ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mlm news แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mlm news แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“เอเชีย สุพรีม” เมินเศรษฐกิจ ดัน I-Cally ทะลุ 4 ล้านบาท







mlm21 (Mobile)

ในสภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำลงพฤติกรรมการซื้อขายของผู้บริโภคมีการชะลอตัว แต่ในธุรกิจขายตรงยังยืนหยัดอยู่บนสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ได้อย่างมั่นคง รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตขึ้นอีกในอนาคต


หากกล่าวถึงแบรนด์ที่สามารถเติบโตได้ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ในตอนนี้ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มั่นใจในสินค้าทุกชิ้นของบริษัท ที่มีการรับรองคุณสภาพสินค้าด้วยงานวิจัย กระกอบกับการวางกลยุทธ์ทางการตลาด ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจมีปัญหาน้อยมากเพียงใดก็ตาม เอเชียสุพรีม ยังมั่นใจอย่างแน่วแน่ที่จะสามารถเจริญเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจที่แย่ได้เป็นอย่างดี


นายสุธีร์ รัตนนาคินท์ ประธานบริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวว่าโดยปกติ บริษัทได้มีการออกสินค้าใหม่ทุกๆ ไตรมาส ทุกสินค้าที่ทำการเปิดตัวออกมาล้วนเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่รับรองคุณภาพด้วยงานวิจัย เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในตัวสินค้า รวมถึงการออกสินค้าตามกระแสนิยมที่สามารถดึงความต้องการของตลาดและสนองความต้องการผู้บริโภคได้อีกด้วย โดยล่าสุดบริษัทได้ออกไลน์สินค้าใหม่ชื่อว่า I-Cally ที่ได้เปิดตัวออกมาท่ามกลางกระแส “คอลลาเจน ฟีเวอร์” ซึ่งนวัตกรรมหลักของ I-Cally เน้นเรื่องส่วนผสมสารตั้งต้นที่มากด้วยประสิทธิภาพ ในอีกด้านหนึ่ง I-Cally มีความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด เพราะ I-Cally เป็นคอลลาเจน ที่มีสารสกัดจากผลไม้รวม โดยเฉพาะ “ผลแอปเปิ้ล” ที่ให้แคลเซียมและคอลลาเนแก่ร่างกาย ช่วยสร้างคุณประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพและผิวพรรณได้ในเวลาเดียวกัน


“เรามีการคาดหวังไว้ว่า I-Cally จะเป็นสินค้าเด่นที่สร้าชื่อเสียงให้เอเชีย สุพรีมในช่วงปลายปี การเปิดตัว I-Cally ครั้งนี้เราเชื่อว่า I-Cally สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 4 ล้านบาท นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม เอเชีย สุพรีม มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยครั้งนี้เป็นสินค้าในกลุ่มสกินแคร์ นำเข้าจากประเทศเกาหลี ซึ่งหมายความว่าในทุกๆ 3 เดือน เอเชีย สุพรีมจะมี สินค้านวัตกรรมใหม่จากในประเทศไทยและต่างประเทศเข้ามาเพื่อทำการเปิดตัว” ประธาน บริษัท เอเชีย สุพรีม กล่าว


อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขัน ทางการตลาดที่ทวีความรุนแรงและได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อตัวสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้แผนกลยุทธ์ต่างๆ กลายเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ประกอบการธุรกิจที่ผู้บริหารนำมาสรรสร้างเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจและ “เอเชีย สุพรีม” ก็ได้มีการสร้างสรรค์กลยุทธ์ในการรับมือกับความรุนแรงของการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน


จากโจทย์หินนี้ “นายสุธีร์” ได้กางแผนรุกตลาดพร้อมเผย แนวคิดที่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ I-Cally ที่เกิดมาในช่วงนี้ได้รับการยอมรับจากกลุ่มสมาชิกในบริษัท ด้วยการรณรงค์สร้างแบรนด์ผ่าน “เอเชีย ทีวี” เป็นสถานีโทรทัศน์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ซึ่งเป็นสื่อหลักในการกระจายข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในบริษัทให้กับเหล่าสมาชิกและผู้บริโภคได้รับทราบถึงศักยาภาพคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยคุณภาพรวมถึงการสร้างฐานธุรกิจผ่านสื่อออนไลน์ ที่มีระบบสื่อสารมวลชนเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ เอเชีย สุพรีม ได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อรองรับโลกที่มีความก้าวล้ำยุคเทคโนโลยีและสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยรองรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น


ด้านยอดขายที่คาดไว้ในปีนี้ ประธานบริษัท เอเชีย สุพรีม กล่าวว่า เดิมทีเอเชีย สุพรีม วางเป้าหมายไว้ที่ 300 ล้านบาท สืบเนื่องจากความล่าช้าในการออกผลิตภัณฑ์บางกลุ่มทำให้มีการลดเป้าหมายของยอดขายเหลือแค่ 200 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของรายได้หลักประมาณร้อยละ 80 มาจากตลาดของเอเชีย สุพรีมในต่างจังหวัดได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.หาดใหญ่ และร้อยละ 20 มาจากสาขาในกรุงเทพมหานครซึ่งเอเชีย สุพรีมใน จ.หาดใหญ่ เป็นสาขาที่มีการเจริญเติบโตทางการตลาดและทำรายได้ให้บริษัทมากที่สุด


