ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สุมิตร กู้ มิลค์กี้เวย์ ดิ่งเหว ดึงทุนใหม่ร่วมบริหารฮึดสู้อีกยก







Milkyway-1-Mobile (Mobile)


มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ สุดทนหลังโดนมรสุมเล่นงานจนอ่วม ตั้งโต๊ะแถลงสยบ ข่าวปิดบริษัทหนี สุมิตร ใจป้ำกัดฟันแบ่งหุ้น 40% ให้กลุ่มทุนใหม่ในเครือข่าย นายพล คนขอนแก่น ประกาศรื้อผังโครงสร้างทีมบริหารทั้งกระบิ พร้อมเปลี่ยน ชื่อใหม่เป็น เบสท์ มีไลฟ์ อ้างป้องกันการสับสนและเข้าใจผิด ด้าน สุมิตร ยอมรับแบรนด์นายพล กู้ชีวิต เผยแค่เดือนแรกคนแห่ร่วมธุรกิจดันยอดเกือบ 100 ล้านบาท ฟุ้งปี 57 รายได้แตะพันล้าน เหตุองค์ประกอบลงตัว


ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา บริษัทขายตรงสัญชาติไทยอย่าง มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดนมรสุมเล่นงาน อย่างหนักหน่วง ทั้งจากปัญหาภายใน ที่ทะเลาะกันเองระหว่างอดีตภรรยา จน กระทั่งทั้ง 2 ฝ่าย ต้องประกาศแยกทางกันเดินอย่างไม่เหลือเยื่อใย แต่ด้วยได้รับเสียง เชียร์จากคนรอบข้าง บวกกับศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ของทั้ง 2 ฝ่าย จึงใส่เกียร์เดินหน้าเปิดศึก ใส่กันอย่างต่อเนื่อง หวังแย่งชิงแบรนด์ มิ้ลค์กี้ เวย์ มาเป็นของตน จนกลายมาเป็น ศึก 2 ก๊กแห่ง มิ้ลค์กี้ เวย์โดยแบ่งออกเป็น มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค (ฝ่ายอดีตภรรยา) และ มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ฯ (ฝ่ายอดีตสามี)


จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความมึนงง!!! ปน คำสงสัยว่าของเหล่าบรรดาแม่ทีมและสมาชิกว่า เหตุใดทั้ง 2 จึงต้องมาแย่งชิงแบรนด์กันเอง ทั้งๆ ที่ทะเลาะกันไปก็ไม่ได้ ทำให้อะไรดีขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้น ทั้ง 2 ฝ่าย ยังได้ยื่นฟ้อง- ร้องกรณีการได้รับสิทธิ์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย จนกระทั่งศาลมี คำพิจารณาให้ มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค เป็นฝ่ายชนะ และได้รับ สิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไป ขณะที่ข้างบน กำลังซัดกันนัวเนียอยู่นั้น ข้างล่างระหว่างสมาชิกกับสมาชิก กันเองก็ปล่อยข่าวโจมตีกันอย่างเมามัน บ้างก็ปล่อยข่าวว่า มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ จะปิดบริษัท บ้างก็ปล่อย มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค ไปไม่รอดแล้ว จนไม่แน่ใจว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหน ลวง กระทั่งเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา สุมิตร วชโรดมทรัพย์ พร้อมกับทีมผู้บริหารชุดใหม่ได้ออกมาตั้งโต๊ะ แถลงข่าวเปิดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน


โดย สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบสท์ มีไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือน ที่ผ่านมามีกระแสข่าวลบๆ เกี่ยวกับ บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจาก ที่บริษัทมีความชัดเจนเกี่ยวกับทีมผู้บริหารชุดใหม่ จึงได้ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้ทำการรีแบรนตั้งชื่อบริษัทใหม่ จาก มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล มาเป็น บริษัท เบสท์ มีไลฟ์ จำกัด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสนทางธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบัน มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ มีทีมผู้บริหารใหม่ที่ชัดเจน และบริษัทยังคงที่จะ ดำเนินกิจการต่อเนื่อง ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งการรีแบรน- ดิ้งใหม่ในครั้งนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีการแอบอ้างชื่อ มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ แล้ว ทำให้เกิดความเสียหายพอสมควร ทีมผู้บริหาร จึงตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสี่ยง และไม่ต้องการให้เกิดความ สับสนในชื่อ มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ จึงตัดสินใจเลิกใช้ชื่อนี้อีกต่อไป


