ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวยูนิไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวยูนิไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : 'ยูนิไลฟ์' ปรับยุทธศาสตร์รองรับ AEC โฟกัส 'กัมพูชา' ลั่นไม่เกินต้นปี 57 เปิดจริง!







unilife (Mobile)

 


"ยูนิไลฟ์" เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ แต่งแผนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ชี้กำลังมุ่งปักหมุดสาขาประเทศกัมพูชา คาดไม่เกินต้นปี 57 เปิดเป็นทางการ หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ส่งสินค้าเข้าขายชิมลาง ด้านตลาดในประเทศเน้นอัดสินค้าตามความต้องการของเกษตรกรตามฤดูกาล มั่นใจรายรับปี 56 โกย 600 ล้านบาท


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่าหลังจากที่ต้นปีบริษัทได้มีการรุกหนักเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้านการ เกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วยการจัดทำโรดโชว์ทั่วประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าตลอดทั้งปี 2556 บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วนเพื่อเป็นการรองรับตลาดเออีซีในปี 2558


บริษัทเตรียมแผนจะเข้าไปเปิดสำนักงานในต่างประเทศ คือ ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% และคาดว่าต้นปี หน้าจะเริ่มดำเนินการได้ ในนามบริษัท ยูนิไลฟ์ (คัมโบเดีย) จำกัด ภายใต้นโยบายของบริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


"ก่อนหน้านี้บริษัทได้ส่งสินค้าไปจำหน่าย ที่กัมพูชา และบางทีก็เป็นสมาชิกเองที่เข้า ไปทำตลาด จนเกิดมีเครือข่ายที่นั่นเพิ่มขึ้นเรื่อย และมีกระแสตอบรับให้บริษัทเข้าไปเปิดสำนักงานที่นั่นเลย เพราะจะได้ไม่ลำบาก ในการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย โดยจะหาซื้อ สินค้าได้ อีกทั้งสินค้าของบริษัทก็สามารถตอบโจทย์ผู้คนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตร ได้เป็นอย่างดี ทำให้บริษัทไม่ลังเลที่จะเข้าไป เปิดศูนย์ใหญ่ในกัมพูชาปีหน้า" ปราณี กล่าว


อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลัง ยูนิไลฟ์ ถือ เป็นโอกาสทองในการกระตุ้นยอดขาย ด้วย การจัดกิจกรรมไปที่ภาคการเกษตรเพราะเป็นช่วงเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก แต่ก็เป็นช่วง ที่บางพื้นที่เกิดวิกฤติเรื่องน้ำท่วมด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดผลกระทบกับยอดขายบ้าง แต่ทีม งานได้พยายามเข้าร่วมทำกิจกรรมเสริมในด้านอื่นๆ มีการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ทำเป้ายอดขายระยะสั้นๆ นับว่ายังได้ผลดี เพราะ สมาชิกยูนิไลฟ์ชอบการท่องเที่ยวง่ายๆ กินอยู่ง่ายๆ ตามสไตล์คนเกษตร


"ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม หรือฝนแล้ง ที่ส่งผลกระทบอยู่บ้าง เล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ โดยวิกฤติตรงนี้บริษัทก็ได้ให้ทีมงานเข้าไปดูแลทำกิจกรรมเสริมจนทำให้รับมือเรื่องต่างๆ ได้ และยังสร้างความมั่นใจต่อองค์กร ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี"


อย่างไรก็ดี บริษัทมีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้าตลาด ซึ่งจะเป็นกลุ่มสินค้าที่สนอง ตอบปัญหาของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี อาทิ ปัญหาโรคพืชที่มักมาในฤดูหนาว วัชพืชที่ปราบยากๆ ที่ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรลดลง ซึ่งสินค้าใหม่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกและยังทำ ให้พืชผลไม่เสียหายเติบโตได้ตามปกติ เพราะหลักๆ บริษัทจะมุ่งเน้นการลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความจำเป็นไปได้


ขณะที่สำนักงานใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ แล้ว บริษัทยังมีสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถึง 34 แห่ง และมีศูนย์ตัวแทนจำหน่ายอีก ประมาณ 600 แห่ง โดยมีแผนขยายสาขาอีก 400 แห่งให้ ครบ 1,000 แห่ง ในปี 2557 โดยศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่อยู่ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งสามารถรองรับสมาชิกและยังสามารถจำหน่ายสินค้า ได้ทั่วประเทศ ส่วนแผนปีหน้ายูนิไลฟ์จะเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรองรับการกระจายขึ้นภาคเหนือให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ จากการที่บริษัทได้ดำเนินกิจกรรม บนสื่ออินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูล ต่างๆ ของบริษัทมากมาย พร้อมยังได้จัดทำ ช่องทีวี ออนไลน์บน youtube ที่มีการเผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับ การทำการเกษตร ซึ่งใน ปัจจุบันเกิดกระแสตอบรับที่ดีเพราะสมาชิก สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น


