ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเตรือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเตรือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูซาน่า (Usana Thailand) : ยูซานา จับมือ ส.ส.ระวี กิ่งคำวงศ์ ตั้งโครงการ "สวัสดิการเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ระดับปริญญาตรี"







522024_334094826682740_1944176100_n (Mobile)


ขายตรงมาเเรง !!ยูซานา บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจศึกษาต่อระดับปริญญาตรี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้าศึกษาต่อตั้งแต่วันนี้ถึง 29 พฤษภาคม 2556


ด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้รับความร่วมมือจากท่านระวี กิ่งคำวงศ์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดมุกดาหาร) ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี องค์กรคริสตจักรร่วมนิมิต ร่วมกับ บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาภาคปกติและภาคสมทบ ที่ต้องการศึกษาต่อ...ใน ระดับปริญญาตรี ในโครงการ สวัสดิการเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ระดับปริญญาตรี โดยมีรายละเอียดดังนี้


คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. อายุไม่เกิน 35 ปี
2. จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6, ปวช. หรือ ปวส.


รายละเอียดของทุน
1. หอพักตลอดหลักสูตร 4 ปี ปีละประมาณฯ 15,000x4ปี = 60,000 บาท
2. น้ำประปา + ไฟฟ้าตลอดหลักสูตร 4 ปี ปีละประมาณฯ 5,000x4ปี = 20,000 บาท
3. ค่าอาหารตลอดหลักสูตร 4 ปี ปีละประมาณฯ 30,000x4ปี = 120,000 บาท
4. ตำราเรียน (หนังสือ+สมุด) ตลอดหลักสูตร 4 ปี ปีละประมาณฯ 5,000x4ปี = 20,000 บาท
นักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษา : คน ปีละประมาณฯ 55,000xรวมตลอดหลักสูตร 4 ปีมูลค่ากว่า 220,000 บาท โดยทุนส่วนนี้ (ข้อ 1-4) ไม่ต้องชดใช้คืน
5. ค่าหน่วยกิต ค่าบำรุงการศึกษา ตลอดหลักสูตร 4 ปี *นักศึกษามีสิทธิ์กู้ยืมจากกองทุนกู้ ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตามเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด


เอกสารประกอบการสมัคร
1.ใบสมัคร
2.สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ชุด
4. สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ชุด
5.รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป


รายละเอียดเพิ่มเติม
1.สามารถโอนย้ายหน่วยกิตจากมหาวิทยา ลัยอื่นได้
2.ไม่กำหนด GPA และเกรดเฉลี่ยต่างๆ
3.ไม่จำกัดคณะ สามารถเลือกได้ทุกคณะ
4.ผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ จะต้องทำการสอบวิชาเฉพาะต่างหาก


ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทางเฟซบุ ค แฟนเพจ Usana Health Sciences (Thailand) Limited โดยสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางหน้าเฟซบุ ค แฟนเพจ หรืออินบ็อกซ์ข้อความ


อนึ่ง บริษัทยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ซอลท์ เลค ซิตี้ รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดจำหน่ายมาเป็นเวล่ 20 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากสถาบันต่างๆ ในความมีประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ของเรา ยูซานา อินเตอร์เนชั่นเเนล อิงค์ ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรพย์นิวยอร์ค เเละได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับ 3 จาก 100 บริษัทที่เติบโตสูงสุด เป็นบริษัทที่ได้รับรางวัลในระดับโลกมากมายโดยในปีล่าสุดได้รางวัลถึง 43 รางวัล รางวัลที่สำคัญ ได้เเก่ บริษัทผลิตอาหารเสริมที่ดีที่สุด รางวัลที่สุดเเห่งรัฐในด้านผลิตภัณฑ์เเละทีมวิจัยพัฒนา อีกทั้งได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่ดีที่สุดอันดับเเรกที่ผู้เเทนจำหน่ายเลือกต่อเนื่องถึง 15 ปีซ้อน ผลิตภัณฑ์ยูซานาได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมเหรียญทอง 5 ดาว จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการเปรียบเทียบอาหารเสริมมจาก 1,500 ผลิตภัณฑ์ของอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยูซานายังมีรายชื่ออยู่ในสารานุกรมทางการเเพทย์เเละได้รับมาตรฐานของการผลิตยา ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือด้านการมีมาตรฐานเเละมีคุณภาพสูง เเละยังได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก เช่น อเมริกา อังกฤษ แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวมิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค(Milky Way Network) : 'มิลกี้เวย์' รีแบรนด์เตรียมบุกตลาดอาเซียน







Capture (Mobile)


นายสุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิลกี้เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปี 2556 มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมในตลาดธุรกิจขายตรงในปัจจุบันมีอัตราขยายตัวและเติบโตเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปี จะมียอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาท


สำหรับปี 2556 บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งบริษัทเล็งเห็นว่าในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทำให้มองด้านการขยายตลาดในกลุ่มอาเซียน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเริ่มเข้าไปเปิดสาขาแล้วเป็นสาขาแรกที่ประเทศพม่า นอกจากนี้เตรียมขยายตลาดไปยังประเทศในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเร็วๆ นี้บริษัทจะไปทำการสำรวจตลาดและศึกษาดูงานในประเทศจอร์แดน


ล่าสุดบริษัทได้ทำการรีแบรนด์จาก บริษัท มิลกี้เวย์ เน็ต เวิร์ค จำกัด เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น บริษัท มิลกี้เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทั้งนี้ เชื่อว่าจากการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะทำให้บริษัทก้าวสู่ตลาดสากลได้มากยิ่งขึ้น




Credit By :หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : ผ่ายุทธศาสตร์ J&C ประกาศศักดายึดตลาด AEC









จอยแอนด์คอยน์ (J&C) ประกาศเดินแผนรุกทางการตลาด ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติสู่อาเซียน รองรับกับกระแส AEC ที่ทุกค่ายต่างเปิดศึกช่วงชิงทางการตลาดจน ฝุ่นตลบ รูปแบบการสร้างร้านสะดวกซื้อขายตรง แม้เป็นปรากฏการณ์ ใหม่ในวงการ แต่ก็ไม่น่าติดตามเท่ากับใช้ยุทธวิธี 3 ประสานที่ดึงเอา แนวร่วมด้านการผลิต การจำหน่าย และเครือข่ายมารวมศูนย์ไว้ที่ เดียวกัน ผลสำเร็จจะเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่คงต้องติดตาม แต่ถ้า งานนี้โชคเข้าข้าง J&C กินรวบทั้งอาเซียนแน่นอน !!!