ส่วนโครงสร้างทีมงานผู้บริหารชุดใหม่ ตน (สุมิตร) ยัง คงนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารต่อไป โดยจะดูแล ในส่วนของการกำหนดนโยบายการบริหารทั้งหมดของบริษัท นอกจากนี้ยังมีรองประธานกรรมการบริหารอย่าง อาจารย์ภูริ เข้ามาร่วมในการบริหารงานภายใน พร้อมทั้งได้ เอกวรัญญู เข้ามานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ, ผู้อำนวยการฝ่ายการ ตลาด ธนภาค ขณะเดียวกันก็ยังมีทีมผู้บริหารชุดใหญ่ที่ได้รับ การตอบรับแล้ว รอเพียงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้น ในเรื่องของระบบต่างๆ ซึ่งวันนี้ได้ตอบโจทย์ให้กับผู้คน ที่ต้องการจะเข้าสู่ธุรกิจกับ เบสท์ มีไลฟ์ ว่า บริษัทมีความ พร้อมทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการได้รับเกียรติจาก อาจารย์ รัชเขต วีสเพ็ญ แห่งสภาโจ๊กเข้ามาร่วมในการจัดตั้งสโมสร อะคาเดมี่ เบสท์ มีไลฟ์ เพื่อสร้างผู้นำในระบบเครือข่าย เพื่อ ออกไปสู่ตลาด และขยายตลาดออกไป


หลายคนอาจจะสงสัยว่าที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ อะไรบ้าง แต่วันนี้ผมเชื่อว่าทุกอย่างได้จูน และปรับความ เข้าใจกันหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ผมได้ไปขอคำแนะนำจากผู้ที่ ประสบความสำเร็จในธุรกิจท่านหนึ่ง (นายพล คนขอนแก่น) ท่านจึงได้ส่งทีมผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถในการทำ ธุรกิจ ซึ่งทีมผู้บริหารเหล่านี้มีความชัดเจนในการสร้างระบบ อย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่า บริษัท เบสท์ มีไลฟ์ฯ จะเติบโต อย่างต่อเนื่อง เพราะผู้นำที่เราสร้างขึ้นมายังคงอยู่กับเราเกือบ ทั้งหมด และมีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง โดยยอดการเติบโต จากเดือนที่แล้วมาจนถึงปัจจุบันเติบโตถึง 200% ดังนั้น เราเชื่อมั่นว่าหลังจากที่ทุกคนเริ่มเห็นความชัดเจนของบริษัท จะทำให้ เบสท์ มีไลฟ์ เติบโตอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน


ขณะที่โครงสร้างการถือหุ้นก็มีการเปลี่ยนแปลง เล็กน้อย เนื่องจากทีมผู้บริหารใหม่ที่เข้ามา ผมต้องการที่จะ ผูกมัดในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่อยากให้มองแค่มาทำงาน กินเงินเดือน จึงได้แบ่งหุ้นบางส่วนให้กับทีมผู้บริหารชุดใหม่ โดยสัดส่วนการถือหุ้นเกินกว่า 60% ยังคงอยู่ในมือของผม อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ก่อนหน้าที่มีกระแสข่าวว่ามีกลุ่มทุน จะเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของ มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์ นั้น ใน ช่วงแรกมีให้ความสนใจอยู่หลายราย แต่ด้วยโครงสร้างที่ใหญ่ และต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เนื่องจากเรามีการลงทุนอย่าง ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มทุนเหล่านั้นยกเลิกแนวคิดการเทคโอเวอร์ กิจการไป