สำหรับเป้าหมายสิ้นปี 56 นี้ "ปราณี" กล่าวว่า ยอดขายบริษัทจะต้องขึ้นไปแตะ 600 ล้านบาท ให้ได้ เนื่องจากปี 2555 ทำยอดขายได้ถึง 500 ล้านบาท โดยสมาชิกเวลานี้ บริษัทมั่นใจที่จะมีเพิ่มขึ้นไปที่ 2 แสน รหัสได้ เพราะมีสมาชิกเกษตรกรที่สนใจเข้า มาทำธุรกิจด้านเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : เริ่มต้นที่ 'การให้' รวิกร ขันตรี ตำแหน่งเหรียญเงินของแบรนด์เกษตร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







1470026_241899919298528_279798058_n (Mobile)

 


สัปดาห์นี้ คอลัมน์ Key to Success ขอดึงตัวนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ จาก บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตำแหน่งเหรียญเงินของแบรนด์เกษตร "รวิกร ขันตรี" หนุ่มใหญ่ วัย 53 ปี ชาวอุบลราชธานี โดยมีอาชีพเดิมเป็นเกษตรกรซึ่งทำมากว่า 14 ปี ซึ่งท่านผู้อ่านคงนึกภาพตามได้ว่า เกษตรกร ส่วนใหญ่ของประเทศต้องมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่ง "รวีกร" ก็ไม่ได้แตกต่างจาก กลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่เหล่านั้น


และด้วยความดิ้นรน ไม่ยอมแพ้ของเขา เพื่อที่จะได้พบหนทางที่ดีกว่านี้เอง ทำให้ เขาหันหน้าเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่าย จาก การเปลี่ยนแปลงในวันนั้น ทำให้เขาคิดได้ว่า สิ่งที่เขาวิ่งเข้าหา เพื่อหวังเป็นทางออกให้กับ การสร้างรายได้เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นสิ่งที่สร้าง ชีวิตใหม่ให้กับเกษตรกรผู้นี้


เคยทำขายตรงกับบริษัทอื่นไหม


"ยอมรับว่า เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจขายตรงมาจากบริษัทอื่นๆ มาเป็นเวลา 5 ปี โดยตอนนั้น ได้เรียนรู้วิธีการมากมาย และได้ลองผิดลองถูกมาตลอด ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ตนก็ยัง มองหาธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยตลอด เนื่องจากตนชอบการทำเกษตรอยู่แล้ว จนมีเพื่อนที่รู้จักชักชวนให้มาร่วมธุรกิจกับ "ยูนิไลฟ์" จนทำให้รู้สึกว่า ยูนิไลฟ์ สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการได้ เริ่มจากมีแผน การตลาดที่ยอดเยี่ยม ความมั่นคงขององค์กร ทำให้ไม่มีความรู้สึกลังเลที่จะมาทำธุรกิจกับที่นี่"


มีความคิดเห็นกับธุรกิจขายตรงอย่างไร


"สมัยก่อนที่ทำการเกษตร ยังไม่รู้ว่า ขายตรงเป็นอย่างไร จะได้ยินก็เพียงแต่ชื่อ แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัส อีกทั้งยังเคยได้ยินข่าวที่ไม่ดีของธุรกิจนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจ นัก เพราะไม่คิดว่าจะต้องเข้ามาทำ แต่พอ ได้ลองเปลี่ยนความคิด และเข้ามาทำจริงๆ ทำให้เข้าใจว่า ธุรกิจขายตรงเป็นอะไรที่ช่วย เปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของรายได้ และยังได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ให้ ว่ามันคืออะไร มีความสุขขนาดไหน อยากให้ทุกคนเปิดใจเรียนรู้ ศึกษาจริงๆ ก่อนและ ค่อยตัดสินว่าจะทำหรือเปล่า"


 ทำธุรกิจขายตรงมากี่ปี... มีเป้าหมายอย่างไร


"ตอนนี้ทำธุรกิจมาเป็นเวลา 14 ปี อยู่ ในตำแหน่ง "เหรียญเงิน" รายได้ประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 5 ปี จะขอขึ้นตำแหน่งสูงสุดคือ "รวงข้าวเพชร" และมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือนให้ได้ รวมถึงจะพยายาม สร้างทีมงานให้มีรายได้หลักแสนให้ได้ถึง 20 คนในทุกๆ ปี"


เคยท้อแท้ และคิดจะเลิกทำบ้างมัย


"เคยแน่นอน แต่หากล้มเลิกกลางคัน ก่อน ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องกลับไปที่เก่า หรืออาชีพเดิมที่เคยทำมา เวลา ที่เจออุปสรรค อยากให้คิดว่าเป็นงาน เพราะ จะทำให้เราไม่กังวลและคิดมากจนเกินไป การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ เพราะเจอคนที่ใช่เพียงแค่คนเดียว ก็จะทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ พยายามให้กำลังใจ ตัวเอง และมองที่เป้าหมาย ความฝันเข้าไว้ อย่าท้อและถอยหลังเด็ดขาด"