อาจจะไม่ใช่เวลาที่ ยาวนานเกินไปนัก สำหรับเส้น ทางเดินบนถนนธุรกิจขายตรง ของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่กำลัง ก้าวล่วงสู่ทศวรรษที่ 2 แต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 ปี แทบไม่น่าเชื่อว่า นัก ธุรกิจขายตรง มือระดับพระกาฬ อย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา จะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้กับ วงการขายตรงเมืองไทย ด้วย การผลักดัน จอย แอนด์ คอยน์ ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทขายตรง ข้ามชาติ ที่แหวกตลาดทะลุมิติ การแข่งขันอย่างไร้พรมแดน ด้วย นวัตกรรมทางการตลาดที่ลํ้าลึก เกินกว่าใครจะตามทัน จุดเปลี่ยนของ จอย แอนด์ คอยน์ จะเห็นว่าระยะ 1-2 ปีที่ ผ่านมา ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้าง เครือข่ายเป็นเป้าหมายหลัก รวม ทั้งไม่ได้เน้นการเติบโตแบบ ฉาบฉวย ที่หวังเพียงแค่เพิ่มยอด ขายระยะสั้น หากแต่เป็นการวาง ยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพื่อ หวังผลระยะยาว ด้วยการหันมา เน้นการเตรียมความพร้อมใน การสร้างระบบการจำหน่าย และ การพัฒนาระบบจัดจำหน่าย ใน รูปแบบ พลาซ่าขายตรง ที่ตอบ สนองผู้บริโภคได้มากกว่าคอนวี เนียนสโตร์ทั่วไป


การเปลี่ยนสถานะ จาก เจริญโอสถ เป็น จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น แม้จะ เป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งใน เชิงโครงสร้างการตลาด ที่ใน อดีต ทุกคนคุ้นเคยกับยี่ห้อ โหย่ง เหิง จ้าวตำรับยานํ้า สมุนไพรจีน ที่ครองตลาดมา ยาวนาน แต่มาถึงวันนี้ เมื่อสังคม ไทย ได้เริ่มก้าวไปสู่สังคมบริโภค นิยม การสรรสร้างผลิตภัณฑ์ใน ด้านอื่น ๆ ก็เริ่มมีความจำเป็น มากขึ้น และนี่อาจจะเป็นจุด เปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ของตัวเองใหม่ เพื่อให้ ทันยุคทันสมัย ที่ไม่เพียงแค่ชื่อ เท่านั้น หากแต่เป็นการ ปรับ กระบวนทัพครั้งใหญ่ในทุก ด้าน ในสายการผลิต นับแต่เริ่ม กิจการ จอย แอนด์ คอยน์ อาศัย การสร้างความโดดเด่น ในด้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต่อมา ระยะหลังเริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษา รถยนต์ หรือรวมไปถึงสินค้าทาง ด้านเกษตร มีการจัดเตรียมความ พร้อมในด้า นโรงงานที่มี มาตรฐาน GMP ที่ผู้บริโภค ให้การยอมรับ ตลอดจนการ เพิ่มสินค้าเพื่อเข้ามาสนับสนุน ทางการตลาดอีกกว่า 2,000 รายการ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ มีการคัดสรรสินค้าระดับสุดยอด ทั้งที่ผลิตเองในประเทศ และ นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามา เสริมทางการตลาดกว่า 8,000 รายการ


จอย แอนด์ คอยน์ กำหนดแผนการตลาดเอาไว้ 3 ช่องทาง ด้วยกัน ช่องทางแรก เป็นช่อง ทางการขายผ่านระบบเครือข่าย ขายตรง MLM ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม ถือเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน สินค้าสู่มือผู้บริโภค เน้นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับผู้ใช้สินค้า และ ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่าย ช่องทางที่สอง เป็นช่อง ทางการขาย ที่อยู่นอกระบบขาย ตรง โดยจะมีการจัดจำหน่ายใน ลักษณะขายปลีก เพื่อเพิ่มทาง เลือกแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ สินค้า ถือเป็นการสร้างยอดขาย ให้กับกิจการอีกช่องทางหนึ่ง และช่องทางที่สาม เป็น ช่องทางการขายส่ง ผ่านระบบ แฟรนไชน์ ที่เปิดโอกาสให้นัก ธุรกิจหรือผู้ลงทุนทั่วไป สามารถ เข้ามามีส่วนร่วม โดยผ่าน กระบวนการขายในลักษณะ โมเดิร์นเทรด ที่ไม่ต่างกับคอน วีเนียนสโตร์ทั่วไป ใน 3 ช่องทางหลักทางการ ตลาด แม้จะมีการแบ่งแยกกลุ่ม สินค้า และวิธีบริหารจัดการกัน อย่างชัดเจน แต่สำหรับ จอย แอนด์ คอยน์ แล้ว กลับสามารถ นำเอาช่องทางการตลาด 3 ช่อง ทาง เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวได้ อย่างลงตัว


แผนการรุกทางการตลาด แบบ 3 ประสาน ถูกขับเคลื่อน โดยอาศัยบริษัทจอยมาร์ท จำกัดซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาธิการ สคบ. ที่ปรึกษาประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ จอย มาร์ท ถูกกำหนด ให้เป็น ร้านขายตรงสะดวกซื้อ ที่ แตกต่างไปจาก จุดบริการหรือ จุดจำหน่ายขายตรงทั่วไป ที่มุ่ง เน้นให้ ผู้นำในระดับแม่ทีม ที่มี ความพร้อมทางการลงทุน เอาไป สนับสนุนการสร้างเครือข่ายใน เขตพื้นที่ของตนเอง เริ่มตั้งแต่ การสร้าง โมเดล รูปแบบการจัดจำหน่าย ที่มี ความรวดเร็ว รองรับกับการ ขยายตัวของเครือข่ายขายตรง ทั้งในด้านการดิสเพลย์ร้าน การนำเอาซอฟต์แวร์ มาใช้ใน การสนับสนุนการซื้อขาย ผ่าน ระบบการชำระเงิน รวมไปถึงการ เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อนำไปสู่การ คำนวณรายได้ สำหรับสมาชิก ขายตรงของ จอย แอนด์ คอยน์ แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังเป็นการ สร้างโมเดล สำหรับ ธุรกิจแฟรน ไชน์ ที่จะมีการขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบ โดย สิทธิประโยชน์ นอกจากจะได้ จากธุรกิจขายตรงแล้ว ยัง สามารถรองรับรายได้อีก 2 ช่อง ทาง ทั้งขายปลีกและขายส่ง ที่จะ ถูกรวบรวมเอาไว้ที่ จอย มาร์ท เพียงจุดเดียว


