ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คณะกรรมการอาหารและยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คณะกรรมการอาหารและยา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อย.อุดช่องโหว่โฆษณาเวอร์ เล็งแก้ กม.เพิ่มโทษหนักธุรกิจขายตรง







2039554151_ประพนธ์ (Mobile)

 


ยุคใหม่ อย. เตรียมเอาจริงฟันผู้ประกอบการขายตรง โอ้อวดสรรพคุณ รักษาทุกโรค เล็งชง สภาผู้แทนราษฎรขอแก้กฎหมายเพิ่มโทษหนักบังคับใช้ทันที ขณะเดียวกัน เอกซเรย์สื่อเคเบิลทีวี-วิทยุท้องถิ่น โฆษณาเกินความจริง ขู่ฟ่อเตรียมล้างคุกรอ พร้อมประสาน กสทช.-ไอซีที บล็อกเว็บไซต์ที่เสนอสรรพคุณสินค้าเข้าข่ายโกหกชาวบ้าน ล่าสุด! ดีเอสไอ อุดช่องโหว่ผู้ประกอบการขี้ฉ้อดึงกลุ่มเสริมอาหาร-เครื่องมือแพทย์-ยา รับเป็นคดีพิเศษแล้ว


นายประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยถึงธุรกิจขายตรงในปัจจุบันนี้ว่า ในส่วนของประเด็นหลักๆ ที่มักจะพบในธุรกิจขายตรงก็ คือ ผู้บริโภคมักจะเคลม ในตัวคุณภาพสินค้าไม่ตรงตามประกาศนำเสนอ โฆษณาเกินจริง ในส่วนของ อย. ดูจากตัวผลิตภัณฑ์ที่ดูแลรับผิดชอบ จะมีอยู่ 3 ผลิตภัณฑ์ คือ 1.เครื่องสำอาง 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสุดท้ายเครื่องมือแพทย์ นอกจากนั้นที่นอกเหนือจากนี้ ตัวกฎหมายไม่อนุญาตให้ขายตรง เช่น ยา เครื่องมือแพทย์ กรณียาไม่อนุญาตให้ขายตรง กรณียาเสพติดให้โทษไม่อนุญาตให้ขายตรง


นายประพนธ์ กล่าวว่า ทั้ง 3 ประเภท หากพิจารณากันแล้วจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเผยแพร่หรือโฆษณาจะต้องขออนุญาตเสียก่อน เพราะกรณีที่จะทำธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะในเรื่องข้อความ โบชัวร์ หรือการทำเว็บไซต์จะต้องขออนุญาต โดยเฉพาะกรณีนี้จะเป็นพวกเสริมอาหารและเครื่องมือแพทย์ ขณะที่อีกกลุ่มไม่ต้องขออนุญาตในการโฆษณาก็คือ กลุ่มเครื่องสำอาง แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่มีการโอ้อวดสรรพคุณอันเป็นเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อในด้านคุณประโยชน์ตรงนี้ไม่ได้ จะเป็นความผิด ดังนั้น จุดนี้จะเป็นในกลุ่มของเครื่องสำอาง


นายประพนธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่โฆษณาไม่ได้รับการอนุญาต ส่วนใหญ่จะมีโทษปรับ ตั้งแต่ 5 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ กรณีเสริมอาหารประมาณ 5 พันบาท เครื่องมือแพทย์ ประมาณ 1 หมื่นบาท ต้องยอมรับว่า กฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันนี้ ถือว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่รุนแรงมากนัก


อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทาง อย. มีความพยายามแก้กฎหมายพระราชบัญญัติเพิ่มในตัวของค่าปรับ ทั้งด้านอาหารและเครื่องมือแพทย์ ขณะเดียวกัน หากเป็นกรณีที่เป็นโฆษณาอันเป็นเท็จ หลอกลวง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในเรื่องของสาระ สรรพคุณหรือแหล่งกำเนิด ตรงนี้จะมีโทษอาญาทันที


"กรณีเป็นเท็จมันไม่มีสรรพคุณใช้อย่างนี้ แล้วไปอ้างอิงจนเกินความจริง ซึ่งมันใช้ได้แค่นี้ ตรงนี้โทษจำคุก กรณีอาหาร กรณีเป็นเท็จโอ้อวด สรรพคุณ คุณภาพประโยชน์ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มันจะต้องแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ คือ ในเรื่องของลงโทษผู้กระทำความผิด จะอยู่ที่ดุลพินิจของศาล ว่าจะลงโทษขนาดไหน แต่อัตราโทษกำหนดไว้อยู่ แต่กรณีเครื่องมือแพทย์จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท"


นายประพนธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ อย. เราขอปรับแก้ไขตัวบทลงโทษให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตัวร่างพระราชบัญญัติ ก็คือในอนาคตบทลงโทษจะมีความเข้มข้น แรงขึ้น กรณีร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง ขณะนี้ได้ผ่านชั้นกระทรวงสาธารณะสุขไปแล้ว และกำลังอยู่ในกฤษฎีกา ซึ่งขณะนี้ก็ได้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของ อย. เพื่อให้ยืนยันในตัวร่างดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยถ้าเห็นตามนั้น อย. ถึงจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และจะส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎร เป็นลำดับขั้นตอนต่อไป


นายประพนธ์ ยังกล่าวยอมรับว่า ช่วงหลังในเรื่องของการโฆษณา โดยเฉพาะในสื่อเคเบิลทีวีและสื่อวิทยุท้องถิ่น ขณะนี้ถือว่าได้กระทำออกนอกลู่นอกทางเป็นจำนวนมาก และมีการโฆษณาเกินความจริง โดยเฉพาะตัวกฎหมายที่ปรับในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีความรุนแรง กรณีเครื่องมือแพทย์ โฆษณาเป็นเท็จ ขณะนี้จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนอาหาร จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเราจะต้องปรับกฎหมายให้ทันสถานการณ์ และมีหลายบริษัทหลายผลิตภัณฑ์ยอมเสียค่าปรับ เนื่องจากมองว่า ในอนาคตการโฆษณาดังกล่าวจะได้เงินคุ้มค่ามากกว่าการจ่ายค่าปรับให้กับหน่วยงานภาครัฐ


"ผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายจะเป็นพวกเสริมอาหาร บรรเทารักษาโรค ต้องยอมรับว่า ขณะนี้เคเบิลทีวีเกือบทุกช่อง คือ ถ้าได้รับเลขที่ อย.เมื่อไหร่ ตรงนั้นมันคืออาหาร ไม่ใช่ยา ได้เลขที่สิบหลัก อย.แล้วจะมาแสดงอ้างสรรพคุณ บำบัดไม่ได้ โดยปกติตัวผลิตภัณฑ์ยา เวลาให้สรรพคุณไม่มีการให้คลอบถึงจักรวาลขนาดนั้น ไม่ใช่ป้องกันรักษาโรคได้ทุกโรค และถ้าเกิดเป็นยา เขาให้แค่เพียงเฉพาะโรคเพียงเท่านั้น" นายประพนธ์ กล่าว


นายประพนธ์ กล่าวถึงมาตรการในการเข้าไปดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ว่าในส่วนของการดำเนินการ ขณะนี้เราก็ร่วมมือกับ กสทช. เพราะต้องเข้าใจบทบาท โดยเฉพาะในเรื่องของการขออนุญาตการเผยแพร่คลื่นความถี่ ก็คือตัว กสทช. เราได้ร่วมมือกันดูแลทีวี วิทยุท้องถิ่นและจะร่วมมือกับหน่วยงานของกระทรวงไอซีที ที่ดูแลในเรื่องของเว็บไซต์ให้พิจารณาในการบล็อกเว็บไซต์ที่มีการฝ่าฝืน รวมทั้งร่วมมือกับตำรวจปราบปรามผู้กระทำความผิด การตั้งขึ้นมาที่จะดูแลคดีความคุ้มครองผู้บริโภค ฉะนั้น หน้างานจะรับผิดชอบงานของอาหารและยากับ สคบ.


 


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อย.สั่งปรับโฆษณาผิดกฎหมาย พบไม่ได้รับอนุญาต/โอ้อวดเกินจริง







Image (Mobile)

 


สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สั่งระงับเปรียบเทียบปรับโฆษณาผิดกฎหมาย ผลิตภัณฑ์อาหารยาเครื่องมือแพทย์ทางสื่อต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตและโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสกัดกั้นโฆษณาที่ผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค วอนผู้บริโภคหากพบเบาะแสการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งที่อย. โดยด่วน


ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า ขณะนี้ทางสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดําเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการโฆษณาที่ไม่ได้ขออนุญาตหรือมีการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหลอกลวงผู้บริโภคให้เข้าใจผิดในสาระสําคัญ จะมีการดําเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ทั้งการเปรียบเทียบปรับ ดําเนินคดีและแจ้งให้เจ้าของผลิต ภัณฑ์และสื่อโฆษณาระงับการโฆษณาทันที


พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยบูรณาการการทํางานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับ


การคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สําหรับในส่วนภูมิภาคมอบให้สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดดําเนินการ


ภญ.ศรีนวล กล่าวต่อว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา อย.ได้มีการดําเนินคดีเกี่ยวกับการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร จํานวน 142 ราย ผลิตภัณฑ์ยา จํานวน 11 ราย และผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ จํานวน 8 ราย และเครื่องสําอาง 1 รายรวมจํานวนทั้งสิ้น 162 ราย ส่วนมากพบการโฆษณาทางนิตยสาร โทรทัศน์ดาวเทียมและเว็บไซต์ โดยพบโฆษณาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงและไม่ได้ขออนุญาตโฆษณา เช่น โฆษณาน้ำว่านหางจระเข้


