ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิตติพงษ์ อัฐพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิตติพงษ์ อัฐพร แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร (World Pro) : ‘กิตติพงษ์ อัฐพร’ สำเร็จได้เพราะความมุ่งมั่น







28678_129909820357985_6662916_n (Mobile)

 


“โลกของความสำเร็จ...ไม่ใช่เกิดขึ้นด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราบัญชาให้เกิดขึ้น...”


นักขายมือทองในปักษ์นี้ ขอเอ่ยถึงเส้นทางสำเร็จของ “กิตติพงษ์ อัฐพร” กันอีกครั้ง เพราะการอยู่ภายใต้อาณาจักร “บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด” ที่ต้องบอกว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จของเขาผู้นี้ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องผ่านร้อน ผ่านหนาว สมบุกสมบันกันมาพอสมควร


เรื่องราวชีวิตของ “กิตติพงษ์” ไม่ได้ถูกกำหนดให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันมาจากประสบการณ์ มาจากความมุมานะ คิดค้น ผลิตผลจนเกิดคนคุณภาพขึ้นมา ภายใต้ตำรับตำราที่อ่านเอง เขียนเอง สอนเอง และทำขึ้นมาเป็นแบบอย่าง...ก่อนที่จะผลิตบุคลากรภายใต้เครือข่ายให้สำเร็จตามอย่างงดงาม


นี่คือ...แนวคิดของการทำธุรกิจที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากผู้นำทั่ว ๆ ไป เพราะเขาผู้นี้ รู้จักปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับยุคสมัย และทันกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไปนั่นเอง..!!


จุดนี้ได้บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ “กิตติพงษ์ อัฐพร” ที่มีความแตกต่างจากผู้นำเงินล้านทั่วไป


โดยวิธีการทำงานของ “กิตติพงษ์” จะเน้นให้สมาชิกมาทำความเข้าใจกับธุรกิจก่อน จากนั้นให้เฟ้นหาความสามารถและความถนัดของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความถนัดและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป


เมื่อเฟ้นหาความโดดเด่นในตัวเองได้...จากนั้นก็จะดึงศักยภาพของความโดดเด่นของแต่ละคนออกมา


เมื่อดึงความเด่นในแต่ละคนออกมาได้...ก็นำมาผสมผสานกับคนที่เก่งด้านอื่น ๆ นำมาผนวกเพื่อให้เกิดผลงานแบบทวีคูณ จากนั้นก็ก้าวมาถึงขั้นตอนลงมือปฏิบัติจริง เรียกว่า เมื่อเข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ก็ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่สำคัญการทำงานของ “กิตติพงษ์” มุ่งเน้นไม่ให้ทีมงานทำงานแบบโดดเดี่ยว แต่ทำแบบเป็นทีม เดินไปแบบหมู่คณะ แล้วคอยประคับประคองในช่วงระหว่างเดินทาง หากต้องเผชิญกับปัญหา ก็จะทำหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยงคอยให้กำลังใจ คอยแก้ปัญหา อย่างถูกต้องและถูกวิธี


ความสำเร็จที่แน่ชัด...คุณจะเดินไปถึงมันไม่ได้ หากคุณลืมปลูกฝังทีมงานให้เกิดความรักความสามัคคี เพราะมันคือ หัวใจหลักในการขับเคลื่อนทีม มุ่งสู่ชัยชนะในภายภาคหน้า..!!


และโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับ “กิตติพงษ์” เพราะคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายก็มาจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายการศึกษา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องคอนโทรลการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน...พูดง่าย ๆ ว่า เป็นการหล่อหลอมให้ทีมงานรู้จักช่วยเหลือกันนั่นเอง


ผลจากการบากบั่นปลุกปั้นทีมงาน วันนี้ จึงเกิดทีมงานที่แข็งแกร่ง ภายใต้ชื่อ “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” ซึ่งความหมายที่เป็นนัยก็บ่งบอกเป็นอย่างดีว่า มันคือทีมพี่ ทีมน้อง และคำ ๆ นี้ก็บ่งชี้ชัดได้อีกว่า “เราคือ ครอบครัวเดียวกัน”


การสร้างทุกคนให้อยู่ภายใต้อารมณ์และวัฒนธรรมเดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “กิตติพงษ์” ก็ไม่ละความพยายาม จนสุดท้ายก็ได้ก่อเกิดบรรยากาศโรงเรียนขายตรงน้อย ๆ ปลูกฝัง จนค่อย ๆ เติบใหญ่เป็นโรงเรียนขายตรงแห่งแรกของประเทศไทย นั่นคือ โรงเรียนขายตรง “บราเธอร์ & ซิสเตอร์”