ในปี 2557 เอเชีย สุพรีมมีการขยายตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะเดียวกันบริษัทจะทำการขยายตลาดไปในภูมิภาคเอเชีย(AEC) ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย สปป.ลาว เมียนมาร์และกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นการเติมเต็มช่องว่างที่เหลืออยู่ให้กับบริษัท


ภาพรวมของเอเชีย สุพรีมตลอดทั้งปี 2556 อ.สุธีร์เผยว่า “ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา เอเชีย สุพรีม เติบโตได้เกิน 70% ของเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในเรื่องของยอดขายบริษัทที่ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างน่าพอใจและในส่วนของฐานสมาชิก ซึ่งฐานสมาชิกในปีนี้มีการขยายตัวมากถึง 12,000รหัส”


นอกจากนี้ยังมองว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบธุรกิจขายตรง ซึ่งเอเชีย สุพรีม เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้เกิดแรงผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบคือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในลักษณะการจัดท่องเที่ยว เพื่อสมาชิกได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหัวใจหลักในการสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับองค์กร


ไม่ใช่แค่การทำยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายหรือแค่สร้างฐานสมาชิกให้ขยายไปตามที่หวังถึงจะประสบความสำเร็จได้ หากแต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาด้วยกับความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกที่ดีต่อกัน บริษัทนั้นก็มิอาจเดินไปถึงฝั่งอย่างสมบูรณ์แบบ


 


 


Credit By: นสพ.ลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่ 235 ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2556  

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สงคราม MLM ครึ่งปีแรก "รัฐ-เอกชน-สมาคม" สลับกันเด่น พาวงการร้อน!!

 


 








network-marketing-opportunities (Mobile)

จับประเด็น 6 เดือนแรกปี 56 ภาครัฐอย่าง "สคบ." ได้ผลงานนโยบายรณรงค์ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." ผ่านฉลุย 29 บริษัทขายตรงผ่านสเป็ก รับมอบเรียบร้อย ด้านเอกชน "นีโอ ไลฟ์" จัดงานใหญ่ต่อเนื่อง พร้อมสานต่อ "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" เด็กมัธยมร่วมประกวดร้อง เต้น ชิงรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท "นู สกิน" เปิดตัวโฆษณาฟรีทีวีตัวแรก นับตั้งแต่ตั้งสาขาไทย "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหักจากคู่รัก เปลี่ยนเป็นคู่แค้น ฝั่งสมาคมขายตรงกลายเป็น 4 ก๊ก หลัง TDNA เปิดตัวหนุนรัฐแก้กฎหมาย ตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ ด้าน TDSA ชิงหาแนวร่วมตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" ตัดหน้า TSDA


+ สคบ. ยิ้มร่า 29 บ. น้อมรับ "ตราสัญลักษณ์"
"สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)" ดูจะอิ่มเอิบเป็นที่สุด ภายใต้การบริหารของ "จิรชัย มูลทองโร่ย" เลขาธิการคนปัจจุบัน จากนโยบายข้ามปีของหน่วยงาน รัฐนามนี้ว่าที่เรื่องการรณรงค์ให้ 26 ธุรกิจ เข้ามาขอรับ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." เพื่อการันตีคุณภาพของบริษัทนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการยกระดับวงการธุรกิจทั้ง 26 วงการ


โดยนโยบายดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 55 ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงตัวเลขาธิการ สคบ. จาก "นิโรธ เจริญประกอบ" ที่เกษียณตัวเองก่อนวัย มาเป็น "จิรชัย" ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามากุมอำนาจของ สคบ.แทน ซึ่งหลังจากที่ได้เลขาธิการ สคบ.คนใหม่ เรียบร้อย นโยบาย "ตรา สคบ." กลายเป็นนโยบายหลักของหน่วยงาน ซึ่งต้องทำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยธุรกิจขายตรงเป็น 1 ใน 26 ธุรกิจที่ต้อง เข้าขอรับตราดังกล่าว


เรื่องนี้ยืดเยื้อกินเวลานานหลายเดือน ในการหาข้อสรุปว่ากฎกติกาของการขอรับ จะต้องมีอะไร อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของ การทำประกันกับบริษัทประกัน เพื่อเป็นทุน ในการเยียวยาผู้บริโภค หากเกิดเหตุที่ผู้บริโภค ได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้า ซึ่งผู้ประกอบการของหลายบริษัทเห็นพ้องว่า เบี้ยประกันนั้นแพง อีกทั้งการจะทำประกันก็เป็นเรื่องเกินความจำเป็น สุดท้ายจากการ พูดคุยเสนอแนะหลายครั้ง ก็สรุปว่าบริษัท ส่วนใหญ่ยินยอมตามเงื่อนไขที่ สคบ.เปิดให้ธนาคารเข้ามาบริการตั้งกองทุนรับประกัน แทน และราคาของการตั้งกองทุนเยียวยาก็ถูกกว่า จนวันที่ 30 เม.ย. กลายเป็นวันดีของ สคบ.ที่ธุรกิจขายตรง 29 บริษัทได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าว