อยากให้หน่วยงานรัฐดูแลธุรกิจ MLM อย่างไร


"ก็อยากให้ช่วยออกกฎกติกาที่ควบคุม และลดช่องโหว่ของธุรกิจ เพื่อไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวในธุรกิจนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่ปัญหาที่ได้ยินมาคงเป็นเรื่องของบริษัทที่ชอบเปิดมาหลอกลวง หลอกเอาเงิน คนที่ไม่รู้ให้มาลงทุนและก็ปิดบริษัทหนีหายไป และยังมีสมาชิกที่พอขึ้นตำแหน่งสูงๆ ก็ชอบย้ายบริษัทไปที่อื่น ซึ่งบางทีก็มาชวนสายงานของเราไป ทำให้เกิดความเสียหาย กันเป็นลูกโซ่ และได้รับผลกระทบตรงนี้อยู่บ่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการลงโทษและจัดการเรื่องแบบนี้ให้เด็ดขาด"


อะไร...ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ


"คงต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้ยิ่งเราให้มากเท่าไรจะได้รับกลับคืนมาเท่านั้น เพราะธุรกิจเครือข่าย หากมุ่งที่จะเอาผลกำไรอย่างเดียว จนลืมนึกถึงคนอื่นๆ ที่ทำธุรกิจเหมือนกับเรา เชื่อว่า จะอยู่บนเส้นทาง MLM ได้ไม่นาน รวมถึงจรรยาบรรณและความซื่อสัตย์ จะทำให้เป็นที่ยอมรับจนก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ส่วนคนที่ไม่ประสบความ สำเร็จ เป็นเพราะยังไม่เข้าใจระบบแผนการ ตลาด คือไม่ศึกษาให้รู้จริง และไปลงมือทำก่อน แบบวิธีผิดๆ พอไม่สำเร็จก็ล้มเลิกไป เรื่องนี้เกิดขึ้นเยอะ ทางที่ดีสมาชิกใหม่ๆ ควร จะทำตามระบบและเชื่อฟังผู้นำเก่งๆ ที่คอย แนะนำจะช่วยให้เดินอย่างถูกทางและสำเร็จ ได้เร็วยิ่งขึ้น"


นี่คืออีกหนึ่งบทบาทความสำเร็จ ที่ Key to Success ได้นำมาเสนอ และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่เราต้องการนำเสนอความ คิด มุมมองที่มีต่อธุรกิจขายตรงของกลุ่ม คนที่ขึ้นชื่อว่า มีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในที่สุด


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : "ครอบครัว" แรงผลักให้ก้าวเดิน เพลิน พุทธรักษา นักธุรกิจตำเเหน่ง "เหรียญเงิน" บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







201307171128181 (Mobile)


กลับมาเจอกันอีกครั้ง และสัปดาห์ นี้... "กุญแจสู่ความสำเร็จ" จะนำไปพบกับ "เพลิน พุทธรักษา" ด้วยวัย 49 ปี จาก จ.กำแพงเพชร ถือเป็นนักขายตรง สู้ไม่ถอยอีกหนึ่งคนจาก บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเวลานี้... ดำรงตำแหน่ง "เหรียญเงิน" ของบริษัท


จากอดีตที่เคยทำอาชีพด้านการ เกษตร ลองมาแล้วทุกอย่าง แต่สิ่งที่ได้ กลับเป็นสุขภาพที่แย่ลง และหนี้สินที่บานเบอะ อะไรคือจุดเปลี่ยนให้เข้ามา ทำธุรกิจขายตรง จนมีรายได้ระดับ 6 หลัก


อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้ามาทำ MLM


"แต่ก่อนผมทำอาชีพ เลี้ยงปลาดุก, ตะพาบน้ำ ส่งออกไปขายที่เมืองจีน และอยู่ๆ ก็ประสบปัญหา ขาดทุน จนมีหนี้สินจากธนาคารหลายล้านบาท แม้ว่าจะลองเปลี่ยนไป ทำนาแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจลองทำ ธุรกิจขายตรงดู เพราะอยากรู้ว่าได้จริงรึเปล่า"


ใครคือคนแนะนำให้ทำธุรกิจ


"ต้องขอขอบคุณ คุณอุไร มูลสรรค์ ที่แนะนำให้ผมรู้จักกับธุรกิจนี้ เพราะตอนนั้น เราไม่มีทางออกเลย ไม่รู้จักธุรกิจขายตรง ด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำยังไง แต่ได้แม่ทีมดี ทำให้ ผมมาถึงวันนี้ได้"


MLM เปลี่ยนชีวิตอย่างไรบ้าง


"ตอนนี้หนี้สินในธนาคารของผมหมดแล้ว มันเหมือนฝันมากครับ และปัจจุบันผมมีบ้านราคา 2 ล้านกว่าบาท พร้อมรถยนต์อีก 2-3 คัน ชีวิตผม ดีขึ้น ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน ตั้งใจว่า จะพยายามช่วยทีมงานให้มีรายได้เหมือนกับเราให้ได้ และขอขอบคุณ บ.ยูนิไลฟ์ฯ ที่ทำให้ผมมีวันนี้"