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในวงการธุรกิจขายตรง มีหลาย ค่ายพยายามที่จะผลักดันจุด บริการมาตรฐานให้เกิดขึ้น แต่ก็ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้ เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วน ใหญ่ จะผลักภาระการลงทุนไป ยังแม่ทีมที่มีความพร้อม ทั้งเงิน ทุนและทางด้านการบริหาร จัดการ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในการทำ ธุรกิจเครือข่ายของหลายค่าย จะเห็นว่า การสนับสนุนให้มีการ เปิดจุดบริการมาตรฐาน เกินกว่า 50% มักจะประสบความล้ม เหลว เนื่องจากการตัดสินใจเปิด จุดบริการ ผู้นำหรือแม่ทีม มักจะ อาศัยการใช้ยุทธวิธีหลอกล่อ โดยอาศัย แรงกระตุ้นจากโปรโม ชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ประกอบกับ การปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ บริษัทได้วางเอาไว้ ก็มักจะมีการ แหกคอกนอกระเบียบ จนยากแก่ การควบคุม ครั้น เมื่อมีการลงทุน ไป แล้ว ไม่สามารถสร้างยอดขายใน จุดบริการดังกล่าวได้ เนื่องจาก ไม่มีองค์กรเครือข่ายทางการ ตลาดรองรับ สุดท้ายก็เท่ากับว่า เอาสินค้าไปกองขึ้นอืดในจุด บริการ สินค้าไม่ถึงมือผู้บริโภค แต่อย่างใด หากจุดบริการ ประสบ ความล้มเหลว เป็นจำนวนมาก ย่อมจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อ เสียงของบริษัท เผลอ ๆ ดีไม่ อาจ จะลุกลาม ไปถึงความเชื่อมั่น ที่ สมาชิกในองค์กรมีต่อบริษัทด้วย ซํ้าไป ดังนั้นการผ่าทางตัน ใน ระบบการจัดจำหน่ายสินค้าขาย ตรง โดยการตัดสินใจเข้ามา ลงทุนเอง ถือเป็นการตัดสินใจ ครั้งสำคัญของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่แม้จะดูเป็นการลงทุน ที่สูงเกินความจำเป็น แต่ถ้า หากมาดูผลในระยะยาว ย่อม เป็นการสร้างหลักประกันแก่ผู้ใช้ สินค้า รวมไปถึงสมาชิกทั้งมวล ที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทั้งใน เรื่องการบริการขนส่งสินค้า การ ส่งมอบสินค้า การแจงยอดสินค้า ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนทำ ธุรกิจเครือข่ายขายตรงในเวลานี้ การทำธุรกิจขายตรง เป็น ธุรกิจอิสระ ที่นักธุรกิจทุกคน จะ ต้องบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายของ ตนเอง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะ เห็นว่าไปจมอยู่กับการบริหารทีม ส่วนรายจ่ายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การบริการส่งมอบสินค้า เพราะฉะนั้น รายได้จาก แม่ทีม ระดับเงินแสน หากนำมา หักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกไป จะ เห็นว่า รายได้สุทธิจริง ๆ จะหาย ไป 30-40% ต่อเดือน แผนการลงทุนเบื้องต้น ของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับ การเปิดเผยจาก ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ ว่า ได้ลงทุนไปมูลค่ากว่า 300 ล้าน บาท หรือหากรวมมูลค่าการ ก่อสร้าง ก็จะคิดเป็นมูลค่านับ พันล้าน โดยล่าสุดมีรายการว่า จอย มาร์ท ได้เปิดดำเนินการ ไปแล้วประมาณ 40 แห่ง โดยตั้ง อยู่ตามหัวเมืองหลักที่สำคัญ การสร้างสิ่งอำนวยความ สะดวก เหล่านี้ ดร.สมชายมอง ว่า เป็นการวางแผนระยะยาว เพื่อลดขั้นตอนและลดปัญหา ใน เรื่องการกระจายสินค้าสู่มือผู้ บริโภค ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการ สร้างพฤติกรรมผู้บริโภคให้มี ความรู้สึกคุ้ยเคยกับระบบขาย ตรงมากขึ้น ที่ผ่านมา การขายสินค้า อาศัยเครือข่ายสมาชิก เป็นผู้ ดำเนินการ ส่งตรงถึงผู้บริโภค แต่ถ้าหากวันหนึ่ง สินค้าขาย ตรง ผู้บริโภคสามารถเดินเข้ามา หาซื้อได้ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิด ขึ้นกับวงการธุรกิจขายตรง ดังนั้น การขับเคลื่อน ทางการตลาด จอย มาร์ท จึง มีบทบาทสำคัญ ในการเข้ามา เสริมทั้งการทำธุรกิจเครือข่าย รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ ใหม่ให้กับวงการธุรกิจขายตรง ที่อนาคตอันใกล้ อาจเป็นไปได้ ที่สินค้าขายตรงจะเข้าไปมี อิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำ วัน ของประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุที่ สินค้าขายตรง มีจุดเด่นโดยตัวของตัวเองอยู่ แล้ว ในด้านคุณภาพสินค้าที่ เหนือกว่าสินค้าในท้องตลาด ทั่วไป หากลดช่องว่างทางการ ตลาดตรงนี้ลงไปได้ นั่นก็เท่ากับ ว่า โอกาสที่ธุรกิจขายตรงจะ เติบโตมากไปกว่านี้ยังมีอีกมาก
สิ่งสำคัญ ระบบที่จะ รองรับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้า ย่างเท้าเข้าสู่ จอย มาร์ท จะ ต้องตอบสนองความต้องการได้ หลากหลายและเพียงพอ เริ่มตั้งแต่กระบวนการซื้อ สินค้าผ่านการเป็นสมาชิก การ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ลูกค้ากับบริษัท ฯ ที่นอกจาก บริการที่รวดเร็วแล้ว หากแต่ยัง จะต้องมีวิธีการมัดใจให้ ผู้ซื้อพึง พอใจทั้งในตัวสินค้าและเงื่อนไข ผลประโยชน์ กลยุทธ์ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ วางเอาไว้ ด้วยการสร้าง โมเดล รูปแบบธุรกิจขายตรง แบบ 3 มิติ เพื่อรองรับกับ แผนการตลาดทั้งระบบเครือ ข่าย ขายส่งและ ขายปลีก จึงเป็น ทางเลือกสำหรับนักลงทุน และ ผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน ช่วงระยะเวลาแห่งการรอ คอย สำหรับจุดเปลี่ยนธุรกิจขาย ตรงเมืองไทย ไม่เพียงแต่เป็นการ ปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสทางการ ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่ ยัง เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการรวมตลาดใน อาเซียนที่กำลังจะถึงในอีก 2 ปี ข้างหน้า ถามว่า J&C มีความ พร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับใน ประเทศตอนนี้ 100% แต่หาก ในระดับอาเซียน เราต้องมี โมเดลสาขาขนาดใหญ่พอ ที่จะ ประกาศให้เขาได้รู้ว่า รูปแบบ ขายตรงของบ้านเราได้เปลี่ยนไป แล้ว คือมีลักษณะไม่ต่างกับห้าง สรรพสินค้า เป็นหน้าเป็นตา มี สินค้าหลากหลายจริง แข่งขันได้ จริง ขณะเดียวกันสาขาที่เราจะ ไปเปิดใน AEC ก็ต้องอยู่ใน โมเดลเดียวกัน คือ คีย์ออร์เดอร์ ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ลูกค้าที่อยู่ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ กัมพูชา สามารถรับคอมมิชชั่น ได้โดยไม่ต้องข้ามมา เราโอนให้ ประเทศนั้น ๆ ได้เลย บริษัท ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องให้ แบงค์ทำ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ กล่าวถึงแผนการยกระดับ การแข่งขัน เพื่อก้าวสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ ไม่เพียงแค่การเตรียมพร้อมเพื่อ ตั้งรับคู่แข่งจากประเทศอื่น เท่านั้น หากแต่เป็นการเตรียม พร้อมเพื่อที่จะรุกไปสู่ประเทศอื่น ในอาเซียนเช่นกัน การเปิดประตูสู่ AEC แม้ จะมีการรวมตลาดเป็นหนึ่ง มี กำลังซื้อจากพลเมืองเพิ่มขึ้น เกือบ 600 ล้านคน แต่ปัญหาที่ ทุกคนยังกังวลกันอยู่ก็คือ รูป แบบทางการตลาดรวมไปถึงวิธี การบริหารจัดการทางการตลาด ในแต่ละประเทศจะทำอย่างไรให้ สู่มาตรฐานเดียวกันได้ หากหวังแต่เพียงสร้าง ภาพ เพื่อทำให้ภาพพจน์ของ บริษัทดูดีในสายตาคนทั่วไป ก็ คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการเข้า สู่ AEC ด้วยเหตุที่ เงื่อนไขการ ลงทุน รวมทั้งข้อกำ หนดกฎ เกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแล ธุรกิจขายตรงในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน การพัฒนาธุรกิจขายตรง เพื่อก้าวสูการลงทุนนอกประเทศ หรือ การยกระดับสู่การเป็น บริษัทขายตรงข้ามชาติ มีความ แตกต่างกับการขายในลักษณะ เทรดดิ้ง เฟิร์ม อย่างสิ้นเชิง เทรดดิ้ง เฟิร์ม ดำเนินการ ทางการตลาด โดยอาศัยระบบ การกระจายสินค้าจากคนในท้อง ถิ่นเป็นหลัก มีกลไกทางด้าน ราคา และการสร้างแบรนด์ เป็น พลังขับเคลื่อน เสมือนหนึ่งกับ เป็นการต่อท่อนํ้าลำเลียงไปยัง ชุมชนต่าง ๆ


