ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาคร ใสกมล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาคร ใสกมล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

เจาะยุทธศาสตร์ดันยอดขายตรง2สัญชาติ ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ส่งโฆษณา/สินค้าใหม่สู้ศึก







992879_544732828924742_349171927_n (Mobile)


ผ่าแผนรบขายตรง ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ ไตรมาสที่ 3...หลังพบเริ่มเดินเครื่องทางธุรกิจเต็มอัตราศึก ด้าน ดี เน็ทเวิร์ค ทุ่มงบกว่า 20 ล้าน โปรโมททางผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว-โกเรจินส์ ผ่านสื่อฟรีทีวี มุ่งสร้างการรับรู้ พร้อมเซ็นสัญญาดึง เขาทราย กาแลคซี่ เพิ่มดีกรีความแรงโกเรจินส์...ส่วน ซินเนอร์จี้ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางหวังสร้างยอด หลังเปิดตัวแคมเปญแรงที่ภาคอีสาน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง 25% ภายในเดือนเดียว


ตลาดขายตรง ในชั่วโมงนี้ ยิ่งใกล้ปลายปีมากขึ้นเท่าไหร่ กระแสการทำธุรกิจของหลาย ๆ ค่าย ต่างเริ่มออกมาแผลงฤทธิ์ให้เห็นกันอย่างออกรส ออกชาติกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่ สร้างความต่างที่ออกมาฉีกหนี้เพื่อนร่วมธุรกิจด้วยการเอง การโหมโรงตีตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเรียกกำลังซื้อให้กับคืนมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หลาย ๆ ค่ายเริ่มทำกัน


แต่ในขณะเดียวกัน ต้องบอกว่า ในการปล่อยทีเด็ดของแต่ละค่าย ต่างก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับ ขายตรงทั้ง 2 ค่ายนี้ ที่จะขอนำเสนอนั่นก็คือ ขายตรงขั้วแรก ขายตรงสัญชาติไทย นั่นก็คือ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และขายตรงอีกหนึ่งขั้ว เป็น ขายตรงข้ามชาติ นั่นก็คือ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง 2 ค่ายนี้ ต่างก็มีจุดหมายเดียวกันคือ ต้องการเติบโตแบบยั่งยืนและถาวรนั่นเอง!!


ดี เน็ทเวิร์คอัดงบสร้างการรับรู้


ส่งโฆษณาผ่านฟรีทีวีปูทางธุรกิจ


...เริ่มต้นเปิดยุทธศาสตร์ความเฉียบคมของ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่นำโดย 3 แม่ทัพใหญ่อย่าง สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง ที่หลังจากเมื่อไม่อีกเดือนมานี้เอง ก็ได้ปล่อยยุทธศาสตร์การบุกตลาดเป็นว่าเล่นกันเลย...โดยล่าสุดก็ได้เตรียมที่จะประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านทางสื่อฟรีทีวีมากขึ้น เพื่อต้องการที่จะสร้างการรับรู้นั่นเอง


ทั้งนี้ ทางด้าน สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีสินค้าหลักอยู่ด้วยกัน 4 ตัว ที่หลาย ๆ คนต่างรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น โกเรจินส์ ,ดี เบรม, ดี คอนเทคและ D10 ส่งผลให้หลังจากนี้ ทางบริษัทฯ ต้องการที่จะสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ 5 ให้ติดตลาด ซึ่งทางบริษัทฯ จะมุ่งโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มต้นโปรโมทที่ช่อง 5 เวลา 5.00น. - 5.30 น.ทุกวันพุธ ผ่านรายการเกษตรไทยน่ารู้ รวมถึงการโปรโมทสินค้าในรายการมวยอัศวินดำทางช่อง 9 ด้วย


สำหรับการโปรโมทสินค้าผ่านรายการมวยอัศวินดำ เราจะแจกรางวัลให้กับนักมวย 4 คู่ โดยทางด้านคุณปิยะที่เป็นพิธีกรมวย จะมีการโปรโมทสินค้าของเราให้ติดตลาด โดยเชื่อว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าว น่าที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์บานเย็นของบริษัทฯ ติดตลาดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นปุ๋ยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หรือสีบรรจุภัณฑ์ ที่สร้างการจดจำได้ง่ายนั่นเอง


นอกเหนือจากการโปร โมทผลิตภัณฑ์บานเย็นแล้ว ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอร์ตโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ด้วย โดยจะออกอากาศผ่านทางฟรีทีวี ซึ่งมีการเซ็นสัญญากับคุณเขาทราย แกเลคซี่ ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมทสินค้าโกเรจินส์


โดยสปอร์ตโฆษณาชุดนี้ ทางบริษัทฯ จะนำไปโปรโมททางรายการเกษตรไทยน่ารู้ทางช่อง 5 และยังเอาสปอร์ตโฆษณาโกเรจินส์นำไปโฆษณาผ่านรายการมวยศึกอัศวินดำทางช่อง 9 ซึ่งเราเอง อยากที่จะให้สินค้าของบริษัทฯ ติดหูประชาชนมากขึ้น เราจึงได้มีการมอบรางวัลพิเศษให้กับนักมวยที่มีพลังอึด ชกเดินหน้าไม่หยุด พร้อมกันนี้ ยังจะคัดเอานักมวยพันธุ์ดุ โกเรจินส์พลังโสมอีกด้วย และเชื่อว่าเวลาหลังจากนี้ 1 ปี ทั้งบานเย็นและโกเรจินส์จะเป็นแบรนด์ที่ติดหูคนไทยอย่างแน่นอน


นายสาคร เผยต่ออีกว่า สเต็ปต่อไป ทางบริษัทฯ จะขยับไปช่อง 7 โดยทาง ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมเข้าไปสนับสนุน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ทำการจองไว้แล้วล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะถึงคิวของ ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมกับยังมีการจองรายการมวยช่อง 3 และรายการเกษตรช่อง 11 เป็นแผนในก้าวต่อไป ซึ่งในสเต็ปแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบไปกว่า 20 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


การโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีนั้น ในส่วนของผลิตภัณฑ์โกเรจินส์เราคาดหวังว่า จะทำให้เกิดกระแสใน 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่บริโภคอยู่แล้วก็จะบริโภคต่อเนื่อง กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะบริโภคดีหรือไม่ เมื่อได้ชมโฆษณา ก็ตัดสินใจซื้อ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ยังไม่รู้จัก เมื่อได้รับรู้และรู้จักผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผมคาดหวังว่า คนน่าที่จะรู้จักมากขึ้น สำหรับสินค้าบานเย็นนั้น เราก็คาดหวังว่า เกษตรกรไทยจะรู้จักผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพตัวนี้ และเมื่อครบปี ทางบริษัทฯ จะนำเอาเทปรายการเกษตรไทยน่ารู้ที่ออกอากาศไปแล้วราว 21 ครั้ง ให้ผู้นำที่มีรายการ มีสื่อของตัวเอง นำเอาไปเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ เพื่อให้สมาชิกดี เน็ทเวิร์ค ทำงานได้ง่ายขึ้น


นายสาคร เผยต่ออีกว่า ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องการฝึกอบรมอย่างมาก ซึ่งหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร รุ่นแรก ที่ต้องฝึกอบรมมายาวนานถึง 6 เดือนนั้น มีการฝึกอบรม 70 คนนั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกผ่านการอบรมที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Garnet เกินครึ่ง ถือว่าค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


ตอนนี้เราเริ่มฝึกอบรมในหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 มีผู้มีคุณสมบัติเข้าอบรม127 คน แต่คัดเลือกเหลือ 111 คน และมีการฝึกอบรมหลักสูตรยาวนานอีก 6 เดือน ผมเชื่อว่าด้วยความเข้มข้นของหลักสูตรนี้ จะทำให้ ดี เน็ทเวิร์คมีผู้ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่นักธุรกิจระดับ Garnet มาขึ้นเรื่อย ๆ โดยผมตั้งเป้าหมายว่าจะสร้าง Garnet ให้ได้ 1,000 คน ซึ่งตำแหน่งนี้ จะมีรายได้เฉลี่ยราว 150,000 บาทต่อเดือน


นายสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ ดี เน็ทเวิร์ค ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี การเช็คข้อมูลทางธุรกิจ หรือ เช็คคอมมิชชั่นและสายงาน การเช็คโปรโมชั่น และเช็ควันเวลาหลักสูตรการฝึกอบรม ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้สมาชิกของ ดี เน็ทเวิร์ค สามารถเช็คความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางโทรศัพท์ ผ่านทางหมายเลข 02 1054048 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งต่อไปขอมีเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็สามารถทำธุรกิจกับ ดี เน็ทเวิร์คได้ทันที


ซินเนอร์จี้ปรับกลยุทธ์สู้ศึกตลาด


นำเครื่องสำอางเพิ่มยอดขาย25%


...เช่นเดียวกับค่าย ซินเนอร์จี้ ที่ได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง Elemence และ TriAction มาใช้ควบคู่กับ Synergy Air Spray นวัตกรรมเพื่อความงามใน 20 นาที ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง


25% ภายในเดือนเดียวในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง


โดยทางด้านนายพิชญุต์ม์ เจนอารีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า เครื่องสำอางของซินเนอร์จี้ ถือว่ามีจุดเด่นในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานสูง ด้วยเทคโนโลยี Gen III และ Gen IV ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ซ่อมแซมและบำรุงผิวลึกถึงระดับ DNA และการผลักสารอาหารเข้าสู่ผิวด้วยเอนไซม์เฉพาะ และคุณภาพของวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้กับเครื่อง Synergy Air Spray จึงยิ่งทำให้เห็นผลเร็วยิ่งขึ้น


นวัตกรรม Synergy Air Spray ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ให้ผลดีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง อาจไม่ได้สร้างยอดขายหลักให้กับเรา เพราะเราได้ไปเน้นเรื่องของสุขภาพ แต่วันนี้อยากให้ทุกท่านทราบว่า ซินเนอร์จี้เอง มีผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางที่มีคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้ใคร และจากที่เราได้ปล่อยแคมเปญนี้ออกมา ก็ทำให้ยอดขายเราเติบโตมากขึ้น และยังมีส่วนทำให้เกิดนักธุรกิจหน้าใหม่ สูงถึง 25% เลยทีเดียว


นอกจากนี้ ซินเนอร์จี้ ยังได้เปิดอบรมเทรนเนอร์ การใช้เครื่อง Synergy Air Spray กับผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction มาแล้ว 3 รุ่น โดยมีเทรนเนอร์ทั้งหมด 47 คนด้วยกัน ทั้งนี้ได้เปิดให้บริการทำทรีตเมนต์ด้วยเครื่อง Synergy Air Spray กับสมาชิกและผู้ที่สนใจสินค้าอีกด้วย


