ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทสัมภาษณ์เหล่าคนดังขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทสัมภาษณ์เหล่าคนดังขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์หัวเรือใหญ่ ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) คุณสาริณี เสฐียรภัคกุล ธุรกิจที่วงการขายตรงไทยต้องสะเทือน








ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทขายตรงที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพระดับแนวหน้าของโลก โดยสำนักงานใหญ่ได้ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัญอเมริกา รัฐยูทาห์ ซอลท์ เลค ซิตี้ ซึ่ง ยูซานา ได้สู่ตลาดหุ้นของ NASDAQ Stock Market หรือตลาดหลักทรัพย์ในปี 1996 ปัจจุบันได้ทำตลาดอยู่ 18 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และ จีน


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2555 บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเปิดตัว ที่โรงละครสยามนิรมิต อย่างเป็นทางการโดยมีผู้บริหาร แขกผู้เกียรติ ผู้นำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงนักธุรกิจยูซานาเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นประเทศที่ 16 โดยผ่านบริษัท BabyCare, Ltd. ที่ USANA เป็นเจ้าของในประเทศจีน ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการจับตามองจากเหล่านักธุรกิจขายตรงมากมายด้วยความเป็นธุรกิจขายตรงน้ำดีจากประเทศสหรัฐอเมริกามีรางวัลการันตีความสำเร็จมากมายหากจะให้กล่าวแล้วก็คงไม่หมดภายในคอลัมน์นี้ ซึ่งวันนี้ทีมงานไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ได้มีโอกาสเข้ามาสัมภาษณ์ คุณสาริณี เสถียรภัคกุล ผู้นั่งแท่นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย ที่จัตุรัสจามจุรี สแควร์


คุณสาริณี เสฐียรภัคกุลหัวเรือใหญ่ของยูซานาประเทศไทย ได้เข้ามาร่วมงานกับยูซานาในฐานะผู้จัดการทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ซึ่งถือว่าเป็นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยเป็นคนแรก โดยคุณสาริณีได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด โดยคุณสาริณี ได้จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ โครงการปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์ที่ผ่านมาดำรงตำแหน่ง Account Marketing Director ในแผนกโฆษณา บริษัทขายตรงชั้นเดียวสัญชาติอเมริกันซึ่งติดอันดับท็อปเท็นของโลกแห่งหนึ่ง จากนั้นได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง Corporate Affairs Director โดยดูแลการดำเนินงานทั่วไปของบริษัทฯ รวมถึงภาพลักษณ์ การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ของบริษัทการตลาดแบบเครือข่ายในเครือ


ทั้งนี้คุณสาริณีได้กล่าวถึงจุดแข็งของทางยูซานาอีกว่า เนื่องจากบริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลในเชิงองค์ความรู้เกี่ยวกับแผนการตลาดแบบไบนารี่และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ซอลท์ เลค ซิตี้ รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดจำหน่ายมาเป็นเวลา 20 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากสถาบันต่างๆ ในความมีประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อันดับ 1 เหรียญทอง 5 ดาวจากสหรัฐอเมริกาจากการจัดอันดับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกว่า 1,500 แบรนด์ทั่วทวีปอเมริกาเหนือและยังได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมในระดับโลกมากมาย รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่มีแผนการจ่ายผลตอบแทนดีที่สุดจาก MLM Insider Awards ทำให้ลูกค้าและนักธุรกิจยูซานา รวมถึงนักธุรกิจใหม่ทุก ๆ รายเกิดความเชื่อมั่นและยอมรับในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีความโดดเด่นและมีการการันตีว่ามีคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด รวมถึงแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ดีที่สุด


โดยกลยุทธ์ที่ใช้ในการสร้างแบรนด์ของยูซานาทางคุณสาริณี ได้มุ่งเน้นจัดกิจกรรมและส่งเสริมการขายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรม Road Show ไปตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น ชุมพร สงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี จันทบุรี นครราชสีมา พะเยาและระยอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นให้เกิดยอดขายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ รวมถึงการจัดรายการส่งเสริมการขายในส่วนของการจัดชุดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การแจกของพรีเมี่ยม การส่งเสริมการเพิ่มจำนวนนักธุรกิจอิสระให้เดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเปิดตัวเป็นทางการได้ 6 เดือน เราก็สามารถมีนักธุรกิจอิสระในระดับโกลด์ไดเร็กเตอร์ร่วมเดินทางไปฉลองตำแหน่งที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ได้ถึง 6 ท่าน เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะมีนักธุรกิจ และผู้นำที่จะเดินทางไปร่วมงาน Asia Pacific Convention 2013 ที่ฮ่องกง ในกลางเดือนมีนาคมนี้ อีกเกือบ 100 คน










นอกเหนือจากนี้ทางยูซานานั้นให้การสนับสนุนทางผลิตภัณฑ์ แก่นักกีฬาชื่อดังทั่วโลกทั่วโลกอย่างมากมายส่วนในประเทศไทย ก็มีแชมป์มวยสากลขวัญใจคนไทย ไอ้รถถัง พูลสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม แชมป์ PABA รุ่นแบนตั้มเวทและ อดีตแชมป์ WBA ซูเปอร์แบนตั้มเวท และ ถิรชัย กระทิงแดงยิม เจ้าของแชมป์ แชมป์ PABA รุ่นเวลเตอร์เวท ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงสินค้าที่ได้คุณภาพและปราศจากสารกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น


คุณสาริณีหมายมั่นปั้นมือ ยูซานา ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลาง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประเทศไทย ถือเป็น Rising Star และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีในด้านการทำตลาด กิจกรรมและโปรโมชั่นต่าง ๆ ทยอยออกมาให้นักธุรกิจยูซานาและผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความความหวังว่า ประเทศไทยจะสามารถเติบโตและมียอดขายเพิ่มขึ้นทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้าและได้รับความสำเร็จเป็นอย่างสูง เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งยูซานาได้เปิดสำนักงานเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคและนักธุรกิจยูซานาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกงและผ่านบริษัทเบบี้แคร์ ลิมิเต็ด ที่ยูซานาเป็นเจ้าของในประเทศจีน รวม 18 สาขาทั่วโลก


โดยสถิติที่ผ่านมา ยูซานาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ได้มีการโหมเปิดตลาดใหม่ จึงเป็นตัวชี้วัดได้ว่า ยูซานาสามารถเติบโตในตลาดเดิมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงว่ามีผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายของยูซานาอยู่ที่การเข้าถึงและพัฒนาสุขภาพ และคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวต่างๆ ทั่วโลก