...และเมื่อจบคอร์สการศึกษา ทุกคนก็จะรับรายได้จากหลักพัน สู่หลักหมื่น เหยียบหลักแสน ก่อนถึงเส้นชัยหลักล้าน เรียกว่า เสมือนใบปริญญาการันตีคุณภาพแห่งความสำเร็จ


ทุก ๆ ครั้งที่ “กิตติพงษ์” ได้ถ่ายทอด มักจะย้ำกับทีมงานทุกคนเสมอ ๆ ว่า “ขายตรงเป็นธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก แค่ทำให้คนข้างล่างประสบความสำเร็จเยอะที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ เราก็ประสบความสำเร็จตาม…แค่นั้นเอง”


นอกเหนือจากระบบเทรนนิ่งขายตรงทั่วไปที่ “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” ติวเข้มอย่างเข้มข้นแล้ว วันนี้ เรายังมีตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือ นำโลกของโซเชียล เน็ตเวิร์ค มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะวันนี้โลกของโซเชียล มีเดีย เป็นสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลและมีรัศมีกว้างไกลไปทั่วโลก ดังนั้น เมื่ออาเซียนเปิดตลาด ก็เท่ากับว่า เป็นการเปิดตลาดของทีม “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” เช่นเดียวกัน


“ผมบอกเลยว่า ทีมงานของผมอาจมีความพิเศษ แตกต่างจากผู้นำทั่วไป เนื่องจากส่วนใหญ่ทีมงานค่อนข้างจะเป็นคนหนุ่มคนสาว อารมณ์ไม่นิ่ง บางคนอกหัก ทะเลาะกับแฟน เราก็ต้องเข้าใจเขา เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะส่วนใหญ่แล้วทีมงานที่ยังวัยรุ่นค่อนข้างที่จะมองว่า ธุรกิจเครือข่ายทำงานยาก ซึ่งเราก็จะบอกเขาเสมอว่า ธุรกิจนี้ทำง่าย แต่ถ้าหากจะสำเร็จได้ ก็ต้องมีความขยันพ่วงเข้าไปด้วยเช่นกัน”...


“กิตติพงษ์” ยังฝากถึงวงการขายตรงเสมอว่า อย่าไปโมติเวทว่า สามารถทำรายได้เป็นแสน เป็นล้านในเวลาอันรวดเร็ว เพราะธุรกิจที่สามารถมีรายได้เป็นแสน เป็นล้านในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ธุรกิจขายตรง แต่เป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่...ในทางกลับกัน ทุกคนก็สามารถจับต้องเงินแสน เงินล้านได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งหากขยันมาก สิ่งที่คิดก็อาจจะมาเร็วได้เหมือนกัน


หากถามถึงปัจจัยสำคัญ ในการที่จะตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น สินค้า บริษัท ระบบ ประธานบริษัท ปัจจัยไหนที่ถือว่าเป็นตัวหลักในการตัดสินใจ...“กิตติพงษ์” บอกว่า สินค้าถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ หากสามารถสร้างความแตกต่างได้ ธุรกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยเช่นกัน


…และนี่คือ “เส้นทางสู่ความสำเร็จ” ของผู้นำค่าย “บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด” นามว่า “กิตติพงษ์ อัฐพร” ภายใต้สูตรสำเร็จและวิธีคิดง่าย ๆ ที่ว่า...“ต้องทำงานให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หากสอนให้ทีมงานทำงานเป็น ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว”...


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กิตติพงษ์ อัฐพร นักสู้แถวหน้าเครือข่าย เวิลด์โปร







28678_129909820357985_6662916_n (Mobile)


กิตติพงษ์ อัฐพร นักสู้แถวหน้าเครือข่าย เวิลด์โปร สิ่งที่ผมมองธุรกิจขายตรงมาโดย ตลอด คือ เป็นงานเครือข่ายที่ไม่มีอะไร มากนัก อยู่ที่ความขยันของแต่ละบุคคล ซึ่งการออกไปพบปะลูกค้าแน่นอนว่า ปฏิเสธไม่ได้ เพราะธุรกิจนี้เราต้องออกไป หาลูกค้า ไปพบลูกค้า แต่หากใครที่อาจจะ ไม่ถนัด ไมชอบที่จะคุยหรือพูดไม่เก่งไมมี่ เวลาบ้าง ลองปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เชื่อว่า งานขายตรงที่หลายๆ คนมองว่ายาก มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดแน่นอน

