ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อุสา ทวีรัมย์เปิดใจความสำเร็จคนเครือข่าย ชีวิตมีสุข รายได้งามต้องเค มาร์เก็ตติ้ง







000 (Mobile)


วันนี้ต้องยอมรับว่า กระแสของธุรกิจน้องใหม่ในวงการขายตรง มีทั้งผู้ที่สามารถแจ้งเกิดในธุรกิจได้ และผู้ที่ไม่สามารถแจ้งเกิดในธุรกิจได้ ซึ่งเครือข่ายที่จะเกิดได้แบบไม่มีดับในวงการนี้ ต้องของจริง ของแท้ ชนิดที่ว่าไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง เฉกเช่นเดียวกับขายตรงค่ายนี้ บริษัท เค มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ จํากัด ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นขายตรงค่ายใหม่ แต่ต้องบอกว่าทีมผู้บริหารไม่ใช่ใหม่ในวงการเลยทีเดียว เพราะเคยสามารถสร้างชื่อแบบกระฉ่อนวงการเครือข่ายให้ดังแบบเปรี้ยงป้างมาแล้ว


ซึ่งการสร้างความยิ่งใหญ่ของ เค มาร์เก็ตติ้ง ในครั้งนี้ ต้องบอกว่า นอกเหนือจากสินค้าเกษตรที่จะเป็นอีกหนึ่งหัวหอกที่สำคัญแล้ว เรื่องของผู้นำของค่ายนี้ ต่างก็มีความเป็นมืออาชีพด้วยเช่นกันที่สำคัญ นั้นต้องยอมรับว่า บริษัท เค มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ จํากัด สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของเกษตรกรได้จริงทั้งในเรื่องของผลผลิต รายได้ การสร้างงาน สร้างอาชีพนั่นเอง


ปักษ์นี้คอลัมน์ เส้นทางสู่ความสำเร็จ ขอเปิดใจผู้ที่เข้ามาในธุรกิจเค มาร์เก็ตติ้งแล้ว ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้อย่างไรบ้าง และมีแนวคิดในการทำธุรกิจอย่างไร ซึ่งผู้ที่จะมาถ่ายทอดเส้นทางชีวิตสู่ความสำเร็จในครั้งนี้นั้น มีนามว่า อุสา ทวีรัมย์ ผู้ซึ่งเป็นเกษตรกรธรรมดา หาเช้ากินค่ำ ที่บางครั้งก็อาศัยเวลาว่างทำธุรกิจเครือข่ายนี้ด้วย


เธอผู้นี้ได้เล่าให้ ตลาดวิเคราะห์ ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาทำในธุรกิจเค มาร์เก็ตติ้ง ตนเองเคยผ่านบริษัทขายตรงมาหลากหลายแห่ง ซึ่งยังไม่มีสักแห่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขและสุขสบายเท่าที่เค มาร์เก็ตติ้ง แห่งนี้ ซึ่งที่นี้ สามารถพลิกชีวิตของเธอให้แปรเปลี่ยนไปราวฟ้ากับดินจากเกษตรกรธรรมดา...สู่การเป็นนักธุรกิจเงินแสนเงินล้าน


อุสา เล่าอีกว่า...อาชีพแต่ก่อนเป็นเกษตรกร และก็กำลังเรียน ป.ตรี แต่ก่อนก็เคยทำเครือข่าย ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับปุ๋ยมาเกือบ 7 ปี แต่ที่ทำในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นปุ๋ยน้ำ และมันยังไม่ตอบโจทย์กับเกษตรกรแบบเราเท่าไหร่นัก ซึ่งตอนนั้นเธอสนใจแค่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอินทรีย์เท่านั้น


แต่ ณ ปัจจุบันนี้ อินทรีย์กับเคมีก็ต้องแมทกัน ต้องพึ่งพากัน เพราะถ้าหากอินทรีย์อย่างเดียวผู้ใช้เกษตรกรเขาก็จะยังไม่เชื่อมั่น แต่หากถ้าเป็นอินทรีย์เคมี เกษตรกรส่วนใหญ่เขาก็จะหันมาสนใจว่าใช้ได้จริงไหม


อุสา เล่าต่อว่า ที่เธอเลือกเข้ามาทำตรงนี้ เพราะเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ เพราะได้เข้ามาเริ่มแรกตั้งแต่บริษัทเปิดใหม่ ซึ่งในตอนนั้นสินค้าบริษัทยังไม่มีขาย แต่เธอได้ไปทำแปลงทดลองที่จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ 3 เดือน และเห็นนวัตกรรมความแปลกใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามา...


