่นได้ทำความสะอาดบ้านกันใหม่แบบยกกระบิทำให้ภาพลักษณ์ของ Cats.Com เริ่มดูดีขึ้นตามลำดับ


ล่าสุดหลังจากการปฏิวัติล้างบ้านใหม่แล้วเสร็จ ทีมผู้บริหารของ Cats.Com ก็พร้อมใจกันออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมกันเผยแผนกลยุทธ์ที่จะใช้เป็นแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า ในปี 2556 ที่จะถึงนี้ โดยหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่จะช่วยให้ Cats.Com กลับมาผงาดในเวทีขายตรงเมืองไทยได้อีกครั้ง นั่นคือ โนริคาซู ทานิกูจิ รองประธานกรรมการ และ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด ซี่งทั้งสองท่านนี้ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนอย่างมากในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแคทส์ดอทคอมให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในถนนขายตรงอีกครั้ง


เกียรติพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับ Cats.Com ออกมามากมายไม่ว่า ข่าวเกี่ยวกับมีผู้นำในอันดับต้นๆได้ออกไปทำบริษัทอื่น หรือมีข่าวว่าบริษัทได้ปิดตัวไปแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบริษัทเลยเพราะเรากำลังทำความสะอาดบ้านใหม่ทั้งหมด ดังนั้นหลังจากที่เราปรับปรุง และแก้ไขปัญหาภายในเสร็จแล้ว ทำให้เราพร้อมที่จะออกมาเปิดตัวกับสื่อมวลชนอีกครั้งเพื่อให้รู้ว่าต่อไปนี้เราจะทำอะไรบ้าง


โดยกลยุทธ์ที่ Cats.Com จะใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการกลับมาผงาดบนถนนขายตรงอีกครั้ง เกียรติพงศ์ บอกว่า ได้แก่


1.ปรับรูปแบองค์กรด้วยการรีแบรนดิ้งใหม่โดยเน้นการเป็นธุรกิจขายตรงสีขาวแบบ 100% 2. พัฒนาเครื่องมือทางการตลาด3.เพิ่มช่องทางการสื่อสารทางการตลาด4.พัฒนาระบบการส่งเสริมกับสมาชิก ซึ่งการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของ Cats.Com ในครั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558


เราไม่ได้สนใจว่าที่ผ่านมาจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่พวกเรายังคงเดินหน้าต่อไป เพราะเรามีจุกมุ่งหมายเดียวกันคือ การเป็นธุรกิจสีขาว โดยการยึดมั่นในการทำธุรกิจแบบโปร่งใส และมีคุณธรรม เพื่อสร้างเป็นธุรกิจต้นแบบ ก่อนที่ Cats.Com จะขยายสาขาออกไปยังประเทศอื่นๆ ใน๓มิภาคอาเซียน ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยวางระบบการทำงานอย่างเป็นระบบ


เกียรติพงศ์ ยังบอกอีกว่า การทำงานของ Cats.Com รูปแบใหม่จะเน้นการสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง โดยจะไม่เน้นการสร้างยอดขายเป็นหลัก แต่จะเน้นการสร้างทีม และสร้างเครือข่ายกับผู้บริโภคเป็นหลัก ดังนั้นบริษัทจึงได้พัฒนาระบบการจัดฝึกอบรมต่างๆ เข้ามาช่วยในการต่อยอด เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง โดยการใช้สินค้าในการเดินตลาด ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมาที่บรรดาแม่ทีมมักจะปลูกผังให้ทีมงานหาคนมาปิดยอดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 นี้เป็นต้นไปบริษัทจะเริ่มประกาศใช้โครงการ ธุรกิจสีขาว อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ


ขณะที่ มร.โนริคาซู ทานิกูจิรองประธานกรรมการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่าในส่วนของสินค้านั้นบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 จะมีสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดประมาณ 5-10 รายการเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบการทำงานที่เป็นเทคโนโลยีเข้ามาใช้ อาทิ การทำงานแบบออนไลน์ การทำงานแบบตั้งรับ หรือ ออฟไลน์ และการทำงานแบบแอร์ไลน์เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างเครือข่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา อาทิ การพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นผ่านทางมือถือ ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกใช้งานได้ง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็วและประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วย


ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเราได้เพิ่มทีมผู้บริหารที่มีความสามารถเข้ามาช่วยในการวางแผนงาน อาทิ คุณกฤษณะ ศิลปษา ผู้จัดการฝ่ายไอที ซึ่งจะดูแลทางด้านไอทีและการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และคุณอภิสันต์ มารศรี ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารซึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องของระบบการฝึกอบรมให้กับสมาชิก นอกจากนี้หลังจากที่คุณโนริคาซู ทานิกูจิ ประธาน แคทส์ดอทคอม ประเทศไทยคนปัจจุบันได้ครบวาระในการบริหารงานในประเทศไทย ทางบริษัทแม่จึงได้มอบหมายให้คุณซิซิโด๊ะ โตชิมาซะ มารับหน้าที่ตำแหน่งประธานบริหารแทนคุณมิจือชิเกะ นากามิจิ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าจะทำให้แคทส์ดอทคอมประเทศไทยมีความแข็งแกเร่งมากยิ่งขึ้น มร.โนริคาซู ทานิกูจิ กล่าว


สำหรับแผนการรุกตลาดต่างประเทศนั้น เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา Cats.Com ได้เปิดดำเนินการแห่งแรกในประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในประเทศดังกล่าวมากกว่า 2,000 รหัสและในช่วงของไตรมาส2/2556 มีแผนจะเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีนักธุรกิจระดับผู้นำได้เข้าไปขยายตลาดในประเทศดังกล่าวบางส่วนแล้ว


ส่วนผลประกอบการในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาถือว่าเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 150 ล้าสนบาท แบ่งเป็น ยอดขายในประเทศไทย 130 ล้านบาท และอีก 20 ล้านบาทมาจากประเทศกัมพูชา คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะแตะที่ละดับ 200 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในปี 2556 บริษัทคาดว่ายอดขายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นไทย 300 ล้านบาท กัมพูชา 60 ล้านบาท และเวียดนาม 40 ล้านบาท


มร.โนริคาซู ทานิกูจิ บอกอีกว่า ภาพลักษณ์ของแคทส์ดอทคอทต่อจากนี้ไป เราจะเน้นการเป็นธุรกิจเครือข่ายสีขาว โดยจะไม่เน้นแข่งขันทางด้านการสร้างยอดขายกับบริษัทอื่นๆ เพราะสินค้าของบริษัทถือว่าแตกต่าง และไม่มีคู่แข่ง ซึ่งบริษัทกล้าพูดได้ว่าแคทส์ดอทคอมเป็นผู้นำทางด้านเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำมะโฮ ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแข่งกับใคร ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ตั้งงบประมาณทางการตลาดกว่า 50 ล้านเยน หรือประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อใช้ในการรีแบรนดิ้ง และงบโฆษณาและประชาสัมพันธ์ รวมถึงใช้เป็นงบในการโยกย้าย สำนักงานใหญ่แห่งใหม่จากห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวไปยังสถานที่แห่งใหม่ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสม โดยบริษัทจะเน้นในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกกับสมาชิก คาดว่าสำนักงานแห่งใหม่จะเริ่มเปิด ให้ดำเนินการได้ประมาณต้นปี 2556 นี้อย่างแน่นอน


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แคทส์ รีแบรนด์ครั้งใหญ่เร่งล้างบ้านปั้นโมเดลสีขาว








แคทส์ ระทม หลังเจอสมาชิกวางยา เดินหน้าสร้างบ้านใหม่ ปูพรมธุรกิจสีขาว หวังสร้างภาพลักษณ์ขายตรงที่ดี ยันสมาชิกทำผิดกฎพร้อมฉะไม่เลี้ยง ระบุเน้นทำธุรกิจถูกต้อง เตรียมแผนปีหน้าสร้างภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้แผน 4 ข้อหลักพร้อมเทงบอีก 20 ล้านบาท ย้ายบ้านใหม่ใจกลางเศรษฐกิจบนถนนสุขุมวิท ลั่นเป้าหมายปีหน้ายอดขายแตะ 400 ล้านบาท


กรณี บริษัท แคทส์ฯ ประสบปัญหาภายใน เมื่อแม่ทีมกลุ่มหนึ่งได้เล่นแร่แปรธาตุทำธุรกิจแบบไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าลอตใหญ่เป็นจำนวนมาก เพื่อขายสินค้าตัดราคาในท้องตลาด ส่งผลให้เกิดความเสียหายไม่น้อย โดยที่ผ่านมาแคทส์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าได้ทำการตัดรหัสสมาชิกบางกลุ่มไปแล้ว อีกทั้งยังได้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ไปบริษัทจะเตรียมแผนในการขับเคลื่อนบริษัทต่อไป ด้วยการเตรียมฟอกภาพลักษณ์บริษัทใหม่ให้ดูสดใสยิ่งขึ้น


เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังเจอวิกฤติปัญหาภายในบริษัท จากนี้ไปบริษัทเตรียมแผนขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวต่อไป ด้วยการเตรียมแผนปรับภาพลักษณ์บริษัทครั้งใหญ่ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การปรับรูปแบบองค์กรใหม่ให้เป็นธุรกิจสีขาว


เน้นการทำธุรกิจที่ถูกต้องเป็นหลัก 2.การพัฒนาเครื่องมือการตลาดให้ทันสมัย ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่จะต่อยอดทางธุรกิจ 3.เพิ่มช่องทางการสื่อสารทางการตลาด และ 4.การพัฒนาระบบสนับสนุนสมาชิก ด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ให้กับสมาชิก


นอกจากนี้บริษัทเตรียมทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาท ย้ายสำนักงานจากอิมพีเรียลลาดพร้าว ไปยังสถานที่แห่งใหม่ ซึ่งพื้นที่ ที่บริษัทได้เล็งไว้คือถนนสุขุมวิท คาดว่าจะย้ายสำนักงานใหม่ได้ประมาณต้นปี 2556 อีกทั้งบริษัทเตรียมแผนสร้างธุรกิจภายในให้เป็นสีขาว ยึดหลักการทำธุรกิจที่ถูกต้อง ด้วยการตั้งประเทศไทยเป็นโมเดลแรก


การวางแผนปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแคทส์ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้คนภายนอกมองแคทส์เป็นบริษัทที่ดี เป็นบริษัทที่สร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือการปรับวิธีการทำงานของสมาชิก ด้วยการหาระบบใหม่รองรับการทำงานของสมาชิก ซึ่งระบบนี้จะเป็นภาพใหม่ที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นหน้าเป็นตาให้กับแคทส์ซึ่งสิ่งแรกที่มองคือการก้าวไปสู่ตลาด AEC ปี 2558


เกียรติพงศ์ เผยต่อว่า ที่ผ่านมามีสมาชิกคิดเป็นสัดส่วน 60% ทำธุรกิจไม่ถูกต้องทั้งขายสินค้าตัดราคา การดำเนินธุรกิจสีเทา ดังนั้น การดึงโมเดลธุรกิจสีขาว ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบใหม่จึงได้เริ่มขึ้น ซึ่งสิ่งที่บริษัทจะดำเนินต่อไปคือการทำความสะอาดบ้านให้สะอาด แม้ว่าผู้นำกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทได้สูงสุด หากทำผิดกฎ บริษัทก็พร้อมจะตัดออกทันที โดยในเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมายอดขายของบริษัทหายไปถึง 20% หลังจากที่มีการตัดรหัสสมาชิกที่ทำผิดกฎส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสมาชิกที่ทำธุรกิจและซื้อสินค้าเป็นประจำ จำนวน 2,000-3,000 รหัส


ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทได้ขยายตลาดเครือข่ายไปยังประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ต้นปี 2555 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและบริษัทเตรียมแผนขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนาม ขณะนี้จัดตั้งสำนักงานเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสมาชิกที่เวียดนามแล้ว 2-3 รหัส ขณะที่กัมพูชามีจำนวนสมาชิกที่ทำธุรกิจจำนวน 2,000 รหัส


สำหรับภาพรวมบริษัทในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายไปได้ 150 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดไทย130 ล้านบาท และตลาดกัมพูชา 20 ล้านบาท และจนถึงสิ้นปีคาดว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 200ล้านบาท และในปีหน้าบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 400 ล้าน-บาท แบ่งเป็นยอดขายจากในประเทศ 300 ล้านบาทกัมพูชา 60 ล้านบาท และเวียดนาม 40 ล้านบาทขณะที่แผนปีหน้าบริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 5-10รายการ หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ไปแล้ว2 รายการในปีนี้ ได้แก่ เสริมอาหารคาสลิส ออริโอ และ ไวท์คอร์ส รวมถึงกลุ่มเครื่องสำอาง จากปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สุขภาพ, ความงาม และผู้สูงอายุ


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ หลังจาก มิจือชิเกะ นากามิจิ ประธานบริษัท แคทส์ ได้หมดวาระลง (วาระการบริหาร 3-4 ปี) และได้กลับไปประจำการที่บริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น บริษัทจึงตั้ง ซิซิโด๊ะ เป็นประธานบริษัท แคทส์ฯ คนใหม่แทนมิจือชิเกะ ต่อไป



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555