โลกของความสำเร็จไม่ใช่เกิดขึ้นด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตแต่ อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองบัญชาให้เกิดขึ้นั่นเองเฉกเช่น เดียวกับนักขายท่านนี้ กิตติพงษ์ อัฐพร แห่ง บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด ที่ต้องบอกว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จของเขา ผู้นี้ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด ซึ่งก็ต้องผ่านร้อน ผ่าน หนาวมาพอสมควรเช่นเดียวกัน ต้องบอกว่า เรื่องราวชีวิตของ กิตติพงษ์ เริ่มต้นความสำเร็จ ในชีวิตเพราะ ธุรกิจขายตรง เฉกเช่นเดียวกับคนเครือข่าย ท่านอื่น ๆ เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ กิตติพงษ์ เอง ยังได้บอกอีกว่า การทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงานในเส้นทางของธุรกิจขายตรง ได้นั้นสิ่งสำคัญคือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พร้อม กับติดตามความเคลื่อนไหวของทีมงานใต้สายงาน รวมถึงต้องหมั่น ลงพื้นที่เข้าถึงผู้มุ่งหวังให้มากที่สุด การทำงานของผมจะเป็นการทำความเข้าใจก่อนในธุรกิจ ก่อน ต่อจากนั้นแล้วค่อยเฟ้นหาความเชี่ยวชาญความสามารถของ ทีมงานแต่ละคนว่า ใครถนัดอะไร ต้องทำงานในสไตล์ไหน เพราะ แต่ละคนต้องบอกว่าจะมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกันไป เมื่อทราบถึงความเชี่ยวชาญของแต่ละคนแล้ว จากนั้นก็สอนเทคนิคการทำงาน ของแต่ละคนว่าควรจะต้องทำแบบไหน เมื่อทราบแล้ว จึงค่อยลงมือ ปฏิบัติจริง เรียกว่าเป็นการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ละทิ้งทีม งานแม้แต่ขั้นตอนเดียว เพราะวันนี้หากเราสอนเข้าทำงานเป็น การ ทำงานก็จะเป็นระบบและไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้เช่นกัน

กิตติพงษ์ บอกอีกว่า ในการทำงานแต่ละครั้ง เราจะได้ สมาชิกที่มาจากต่างระดับต่างการศึกษา แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกันก็จะ ถูกหล่อหลอมให้รักกัน และทำงานในทิศทางเดียวกัน...ด้วยเหตุนี้ เอง จึงเป็นที่มาของชื่อทีมของเรานั่นคือ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ที่ สร้างทุกคนให้อยู่ภายใต้อารมณ์และวัฒนธรรมเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ เอง ที่ทำให้ที่นี่ จึงไม่ต่างอะไรไปจากโรงเรียนสอนธุรกิจขายตรง และเมื่อจบคอร์สทุกคน ก็จะมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เสมือนใบปริญญาการันตีคุณภาพแห่งความสำเร็จด้วย...

...ต้องบอกว่าทุกครั้งที่ กิตติพงษ์ ได้ถ่ายทอดเทคนิคการ ทำงานให้กับสมาชิก เขาจะยํ้ากับทีมงานทุก ๆ คน ว่า ขายตรงเป็น ธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก แค่ทำให้คนข้างล่างประสบความสำเร็จเยอะ ที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ เราก็ประสบความสำเร็จตามแค่ นั้นเอง วันนี้ การทำงานของ กิตติพงษ์ จะเป็นการทำงานรูปแบบ ใหม่ที่ไม่ใช่ธุรกิจเครือข่ายเดิม ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ที่สำคัญ เขาผู้นี้จะใช้สื่อเข้ามาช่วยเช่นอินเตอร์เน็ตที่ถือเป็นเครื่อง มือสำคัญ ที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทีมงานใต้สายงานของเขาทุกคนได้ ประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน เขาผู้นี้ยังย้ำอีกว่าทีมงาน บราเธอร์ & ซิสเตอร สามารถ ช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้จริง เพราะเรามีทีมงานที่เป็นมืออาชีพไปแนะนำธุรกิจ ไปช่วยทุกคนที่ยังทำงานไม่เป็น ใครถนัดเรื่อง ไหน เราจะให้ทำในสิ่งที่เขาถนัด เพราะความหมายของคำว่า ทีม คือ ต้องทำงานไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง ไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่งจะ เด่นกว่านั่นเอง!!

เหตุผลที่ตนเองต้องดูแลทีมงานทุกคนเป็นพิเศษ เพราะว่าทีม งานส่วนใหญ่ถือว่ายังเด็กอยู่อารมณ์ในการทำงานถือว่ายังไม่นิ่งพอ บางคนอกหัก ทะเลาะกับแฟน เราก็ต้องเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเราจะสอนให้กับทีมงานทุกคนว่าการทำงานในธุรกิจเครือข่ายถือว่า ง่ายนิดเดียว ง่ายตรงที่ว่า ธุรกิจเครือข่ายมันไม่ใช่งานประจำ มันไม่มี กฎระเบียบข้อบังคับ แต่ถ้าได้ใจใครมาอะไรก็ได้หมด คือ ใช้เงินซื้อใจ ไม่ได้ หากเรารักเขา เขาก็รักเรา เราห่วงเขา เขาก็ห่วงเรา