เราได้เปิดโอกาสให้สมาชิกนักธุรกิจของเรามีโอกาสใช้เครื่องมือนี้ก่อน เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเราได้เปิดการอบรมการใช้เครื่อง Synergy Air Spray และเปิดให้บริการทรีตเมนต์กับผู้ที่สนใจ โดยผู้ที่ซื้อสินค้าจะได้รับคูปองเพื่อขอรับบริการฟรี ที่ผ่านมามีผู้เข้ารับบริการแล้วมากกว่า 100 คน


นายพิชญุต์ม์ ทิ้งท้ายอีกว่า หลังจากที่บริษัทฯ เพิ่งเปิดตัวแคมเปญนี้ที่ภาคอีสานไปไม่นาน พบว่า มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction เพิ่มสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก


...จะเห็นได้ว่า การเปิดฉากเกมรุกทางธุรกิจของ 2 บริษัท ทั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ต่างฝ่ายต่างก็มีทีเด็ดในการสร้างการรับรู้ เพื่อสร้างยอดขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ต้องดูว่าทางฝั่งของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่ได้ใช้การรุกตลาดผ่านสื่อทีวีนั้น จะเห็นผลสัมฤทธิ์หรือไม่!!...ในขณะเดียวกัน ทาง ซินเนอร์จี้ เอง ที่โชว์ในเรื่องของนวัตกรรมทางด้านสินค้าที่ก้าวล้ำเป็นตัวสร้างจุดขาย จนเรียกว่ายอดขายเติบโตเป็นที่น่าพอใจ...ก็ต้องมาติดตามกันดูต่อไปว่า กลยุทธ์ของทั้ง 2 ค่ายนี้ จะสามารถกระชากใจคนเครือข่ายได้นานแค่ไหน หรือว่าเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง!!





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

ดี เน็ทเวิร์คเวิลด์ไวด์(D Network ) เปิดสำนักงานใหม่ใจกลางสาทรหวังกระทุ้งยอด 600 ล้าน







D network

 


เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2556 บริษัท ดีเน็ท เวิร์คเวิลด์ไวด์ จำกัด ขายตรงน้ำดีสัญชาติไทยได้เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ บนชั้น 7 อาคาร ไทยซีซี ทาวเวอร์ เนื้อที่กว่า 220 ตารางเมตร ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิดเปิดตลาดสู่กรุงเทพชั้นใน พร้อมทั้งภายในงานได้ประกาศเปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โดยความร่วมมือกับ คุณ ณัฐชัย เตชะวิเชียร กรรมการผู้จัดการบริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด ทายาทโรงพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ตั้งเป้าให้เป็น Online bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขานรับนโยบายเมืองหนังสือโลก


โดย อ.สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง คุณภูมิสนอง หล้าสุด และ คุณอุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง พร้อมทีมงานครบทีม ถือฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีทางศาสนาพุธเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเช้า จากนั้นจึงได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Six Powder อาหารเสริมสุขภาพครบวงจรภายในกล่องเดียว หวังกระตุ้นยอดธุรกิจทะลุ 600 ล้านบาท จากนั้นได้เปิดตัวบ้านหลังใหม่ พร้อมประกาศความร่วมมือกับทายาทพันล้านนักธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โปรเจค Online Bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซื้อหนังสือพร้อมได้รับ PV หวังลุยตลาดผู้ที่รักการอ่านโดยมีหนังสือกว่าหนึ่งพันหัวเรื่องในปัจจุบัน


ทั้งนี้บริษัทยังได้จัดงานประชุมขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 9 ตึก ไทยซีซี ทาวเวอร์โดยมีพวกเข้าร่วมงานกว่า 500 ท่าน เพื่อรับฟัง วิสัยทัศน์ แนวคิดดีๆ จาก 3 ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด อีกทั้งไฮไลท์ในงานสำหรับผู้ที่ซื้อพ็อกเก็ตบุ๊ค ทำไมต้อง ดีเน็ทเวิร์ค (Why D Network) ลุ้นทองถึง มูลค่ากว่า 150,000 บาท จำนวน 12 เส้น พร้อมแจกผู้โชคดีในงานอีก 1 ท่าน เรียกได้ว่างานนี้เล่นเอาสมาชิกหลายท่านได้เฮกันอย่างสนุกสนาน


[gallery ids="16481,16482,16483,16484,16485,16486,16487,16488,16489,16490,16491,16492,16493,16494,16495,16496,16497,16498,16499,16500,16501,16502,16503,16504,16505,16506,16507,16508,16509,16510,16511,16512,16513,16514,16515,16516,16517,16518,16519,16520,16521,16522,16523,16524,16525"]

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ (D Network Worldwide) กับ "ท่านประธานสาคร ใสกมล"








 


ใครจะเม้าท์มอยไปว่ายุคนี้เป็นยุคดิจิตอล เเต่เทรนด์สื่อสิ่งพิมพ์ก็ไม่มีตกนะเจ้าค่ะ ดูอย่าง 3 ผู้ก่อตั้ง ประธาน สาคร ใสกมล, อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด เเละอาจารย์ิอุทัย เเจ่มฟ้า ที่หลังจากปั้น
ดี เน็ทเวิร์ค เข้าสู่ลิสต์บริษัทขายตรงดาวรุ่งเเถวหน้า ท่านทั้ง 3 เลยอยากจะเเชร์ประสบการณ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ จึงถ่ายทอดคลอด Pocket Book ออกมาให้ผู้คนได้จับจองเป็นเจ้าของกัน เเหม...เป็นถึงเจ้าของบริษัทขายตรงทั้งที ทำ Pocket Book ก็ต้องไม่ธรรมดา เอาเป็นว่า ใครซื้อผ่านบริษัท จะได้ PV เเต่ถ้าใครซื้อตามแผงหนังสือทั่วไป จะได้โค้ดมาลุ้นทองคำเป็นรางวัล โอ๊ย รวย สปอร์ต ใจดี กทม.



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ (D Network Worldwide)








 


 


 


 


 


 


 


 


ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับขายตรงน้องใหม่มาเเรง "ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์" บริษัทขายตรงสัญชาติไทย ล่าสุดกับผลลัพธ์ความสำเร็จ สู่งานประดับเข็มเกียรติยศ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันอ่ทิตย์ที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงเเรมมิราเคิลเเกรนด์ โดยงานนี้ 3 บิ๊กบอสใหญ่ "สาคร ใสกมล" ประธานผู้ก่อตั้ง "อุทัย เเจ่มฟ้า" เเละ "ภูมิสนอง หล้าสุด" ผู้ร่วมก่อตั้ง ทุ่มสุดตัวเเละจัดเต็มในทุกรายละเอียด ซึ่งนอกจากจะเห็นถึงความสำเร็จของผู้นำมือฉมังในการดำเนินธุรกิจที่มีรายได้สูงสุดของเเต่ละตำเเหน่งประจำปี 2555 เเล้ว วันเดียวกันยังได้มีการเฉลิมฉลองยอดจำหน่ายสินค้า "โกเรจินส์" ที่ถือเป็นสุดยอดสินค้าที่สร้างยอดขายรวมกว่า 554,000,000 บาทหรือ 10,000,000 เม็ด สร้างความปราบปลื้มใจยิ่งนัก เเละเชื่อมั่นว่าด้วยจุดเเข็งทางธุรกิจที่ได้ต่อเติมให้เห็นถึงความเเข็งเเกร่งตลอดมานี้จะผลักดันให้ยอดขายปี'56 ทะลุเป้าหมาย 600 ล้านบาทได้อย่างเเน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค สยายปีกปี 56 ส่งบานเย็นลุยตลาดเกษตร








ดี เน็ทเวิร์ค เปิดแผนปี 2556 เน้นสาธิตสินค้า ร่วมกันเจาะลึกกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด พร้อมนำสินค้า นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาด ลั่นจนถึงสิ้นปีวาดเป้า 600 ล้านบาท ล่าสุดส่ง บานเย็น รากขาวลงตลาดเพื่อ การเกษตร คาดภายในปี 2556 สามารถทำยอดขาย ได้ถึง 60 ล้านบาท อีกทั้งยังเปิดตัวหนังสือ Why D Network ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านเครือข่าย มาถ่ายทอดสู่สมาชิก
สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทจะยังคง สานต่อแผนเดิมจากปี 2555 ที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนา บุคลากรเป็นหลักและบริหารงานให้อยู่บนพื้นฐานของ สามเหลี่ยมคุณธรรม ที่ประกอบด้วย ผู้บริโภค นักธุรกิจ และบริษัท ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ จะต้องมีความสมดุล แต่จะมี การเข้าไปทำการตลาดที่เจาะลึกในกลุ่มผู้บริโภคใน ต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทจะเน้นให้สมาชิกออกไป สาธิตสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสิทธิภาพของ สินค้าอย่างแท้จริง พร้อมกับการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็น นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาจัดจำหน่ายในระบบ
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายสินค้า Koregins 300 ล้านบาท D-Braime 50 ล้านบาท D-10+Plus 50 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก Refeat 30 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร บานเย็น รากขาว 60 ล้านบาท และที่เหลือเป็นสินค้าในกลุ่มอื่น โดยผลิตภัณฑ์ Refeat และ บานเย็น รากขาว เป็นสินค้าที่จะเริ่มจัดจำหน่าย ในปีนี้ อีกทั้งบริษัทได้วางแผนที่จะออกสินค้าเพิ่มใหม่ 8 รายการ ในกลุ่มความงาม และในส่วนของสมาชิกปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่ 200,000 รหัส
ด้านผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถ ปิดยอดขายได้ 300 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ปิดยอดขายได้ 117 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา การเติบโตกว่า 100% ในส่วนของสมาชิกปัจจุบันมีจำนวน ทั้งสิ้นกว่า 50,000 รหัส เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีสมาชิก กว่า 30,000 รหัส หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 3% ขณะที่จำนวนสินค้าที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งสิ้น 27 รายการ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่จำหน่าย ในระบบทั้งสิ้น 37 รายการ
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อการเกษตร ภายใต้ชื่อ บานเย็น รากขาว ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการปรับปรุงสภาพดิน และบำรุงพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี โดยเหตุผลหลักที่บริษัทเลือก ไลน์สินค้าดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดสินค้า เกษตรยังเป็นตลาดที่กว้าง บวกกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งใน ส่วนของรูปลักษณ์และน้ำหนักที่เบา ซึ่งบริษัทคาดว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นตัวที่สามารถตอบโจทย์ ให้กับเกษตรกรที่ต้องการจะลดต้นทุนและเพิ่ม ผลผลิตได้เป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้บริษัทได้เปิดตัวหนังสือ ที่ชื่อ Why Network ที่เป็นการรวบรวมเรื่องราวเนื้อหา สาระเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายที่ถ่ายทอดจากความคิด และประสบการณ์ของผู้บริหารสู่นักธุรกิจ โดยจะมีวาง จำหน่ายในร้านหนังสือทั่วไป และร้านชั้นนำ เช่น ซีเอ็ดบุ๊ค B2S พร้อมกันนี้ยังวางจำหน่ายในระบบ และในเร็วๆ นี้ บริษัทคาดว่าจะมีเล่ม 2 ออกมาให้สมาชิกได้ติดตาม