แรกๆ ที่ทำขายตรงรู้สึกอย่างไร


"จำได้ว่า กลัวและยังงงๆ กับธุรกิจ MLM อธิบายให้ใครฟัง ก็ไม่เข้าใจ เดือนแรกมีรายได้เข้ามา 240 บาท เดือนสอง 700 บาท เดือนสาม 10,000 กว่าบาท และ ก็เพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน จนคิดว่าตัวเอง เหมือนถูกลอตเตอรี่ เพราะเป็นธุรกิจ ที่ทำเงินให้เรามากมาย"


เคยท้ออะไรสุดๆ ใน MLM มั๊ย


"เคยแน่นอนครับ ถึงขนาดภรรยาบอกให้เลิก แต่เราก็ยังอยากพิสูจน์ต่อ เพราะยังมั่นใจว่า เป็นไปได้จริง และก็ไม่อยากท้อถอยด้วย คือเรามีหนี้สินอยู่มากมาย และมีครอบครัวที่ต้องดูแลอีก 4 ชีวิต ทำให้เราจะล้มไม่ได้ เพราะท้อแล้ว ก็คงจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น"


+ อยู่ตำแหน่งอะไร ตั้งเป้ายังไง


"ทำมาได้ 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 รายได้อยู่ที่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท ต่อเดือน อยู่ตำแหน่ง "เหรียญเงิน" ตั้งเป้าว่าจะขึ้นไปอยู่ตำแหน่งสูงสุดอย่าง "เพชรทอง" ให้ได้ภายใน 2 ปี


มีอะไรฝาก...ถึงผู้ที่ทำ MLM


"อยากบอกว่า ธุรกิจนี้....ต้องใจเย็นๆ ครับ เพราะช่วงแรกๆ จะยังไม่เห็นเงินหรอก แต่พอมีโครงสร้าง เดี๋ยวเงินก็เข้ามาเอง ซึ่งสมาชิกต้องมีความอดทนและอย่าท้อแท้ เพราะธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงชีวิต เราได้ ที่สำคัญเวลาอัพไลน์ชี้แนะอะไรก็ควรตั้งใจฟัง และพยายามเข้าไปเรียนรู้ที่เซ็นเตอร์บ่อยๆ จะทำให้เราประสบความสำเร็จแน่นอน"


ท้ายนี้.... "KEY TO SUCCESS" ขอเอาใจช่วยให้ หคุณเพลิน พุทธรักษา ฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นในตำแหน่ง "เพชรทอง" เร็วๆ นะครับ และเช่นเคยก่อนจากกัน ขอฝากคำคมเพื่อเป็นกำลังใจให้ลุกสู้ต่อไป สำหรับสมาชิกเครือข่ายทุกคน



"ความล้มเหลวไม่ได้อยู่ที่การ ล้มลง แต่อยู่ที่การไม่ลุกขึ้นต่างหาก"




Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : "ยูนิไลฟ์" โหมกลยุทธ์สร้างแบรนด์ จัดโรดโชว์-ฉายตัวผ่าน "ยูทูบ" ปั้นเป้า 650 ล้าน







unilife (Mobile)


"ยูนิไลฟ์" รุกหนักกลยุทธ์สร้าง แบรนด์ ตระเวนโรดโชว์ทั่วประเทศ พร้อม ตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ จ.สุพรรณบุรี อวดสินค้าชื่อ "5 พลัง" ทีเด็ดมัดใจเกษตรกร เดินหมากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ อย่าง "ยูทูบ" เป็นหลัก ลั่นปี 56 ขอยอดขาย 650 ล้าน บาท สมาชิกแตะ 2 แสนรหัส


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่าเมื่อช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วน แต่ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 500 ล้านบาท ในส่วนของสมาชิกมีอยู่เวลานี้ 150,000 รหัส ถือว่าน่าพอใจซึ่งมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ในปี 2556 ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องจบสิ้นปีสมาชิกต้องมี 2 แสนรหัสขึ้นไป ส่วนยอดขายตั้งไว้ที่ 650 ล้านบาท


โดยปี 2556 ได้เตรียมรุกหนักทางด้าน กิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้าน การเกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วย การจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ บริษัทยังได้เสริมศักยภาพทางด้านการกระจายสินค้าสู่สมาชิกและเกษตรกร ซึ่งบริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเขตภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียอดการขายและสมาชิกผู้ทำธุรกิจและเกษตรกรอยู่หนาแน่น