ถ้าพูดถึงคำว่าปุ๋ยด้านนวัตกรรม ต้องบอกว่า จริง ๆ แล้ว เราก็ไม่ใช่เกษตรกรโดยตรงเสียทีเดียว ซึ่งเราเองก็ต้องการอะไรใหม่ ๆ ที่ทำแล้วสามารถลดต้นทุน ลดแรง ลดค่าใช้จ่าย แต่ได้ผลผลิต และผลตอบกลับคือ ผู้ใช้มีสุขภาพดีขึ้น ฐานะทางการเงินดีขึ้น และทุกอย่างในสภาพครอบครัวดีขึ้น และย่นระยะเวลาการเก็บเกี่ยวได้ด้วยนั่นเอง


แต่เมื่อตัดสินใจทำ...ก็ต้องลองท้าพิสูจน์ โดยการลงทุนซื้อสินค้าไปให้เกษตรกรรายหนึ่งใช้ในแปลงนา และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เขาก็สั่งสินค้าเพิ่มเหตุเพราะใช้แล้วเห็นผลเกินคุ้ม ทำให้เกิดความมั่นใจ เลยตัดสินใจศึกษาตลาดอย่างจริงจัง


ธุรกิจเค.มาร์เก็ตติ้ง ดีตรงที่สินค้าดี ผู้บริหารดี และมีความรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง เมื่อมีคนโทรศัพท์เข้ามาขอซื้อสินค้าและสมัครสมาชิก...ทำธุรกิจแค่ไม่กี่เดือน ก็สามารถทำรายได้กลับเข้ามา...ถึงกับตกตะลึง...ในความมหัศจรรย์ของธุรกิจ เค มาร์เก็ตติ้ง


อุสา เล่าต่ออีกว่า ทำธุรกิจค่าย เค.มาร์เก็ตติ้ง มาปีกว่าแล้ว ปัจจุบันเธอมีรายได้เพิ่มขึ้น มีบ้านหลังใหม่ เปิดศูนย์ของ เค มาร์เก็ตติ้ง ที่จังหวัดชัยนาท...และที่สำคัญนอกเหนือความสุขที่ทุกคนในครอบครัวจะได้รับแล้ว เธอบอกว่า ยังได้บุญกุศลที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกร ให้เขามีผลผลิตดี และมีรายได้จากการซื้อใช้สินค้า และจากการเข้าร่วมธุรกิจอีกด้วย


วันนี้ต้องบอกว่า ชีวิตคนไม่สายต่อการเริ่มต้นใหม่เสมอ แม้ว่าวันนี้จะไม่มีงานทำ หรือทำงานประจำอยู่แล้ว แต่หากต้องการหารายได้เสริม หรือรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ เชื่อว่า ธุรกิจเครือข่าย ค่าย เค.มาร์เก็ตติ้ง น่าจะเป็นทางเลือกและทางรอดของวิกฤติ...เพราะเพียงแค่เปิดใจ โอกาสทองไม่ได้หากันง่าย ๆ...หากคิดจะเริ่มต้น ก็ต้องเริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้...รับรองที่ เค มาร์เก็ตติ้ง ยังมีขุมทรัพย์ให้ขุดอีกมากมาย


อุสา บอกว่า...ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทุกวันนี้ ถ้าไม่มี เค.มาร์เก็ตติ้ง ก็คงไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร วันนี้ ธุรกิจเค.มาร์เก็ตติ้ง มอบชีวิตใหม่ให้กับเขาและครอบครัว...


นอกจากนี้ อุสา ยังมีเคล็ดลับการทำงานที่ว่า...คือในการทำตลาดจะสอนสมาชิกตลอด ให้เรายึดแนวทางของบริษัทเป็นหลัก ที่สำคัญ ทาง อุสา ยังบอกอีกว่า ที่ เค.มาร์เก็ตติ้ง ยังมีโครงการดี ๆ ที่มอบให้กับเกษตรที่สนใจอีกด้วย โดยชื่อโครงการ ใช้ก่อนผ่อนทีหลังของ Sk999 และหลังจากนั้นเราต้องเป็นตัวอย่างให้เขา ในเรื่องความซื่อสัตย์ การไม่ไปเอารัดเอาเปรียบ ยึดมั่นในเรื่องจรรยาบรรณ การช่วยเหลือกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน แค่นี้เราก็จะประสบความสำเร็จได้!!