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ไขความลับ 5D เเห่ง "ดี เน็ทเวิร์ค" ที่สุดพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน








 


กำเนิดที่สุดแห่งองค์ประกอบ 5 D สุดยอดปัจจัยสร้างการเติบโตยั่งยืน


จากประสบการณ์และความสำเร็จในอุตสาหกรรมขายตรงกว่า 20 ปี ทำให้ 3 ผู้ก่อตั้งแห่ง บริษัทขายตรงน้ำดีสัญชาติไทย ดี เน็ทเวิร์ค ประกอบด้วย สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง อุทัย แจ่มฟ้า และภูมิสนอง หล้าสุด ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เห็นซึ้งและเข้าใจปัญหาใหญ่ที่คอยฉุดรั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมขายตรงไทยนั้นมีปัญหา 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. แผนการตลาดที่ยากเกินไป 2.บริษัทไม่เติบโต ไม่ประสบความสำเร็จ และ 3.สมาชิกไม่ประสบความสำเร็จ


ก่อนที่จะเปิด ดี เน็ทเวิร์ค เรามองว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วยกัน จากการนำประสบการณ์กว่า 20 ปีของพวกเรามากลั่นกรอง จนตกผลึกทางความคิด เราจึงมองว่าองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมขายตรงอย่างยั่งยืน ต้องประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ หรือที่เราเรียกองค์ประกอบทั้ง 5 ว่า 5D ที่กำลังโด่งดังอย่างมากในปัจจุบัน


องค์ประกอบแรกคือ บริษัทดี ขายตรงที่ดีต้องมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายที่สุด การจัดการทุกอย่างต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญเทคโนโลยีต่างๆต้องทันสมัยและต้องทำงานแบบรวดเร็วทันใจ และมีการวางกลยุทธ์ต่างๆที่ชัดเจน


ต่อมา คือ สินค้าดี สินค้าที่จะทำให้บริษัทเติบโตต้องเป็นสินค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ ต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม เป็นลิขสิทธิ์ของดี เน็ทเวิร์ค ขนส่งต้องง่าย และต้องมีสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุม ที่สำคัญจะต้องแข่งขันในเวทีอาเซียนได้


แผนการตลาดดี แผนการตลาดที่ดีในวงการขายตรงนั้นจะต้องมี 3 เชิง ประกอบด้วย เชิงตัวเลข แผนๆ นั้นต้องเป็นแผนที่ทำง่ายและไม่โอเวอร์เปย์ เชิงพฤติกรรม แผนการตลาดนั้นๆ ต้องเป็นแผนที่ส่งเสริมการทำงานของสมาชิก เชิงสุดท้ายคือ เชิงโอกาส แผนๆ นั้นต้องเป็นแผนที่ยุติธรรม มาทีหลังก็สามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่าและเร็วกว่า อีกทั้งต้องมีการส่งเสริมการสร้างทีมในระยะยาว ส่งผลต่อความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว


การฝึกอบรม ที่ ดี เน็ท เวิร์ค มีหลักสูตรการฝึกอบรมมากถึง 27 หลักสูตร ซึ่งแต่ละหลักสูตรเน้นการสร้างผู้นำให้เป็นผู้นำจริงๆ เป็นมืออาชีพจริง ซึ่งต้องมีการอบรมเรียนรู้ยาวนานถึง 6 เดือน ถึง 1 ปี ถึงจะเป็นมืออาชีพ


ผู้ประกอบการดี ผู้ประกอบการต้องมีประสบการณ์ในวงการขายตรง ซึ่งพวกเราเข้าสู่วงการขายตรงตั้งแต่อายุ 19 อายุ 20 ก็สมัครเป็นนักธุรกิจอิสระ อายุ 21 ปีสร้างรายได้เดือนละ 200,000 บาท เป็นวิทยากร พออายุ 22 ก็เป็นอาจารย์สอนวิทยากร เราสร้างผู้นำให้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 5 อย่างนี้ ที่ ดี เน็ทเวิร์ค มีครบถ้วน จึงส่งผลให้ ดี เน็ท เวิร์ค ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในวงการเครือข่ายเมืองไทย


ดี เน็ทเวิร์ค ยานพาหนะชั้นเลิศ พร้อมนำพาสมาชิกสู่ความสำเร็จ


คุณสาคร เล่าว่า การเดินทางไปสู่ความสำเร็จนั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การขับรถ นั่งเรือ แต่หากเปรียบกับโลกของขายตรงแล้ว ขายตรงเป็นอาชีพ เป็นยานพาหนะ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายในชีวิตได้รวดเร็วมาก บางคนอาจจะใช้เวลาเพียง 2 3 ปี ก็สามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ต้องเลือกยานพาหนะที่ดีและสมบูรณ์ด้วย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ซึ่งทาง ดี เน็ทเวิร์ค ถือเป็นยานพาหนะชั้นเลิศที่พร้อมจะนำพาทุกท่านไปสู่ความสำเร็จที่ทุกท่านคาดหวังไว้


ส่วนกุญแจที่สร้างความสำเร็จให้กับ ดี เน็ท เวิร์ค คือ การคอนโทรลกรุ๊ป คอนโทรลทีมให้เป็นเหมือเป็น แม่ทัพบัญชาการ 1 บริษัท ต้องเป็น 1 ทีม สมาชิกทุกคนต้อเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นี่คือกุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จ บริษัทใดที่สามารถทำแบบนี้ได้ เชื่อเหลือเกินว่าบริษัทนั้นๆ จะประสบความสำเร็จในวงการขายตรงได้แน่นอน


กุญแจแห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจขายตรงอยู่ที่เราสามารถคอนโทรลกรุ๊ปได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้บริษัทเติบโต การคอนโทรลกรุ๊ป ก็เปรียบเหมือนกับการที่เราเป็นแม่ทัพในการบัญชาการศึก 1 บริษัท จะต้องมี 1 ทีม ต้องสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
เน้นการบริหารงานแบบผู้นำ พร้อมดูแลเอาใจใส่สมาชิกเป็นอย่างดี


สาคร บอกว่า เขาเป็นผู้บริหารแบบผู้นำ ไม่ได้บริหารแบบหัวหน้า ลูกน้อง การทำงานแบบผู้นำนั้นทำงานหนักกว่า ทุ่มเทเอาจริงเอาจังกว่า ตนบริหารงานไม่ได้ใช้สไตล์แบบนายจ้าง ผู้บริหารต้องใส่ใจลูกน้อง


เราต้องรักลูกน้องก่อน ดูแลเขาก่อน เมื่อเราทำแบบนี้ วันข้างหน้าเขาจะดูแลเรา เราดูแลสมาชิก เป็นอย่างดี วันข้างหน้าสมาชิกก็จะดูแลธุรกิจ ดูบริษัทให้กับเรา ผู้บริหารสไตล์ผู้นำก็เหมือนนักรบ เราจะต้องทำสิ่งดีๆ เป็นตัวอย่าง จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้คนทำตาม


จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ของ คุณสาคร คุณอุทัยและคุณภูมิสนอง นั้นได้ทุ่มเทให้กับ ดี เน็ทเวิร์คจนหมดสิ้น นี่คือพาหนะที่ดีที่สุดในงวงการขายตรง โดยพวกเขาตั้งเป้าจะสร้าง ดี เน็ทเวิร์ค ให้เป็นตำนานบทใหม่ในขายตรงไทย
และนี่คือ ดี เน็ท เวิร์ค พาหนะที่ดีที่สุดในวงการขายตรงยุคปัจจุบัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์เเรก ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 155

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดี เน็ทเวิร์ค ฉีกกฎขายตรงเกษตร เนรมิต บานเย็น นวัตกรรมสารเสริมพืชแห่งยุค








ดี เน็ทเวิร์ค ฉีกแนวทางธุรกิจขายตรงเกษตร เนรมิต สารบำรุงสมองพืช ภายใต้ชื่อ บานเย็น ที่สุดแห่งเทคโนโลยีทำให้หาอาหารเก่งขึ้น ทำการปรับสภาพดิน เป็นนวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ทดลองแจกไป 200 ชุด ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับแจกไปนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ คาดสินค้ากลุ่ม บานเย็น จะก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีในลำดับต้นๆ ของทางบริษัทในอนาคตอันใกล้ เตรียมจัดงานใหญ่ฉลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ ครบ 50 ล้านเม็ด ต้นปีหน้าพร้อมตั้งเป้าบุกตลาดเวียดนามเป็นที่แรก


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยทำการฉีกแนวในการทำธุรกิจเกษตรอย่างสิ้นเชิง ด้วยการออกสินค้า สารบำรุงสมองพืช ภายใต้ชื่อ บานเย็น


ผลิตภัณฑ์บานเย็นหรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า บานเย็นรากขาวจะมีแพ็ตเกจเป็นสีบานเย็นทำให้คนเห็นแล้วจำได้เลย นี่ถือเป็นการฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ว่าทำไมสินค้าเกี่ยวกับเกษตรต้องสีเขียวเท่านั้น โดยสารบำรุงสมองพืชของเราถือเป็นที่สุดของนวัตกรรมทำให้หาอาหารเก่งขึ้น ทำการปรับสภาพดิน เป็นเทคโนโลยี่จากสวิตเซอร์แลนด์สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์