ขณะที่สำนักงานตอนนี้มีสาขาอยู่แล้ว 35 แห่ง และได้พยายามเน้นสร้างศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่บริหารงานโดยสมาชิกอีก เกือบ 700 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าทั้งหมดกว่า 80 รายการ ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร แบ่งเป็นสอง กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.กลุ่มเพิ่มผลผลิต เช่น ปุ๋ย ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมนพืช 2.กลุ่มป้องกัน กำจัดศัตรูพืช เช่น ยากำจัดวัชพืช ยาป้องกัน กำจัดโรคพืช ยากำจัดแมลง และกำลังมีสินค้าใหม่ๆ อีกกว่า 30 รายการ ที่จะทยอย ออกสู่ตลาดในปีนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้เลือกใช้แก้ปัญหาในการทำการเกษตรได้ตามความเหมาะสมในแต่ละพืช แต่ละพื้นที่


ส่วนอีก 10% เป็นสินค้าทางด้านอุปโภคบริโภค เช่น กาแฟ สบู่ ยาสีฟัน เพื่อให้สมาชิกผู้จำหน่ายได้มีโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น และที่เป็นสินค้ายอดนิยมอันดับหนึ่งในขณะนี้ คือ "5 พลังยูนิไลฟ์" ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง ได้มากกว่า 50%


โดยทั้งหมดจะสามารถช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย ซึ่งสินค้า "5 พลังยูนิไลฟ์" นี้สามารถ ใช้ได้กับทุกพืช ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญจุดเด่นของ "5 พลังยูนิไลฟ์" ก็คือการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งหมายความว่าเราสามารถช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความจำเป็นไปได้


อย่างไรก็ตาม "ปราณี" ยัง ได้กล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหา ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะ เป็นน้ำท่วม ฝนแล้งก็มีส่งผลกระทบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ ที่สำคัญบริษัท ได้ดำเนินกิจกรรมบนสื่ออินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของบริษัทไว้มากมาย สามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.unilife.co.th หรือ www. facebook.com/unilife.co.th


นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดทำช่องทีวี ออนไลน์บน youtube ที่ www.youtube. com/media4unilife เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับ การทำการเกษตรและการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามชมกันได้ หรืออีกช่องทางหนึ่งที่หน้าเพจ www.facebook. com/UnilifeTvOnline ซึ่งในปัจจุบันสมาชิกและเกษตรกรสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้มากขึ้น


ในส่วนของการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประธานใหญ่ "ยูนิไลฟ์" เผยว่า บริษัทได้มองเห็นโอกาสในภาคเกษตร ของทางประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งพื้นที่และประชากรส่วนใหญ่ของอาเซียน อยู่ในภาคธุรกิจเกษตรนี้ บริษัทจึงได้มองลู่ทางขยายฐานธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ ลาว, พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งได้เตรียมการบางส่วนรองรับไว้บ้างแล้ว แต่คงต้องรอความชัดเจน ในกฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน คาดว่าการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 จะส่งผลบวกกับทางบริษัทด้านการ ขยายตลาดมากยิ่งขึ้น


สำหรับ "ยูนิไลฟ์" ยังได้มีกิจกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเกษตรอยู่เสมอ รวมถึงในปีนี้ นายสกล มงคลธรรมากุล ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอสทีมโฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งมีบริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทในเครือ ยังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมาอีกด้วย



Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : สินค้าเกษตรยังไม่ปรับราคา "ยูนิไลฟ์" ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 600 ล.








 


"ยูนิไลฟ์" ขายตรงสัญชาติไทยยังมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน ถึงแม้ต้นทุนเรื่องค่าแรงปรับเป็น 300 บาท ยังยืนยันไม่ปรับราคาสินค้า พร้อมแตกไลน์สินค้าเกษตรและอุปโภคบริโภคเพิ่ม ตั้งเป้าปั๊มรายได้ปีนี้ 500-600 ล้านบาท


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร กรรม- การบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์-เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ถึงแนวโน้มธุรกิจขายตรงในภาคเกษตรของบริษัทในปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน แปลงมากนักผลการดำเนินงานในปี 2555 มีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท เป็นไปในทิศทางเดียวกับปี 2554 ที่ผ่านมา ปัจจัย สำคัญมาจากสภาวะดิน ฟ้า อากาศของประเทศเป็นหลัก ถ้าปีไหนเกิดภัยแล้งก็ขาย ไม่ได้ ถ้าปีไหนอากาศดีได้ผลผลิตดีธุรกิจ ก็ดีตามไปด้วย


ดังนั้น ในปี 2556 นี้ บริษัท พยายามประคับประคองรายได้และตั้งเป้า ไว้ว่าจะขยายตัวประมาณ 30% หากได้ 500-600 ล้านบาท และจากความแข็ง-แกร่งของแม่ทีม 200-300 คน ที่ยังร่วมงาน กันมากว่า 10 ปี ถือเป็นหัวหอกที่สำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย


ปัจจุบันกำลังขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีกในไลน์ของสินค้าเกษตร เช่น ผลิตภัณฑ์จำพวกอาหารพืช ปุ๋ยบำรุงพืช เพื่อให้พืชได้เติบโตดีขึ้น นอกจากนั้น ยังแตกไลน์ขยายสินค้าทางด้านอุปโภคบริโภค เพิ่ม ได้แก่ กาแฟ ผงซักฟอก ยาสีฟัน อื่นๆ แต่สินค้าทางด้านเกษตรยังเป็นกลุ่มรายได้ หลักของบริษัท โดยกลุ่มนี้สร้างรายได้ประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด


"สินค้าเกษตรทยอยเปิดตัว 2-3 เดือนครั้ง ซึ่งภายในเดือนมีนาคมก็จะออก สินค้าใหม่อีก แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลอง ซึ่งอาหารพืชนั้นถือเป็นความจำเป็นจะต้องใช้ แต่ทุกวันนี้ยอมรับว่าโลก เปลี่ยนแปลงไป โลกร้อนขึ้น ภาวะอากาศ ผิดปกติ ย่อมส่งผลต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร อากาศดีฟ้าฝนเป็นใจปีนั้นเกษตร ก็ได้ผลผลิตที่ดี ธุรกิจก็ดีด้วยเช่นกัน ธุรกิจ ทางด้านเกษตรจึงไม่มีผลกระทบต่อปัญหา ด้านค่าแรง 300 บาท แต่จะมีผลทางด้าน ภาคอุตสาหกรรม พนักงานมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น แต่บริษัทก็ยังไม่มีนโยบายที่จะปรับราคาสินค้า ยังยืนหยัดใช้ ราคาเดิม"


ทั้งนี้ การเปิดตลาดของการแข่งขัน เสรีสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ถือว่า เป็นโอกาสที่ดีของบริษัท ในการขยายตลาดออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้บริษัทเริ่มเข้าไปเปิดสาขาที่ ประเทศลาว และกัมพูชา เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา โดยจะใช้สาขานี้เป็นฮับ จากนั้น จะเปิดสาขาประเทศเวียดนามในเร็วๆ นี้ กำลังเตรียมความพร้อมอยู่


สำหรับมุมมองของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน นางปราณี ให้ความเห็นว่า ภาพ-ลักษณ์ของธุรกิจเริ่มดีขึ้น ประชาชนรับรู้ข่าวของธุรกิจมากขึ้น ทำให้เข้าใจและแยกแยะได้ ระหว่างขายตรงที่ถูกต้องและ หลอกลวงว่าเป็นอย่างไร หากยังมีบางส่วน ที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องช่วยกันให้ความรู้แก่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง จะทำให้พวกแอบแฝง ทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้านจะได้หมดไปจาก วงการเสียที


"วิธีการพิจารณาบริษัทที่ทำธุรกิจจริงหรือไม่ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ตัวสินค้าเป็นสินค้าที่ใช้ได้จริงหรือไม่ มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคและผู้ขายอย่างไร รวมถึงพิจารณาแผนการตลาด ว่าเข้าข่าย แชร์ลูกโซ่หรือไม่ ถ้าแผนทำให้คนได้รายได้ ง่าย ได้เยอะเกินความจริง ก็ไม่น่าจะเข้า ไปสุ่มเสี่ยง เพราะไม่เช่นนั้น กว่ารู้ตัวอีกทีอาจจะเสียหายมากมายไปแล้ว" นางปราณี กล่าวทิ้งท้าย


 


 



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6-8 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิไลฟ์ (UNILIFE) : ยืด Q-Shop ขายปุ๋ย เล็ง "กัมพูชา-ลาว" สิ้นปี650ล.


ยูนิไลฟ์ เดินหน้าขาย ปุ๋ย สินค้าหลักเต็มกำลัง! รุกสร้างความเชื่อมั่นลูกค้าพร้อมลุยขยายศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มให้ครบ 1,000 แห่ง


ยันทำธุรกิจโปร่งใสได้ตราสัญลักษณ์ Q-Shop กรมวิชาการเกษตร การันตีมาตรฐาน เตรียมออก 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ดันยอดสิ้นปีแตะ 650 ล้าน บิ๊กบริหารเผยเล็งเข้าตลาด กัมพูชา-ลาว ร่วมชิมลางเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นางนิตยา มงคลธรรมากุล ผู้อำนวยการสายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับธุรกิจเครือข่ายว่า บริษัทยังดำเนินธุรกิจขายตรงโดยการสรรหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนอง ความต้องการลูกค้าต่อจากที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 14 ปี จนมีสมาชิกรวม 1 แสนรหัส แอคทีฟประมาณ 3 หมื่นรหัส มีการซื้อ-ขาย การขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง


ผลิตภัณฑ์หลักของยูนิไลฟ์ เป็นกลุ่มเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร คือกลุ่มปุ๋ย กลุ่มธาตุอาหารเสริม ตอนนี้ที่เด่นคือ 5 พลังยูนิไลฟ์ เป็นโปรดักส์ช่วยให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยลงครึ่งหนึ่ง แต่ผลผลิตจะได้มากขึ้น และสิ้นปีนี้ยูนิไลฟ์เปิดตัวสินค้าใหม่ประมาณ 5 ตัว ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นยังมียูนิไลฟ์แคร์ เป็นโปรดักส์ไลน์ ที่มีผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่สมาชิกใช้อยู่ เจาะสินค้าที่กลุ่มเกษตรกรใช้ได้มากกว่า โดยราคาจะไม่แพง นางนิตยากล่าว และว่า
ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมาประมาณ 200-250 ล้านบาท และครึ่งปีหลังในไตรมาสที่ 3-4 เป็นช่วงไฮซีซั่นของการเกษตร คาดว่าจะสามารถทำยอดขายรวมได้ 650 ล้านตามเป้าที่วางไว้ ทั้งนี้สินค้าปุ๋ยของยูนิไลฟ์เป็นสินค้าที่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ขายตรง หากบริษัทใดขายสินค้าแบบเดียวกับยูนิไลฟ์ ก็จะมีการตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร และมีการตามจับอย่างเข้มงวดกับร้านค้าใต้ดินที่ไม่มีการรับรองอย่างถูกต้อง เพราะปัจจุบันมีคนเร่ขายปุ๋ยปลอมจำนวนมาก
นางนิตยากล่าวถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจขายปุ๋ยของยูนิไลฟ์ว่า ได้จัดเป็นร้านค้าเฉพาะและได้รับตราสัญลักษณ์ Q-Shop จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 16 แห่งจากทั้งหมด 36 แห่ง โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหารบริษัท ยูนิไลฟ์ ก็ได้เข้ารับหนังสือรับรองการเข้าร่วมโครงการร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ Q-Shop จากนายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกรมวิชาการเกษตร ไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับตราสัญลักษณ์คิวช็อปนั้น นางนิตยากล่าวว่าเป็นเครื่องหมายสำหรับการการันตีร้านค้า ที่มีการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานของรัฐ และจะทำให้ร้านค้าเกิดความน่าเชื่อถือกับลูกค้ามากขึ้น เพราะมีการผ่านกระบวนการตรวจสอบมาแล้ว ผู้ที่มาร่วมธุรกิจก็มีความมั่นใจในสินค้าที่ได้ ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาคลังสินค้ายูนิไลฟ์อีก 20 แห่ง และศูนย์ยูนิไลฟ์อีกกว่า 500 ศูนย์ ให้ได้มาตรฐานและผลักดันให้ได้ใบรับรอง Q-Shop ซึ่งจะเป็นการการันตีว่ายูนิไลฟ์มีร้านที่ได้มาตรฐานทั้งหมดอีกด้วย

ตอนนี้มีศูนย์ยูนิไลฟ์ที่บริหารงานโดยสมาชิก มีการเข้าสู่ระบบ ต้องมีร้าน มีทะเบียนพานิชย์ มีใบควบคุมการจำหน่ายวัตถุอันตรายครอบครองพร้อม แล้วมีขออนุญาตเรา คุณก็สามารถเปิดเป็นศูนย์ของเรา ขึ้นป้ายยูนิไลฟ์ ตอนนี้มี 600 ศูนย์กระจายทั่วประเทศตั้งเป้าสิ้นปีเปิด 1,000 ศูนย์ จึงไม่เกิดเหตุการณ์ที่ต้องนำสินค้าไปเร่ขาย เพราะนักธุรกิจของยูนิไลฟ์นำผลิตภัณฑ์เปล่ากับเอกสารลงพื้นที่ไปเพื่อทดลองเท่านั้นเอง ไม่ได้หอบเอาสินค้าทั้งหมดลงไป จึงไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ปุ๋ย นางนิตยากล่าว และว่า

ยูนิไลฟ์ขายสินค้าประเภทปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ มีสารปรับปรุงดิน หรือผงชูรสดินของยูนิไลฟ์ ชื่อผลิตภัณฑ์ยูนิซอย ทำมาจากดินภูเขาไฟ เป็นฮิวมิค แอซิด คุณสมบัติทำให้เกิดช่องว่างของดินมากขึ้นของดินแข็ง เรียกว่าเป็นสารเพิ่มประสิทธิภาพให้ดินร่วนทำให้รากชอนไชเข้าไปในดินได้ง่าย วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศทั้งหมด
นอกจากนั้นยูนิไลฟ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะนี้มีการติดต่อกับกัมพูชาและลาว แต่ยังไม่ได้เข้าไปอย่างเป็นทางการ อยู่ในช่วงของการทำเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย รอจดทะเบียนสินค้า การทำสาขาที่นั่น ติดในเรื่องเงื่อนไขของประเทศหลายอย่างที่ยังต้องศึกษา เตรียมการตอนนี้รอดูความชัดเจนของสมาชิกเป็นหลัก หากมีความพร้อมก็จะเข้าจดทะเบียนทำให้ถูกต้องต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิไลฟ์ (Unilife) : ยิ้มออกครึ่งปีโต 10% อัดสินค้าล็อตใหม่วางขายคลำเป้า 500 ล.


