ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเจล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเจล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“อีพิค (EPIC)” ดูดแม่ทีมดังร่วมทีม “นิติ สว่างทรัพย์” นำร่องทิ้ง “อาเจล” ย้ายค่าย

Head


boss3


niti_sawangsap2


 


ช็อกวงการขายตรงเมืองไทย เมื่อ “อีพิค” ปล่อยพลังดูด เปิดตัวผู้นำหมายเลขหนึ่งแห่งค่ายอาเจล “นิติ สว่างทรัพย์” เข้าร่วมทัพ หลังซุ่มเงียบเจรจากันเป็นแรมเดือน วงในเผยแผนใหญ่เตรียมใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ในไทย เป็นฐานบัญชาการใหม่ อีพิค แบไต๋จ่อโชว์ตัวผู้นำต่างค่ายอีกเพียบ ด้าน “นิติ สว่างทรัพย์” ยอมรับตัดสินใจค่อนข้างนาน แต่จำใจต้องจาก เหตุความคิดเห็นไม่ตรงกันมั่นใจศักยภาพบริษัทใหม่ทั้งเงินทุน ผู้บริหาร และสินค้าเด่น เชื่อช่วยทีมงานประสบความสำร็จได้ไม่ยาก


                ผู้สื่อข่ายรายงานว่า หลังจาก บริษัท อีพิค (ประเทศไทย) จำกัด (EPIC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท เบอร์จายา กรุ๊ป ที่มี Tan Sri Vincent Tan มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของได้เปิดตัวทีมผู้บริหารอย่าง Glen Jensen อดีต ผู้ก่อตั้ง บริษัท อาเจลฯ ปัจจุบันนั่งตำแหน่งประธาน ผู้ก่อตั้ง บริษัท อีพิคฯ และ ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ อดีตผู้บริหารของ บีฮิบ (ไทยแลนด์) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งของรองประธานฝ่ายภูมิภาค เอเชีย ดูแลตลาดเอเชีย และ ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ปรากฏมีกระแสข่าวว่าได้ดึงผู้นำจากค่ายขายตรงหลายแห่งมาร่วมทีมเป็นจำนวนมาก


                ล่าสุด นิติ สว่างทรัพย์ ผู้นำหมายเลขหนึ่งของ อาเจล ประเทศไทย ได้ตัดสินใจยื่นใบลาดออกจาก บริษัท อาเจลฯ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมธุรกิจกับ บริษัท อีพิคฯ อย่างเป็นทางการซึ่งการเข้ามาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือว่าได้สร้างความมืนงง ให้กับสมาชิกของอาเจลเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า นิติ สว่างทรัพย์คนนี้เป็นผู้บุกเบิก ตลาดอาเจล ในประเทศไทย และ ในกลุ่มประเทศอาเซียน จนทำให้อาเจลก้าวขึ้นมามียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และถือว่าเป็นผู้นำต้นแบบของหลายๆ คนในวงการขายตรงไทย จากการที่เขาประกาศชัดเจนว่าจะยืนหยัดสู้ต่อไป แม้บริษัท อาเจลฯ จะประสบวิกฤติอย่างหนักก็ตาม


                นอกจากการลาออกจาก อาเจล ประเทศไทย อย่างเป็นทางการของ นิติ สว่างทรัพย์ แล้ว แหล่งข่าววงในยังระบุอีกว่า บริษัท อีพิคฯ เตรียมจะใช้สำนักงานใหญ่ของอาเจล ประเทศไทย ในปัจจุบัน มาเป็นฐานบัญชาการของ อีพิค อีกด้วย ซึ่งแหล่งข่าวจาก อาเจลประเทศไทย ยอมรับว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหาสถานที่ เพื่อใช้เป็นสำนักงานแห่งใหม่ ของ อาเจล ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ อีพิค (ประเทศไทย ) ได้แถลงข่าวไปอย่าง ไม่เป็นทางการ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2556 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้นำ นำโดย นิติ สว่างทรัพย์ ได้จัดประชุมกัน เพื่อจัดให้มีการวางผังองค์กรเป็นครั้งแรก