ขณะที่การทำตลาดขายตรงจะมีระบบการขับเคลื่อน ผ่านกระบวนการตัวแทน ที่ต้อง ใช้คนจำนวนมาก รวมทั้งต้อง มีระบบการจัดวางสินค้าเพื่อ รองรับความต้องการอย่าง เหมาะสม และที่สำคัญ การดูแลผล ประโยชน์ของสมาชิก จะต้อง ใช้ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่มี ศักยภาพเพียงพอในการดูแล ผลประโยชน์ของสมาชิกในต่าง ประเทศ เพราะฉะนั้น การเปิด แนวรบนอกบ้าน สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การสร้างกลไกทางการ ตลาดให้พร้อม เพื่อลดขั้นตอน หรือเงื่อนไข สำหรับผู้บริโภคใน ท้องถิ่น รูปแบบ ของ จอย มาร์ท โมเดล กำลังเป็นบททดสอบ พลังขับเคลื่อนเครือข่ายขายตรง สู่ระดับนานาชาติ เป็นครั้งแรก ที่ถึงวันนี้ หากทุกอย่างเป็นไป ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ การ ทำธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็น ส่วนไหนของโลกก็จะสามารถ เชื่อมโยงทางการตลาดเป็น ตลาดเดียวกันได้ ณ วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้วางรากฐานทั้งใน_ ประเทศ และในระดับอาเซียน เอาไว้หลายประเทศ โดยจะมุ่ง เน้นการขายเครือข่ายผ่านระบบ มินิมาร์ทขายตรง เป็นหัวหอก อาศัยแรงส่ง จากผลิต ภัณฑ์สินค้าที่หลากหลาย เพิ่ม ทางเลือกแกผู่บ้ ริโภค เพมิ่ โอกาส แก่คนทำธุรกิจเครือข่าย ถือเป็นการประกาศ แนวรบทางการตลาด รูปแบบ ใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้อง สร้างแรง จูงใจแก่คนภายนอกด้วยการ สร้างภาพความยิ่งใหญ่ หากแต่ เป็นการสร้างกระบวนการเครือ ข่ายขายตรง ภายใต้คอนเซ็ปที่ เน้นความยั่งยืน เปลี่ยนความ ยากเป็นความง่าย เปลี่ยนราย จ่ายเป็นรายรับ สามารถทำ ธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยระบบ การแบ่งสรรผลประโยชน์อย่าง เป็นเสมอภาค ยุทธศาสตร์ทางการตลาด ของ จอย แอนด์ คอยน์ ไม่เพียง แต่การเสริมสร้างศักยภาพใน ระบบการจำหน่ายสินค้าให้ สะดวกเหมือนกับคอนวิเนียน สโตร์ทั่วไปเท่านั้น หากแต่ยัง มี กระบวนการสร้างเครือข่ายด้าน การผลิต ในรูปแบบที่เรียกว่า มัลติ แชลแนล มาร์เก็ตติ้ง ที่ผู้ ค้า ผู้ผลิตหรือใครก็ตาม ที่ นอกจากจะเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจ อิสระ สร้างเครือข่ายกับบริษัท ฯ แล้ว ยังสามารถนำสินค้าเข้า ร่วมกับบริษัท เพื่อเพิ่มความ หลากหลาย และทางเลือกแก่ผู้ บริโภคอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก วิเคราะห์ ดูการขับเคลื่อน ทางการตลาดโดยรวมของ จอย แอนด์ คอยน์ แล้วจะเห็นว่า มี การเข้าไปปรับโครงสร้างเกือบ ทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การผลิต มีการ เพิ่มไลน์โปรดักส์ออกไปในทุก กลุ่มลูกค้ารวมทั้งมีการปรับปรุง โรงงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับกับ การเติบโตในอนาคต ประการต่อมา ด้านการ ตลาด จะเห็นว่า จอย แอนด์ คอยน์ เริ่มหันกลับมาเน้นความ เชื่อมั่น กับสมาชิกในองค์กรด้วย การพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง กรณี จอย มาร์ท คง ไม่ใช่เพียงแค่ร้านสะดวกซื้อ สำหรับผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่ ยังเป็นร้านสะดวกขาย ที่นัก ธุรกิจอิสระ สามารถนำมาเป็น จุดแข็งในการต่อสู้ทางการตลาด กับกิจการขายตรงอื่นได้ อย่าง มั่นใจ และที่สำคัญ การแสวงหา แนวร่วมทางการตลาด เพื่อขยาย ผลิตภัณฑ์สินค้า เข้าสู่ จอย มาร์ท อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็น ความท้าทาย สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขาย ตรง นอกจากนี้ หากรูปแบบ หรือ โมเดล ที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างเอาไว้ได้รับการ ตอบรับอย่างกว้างขวาง ใน อนาคต รูปแบบการลงทุนใน ลักษณะ จอย มาร์ท ก็มีความ เป็นไปได้ ที่จะถูกผ่องถ่ายไปสู่ นักธุรกิจอิสระทั้งหลาย ที่พร้อม จะควักเงินในกระเป๋ามาลงทุนใน รูปแบบที่เรียกว่า แฟรนไชน์ ที่มิได้มีความหมายแค่ใน ประเทศ แต่หากหมายรวมไปถึง ในอีก 10 ประเทศอาเซียน ที่จะ กำลังจะตามมา ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่ง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการขยาย ตัวในอัตราที่สูง การเตรียมความพร้อม เพื่อรองกับการรวมเป็นตลาด เดียว จึงเป็นสิ่งที่วงการธุรกิจ ขายตรง จะต้องเร่งวางแผน รองรับในทุกมิติ การมุ่งเน้นการสร้างเครือ ข่ายแต่เพียงอย่างเดียว คงมิใช่ หนทางสู่ความสำเร็จอีกต่อไป... วิสัยทัศน์ จะเป็นตัว กำหนดแนวทางทางการตลาด รวมถึงอนาคตของวงการธุรกิจ ขายตรงเมืองไทย ที่จะต้องเข้าใจ และเข้าถึงข้อมูลทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบ ด้าน
การรู้เขารู้เรา ตามตำรา ของ ซุนหวู่ ในยุคนี้ อาจไม่ เพียงพอ เพราะ หากรู้แล้ว แต่ยัง ใช้รูปแบบการรบเดิม ๆ ไม่รู้จัก ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยยังคงทำ ธุรกิจในลักษณะที่เรียกว่า Old Fashion ยังไงก็คงต้องแพ้ สิ่งสำคัญ ก็คือ การเดิน ยุทธศาสตร์การต่อสู้ จะต้องผ่าน กระบวนการ พิสูจน์ และการ ทดสอบมาอย่างโชนโชน ก่อนมา สู่การปฏิบัติจริง เพราะสนาม ธุรกิจขายตรง แม้จะมีตัวเล่นใน สนามมากมาย แต่คนที่จะมา เป็นตัวจริงในสนาม ต้องมีความ พร้อม ทั้งร่างกาย ทั้งทักษะ และ ความสามารถเฉพาะตัว ที่โดด เด่นเหนือคนอื่น หากจะมีใครสักคนต้อง ถูกเปลี่ยนตัวเล่นระหว่างเกมยัง ไม่จบ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่า เสียดาย


วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศพร้อมรบทุกสนาม ไม่ ว่าจะเป็นระบบประเทศ หรือ ระดับสากล เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี ทางการตลาดขายตรงแบบใหม่ ที่ไม่ว่าผลจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อย คงต้องให้เครดิต ดร.สมชาย หัชลีฬหา คนเก่งมือเก๋า ที่กล้า เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง มิหนำซํ้ายังกล้าเดิมพันด้วยเงิน ลงทุนสูงนับพันล้านบาท นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้น ครั้งสำคัญ ของการสร้าง อาณาจักรเครือข่าย ที่แม้บาง ครั้งอาจดูสุ่มเสี่ยง แต่งานนี้หาก ดร.สมชาย ผลงานดีตีโจทก์แตก เชื่อเหลือเกินว่า รางวัลแจ็คพ็อต คงไม่หนีไปไหน กินรวบข้ามทวีปแน่นอน !!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 342 ประจำวันที่ 16-31 เมษายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดคัมภีร์บทใหม่ตลาดเครือข่าย เล่นกลยุทธ์ผ่านสื่อ ตอกย้ำแบรนด์ธุรกิจ









ซูมยุทธศาสตร์เหนือเมฆตลาดเครือข่าย หลังพบหลายค่ายปล่อยทีเด็ดออกอาวุธผ่านสื่อทีวี พร้อมเดินเกมแบบครบเครื่องด้วยการทุ่มงบการตลาดแบบสุดตัว-อัดแคมเปญแรง หวังกระทุ้งธุรกิจตื่น หมายสร้างแรงดึงดูด ดึงสมาชิกเข้าร่วมธุรกิจ เผยเตรียมพบเกมการแข่งขันในตลาดเครือข่ายนับจากนี้ เล่นบทบู๊-บทบุ๋น ครบทุกรส


การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะยุคไหน พ.ศ.ไหน เรื่องของ การทุ่มงบการตลาด นับเป็นของคู่กันกับทุกธุรกิจ และยิ่งมีสื่อที่ครบเครื่องด้วยแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งขีปนาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจอย่างมากทีเดียว นอกจากนี้ ในเรื่องของการโปรโมทประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่าน ภาพยนตร์โฆษณา เพื่อตอกย้ำการรับรู้ก็ถือว่าสำคัญด้วยเช่นกัน


จึงเรียกได้ว่า ทั้งในส่วนของ งบการตลาด-แคมเปญ-โฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ทั้งในเรื่องของยอดขายและความอยู่รอดของบริษัทนั่นเอง...แต่ยอดขายจะถึงตามเป้าที่วางไว้หรือไม่นั้น การจัดสรรงบการตลาด เพื่อแบ่งไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นเพื่อยั่วน้ำลายผู้บริโภคก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน หากใครที่มีโปรโมชั่นที่โดนใจและกินใจย่อมชนะใจผู้บริโภคไปเกินครึ่งด้วยเช่นกัน


...เช่นเดียวกับ บริษัทขายตรง ที่หลาย ๆ ค่ายในธุรกิจนี้ ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากทีเดียว เห็นได้จากเริ่มต้นปี มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาเทงบการตลาดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว รวมถึงมีทั้งในส่วนของโปรโมชั่นที่หลากหลายออกมานำเสนอผู้บริโภคและสมาชิกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระทุ้งตอกย้ำแบรนด์ด้วย ภาพยนตร์โฆษณา


จับทิศภาพยนตร์โฆษณาขายตรง


ขีปนาวุธทรงพลังตอกย้ำธุรกิจ


...หากพูดถึงอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำตลาดในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าในเรื่องของการสื่อความหมายในเชิงของธุรกิจผ่านช่องทางทีวีถือว่าเป็นสื่อที่คนดูแล้วเข้าใจ ที่สำคัญ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วย...เช่นเดียวกับขายตรง นู สกิน ประเทศไทย ภายใต้การคุมทัพหน้าของ ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย และเวียดนาม ที่ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ชื่อว่า นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน


ซึ่งทางด้านภคพรรณเอง ได้กล่าวว่า นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย เลยก็ว่า ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภค โดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา มาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ซึ่งได้มอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิว เอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพ ยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ


สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้นั้น เป็นการมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการสะท้อนผ่านจุดขาย เรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการของการล็อกอายุผิว ให้คงความอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ที่สอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคของ นู สกิน ที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จ และส่งเสริมยอดขาย ซึ่งทางด้าน นู สกินเอง ได้คาดหวังกับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ว่า จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในเวลา 3 เดือนอีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์โฆษณาที่ทาง นู สกิน ต้องการที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านต้านความชรานั่นเอง


