ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเเอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเเอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แอมเวย์ (Amway Thailand) :ประภาคาร จริยา เมืองมั่น นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรบริหาร









ครอบครัวรับข้าราชการ รู้จักแอมเวย์เมื่อปี 2532


คุณประภาคาร จริยา เมืองมั่น นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรบริหาร กล่าวว่าครอบครัวตนเองมาจากข้าราชการทหารทั้งครอบครัวโดยคุณพ่อ คุณแม่ รับราชการมาโดยตลอด สำหรับตนเองเรียนมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ มีอาชีพเป็นวิศวกรเครื่องกลที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ โดยทำงานอยู่ที่นี่เป็นระยะเวลา 10 ปี
ทั้งนี้ ตนเองได้รู้จักกับธุรกิจแอมเวย์ครั้งแรกเมื่อปี 2532 และสมัครเป็นผู้จำหน่ายอิสระ (ชื่อเรียกในขณะนั้น) แต่ด้วยความที่ยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีการทำตลาดมากนัก ทำให้ต้องหยุดทำธุรกิจแอมเวย์ไปถึง 4 ปี ประกอบกับทำงานประจำอยู่แล้วซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีเวลาไปประชุมตามเซ็นเตอร์เพื่อเข้าอบรมเรียนรู้และสัมผัสบรรยากาศต่างๆจากผู้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม ได้กลับเข้ามาทำธุรกิจแอมเวย์อีกครั้งในปี 2536 มีการพาผู้มุ่งหวังเข้าร่วมสวมประชุมตามเซ็นเตอร์ และเริ่มเรียนรู้วิธีการทำงานตามระบบอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 4 ปี
คุณประภาคารกล่าวต่อไปว่า การทำตลาดในยุคแรกๆนั้นคน ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักว่าแอมเวย์คืออะไร ยังไม่รู้จักว่าแอมเวย์มีสินค้าอะไรบ้าง ดีอย่างไร คุ้มค่าอย่างไร และทำไมต้องเป็นแอมเวย์


ขายตรงยุคบุกเบิกคนไม่รู้จัก เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ


ดังนั้น เมื่อมองย้อนกลับไปในชาวง 10 ปีแรก ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกของธุรกิจขายตรงทำให้ต้องพบกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของธุรกิจขายตรงในยุคนั้นค่อนข้างมากเพราะยังเป็นเรื่องแปลกใหม่
แอมเวย์ในยุคแรก ยังมีตำแหน่ง 3 % ซึ่งตนเองสามารถขึ้นตำแหน่งดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 1 ปีแรก เนื่องจากยังทำงานประจำเป็นหลักและรายได้จากการเป็นวิศวกรเดือนละ 50,000-60,000 บาท ถือว่าดีพอสมควร ไม่นับรวมรายได้พิเศษนอกเหนือจากงานประจำอีกนับแสนบาท รายได้ในช่วงนั้นส่วนใหญ่จึงมาจากอาชีพวิศวกรเป็นหลัก
คุณประภาคารกล่าวและว่า อย่างไรก็ดี ตนเองได้เลิกทำธุรกิจแอมเวย์อีกเป็นครั้งที่สอง เพราะคิดว่าตนเองมีเวลาให้กับการประชุมไม่เพียงพอการไปเซ็นเตอร์ต่างๆ ก็ไม่ค่อยได้ไป และยังกังวลกับการทำงานประจำ
อย่างไรก็ตาม ตนเองได้สัมผัสกับแนวคิดทางธุรกิจแอมเวย์หลายประการ เช่น รายได้แบบ Active Income และ Passive Income ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนตนเองประกอบกับอัพไลน์ที่เคนรีครูทตนเองต่างก็ห่างหายไปหมด ทำให้การทำงานบางครั้งต้องทำแบบลองผิดลองถูก