นอกจากนี้กิตติพงษค่อนข้างที่จะย้ำกับทีมงานอยู่เสมอว่า การทำงานขายตรงอย่างน้อยเชื่อว่าเบื้องต้นทุกคนสามารถที่จะดูแล ตัวเองได้ แบ่งเบาภาระคุณพ่อ คุณแม่ได้ ซึ่งหากใครที่ขยันบาง เดือนอาจจะมีรายได้อยู่ที่ 4-5 พันบาท/เดือน หรือมีรายได้หลักหมื่น หลักแสนต่อเดือน ซึ่งความสำเร็จในเรื่องของรายได้ก็ต้องก้าวไปทีละ ขั้นตามความสามารถและความขยันของแต่คน ซึ่งทีมของเราจะไม่ มาโมติเวทกันว่า ต้องทำรายได้เป็นแสน เป็นล้าน นั่นมันเรื่องของ อนาคตค่อยว่ากัน

สำหรับสิ่งที่เข้าผู้นั้นตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับ บริษัท เวิลด์ โปร (ประเทศไทย) จำกัด ได้นั่นเพราะว่า ในเรื่องของสินค้าที่เป็น ตัวเปิดใจในการเดินเข้าร่วมธุรกิจนี่นั่นเอง รวมถึงระบบการทำงาน ของที่นี่ ท่านประธานบริษัทฯ ที่มีวิสัยทัศน์!! วันนี้จุดเด่นของการทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จ นั้น อยู่ที่การออกแบบงานให้เหมาะสมกับกลุ่มคนที่ร่วมงานเนื่องจากวันนี้ สถานการณ์ขายตรงค่อนข้างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เราจะไปจับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา แล้วให้ไปลิสต์รายชื่อมาหรือ ไปขอสปอนเซอร์มา คงทำไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องคิดค้นสูตรสำเร็จ แนวใหม่ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอด เวลานั่นเอง!...ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้การทำงานภายใต้ทีม บรา เธอร์ & ซิสเตอร์ จึงได้มีการออกแบบความสำเร็จ หรือระบบให้ ทุกคนประสบความสำเร็จได้จริง เพียงแค่คุณพาตัวเองเข้ามาสู่ ระบบ พร้อมกับปฏิบัติตาม แล้วระบบจะนำพาทุกท่านให้ประสบ ความสำเร็จเอง!

ทั้งนี้เขายังอยากยกตัวอย่างให้ฟังง่าย ๆ แล้วลองคิดและ จินตนาการตามนะครับว่า ถ้าเราทำเครือข่ายขายตรงในอดีต เรา ต้องทำอะไรบ้างและแน่นอนครับ 1. ต้องมีรายชื่อ 2. ต้องมีกลุ่ม ผู้มุ่งหวัง 3. ต้องโทรนัด และ 4. ต้องออกไปคุย ไปอธิบาย ไปสาธิต ก็อย่างที่ได้บอกตั้งแต่ตอนต้นแล้ว ซึ่งถ้าทำอย่างนี้ขายตรงจะมีซูเปอร์แมนสักกี่คนที่สำเร็จ มันยากมากนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายขายตรงไม่ ค่อยประสบความสำเร็จกันสักเท่าไหร่

ท้ายสุดนี้ ทางด้าน กิตติพงษ์ ยังได้ฝากแง่คิดในการทำ ธุรกิจขายตรงอีกว่า สิ่งที่ผมมองธุรกิจขายตรงมาโดยตลอด คือ เป็นงานเครือข่ายที่ไม่มีอะไรมากนัก อยู่ที่ความขยันของแต่ละ บุคคล ซึ่งการออกไปพบปะลูกค้าแน่นอนว่า ปฏิเสธไม่ได้ เพราะ ธุรกิจนี้เราต้องออกไปหาลูกค้า ไปพบลูกค้า แต่หากใครที่อาจจะไม่ ถนัด ไม่ชอบที่จะคุยหรือพูดไม่เก่ง ไม่มีเวลาบ้าง ลองปรับเปลี่ยน วิธีคิดใหม่เชื่อว่า งานขายตรงที่หลาย ๆ คนมองว่ายาก มันก็ไม่ใช่ เรื่องยากอย่างที่คิดแน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ห้องเรียนเงินล้าน เวิลด์โปร WorldPro วิถี 2 ครูผู้สอน กิตติพงษ์ อัฐพร - อัจฉรา จุฬาวิริยาภรณ์


เส้นทางสำเร็จ...กับบริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด2 ครูผู้สั่งสอนและอบรมปุถุชนคนรุ่นใหม่ - เก่า ให้มีจิตใจรักในอาชีพขายตรง ส่งเสริมให้ทุกคนที่อยู่ภายใต้เครือข่ายให้ยึดขายตรงเป็นอาชีพหลัก หรือทำเป็นอาชีพเสริม...เพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์