เช่นเดียวกับทางด้าน หมอเส็ง ที่ในเรื่องของการโฆษณาผ่านสื่อในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้น้อยหน้าเช่นกัน เห็นได้จากในปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มีการประเดิมขึ้นโฆษณาป้ายบิลบอร์ด และรถประจำทางยูโรทูเพื่อย้ำชื่อ หมอเส็ง พร้อมกับชูความโดดเด่นของสมุนไพร ว่านชักมดลูก เพื่อคุณผู้หญิงอีกด้วย


ซึ่งในปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า หมอเส็ง ได้มีการบุกตลาดแมส ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่าสิบล้าน ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อต้องการที่จะอาศัยกลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือ และให้ความรู้ควบคู่กันไป ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงอาจจะพบเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของกรุงเทพฯ กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นป้าย LMB13 บริเวณถ.เพชรบุรีตัดใหม่ (สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ) ทิศทางมุ่งหน้าย่านทองหล่อ/เอกมัย/คลองตัน ป้าย LMB21 บริเวณถ.พระราม 9 มุมมองด้านจากมอเตอร์เวย์ ไปสู่ถนนพระราม 9 และ ป้าย LMB32 บริเวณสนามกีฬาสโมสรการท่าเรือฯ ทิศทางมุ่งหน้าถนนพระราม 4 และ ถนนพระราม 3 เป็นต้น


และนอกเหนือจากการส่งป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำแบรนด์หมอเส็งแล้ว ต้องบอกว่า หมอเส็ง เอง ยังมีการปล่อยภาพยนตร์โฆษณาผ่านทางฟรีทีวีเพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงแบรนด์หมอเส็งอีกด้วย โดยการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นตัวนำร่องในการสื่อสารให้กับผู้บริโภคนั่นก็คือ ยาบำรุง กวาวเครือขาว ตราหมอเส็ง และครีมบำรุงผิวหน้า ที่เป็นการถ่ายทอดผ่านทางพรีเซ็นเตอร์สาว บอกถึงคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ พร้อมกับตบท้ายด้วย เสียงคุณหมอเส็งที่พูดว่า... เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม หมอเส็ง...


อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งภาพ ยนตร์โฆษณาที่ทาง คุณฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือ หมอเส็ง ได้ออกมาตอกย้ำธุรกิจด้วยตนเอง ด้วยการบอกว่า... คุณผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องของผิวพรรณบนใบหน้า ทั้งสิว ฝ้า หน้าด่างดำ หมองคล้ำ รูขุมขนใหญ่ ไม่กระชับ กร้านแห้ง ทาแป้งไม่ติด ถ้าท่านอยากได้ผิวหน้าขาวใส ภายใน 7 วัน โทรมาคุยกับผม.... ...ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำภาพของความสำเร็จในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมอเส็งได้เป็นอย่างดีทีเดียว


...นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การนำทัพของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ที่ก็ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชุดหนึ่ง เพื่อสื่อสารให้กับผู้ที่ต้องการมองหาอาชีพเสริมเช่นกัน ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้นั้น ทางด้านของดร.นพรุจเอง ต้องการที่จะสื่อสารกับทุกคนว่า หากเข้ามาสู่ ธุรกิจขายตรง แล้วสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ได้จริง


โดยภาพยนตร์ชุดนี้ ดร.นพรุจ ได้พูดว่า... บนเส้นทางธุรกิจขายตรงของคนไทย กว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้สร้างธุรกิจอิสระที่เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ผู้คนทุกระดับอย่างมากมาย เราตระหนักที่ว่า การสร้างธุรกิจขายตรงที่ดี และมั่นคงนั้น คือ รากฐานที่สำคัญ ในการมอบชีวิตที่ดีแก่สังคมไทย ด้วยรางวัลแห่งเกียรติยศ สาขาสร้างงาน สร้างอาชีพ และรางวัลคืนชีวิตใหม่ให้กับคนไทย 3 ปีซ้อน ผมขอขอบคุณพี่น้องทุก ๆ คน ที่ให้ความไว้วางใจธุรกิจขายตรงของคนไทย ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จเป็นอันดับหนึ่ง วันนี้เราพร้อมขยายธุรกิจนีโอไลฟ์ไปสู่อาเซียน ด้วยศักยภาพธุรกิจของคนไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่ความสำเร็จกับเรา... เรียกว่านี้คือ การออกมาตอกย้ำถึงความสำเร็จของธุรกิจนีโอ ไลฟ์ ในตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา กับความยั่งยืนของธุรกิจนี้นี่เอง ที่ทางดร.นพรุจ ต้องการที่จะสื่อสารในเรื่องนี้


ขายตรงเทกระจาดงบเพียบ


เร่งสร้างความแกร่งธุรกิจโต


...ณ ปัจจุบันนี้ หากจะพูดถึงในเรื่องของ งบประมาณการตลาด และ แคมเปญ สำหรับธุรกิจแล้วล่ะก็ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญ ในการทำธุรกิจเพื่อกระตุ้นยอด กระตุ้นกำลังการซื้อของผู้บริโภคให้เกิดขึ้นนั่นเอง เห็นได้อย่าง บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ มิสทิน ในต้นปีนี้ ก็ได้มีการจัดแคมเปญ Mistine I am ที่ถือเป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่น ที่มีการประกบแคมเปญด้วยกิจกรรมออนไลน์ควบคู่กันเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยที่ผู้บริโภคได้มีส่วนรวมกับสินค้า ด้วยการแจกตลับแป้งรูปหน้าตนเอง 1,000 ตลับ ผ่านการตกแต่งในเว็บไซต์ ทั้งออนไลน์/ดิจิตอล ที่จะมีไปควบคู่กับทุกแคมเปญของมิสทิน


นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ตลอดทั้งปีนี้ทาง มิสทิน เอง ยังจะมีแคมเปญเพื่อมากระตุ้นตลาดอีกกว่า 25-26 แคมเปญด้วยกัน ด้วยงบการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้งปีนี้ ที่ทาง มิสทิน เอง ตั้งไว้อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 20% โดยงบ 300 ล้านบาท จะเป็นสำหรับดิจิตอลแคมเปญ เฉลี่ยเดือนละ 2 แคมเปญด้วยกัน


ที่สำคัญ มินทิน ยังได้เตรียมลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่ย่านลาดหลุมแก้ว หรือ ชื่อโครงการ Better Land เพื่อเตรียมผันตัวเป็นเทรดดิ้งครบวงจร ทั้งผลิตสินค้า ทำการตลาด และจัดจำหน่าย โดยปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไป 50% ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้ได้อย่างเป็นทางการประมาณกลางปีนี้ ขณะเดียวกัน มิสทิน ยังมีแผนขยายธุรกิจขายตรงไปต่างประเทศอีกด้วย โดยเป็นลักษณะร่วมทุนกัน ซึ่งได้มีการเริ่มต้นไปแล้วที่ประเทศลาวและจะขยายต่อไปกัมพูชา และ อินโดนีเซียต่อไป