จากการประกาศผลประกอบการในปี 2555 ของมร.เดฟ เวนทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ ที่ซอลท์เลค ซิตี้ สหรัฐอเมริกา บ่งบอกว่า ยูซานามียอดขายกว่า 648.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 11.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2554 โดยมีกำไรสุทธิ 66.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้มีผลมาจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นและการลดค่าใช้จ่ายการบริหารต้นทุน โดยกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 36.5% อยู่ที่ 4.45 ดอลลาร์ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.26 ดอลลาร์ต่อหุ้น เหตุผลสำคัญของการเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อเมริกาเหนือและยุโรป โดยคาดการณ์ว่ายอดขายสุทธิในปี 2556 จะเพิ่มขึ้นเป็น 700 720 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 5.10 5.25 ดอลลาร์


ส่วนในประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของจำนวนสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยเป้าหมายในปี 2556 จะมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่มีการทำธุรกิจและสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ บริษัทฯ มีฐานนักธุรกิจยูซานาและลูกค้าที่บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มั่นคงและมีนักธุรกิจใหม่สนใจสมัครเข้ามาร่วมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 70% หลังจากงานเปิดตัวบริษัทฯ อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับเหตุผลที่คนเข้ามาร่วมธุรกิจกับยูซานาเนื่องจาก ระบบไบนารี่ สามารถตอบโจทย์ให้กับนักธุรกิจยูซานาในการดูแลคนในองค์กรแค่ 2 คน ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจากการวิจัยของสมาคมขายตรงแห่งสหรัฐอเมริกาพบว่า บุคคลทั่วไปสามารถดูแลองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เพียง 2.5 สายงานเท่านั้น ซึ่งแผนไบนารี่สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ และมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทำง่าย จ่ายเร็ว ทำให้นักธุรกิจใหม่ ๆ ที่เข้ามาร่วมธุรกิจมีรายได้เร็วขึ้นและทำให้ทั้งองค์กรมีรายได้ที่เสถียร รวมถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดระดับโลกตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งยูซานา ได้รับการโหวตจากนักธุรกิจอิสระให้เป็นบริษัทที่น่าร่วมทำธุรกิจด้วยเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันทุกปี มาตั้งแต่ปี 1997 จากนิตยสาร Network Marketing & The MLM Insider Magazine ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครือข่ายชุมชนของผู้ทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก









โดยผลิตภัณฑ์ยูซานาแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ ซึ่งสัดส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นจะมาจากกลุ่มอาหารเสริมเป็นหลัก จากตัวเลขยอดขายประมาณการของบริษัทอยู่ที่ 645 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 10.8% ในปีนี้ สัดส่วนยอดขายหลักประมาณ 80% มาจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวหลักของบริษัท ได้แก่ เอสเซนเชียลส์(วิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ, โปรฟาวานอล 30(สารสกัดจากเมล็ดองุ่น), แอคทีฟ แคลเซียมและไบโอเมก้า(น้ำมันปลาบริสุทธิ์) โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในปี 2556 นี้ เพื่อเป็นการขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของนักธุรกิจยูซานาและผู้บริโภค


ทั้งนี้ทางคุณสาริณีได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ยูซานานั้นมีพื้นฐานในการทำงานเป็นครอบครัวร่วมมือร่วมใจกันในก่อให้เกิดความสำเร็จที่แท้จริง ทำจริงได้จริง สินค้าได้คุณภาพ ซึ่งหากใครกำลังมองหา ครอบครัวที่จะมอบความสุข คุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีความมั่นคง พร้อมทั้ง อิสรภาพในการใช้ชีวิต ยูซานา นั้นคือคำตอบสุดท้ายสำหรับโจทย์เหล่านี้


จัดทำและเรียบเรียง www.thaimlmnews.com

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

ปรัชญาคุณธรรมนำหน้ากับประธานบริหารบริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ขายตรงน้องใหม่ยอดขาย 3 เดือนพุ่ง 100 ล้าน








 


เจาะลึกความเป็นมาบริษัท โอ เค ไลฟ์


ท่านประธาน ธนอรรถได้เล่าถึงความเป็นมาของ โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ว่า "เริ่มจากที่เราเป็นโรงงานผู้ผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งส่งออกไปยังหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน และประเทศต่างๆ อีกมากมาย ส่วนสินค้าที่ได้รับความนิยมคือ F2Plus แต่เป็นการขายแบบตลาดซิงเกิ้ล นอกจากนี้ยังมีสินค้า ซันคลาร่าและ ซันคลาร่า พลัส ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในและนอกประเทศ ส่วนบางประเทศก็จะเน้นเป็นการส่งออกวัตถุดิบ ซึ่งเราทำด้านนี้มาตลอด และได้รับผลตอบรับที่ดี เพราะไม่ว่าเราจะทำสินค้าอะไรออกไป อย่างน้อยต้องได้ผล 7:10 คน และเราจะทำเฉพาะสินค้าของเราเอง ใครจะมาจ้างให้เราผลิตเราไม่ทำให้ เพราะบางครั้งอาจเกิดปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ และจะเกิดปัญหาที่บานปลายในภายหลัง
แต่ก็ได้มีแม่ทีมหลายๆคนเข้ามาติดต่อเราเนื่องจากว่าแม่ทีมหลายๆคนย้ายค่ายบ่อย เพราะเกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น กำลังจะไปได้ดีกับธุรกิจนั้นๆ ก็เกิดปัญหาขึ้นภายในบริษัทนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหุ้นส่วนหรือปัญหาการจ่ายไม่จริง ก็เลยมาปรึกษาให้ผมทำซึ่งตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วย แต่แม่ทีมก็อ้างว่า บางคนทำธุรกิจเครือข่ายด้วยความตั้งใจจริง แต่เค้าไม่เคยเจอบริษัทที่ดี เราก็เลยตัดสินใจลองทำ ซึ่งจากวันนั้น ตอนนี้บริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค เปิดมาได้ 3 เดือน สมาชิกของเรามีมากกว่าหนึ่งหมื่นสี่พันคน ยอดขายของเรา พุ่งไปถึง 100 ล้าน สำหรับเหตุผลที่ทำให้ยอดขาย เดินทางมาถึง 100 ล้าน ทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวสินค้าเราและรู้ว่าเราเป็นเจ้าของซันคลาร่า สมัยก่อนการทำธุรกิจเครือข่ายไม่จำเป็นต้องมีสินค้าที่ดีแค่เครือข่ายที่ดี ก็สามารถดันยอดขายสินค้าออกไปได้แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปเราต้องมีสินค้าที่ดีด้วย เพราะจะเป็นกำลังขับเคลื่อนได้อย่างดี"