กิตติพงษ์ อัฐพรและอัจฉรา จุฬาวิริยาภรณ์ซึ่งบ่อยครั้งที่ รายการ : คลับเงินล้าน ออกอากาศทางสถานี INTV และ TVD จะได้รับเกียรติจากบุคคลทั้ง 2 มาร่วมแชร์ประสบการณ์เครือข่ายขายตรง อาชีพที่มักไม่มีใครเชื่อว่า จะสามารถสร้างความร่ำรวยได้ พลิกชีวิตจากดินสู่ดาว...และเมื่อมีโอกาสได้เปิดอกคุยกับมนุษย์เงินล้านทั้ง 2 ท่านอีกครั้ง ต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังเช่นเดิม...เพราะแนวคิดของ 2 ท่านนี้ ได้ปรับอะแด็ปวิธีการทำงาน วิธีการเรียนรู้ แตกต่างจากผู้นำเงินล้านทั่วไป


ถามว่า...แตกต่างกันอย่างไรกิตติพงษ์และอัจฉรามีวิธีการสอนสมาชิกหรือดาวไลน์ ให้ผิดแผกแตกต่างจากวงการที่มีบทบัญญัติ บทเรียน ที่ต้องเข้าห้อง 1 2 3 4 ออกมาแล้วสำเร็จเลย โดยไม่เคยรู้ว่า...สิ่งที่เขาได้รับการถ่ายทอดมานั้น พอมาถึงภาคปฏิบัติทีมงานกลับทำไม่เป็น


กิตติพงษ์และอัจฉราพลิกตำราสอนใหม่ เริ่มสอนด้วยวิธีการของตัวเอง ตั้งแต่การไปหาแหล่งน้ำ เพื่อที่จะตกปลา แล้วสังเกตว่าตรงนั้นมีปลาหรือไม่ จากนั้นค่อยเกี่ยวเบ็ดทิ้งไว้ เมื่อได้ปลามานำมาปรุงเป็นอาหาร แล้วแบ่งปันให้คนอื่นทาน...ฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ ง่าย ๆ อาจจะขยายความได้ว่า เมื่อชวนคนมาทำขายตรง เริ่มจากการทำความเข้าใจก่อน แล้วค่อยเฟ้นหาความเชี่ยวชาญ เพราะแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน จากนั้นใส่ตำราบันทึกไว้ในสมอง แล้วค่อยลงมือปฏิบัติจริง เรียกว่า เรียนรู้ตั้งแต่ต้นยันจบ โดยไม่ละทิ้งทีมงานแม้แต่ขั้นตอนเดียว แถมยังรวมการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรเข้าไปด้วย


เพราะการทำงานแต่ละครั้ง เราได้สมาชิกที่มาจากต่างระดับ ต่างการศึกษา แต่เมื่อมาอยู่รวมกันก็จะถูกหล่อหลอมให้รักกัน เผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน...นี่จึงเป็นที่มาของชื่อทีมบราเธอร์ & ซิสเตอร์ที่สร้างทุกคนให้อยู่ภายใต้อารมณ์และวัฒนธรรมเดียวกัน ที่นี่ จึงไม่ต่างจากโรงเรียนสอนธุรกิจขายตรง...และเมื่อจบคอร์สทุกคนก็จะมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เสมือนใบปริญญาการันตีคุณภาพแห่งความสำเร็จ


อัจฉราผู้ซึ่งมองโลกเครือข่าย เป็นธุรกิจที่สวยงามเสมอ และทุกครั้งที่เธอได้ถ่ายทอด เธอก็จะย้ำกับทีมงานทุก ๆ คน ว่าขายตรงเป็นธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก แค่ทำให้คนข้างล่างประสบความสำเร็จเยอะที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ เราก็ประสบความสำเร็จตาม...แค่นั้นเอง

ยิ่งถ้าถามถึงความสำเร็จกับเราทั้ง 2 คน เราสำเร็จถือว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเรามีประสบการณ์การทำเครือข่ายมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้ความสำเร็จที่แท้จริง มันจะต้องสำเร็จมาจากองค์กรข้างล่าง ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้ตาม อย่างที่ คุณน้อง - อัจฉรา กล่าวให้ฟังเมื่อสักครู่นี้กิตติพงษ์กล่าวและเสริมต่อว่า