สินค้าในกลุ่มนี้มี3ตัว ตัวแรกคือ บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจากซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่มผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมสารเสริมพืชแห่งยุค
การที่เราโดเข้ามาร่วมทำธุรกิจขายตงเกษตรสืบเนื่องจากสินค้าของเราเข้ากับคอนเซ็ปต์ของ ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวคือ เป็นสินค้าที่ดีมีนวัตกรรม เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน เนาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ขนส่งง่าย ราคาเอื้อต่อผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาด AEC ได้ ที่สำคัญสินค้ากลุ่มเกษตรของ ดี เน็ทเวิร์ค ทุกตัวล้วนแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโลก
คุณสาคร กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ตนเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำ 3 เดือนสร้างยอดขาย ได้สูงถึง 20 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่จำหน่ายเป็นสูตรเดียวกันกับ สารบำรุงสมองพืชบานเย็น ตนจึงมีความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ ดี เน็ทเวิร์คจะสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรได้เป็นอย่างดี
ทางบริษัทคาดหวังว่าสินค้ากลุ่ม บานเย็น จะก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีในลำดับต้นๆ ของทางบริษัท และจากการได้ทำการทดลองแจกไป 200 ชุด ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับการแจกไปนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 27 มกราคม 2556 ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะมีการจัดงานใหญ่เฉลิมฉลองยอดขายโกโรจินส์ 50 ล้านเม็ด และมีการประดับเข็มให้กับสมาชิกที่ประสบความสำเร็จในทุกตำแหน่ง
งานใหญ่ของเราจะจัดขึ้นที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คนจากทั่วประเทศ นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและการประดับเข็มแล้ว เรายังมีโปรแกรมการแข่งขันท่องเที่ยวยังประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นการศึกษาตลาด AEC ไปในตัว เนื่องจากทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะบุกตลาดเวียดนามเป็นประเทศแรก
ความพร้อมในการบุกตลาดเวียดนามนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียม ความพร้อม ในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าก็อยู่ในระหว่างการขอจด อย. อยู่ซี่งโปรโมชั่นการท่องเที่ยวยังประเทศเวียดนามนี้ สร้างความคึกคักในหมู่สมาชิก ดี เน็ทเวิร์ค เป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะมีผู้ผ่านคุณสมบัติการท่องเที่ยวในครั้งนี้ถึง 400 คน โดยโปรโมชั่นดังกล่าวเริ่มเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2555 ถึง 5 มกราคม 2556 เดินทางในเดือน พฤษภาคม 2556


การที่เราเลือกบุกตลาดเวียดนามก่อน สืบเนื่องจากคนเวียดนามเป็นคนที่ขยันขันแข็งเป็นออย่างมาก อีกทั้งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา พวกเขากำลังแสวงหาโอกาสในชีวิตซึ่งผมมองว่าเหมาะอย่างมากกับการทำอาชีพขายตรง เราจึงตัดสินใจบุกตลาดเวียดนามเป็นประเทศแรก คุณสาคร ระบุปิดท้าย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์: เจาะใจท่านประธาน สาคร ใสกมล ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง วาทะศิลป์ และสายตาอันยาวไกลตอบโจทย์ขายตรงยุค 2012








เจาะใจดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ กับท่านประธาน สาคร ใสกมล ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังที่ยิ่งวาทะศิลป์ และสายตาอันยาวไกลตอบโจทย์ขายตรงยุค 2012


1.ก่อนอื่นทางเว็บไซต์ ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ อยากทราบก่อนเลยว่าทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง


อาจารย์สาคร ได้อยู่แวดวงขายตรงมา 23 ปี และเริ่มต้นจากการเป็น เมมเบอร์ทั่วๆ ไปและก็ได้มาเป็น ลีดเดอร์ จากนั้นก็ได้ก้าวมาสู่ระดับผู้บริหารและได้ผันตนเองมาเป็นผู้ประกอบการซึ่งผมได้ก้าวเดินในเส้นทางขายตรงมาอย่างยาวนาน ซึ่งผมมองเห็นถึงปัญหาใหญ่ๆ ในแวดวงธุรกิจขายตรงนั้นหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน 1. บริษัทโตแต่สมาชิกโตยากอันนี้อนึ่งสืบเนื่องมาจากแผนการตลาดที่ทำได้จริงยาก 2. รายได้เมมเบอร์ดีมากแต่บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากทางผู้ประกอบการไม่เป็นมืออาชีพอย่างเพียงพอที่จะบริหารธุรกิจได้อย่างงตลอดรอดฝั่ง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เป็นพื้นฐานให้แก่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ซึ่งทางเราจะสร้างให้เมมเบอร์ต่างๆ ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับบริษัทของเราด้วย พร้อมอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อให้เป็นตำนานในบริษัทขายตรงของประเทศไทยอีกด้วย ในคำว่าตำนานคำนี้นั้นหมายถึงเป็นธุรกิจขายตรงสีขาวบริสุทธิ์ 100% พร้อมๆ กับบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมากๆ ขึ้นไปอีกด้วยโดยไม่อาศัยการย้ายค่ายย้ายผู้นำทางอาจารย์เล็งเห็นถึงจุดนี้ว่าหากเราย้ายไปย้ายมาไม่ได้สร้างบุคลากรที่แข็งแกร่งขึ้นมานั้นก็เหมือนการจำกัดตลาดขายตรงให้อยู่ในแวดวงเดิมๆ เท่านั้น สิ่งเหล่าทำให้ก่อนเกิดคำว่าตัว ดี ขึ้นมาพื้นฐานมาจาก 5 ดี คือ บริษัทดี สินค้าดี บุคลากรดี แผนดี และ ระบบดี ต่อมาคำว่าเครือข่ายก็คือ เน็ทเวิร์ค นั่นเอง จากนั้นก็ตาด้วย เวิลด์ไวด์ เพื่อให้ครอบคลุมสื่อในประจุดรวดเร็วครอบคลุมทั่วโลก พื้นฐานเหล่านี้จึงก่อให้เกิด ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ขึ้นมา ซึ่งทางเราต้องการให้ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ให้เป็นขายตรงมืออาชีพจริงๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นอาชีพเท่านั้น และต้องเป็นขายตรงน้ำดีไม่มีการซื้อผู้นำ เสนอเงื่อนไขอะไรต่างๆ ไม่มีโค้ดฟรี ด้วยตัวของอาจารย์ สาคร เองเชื่อว่าหากเราทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาซื่อสัจสุจริตแล้วไปไม่รอดก็ไม่เป็นไรดีกว่าไปทำธุรกิจที่โตได้แต่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เปิดมาปิดไป ทำแบบนี้ถึงเราจะประสบความสำเร็จจริงเราไม่มีความภูมิใจอย่างแน่นอน


2.สิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ผู้มุ่งหวังให้ความสนใจเข้าร่วมธุรกิจกับขายตรงต่างๆ คือวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรอยากทราบถึงทางวิสัยทัศน์ทางท่านประธานหน่อยครับว่ามีวิสัยทัศน์ที่จะพา ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ไปให้ถึงฝันเป็นเช่นไรบ้าง


อาจารย์สาคร มองธุรกิจเป็น 4 ยุคด้วยกันคือ ยุคแรกคือ ยุคของการผูกขาดทางธุรกิจ ยุคที่สองคือ ยุคแห่งนายทุนซึ่งเป็นยุคที่หากใครมีทุนก็กระโดดเข้าสู่ธุรกิจขายตรงได้ทันทีเป็นยุคที่ขายตรงเกิดเป็นดอกเห็ดก่อให้เกิดธุรกิจขายตรงกลายเป็นธุรกิจสีเทาเปิดๆ ปิดๆ กันหลายๆ บริษัท ซึ่งคาบเกี่ยวมาสู่ปัจจุบันนั่นคือยุคที่สาม ยุคมืออาชีพซึ่งทางผู้ประกอบการและเมมเบอร์ต่างๆ ต้องมีองค์ความรู้ความสามารถจริงๆ ถึงสามารถที่จะอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย และในอนาคตก็จะก้าวเข้าสู่ยุคที่สี่ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายคือยุคธุรกิจสีขาวกับธุรกิจสีดำแบ่งแยกกันชัดเจน ซึ่งธุรกิจสีขาวหมายถึงบริษัทที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ถึงจะสามารถที่จะเติบโตได้จริงๆ และ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ กำลังจะเป็นบริษัทที่จะเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงโดยปณิธานของดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ คือเราจะไม่ร้องขอให้ใครทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เราจะไม่ร้องขอให้ใครทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้ แต่เราจะทำให้เขาดูและให้เขาดูเราทำ


3.เท่าที่ทราบ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์เปิดมาเกือบเป็นเวลา 3 ปี ที่แน่นอนช่วงปีแรกคือปีแห่งการบุกเบิก ตอนนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้วทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ขอทราบได้ไหมครับว่าปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่และสำเร็จไปกี่เปอร์เซ็นแล้วครับ


ปีแรกของเราเริ่มได้ที่ 71 ล้านบาท ปีที่สอง 117 ล้านบาท ในส่วนปีที่สามคือปีนี้เองเราตั้งเป้าไว้ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งท่าหากเข้า 300 ล้านบาทถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้วเพราะทางอาจารย์เป็นคนพูดตรงๆ เป้าเราต้องตั้งไว้สูงเข้าไว้ก่อนสำเร็จไม่สำเร็จเราค่อยว่ากันแต่มันคือหนึ่งในแรงผลักดันที่ดีให้เราเข้าไปถึงจุดนั้นได้ท่าหากไม่ได้ใกล้เคียงก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ซึ่งปีหน้าปี 2556 นั้นทางผมตั้งเป้าไว้ พันล้านบาท ซึ่งทางผมมั่นใจว่าต้องได้ใกล้เคียงอย่างแน่นอน


4.ปี 2556 ที่จะถึงนี้มีวางแผนที่จะกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภคและแผนการตลาดวางไว้เป็นเช่นไรบ้างครับ


ปี 2556 ก็อย่างที่บอกครับตั้งเป้าไว้ พันล้านบาท ส่วนในแผนการตลาดนั้นผมเตรียมไว้ 4 ช่องทางคือ ช่องทางแรกทหารหารบก คือการ สปอนเซอร์นั่นเองเข้าไปประชิดตัวแนะนำกันตัวต่อตัว สองรบทางเรือคือเหมือนนำคนขึ้นเรือไปรบเช่นจัดประชุมตามแหล่งชุมชน มหาลัยต่างๆ ส่วนช่องทางที่สามคือการรบแบบใต้ดินเปรียบได้ดั่งโลกออนไลน์ ช่องทางที่สี่คือทหารอากาศเปรียบได้ดั่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งเราประชาสัมพันธ์คบทุกช่องทาง


5.ในปี 2558 ประเทศไทยเราจะเข้าร่วมกับสมาคมอาเซียน ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีวางแผนการในอนาคตระยะยาวตรงส่วนนี้ไว้บ้างแล้วหรือยังครับ


ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีความพร้อมเป็นอย่างมากหากมีการเปิดสมาคมอาเซียนเมื่อไรไม่ว่าด้านภาษาบนเว็บไซต์ทางเราได้เขียนเว็บไซต์รองรับภาษาไว้ถึง 63 ภาษา และมีการฝึกทีมงานในประเทศไทยอย่างดีและสินค้า ดีเบรม(D-Braime) จดลิขสิทธิ์ในต่างประเทศไว้ถึง 5 ประเทศด้วยกันแล้วได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม พม่า และ ลาว ตอนนี้เรามีแผนที่จะเปิดศูนย์สำนักงานอาเซียนที่จังหวัดขอนแก่นเป็นตึกของตัวเองงบการสร้างเป็นหลักร้อยล้านขึ้นไปและใช้ชื่อคอนเซ๊ปว่าศูนย์ประสารงานอาเซียน ซึ่งทางเราได้เตรียมแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว


6.สินค้าของทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีหลากหลายมากๆ โดยเฉพาะสินค้านวัตกรรมทางเราอยากทราบมากๆ ครับว่าท่าให้พูดถึงสินค้าที่เป็นพระเอกหรือสินค้ายอดฮิตของดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ เป็นสินค้าอะไรและมีสรรพคุณอะไรบ้าง


อาจารย์ขอพูดถึงคอนเซ็ปของสินค้าของเราต้องมีนโยบายหรือคอนเซ็ปก่อนอันดับแรกเลย ต้องเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ เราไม่นิยมเป็นผู้ตามเราต้องเป็นผู้นำทางการตลาด สองต้องเห็นผลลัพธ์อาจารย์มองว่าคนไทยกับคนต่างชาติการซื้อสินค้ามาบริโภคนั้นต่างกันคนต่างชาตินิยมการดูรายละเอียดจากงานวิจัยต่างๆ การอ้างอิงต่างๆ ส่วนคนไทยเน้นผลลัพธ์มากกว่า สามคือต้องมีลิขสิทธิ์เป็นของเราผู้เดียวต้องไม่มี สี่สินค้าต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อสะดวกในการจัดส่งเพราะปัจจุบันเราเน้นความรวดเร็วลูกค้าสั่งมาแล้วสินค้าสามารถถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วนั่นคือสิ่งที่เรามุ่งหวังเป็นอย่างมาก ห้าสินค้าต้องมีราคาเหมาะสมกับผู้บริโภคและเมมเบอร์ สุดท้ายสินค้าทุกตัวต้องเป็นรองรับตลาดอาเซียน สินค้าอันดับหนึ่งของเราคือ โกเรจิ้นส์ เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพดีผิวพรรณสวยงาม


7.ในเร็วๆ นี้จะมีเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมไหมครับ


ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นประจำอยู่แล้วครับ เร็วๆ นี้ก็ ดี คอนแท๊ค และ เยลลี่ กัมมี่ ครับซึ่งเป็นในส่วนของอาหารเสริมที่ยังไม่มีใครทำครับ


8.อยากทราบครับว่าทำไมแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตถึงต้องมาก้าวเดินร่วมกับทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ครับ


คอนเซ็ปของเราเมมเบอร์ประสบความสำเร็จเท่ากับคือความสำเร็จของบริษัทเช่นกัน และที่กล่าวไปในข้างต้นคือกฎ 5 ดี ของเรา คือ บริษัทดี สินค้าดี บุคลากรดี แผนดี และ ระบบดี ที่จะช่วยให้เมมเบอร์ของเราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


9.ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีอะไรที่อยากจะฝากทิ้งท้ายกับ www.thaimlmnews.com บ้างครับ


อาจารย์ขอฝากว่าการจะทำธุรกิจอะไรก็ตามขอให้มีความซื่อสัตย์ก่อนเป็นอันดับแรกหากเรามีความซื่อสัตย์ต่อผู้อื่นอาจารย์เชื่อได้เลยว่าธุรกิจนั้นอยู่ได้ เปรียบได้ดั่ง สามเหลี่ยมคุณธรรมคือ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อองค์กร และ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และทางอาจารย์ได้สร้างบริษัทที่สร้างมาจากพื้นฐานดั่งกล่าวขึ้นมาเพื่อเป็นขายตรงที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงอาจารย์เชื่อว่าการบริหารงานอย่างซื่อสัตย์และมีเมตตาธรรมค้ำจุนกันนั้นเป็นที่ดีและอาจารย์ก็นำมาใช้กับองค์กรของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : รุกตลาดงามครบวงจรเน้นกลยุทธ์แบบปากต่อปากปั๊มยอดขาย


ดี เน็ทเวิร์ค ส่ง Simile Growth Factor รุกตลาดความงาม โค้งสุดท้าย วางเป้าตั้งเป็นสินค้าพระเอกในกลุ่มสกินแคร์ คาดยอดขาย 500-1,000 กล่องต่อเดือน ด้านกิจกรรมการตลาดจัดหนักโปรฯ ท่องเที่ยวเอาใจสมาชิก ล่าสุดเตรียมเหินฟ้าสู่คุณหมิง ประเทศจีน พร้อมผู้ประสบความสำเร็จ 159 คนมากกว่าครั้งที่แล้วเกือบ 2 เท่า

นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์งานวิจัย ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากสถาบันวิจัยประเทศไต้หวัน โดยเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิวหน้า ที่มีชื่อว่า Simile Growth Factor

โดยเหตุผลสำคัญที่บริษัทได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ SIMILE COSMETOLOGY มาเจาะตลาดในประเทศไทย เพราะ ต้องการ ให้ดี เน็ทเวิร์ค มีสินค้าในกลุ่มบำรุงผิวหน้าครบวงจรทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำความ สะอาด การป้องกัน การบำรุง โดย SIMILE COSMETOLOGY จะอยู่ในขั้นตอนการบำรุงรักษา

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนผสมของ Growth Factor มากถึง 8 ชนิด การผลิตได้นำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพระดับ นาโน มาใช้ในการเพิ่มจำนวนของ Growth Factor ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้ง ซึ่ง Growth Factor ที่ผสมจะนำมาจาก Growth Factorและสารที่เป็นโปรตีน Peptide หลาย ชนิดทำงานร่วมกัน โดยผ่านการพิสูจน์ทาง วิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐาน นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ของสินค้าตัวนี้ยังทำมาจากหนังปลา เพื่อทดแทนการใช้พลาสติกที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผู้ใช้ ซึ่งการใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก

นายสาครยังกล่าวอีกว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิว อีกทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดเวลา หรือขั้นตอนการบำรุง ที่ยุ่งยาก ถือว่าเป็นสินค้านวัตกรรมระดับสูง แต่อยู่ในระดับราคาที่ลูกค้าทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันราคาข้างกล่องอยู่ที่ 3,900 บาท แต่ราคานักธุรกิจของดี เน็ทเวิร์ค จะเหลือเพียง 3,000 บาท ซึ่งตนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสินค้าตัวนี้จะสามารถแข่งขันในตลาดเอเชียได้ ซึ่งขณะนี้บริษัทถือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย

ด้านช่องทางในการทำตลาดบริษัทจะเน้นการทำตลาดแบบปากต่อปาก ใช้ดี แล้วบอกต่อ โดยตั้งเป้าว่าสินค้าตัวนี้จะเป็น สินค้าพระเอกในกลุ่มสกินแคร์ เพราะหลังจากทดลองตลาดมาเป็นเวลา 5-6 เดือนพบว่าได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่เดือนละ 500-1,000 กล่อง

นายสาคร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงกิจกรรมการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า บริษัทได้มีการจัดงานประดับเข็ม ให้กับสมาชิกในตำแหน่ง GOLD และ SILVER ซึ่งงานดังกล่าวจะมีการจัดขึ้นทุกๆ 3 เดือน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับ สมาชิกที่ประสบความสำเร็จ โดยในครั้งนี้มีผู้ขึ้นรับการประดับเข็มมากกว่า 60 คน ส่วนงานมอบเข็มครั้งใหญ่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคมปีหน้า

นอกจากนั้น ยังมีโปรฯ ส่งเสริมการขาย ซึ่งช่วงปลายปีนี้บริษัทมีโปรโมชั่น ท่องเที่ยวประเทศจีน โดยขณะนี้มีผู้ประสบความสำเร็จพิชิตคะแนน ได้ไปท่องเที่ยวที่คุณหมิง ประเทศจีนแล้วถึง 159 คน เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้วถึง 2 เท่า

ตนมองว่าการจัดโปรฯ ท่องเที่ยวให้แก่สมาชิก ถือเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของธุรกิจขายตรง ซึ่งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค จะมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในทุกๆ 4 เดือน โดยครั้งที่ผ่านมาทางบริษัทมีการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม มีผู้ผ่าน การแข่งขันเพียง 50 ท่าน จึงเห็นได้ว่าขณะ นี้มีจำนวนผู้ผ่านการแข่งขันมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของสมาชิก ดี เน็ทเวิร์ค ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ที่ผ่านการแข่งขันในครั้ง นี้ มีทั้งสมาชิกหน้าเก่าและหน้าใหม่ จะเริ่มเดิน ทางท่องเที่ยวในวันที่ 12-15 พฤศจิกายนนี้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1346 ประจำวันที่ 24-10-2012 ถึง26-10-2012

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : เร่งอัดแผนโค้งสุดท้าย ฟุ้งสิ้นปียอด ดีเบรม(D-Braime) แตะล้านกล่อง


ดี เน็ทเวิร์ค เดินหน้าผลักดันความร่วมมือรัฐบาลอินเดีย วิจัยพืชพรมมี สินค้าหัวหอกดีเบรมที่วาดเป้าสิ้นปียอดขาย 1 ล้านกล่อง คาดใน 3 ปียอดขาย 1 ล้านกล่องต่อเดือน รุกจัดกิจกรรมสร้งแบรนด์ดีเบรม กับการบริจากสินค้า 8,000 กล่อง ให้องค์กรต่างๆ พร้อมงัดแผนบุกตลาดโค้งท้ายปีกับแผนลุยทุกสื่อ บุกตลาดชั้นเดียว ควบจัดอบรมให้สมาชิก ชูยอดขาย 9 เดือนฟัน 170 ล้านบาท


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวถึงแผนความร่วมมือกับรัฐบาลอินเดียในการทำวิจัย และพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่ได้สารสกัดจากพืชพรมมี ว่า หลังจากบริษัทเปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 นั้บริษัทได้รับการอนิมัติจากรัฐบาลอินเดียในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 5 ประเทศในตลาด AEC ได้แก่ ไทย , สปป.ลาว , กัมพูชา , เวียดนาม และพม่า ดังนั้น แผนการตลาดจากนี้ไปคือการประชาสัมพันธ์เสริมอาหารดีเบรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะการนำผลวิจัยต่างๆ ที่ได้รับไปอ้างอิงในการทำตลาด