ประเด็นร้อนกรณี ซันคลาร่า พลัส


สำหรับสินค้าซันคลาร่าพลัส บริษัทไม่ได้เจรจาผ่านบริษัทไอไบโอโดยตรง แต่มีตัวแทนคือบริษัทเสี้ยวอัฐเข้ามาติดต่อสินค้ากับโรงงาน "เดิมได้วางแผนไว้ว่า ถ้าซันคลาร่า ถึงช่วงที่ต้องมีการปรับปรุงสูตร เราจะจดทะเบียน ซันคลาร่า พลัส อีกตัวหนึ่ง เพื่อรองรับเอาไว้ โดยพัฒนาสูตรขึ้นไปโดยผสมกลูต้าไธโอน สารเพิ่มความขาวที่กำลังเป็นที่นิยม โดยขอจดทะเบียนไว้ แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไร หลังจากนั้น ซันคลาร่า ได้ยกเลิกตัวแทนจำหน่ายเดิม และทางบริษัทเราได้ทำการจัดจำหน่ายเอง กรณีนี้ก็เพื่อจะปราบปรามสินค้าปลอม ลอกเลียนแบบ ช่วงนั้นเราก็เลยนำซันคลาร่า มาทำตลาดแบบ Single และบังเอิญก็มีตัวแทนครือข่ายมาขอตัว ซันคลาร่าพลัสไป บอกว่าที่บริษัทไอไบโอระบบดี เราก็เลยตัดสินใจให้ทางตัวแทนไปจัดจำหน่าย หลังจากนั้น กระแสตอบรับออกมาค่อนข้างดีมาก เดือนแรกสามารถจัดจำหน่ายได้ 30,000 กล่อง ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก ส่วนเดือนที่สองก็ยังกระจายสินค้าได้มากกว่า 30,000 กล่องเช่นกัน ปิดยอด 2 เดือนแรกทางบริษัทจัดจำหน่ายสามารถนำคนไปเกาหลี 300 คน และมาเดือนที่ 3 เกิดปัญหาขึ้นกับตัวแทนจำหน่าย พร้อมมีคนเรียกร้องให้ผมเปิดบริษัทขายตรงขึ้นมา เพราะเขาเล็งเห็นถึงคุณภาพสินค้าและศักยภาพการผลิตของโรงงาน ทางเราจึงได้ตัดสินใจเปิดบริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค (OK Life Network)"


"ส่วนแบรนด์ ซันคลาร่า พลัส เราไม่ได้เป็นฝ่ายยกเลิกกับทางบริษัทไอไบโอ เนื่องจากเราจำหน่ายซันคลาร่า พลัส ผ่านตัวแทนคือบริษัทเสี้ยวอัฐ แต่ต่อมาเกิดปัญหาระหว่าง 2 บริษัท ทางตัวแทนจึงยกเลิกสัญญากับทางบริษัทไอไบโอ ทำให้ทางเราซึ่งเป็นผู้ผลิต ไม่ได้ส่งสินค้าให้ทางไอไบโอโดยปริยาย"


"ส่วนในกรณีของเลิฟยู เนื่องจากทางตัวแทนได้ยกเลิกการจัดจำหน่ายกับบริษัทไอไบโอแล้ว ทางตัวแทนจะนำสินค้าตัวนี้ไปจัดจำหน่ายให้กับทางบริษัทเลิฟยูก็เป็นสิทธิ์ของตัวแทน ซึ่งเราเป็นโรงงานผู้ผลิต เราไม่ได้มีปัญหากับใคร แต่กรณีนี้ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวแทนจำหน่ายของเรา ไม่ได้เกิดจากทางเราผิดสัญญาหรือว่าสินค้ามีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้นพอเราเปิดบริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ก็มีการเรียกร้องจากทางสมาชิก อยากให้เอาซันคลาร่าเข้ามาขายในระบบ เพราะถ้านำมาขาย อย่างน้อยยอดขายอยู่ที่ 3 4 แสนกล่อง/ เดือนเราเลยตัดสินใจ เปิดตัวสินค้า ซันคลาร่า ในวันที่ 1 มกราคม 2556 ส่วนซันคลาร่าพลัส คงอยู่ที่ บริษัท เลิฟ ยู (ประเทศไทย) จำกัด ต่อไป"


เป้าหมายสำคัญปี 2556


โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค จะมีการเปิดตัวซันคลาร่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2556 หลังจากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในเรื่องยอดขายในปีหน้าคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้าน แต่สิ่งที่ โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค และท่านประธาน ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ให้ความสำคัญมากกว่ายอดขาย คือการช่วยเหลือสังคมและทำบุญไปด้วย เพื่อจะได้คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม ตอนนี้บริษัทมีกิจกรรมที่ให้โอกาสเด็กยากไร้ ชื่อว่า เยาวชนทำดีเพื่อพ่อ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยรังสิตและ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยล่าสุดได้ไปทาสี โรงเรียนที่สุพรรณบุรี และยังได้อนุมัติเงินในการสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงราย


ทางด้านกลยุทธ์ของบริษัท ท่านประธานกล่าวว่า "เรารวบรวมข้อมูลปัญหาทั้งหมดที่สมาชิกเจอและกลับมาพัฒนากับทางบริษัท ซึ่งเราได้ตั้งเป้าไว้ว่าปีแรกได้กำไรเท่าไรก็จะคืนสู่สังคม นอกจากนี้ยังนำมาจัดโปรโมชั่นด้วยการจับแจกทองคำหรือว่าจะเป็นการพาไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งปีหน้าทั้งปีเราจะมีการจัดกิจกรรมอย่างนี้ตลอด"


ความพร้อมตลาด AEC ของ โอ เค ไลฟ์


ในเรื่องของตลาด AEC ที่กำลังใกล้เข้ามาถึง บริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ได้เปรียบคู่แข่งทางต่างประเทศเยอะมากเพราะสินค้าต่างๆ ของบริษัทตอนนี้ได้เข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศลาว ,ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายต่อการขยายธุรกิจในวงกว้าง พร้อมทั้งมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของสินค้านั้นมีคุณภาพที่ดีมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงแถมยังมีโรงงานผลิตสินค้าพร้อมทีมวิจัยเป็นของเราเองจึงไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะถูกตีตลาดในด้านสินค้าสุขภาพอย่างแน่นอนแต่ทางบริษัทก็ไม่นิ่งนอนใจในการพัฒนาสินค้าต่างๆ หรือสูตรใหม่ๆ เพื่อที่จะขยายฐานลูกค้าของเราด้วยเช่นกัน