ปี 2543 ก้าวสู่เพชรแอมเวย์ เปิดวิสัยทัศน์พบคนหลากหลาย


การย้อนกลับเข้ามาทำธุรกิจแอมเวย์ครั้งที่สองได้ทำให้ตัดสินใจวางแผนการทำงานต่างๆ รอบคอบขึ้น จนกระทั่งปี 2543 ได้กล่าวสู่นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพชร
คุณประภาคารกล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงทำธุรกิจแอมเวย์ได้มีโอกาสไปงานแคมป์พบปะกับผู้คนจำนวนมากซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีโปรไฟล์ที่ดี มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายสาขาอาชีพ จนทำให้หันมามองตัวเรากลายเป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งไปเลย เช่น ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ผู้บริหารสถาบันการเงินขนาดใหญ่
แต่ละคนพอเข้ามางานแคมป์ต่างถอดหัวโขนที่ตนเองเป็นผู้บริหาร มีความเป็นกันเอง สนุกสนานกันเต็มที่ เพราะในองค์กรเรามีวัฒนธรรมที่เป็นอกลักษณ์ต่างช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพราะการที่ตนเองจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือดาวน์ไลน์ให้ประสบความสำเร็จเช่นกัน นี่คือ เสน่ห์ของธุรกิจขายตรง
จุดเด่นอีกประการของธุรกิจขายตรง คือ ต้องมีความอดทน ต้องรู้จักแก้ปัญหาใหม่ๆ ตลอดเวลา อีกทั้งยังได้พบปะกับผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลายความรู้ หลากหลายวัย
หลังจากได้ก้าวสู่นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรในปี 2543 จึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการลาออกจากงานประจำด้วเหตุผลที่ว่า การทำธุรกิจแอมเวย์ทำให้มีรายได้พอสมควรจนมั่นใจว่าคุ้มค่ากับการลาออกจากงานประจำปี อีกทั้งต้องเดินทางท่องเที่ยวกับแอมเวย์ค่อนข้างบิอยในแต่ละปี ทำให้ต้องลาหยุดงานประจำแต่ละครั้งเป็นเวลาหลายวัน


ได้แนวคิดจากธุรกิจแอมเวย์ ผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดี


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากธุรกิจแอมเวย์ คือ ต้องฟังให้เป็นเพราะมนุษย์ทุกคนมีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล อย่างไรก็ดี ตนทุกคนสามารถทำความผิดไดเพียงแต่อย่าทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นเอง
ประการสำคัญ คือ ตัวเราเป็นผู้นำต้องทำให้ดาวน์ไลน์ดูเป็นตัวอย่างถ้าใครมีความสามารถด้านไหนก็ใช้ความสามารถที่มีให้เต็มที่ เช่น ถ้าเก่งด้านการขายก็ลุยงานขาย ถ้าเก่งด้านการรีครูทคนก็ลุยให้เต็มที่ เป็นต้น เพราะธุรกิจขายตรงเป็นงานที่ต้องก็อปปี้ทำซ้ำไปซ้ำมา และถ่ายทอดความสำเร็จจากรุ่นนี้ไปยังรุ่นต่อๆไป
มีการกระตุ้นทีมงานให้แอ็คทีฟ ขณะที่ทุกคนมีความฝันของตัวเอง ตัวเราไปประชุมได้บรรยากาศในที่ประชุมอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีทัศนคติเป็นบวก พร้อมกับความคิดอยากเปลี่ยนแปลง
คนแต่ละคนมีความต้องการที่หลากหลาย แต่ละคนจะมีความเป็นตัวตนค่อนข้างสูงและไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวของตน ขณะที่หลายคนมาร่วมประชุมโอกาสทางธุรกิจ เพราะความเกรงอกเกรงใจ แต่อย่างน้อยที่สุดมาร่วมงานย่อมได้อะไรกลับไปบ้างไม่มากก็น้อยโดยเฉพาะในเรื่องแนวคิดการใช้ชีวิต


ต้องสร้างความไว้วางใจทุกด้าน ปี 2547 ก้าวสู่เพชรบริหาร


คุณประภาคาร เผยเคล็ดรับว่า ถ้าทำให้คนมาร่วมงานไว้วางใจในตัวเรา ไว้วางใจในบรรยากาศการประชุม โอกาสที่จะได้รับการตอบรับด้วยการสมัครทำธุรกิจย่อมมีสูงเช่นกัน และข้อดีของการสมัครทำธุรกิจแอมเวย์ประการหนึ่งคือ ถ้าไม่พอใจสามารถคืนค่าสมัครได้ในระยะเวลาที่กำหนด
หลังจากบุกตลาดมาหลายปีวางรากฐานต่างๆ มาได้พอสมควร ล่าสุดปี 2547 คุณประภาคาร จริยา เมืองมั่น ได้ประสบความสำเร็จอีกขั้นด้วย การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรบริหาร


คุณประภาคาร กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า การทำธุรกิจแอมเวย์บางครั้งอาจมีความรู้สึกเหนื่อยบ้าง อยากพักบ้าง พอได้พักหายเหนื่อยแล้ว ก็เดินหน้าต่อไป ประเด็นสำคัญ คือ การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ทีมเวิร์คมีส่วนสำคัญมากเพราะทุกคนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความรักความสามัคคี มีการให้กำลังใจในการทำงานแม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆ ก็ตาม
ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ บางครอบครัวคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ทำธุรกิจแอมเวย์ร่วมกัน กลายเป็นทำในสิ่งที่เรารักเพื่อคนที่เรารัก
พร้อมกับย้อนอดีตให้ฟังว่า การทำธุรกิจ แอมเวย์โดยเฉพาะในช่วง1-2 ปีแรกเหนื่อยมากเพราะจะต้องแบ่งเวลาทั้งงานประจำละงานพาร์ตไทม์ แต่ถ้าใครสามารถผ่านช่วงเวลาดังกล่าวได้ถือว่าโอกาวประสบความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม
การทำธุรกิจแอมเวย์ใน 3 วันแรก ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจอย่างเป็นระบบว่าจะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร แต่บางคนร้อนวิชา พอเรียนรู้ได้ไม่เท่าไหร่ก็รีบออกไปพบลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังโดยที่ตนเองยังไม่มีทักษะเพียงพอ หลังจากถูกปฏิเสธบ่อยครั้งบางคนถึงกลับถอดใจเลิกไปเลยก็มี
คุณประภาคาร กล่าวว่า การจัดงานแคมป์แต่ละครั้งมีคนร่วมงานมากน้อยแตกต่างกัน คือ ตั้งแต่ 40-1,200 คน แล้วแต่เงื่อนไขและความพร้อมในการจัดงานแต่ละครั้ง
ทั้งนี้หากองค์กรใดมีความพร้อม และคิดว่าสามารถแตกตัวออกไปจัดงานแคมป์ด้วยตัวเองได้ ก็สามารถแยกออกไปจัดแคมป์ของตนเองให้เห็นเป็นประจำ
สำหรับเคล็ดรับในการทำงาน คุณประภาคาร เผยว่า อุปสรรคชีวิตที่ดีกว่าได้แก่การมีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว ธุรกิจขายตรงเปรียบเสมือนกับการบริหารความคาดหวัง ถ้าหากสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตให้กับบุคคลนั้นๆได้วิถีชีวิตของบุคคลนั้นจะเปลี่ยนไปทันที ที่สำคัญคือการทำงานอย่างมีเป้าหมายมีความหวังย่อมดีกว่าการปล่อยตัวใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ทำอะไร


ความพยายามทุกครั้งอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จมักมาจากความพยายาม ดังนั้น การหยิบยื่นกำลังใจให้ผู้อื่นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก คุณประภาคาร- จริยา เมืองมั่น กล่าวทิ้งท้าย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รีแบรนด์ใหม่แอมเวย์โฮม ขยับฐานลูกค้าเพิ่มยอด10%









แอมเวย์ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ซักรีด-ทำความสะอาดพื้นผิว-ล้างจาน รวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ โฮม


พร้อมเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์-หนัง ไวนิล ตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ครัวเรือน ประสิทธิภาพสูงอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม คาดสิ้นปีทำรายได้เข้าเพิ่มอีก 10%


นาย กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรูปแบบ การดำเนินชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลตนเอง ครอบครัว และที่อยู่อาศัยมากขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน


โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสนิยมที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนั้น แอมเวย์จึงเล็งเห็นความสำคัญของความต้องการผู้บริโภคที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น และตอบรับความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จึงได้ดำเนินการปรับโฉมหรือรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนทั่วโลก ภายใต้ชื่อใหม่ แอมเวย์ โฮม (Amway Home)


โดยการรวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประกอบด้วย แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอมเวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดพร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และจากสูตรผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถแสดงสัญลักษณ์ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Design for the Environment: DfE จากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. EPA) ซึ่งเป็นเสมือนคำรับรองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้


นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ แอมเวย์ โฮม ทอยเลต โบว์ล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ และแอมเวย์ โฮม เลเทอร์ แอนด์ ไวนิล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังและไวนิล เพื่อตอบรับทุกความต้องการในครัวเรือน นายกิจธวัชกล่าว และว่า


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ในครั้งนี้นอกจากการย้ำภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังเป็นการสะท้อนถึง พันธสัญญาของแอมเวย์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจครั้งแรกกว่า 50 ปีมาแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ถือเป็นจุดกำเนิดและความภูมิใจของบริษัทจวบจนปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี.


และยังคงยืนหยัดที่จะสืบทอดพันธสัญญาดังกล่าวด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ในชื่อ แอมเวย์ โฮม ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสูตรอันเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะของแอมเวย์กับ สูตรไบโอเควส (Bioquest Formula) ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะพร้าว และพืชตระกูลมะนาว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสูตรเข้มข้น ทำให้ลดปริมาณการซื้อให้น้อยครั้งกว่าปกติ จึงช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐอเมริกา) และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมั่นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะยังได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา


สำหรับการสร้างการรับรู้ถึงการปรับโฉมแบรนด์ แอมเวย์ โฮม ในครั้งนี้ ได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา แอมเวย์มีการวางแผนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและ นักธุรกิจแอมเวย์อย่างทั่วถึง เช่น จัดกิจกรรมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอมเวย์ โฮม ณ แอมเวย์ ช็อป สำนักงานใหญ่ และสาขาย่อยอีก 19 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งจัดฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง นางรัตนากล่าว และว่า


ทั้งนี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกอบกับกิจกรรมทางการตลาดดังกล่าวจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แอมเวย์ โฮม กลายเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคด้วยการเติบโต 10 % ภายในสิ้นปีได้อย่างแน่นอน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555