                ด้าน นิติ สว่างทรัพย์ นักธุรกิจอิสระเปิดใจกับหนังสือพิมพ์ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า การตัดสินใจลาออกจากอาเจลเพื่อมาร่วมุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจค่อนข้างยากมาก ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเหตุผลที่ลาออกมาในครั้งนี้เป็นเพราะความคิดเห็นหลายอย่างไม่ตรงกันกับทางผู้บริหารของอาเจล จึงจำใจต้องตัดสินใจลาออกมา อย่างไรก็ตามจากการที่เคยได้ร่วมงานกับ Glen Jensen ประธานผู้ก่อตั้ง อีพิค เมื่อ 6-7 ปีก่อน ทำให้มีความเชื่อมั่นในการบริหารงาน และด้วยความพร้อมรอบด้านของบริษัทจึงเชื่อว่าจะนำพาทีมงานให้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


                ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่จะทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมผู้บริหารอย่าง Tan Sri Vincent Tan ที่ถือว่ามีความเข้าใจและมีแหล่งเงินทุนมหาศาลที่คอยให้การสนับสนุน โดยได้มอบหมายให้ Glen Jensen มีอำนาจในการบริหารงานอย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการขายตรงระดับโลกได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนเยอะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้อีพิคเติบโตอย่างยั่งยืน


                “การที่ผมลาออกจากอาเจล ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีผลกับบริษัทมากนัก เพราะทางผู้บริหารของอาเจลก็ยืนยันแล้วว่าจะให้การสนับสนุนในการทำตลาดในเมืองไทยต่อไป ซึ่งผมก็ได้บอกกับน้องๆ ทุกคนแล้วว่าให้มองที่ตัวเองเป็นหลัก แม้ผมจะไม่อยู่ทุกคนก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนที่จะมีใครตามมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่าทางอีพิค จะใช้สำนักงานของอาเจลเป็นสำนักงานนั้นยังไม่มีข้อสรุป เพราะว่า ก่อนหน้านี้ผมได้เสนอกับทางบริษัท อีพิคฯ ไปว่าให้ลองติดต่อกับทางเจ้าของอาคารแห่งนี้ดู ส่วนเขาจะตกลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของผู้บริหารของบริษัทเป็นลัก” นิติ สว่างทรัพย์ กล่าว


ขอขอบคุณ ข้อมูลและเนื้อหา จาก นสพ. เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 10 ฉบับที่ 235 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : Director Party Right Here Right Now ต้นแบบสูตรสำเร็จที่เป็นจริงได้!!







IMG_2129 (Mobile)


ค่ำคืนสุดพิเศษ เหล่าขุนพลนักธุรกิจจากทั่วประเทศ ร่วมฉลองความสำเร็จ ภายใต้ธีม Right Here Right Now โดยบอสใหญ่จากอเมริกาบนตรงร่วมแสดงความยินดี Mr. Craig Bradley และ Ann Feinstein ,Executive Diamond Director USA และผู้บริหารอาเจล ประเทศไทย คุณวสันต์ ลิขิตเสถียร ,คุณอคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร ช่วงเวลาแห่งการฉลองความสำเร็จ ผู้เข้าร่วมงานแสดงความยินดีพร้อมปูพรมแดงต้อนรับผู้ประสบความสำเร็จอย่างสมเกียรติพร้อมเปิดแชมเปญดื่มฉลองแก่ผู้ประสบความสำเร็จระดับไดเร็กเตอร์ 9 ท่าน คือ คุณปิยะ ลิมพิพรรธ คุณเสาวภา อุยพานิช, คุณบุษกร คุณชัชวาลย์ เจนวิชชุวงศ์ ,นางศุภลักษณ์ ชื่นชูศิลป์, นายอชิระ เจนวิชชุวงศ์ ,คุณสุมาลี - คุณวุฒินันท์ จาตุรงคกุล, คุณจิตตพงค์ ตันติจิราภรณ์ , คุณณัฎฐนันธ์ วินิตวัฒนกุล พร้อมจากเพื่อนต่างชาติ 2 ท่าน Mr. Terfong Yang & Peng Yang และ Steven Chew ผู้สำเร็จในระดับ รีจินอล ไดเร็กเตอร์ คือ นายกฤษฎา เจนวิชชุวงศ์ ตบท้ายด้วยโชว์ไฮไลท์ต้อนรับด้วยเต้นลีลาศ ดีกรีแชมป์ระดับประเทศ ในครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่และเป็นปรากฎการณ์ที่ต้องจารึกที่มีผู้ประสบความสำเร็จมากถึง 10 รหัส สร้างความปลื้มปิติแก่ผู้สำเร็จและผู้ร่วมงานอย่างมาก ณ โรงแรม มิราเคล แกรนด์ หลักสี่