+ ค่ายใหญ่รุกลูกค้ากลุ่มใหม่/ "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหัก


หากจะว่าไปช่วงครึ่งปีแรกถือเป็น ช่วง Low Season ของวงการขายตรงก็ว่า ได้ จากการบอกเล่าของเหล่ากูรูผู้คลุกคลีกับ ขายตรง รวมทั้งบรรดาผู้ประกอบการระดับ หัวแถว ต่างก็ให้ความเห็นที่ไม่ต่างกันว่า ช่วงครึ่งปีแรกยอดขายจะไม่ดีเท่าช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของแต่ละ ปี จัดว่าเป็นช่วงโกยเงินที่บริษัทขายตรงจะ วัดกึ๋น วัดคม แชร์ตลาดกันอย่างเผ็ดร้อน


แต่ถึงกระนั้น หลายบริษัทก็อาศัยช่วง เวลานี้ในการโหมตลาด โดยไม่ทิ้งเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เริ่มตั้งแต่บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การกุมบังเหียนของ "ดร.นพรุจ เวชกุล" และ "ดร.รัชนี มหานิยม" ที่ยังคงโหมกิจกรรมในทุกสัปดาห์ ที่จะมีการอบรมประชุมสร้างนักธุรกิจมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้ ในทุกเดือนก็ยังมีในเรื่องของการมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเมืองไทย


นอกจากนี้ "นีโอ ไลฟ์" ยังได้จัดประกวด "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" ภายใต้ โครงการประกวดร้องเพลง และลีลาประกอบเพลงระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ชิงถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินสนับสนุน ครั้งที่ 1 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกิจกรรมการที่บริษัทจัดเพื่อสมาชิกได้ร่วมความบันเทิง ทั้งยังอาจส่งผลให้มีการ เดินเข้ามาของนักธุรกิจเลือดใหม่


ไม่เพียงแต่ "นีโอ ไลฟ์" ที่ขยับตัว อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ออกตัวในปีนี้ได้แรงไม่แพ้กัน โดยบริษัทได้ทำหนังโฆษณา 30 วินาที ผ่านสื่อฟรีทีวี เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัท โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่สินค้ากลุ่มชะลอริ้วรอย ซึ่งเป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท ผ่านงบประมาณที่บริษัทตั้งไว้คือ 20 ล้านบาท


จากข่าวดีมาถึงข่าวที่ไม่ค่อยดีบ้าง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด แตกหักกลายเป็น 2 จากการหย่าร้างกับภรรยาของ "สุมิตร วชโรดมทรัพย์" จนต้องมาตั้งบริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด และต้องเปลี่ยนสถานะจากคู่รัก กลายเป็นคู่ที่ต้องห้ำหั่นทางธุรกิจแทน


+ TDNA เปิดตัวดันแก้ ก.ม./TDSA เร่งตั้งสมาพันธ์ฯ


อีกประเด็นร้อนประจำครึ่งปีแรก คือ การเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการของ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" โดยในงานแถลงข่าวเปิดตัว ก็สร้างความฮือฮาด้วยการตั้งม็อบเรียกร้องให้ภาครัฐยกระดับวงการขายตรง โดยเน้นประเด็นหลักไปที่เรื่องของการแก้ไขกฎหมายขายตรงในหลายประเด็น รวมถึงผลักดันให้มีการ ตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามากำกับดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะ ไม่ใช่เพียงเป็นแผนกหนึ่งใน สคบ.ที่มีคนดูแลเพียง 6 คน อย่างปัจจุบัน


การเดินหน้าผลักดันนโยบายของ TDNA มาควบคู่กับการว่าจ้างให้ "มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย" ทำวิจัยวงการขายตรงในชนิดทุกมิติ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการรณรงค์การแก้ไขกฎหมายขายตรง รวมถึงไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป


ในส่วนของความเคลื่อนไหวของสมาคม ขายตรงที่มีอยู่ 4 สมาคมในปัจจุบัน ดูจะมีเพียง TDNA และ "สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)" เท่านั้นที่ขยับตัวเป็นประเด็นในช่วงนี้ โดยฝั่ง TDSA ก็เตรียมเดินหน้าตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของ AEC ซึ่งจะเป็นการ รวมสมาคมขายตรงของประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่ทุกสมาคมต้องอยู่ภายใต้ "สมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA)" โดยในการผลักดันตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ดูจะไปทับเส้นกับ "สมาคมพัฒนา การขายตรงไทย (TSDA)" ที่ต้องการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเช่นกัน


ทั้งนี้ จากประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกในปี 56 วงการขายตรงยังแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันของธุรกิจที่ร้อนระอุไม่เว้นช่วง ทำให้ตีความได้ชัดเจนว่า ธุรกิจขายตรงนี้ได้รับความนิยมมากมายเพียงใด

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวคังเซน เคนโก(Kangzen Kenko) โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี เริ่ม 10 ต.ค - 31 ต.ค 2555

โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี เริ่ม 10 ต.ค - 31 ต.ค 2555

เงื่อนไขการสมัครสมาชิก
1.ผู้สมัครต้องมาสมัครด้วยตนเองที่สาขาของบริษัทฯ
2.โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะสมาชิกที่สมัครทำธุรกิจหลักในประเทศไทยเท่านั้น


3.ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ทางบริษัทฯสามารถติดต่อได้
4.ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิก กรณีหลังการสมัครหากบริษัทฯ ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารการสมัครไม่ถูกต้องหรือขัดต่อระเบียบจรรยาบรรณของบริษัทฯ
5.ขอสงวนสิทธิ์คืนเงิน กรณีมีการยื่นเอกสารลาออกกับทางบริษัทฯ
6.รหัสสมาชิกมีอายุ 1ปี เมื่อครบกำหนด สมาชิกต้องเสียค่าธรรมเนียมต่ออายุประจำปี เป็นเงิน 250 บาท
7.โปรโมชั่นนี้ขอสงวนสิทธิ์การให้ชุดคู่มือการสมัคร

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวมิ้ลค์กี้ เวย์(Milky Way) : สมาชิกผู้นำกว่า 200 ชีวิต ร่วมกิจกรรมคอสฝึกอบรมครั้งแรก ณ เขาใหญ่นิวซีแลนด์

[gallery]


ปักหลัก เขาใหญ่ นิวซีแลนด์


ปลุกพลังพลพรรคมิ้ลค์กี้ เวย์


บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ภายใต้การบริหารของ สุมิตร วชโรดมทรัพย์ นำพาสมาชิกผู้นำกว่า 200 ชีวิต ร่วมกิจกรรมคอสฝึกอบรมครั้งแรก ณ เขาใหญ่นิวซีแลนด์ สระบุรี ในหลักสูตร นับหนึ่ง สร้างสายสัมพันธ์ รวมพลังคน มิ้ลค์กี้ เวย์ มีวิทยากรร่วมสร้างความคลึกคลื้น ดลทรัพย์ ปรีชาสวรรค์ เจ้าของหลักสูตร คนไม่ธรรมดา เป็นวิทยากรหลักในงานครั้งนี้ ซึ่งในงานสัมมนาครั้งนี้สร้างความซาบซึ้งใจให้กับสมาชิกทุกท่าน ร่วมประกาศวามพร้อมรวมพลังสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ มิ้ลค์กี้ เวย์ ได้ประกาศศักดาอย่างสง่าผ่าเผยในธุรกิจขายตรงเมืองไทย


credit: www.thaimlmnews.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): รวมพลคนรักสุขภาพร่วมงาน มหัศจรรย์ราชันย์แห่งงาดำ








รวมพลคนรักสุขภาพร่วมงาน มหัศจรรย์ราชันย์แห่งงาดำ พบกับนักวิทยาศาสตร์เจ้าของสิทธิบัตร 5 ใบ ลิขสิทธิ์คนไทยหนึ่งเดียวของโลก พบประสบการณ์ดีๆ จากผู้ที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมากมาย ณ ห้องบอลรูม อาคาร A ชั้น 6 ตึกช้าง กรุงเทพฯ วันที่ 23 กันยายน 2555 เวลา 12.00 น.



ที่มา:http://www.aiyara.co.th/

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

‘เอเชีย สุพรีม’ คลื่นลูกใหม่! ทุนแกร่งทีมเก๋าปีแรกขอโกย 300 ล้าน


ธวัชชัย วงศ์ธนสารสิน ประธานกรรมการบริษัท
ไพบูลย์ สำราญภูติ ประธานกรรมการบริหาร/ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย
อุชาเดช อุทยานานนท์ กรรมการ/ผู้จัดการทั่วไป

“..เรามุ่งขยายธุรกิจสู่ตลาดอินโดจีน เพื่อก้าวสู่การเป็น ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 ของเอเชีย..”

ร้างปรากฏการณ์ใหม่ ให้เกิดขึ้นในวงการขายตรงอีกระลอก! เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทขายตรงน้องใหม่ได้ทำการแถลงข่าวเปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกและสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานมากกว่า 500 คน นั่นคือ “บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด” ที่มีแบ็คกราวไม่ธรรมดา พร้อมชูแผนการตลาด “สแตร์สเต็ป” สวนกระแสความแรงของไบนารี่ “BIZ RECORD” ฉบับนี้จึงพลาดไม่ได้ ที่จะนำความเคลื่อนไหวมารายงานให้ทุกท่านได้ติดตาม

รู้จัก‘เอเชีย สุพรีม’!