เราได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เพิ่งจะลงทุน เปิดศูนย์สาขา 2 แห่ง ได้แก่ นราธิวาส และลำพูน ดังนั้น คนที่จะเข้ามาลงทุนด้วยจำเป็นที่จะต้องมีศักยภาพจริงๆ กล่าวคือ ในธุรกิจถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนที่เป็นนักลงทุน จะต้องมองหาบริษัทที่ดีที่อยากจะมาลงทุนร่วมเราก็ไม่ได้ ปิดกั้น เพียงแต่ว่าหุ้นส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในมือของผม อาจจะมี แบ่งหุ้นบางส่วนให้กับทีมผู้บริหารที่เข้ามาร่วมบริหารด้วย เพื่อจูงใจ และรักบริษัท และเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันเรา มีแบ่งหุ้นออกเป็น 2 กลุ่ม


ส่วนโครงสร้างแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น บริษัท ยังคงใช้รูปแบบเดิมเกือบทั้งหมด แต่ได้ปรับให้ดีขึ้น โดยบริษัท ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษในช่วงนี้ โดยได้เพิ่มในส่วนของรายได้ ของทีมอ่อนเป็น 30% ทีมแข็งเป็น 15% และโบนัสสปอน- เซอร์เพิ่ม ซึ่งเชื่อว่าแผนการจ่ายผลตอบแทนเราน่าจะเป็น บริษัทเดียวที่จ่ายสูงที่สุดในขณะนี้ ส่วนในเรื่องของสินค้า บริษัทได้จับมือกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ นายพล คนขอนแก่น ซึ่งได้รับอนุญาตจากนายพลแล้ว ให้นำสินค้า จำนวน 3 รายการ เข้ามาทำในลักษณะขายตรงได้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงบี ที โอ เมท (B.T.O. Mate), ดีท็อกซ์ ล้างสารพิษ และ เอนไซม์ เจนิฟู้ด โดยล่าสุดมีกลุ่มผู้นำของนายพล ที่ทำธุรกิจในลักษณะซิงเกิ้ล เตรียมจะเข้ามาทำธุรกิจ ในลักษณะขายตรงกับ เบสท์ มีไลฟ์ อีกจำนวนมาก


การที่เราได้รับกระแสตอบรับดีมากมียอดขาย ขณะนี้เกือบ 100 ล้านบาท ต้องถือว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ได้รับอานิสงส์จากแบรนด์ของนายพล ที่เข้ามาช่วยเจาะ ตลาดด้วย และสินค้าที่เรานำเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ เรายังขาด ซึ่งหลังจากนี้เราก็เตรียมนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามา เพิ่มมากขึ้น และสินค้าที่แต่ละรายการเป็นผลงานระดับ งานวิจัยทั้งนั้น นอกจากนั้นเรายังได้นำระบบการทำธุรกิจ แบบออฟไลน์ บนออนไลน์ ซึ่งถือเป็นบริษัทขายตรง รายแรก และรายเดียวเท่านั้นที่นำระบบนี้มาใช้ โดยเราได้ ซื้อลิขสิทธิ์จากคุณติ๊ก ชีโร่ มาเป็นของเราเองทั้งหมด จะ ทำให้สมาชิกที่เก่งและไม่เก่งในธุรกิจขายตรงก็สามารถ ประสบความสำเร็จได้ โดยเราคาดว่าในช่วง 6 เดือนที่เหลือ น่าจะจบยอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ส่วนปี 2557 คงต้องมาคุยกันที่ระดับ 1,000 ล้านบาท


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556


 

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าว มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค (Milkyway Network) : "มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค" ปรับโฉมเน้นโปร่งใส!ดันสินค้าเกษตรลุยฝัน 100 ล้าน







222 (Mobile)


"มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค" ใส่เกียร์เดินหน้า ประกาศชัด บริษัทเน้นความโปร่งใสในการทำธุรกิจ วางเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวสินค้ากลุ่มการเกษตร เตรียมปรับโฉมโลโก้หวังฉีกให้มีความทันสมัยมากขึ้น ด้านตลาด AEC ปักหมุดประเทศลาวเรียบร้อย ฟุ้งปูพรม อีกหลายประเทศอาเซียน


หลังจาก บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ เปลี่ยนการบริหารใหม่ ล่าสุดได้มีการจัดงานแถลงข่าวจาก บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ไปเมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีทางคณะผู้บริหารและสมาชิก เข้ามาร่วมงานพร้อมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง


นางฐิติพร จิรปัญจวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเพิ่งจะย้ายออฟฟิศ สำนักงานมาตั้งอยู่ที่ใหม่ โดยตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรพอสมควร ทั้งระบบบริหาร การจัดการ สมาชิก ซึ่งทุกอย่าง ต้องอยู่ในความโปร่งใส ชัดเจน และตอนนี้ระบบต่างๆ ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว สมาชิกสามารถศึกษาข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ของ บริษัท


"วันนี้บริษัทมีการปรับโฉมใหม่ เพื่อ ให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้ อยากให้สมาชิก ทุกคนมั่นใจว่า เราจะยืนหยัดไปด้วยกัน เพื่อ ให้เกิดความมั่นคง รวมพลังให้รู้ว่า บริษัท ยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน และจะใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร เพื่อ ความโปร่งใสในการทำธุรกิจ"


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 นั้น "ฐิติพร" ประธาน "มิลค์กี้ เวย์" ได้กล่าวว่า บริษัทมีความมั่นใจว่าจะต้องมียอดขาย ขึ้นไปแตะที่ 100 ล้านบาทแน่ เนื่องจากแต่ละเดือนมียอดสั่งซื้อสินค้าเข้ามาหลายสิบล้านบาท โดยตั้งใจว่า สิ้นปีนี้จะพาสมาชิกพิชิตโปรโมชั่นไปเที่ยวเกาหลีใต้ ให้ได้มากที่สุด ส่วนสมาชิกก็จะพยายามขยายเครือข่ายออกไปให้ถึง 5 หมื่นรหัสให้ได้


"การที่มีแม่ทีมมารวมตัวที่บริษัท เราวันนี้กว่า 300 คน และยังไม่นับสมาชิก คนอื่นๆ ที่มาไม่ได้อีก แสดงให้เห็นว่า บริษัทยังแข็งแกร่ง และมีสมาชิกที่เชื่อมั่น อยู่เป็นจำนวนมาก วิกฤติและอุปสรรคจะ ทำให้ธุรกิจของเราแน่นแฟ้นมากขึ้น ทุกคน จะต้องสามัคคีกัน เชื่อว่า บริษัทจะก้าวขึ้น ไปติดท็อปของประเทศได้ไม่ยาก"


ขณะที่สำนักงานใหญ่นั้น เวลานี้ได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 5 ถ.ลาดพร้อม ซ.3 ส่วนสาขาต่างจังหวัด ก็จะมีครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ไม่ว่าจะเป็น หาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ร้อยเอ็ด, โคราช, เลย, อุดรธานี, ขอนแก่น, พิษณุโลก, สุพรรณบุรี, ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งในอีกไม่ช้านี้จะได้เห็น "มิ้ลค์กี้ เวย์" ขยายไปเปิดสาขาในจังหวัดอื่นๆ อีกแน่นอน


ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ คือ "4 in 1" หรือ "ไบโอโฟร" เป็นสินค้าเกี่ยวกับการกษตร เป็นสารชีวภาพซิลเวอร์นาโน ที่ตลาดภาคเกษตรกำลังนิยม ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็จะทยอยเปิด ตัวตามมา อาทิ คอลลาเจน, ครีมกันแดด และดีท็อกซ์ แต่กำลังอยู่ในช่วงของการปรับโลโก้ให้ทันสมัย โดยกลุ่มสินค้าทาง บริษัทก็ยังจะมีเหมือนเดิม คือ อาหารเสริม, เกษตร และเครื่องสำอาง


นอกจากนี้ การวางแผนรับมือ "เออีซี" โดย "ฐิติพร จิรปัญจวัฒน์" กล่าวว่า "เราได้ไปปูพรมที่ลาวเรียบร้อยแล้ว เรามีเครือข่ายอยู่ลาวหลายคน และ เตรียมที่จะเปิดสำนักงานที่นั่นก่อนสิ้นปีนี้ และจะไล่ขยายไปเรื่อยๆ ในย่านเพื่อนบ้าน ของประเทศเรา โดยเพื่อนบ้านอย่าง พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ถือว่าขยายตลาดเข้าไปได้ไม่ยาก"