ส่วนคติประจำใจ คติในการทำงานนั้น อุสา แนะว่า...ขอให้เป็นตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน คือ อย่ามองอะไรเป็นปัญหา ให้เรามองว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก เพราะทุกชีวิตทุกย่าง มีปัญหาหมด และคนที่มีปัญหาและสามารถแก้ได้ นั่นแหล่ะชีวิตคุณก็จะประสบความสำเร็จ


ส่วนเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่ อุสา ตั้งไว้นับจากนี้ไป...ก็อยากให้สมาชิกใต้สายงานประสบความสำเร็จทุกคนนั่นคือ สิ่งที่ต้องการ


สุดท้าย อุสา ได้ฝากถึงทุกคนว่า...ถ้าวันนี้คุณได้ตัดสินใจทำที่ เค.มาร์เก็ตติ้ง แล้ว ไม่อยากที่จะให้ไปทำที่บริษัทอื่น เพราะว่าที่นี่มีทุกอย่างครบถ้วน เราสามารถที่จะนำไปใช้ได้...และสามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะ ธุรกิจเค.มาร์เก็ตติ้ง คือ ขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...ที่จะทำให้เกษตรกรไทยทุกคนร่ำรวยได้นั่นเอง





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวโมสท์ เวลล์ (Most Well International) : โมสท์ เวลล์เล็งเป้าขยายเครือข่ายต่างประเทศ อัดยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลังส่งสินค้าใหม่เคลื่อนธุรกิจ







Capture (Mobile)


โมสท์ เวลล์ สาดอาวุธธุรกิจครึ่งปีหลัง เข็นสินค้าใหม่เอาใจคนเครือข่าย หวังเปิดใจนักธุรกิจด้วยสินค้า พร้อมประกาศขอสู้ศึกเครือข่ายต่างแดนรับตลาดอาเซียน แย้มฐานรบแรกประเทศเวียดนามเป้าหมายสำคัญ ลั่นเป้าใหญ่!ขอก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจขายตรงติด 1 ใน 10 ภายใน 5 ปี


บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายน้องใหม่ขายตรง ที่ต้องบอกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา ค่ายนี้เรียกได้ว่าซุ่มเงียบในการทำธุรกิจตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ ทั้งในเรื่องของการรุกตลาดภูธร การจัดอบรมสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อให้สมาชิกทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าเข้าใจในธุรกิจ


...ล่าสุดค่ายนี้ ก็ได้ออกมาปล่อยยุทธศาสตร์แรงหวังกระชากใจคนเครือข่ายอีกครั้ง ด้วยการเข็นสินค้าใหม่ออกมาตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภค พร้อมกับประกาศเตรียมบุกตลาดต่างประเทศแบบเต็มอัตราศึกกันเลยทีเดียว


โดยทางด้าน ศาสตราจารย์ดร.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานที่ปรึกษา บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยถึงการรุกตลาดของบริษัทฯ นับจากนี้ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ บริษัทฯ ได้มีการเข็นสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคบ้างแล้ว โดยจะเป็นการขยาย ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชะลอวัยด้านความงามชุดสวยสมวัยอย่างธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นและความแข็งแกร่ง 3 ประการ คือ 1. ได้รับการพัฒนาและควบคุมการผลิตโดยทีมวิจัยซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาเอกที่มีชื่อเสียง ภายใต้การปรึกษาของแพทย์แผนปัจจุบันระดับศาสตราจารย์และเภสัชกรแผนปัจจุบันระดับปริญญาเอกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณระดับ American Board of Dermatology 2. พัฒนาและปรับสูตรให้เหมาะสมกับผิวตามเอกลักษณ์ของชาวเอเชีย 3. เน้นการใช้สารสกัดจากธรรมชาติ


ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ยังได้มีการนำเอาสินค้า 3 รายการออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอีกด้วย พร้อมกับมีผลิตภัณฑ์แถมเป็นพิเศษช่วงแนะนำ ประกอบด้วย 1. มิราเคเล่ เฟเซียลเซรั่ม สำหรับผิวหน้า เน้นลดริ้วรอย ทำให้ขาวใส นุ่มเนียน ผิวชุ่มชื่น และอ่อนกว่าวัย 2. มิราเคเล่ เฟเซียล ครีม สำหรับผิวหน้า เน้นทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ชุ่มชื่น ลดริ้วรอยและขาวใส 3. มิราเคเล่ บอดี้ มอยเจอไรเซอร์ สำหรับผิวกาย เน้นทำให้ผิวกายชุ่มชื่นขาวใสและสบายผิว


ศาสตราจารย์ดร.ยงยุทธ เผยอีกว่า นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางบริษัทฯ ได้วางแผนที่จะเข็นสินค้าใหม่อีก 2 รายการด้วยกัน คือ 1. มิราเคเล่ โอโซเนต มิเนรัล วอเดอร์ สเปรย์ เป็นสเปรย์น้ำแร่ ผสมสารสกัดจากทับทิมและอโรเวล่า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ 2. มิราเคเล่ แฮร์โทนิค สูตรผสมน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถบำรุงรากผมและหนังศีรษะ


ส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการคัดสรรอย่างดีจากผู้เชี่ยว ชาญด้านเครื่องสำอาง โดนเน้นสารธรรมชาติและความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ เนื้อเซรั่มและครีมบำรุงมีความนุ่มนวล กลิ่นหอมอ่อนธรรมชาติ ทำให้ผิวกระจ่างใส นุ่มนวล และมีสุขภาพดี


บอสใหญ่ค่าย โมสท์ เวลล์ เผยอีกว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะมีผลิตภัณฑ์ชะลอวัยด้านความงามในชุดสวยสมวัยอย่างธรรมชาติ ตามมาอีกเร็ว ๆ นี้ คือ 1. มิราเคเล่ เฟเชียล ลิควิดโซป สำหรับผิวหน้า เน้นทำความสะอาดผิวหน้า สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและสารสกัดจากธรรมชาติมีค่า pH เท่ากับผิวหน้า ไม่ทำลายความสมดุลของผิวจึงใช้ได้กับทุกสภาพผิว


2. มิราเคเล่ คลีนซิ่ง ครีม สำหรับผิวหน้า เน้นทำความสะอาดผิวหน้า สามารถขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก ถนอมผิวและไม่ทำอันตรายผิวหน้า


และ 3. มิราเคเล่ บอดี้ ลิควิด โซป สำหรับผิวกาย เน้นการชำระล้าง ทำความสะอาดผิวกายสามารถขจัดสิ่งสกปรกและไขมันที่ผิว โดยไม่ทำลายความสมดุลของผิว มีส่วนผสมของน้ำนมข้าว


...นับได้ว่า แผนการบุกตลาดของ โมสท์ เวลล์ ในช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้ การนำเอาสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดเครือข่ายเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักที่สำคัญของค่ายนี้เลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน ต้องบอกว่าอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของค่ายนี้ที่วางไว้นั่นก็คือ การบุกตลาดต่างประเทศนั่นเอง ซึ่งล่าสุดประเทศแรกที่ค่ายนี้เล็งไว้อยู่ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่ คาดว่าน่าที่จะได้ข้อสรุปในอีกไม่ช้านี้


ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ โมสท์ เวลล์ นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.ผลิตภัณฑ์ โดยวันนี้ในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจ เพราะถ้าหากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ ธุรกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน 2. ทีมงาน ที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันในการทำธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้า และ 3. แผนการตลาด ที่จะต้องมีความเป็นธรรม ศาสตราจารย์ดร.ยงยุทธ กล่าวและว่า


ด้านนายสรณัฏฐ์ สาระสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมอีกว่า วันนี้หากพูดถึงความพร้อมของธุรกิจโมสท์ เวลล์ ต้องบอกว่า เรามีความพร้อมเต็มร้อย ทั้งในเรื่องของสินค้า โรงงานการผลิต มาตรฐานต่าง ๆ ที่หลาย ๆ ภาคส่วน ต่างให้ การยอมรับ ที่สำคัญธุรกิจของโมสท์ เวลล์ ยังยึดหลักที่ว่า คุณภาพ คู่คุณธรรม ขณะเดียวกัน ในปีนี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะเจาะตลาดในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ของธุรกิจให้มากขึ้นอีกด้วย พร้อมกับการขยายโมบายตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงการบุกตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายที่วางไว้คือ การก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจขายตรงติด 1 ใน 10 ภายใน 5 ปีข้างหน้านั่นเอง





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 348 ประจำวันที่ 1-16 กรกฎาคม 2556

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : จากอาชีพแม่ค้าสู่เศรษฐีใหม่ สตาร์ซันไชน์ ...ปุณยานุช ปุญยมณีกูล นักสู้สตรีเหล็ก









วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอนและไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


...ใครจะเชื่อบ้างว่า แม่ค้าขายของชำ ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี ปุณยานุช ปุญยมณีกูล จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น แม่ค้า ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด ปุณยานุช ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย ปุณยานุช ได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของ


ชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ ปุณยานุช เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ สตาร์ซันไชน์ เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่นและขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


ปุณยานุช บอกกับ ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิกและทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงานว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง


...วันนี้ดูเหมือนว่า ปุณยานุช เริ่มที่จะรักและชอบในธุรกิจขายตรงที่ สตาร์ซันไชน์ จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ ปุณยานุช อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์ เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น ปุณยานุช บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ปุณยานุช ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลาและการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ ปุณยานุช ปุญยมณีกูล ...!!





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556