“ไพบูลย์ สำราญภูติ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด / ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute) เปิดเผยว่า เอเชีย สุพรีม เป็นบริษัทขายตรงของคนไทย ที่ผู้บริหารมีประสบการณ์ในการวงการธุรกิจขายตรงมายาวนานกว่า 20 ปี พร้อมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายตรงจากประเทศแคนาดาเข้าร่วมลงทุนด้วย โดยการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
เอเชีย สุพรีม ดำเนินธุรกิจขายตรงโดยมีโรงงานการผลิตอยู่ที่ประเทศไทย มีกระบวนการผลิต เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและถูกหลักตามมาตรฐานสากล ด้วยระบบ GMP, ISO 9001-2008 และ Halal ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ อีกทั้งยังได้มีระบบการบริการการจัดการคลังสินค้า ระบบของการขนส่งโลจิสติกที่มีประสบการณ์กว่า 13 ปี เพื่อให้บริการแก่ผู้จำหน่ายและลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมก้าวไปสู่ภูมิภาคเอเชียอย่างมั่นคง พร้อมสะท้อนความเป็น Asia Network (Asia + International investor) จุดยืนที่แข็งแกร่งของ เอเชีย สุพรีม ออกมาสู่สายตาผู้บริโภค
บริษัทฯ มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจเครือข่าย ผลักดันให้นักธุรกิจที่ได้เข้าร่วมในทีมขายตรงทุกคนก้าวหน้าไปพร้อมกันกับเอเชีย สุพรีม มีการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ด้วยสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และสนับสนุนให้นักธุรกิจของ เอเชีย สุพรีม บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
นอกจากนี้ เอเชีย สุพรีม ได้สร้างจุดเด่นในการบริหารธุรกิจ โดยการไม่มุ่งเน้นกำไรเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม เอเชีย สุพรีม จึงพัฒนาสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute : ANBI ) เพื่อพัฒนาบุคคลากรในด้านการทำธุรกิจขายตรงที่มีคุณภาพ และทำธุรกิจขายตรงอย่างมีจรรยาบรรณ
ทั้งนี้บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์เด่นทำตลาดในช่วงแรกอันได้แก่
1. ASUPREME Green Lipped Mussel Oil ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากหอยแมลงภู่ มาจากแหล่งธรรมชาติ ในประเทศนิวซีแลนด์รับประทานง่าย บรรจุในแคปซูลนิ่มหอยแมลงภู่ ในนิวซีแลนด์ประกอบด้วยสารอาหารและเกลือแร่หลายชนิด และมีส่วนประกอบของเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อข้อต่อ และกล้ามเนื้อ
2.ASUPREME HERBAL COOL TOOTHPASTE ยาสีฟันผสมสมุนไพรสูตรเข้มข้นที่อุดมไปด้วยสมุนไพร 5 ชนิด Guava ใบฝรั่ง, Pennywort ใบบัวบก, Streblus asper ข่อย, Licorice ชะเอมเทศ และ Clove กานพลู
3.ASUPREME WILD ALASKAN SALMON FISH OIL ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากเนื้อปลาแซลมอนธรรมชาติ บรรจุอยู่แคปซูลนิ่ม อุดมด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น 2 ชนิด ช่วยโรคหัวใจขาดเลือด ลดไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์ ลดความรุนแรงของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ บำรุงสมอง
4.NOIRIS ANTI AGING DETOX CREAM ครีมบำรุงผิวหน้าที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงโดยการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวทำให้ผิวเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์
5.NOIRIS BRIGHTENING SUNSCREEN ครีมกันแดด ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดทั้ง UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงด้วยค่า SPF 50 และค่า PA +++
6.NOIRIS MTP ANTI MELASMA CREAM ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาเรื่องฝ้า จุดด่างดำให้ดูจางลง ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส นวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำลายเซลล์ผิว ช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดฝ้า จุดด่างดำเฉพาะจุด ด้วยนวัตกรรมแห่งการปรนนิบัติผิวจาก MTP®
M ลดเลือนความหมองคล้ำของผิวด้วยประสิทธิภาพของ Microencapsulated ที่มีอนุภาคเล็ก สามารถซึมเข้าไปสู่ผิว ช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
T ลดการสร้างเมลานินไม่ให้ผลิตมากจนผิดปกติด้วย Tranexamic Acid สีผิวจึงเรียบเนียนสม่ำเสมอไร้จุดด่างดำ
P ดูแลผิวให้กระจ่างใสด้วย Potassium Azeloyl Diglycinate ที่ช่วยให้รอยผิวและรอยหมองคล้ำ จุดด่างดำค่อยๆ จางลง จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการลดการก่อตัวของเมลานินที่มากผิดปกติ