อีกทั้ง มิสทิน เอง ยังได้เตรียมจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่ได้มีการทดลองจำหน่ายกับสาวมิสทินก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสินค้าเครื่องสำอาง และ แค็ตตาล๊อก Friday เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ชอบเข้าโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้งานได้ประมาณช่วงปี 2557 นี้


...ส่วนอีกหนึ่งค่ายขายตรง มาบุญครอง ในปีนี้ ต้องบอกว่า เร่งเครื่องปลุกธุรกิจให้ตื่นตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว หลังจากที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินศิริชัยและ ศิริชัย ไบโอ พลัส เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลทำให้บริษัทฯ จึงได้มีการอัดงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นอีก จากเดิม 30 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท พร้อมกับจะมีการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือนอีกด้วย เพื่อให้นำไปทดลองใช้ทำแปลงสาธิต โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไป ซึ่งการอัดฉีดทุ่มงบการตลาดดังกล่าวของค่ายมาบุญครองในครั้งนี้ ถือว่าจัดหนัก จัดเต็มเพื่อสมาชิกจริง ๆ


ซึ่งทางด้านเอ็มดีของค่าย มาบุญครอง ต่างมีความมั่นใจว่า การทุ่มงบในการสนับสนุนครั้งนี้ จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทฯ ให้ทะลุเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท และส่งผลให้มีผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจมาบุญครองเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


...เช่นเดียวกับทางด้าน บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ที่นำโดยนายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง ก็ได้ออกมาประกาศพร้อมที่จะเปิดเกมรุกเต็มอัตราศึกด้วยการ เตรียมมุ่งกิจกรรมทางด้านการตลาดในปีนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกับได้มีการวางนโยบายที่รัดกุม รวมถึงการจัดกิจกรรมในส่วนของการมอบของรางวัลในเรื่องของการกระตุ้นยอดขายสมาชิก ที่จะมีการแบ่งออกเป็นในแต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของโปรโมชั่นกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ในปีนี้ เอเชีย สุพรีม ได้กำหนดโปรโมชั่นทริปท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 2 ครั้ง และต่างประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และนิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปรโมชั่นรถยนต์อีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งแคม เปญที่เรียกได้ว่า ค่ายนี้ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกนั่นเอง


...ส่วนทางด้านค่าย ออริเฟรม ในปีนี้ ก็ทุ่มงบจัดแคมเปญแบบเร่าร้อนด้วยการแจก MAZDA 2 สำหรับผู้ที่สามารถขึ้นตำแหน่ง โกลด์ไดเร็คเตอร์ใหม่ ภายในปี 2556 มูลค่ากว่า 600,000 บาท


ด้านยักษ์ใหญ่ขายตรงอย่าง แอมเวย์ ปีนี้ ยังคงเน้นกลยุทธ์เดิม โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด พร้อมชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัยรุ่นและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองปัญหาหรือความต้องการเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ แอมเวย์เอง ยังเตรียมที่จะสานต่อการสื่อสารเชิงรุก ด้วยการสร้างแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้กระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าแอมเวย์ ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มจำนวนไลค์ของแฟนเพจรวม 4 แบรนด์ คือ แอมเวย์ อาร์ทิสทรี นิวทริไลท์ และอีสปริง มียอดไลค์ (like) ถึง 273,218 ไลค์ด้วยกัน อีกทั้งในปีนี้ แอมเวย์ยังคงเดินหน้าสร้างแอมเวย์ ช็อป ให้กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วย


อีกทั้งยังพบอีกว่า แผนงานหลักที่สำคัญ ของแอมเวย์ในปีนี้ ยังมีในส่วนของการสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมา แอมเวย์ ได้มีการตั้งแผนกใหม่ชื่อว่า แผนกส่งเสริมศักยภาพนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของนักธุรกิจแอมเวย์ผ่านการจัดฝึกอบรม สัมมนาอีกด้วย


...จะเห็นได้ว่า วันนี้ หากบริษัทขายตรงค่ายไหน ที่ความครบเครื่องในเรื่องของธุรกิจไม่เพียงพอ ต้องบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสร้างความโดดเด่นของธุรกิจให้เกิดโดยเร็ว เพราะปัจจุบันนี้เกมการแข่งขันในเชิงธุรกิจค่อนข้างที่จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว ซึ่งหากค่ายไหนที่มี ความเก๋าเกม มากพอ รวมถึงมี ความนิ่ง ของ องค์กร ที่แกร่งพอ เชื่อว่าเป้าหมายที่วางไว้ ก็ย่อมสำเร็จด้วยเช่นกัน....




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าว เอวอน คอสเมติคส์(Avon Cosmetic) : เอวอนคาดยอดขายมาเลย์โต2หลัก ธุรกิจจีนย่ำแย่ลุยปิดสาขากว่า 10 แห่ง