ยูนิไลฟ์ ไปได้สวย 6 เดือนแรก ยอดขายเติบโตที่ 10% ตั้งเป้า ขอยอดรวม ปลายปีโต 15% เตรียมส่งสินค้าเพื่อการ เกษตรล็อตใหม่หลายรายการ เน้นเจาะตลาดภูธรเป็นสำคัญ เชื่อความต่างของสินค้าบริษัท พาไต่ฝันที่ตั้งมานานสำเร็จ คาดสิ้นปีกระทุ้ง 500 ล้านบาท แน่!


คุณปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการของยูนิไลฟ์ ในช่วง 6 เดือนแรกมีการ เติบโตขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วง เวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยทางบริษัท มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังทางบริษัทจะสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างแน่นอน


ในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา เราก็มีการเติบโตที่ดี แต่ในช่วงครึ่งปีหลังประเทศไทยก็ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ จึงทำให้ยอดขายของเราไม่เติบโตอย่างที่น่าจะเป็น แต่ในปีนี้หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราน่าจะสร้างยอดขายได้ ไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งหลัง ของปี โดยจะทำให้ยอดขายโดยรวมทั้งปีของเราเติบโตขึ้นราว 15 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้วเราปิดยอดขายที่ราว 480 ล้าน ปีนี้น่าจะปิดที่ 500 ล้านต้นๆ


ประธานกรรมการบริหาร ยูนิไลฟ์ กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบันทางบริษัทได้ทำ การขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่ไปแล้วกว่า 60 รายการ และทางบริษัททยอยขึ้นทะเบียน สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับสินค้าที่ ทางบริษัทให้ความสำคัญนอกเหนือจากปุ๋ย แล้ว ในปัจจุบันก็ให้ความสำคัญในการทำตลาดสินค้ากลุ่มกำจัดวัชพืชด้วย


ในตอนนี้เรายังมีการเปิดสินค้าใหม่ แต่เรามองว่าในปีหน้าเราจะมีการเปิดสินค้า ใหม่หลายตัว สินค้าที่เราเล็งไว้ว่าจะเปิดคือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสารกำจัดแมลง ต่างๆ ซึ่ง ยังอยู่ในระหว่างการยื่นขอจดทะเบียน


อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดย จะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาใน สินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับ เป็นที่น่าพอใจ โดยในปัจจุบันยอดขายจาก สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของ บริษัท


นอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัทก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออก มา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหาก จะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้ วัตถุอันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนิน การตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึง รอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และ คาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาด ไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขาย ให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


เนื่องจากสินค้าของบริษัทมีความโดดเด่นและแตกต่างจากสินค้าในท้องตลาดไม่เหมือนใคร ทางบริษัทจึงไม่มีคู่แข่ง หากจะแข่งก็คงจะต้องแข่งกันตัวเอง ในปัจจุบันทางบริษัทมีสมาชิกทั้งสิ้นราว 100,000 รหัสและแอ็กทีฟกว่า 30,000 คน


ในปัจจุบันยอดขายของเราส่วนใหญ่มาจากภาคกลงและภาคอีสานก็มียอด ขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการขยับของยอด ขายที่ดี โดยยอดขายจากภาคกลางมาเป็น อันดับหนึ่งมีส่วนแบ่งทั้งหมดราว 50 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นยอดจากภาคอีสานและภาคเหนือ คุณปราณี กล่าวปิดท้าย


ทั้งนี้ นางปราณีได้กล่าวถึงการ เตรียม ตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 58 ตนมองว่า การเปิดเสรีดังกล่าว เป็นโอกาสดีโอกาสหนึ่งสำหรับธุรกิจยูนิไลฟ์ คือ ถ้าตลาดเปิดสินค้าของบริษัทก็สามารถ เข้าไปสู่ประเทศกลุ่มอาเซียนได้ทั้งหมด เนื่องจากการเพาะปลูกของประเทศในแถบ นี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งตอนนี้ตนก็กำลังศึกษาข้อมูลต่างๆ ของแต่ละประเทศ เช่น เรื่องกฎหมายว่าประเทศนั้นๆ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ส่วนกลยุทธ์สุดท้าย คือ โปรโมชั่นพิเศษเอาใจสมาชิก ซึ่งในปีนี้บริษัทมีโปรฯ ท่องเที่ยวหลายโปรแกรม โดยบริษัทจะจัดทุกๆ ไตรมาส ค่อยๆ ขยับ จากประเทศใกล้ ไปไกล เช่น ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น ดังนั้นจากแผนการดำเนินงานทั้งหมด ที่ผ่านมา ปีนี้บริษัทจึงตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท และสมาชิกต้องเพิ่มขึ้นอีก 2-3 หมื่นรหัส จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วกว่า 1 แสนรหัส


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1328 ประจำวันที่ 22-8-2012 ถึง24-8-2012