มุ่งสู่ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 เอเชีย

“ไพบูลย์ สำราญภูติ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด/ ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจเครือข่ายหรือการสั่งซื้อสินค้าแบบขายตรงเป็นช่องทางใหม่ในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องขึ้นทุกปี จึงเกิดการรวมตัวและร่วมทุนของทีม ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจขายตรงมากว่า 20 ปีที่มีเป้าหมายเดียวกัน มาร่วมก่อตั้งบริษัท “เอเชีย สุพรีม” ขึ้น
ให้เป็นบริษัทธุรกิจขายตรงด้วยระบบเครือข่ายชั้นนำของคนไทย ที่มีนักลงทุนจากต่างประเทศมาร่วมลงทุน และช่วยกันผลักดันธุรกิจเพื่อให้ก้าวไปเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเมืองไทย และเรามุ่งขยายธุรกิจสู่ตลาดอินโดจีน เพื่อก้าวสู่การเป็น “ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 ของเอเชียอีกด้วย” เราต้องการเห็นเอเชีย สุพรีมเป็นบริษัทต้นแบบของธุรกิจเครือข่ายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้กับผู้บริโภคและสังคม
“เราคาดหวังในการเป็นผู้นำในธุรกิจขายตรง เราต้องการความสำเร็จและเราต้องการแบ่งปันความสำเร็จนั้นให้กับสมาชิกและสังคมนอกจากนั้น เรายังให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างผู้นำให้แข็งแกร่งด้วย “การเทรนนิ่ง” โดยบริษัทฯเรามีสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย หรือ Asia Network Institute เพื่อเป็นแหล่งรวมเครือข่ายด้านวิชาการ ข้อมูล ข่าวสารและบุคลากรทางด้านการขายและการตลาดโดยตรงเป็นแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น ซึ่งจะเป็นเสมือนศูนย์รวมของวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้จัดการสัมมนาเพื่อฝึกอบรม ฝึกฝนให้ผู้แทนจำหน่ายอิสระแต่ละท่านมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างถูกต้อง เรามุ่งหวังที่จะพัฒนาบุคลากรในธุรกิจเครือข่ายการขายตรงให้เป็นคนดีและคนเก่ง มีศักดิ์ศรีที่สังคมยอมรับ มีจิตอาสาสาธารณะ อาสารับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป”

สุดแกร่งผนึกร่วมทุน‘ทีโอพีฯ’

ทางด้านประธานกรรมการบริษัท บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด “ธวัชชัย วงศ์ธนสารสิน” เปิดเผยว่า เอเชีย สุพรีมมีฐานการผลิตในประเทศ โดยการร่วมทุนกับบริษัท ทีโอพี คอสเมติค แอนด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตที่มีอุปกรณ์การผลิตอันทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จนได้รับรองมาตรฐานจาก GMP, ISO 9001-2008 และ Halal ภายใต้แบรนด์ NOIRIS ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวพรรณ ป้องกันแสงแดด ริ้วรอยจุดด่างดำ ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราผ่านการควบคุมคุณภาพ และค้นคว้าวิจัยจากนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คน ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการอุตสาหกรรมรวมกันมากกว่า 13 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าได้มอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
ทางบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่เมืองไทยแต่เพียงอย่างเดียว เอเชีย สุพรีมยังตั้งเป้าในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทางบริษัทต้องการความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้ชื่อบริษัทว่า “เอเชีย สุพรีม”
“นอกจากนั้นเรายังร่วมมือกับหน่วยงานธุรกิจชั้นนำทั้งในและต่างประเทศคัดสรรวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ก้าวทันนวัตกรรมการผลิตอยู่เสมอ ล่าสุดทีมวิจัยสามารถค้นคว้านวัตกรรมใหม่จนได้ผลิตภัณฑ์ NOIRIS MTP ANTI MELASMA CREAM ขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลปัญหาเรื่องฝ้าให้จางลง รอยหมองคล้ำดูจางลง ทำให้ผิวเนียนสวยกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนวัตกรรม Micro เอนแคปซูเลส ซึ่งมีอนุภาพขนาดเล็ก สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยให้สารสำคัญออกฤทธิ์ได้ดีที่มีประสิทธิภาพ” ธวัชชัย กล่าว

ผู้บริหารสุดเก๋า กับประสบการณ์ร่วม20ปี

“อุชาเดช อุทยานานนท์” กรรมการ / ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเชีย สุพรีม กล่าวว่า “ตัวผมเองมีประสบการณ์ในวงการมากว่า 20 ปีในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่า เอเชีย สุพรีมจะต้องเดินหน้าไปอย่างมั่นคง ผมไม่ได้มาคนเดียว ผมมากับผู้จำหน่ายที่เคยประสบความสำเร็จและติดตามเรามาเพื่อทำธุรกิจ เอเชีย สุพรีมด้วยกัน ตรงนี้เป็นจุดแข็งของเรา”
ในธุรกิจนี้มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ

1.ผู้จำหน่าย ซึ่งถือว่าผู้จำหน่ายเป็นบุคลากรอันมีค่าที่จะต้องดูแลให้ดี เพราะเมื่อผู้จำหน่ายประสบความสำเร็จ บริษัทก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน
2. สินค้าต้องเยี่ยม ต้องตอบโจทย์ได้ว่าเป็นสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผล และ 3.แผนการตลาดสแตร์สเต็ป ที่มั่นคง จ่ายค่าตอบแทนคุ้มค่า ทำได้จริง และสามารถสนับสนุนให้นักธุรกิจเอเชียสุพรีม บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จโดยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจอย่างแท้จริง
ผู้จัดการทั่วไป เอเชีย สุพรีม ยังได้กล่าวปิดท้ายด้วยความมั่นใจอีกว่า “ส่วนแผนการตลาดในขั้นต้นนี้ เรามุ่งเน้นไปที่การจัด Road Show ไป 4 จังหวัด คือจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานีและสุราษฎร์ธานี คาดสิ้นปีรายได้แตะ 300 ล้านบาท และจำนวนสมาชิกพุ่ง 2,000 คน นอกจากนั้น เรายังมีแนวทางที่ชัดเจนในการมุ่งตรงสู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในขณะนี้บริษัทได้มีฐานเครือข่ายนักธุรกิจอยู่ที่ประเทศพม่า และเวียดนาม ซึ่งคาดว่าอีก 2 – 3 ปีจะรุกขยายธุรกิจไปที่ประเทศอินโดนีเซียและจีนได้อย่างแน่นอน”
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 206 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16- 30 มิถุนายน 2554