สินค้าตัวนำของทางบริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ได้แก่อะไรบ้างครับ


บริษัท โอ เค ไลฟ์ มีสินค้าคุณภาพมากมาย
อาทิ เช่น
1. ไอ-ซีเครท (i-secret) ผลิตภัณฑ์สำหรับสุภาพสตรี ผลิตโดยโรงงานวิณพาด้วยส่วนผสม เบต้า-กลูแคน ป้องกัน มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านมได้และรวมทั้งผิวขาวใส ลดน้ำหนัก ครบในเม็ดเดียว ปริมาณ 30 แคปซูลต่อกล่อง
2.Max Night ฟื้นฟูและป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากมี เบต้า-คูแคนโดยตรง สำหรับบุรุษ
3.Max oil รวมน้ำมันจมูกข้าว งา มะพร้าว และกระเทียม ฟื้นฟูความเสื่อมของร่างกาย
4.Super Enzyme จากไต้หวัน สบู่เอนไซม์ กาแฟเสริมแคลเซี่ยม และอื่น ๆ
5.ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร


เป้าหมายและแกร่นแท้ของบริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค


ท่านประธานได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "จุดแข็งของบริษัท ก็คือการ พูดจริง ทำจริง จ่ายจริง เราทำธุรกิจโดยการใช้คุณธรรมนำหน้า มีความซื่อสัตย์สุจริต เราจะคงภาพลักษณ์อันนี้ไว้ในธุรกิจขายตรงของเรา สุดท้ายท่านประธานบริษัท ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ขอกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ไม่ว่าจะผิดหวังจากที่ไหนมา ไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่เป็นไปตามที่คาดคิด ให้ลองแวะเข้ามาดูที่บริษัท โอ เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตคุณจะโอเค ที่ โอเค ไลฟ์"


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน Join & Coin กับความเป็นมาของนวัตกรรมขายตรงสะดวกซื้อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ









การตลาดในรูปแบบธุรกิจขายตรงหรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันคือ MLM ที่ย่อมาจาก Multi Level Marketing หรือเรียกกันอีกอย่างว่าการตลาดแบบเครือข่าย NetworkMarketing ซึ่งเป็นการตลาดขายตรงหลายชั้นเพื่อแบ่งรายได้ให้แก่สมาชิกในองค์กร โดยผู้ที่เป็นสมาชิกจะเป็นผู้ที่ทำการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก โดยมีองค์กรเป็นผู้สนับสนุนในการผลิตสินค้าและแผนการตลาด


โดยทั่วไปแล้วธุรกิจเครือข่ายจะมีข้อจำกัดอยู่ที่สมาชิกไม่สามารถนำสินค้าที่นอกเหนือจากแบรนด์ขององค์กรมาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคได้และไม่มีการพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในด้านการซื้อขายสินค้า ไปยังถึงระบบการจัดส่งที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคก่อให้เกิดความรู้สึกว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่เป็นธุรกิจของตัวสมาชิกเองส่งผลให้สมาชิกได้หมดความรักและความเชื่อมั่นต่อองค์กรสุดท้ายก็ได้ปิดตนเองออกจากองค์กรที่ทำอยู่


ด้วยเหตุนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่นจำกัด จึงเกิดแนวคิดพัฒนาระบบธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรายอื่น โดยเน้นที่การได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย


ดร.สมชาย ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อ 10 ปีก่อนโดยเริ่มจากการจำหน่ายธุรกิจโหย่งเหิง ยาน้ำสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงสุขภาพ โดยเริ่มจากการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนถึงงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทางผู้บริโภค จนมีผู้สนใจขอเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนได้มีผู้มาชักชวนให้พัฒนามาเป็นธุรกิจในรูปแบบขายตรง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนทั่วไปสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้จริง


โดยในปีแรกที่ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายก็สามารถทำยอดการจำหน่ายได้ถึง 180 ล้านบาท ซึ่งยอดการเจริญเติบโตของบริษัทในแต่ละปีนั้นมากกว่า 80% ในช่วง 4 ปีแรกจนกระทั่งได้ถูก อย. กล่าวว่าได้ทำการโฆษณาสินค้าเกินจริงก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทและยอดการจำหน่ายตลอดจนสมาชิกและผู้บริโภครู้สึกถึงความไม่เชื่อมั่นในตราสินค้าทำให้ปีถัดมายอดตกลงมาเหลืออยู่ที่ราว 400 ล้านบาท


ดร. สมชาย มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อคนเราพบกับปัญหาและสามารถข้ามผ่านปัญหาที่เข้ามาได้มนุษย์เราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการนำสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่าหมื่นรายการมาจำหน่ายเพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น รวมไปถึงการพัฒนารายได้ของธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดนวัตกรรมในระบบธุรกิจขายตรงที่มีจุดเด่นที่เรียกว่า Convenience MLMหรือเรียกอีกอย่างว่าขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการนำสินค้าขายตรงต่างมาๆอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ Join Mart


นิยามของ นวัตกรรมขายตรง คือการที่เราเปลี่ยนธุรกิจขายตรงทั่วไปให้เป็นขายตรงสะดวกซื้อที่จะสามารถช่วยให้การกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง อีกทั้งสมาชิกสามารถบริหารจัดการธุรกิจเองได้และมีระบบ อี-วอลเล็ต ที่เป็นระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการบริหารจัดการในการซื้อขายสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ขายตรงแบบทั่วไปให้มีศักยภาพและการขับเคลื่อนของธุรกิจที่พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง


ดร. สมชาย ได้กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ทำให้สมาชิกทุกคนเปรียบเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจและสามารถที่จะสร้างแรงผลักดันให้มีการทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผลสำรวจได้พบว่า ถ้าหากสมาชิกมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของในธุรกิจสูงก็จะสามารถดึงศักยภาพในการทำธุรกิจให้ดีขึ้นถึง 2-3 เท่า เพราะมีความรู้สึกว่านี่คือธุรกิจของตนเอง โดยที่ผ่านมามีสมาชิกได้นำไปขยายเป็นแฟรนไชส์แล้วได้ผลตอบรับที่ดี


สมาชิกมองเห็นว่านวัตกรรมนี้เป็นโอกาสให้กับสมาชิกและสมาชิกทุกคนสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้ด้วยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิคส์ สมาชิกสามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ทุกที่หรือสามารถนำสินค้าที่มีอยู่สามารถเข้ามาร่วมขายด้วยก็ได้