ล่าสุด บริษัทได้มอบผลิตภัณฑ์ดีเบรมจำนวน 2,000 กล่องมูลค่า 2 ล้านบาท ให้กับองค์กรศาสนา รวมถึงการเชิญชวนให้นักธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค ร่วมทำบุญในครั้งนี้ นอกจากนี้บริษัทได้รับบริจาคผลิตภัณฑ์ดีเบรมให้กับสำนักจุฬาราชมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วงานสาธารณสุข ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคความจำเสื่อมเบื้องต้นบริษทได้เตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อการบริจากครั้งนี้จำนวน 6,000 กล่อง


ที่ผ่านมาเราได้จัดประชุมเชิงวิชาการเป็นครั้งที่ 3 สำหรับสินค้าดีเบรมและครั้งล่าสุด Dr Hemant kiumar Singh นักวิจัยผู้ค้นคว้าและพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่เป็นผู้วิจัยสินค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับยีน และ ระบบเซลล์พันธุกรรม และในอนาคตจะมีผลวิจัยใหม่ ออกมาสู่ตลาดอีกครั้ง


อย่างไรก็ดี ภายหลังบริษัทได้เปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมียอดขายกว่า 100,000 กล่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 20-30% เป็นอันดับ 2 รองจากผลิตภัณฑ์โสม โกเรจินส์ ดี ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของบริษัท ดังนั้น จนถึงสิ้นปีบริษัทตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องและตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องต่อเดือน ในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป


สาคร กล่าวต่อไปว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่างหนัก ด้วยการรุกด้านการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อวิทยุชุมชน สื่อเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียม รวมถึงการทำตลาดผ่านช่องทางไทเกอร์ช้อปปิ้ง และการจัดอบรมให้กับนักธุรกิจ ที่เน้นอบรมในด้านการทำธุรกิจ การนำเสนอ ซึ่งแผนดังกล่าวบริษัทถือว่าเป็นองค์ประกอบการทำตลาดที่ครอบคลุม เพราะนอกจากบริษัทจะมีสินค้าดี และมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพออกสู่ตลาดแล้ว บริษัทยังรุกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ด้วยการผสมผสานผ่านการตลาดแบบหลายชั้น และแบบชั้นเดียวที่บริษัทเริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 ที่ผ่านมา


สำหรับเหตุผลหลักของการมองเห็นโอกาสของตลาดชั้นเดียว เนื่องจกที่ผ่านมาบริษัทมีสมาชิกหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะเภสัชกร ที่เปิดร้านขายยา ซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทด้ว ยดังนั้บริษัทจึงนำเสริมอาหารเข้าไปจำหน่ายในช่องทางร้านขายยาด้วยอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีในอนาคตบริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเด็กซึ่งคาดว่าจะเป็นเสริมอาหารเยลลี่ บำรุงสายตา


ภาพรวม ดี เน็ทเวิร์ค ปัจจันมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 40,000 รหัส แบ่งสัดส่วนเป็นจำนวนนักธุรกิจและสมาชิกที่มีอยดสั่งซื้อสินค้าประจำประมาณ 20% ฉะนั้น จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 รหัส ขณะที่ยอดขายของ ดี เน็ทเวิร์ค ในปีที่ผ่านมา ปิดยอด 110 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราทำยอดขายไปได้ 170 ล้านบาท สาคร กล่าว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (Dnetwork) : ฉีกแนวขายตรง ทำเครือข่ายผ่านร้านขายยา


ดี เน็ทเวิร์ค รุกตลาดครึ่งหลัง ลุยวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีท้องถิ่น และ ร้านขายยา แต่ยังคงเน้นตลาด เครือข่าย และจัดงาน The Power Leader สร้างความ แข็งแกร่งแก่ผู้นำปีละ 2 ครั้ง ดึงนวัตกรรมใหม่จากไต้หวัน เสริมทัพ รองรับการเปิดตลาด AEC ปี 2558


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท- เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการตลาด ครึ่งหลังของปีว่า บริษัทจะรุกเข้าไปทำการตลาดผ่าน สื่อวิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่นมากขึ้น รวมไปถึงการ สง่ เสริมใหส้ มาชิกนำ สินค้า เข้าไปวางจำหน่ายผ่านร้าน ขายยา โดยบริษัทจะเน้นการให้คำแนะนำกลุ่มดังกล่าวให้เข้ามาเป็นสมาชิกมากกว่าการเป็นตัวแทน จำหน่าย


ทั้งนี้ การรุกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มดังกล่าว มากขึ้น บริษัทพบว่าผู้ประกอบการในธุรกิจกลุ่ม ดังกล่าวได้ให้ความสนใจกับธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น และบริษัทได้มองเห็นโอกาสในการเป็นแนวทางใหม่ สำหรับธุรกิจ โดยจะให้สมาชิกเป็นเสมือนศูนย์ขายส่ง สินค้า แต่ใช้แผนธุรกิจแบบเครือข่าย และการเข้าไป ทำตลาดในกลุ่มร้านขายยาจะเป็นการดำเนินงานของ สมาชิก


นอกจากนี้บริษัทจะยังเน้นการประชุมสัมมนา ให้กับสมาชิก ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานประชุมขึ้นที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย- จุฬาภรณ์ โดยใช้ชื่องานประชุมว่า The Power Leader เป็นการจัดการประชุมระดับผู้นำ เพื่อต้องการ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ การแจ้งข่าวสาร ของบริษัท การเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการพบปะ ระหว่างผู้นำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่ง งานดังกล่าวจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในส่วนของการจัด งานดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ D-CONTACT ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา ผลงานวิจัย ล่าสุดจากสถาบันวิจัยประเทศไต้หวัน หนึ่งในแผนการ ตลาดของบริษัทที่ต้องการนำสินค้านวัตกรรมใหม่ ที่มี ความหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างแท้จริง


การที่เราเลือกสินค้าดังกล่าวเข้ามาทำตลาด ในประเทศไทย มองว่ามูลค่าทางการตลาดของสินค้า กลุ่มนี้ค่อนข้างสูงหรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000- 6,000 ล้านบาท บวกกับในปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีปัญหา ทางด้านสายตาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังไม่มี บริษัทใดให้ความสนใจที่จะทำสินค้าในกลุ่มนี้อย่าง จริงจัง เราจึงคาดหวังว่า D-CONTACT จะสามารถ ขายได้ 30,000 กล่องภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะออกสินค้า ใหม่ เกี่ยวกับการบำรุงสายตาในรูปแบบเจล พร้อมรับ ประทาน สำหรับผู้บริโภคในกลุ่มเด็ก ซึ่งบริษัทมองว่า เด็กในทุกวันนี้ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้นและทำให้ สายตาเสื่อมเร็ว ดังนั้น การนำสินค้าเกี่ยวกับการบำรุง สายตามาทำตลาด บริษัทคาดว่าจะได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเลือกนำเข้าสินค้า กลมุ่ นวัตกรรมใหม่ เนื่องจากการเตรียมความพร้อม รองรับการแข่งขันของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งบริษัทมองว่าเมื่อเปิด ตลาด AEC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สินค้าของบริษัท ต้องเป็นสินค้าที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ ได้ ดังนั้น สินค้าจึงจำเป็นต้องเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และเป็นสินค้าที่เห็นผลได้จริง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (DNetwork) : 3 เกลอร่วมสร้าง "ดี เน็ทเวิร์ค (D Network)" สืบทอดทายาท 2 ปีสำเร็จ - กลับทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่คืนถิ่น


3 นักบริหารขายตรงมืออาชีพวางผังบริหาร ดีเน็ทเวิร์ค เฉียบหลังผ่านงานบริหารขายตรงมากว่า 22 ปี...2 ปีที่ซุ่มเงียบสร้างรังวัดเดินในตลาดขายตรงได้สวยพร้อมเปิดอาณาจักรยิ่งใหญ่ต้อนรับ...ต่อยอดความฝันสร้างขายตรงเป็นมรดกตกทอดได้จริงภายใต้นวัตกรรมสินค้าใหม่แกะกล่องอิงกระแสผู้นำแต่ไม่ขอตามเทรนด์อีกไม่นานขอทวงความยิ่งใหญ่คืนสู่เหย้าวงการขายตรงไทย 2 ปีเศษ...ที่ซุ่มเงียบ ภายใต้บ้านหลังใหม่ ดี เน็ทเวิร์ค ซึ่งนำทัพโดย สาคร ใสกมล ผู้สร้างตำนานขายตรงให้รวยมานับไม่ถ้วน จากน้ำมือบริหารของเขาผู้นี้ หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตกาล 12 กว่าปีที่ผันผ่าน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักมือบริหารท่านนี้ เพราะได้สร้างตำนานขายตรงให้สำเร็จไปแล้วหลายบริษัท แต่ทุก ๆ หนทางที่ร่วมสร้าง กลับไม่ใช่เป้าที่ตั้งใจคิด...


เพราะเป้าใหญ่ที่วางไว้ มันไม่ใช่เงินตรา แต่มันเป็นขายตรงที่ต้องสืบทอดมรดกให้กับทายาทที่สัมผัสได้จริง แต่กับสิ่งที่เคยบริหาร เคยเห็น เคยกระทำ และเคยสัมผัส บอกได้คำเดียวว่า มันไม่ใช่เมื่อเล่นบท มือปืนรับจ้าง จนเปลืองมือ และไม่สำเร็จสมหวังดังตั้งใจ สาคร จึงหันหลังกลับให้กับวงการ แต่การหันหลังกลับครั้งนี้ ไม่ใช่หายแล้วหายลับ แต่เป็นการกลับไปนั่งตรึกและไตร่ตรองใหม่ เพราะบนเส้นทางขายตรงที่เหยียบย่ำมานานแสนนานกว่า 22 ปี มันกลับไม่มีอะไรดีขึ้น..