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

‘แคนเดซ เอส แมทธิวส์’ เปิดปฏิบัติการณ์ ‘แอมเวย์’ ท้าชิงแชมป์โลก! แคนเดซ เอส แมทธิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น

เป้าหมายคือยอดขายทั่วโลก“แอมเวย์”ต้องได้ขึ้นเป็น “ผู้นำอันดับ1” ธุรกิจขายตรงของโลกในปี 2563



นับเป็นโอกาสอันดีที่ “กองบรรณาธิการ” ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวของ “บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งความพิเศษครั้งล่าสุด อยู่ตรงการมาเยือนของ “ผู้บริหารชั้นเซียน” มือการตลาดระดับโลก “แคนเดซ เอส แมทธิวส์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด “แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น”

‘BIZ RECORD’ ฉบับนี้จึงขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับนักบริหารระดับอินเตอร์ท่านนี้ ที่มาพร้อมกับ “กลยุทธ์เด็ด” ส่งแอมเวย์สู่ “แชมป์โลกขายตรง” ให้ได้ในอนาคตอันใกล้!!

ทักทาย‘แคนเดช’มือตลาด ‘แอมเวย์โลก’

“แคนเดซ แมทธิวส์” เกิดที่เมืองนิว ไบรท์ตัน, มลรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโลหการและวิทยาการบริหาร และการจัดการจากมหาวิทยาลัยคาร์เนจี เมลลอน (Carnegie Mellon University) และจบการศึกษาในระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจจากสแตนฟอร์ดบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจ

เป็นกำลังสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้านการตลาด “แอมเวย์” ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการตลาดระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์ความงาม สุขภาพและเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมทั้งแบรนด์แอมเวย์ระดับโลก ดูแลด้านความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคและตลาด อีกทั้งความรับผิดชอบต่อการเป็นพลเมืองที่ดีในสังคม และการสื่อสารองค์กรของแอมเวย์ทั่วโลกอีกด้วย

ก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับ “แอมเวย์” ในปี 2550 แมทธิวส์เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท ซอฟท์ชีน-คาร์สัน (SoftSheen-Carson) ฝ่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในเครือลอริอัล (L’OREAL) ประเทศสหรัฐอเมริกา และเคยเป็นรองประธานบริษัทฝ่ายผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ และกรรมการผู้จัดการให้กับเครื่องดื่มประเภทที่ไม่ใช่เครื่องดื่มโคล่า ในเครือบริษัทโคคา-โคล่า (Coca-Cola)

นอกจากนี้ แมทธิวส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสายการตลาดให้กับบริษัทซีบา วิชั่น (CIBA Vision), ผลิตภัณฑ์การดูแลช่องปาก บริษัท บอสช์ แอนด์ ลอมบ์ (Bausch + Lomb), ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและน้ำหอม บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (Procter & Gamble) และบริษัท เจเนอรอล มิลส์ (General Mills) ซึ่งเป็นที่แรกที่แมทธิวส์ได้เริ่มงานด้านการตลาด

แมทธิวส์เป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาผู้นำผู้บริหาร และปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณะกรรมการให้กับหน่วยงานด้านเครื่องสำอางเฉพาะผู้หญิง (Cosmetic Executive Women), ธนาคารฟิฟธ์ เธิร์ด (Fifth Third) – มิชิแกนตะวันตก, องค์กรฟิชเกอร์ สเก็ตติ้ง อิน ฮาร์เล็ม (Figure Skating in Harlem), สวนสาธารณะและประติมากรรมเฟรดเดอริก เมย์เยอร์ (Frederik Meijer)

ก่อนหน้านี้เธอยังเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมมาธิการของมหาวิทยาลัยคาร์เนจี เมลลอน (Carnegie Mellon University) เมืองพิตต์สเบิร์ก และยังเคยร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของสแตนฟอร์ดบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจ ประวัติการทำงานและความเสียสละต่อสาธารณชนของแมทธิวส์ ได้ลงตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังหลายเล่ม เช่น อิบอนี (Ebony), เอสเซ็นส์ (Essence), แบล็ค เอ็นเตอร์ไพรส์ (Black Enterprise), กลาเมอร์ (Glamour), ซาลอน เซ็นส์ (Salon Sense) และ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) ซึ่งนิตยสาร แบล็ค เอ็นเตอร์ไพร์ส (Black Enterprise) ยังแต่งตั้งให้เธอเป็นนักบริหารยอดเยี่ยมแห่งปี 2552 อีกด้วย