โดยปกติทั่วไปแล้วบริษัทขายตรงจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ขององค์กรมาขาย แต่ทางเราอนุญาตและเปิดโอกาสให้ทางสมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในตรงนี้ จึงก่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า อีกทั้งโดยทั่วไปแล้วธุรกิจขายตรงอื่นๆ จะไม่อนุญาตให้ทางสมาชิกเปิดร้าน แต่ทางเราคิดต่างและยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถมีความชำนาญในพื้นที่ ที่เราไม่มีความสะดวกในการเข้ามาดูแล เราก็ให้คนที่ในพื้นที่สามารถขยายเข้าไปเปิดเป็นแฟรนไชส์ซึ่งคือการให้โอกาสเจ้าของร่วม


นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่หลากหลายรวมถึงราคาในระดับที่ผู้บริโภคสามารถเข้ามาหยิบจับได้จริง โดยใช้หลักการกำไรที่โตขึ้นนั้นตามจำนวนสินค้าที่มากขึ้น โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายต่อ ซึ่ง ดร.สมชายเชื่อมั่นว่ารูปแบบการทำตลาด กลยุทธ์ และเครื่องมือเหล่านี้สามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


ดร.สมชายบอกต่อไปอีกว่า การพัฒนาธุรกิจที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้า ต่อมาคือการพัฒนาลูกค้า ตามด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มีแค่สินค้ากับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีสมาชิกที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้รับความพึงพอใจ และได้ประโยชน์ร่วมกัน


การพัฒนาโซลูชั่นนี้ทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงและทำให้เราแสดงตัวตนให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นใคร ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเราถือว่าเป็นการทำวิจัยและพัฒนาดร.สมชายกล่าว ซึ่งต่อไปคือการหาวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้น มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ รู้สึกดีกับบริษัทและสินค้า จึงเป็นเรื่องของการต่อยอด


สำหรับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้คือ การมีสาขาของ JC Shop (เปลี่ยนชื่อจากJoin Mart) ในรูปแบบห้างขายตรงสะดวกซื้อจำนวน 3-4 สาขาตามจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสนามบินเพื่อเป็นฮับในการกระจายสินค้าสู่สาขาย่อยในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วกว่า 40 สาขาในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้ 30% คือสาขาแฟรนไชส์ที่สมาชิกนำไปเปิดธุรกิจเอง รวมทั้งพัฒนาช่องทางอี-วอลเล็ตให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเพื่อที่สมาชิกจะสามารถนำระบบนี้ไปขยายสาขาเพื่อขายสินค้าเองได้ ซึ่งเขามั่นใจว่าวิธีนี้จะช่วยกระจายสินค้าในจังหวัดที่มีฮับอยู่ได้เร็วยิ่งขึ้น และจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2556 นี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปลายปีที่จะถึงนี้


ตอนนี้ Join & Coin มีสมาชิกทั่วประเทศทั้งหมดนับล้านราย โดยมีสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องราวแสนรายหรือ 10% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักแสนรายต่อปีเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายที่เขาวางไว้อีกข้อหนึ่งคือพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิกที่แอ็กทีฟให้มากขึ้นจาก 1 แสนรายเป็น 2 แสนรายต่อปี


ปัจจุบัน Join & Coin มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีสินค้าหลักคือ โหย่งเหิง ที่สร้างยอดขายปีละเกือบ 1,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 50% ของรายได้ทั้งหมด


ทั้งนี้ภายใน 2 ปี ข้างหน้านี้ทาง Join & Coin มีแผนที่จะเปลี่ยนตนเองให้เป็นบริษัทมหาชนเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเม็ดเงินการจดทะเบียนให้เป็นเป็น 300 ล้านบาท เพื่อนำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปีหน้านี้ ซึ่งวัตถุประสงค์การเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อที่จะนำเงินทุนเข้ามาเพื่อเปิดสาขาให้กระจายไปทั่วประเทศมากที่สุด


ในส่วนตลาดต่างประเทศนั้น ทาง Join & Coin ได้เปิดตลาดอยู่ในประเทศลาวและมาเลเซียซึ่งจะมีการเปิดตลาดต่อไปอีก 2 ประเทศด้วยกันในอนาคต และหลังจากประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้ถือกำเนิดขึ้น ดร.สมชาย คาดว่าจะขยายสาขาไปได้ถึง 8 สาขาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


ดร.สมชาย ได้กล่าวถึงประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นต่อด้วยว่า ตามที่คาดการณ์ไว้ประเทศต่างๆ จะเข้ามาสู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งทางเราก็จะแบ่งตลาดได้ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล ส่วนแผนในระยะยาวนั้นเราจำเป็นต้องการใช้คนในพื้นที่เข้าไปเพื่อแบ่งตลาดเข้ามา โดยใช้ระบบ One Code One World ให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ารับการเทรนนิ่งเพื่อกลับไปยังประเทศและสามารถทำตลาดต่อไปได้


ในด้านยอดปี 2555 ที่ผ่านมาทาง บริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดการเจริญเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งผิดจากที่ตั้งเป้าไว้เล็กน้อย และในส่วนปี 2556 ดร.สมชาย มั่นใจถึงศักยภาพขององค์กรและมองว่าในปี 2556 ที่จะถึงนี้จะเติบโตในด้านยอดขายและสมาชิกมากกว่า 20% ซึ่งในด้านกลยุทธ์ ดร.สมชาย ได้กล่าวว่า แผนที่จะผลักดันในการกระตุ้นการเติบโตของบริษัทนั้นได้แก่การเทรนนิ่งบุคลากรเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้สมาชิกของ Join & Coin เพื่อให้ทุกคนมีองค์ความรู้นำมาพัฒนาในสายงานของตนเอง ซึ่งการพัฒนาบุคลากรคือการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดในส่วนการส่งเสริมการตลาด ดร.สมชาย ได้มองถึงกลยุทธ์หลักคือ การจัดโปรโมชั่นและการจัดอีเว้นท์ ควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้แก่สมาชิกและบริษัท ทั้งนี้ในปี 2556 ระบบการจัดส่งของ Join & Coin จะมีความพร้อมซึ่งก็คือ ระบบการจัดส่งที่จะพัฒนาก้าวข้ามขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการจัดส่งสินค้าของทางบริษัทนั้นจะสามารถจัดส่งสินค้าต่างๆ ได้ถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภค


และอีกสิ่งหนึ่งที่ ดร. สมชาย และ Join & Coin มุ่งหวังอย่างแท้จริงนั้นคือ เราไม่มองถึงประโยชน์ของการหารายได้เพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นเป็นหลักตั้งแต่เริ่มธุรกิจมานั้นคือ โอกาสทางธุรกิจ และเราก็ให้ความสำคัญต่อทุกภาคส่วนนโยบายของเรานั้นคือการใช้แพลทฟอร์มที่จะเปิดโอกาสให้ผู้มีความสนใจในธุรกิจได้มีโอกาสเข้ามาร่วมก้าวเดินไปกับ Join & Coin พร้อมที่จะสร้างให้สมาชิกทุกคนมีวิธีคิดและหลักการเป็นของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมาขึ้นกับบริษัท อนึ่ง บริษัทเรานั้นเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้บริการแก่สมาชิก เพื่อช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนมีความสำเร็จ มีชีวิตที่ดี มีความคิดที่ดี เราไม่เคยคิดที่จะตีกรอบไว้ที่ว่าสมาชิกเมื่อมาซื้อของกับเราแล้วจะต้องนำสินค้าไปขายเพียงอย่างเดียวแต่ที่นี่สมาชิกทุกคนยังสามารถนำสินค้ามาขายด้วยและยังนำระบบไปขายต่อได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามองว่าเป็น นวัตกรรมขายตรงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นโอกาสแห่งชีวิตสำหรับผู้คน(Innovative Modern Trade MLM) ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้กับการนำบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไปสู่การเป็นมหาชนหรือการตั้งระบบให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขายรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น ขายตรง ค้าปลีก หรือ ค้าส่ง จนกระทั่งถึงระดับสรรพสินค้าก็ตาม


ด้วยคอนเซ็ปที่ผ่านพ้นมาในอดีตนั้นก่อให้เกิดแผนใหม่ได้แก่แผนที่นำมาผสมซึ่งกันและกัน Hybrid ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ Vertical Market หมายถึงเป็นการทำการตลาดแนวดิ่งไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอง การขายส่ง การค้าปลีก จนไปถึงผู้บริโภค และก็ยังสมารถให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการและผู้บริโภคก็จะสามารถกลายเป็นแฟนไชส์ซีของเราได้ ซึ่งแฟรนไชส์ซีก็มีโอกาสที่จะเป็นแฟนไชส์ซอว์ได้อีกด้วยหากผู้บริโภคผู้นั้นสามารถนำเอาธุรกิจนี้ไปขยายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรมทางการตลาดแบบใหม่ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือโอกาสสำหรับผู้คนในทุกช่วงอายุที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสในส่วนนี้ได้


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ท่านประธานกัมปนาท บุญราศรี บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต บริษัทขายตรงดาวรุ่งปี 55









วันนี้เว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ได้เข้ามาสัมภาษณ์ คุณกัมปนาท บุญราศรี ประธานบริษัท ไอยรา แพลนเน็ต ถึงตึกช้างที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านพหลโยธิน ซึ่งการสัมภาษณ์ท่านประธานได้ให้ความรู้แนวคิดทางการตลาดของธุรกิจขายตรงอย่างเจาะลึกและมีความเป็นกันเองอย่างมากๆ ซึ่งทางไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ขอฟันธงว่าห้ามพลาดกับคอลัมน์นี้เลยครับ


ท่านประธานกัมปนาท เชื่อว่าประเทศไทยได้เพิ่งเข้าสู่ยุคธุรกิจขายตรงอย่างแท้จริงเท่านั้นเอง เพราะว่าที่ผ่านมา 30 ปี เหมือนเป็นเพรียงแค่การถางทางเพื่อให้สู่ยุคที่ธุรกิจขายตรงจะแข็งแกร่งอย่างแท้จริงเพราะว่าตอนนี้ประเทศไทยเราเริ่มที่จะให้ความรู้กับคำว่าธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเครือข่ายแท้จริงและเป็นยุคที่วัยรุ่น เจเนเรชั่นเอ๊กซ์ และ เจเนเรชั่นวาย ให้ความสนใจกับธุรกิจนี้ พร้อมด้วยสินค้าของธุรกิจเครือข่ายที่ดีมีมากมาย แต่ติดอยู่ที่ขายตรงหลายๆ เจ้าใช้กลยุทธ์ชักชวนผู้ที่มุ่งหวังเข้ามาร่วมธุรกิจอย่างผิดวิธีและขาดการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับทางธุรกิจขายตรงทำให้คนหลายๆ คนมีความเข้าใจที่ผิดแต่หากวันนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาลัยอื่นๆ เริ่มที่จะมีหลักสูตรวิชาการขายตรงให้นักศึกษาได้รับความรู้จริงๆ แล้วในส่วนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต หาดใหญ่ ทางตัวท่านประธานเองก็เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ด้วยและทางมหาลัยได้เปิดสอนเป็นที่แรกมานานกว่า 3 ปีแล้ว ทำไมต้องมีหลักสูตรขายตรงเพราะปัจจุบันคนส่วนรู้แต่เพียงคำว่า Direct Sale แต่มีความรู้เกี่ยวกับ Network Marketing หรือว่าจะเป็นส่วนของ Direct Marketing เลยแม้แต่น้อยซึ่งท่ามหาลัยจะให้ความรู้ให้คบสามส่วนนี้ ตอนนี้เราต้องยอมรับครับว่าคนหลายๆ คนมองธุรกิจในแง่ลบเพราะว่ามีหลายปัจจัยแต่ปัจจัยหลักๆ คือมาจากตัวแทนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในธุรกิจนี้จึงทำให้เกิดเป็นเหมือนแผลที่ไม่ได้รับการเยียวยาทางเราจึงมุ่งเน้นจริงๆ เพื่อให้ไอยรา แพลนเน็ต เป็นธุรกิจขายตรงต้นแบบ และเป็นธุรกิจขายตรงสีขายที่มอบความรู้ความเข้าใจให้แก่แม่ทีมและผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จมาร่วมกับเรา ซึ่งท่าไอยรา แพลนเน็ต เราไม่ดีจริงเราคงเป็นได้แค่ตัวเลือกแบบขายตรงหลายๆ บริษัททั่วไป แต่วันนี้เราจะทำ ไอยรา แพลนเน็ต ให้พร้อมที่สุดแข็งแกร่งที่สุดเพื่อที่จะได้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแก่กลุ่มคนผู้มุ่งหวัง