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรง(MLM) ยึดหัวหาด ยุทธภูมิทองคำ (อุดรฯ-ขอนแก่น) รับ AEC ฝั่งตะวันออก


เป็นที่ทราบกันดีในวงกว้างว่า ในช่วงปลายปี 2558 จะเป็นเวลาที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของการค้าการลงทุน โดยจะมีการเปิดความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้น หรือที่รู้จักกันในนามของ AEC โดยความร่วมมือ ดังกล่าว กลุ่มประเทศอาเซียนจะมีการนำเข้าส่งออก สินค้า และทำธุรกิจมากมายหลายอย่างซึ่งกันและกัน โดยปลอดจากกำแพงภาษีที่เคยมี


สิ่งที่กล่าวมา สร้างการตื่นตัวให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ ขายตรงในประเทศไทย โดยหลายบริษัทเริ่มที่จะวางแผนงานรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นไปที่การวางรากฐานในเรื่องของการเปิดศูนย์ธุรกิจเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำตลาดอนาคต โดยยกขอนแก่น และอุดรธานี เป็นยุทธ-ภูมิทองคำ รองรับการเปิด AEC ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกนี้ล้วนเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, ลาว และกัมพูชา ซึ่งหาก AEC เกิดขึ้น ขอนแก่น และอุดรธานี ก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลกเลยทีเดียว


- มิลค์กี้ เวย์ ทุ่ม 100 ล. ปั้นอุดรฯ เป็นฮับ


นายสุมิตร วชโรดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เริ่มต้นก้าวสู่จุดสตาร์ตของธุรกิจ MLM อย่างเต็มตัว โดยก้าวต่อไปบริษัทเตรียมรุกตลาดเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 4 แหล่งศูนย์ รวมธุรกิจเครือข่าย เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในเมือง-หลวง ส่วนสาขาอื่นๆ ปัจจุบัน บริษัทมีสาขาหรือศูนย์เซ็นเตอร์อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ในจังหวัดสงขลา (หาดใหญ่) และกำลังจะเปิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ และพิษณุโลก, ภาคอีสาน ที่จ.ขอนแก่น และอุดรธานี


สุมิตร ได้เปิดเผยว่า ศูนย์จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถขยายธุรกิจไปสู่ประเทศอาเซียน ได้ ดังนั้น บริษัทจึงเตรียมทุ่มงบลงทุนเพื่อ สร้างฐานธุรกิจอย่างเต็มที่ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำตลาดรองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียนที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าอาจ ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 100 ล้านบาท และเป็นเงินสดทั้งสิ้น


วันนี้ด้วยความพร้อมของธุรกิจ มิลค์กี้ เวย์ ในประเทศไทย ตนจึงคิดว่าน่าจะ ถึงเวลาที่บริษัทจะเริ่มรุกเข้าสู่ตลาดต่าง-ประเทศ ซึ่งการเปิดศูนย์สาขาใหญ่ในพื้นที่ ยุทธศาสตร์ จะสามารถช่วยย่นระยะเวลาการทำธุรกิจและเพิ่มความสะดวกในด้าน ลอจิสติกส์ นอกจากนั้น จะเน้นการทำธุรกิจ ขายตรงแบบหลายภาษาเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู่ตลาดสากล


อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายปีนี้ หรืออาจเป็นต้นปีหน้า บริษัทจะมีการเปิดสาขา ต่างประเทศในมาเลเซียเป็นประเทศแรก โดยจากเดิมที่คาดว่าน่าจะเป็นประเทศอินเดีย เพราะบริษัทเป็นพันธมิตรทางการ ค้ากับอินเดีย เรียกได้ว่ามีสายป่านทางการ ค้าอยู่มาก แต่เมื่อประเทศมาเลเซียมีความ พร้อมก่อน จึงไม่ควรรอช้าที่จะเข้าไปขยาย ธุรกิจ โดยได้มีการวางงบลงทุนการเปิดศูนย์ธุรกิจที่มาเลเซียไว้เกือบพันล้านบาท ถือเป็นการเริ่มต้นเจาะตลาดไปยังกลุ่มประเทศเอเชียใต้อย่างเต็มกำลัง