[gallery columns="4" link="post" ids="16189,16188,16187,16186,16185,16180,16181,16182,16183,16184,16179,16178,16177,16176"]

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ดันตัวเข้า "ตลาดหุ้น" ฝันเป็นธรรมาภิบาลชิงแต้มต่อภาพลักษณ์


เชื่อว่าการได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัท (มหาชน) คงเป็นความฝันของทุกธุรกิจ ทุกบริษัท เนื่องจากประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ และความเป็นบริษัทธรรมาภิบาล คงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบ การเจ้าของธุรกิจเฝ้าฝัน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทในวงการขายตรง ที่ ต่างพากันคาดหวังที่จะทำให้แบรนด์ของตนเองเป็นบริษัทที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ที่กล่าวมา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับบริษัทของตนเองในอีกทาง


โดยนายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่อาเจลประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 บริษัทก็พร้อมเปิดเกมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยแผนกลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใน กลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกและนักธุรกิจอาเจล ทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่ามีสัดส่วนการขาย ประมาณ 25% จาก ยอดขายโดยรวม


อาเจลวางแผนไว้ว่าปีนี้ บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตามความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน นายวสันต์ กล่าว


ที่สำคัญเอเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความ สะดวกให้กับสมาชิกผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญ อาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความ สะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้ คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้


ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวางเป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขาให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดยประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียมเปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้


ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่า เป็นการปูทางสู่เส้นชัยที่อาเจลประเทศไทยตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้ เราจะขอปิดยอดการ ขายที่ 1,000 ล้านบาท ให้ได้ และนอกจาก นี้ เพื่อก้าวสู่ความฝันอันสูงสุดของอาเจล ประเทศไทยที่จะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2560 ตอกย้ำความมั่นคงและรองรับการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต อีกด้วย


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิต และ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาด หลักทรัพย์ ตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง ก.ล.ต.


บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัท ที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมา แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้อง ยื่นเรื่องมาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้น ก็จะเสนอเรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้


นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง ถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็น การส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาว ปูแดง จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกิน ปลายปีหน้า


อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาดในปี นี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่ม ความถี่ในการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแล บริหารธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรง กระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้น ในไตรมาส หลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไวถือเป็น สินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ


ซึ่งนอกจาก 2 บริษัทขายตรงที่กล่าวมานี้ ที่มีความต้องการนำบริษัทเข้าไป อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วยังมีค่ายขายตรงอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความคาดหวังที่จะมีนามสกุลบริษัทเป็นมหาชน โดยรวมถึงบริษัทขายตรงน้องใหม่อย่าง บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมายมั่นว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะเป็นบริษัทขายตรงแบรนด์หนึ่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ให้จงได้ เพื่อหวังจะรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