ประจวบเหมาะกับเพื่อนเกลอ 2 คน ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับวงการขายตรง ถึงแม้ว่าจะยอมรับว่าขายตรงมี มนต์เสน่ห์ แต่ไม่เคยมีค่ายไหน ตอบโจทย์ให้กับคนทั้งคู่ได้อีกเช่นเดียวกัน...ขณะที่เพื่อนผองน้องพี่ที่ร่วมต่อสู้กันมา ต่างได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า


เมื่อ 3 เกลอที่พบแต่ความอกหัก...ถึงจะวางมือ แต่ใจยังไม่เคยหยุดพัก...เพราะทุกคนต่างอยากสร้างขายตรงในฝันบนถนนนวมินทร์ตัดใหม่ (สุวินทวงศ์)...จึงกลายเป็นฐานที่มั่นของ 3 เกลอที่จะร่วมสร้างตำนานขายตรงในฝัน เพื่อต้องการให้ขายตรงสืบทอดสู่รุ่นทายาทได้อย่างแท้จริง...บัดนี้ เวลาก้าวล่วงมานาน 2 ปี ถึงแม้จะไม่สำเร็จอย่างเต็มใบ แต่ก็สามารถก่อร่างสร้างตัว เป็นองค์กรขายตรงตามที่ใฝ่ฝันได้สำเร็จไปแล้วเปราะหนึ่ง


ย้อนรอยตำนาน 3 เกลอ
ล้วนผ่านงานบริหารยิ่งใหญ่
ตำนานแรกที่จะกล่าวถึง นั่นคือ สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่บ่มเพาะประสบการณ์ในวงการขายตรงมากว่า 22 ปี ได้กล่าวย้อนอดีตผ่านรายการ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ชีวิตเริ่มต้นจากการเข้าสู่วงการขายตรงมานานหลายปี เป็นทั้งผู้นำ เป็นทั้งผู้บริหาร จึงตกผลึกทางความคิดว่า เสน่ห์ของขายตรงมันดี แต่ด้วยที่ว่า เราเป็นคนเครือข่ายโดยอาชีพ มองว่าบริษัทขายตรงที่โดนใจพอที่จะให้แม่ทีมเกษียณได้จริง ๆ ยังไม่มีในระยะเวลา 22 ปีที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้


และมันยังไม่ถึงที่สุดของชีวิต วันนี้ เราต้องการจะสร้างบริษัท ที่เรียกได้ว่า เป็นต้นตำนาน จึงเริ่มจากการสร้างบุคลากรขายตรง สร้างคนขึ้นมา เพราะมองว่าบุคลากรขายตรงที่เป็นมืออาชีพจริง ๆ ยังมีไม่เยอะ ทีมเราจึงต้องการจะปักหลัก เริ่มจากการสร้างคน สร้างศูนย์รวมบุคลากรมืออาชีพ นี่คือความคิดแรกของที่มาคำว่า ดี และต้องดีทุกอย่างด้วย ทั้งบริษัท สินค้า แผน ซึ่งโดยรวมแล้วเราเรียกว่า เป็นเครือข่ายที่ดีนั่นเอง ผลตอบรับในภาคสนามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ถือว่าดีมาก ๆ


หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด ย้อนถึงอดีต 21 ปีที่ผันผ่าน ณ จุดเริ่มต้นก่อนจะมีไอเดียตรงนี้ออกมา เริ่มมาจากงานคิดก่อนว่า องค์กรของเราถ้าจะประสบความสำเร็จมีมูลค่าเป็นพันล้าน หรือว่าหมื่นล้าน มันควรจะดีไซน์หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องมีให้ครอบคลุมถึง 5 ส่วนใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์, บริษัท, แผนการตลาด หรือระบบการพัฒนาบุคลากร และก็เรื่องบุคลากรที่เลือกมาให้เกี่ยวข้องกับงาน ว่าแต่ละส่วนนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไร เพราะเราต้องการหล่อหลอมสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ภายใต้ บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด


สิ่งที่ผ่านมาในอดีต เราเดินไปพบบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ตัวเราไปได้ไม่ไกล เพราะสเต็ปที่มีรายได้แล้วประสบความสำเร็จอยู่ที่จำนวน 6 หลัก ตอนนั้นผมอายุแค่ 20 ต้น ๆ แต่สุดท้ายบริษัทก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ต้นเหตุเพราะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง เราจึงพยายามหาวิธีการ และสร้างทีมงานที่มีความมุ่งมั่นมาตลอด โดยแต่ละที่ผมยืนปักหลักเป็น 10 ปี เพื่อร่วมสร้างบุคลากร สร้างทีมงาน สร้างระบบการอบรม สร้างให้เป็นหัวใจหลัก


แต่ก็มีปัญหาอยู่ 2 ข้อที่ไม่สำเร็จ เพราะ 1. แผนการตลาดยาก ปัญหาที่ 2 คือเราประสบความสำเร็จ เพราะว่าแผนมันง่าย แต่ว่าบริษัทอยู่ได้ไม่นาน เราจึงต้องการสร้างบริษัทที่เราสำเร็จและสมาชิกก็สำเร็จด้วยกัน ซึ่งเป็นบริษัทที่เราร่วมสร้างกันมา ภายใต้ชื่อที่บังคับอยู่แล้ว ว่า ต้อง ดี ตามชื่อที่เราตั้ง


ผู้ร่วมก่อตั้งท่านสุดท้าย อุทัย แจ่มฟ้า ที่ผาดโผนในยุทธจักรขายตรงมา 22 ปี มีจุดยืนภายใต้โจทย์เดียวกันคือ เมื่อคุณทำเครือข่าย คุณต้องเกษียณที่นี่ได้จริง ๆ เพราะโดยปกติคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่าย ทุกคนคิดเหมือนกันว่า ทำแล้วต้องเกษียณ ทำแล้ววันหนึ่งสามารถหยุดพักแล้ว และเป็นมรดกตกทอดให้กับทายาทได้ ฉะนั้น ตอนที่เราเริ่มต้นสร้าง เราก็มีความฝันกันอย่างนั้นจริง ๆ


จากอดีตเราเคยอยู่ในบทบาทของนักธุรกิจ บทบาทของผู้นำ ก็เคยพูดมาตลอดว่า ธุรกิจเครือข่ายมันเป็นมรดกตกทอดได้ แต่พอเราทำไปสักระยะหนึ่ง มรดกมันหายไปไหน ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง มันก็เหมือนกับว่า จากที่เราเคยพูด หลายคนก็สงสัยว่ามรดกในเครือข่ายมีจริงไหม นี่คือเหตุผลและความตั้งใจที่จะสร้าง ดี เน็ทเวิร์ค ให้คนเครือข่ายได้เข้าใจและเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะเป็นมรดกให้กับทายาทของท่านได้จริง ๆ


โดยเราตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจนี้ ให้เป็นธุรกิจขายตรงเป็นตำนาน อย่างที่ท่านประธานสาครได้กล่าวไว้ จะไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่เดินทางไปสู่รุ่นหลานและส่งต่อไปอีกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยแนวคิดนี้ จึงกลายเป็นแนวคิดที่มีคุณค่าจากประสบการณ์ที่เพาะบ่มมากว่า 20 และเป็นประสบการณ์แห่งความสำเร็จด้วย เพราะถูกหล่อหลอมและต้องการตกผลึกทางความคิด ก่อกำเนิดเป็นบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นมา


ชูนวัตกรรมใหม่ล้วนๆ
ไม่เน้นสินค้าตามกระแส
บอสผู้นำทัพ สาคร ได้กล่าวถึงการเซ็ตยุทธศาสตร์ ภายหลังจากการดรีมทีมลงตัวว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไป นั่นคือ การเฟ้นหาผลิตภัณฑ์หลักที่จะชักนำองค์กรก้าวสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้า ดี เน็ทเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นมา ภายใต้นวัตกรรมที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ข้อแรก คือ 1. เป็นนวัตกรรมสินค้าใหม่ 2. นวัตกรรมด้านการตลาดหรือแผนการตลาด ภายใต้นโยบาย 6 ข้อดังนี้คือ


1. การเลือกเฟ้นสินค้าต้องมีนวัตกรรม 2 . ต้องเห็นผลลัพธ์ บางครั้งนวัตกรรมดี แต่ว่าไม่มีผลลัพธ์ไม่ได้ เพราะว่าตลาดขายตรงในประเทศไทย สินค้าต้องตอบโจทย์ทันที คือทานแล้วเห็นผลเพียงไม่กี่วัน แต่หลาย ๆ เดือนคงจะไม่ได้ 3. เมื่อขายดีแล้วลิขสิทธิ์ต้องเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เพื่อเอื้อให้นักธุรกิจของเราตลอดไป และไม่ทำให้แบรนด์เสียหายหรือเสียไปให้คนอื่น 4. ที่สำคัญสินค้าต้องเบาด้วย เพราะจะสะดวกต่อการขนส่ง 5. นั่นคือ เรื่องของราคา ต้องเอื้อกับลูกค้า สินค้าดีต้องราคาไม่แพง 6. นวัตกรรมต้องรองรับตลาดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคต เป็นนวัตกรรมที่จะแข่งกับคู่แข่งในตลาดอาเซียนที่จะเข้ามาได้


ถามว่า ทำไมต้องเน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรม เพราะว่าเรามองสินค้าในธุรกิจเครือข่ายมีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ที่บริษัทไม่มุ่งเน้นทำ นั่นคือ สินค้าทั่ว ๆ ไป เพราะเราต้องทำแข่งกับขายปลีก และต้องทำแข่งกับขายตรงด้วยกัน มันก็จะเหนื่อย สินค้ากลุ่มที่ 2 ก็คือ สินค้าตามกระแส หากสินค้าตัวไหนขายดี เพียงแค่ก็อบปี้เพิ่มสูตรนิด ๆ หน่อย ๆ หากเขาเป็นจ้าวตลาด เราตามไม่ทันอยู่แล้ว


ดี เน็ทเวิร์ค จึงเลือกสินค้ากลุ่มที่ 3 นั่นคือ สินค้าที่นำกระแส เพื่อต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ ที่สำคัญต้องเป็นสินค้าที่ไม่มีในท้องตลาด ถึงจะเรียกว่า ดีมานด์สูงซัพพลายต่ำ นั่นถึงจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของท้องตลาดได้ ฉะนั้น ต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและ เลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ อัตลักษณ์ของ ดี เน็ทเวิร์ค บุคลิกของเราต้องเป็นเช่นนี้


เมื่อคิดโจทย์ได้ดังนี้ เราจึงวางแผนโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แต่ต้องบอกก่อนว่าการทำพีอาร์ผ่านสื่อเหมือนเป็นการรบทางอากาศ ซึ่งตอนนี้มีนักธุรกิจของเรากระจายสินค้าผ่านสื่อต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่ยังไม่เป็นตลาดแมส นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะนำสินค้าผ่านสื่อมากขึ้น จากเดิมที่เราใช้ระบบปากต่อปาก 1 ต่อ 1 เสมือนว่าเรารบบนบกอยู่แล้ว เมื่อเราใช้สื่อก็เป็นการรบในการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น


ภูมิสนอง กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นการเลือกเฟ้นสินค้าว่า ด้วยภาวการณ์ตอนนี้ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สินค้าเพื่อสุขภาพมีการเติบโตขึ้นทุกปีประมาณ 20% เค้กถูกแบ่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ครึ่งหนึ่งจากอาหารเสริม