สิ่งหนึ่งที่ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราเองได้พิสูจน์มาตลอดจนถึงวันนี้ มันสัมฤทธิ์ผลอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม นั่นก็คือ การทำงานอย่างเป็นระบบ เราใช้ระบบทำงาน หากเทียบกับอดีตคนที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักแสน หรือหลักล้านต่อเดือนในวงการธุรกิจขายตรงมีไม่กี่คน ต้องบอกว่าซุปเปอร์แมนมีไม่เยอะหรอกครับ อย่างดีก็คนสองคน แต่วันนี้โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะทำอย่างไรให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อย ให้เขาประสบความสำเร็จมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน หรือเป็นล้านในอนาคต ก็ต้องพึ่งระบบเท่านั้นครับ
หลาย ๆ ที่ หลาย ๆ ทีมที่เราไปคุยกันเขา ก็บอกว่าเขามีระบบ การมีระบบอันที่จริงแล้วมันต้องมีประสิทธิภาพ และคนที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบ อย่างน้อยที่สุดก็ประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ วันนี้ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ทีมเราทำงานสำเร็จ ซึ่งผมก็ดีใจที่ได้เอาภาพความสำเร็จของน้อง ๆ มาให้ทุกท่านได้สัมผัส และมาร่วมแชร์ประสบการณ์กัน


ชื่นใจค่ะกับความสำเร็จของพวกเขาอัจฉรากล่าวอย่างมาดมั่น...เพราะว่าอย่างน้อย ๆ น้องที่เรียนหนังสืออยู่ก็มีรายได้ 4 - 5 หมื่นบาท/เดือน เขาไม่ต้องไปขอเงินคุณพ่อ - คุณแม่ ไม่เป็นภาระของสังคม น้อง ๆ แทบจะทุกมหาวิทยาลัยที่มาร่วมกับทีมเรา นักศึกษาแพทย์ก็มี


วันนี้ การทำงานของเรา ทำงานรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่ธุรกิจเครือข่ายเดิม ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ที่สำคัญเราใช้สื่อเข้ามาช่วย อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จได้ ที่นี่ เราจึงอยู่กันเหมือนพี่ - น้อง เหมือนมหาวิทยาลัย ซึ่งเราเคยบอกทุกครั้งว่า วันนี้ถ้าเราสำเร็จไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าน้อง ๆ ในทีมสำเร็จ ตรงนี้สิแปลก และเราก็ชื่นใจมาก ที่มองเห็นภาพความสำเร็จของน้อง ๆ เดือนหนึ่งรับรายได้หลักหมื่นบาท/เดือนเยอะมาก ส่วนหลักแสนก็ขยับตามมา


ที่สำคัญที่สุดคือ ภาพความสำเร็จมันฟ้อง...เพราะเขาเป็นเจ้าของรถป้ายแดง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ทั้งรถโตโยต้าแคมรี่ ไฮบริดจ์, เชฟโรเลต, ฮอนด้าแจ๊ส, ฮอนด้าแอคคอร์ด วันที่เขาออกรถมีความหมายหมดนะค่ะ เพราะมันคือ วันแม่ หรือ วันพ่อ เปรียบเสมือนเป็นของขวัญวันเกิดและตอบแทนพระคุณท่านให้ท่านมีกำลังใจ อัจฉรา กล่าวอย่างภาคภูมิใจและต่อว่า
น้อง ๆ รุ่นใหม่ที่มาอยู่กับเรา ส่วนใหญ่เขายังไม่มีครอบครัว เราจะสอนให้เขารักคุณพ่อ - คุณแม่ มีความกตัญญูรู้คุณ เพราะอย่างน้อยเชื่อว่าความกตัญญู มันส่งผลให้ชีวิตเขาเจริญรุ่งเรือง เราสอนให้เขาทำแบบนี้ค่ะ พูดให้เขาคิดเลยว่า ชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และต่อไปต้องทำอะไร ไม่ใช่ชีวิตของเขาเอง แต่เป็นชีวิตของคนที่เขารัก นั่นก็คือ คุณพ่อ คุณแม่ มันปรากฏให้เห็นชัดแล้วค่ะ ว่า ก่อนหน้านั้นเราอาจยังไม่มีภาพความสำเร็จของน้อง ๆ แต่วันนี้เราทำสำเร็จแล้วส่วนหนึ่ง


พวกเขากำลังมีอนาคตที่ก้าวไกล ซึ่งกล้าพูดเลยว่า เครือข่ายในประเทศไทยที่จะเห็นภาพแบบนี้กับเด็กใหม่ ๆ นั้น...มันยากมาก
วันที่น้องหลาย ๆ คนไปออกรถ เขาก็เชิญคุณพ่อ - คุณแม่มาด้วย แถมยังดีใจและมาฝากฝัง จากเดิมที่ปฏิเสธไม่ให้ลูกทำเครือข่าย บอกลูกว่า อย่าไปทำเลย งานอะไรก็ไม่รู้ ให้ทำงานประจำดีกว่าไหม แต่ปัจจุบันนี้โทรหาลูกบ่อย ไปทำงานรึยัง เข้าบริษัทรึยัง เห็นไหมคะ ว่า เขาต้องเปิดใจโดยอัตโนมัติ จ
ากภาพที่ลูกเขาประสบความสำเร็จจริง ๆ