อย่างไรก็ดี นอกจากบริษัทขายตรง ค่ายต่างๆ ที่คิดฝันว่าอนาคตจะเป็นบริษัท มหาชน แต่เมื่อไม่นานมานี้บริษัทที่ดำเนิน ธุรกิจตลาดแบบตรงอย่าง ทีวี ไดเร็ค ก็ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไปเป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแบรนด์ตลาดแบบตรงที่มีนามสกุลมหาชน


ทั้งนี้ ในส่วนของขอบเขตและกฎกติกาในการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องยากของธุรกิจขายตรง และถึงแม้บริษัทขายตรงจะได้เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว แต่เรื่องของการจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งนักวิเคราะห์หลายท่านยังเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ธุรกิจขายตรง สำคัญที่ตัวนักขาย ซึ่งนักลงทุนคงไม่อยากที่จะลงทุนแล้วรอหวังผลกำไรจาก การขายของนักธุรกิจอิสระมากนัก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "อาเจล (Agel Thailand)" กับ คุณนิติ สว่างทรัพย์


กระเถิบต่อในเส้นรัชดาฯ มาอีกนิด แวะมาเช็กกระแส AGEL กันซะหน่อย ก็ดู เหมือนช่วงนี้ข่าวจะดูเบาๆ แบบเหงาๆ ไป หน่อยว่ามั้ยล่ะเจ้าคะท่านผู้อ่าน แต่พอ 4 สาว ย่องไปกระซิบถามเท่านั้นแหละ ก็ได้ รับคำตอบมาว่า กระแสยังแรงดีไม่ตก ดูจาก สินค้าสิ ที่ถึงขนาดผลิตไม่ทันโดยเฉพาะ OM3 ที่ขาดตลาด ถึงจะพยายามเร่งแล้ว เร่งอีก ก็ยังออกไม่ได้สักที แหม..แบบนี้ผู้นำ ทั้งหลายคงต้องฮัมเพลงรอไปก่อนซิเจ้าคะ แต่หวังว่าคงไม่ปล่อยให้รอเก้อ นะเจ้าคะ คริคริ... ส่วนด้าน คุณนิติ สว่างทรัพย์ ก็ออกโรงคอนเฟิร์ม นอนยัน นั่งยันว่า กระแสข่าวลือมันเหมือนลมเพลมพัด ทำมั้ย ทำไม ยัง ลือกันไม่เลิก ก็คุณพี่เค้าเองยังเองยังคงปึ้กเหมือนเดิม กรีดเลือดออกมา ก็แทบจะเป็นเจลเหมือน AGEL เลยเจ้าค่ะ อิอิ ได้ยินแบบนี้ 4 สาว ก็เบาใจ เอ๊ะๆ ว่า แต่ เฟอร์รารี่คันงาม ของคุณพี่ตอนนี้ยังอยู่ดีหรือป่าวเจ้าค่ะ อิอิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel Thailand) : จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel-IAA)


บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel) ซึ่งในวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 ได้ร่วมฟังวิสัยทัศน์จาก Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Vice President Research & Development) จากสหรัฐอเมริกา และผู้บริหาร อาเจล ประเทศไทย วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส (Vice Senior President) อคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร รองประธาน (Vice President) ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ช่วงเย็นก็เต็มอิ่มกับงาน Director Party ร่วมฉลองความสำเร็จกับผู้นำระดับสูง ณ ห้องเมจิก 3 และวันที่ 7 กรกฎาคม 2555 งาน I AM AGEL (IAA) ภายในงานได้รวมขุนพลบรรดาผู้นำธุรกิจจากทั่วประเทศ และ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ OM-3 ซึ่งเป็นเจลเสริมอาหารบำรุงด้านสมอง ตลอดทั้งได้พบแขกปราศรัยผู้ที่ประสบความสำเร็จ จากประเทศเม็กซิโกที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ งานนี้เรียกได้ว่าได้ทั้งความรู้ ข้อคิดดีๆ แถมยังได้รอยยิ้มความประทับใจกลับไป กันทุกคน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel) : ครึ่งหลัง Agel ลุยตลาดเต็มพิกัด บริษัทแม่ปักธงไทยเป็นฮับเอเชีย