ความเป็นมาของ คุณกัมปนาท บุญราศรี ประธานบริษัท ไอยรา แพลนเน็ต


ท่านประธานกัมปนาทได้เริ่มต้นจากการเป็นผู้จำหน่ายอิสระเริ่มทำเมื่อปี 2531 ที่เพิ่งมีขายตรงเข้ามาในบ้านเราและได้ทำมาหลากหลายบริษัทจนได้เข้ามาทำบริษัทหนึ่งที่จำหน่ายน้ำสมุนไพรที่ดังมากๆ ในอดีต ซึ่งสามารถก็รายได้เป็นหลัก 7 หลักจากที่บริษัทนั้น หลังจากประสบความสำเร็จจากที่บริษัทแห่งนั้นทำให้ตัวประธานกัมปนาทเองนั้นคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่จะมอบโอกาสให้ผู้อื่นได้เหมือนกับสิ่งที่ตัวประธานเองได้รับมาจึงตัดสินใจเปิดบริษัทเอง โดยชวนเพื่อนมาร่วมลงทุน ซึ่งเป็นการฟอร์มทีมกันขึ้นมาชื่อว่า กรีนแพลนเน็ต108 (Green Planet 108) ซึ่งโด่งดังมากในสมัยก่อนแต่เกิดปัญหาในระยะหลัง หลังจากนั้นได้ร่วมงานกับทางบริษัทไต้หวันซึ่งความคิดขององค์กรของกรีนแพลนเน็ต108กับทางนายทุนมีความคิดที่แตกต่างกัน จนทางตัวประธานเองได้ย้ายออกมาเปิดอีกบริษัทหนึ่งชื่อว่ารอยัล เอนเนอร์ยี่ (Royal Energy )ซึ่งส่วนนี้ทำให้ตัวประธานได้รับประสบการณ์ที่ดีมากๆ ท่านประธานกัมปนาทได้กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของทางผู้ประกอบการ การบริหารงาน การประสานงานต่างๆ กับทางผู้ประกอบการอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าได้ไปได้ดีมากๆ หลังจากนั้นมีปัญหาในเรื่องของหุ้นส่วนทางผมเองก็ต้องถอยออกมาซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างแย่กับขายตรงแล้วทำให้ผมในตอนนั้นเหมือนคนที่ถูกทำให้เจ็บแล้วมองขายตรงแย่ไปเลยในช่วงเวลานั้นโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับวงการนี้มานานเป็นเวลาสองปีด้วยกัน ซึ่งทางผมก็ทำงานประจำไปด้วยหลังจากนั้นทางโสมเกาหลีตังกุยจับได้โทรมาเชิญเป็นที่ปรึกษาในปี 2544 จนเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันโสมเกาหลีตังกุยจับมา 6 ปี 6,000 พันล้านบาท ซึ่งทางผมก็เป็นผู้คิดค้นแผน Trinary ซึ่งเป็นแผนใหม่ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนได้เข้ามาร่วมงานกับทาง เอเชียนไลฟ์ ละสร้างชื่อเสียงที่โด่งดังในช่วง 3-4 ปีหลังที่ผ่านมาแต่ผมก็กับมาย้อนคิดว่าท่าหากผมยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่ทางตัวเราเองก็คงจะวนเวียนอยู่ในแวดวงนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมจึงตัดสินใจลงมาทำธุรกิจ ของตนเองดีกว่าโดย 2 ปัจจัยที่ผมลงมาทำนั้นคือ 1. ผมมีความฝัน 2.หลายๆ คนสนับสนุนให้ผมเปิดบริษัท ด้วยสองปัจจัยนี้ทางผมจึงก้าวเข้ามาสู่ไอยรา แพลนเน็ต นั่นเองซึ่งได้เปิดตัวมาตั้งแต่ 1 มีนาคม 2555 ซึ่งทางเราก็ได้ร่วมมือกับทางคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการค้นคว้าสินค้านวัตกรรม ซึ่งพูดนำการค้นคว้าคือท่านรองศาสดาจารย์ด๊อกเตอร์ปรัชญา คงทวิเลิศ ซึ่งท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของประเทศไทยถึง 2 สมัย และเป็น ผอ. หน่วยสเตรมเซลล์ของคณะแพทย์ศาสตร์อีกด้วยทำการวิจัยตัวสาร เซซามิน มามากกว่าสิบปีพร้อมมีใบรับรองสิทธิบัตรถึง 5 ใบในต่างประเทศ ซึ่งเรามาร่วมกันสร้างสินค้าที่สกัดออกมาจากงาดำซึ่งผมมั่นใจว่าสินค้าตัวนี้จะดังอย่างแน่นอนใน 1-2 ปีข้างหน้า ส่วนอีกท่านหนึ่งที่จะมาช่วยผลักดันองค์กรของเราคือ ท่านอาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ ซึ่งทางท่านเป็นคนที่รู้จักกันดีในแวดวงขายตรงและแวดวงประกันชีวิตนั้นยอมรับซึ่งเป็นนายกตัวแทนประกันชีวิต สองสมัยด้วยกัน ซึ่งเป็นประธาน MBRT ของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของเอเชียอาคเนย์ประกันภัย ซึ่งทางเราแบ่งสัดส่วนในการดูแลทุกส่วนอย่างคบคันซี่งการบริหารผมจะเป็นฝ่ายที่ดูแลอยู่ ท่าเป็นอาจารย์ชาญวิทย์ก็จะช่วยการเจียระไนเพชรทุกคนที่เข้ามาร่วมกับเรา ส่วน รอ.ดร.ปรัชญา จะดูแลในเรื่องผลิตภัณฑ์ ซึ่งคบคันอย่างแท้จริง


เป้าหมายของทางไอยรา แพลนเน็ต ในปี 2555


ตอนนี้ทางไอยรา แพลนเน็ต เปิดตัวในเดือนมุถินายนที่ผ่านมาทางไอยรา ซึ่งได้รับถ้วยธุรกิจเครือข่ายดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่ได้รับจากมือนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งตอนนี้เราก็ได้เข้าร่วมสมาคมขายตรงแห่งประเทศไทย(TSDA)เป็นที่เรียบร้อย ในเรื่องยอดของปีแรกเราตั้งไว้ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทก็สามารถก้าวไปสู่จุดนั้นได้


ไอยรา แพลนเน็ต ได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดไว้อย่างไรในปี 2556


แผนที่ทางไอยรา แพลนเน็ตได้เล็งเห็นเป็นสิ่งแรกคือการสร้างแบรนด์ในช่องทางต่างๆ เช่นสื่อตอนนี้เราก็ลุยทุกช่องทางไม่ว่าจะออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อตอกย้ำ แบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักมากที่สุดรวมไปถึงการจัดบู๊ธในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยรวมไปถึงการโรลด์โชว์อีกด้วย สองคือการสร้างคนเพื่อออกไปสร้างงานซึ่งเป็นระบบของทางไอยรา สามคือการนำเทคโนโลยีมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของนักธุรกิจซึ่งสามารถตรวจสอบระบบต่างๆ ได้ทั้งหมดเพื่อประเมินผลและประโยชน์ต่อองค์กร