แต่การที่จะเอาเด็กนักเรียนมานั่งทำเครือข่ายนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย คือให้คิดอย่างนี้ ว่า คอนเซ็ปต์ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาเยอะ ซึ่งอุปนิสัยเดิมเขาจะเป็นคนที่ติดเกมส์ เล่อินเตอร์เน็ตกันทั้งวันทั้งคืน แค่วันนี้เขาติดเกมส์แล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตเขาใหม่ให้มารู้จักสร้างชีวิต สร้างอนาคตในวัยหนุ่ม - สาวจะดีกว่าไหม.. นี่คือ คำถามประโยคแรก ที่เราต้องใฝ่หาคำตอบ


ตรงนี้เราไม่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขาเยอะ แค่ปรับการทำงานให้สอดคล้องกับอุปนิสัย ซึ่งเป็นพฤติกรรมในแต่ละวันของเขาที่ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่จะปรับอย่างไรให้เกิดรายได้ ตรงนี้ก็มีระบบรองรับ นี่คือ การทำงานรูปแบบใหม่จริง ๆ ผมบอกได้เลยว่า น่าจะเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่เราวางรูปแบบนี้ เราออกแบบงานให้เหมาะกับคน เราไม่ต้องการคนให้เหมาะกับงาน แค่เราเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ ก็ได้ผลลัพธ์กลับมาสมดังตั้งใจ


ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราแน่นปึกทางด้านความรู้ เพราะเราเป็นนักธุรกิจเครือข่ายมืออาชีพในทุกเรื่อง ถามว่าระบบเทรนนิ่งมีการเทรนด์คล้ายกับประกันหรือไม่ ต้องบอกว่า...น่าจะมากกว่านี้ค่ะ อัจฉรากล่าวสั้น ๆ แบบได้ใจความ กิตติพงษ์ เสริมต่อว่า ประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีเราสามารถเอามาต่อยอดธุรกิจได้ เพราะต้นกำเนิดเครือข่ายอาจจะมาจากที่เดียวกัน ก็นำมาประยุกต์ให้เข้ากับองค์กร เข้ากับบุคลิกของแต่ละคน ที่เข้ามาทำธุรกิจ มันก็เลยส่งผลให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จกันอย่างรวดเร็ว ในมุมมองของเราที่เป็นผู้ดู ผมถือว่า บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราประสบความสำเร็จมาก


เราสามารถกำหนดอนาคตเด็ก ๆ ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว 20 ต้น ๆ ที่สามารถทำธุรกิจแล้วสำเร็จด้วยตัวเอง นี่คือ คอนเซ็ปต์ของเรา เพราะอย่างน้อยที่สุดเบื้องต้นคุณดูแลตัวเองได้ แบ่งเบาภาระคุณพ่อ - คุณแม่ หลังจากที่เราขอเงินทุกเดือน แต่ปัจจุบันเรามีรายได้ 4 - 5 พันบาท/เดือน หรือมีรายได้หลักหมื่น หลักแสนต่อเดือน แต่เราต้องก้าวทีละสเต็ป ทีละขั้นตอน และจะไม่มาโมติเวทกันว่า ตรงนี้ทำรายได้เป็นแสน เป็นล้าน นั่นมันเรื่องของอนาคตค่อยว่ากัน


ถามว่า...ระหว่างสินค้า บริษัท ระบบ ประธาน คุณเฉลี่ยความสำคัญอย่างไร... ในการตัดสินใจเดินเข้าร่วมธุรกิจ ผมว่าคำตอบง่ายนิดเดียว เพราะเรื่องสินค้าทุกบริษัทก็เคลมว่าต่างคนต่างดีอยู่แล้ว หากสินค้าสามารถสู้กันในท้องตลาดได้ ดังนั้น จุดเด่นจึงอยู่ที่การออกแบบงานให้เหมาะกับกลุ่มคน เพราะสถานการณ์ขายตรงมันเปลี่ยนไป เราจะไปจับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา แล้วให้ไปลิสต์รายชื่อมา หรือไปขอสปอนเซอร์มา คงทำไม่ได้ แต่จะคิดค้นสูตรสำเร็จแนวใหม่ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา


ฉะนั้น การทำงานภายใต้ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราได้ออกแบบความสำเร็จ หรือระบบให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่คุณพาตัวเองเข้ามาสู่ระบบ ผมอยากยกตัวอย่างให้ฟังง่าย ๆ แล้วลองคิดและจินตนาการตามนะครับว่า ถ้าเราทำเครือข่ายขายตรงในอดีต เราต้องทำอะไรบ้าง และแน่นอนครับ 1. ต้องมีรายชื่อ 2. ต้องมีกลุ่มผู้มุ่งหวัง 3. ต้องโทรนัด และ 4. ต้องออกไปคุย ไปอธิบาย ไปสาธิต ก็อย่างที่ได้บอกตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า ถ้าทำอย่างนี้ขายตรงจะมีซูเปอร์แมนสักกี่คนที่สำเร็จ มันยากมาก นั่นคือ สิ่งที่ทำให้คนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายขายตรงไม่ค่อยประสบความสำเร็จกันสักเท่าไหร่