และในยุคของอาหารเสริมแบ่งออกเป็น 3 ยุค นั่นคือ ยุคที่ 1. เรียกว่ายุคของการฟื้นฟูเซลล์ ยุคนี้เป็นยุคประมาณปี 90 หรือว่า 200 ปีที่แล้ว ซึ่งสินค้าประเภทนี้ถือว่าเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ยุคที่ 2. เรียกว่า ลุคยัง คืออ่อนกว่าวัย เมื่อทานสินค้าแล้วดูอ่อนเยาว์ลง ส่วนยุคที่ 3. เรียกว่า ยุค feel young ที่แปลว่าความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกของเรากลับมา ไม่ใช่เพียงแค่หน้าตา คือทานสินค้าไปแล้วคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาวกลับมา นี่คือสเต็ปของอาหารเสริม ต้องบอกว่าเทรนด์ของเราอยู่ในยุคที่ 3 ฉะนั้น จะต้องทำการบ้านให้ดีและอย่างหนัก


ดังนั้น สินค้าที่เริ่มต้นก็จะเป็น โกเรจินส์ เป็นตัวแรกที่นำเข้ามาตีตลาดมีสรรพคุณอยู่ 7 อย่าง ซึ่งขณะนั้นโสมตลาดยังไม่ตาย เพราะมันเป็นราชาสมุนไพร เป็นนวัตกรรมที่นำเข้ามาจากเยอรมัน มีการผสมผสานระหว่างหยินและหยาง คือปกติถ้าทานหลายเม็ดจะร้อน แต่ตัวโกเรจินส์ไม่เป็นไร ตัวนี้จะขายดีมาก เพราะว่าโสมปลูกที่เกาหลี แต่ได้นวัตกรรมจากเยอรมัน แล้วนำมาประกอบที่บ้านเราที่มีส่วนผสม 7 อย่าง นี่ถือว่าเป็นสินค้าพระเอกของเรา ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่มีการผสมโสมหยินและหยางรวมกัน ที่เป็น 1 เดียวด้วย


และสินค้าอีกตัวหนึ่งที่เรากำลังโปรโมทหนัก นั่นก็คือ สินค้า ดี - เบลม (D-BARIME) หรือมาจากคำว่า Brain ที่แปลว่าสมอง บวกกับคำว่า Memory เอา 2 คำนี้มารวมกัน นั่นก็หมายความว่า สมองดีมาก ความจำดีมาก ซึ่งหากจะมองในส่วนของดีมานด์และซัพพลาย ตอนนี้ตลาดให้ความสนใจมากในเรื่องของสมอง ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยทำงาน หรือ วัยผู้ใหญ่ ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้


สิ่งที่สำคัญสินค้าตัวนี้มีงานวิจัยจากทางรัฐบาลอินเดีย มี CDRI ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าของรัฐบาลอินเดีย เป็นสินค้าระดับสากล CDRI ย่อมาจาก the Central Drug Research Institute เปรียบเสมือน องค์การเภสัชบ้านเรา เป็นองค์การส่วนกลางที่มีมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็มาทำวิจัยด้วย ดังนั้น เป้าหมายที่มีการนำสินค้าตัวนี้เข้ามา ก็คือ ต้องการที่จะพัฒนาไอคิว ความจำในการเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งเรามีการทดลองก่อนที่จะนำมาจำหน่าย ผลจากการเทสต์กับเด็ก พบว่ามีผลการเรียนที่ดีขึ้น บางคนที่เรียนได้เกรด 2 ก็ขยับเป็นเกรด 4 กันเกือบทุกวิชา เหตุผลเพราะการทานอาหารเสริมตัวนี้ และในวัยทำงานที่หลง ๆ ลืม ๆ เครียด ทำงานมาก พักผ่อนน้อย สินค้าตัวนี้จะทำให้ปลายประสาทผ่อนคลายสำหรับวัยทำงาน 1 วัน สามารถทานได้ 6 เม็ด หรือแม้กระทั่งคนที่อายุมากหรือความจำเสื่อม ก็สามารถฟื้นความจำกลับมาได้


นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่เป็นเยลลี่ กัมมี่ บรรจุสารอาหารที่เด็ก ๆ ไม่ชอบทานแคปซูลหรือเม็ด ก็ทำการผลิตในรูปแบบเยลลี่แทน สารอาหารอีกตัวหนึ่งจะเป็นอาหารเสริมในรูปแบบของลูกอมไว้สำหรับเคี้ยว สามารถซึมใต้ลิ้นได้ เพราะมีสารอาหารเข้มข้นสูงมาก และยังมีสินค้าอีกหลากหลายรายการที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิก ภายใต้สินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นจุดยืน


ส่วนตัวเลขความเคลื่อน ไหวกับอัตราการเติบโตของสมาชิก อุทัย กล่าวต่อว่า สมาชิกให้การตอบรับที่ดีมาก ตอนนี้มีการสมัครประมาณ 40,000 สมัคร 1 คน 1 รหัส ซึ่งจะเป็นครอบครัว สามี - ภรรยาได้ก็นับเป็นรหัสเดียว เพราะธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจของครอบครัว โดย 1 รหัสสามารถทำงานได้ทั่วโลก ด้วยศักยภาพแผนการตลาดของเรา สามารถทำธุรกิจแบบ ONE CODE ONE WORLD ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ


นอกจากการสร้างนวัต กรรมใหม่ในส่วนของผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มาอยู่กับเราจะต้องสำเร็จได้ จึงมีการสร้างความสำเร็จด้วยระบบหลักสูตร สร้างคนรุ่นใหม่ ซึ่งตอนนี้เรามีทั้งหมด 28 หลักสูตร ถือว่าไม่เยอะ หลังสัมผัสหลักสูตรเครือข่ายมานานกว่า 22 ปี ความรู้ในธุรกิจเครือข่ายยังต้องศึกษาอีกเยอะ จึงอยากให้คนที่เข้ามาอยู่กับเราแล้วมีความรู้ ซึ่งความรู้นี่สำคัญมาก เราต้องการให้คนที่มั่นใจในอาชีพนี้ เพราะยิ่งถ้ามีความรู้มากเท่าใด ก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะเห็นว่าธุรกิจนี้มีความสวยงาม


หลังจากที่เราใช้ระบบสร้างความสำเร็จ ทำให้วันนี้เราเห็นชัดเจนสำหรับสมาชิกที่สำเร็จมีรายได้ร่วม ๆ หลักแสนขึ้นไป มีกว่า 20 รหัส ที่สำคัญยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสหรือทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนมีมากถึง 60% เลยทีเดียว ฉะนั้น คนรุ่นเก่าที่ตามมาก็จะสำเร็จได้ง่าย


จริง ๆ แล้วเราต้องการจะเปิดโอกาสให้กับคนทุกรุ่น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ คือต้องการแก้ไขปัญหาที่หลายคนกังวลว่า สามารถทำธุรกิจเครือข่ายรวยได้จริงหรือ ก็จะมีคนหลาย ๆ คนที่ไม่มั่นใจ นี่คือการแก้โจทย์ที่เห็นภาพในส่วนนี้ และแผนการตลาดของเราต้องเอื้อและเป็นไปตามธรรมชาติด้วย จากนั้นก็จะซัพพอร์ตผ่านโปรโมชั่นต่าง ๆ แล้วเติมด้วยกลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ซึ่งเหมาะกับบุคลิกของคนไทย จึงสามารถทำตลาดให้ตรงกับความต้องการของคนไทยมากที่สุด


ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้เน้นย้ำเรื่องนี้เหมือนกับหลาย ๆ บริษัท เพราะโดยธรรมชาติการท่องเที่ยวต้องล้อไปกับอาชีพเครือข่ายอยู่แล้ว เนื่องจากคนที่ทำเครือข่ายบางคนชอบท่องเที่ยว เพราะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวฟรี ที่ผ่านมาเราได้ท่องเที่ยวไปแล้ว 3 ประเทศด้วยกัน คือ 1. ฮ่องกง มาเก๊า 2. มาเลเซีย 3. เวียดนาม และเร็ว ๆ นี้จะไปเที่ยวที่คุนหมิงประเทศจีน ส่วนปลายเดือนพฤศจิกายนจะไปแถบทวีปยุโรป อาทิ อิตาลี ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งการทำงานเพียงแค่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก แล้วก็ทำผลงานตามที่บริษัทกำหนด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ยาก ขณะนี้มีสมาชิกที่พิชิตโปรโมชั่นคุนหมิงกว่า 60 คน ส่วนโปรโมชั่นไปยุโรปก็มีประมาณ 10 ท่าน และที่สำคัญยังสามารถเก็บคะแนนลุ้นรางวัลท่องเที่ยวได้อย่างไม่มีลิมิต


ล่าสุด บริษัทได้จัดงานรวมพลรวมพลังจากผู้นำทั่วประเทศรวมกัน 100 กว่าท่าน เพื่อจะทำธุรกิจในเชิงรุก รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ท่าน การจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นการจัดนอกสถานที่ โดยปกติจะจัดที่บริษัทกลุ่มย่อย 100 -150 คน แต่การจัดครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานใหญ่สุดเป็นครั้งแรกที่เปิดหลักสูตร Power leader ณ ศูนย์วิจัยสถาบันจุฬาภรณ์ ถือเป็นการรวมผู้นำ เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโต พลังคนคือจุดสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ


ขณะนี้ฐานผู้นำเรากระจายอยู่ทุกภาคทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ ใต้ และกลาง มีทั้งผู้นำเก่าและใหม่ที่เข้าสู่ธุรกิจก็สำเร็จระดับหนึ่ง มีรายได้จากหลักหมื่นสู่หลักแสนบาท ฉะนั้น การจัดหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการสร้างแรงบันดาลใจกับนักธุรกิจที่เป็นแกนนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อกระจายข่าวสารต่าง ๆ ออกไป


รวมถึงการเปิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อีก 1 ตัว นั่นคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงสายตา ซึ่งเราได้เชิญตัวแทนจากต่างประเทศชาวแคนนาดา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ D contact ซึ่งมีศูนย์วิจัยตั้งอยู่ในหลายประเทศด้วยกัน อาทิ ฝรั่งเศส, แคนนาดา, สวิตเซอร์แลนด์, และ ไต้หวัน นี่คือ 4 สาขาศูนย์วิจัยของไต้หวัน เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงกระจกตา สายตาสั้น และสายตายาว เป้าหมายสิ้นปี 30,000 กล่องขึ้นไป พ่วงด้วยกลยุทธ์การบุกตลาดวิทยุชุมชน เพื่อต้องการกระจายข่าวสาร ตอนนี้มี 500 สถานีที่ตอบรับกลับมา


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555