ลั่น!อีก9ปี‘แอมเวย์’ขึ้นแท่นอันดับ1โลก

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของแอมเวย์นับจากนี้ “แคนเดซ” ตอกย้ำว่า เป้าหมายคือยอดขายทั่วโลก “แอมเวย์” ต้องได้ขึ้นเป็น “ผู้นำอันดับ1” ธุรกิจขายตรงของโลกในปี “2563” หรือในอีก “9 ปีข้างหน้า” นี้ ด้วยการครองส่วนแบ่งมากกว่า “12 %” แทนที่แชมป์เดิมคือ “เอวอน” ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดขายตรงชั้นเดียว (SLM)

จากปัจจุบัน “แอมเวย์” มีส่วนแบ่ง “9.7%” นับว่าเป็นผู้นำตลาดธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM) ของโลก อีกทั้งในปี 2553 ที่ผ่านมา “แอมเวย์ทั่วโลก” มีการเติบโต 0.2% หรือมีรายได้ “9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ”

“ยุทธศาสตร์” กับการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดธุรกิจขายตรงทั่วโลกมุ่งเน้นโฟกัส “2 กลุ่มผลิตภัณฑ์” กลุ่มแรก คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “นิวทริไลท์” ที่วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในปี 2563 จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 4.7%

กลุ่มถัดมา คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เครื่องสำอาง “อาร์ทิสทรี” ซึ่งวางเป้าหมายว่าในปี 2563 จะขึ้นติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด จากปัจจุบันครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 1.7%

สำหรับแผนการรุกตลาดทั่วโลก “แคนเดซ” โฟกัสไปที่ “5 กลยุทธ์” สำคัญ คือ 1.สร้างความแข็งแกร่งใหักับแบรนด์-การบริการให้กับผลิตภัณฑ์หลักของแอมเวย์ 2.สร้างความใกล้ชิดของแบรนด์ผลิตภัณฑ์กับนักธุรกิจและผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม Gen-Y 3.พัฒนาโซลูชั่นครอบคลุมสินค้าและบริการ 4.เปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้บริโภคและนักธุรกิจ 5.ขับเคลื่อนโดยพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศในด้านต่างๆ

เจาะคนรุ่นใหม่ผ่าน‘Social Network’

“แคนเดซ” กล่าวว่านอกจากนี้บริษัทได้เพิ่ม “งบการตลาด” มากขึ้น “2 เท่าตัว” นับตั้งแต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ตนได้เข้ามาบริหารงาน เพื่อทำให้แบรนด์แอมเวย์เป็นที่รู้จักกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งทางโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสื่อออนไลน์ ทาง “Social Network” ด้วยการเปิดแฟนเพจ 3 แบรนด์หลัก คือ แอมเวย์ อาร์ทิสทรี และนิวทริไลท์

กระทั่งสร้าง “Mobile Application” ช่วยให้นักธุรกิจสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเปิดพัฒนาแอมเวย์ช็อป เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และทำให้ผลิตภัณฑ์ใกล้ชิดกับผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยมี 48 สาขา ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป คือ ที่ สยามดิสคัฟเวอรี่

สำหรับ “Mobile Application” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขณะนี้ โดยในส่วนของสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาได้มีการคิดค้น Application AMWAY for iPhone ออกสู่ท้องตลาดให้สมาชิกทำการดาวโหลดฟรีได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งได้รับการตอบที่ดีมากติดอันดับ 4 ของโลก

“การดาวน์โหลด App. หรือ Application มาลงมือถือในปัจจุบัน ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะชีวิตประจำวันของผู้คนทุกวันนี้ อยู่กับการใช้โปรแกรมผ่านมือถือมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ยอดการโหลดได้รับความนิยมมากทั้งในสหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งน่าทึ่งว่า App. Amway นั้นได้รับความนิยมมากติด TOP 4 ของ App. ทั้งหมด อีกทั้งมีการใช้สูงกว่าการโทรสั่งสินค้า โดยการโหลดนั้นทำได้ง่ายดาย และสมาชิกไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเทรนด์มาในรูปแบบนี้ ทำให้ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนา App. สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพิ่มเติม ซึ่งจะสามารถเปิดใช้ได้ในเร็วๆนี้”

‘แอมเวย์ไทย’ขานรับทิศทางรุก คาดโต10%

ส่วนทางด้าน “รัตนา ชาญนรา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แผนการตลาดของไทยปีนี้ ยังคงสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับแอมเวย์โลก คือมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ และเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี เครื่องกรองน้ำอีสปริง และเครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ ซึ่งปัจจุบันการรับรู้ตราสินค้าของแบรนด์มีการรับรู้ 99 % และ 45 % ชื่นชอบผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ผลประกอบการ “ไตรมาสแรก” ของไทย “เติบโต 7-10 %” ตามเป้าหมาย ทำให้มั่นใจว่าในสิ้นปีนี้บริษัทจะสร้างยอดขายเติบโตได้ถึง 7-10 % จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 14,370 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ 34 % เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี 20 % และกลุ่มเครื่องกรองน้ำอีสปริง 20% จากปัจจุบันแอมเวย์เป็นผู้นำตลาดขายตรง ครองส่วนแบ่ง 27 % จากมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบา
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 205 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1- 15 มิถุนายน 2554