เอวอน มาเลเซีย มองยอดขายในปีนี้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอีก แม้จะค่อนข้างท้าทาย เพราะปีที่ผ่านมายอดขายเพิ่มขึ้น 20 ล้านริงกิตหรือประมาณ200 ล้านบาท
แคโรลีน นูร์ อมีร่า ลี กรรมการ ผู้จัดการ เอวอน มาเลเซีย กล่าวว่า เป็น สิ่งสำคัญอย่างมากกับบริษัทที่จะต้อง รุกในช่วงที่โมเมนตั้มการเติบโตยังมี แรงเหวี่ยงสูงโดยบริษัทจะเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่เกือบ 10 ตัวเสริมการ ขยายธุรกิจในปีนี้
เราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ในกลุ่มบล็อคบัสเตอร์หลาย อย่างรวมไปถึงกลุ่มดูแลผิวด้วย ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ภายในบ้านจะ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องครัวและ ผลิตภัณฑ์เก็บรักษาอาหารตัวใหม่ นอกจากนี้ยังจะมีเครื่องแต่งกาย ใหม่เฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่คาดว่าจะ เป็นสินค้ายอดนิยมด้วย
ทั้งนี้ เอวอน มาเลเซียมีร้าน เอวอนบูติกประมาณ 200 ร้านทั่ว ประเทศ ผู้จัดการเขต 42 คนที่จะให้คำ แนะนำและคำปรึกษาแก่สมาชิกของ พวกเขา ลี บอกว่า สิ่งสำคัญสำหรับเอวอน คือความท้าทายที่จะต้องอยู่ใน ระดับเดียวกับบริษัทขายตรงรายอื่นๆ ใน ตลาดให้ได้
เราต้องอยู่ในระดับเดียวกัน กับคู่แข่งเพื่อที่จะเปลี่ยนรสนิยมของ ผู้บริโภคและนักขายของเรา สิ่งสำคัญ คือเราต้องนำเสนอในสิ่งที่ผู้บริโภค ต้องการให้ได้และต้องการแข่งขันกับ คู่แข่งให้ได้ด้วยการประชุมแผนงาน กับนักขายของเรา
ปีที่ผ่านมา เอวอน มาเลเซียทุ่ม เงินถึง 7 ล้านริงกิตหรือประมาณ 70 ล้าน บาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนและโบนัสให้กับ นักขายราว 40 คน
ขณะที่กิจการในมาเลเซียกำลัง เติบโต แต่ธุรกิจของเอวอนในจีนกลับ สวนทางเมื่อได้ปิดสาขาไปถึง 10 แห่ง หลังจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เอวอนมี รายได้จากธุรกิจในจีนลดลงต่อเนื่องจาก 2,400 ล้านหยวนหรือประมาณ 12,000 ล้านบาท ในปี 2546 เหลือไม่ถึง 1,000 ล้านหยวนหรือประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2555
ทั้งนี้ บริษัทขายตรงเครื่องสำอาง จากสหรัฐฯ อย่างเอวอน มีแผนที่จะเลิก จ้างพนักงาน 1,500 คนทั่วโลกและถอน ธุรกิจออกจากเกาหลีใต้ และเวียดนาม ซึ่ง แหล่งข่าวในเอวอนกล่าวว่าบริษัทฯจะปิด สาขาในจีนมากกว่า 10 แห่งเพื่อยุติธุรกิจ ขายตรงและเปิดเป็นแฟรนไชส์แทน
เอวอนเริ่มทำธุรกิจในจีนในปี 2533 ด้วยการตั้งบริษัทและมีการปรับตัว อยู่ 3 ช่วงเพื่อให้เข้ากับตลาดจีน โดยใน ปี 2541 ถูกรัฐบังคับให้หันไปทำธุรกิจค้า ปลีกและเปิดแฟรนไชส์มากกว่า 100 แห่ง ทั่วประเทศจีน หลังธุรกิจขายตรงถูก รัฐบาลจีนแบนต่อมาในปี 2549 ซึ่งเป็นปี ที่ได้รับใบอนุญาตขายตรงเป็นรายแรก จากรัฐบาลจีน บริษัทก็เดินธุรกิจผ่านแผน ไฮบริด หรือการขายผ่านร้านค้าควบคู่ กับขายผ่านตัวแทนแต่ทั้งจำนวนร้านค้า และยอดขายลดลงเนื่องจากบริษัทเรียก เก็บค่าธรรมเนียมแพง
ปี 2551 บริษัทต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวการติดสินบนและยอดขายที่ยิ่ง แย่ลงก่อนที่เดือนเมษายนปี 2553 ทาง เรเน ออร์โดเนซ ผู้จัดการเอวอนประเทศ จีนหันมาขยายธุรกิจขายตรงภายใต้รูป แบบการขายแบบผสมทำให้เอวอน ขาดทุนต่อเนื่องและอีกไม่กี่ปีจากนั้น เขาก็บอกว่าถึงเวลาที่บริษัทจะต้องหนี จากประเทศจีน
จนกระทั่งมีนาคมปีที่ผ่านมา จอห์น หลิน ผู้บริหารใหม่ที่เพิ่งได้รับ การแต่งตั้งได้นำการปฏิรูปมาสู่เอวอน ประเทศจีนซึ่งเป็นช่วงที่ 4 ของการปรับ เปลี่ยน โดยเอวอนยกจีนเป็นหนึ่งใน ตลาดสำคัญ มุ่งให้ความสำคัญไปที่ การขายผ่านร้านค้า ลดบทบาทขายตรง ลง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวผู้เชี่ยวชาญมอง ว่า ไม่ดีนักเพราะถึงแม้เอวอนจะเข้ามา ในจีนกว่า 20 ปีแต่ก็ยังไม่ได้นำโมเดล นี้ไปปรับใช้กับตลาดจีนอย่างแท้จริง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"โมนาวี" เปิดสกินแคร์ระดับพรีเมี่ยม วางจำหน่ายในไทยที่แรกของโลก








คุณเดฟ เฟลป์ ประธานภูมิภาคเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้ บริษัท โมนาวี (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ทาง โมนาวี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม สกินแคร์ เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาตอนเปิดบริษัทโมนาวี ทางบริษัทมีนโยบายชัดเจนว่าถึงอย่างไรก็ตาม ทางโมนาวีเองก็ต้องมีผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไว้จำหน่าย เนื่องจากผลิตภัณฑ์ สกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักในวงการขายตรง
โมนาวี สกินแคร์ เป็นนวัตกรรมจากฝรั่งเศส มีสารสกัดจากป่าอาเมซอน เราวางแผนมานานแล้วที่จะเปิดสกินแคร์ในเมืองไทย เมื่อเจ้าของบริษัทไฟเขียว เราจึงเลือกเปิดสกินแคร์ในเมืองไทยเป็นประเทศแรก การที่เจ้าของอนุมัติเปิดสกินแคร์ ที่เมืองไทยก็เนื่องจากเขาให้เกียรติเมืองไทย และเราก็ตั้งความหวังกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของเราไว้สูงมาก
ผู้บริหารระดับสูง โมนาวี กล่าวต่อไปว่า สำหรับขั้นตอน ขอ อย.ของผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ โมนาวีนั้น อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายคาดว่าอีกไม่นาน สินค้าตัวดังกล่าวจะได้รับการรับรองจากทาง อย. การเปิดสินค้า สกินแคร์ ของทางบริษัท ในครั้งนี้ หลายคนอาจมองว่า สกินแคร์จะเป็นสินค้าขัดตาเทพ นั้นไม่ถูกต้อง ทางโมนาวี ให้ความสำคัญ กับ 2กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้หรือสกินแคร์ในสัดส่วน เท่าๆ กัน
นโยบายด้านสินค้าของเรานั้น เราเน้นที่ความหลากหลาย แต่เราจะเปิดสินค้าได้กี่ตัวนั้นขึ้นอยู่กับว่าทาง อย. จะอนุมัติสินค้าเราได้กี่รายการ ในวันนี้เราเปิดสินค้ากลุ่มสกินแคร์ไปแล้ว เป็นการตอกย้ำนโยบายด้านสินค้าที่เน้นความหลากหลายของเราได้เป็นอย่างดี เราคาดว่าน่าจะเปิดสินค้าในปีนี้อีก 2-3 รายการ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าทาง อย. ออกสินค้าให้เราได้กี่ตัว
สำหรับผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมา ถือว่า โมนาวี มีการเติบโตในระดับที่น่าพึงพอใจ ในปีนี้ทางบริษัทคาดว่ายอดขายอาจจะแซงหน้าโมนาวี มาเลเซีย ซึ่งมียอดขายเดือนละ 200 ล้านบาท โดย 1 ปีที่ผ่านมาทางบริษัทมีสมาชิกอยู่ราว 30,000 รหัส ถือเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ
โมนาวีเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางบริษัทก็ได้ทุ่มงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วประเทศ แต่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ทางโมนาวีโฟกัสไปที่คนในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ มีจำนวนสมาชิกของโมนาวีจำนวนมาก


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154