Agel เผยครึ่งปีแรกเติบโตในระดับน่าพอใจ ประกาศครึ่งหลังพร้อมลุยอย่างเต็มที่ เตรียมอัด โปรโมชั่นสมาชิก พร้อมเข้าสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่าง เป็นทางการ เผยสมาชิกเก่ากลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง มั่นใจไตรมาสแรกปี 2556 โรงงานผลิตสินค้าพี่ไทย เดินเครื่องได้ชัวร์

วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ถึงอัตราการเติบโตของอาเจลในช่วงครึ่งแรกของ ปีว่า Agel ทั่วโลกมีอัตราการเติบโต 10% ซึ่งเป็น อัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับ ช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ประเทศไทย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการ- เติบโต จนสามารถมีผู้ได้รับตำแหน่ง Director ใหม่ถึง 3 รหัส

นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้าง การเติบโต ด้วยการจัดโครงการ Agel Olympic ซึ่งเป็น อีกหนึ่งโปรโมชั่นที่บริษัทแม่ที่อเมริกาได้จัดขึ้นเพื่อเป็น การแข่งขันของสมาชิก Agel ทั่วโลก โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือก จะเป็นสมาชิกของ Agel ที่อยู่ในตำแหน่งในภูมิภาคใดก็ได้ ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้รับสิทธิพิเศษ 5 วัน และ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการค้นหาบุคคลที่มีคุณสมบัติที่ เหมาะสม โดยประเทศที่เข้าแข่งขันจะมีสมาชิกที่เข้าแข่งขัน ในทีมเทา่ ๆ กนั และหากประเทศใดเปน็ ผชู้ นะโครงการ Agel Care ก็จะต้องมาอยู่ในประเทศนั้น

สำหรับโครงการ Agel Care ในประเทศไทย ล่าสุด ได้จัดมอบคอมพิวเตอร์มือสองที่ปรับปรุงใหม่ให้กับโรงเรียน วัดโคกเข็ม จังหวัดชัยนาท และยังมีสมาชิกบางส่วนได้ร่วม ทำกิจกรรมให้กับนักเรียน สำหรับโครงการดังกล่าวสามารถ บริจาคได้โดยการดื่มผลิตภัณฑ์ของ Agel และทุกๆ ฝาจุก ของอาเจลมีมูลค่า 1 เซ็น หรือประมาณ 30 สตางค์ จะถูก ส่งมอบให้กับโครงการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ Agel ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ OM-3 โอเมก้า 3 ที่สกัดจากปลาทะเลนํ้าลึกแถบ ประเทศนอร์เวย์ และ อาเจล คอฟฟี่ พลัส การแฟกระชับ สัดส่วนที่บริษัทนำสินค้ามารีเฟรชแบรนด์ใหม่ และเครื่องชง กาแฟอัตโนมัติ ที่สามารถนำไปให้บริการได้ที่ฟิตเนส โรงเรียน กวดวิชา และคอมมูนิตี้มอลล์ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเครื่อง ชงกาแฟอัตโนมัติวางให้บริการตามจุดต่างๆ ไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง อีกทั้งบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าเพิ่มใหม่อีก 2 รายการ

ในส่วนของโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้จัดอย่าง ต่อเนื่อง ล่าสุดได้พาสมาชิกกว่า 60 คน ท่องเที่ยวที่กรุง- ลอนดอน และในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมพา สมาชิกไปเที่ยวที่อเมริกา พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนที่จะไป ท่องเทียวที่อิตาลี และฝรั่งเศส ตามลำดับ อีกทั้งยังได้จัด Manager Trip ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในภูมภาคเอเชีย นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดพ็อกเกตมันนี่มูลค่า 2,000,000 บาทต่อคน ให้กับสมาชิกในระดับ Director ที่สามารถทำ คุณสมบัติได้ตามกำหนดในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง

แผนการจ่ายผลตอบแทน Agel ได้เพิ่มเวลาใน การจ่ายผลตอบแทนแบบ ไฮบริด พลัส ไปจนถึงสิ้นปีจากเดิม แผนการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวหมดระยะเวลาลงในสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการต่อระยะเวลาแผนการ แบ่งจ่ายนี้ บริษัทแม่ที่อเมริกาได้มีความเห็นชอบด้วยเป็น อย่างยิ่ง

ทั้งนี้ Agel ยังได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) MRT ในการจัดทำ บัตร SCB Cash Card ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้เป็นทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรรถไฟฟ้า พร้อมกับเป็นบัตรของสมาชิก Agel ในบัตร เดียวกัน โดยบัตรดังกล่าวในประเทศไทยมีเพียง 2 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ได้แก่ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ขณะที่โครงการ Sports Hero ล่าสุด Agel ได้เข้า ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) ในการร่วมสนับสนุน ผลิตภัณฑ์สำหรับนักกีฬา โดยได้ลงนามอย่างเป็นทางการกับ กกท. ซึ่งการลงนามครั้งนี้มีสัญญาทั้งสิ้น 2 ปี โดยข้างกล่อง ของผลิตภัณฑ์ของ Agel จะระบุว่า Agel ผู้สนับสนุน โครงการ Sports Hero อย่างเป็นทางการ

วสันต์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่ผ่านมาที่มีกระแสข่าว การไหลออกของสมาชิก Agel ที่ออกเป็นจำนวนหนึ่งนั้น ตอนนี้บริษัทมีความยินดีที่สมาชิกเหล่านั้นได้กลับคืนมา อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม การรับกลับเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้รับ ทุกคนที่ต้องการกลับเข้ามาแต่ต้องดูถึงสาเหตุที่ออกไป และ สาเหตุในการกลับเข้ามาเสียก่อน โดยล่าสุดบริษัทได้พูดคุย กับตระกูลเจนวิชชุวงศ์ ในการกลับเข้ามาร่วมงานกันอีกครั้ง และตอนนี้ตระกูลดังกล่าวได้กลับเข้ามาร่วมงาน โดยเริ่มใหม่ จากข้างซ้าย 0 คะแนน และข้างขวา 0 คะแนน ซึ่งในตอน ที่ไปอยู่ที่อื่นนั้นนับว่าอยู่ในตำแหน่งที่สูง นอกจากนี้การ กลับมาของตระกูลดังกล่าวยังเป็นการนำทัพของคนที่ออกไป และคนใหม่กลับเข้ามาสู่ Agel อีกครั้ง

ด้าน Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัย และพัฒนา บริษัท Agel Enterprises.LLC. เปิดเผยถึงการ เข้ามาเปิดโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทยจากที่เคย พิจารณาหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกันว่า การที่ Agel ได้ตัดสินใจเข้ามาเปิดโรงงานในประเทศไทย เนื่องจากบริษัท ได้มองเห็นแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศ ที่เหมาะสมในการเป็นฮับของ Agel ในภูมิภาคอาเซียน และ เอเชีย-แปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นบริษัทได้วางแผนที่จะ ว่าจ้างโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้า ซึ่ง บริษัทจะส่งผู้เชี่ยวชาญการผลิตจากต่างประเทศ เข้ามา ควบคุมการผลิต ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์แรกที่จะทำการผลิต ในประเทศไทยได้ คือ OMI หลังจากนั้นจะเป็นกลุ่มสินค้า ที่มีความต้องการของตลาดประมาณ 3-4 รายการ พร้อมกันนี้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อโรงงานผลิตสินค้า ในประเทศไทยแล้วเสร็จ จะสามารถทำให้ผู้บริโภคใน ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีสินค้าที่มีราคา ที่เหมาะสม โดยคาดว่าโรงงานจะสามารถเริ่มดำเนินการ ผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2556


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555