- ดีไลฟ์ หวังขอนแก่นเป็นประตู AEC อีสาน


ด้านนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไลฟ์ อิน-เตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ ดีไลฟ์ เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตรา ศึก ทั้งในส่วนของการขยายสาขา และการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาค ต่างๆ โดยในปีนี้ ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลัก ของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ในปีนี้นั้น ประกอบด้วย ขอนแก่น, อุบลราชธานี และ ร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัด ขอนแก่นนั้น ตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้ น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ ให้ผู้-บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


โดยการเลือกเปิดสาขาแห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น นายเทวัญ ดีใจงาม บอสใหญ่ค่าย ดีไลฟ์ ได้เล่าว่า สาเหตุที่เลือกเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น มองว่าในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีขายตรง ที่เข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกัน การ เปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง รากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่า การที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัส นั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่อง จากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และ การที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้าง โลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน


นายเทวัญ บอกต่ออีกว่า ในปีนี้ที่ ดีไลฟ์ฯ มุ่งเน้นทำตลาดในภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ ของดีไลฟ์เป็นคนภาคอีสาน ในขณะเดียว กันยังเห็นว่าภาคอีสานน่าที่จะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียนในปี 2558 นี้ได้ด้วย


นอกจากนี้ เครื่องมือในการสร้างความยิ่งใหญ่ของ ดีไลฟ์ ไม่ใช่มีเพียง แค่การรุกเปิดสาขาใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวหอกที่สำคัญในการสร้างผู้นำสู่ความเป็นมืออาชีพ ในธุรกิจขายตรงนี้ด้วยนั่นก็คือ โรงเรียนสอนธุรกิจ ที่ปัจจุบัน ดีไลฟ์ ได้เปิดให้มีโรงเรียนดังกล่าวไปบ้างแล้ว อาทิ พิษณุ-โลก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, อุดรธานี, นครราชสีมา และชลบุรี เป็นต้น


- MLM เฮโลปักธงแดนที่ราบสูงคึก


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการ ผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่น-แนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ภายในปีนี้จนถึงต้นปี 2556 บริษัทมีแผน ที่จะเปิดศูนย์สาขา ที่มีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่ แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ งบประมาณในการเปิดศูนย์ แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีการขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับ ถัดไป


ปีนี้สัดส่วนยอดขายของบริษัทเติบโต ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่บริษัทปรับกลยุทธ์การตลาด โดยเข้าไปรุกในส่วนของ ตลาดภูมิภาคมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของภูมิภาคต่างๆ มีอัตราสูงขึ้น โดยภาคอีสาน มียอดขายโต 100%, ภาคใต้ 30% และภาคเหนือโต 5% ตามลำดับ โดยปัจจุบัน บริษัทมีสมาชิกแอ็กทีฟประมาณ 2.3 หมื่น รหัส จาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 5 พันรหัส


ด้านนายวิชัย ทองขุนคำ ประธานกรรมการ บริษัท ธนาธร ยูเนี่ยนไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับศูนย์จำหน่ายสินค้าของบริษัทในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะ เป็นของสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่จังหวัด กระบี่, สุราษฎร์ธานี, แม่สอด, ตราด, เชียง-ใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, นคร-ราชสีมา, ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ โดยปีนี้ตั้งเป้า ที่จะมีศูนย์ให้ได้ประมาณ 40 จังหวัด และปี หน้าคาดว่า ธนาธรจะต้องมีศูนย์ครบทุกจังหวัดอีกด้วย


เป้าหมายของเราคือ 3 ปีแรกเป็น การตั้งรับ 3 ปีที่ 2 เป็นการทำตลาดเชิงรุก 3 ปีที่ 3 เป็นการสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกัน ในภาวะที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ เราขอที่ จะ เติบโตอย่างไม่หวือหวา ไม่อยากที่จะแข่งขัน กับใคร ต้องการที่จะแข่งขันกับตัวเองเสีย มากกว่า และต้องการโตแบบมีคุณภาพ โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่อาจจะไม่เยอะแต่หาก ทำได้ตรง ตามเป้า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ เราด้วยเช่นกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1348 ประจำวันที่ 31-10-2012 ถึง2-11-2012