โดยมีเนื้อหาที่ทําให้เข้าใจว่าสามารถรักษาป้องกันโรคมะเร็งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างช่วยลดอาการวัยทองในผู้หญิงช่องคลอดแห้ง ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ป้องกันบําบัดฟื้นฟูโรคต่างๆ ทั้งเอดส์มะเร็ง เป็นต้น อ้างเสริมสมรรถภาพทางเพศ อ้างรักษาอาการแขนขา ไม่มีแรงอาการปวดเข่า ปวดเมื่อยอ้างช่วยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดโรคหัวใจกระดูกทับเส้น ประสาทตาอักเสบ โรคไวรัสตับอักเสบ โรคปอด เป็นต้น


ซึ่งข้อความโฆษณาเหล่านี้ ล้วนเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตและเข้าข่ายหลอกลวงโอ้อวดเกินจริงทั้งสิ้น เพราะผลิตภัณฑ์อาหารไม่ใช่ยา ไม่สามารถอวดอ้างรักษาโรคได้สําหรับผลิตภัณฑ์ยา พบการโฆษณาขายยาโดยแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จโฆษณาขายยา โดยมีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณโดยบุคคลอื่น และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์พบการโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น


 ภญ.ศรีนวล เสริมต่อว่า อย. จะไม่หยุดนิ่งในการตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิต ภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ดาวเทียมเคเบิลทีวีวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์นิตยสารต่างๆ เพื่อมิให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์โอ้อวดเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภคโดยดําเนินงานร่วมกับ กสทช. และ บก.ปคบ. อย่างใกล้ชิดและดําเนินคดีกับผู้โฆษณาและเจ้าของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค จึงขอเตือนมายังผู้บริโภคควรไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้อความโฆษณา หรือการนําบุคคลมีชื่อเสียงมาอ้างอิงว่าใช้แล้วได้ผล อย่ารีบตัดสินใจซื้อควรศึกษาข้อมูล สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะอาจได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขออนุญาต และอาจมีสารอันตรายเป็นส่วนผสม ทําให้ได้รับผลข้างเคียงต่อร่างกาย ขาดโอกาสในการ รักษาที่ถูกต้องได้


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/


 


 

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อย.คล้องแขน วช.เซ็น MOU หนุนสินค้าสุขภาพไทยแข่ง ตปท.







FB8EBA4540C34F8C86EDE0F6EE354A21 (Mobile)

 


อย. จับมือ วช. ลงนาม MOU ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถแข่งขันกับต่างชาติ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้บริโภค อย. จับมือสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือในการพัฒนาและดำเนินงานยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการผลิตยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างครบวงจร หวังผลให้เกิดการส่งเสริมการ ศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยี เพื่อผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจรทั้งระบบ ย้ำประชาชนและประเทศ จะได้ประโยชน์ทั้งด้านความปลอดภัย การแข่งขันในธุรกิจยากับต่างชาติ และ สร้างรายได้ให้ประเทศ


น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา และศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพร จิตต์-มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัย แห่งชาติ แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กับสำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า


ตามที่ อย. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท สำคัญในการควบคุม กำกับ และติดตามยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการส่งเสริมการศึกษา วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อ ผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย จึงเล็งเห็นความสำคัญของระบบการวิจัยและพัฒนาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในทุกมิติ ทุกระดับ อย.จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแล และกำกับทิศทางงานวิจัยของชาติเพื่อ การพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อพัฒนาและดำเนินงานยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาด้านการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพอย่างครบวงจรขึ้น


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ให้ทันต่อสถานการณ์โลกและความต้องการของประเทศ รวมทั้งเพื่อเสนอนโยบายยุทธศาสตร์และข้อมูลต่อฝ่ายบริหาร/รัฐบาล องค์การต่างๆ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเกิดการพัฒนา วิทยาการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้วย ตลอดจนเพื่อพัฒนาความร่วมมือแบบบูรณาการในการพัฒนาและดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้าน ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ต่อไป


น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า การร่วมลงนามในบันทึก ข้อตกลงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ อย. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอุตสาหกรรมการผลิตยา อาหาร เครื่องมือ แพทย์ เครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ที่ผลิตขึ้นในประเทศ จะเกิดการวิจัยพัฒนาในเชิงลึก ทั้งด้านคุณสมบัติ ด้านคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิผล ตลอดถึงกระบวนการในการขึ้นทะเบียน การควบคุม กำกับ และติดตามก่อนและออกสู่ตลาด สามารถดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมและสัมฤทธิผล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และให้ประชาชน ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ที่สำคัญเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง อย.กับ วช. ซึ่งเป็นองค์กร ที่สนับสนุนและพัฒนาความสามารถของ ผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพด้วย


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com