ผมเลยมองว่า งานในเครือข่ายมันมีอะไรบ้าง การออกไปพบลูกค้าแน่นอนว่า ปฏิเสธไม่ได้ เพราะธุรกิจนี้เราต้องออกไปหาลูกค้า ไปพบลูกค้า แต่บังเอิญว่าบางคนอาจไม่ถนัด ไม่ชอบที่จะคุยหรือพูดไม่เก่ง ไม่มีเวลาบ้าง แสดงว่าคนเหล่านี้จะทำเครือข่ายไม่ได้เลยหรือ มันก็ไม่ใช่คำตอบครับ
แต่ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ มีคำตอบ เพราะตรงนี้เรามีทีมงานที่เป็นมืออาชีพไปพรีเซ็นต์ ไปพูดแทน ใครถนัดเรื่องไหน เราจะให้ทำในสิ่งที่เขาถนัด เพราะความหมายของคำว่า ทีม ทีมไม่ใช่องค์กรนะครับ คนที่อยู่ใต้ล่าง นั่นก็คือ ทีม เพราะทุกคนมีความสามารถโดดเด่นไม่เหมือนกัน การทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เพื่อความสำเร็จของแต่ละคน ผมเลยมองว่า ใครถนัดเรื่องอะไรให้ทำเรื่องนั้น


นี่คือระบบของ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราแบ่งงานกันทำ ใครถนัดด้านไหนทำด้านนั้น และเราก็โชคดีที่ได้คุณน้อง - อัจฉราเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ภายในครอบครัวของเรา
เหตุผลที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ เพราะว่าน้อง ๆ เขายังอ่อนวัย อารมณ์ไม่นิ่ง บางคนอกหัก ทะเลาะกับแฟน เราก็ต้องเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะน้องคิดอย่างเดียวว่า ธุรกิจเครือข่ายง่ายมาก ง่ายตรงที่ว่าธุรกิจเครือข่ายมันไม่ใช่งานประจำ มันไม่มีกฎระเบียบข้อบังคับ แต่ถ้าได้ใจใครมาอะไรก็ได้หมด คือใช้เงินซื้อใจไม่ได้ หากเรารักเขา เขาก็รักเรา เราห่วงเขา เขาก็ห่วงเรา แค่นี้เองคะสำหรับกฎการอยู่ร่วมกัน


ถามว่ายากไหม.. เพราะเราอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ก็ไม่หรอกค่ะ เพราะเราจะทำเป็นวัฒนธรรม คือจะสอนให้แต่ละคนดูแลกันต่อลงไปเรื่อย ๆ สมมติ ถ้าวันหนึ่งเราสองคนไม่อยู่ สถาบันของเราก็ยังอยู่ ซึ่งถ้าเราทำเองคนเดียว คงทำไม่ได้ เพราะว่ามีองค์กรหลายหมื่นคน ฉะนั้น รุ่นพี่ที่มาแรก ๆ คุณจะต้องทำแบบนี้ และท้ายสุดเราก็ดูแลอยู่ในภาพรวม


การทำธุรกิจโดยเฉพาะกับ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราไม่ทำแบบไร่เลื่อนลอย เราต้องการให้มันหยุดได้จริง ๆ เหมือนที่เขาบอกว่าธุรกิจเครือข่าย คุณต้องหยุดได้แล้วรายได้ไม่หยุด ดังนั้น องค์กรของคุณต้องแน่นหนา ต้องเป็นปึกแผ่น คุณถึงจะตลอดรอดฝั่ง เพราะการทำไร่เลื่อนลอย มันจะเหนื่อยไม่สิ้นสุด แต่วันนี้น้องสามารถที่จะหยุดมันได้ นั่นหมายความว่า น้องไม่จำเป็นต้องอยู่ออฟฟิศตลอดเวลา สามารถไปโน่นไปนี่ได้ ซึ่งเรามีผู้นำที่สร้างขึ้นมา แต่เราจะไม่เน้นหา
นี่เป็นจุดเด่นของทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ทุกคนเป็นหมด หากคนไหนมีความสามารถเราส่งขึ้นเวที บริษัทให้คุณเป็นวิทยากร เราก็จะส่งเสริมทุกด้าน ไม่ต้องไปกดเขา วันนี้ น้องเชื่อว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าทุกคนก็ต้องการฝึกฝน ฉะนั้น การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของทุกเรื่องด้วย อัจฉรา กล่าวปิดท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 331