คลังโมบายและการกระจายสินค้าทั่วประเทศ


ท่านประธานกัมปนาทได้มองส่วนนี้ออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือการ ชำระเงินและ การขนส่ง ซึ่งในส่วนแรกท่าทางบริษัทเราสามารถทำให้ระบบการชำระเงินได้ง่ายเราไม่จำเป็นพึ่งสาขา เพราะตอนนี้สินค้าทางบริษัทสามารถชำระเงินผ่าน เซเว่น กับทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตรงนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้อย่างมากๆ หรือธนาคารในส่วนการขนส่งทางเรามองอีกว่าท่า ณ ตอนนี้บริษัทยังไม่ต้องพึ่งคลังสินค้าหรือสาขาแต่อย่างใดเพราะด้วยระบบการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค ยังคงรวดเร็วอยู่ซึ่งยังไม่ถึงเวลา ซึ่งต้องขอดูกำลังการซื้อในแต่ละเขตพื้นที่อีกครั้งว่าจะเน้นหนักไปยังส่วนไหนในส่วนขอตัวแทนจำหน่าย เราจะคัดเลือกจังหวัดละ 1 ท่าน ในส่วนสต๊อคคิท มีมากกว่า 100 สต๊อค แล้วตอนนี้เราสามารถส่งสินค้าสู่มือผู้บริโภคได้ภายในสามวันจึงยังไม่จำเป็นที่จะต้องมีคลังสินค้า


ไอยรากับตลาด AEC ที่จะมาถึง


ท่านประธานได้กล่าวว่า ผมมองเห็นทั้งโอกาสและอุปสรรคในเวลาเดียวกัน อุปสรรคของเราคือเรื่องภาษา ส่วนโอกาสคือพี่น้องที่อยู่ตามแนวชายแดนซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เราไปตอบรับสมาคมอาเซียนได้อย่างง่ายในขณะเดียวกันเรื่องระบบของเราก็ไม่มีปัญหาเพราะระบบของเราเป็นระบบออนไลน์ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของเพียงมีอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีปัญหาในส่วนความสำคัญอีกส่วนคือธุรกิจขายตรงต้องได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลด้วยท่าหากขาดการสนับสนุนให้บริษัทขายตรงหรือเอกชนไปลุยตลาดเองนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากมากแต่ในส่วนตัวนักขายตรงคือนักเจาะตลาดอยู่แล้วผมเชื่อว่าท่าได้รับการสนับสนุนไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนและตอนนี้เราก็เริ่มเจาะตลาดทางฝั่งลาว มาเลเซีย และทางแม่สายแม่สอดเราเจาะเรียบร้อยแล้ว แถมตอนนี้เราก็มีบัตรเงินสดของทางเราเองที่ร่วมกับทางไทยพาณิชย์จะช่วยในเรื่องนี้มากขึ้นเพราะสามารถช่วยสนับสนุนคนที่อยู่แนวตะเข็บหรือคนต่างด้าวนี่ได้เพราะเพรียงเราโอนเงินเข้าบัตรเงินสดสมาชิก สมาชิกก็สามารถนำเงินออกมาใช้ได้อย่างสะดวก


สรรพคุณสินค้าตัวนำอย่าง Immura Sesameal-Cap ของทางไอยรา แพลนเน็ต


สรรพคุณคือสามารถ1. ต้านการอักเสบ 2. ควบคุมสมดุลระบบภูมิคุ้มกันได้ 3.ควบคุมเสเตรมเซลล์ได้ 4. การเข้าไปกระตุ้นให้วงจรเซลล์ที่ตายไปแล้วของเซลล์มะเร็งทำงาน ตรงนี้เป็นเทคโนโลยีระดับชีวโมเลกุลและมีสิทธิบัตรรับรองและเรากล้าพูดได้อย่างเต็มปากในส่วนสินค้าอื่นๆ ของเรามีอยู่ทั้งหมด 4 กลุ่ม 12 รายการ ตัวหลักของเราแน่นอนอยู่แล้วคือสุขภาพในส่วนพระรองนั้นคือสินค้าการเกษตร ส่วนตัวอื่นก็เป็นในด้านสุขภาพและความงาม ในด้านสินค้าการเกษตรนั้นเราได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ในการทำวิจัยต่างๆ


เหตุใดแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตจะต้องเข้ามาร่วมกับทางไอยรา แพลนเน็ต


ท่านประธานกัปนาทได้ให้ความมั่นใจแก่ไอยรา แพลนเน็ต ว่า เราเป็นเพียงตัวเลือก ตัวเลือกหนึ่งที่ของหนทางที่จะประสบความสำเร็จผมไม่ได้หวังคนขายตรงทุกคนเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคือลองเข้ามามองก่อนแล้วตัดสินใจด้วยตนเอง โดยตัวผมนั้นเชื่อว่าทางไอยรา มีความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน สินค้าเราแตกต่างจากท้องตลาด เรามีทีมวิจัยและรายละเอียดการวิจัยซึ่งสามารถนำเสนอแก่ผู้บริโภคได้อย่างระเอียดสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง นอกจากนั้นเรายังมีระบบการจัดการที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งออฟไลน์และออนไลน์เป็นอย่างดี และเรามีระบบการฝึกอบรมให้แก่ทุกคนแต่ในเมื่อหากมีลูกทีมเยอะขึ้นเป็นระดับแสนคนมันจะก่อให้เกิด Passive income เป็นหลักล้านคุณจะลองรับตรงนี้ได้อย่างไรท่าหากไม่ข้อมูลความเข้าใจไม่สัมพันธ์กับทางบริษัท ส่วนแผนการบันผลเราเป็นแผน Hybrid ซึ่งตอบโจทย์คนที่ทำเคยทำหลายๆ แผนมาก่อนหน้านี้ละยังสอดคล้องกับตลาดปัจจุบัน ซึ่งเราก็เปรียบเหมือนดั่งรถที่ไม่สามารถวิ่งได้หากมีแค่เครื่องยนต์อย่างดีแต่ต้องมีล้อรถ เพรา เกียร์ พวงมาลัย เบรกและอื่นๆ อีกมามาย เพื่อที่จะให้รถขับเคลื่อนไปได้ในส่วนนี้ก็เปรียบดั่งองค์กรเราต้องคือต้องมีองประกอบทุกอย่างที่ดีและเราจะสามารถขับเคลื่อนไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง


และท่านประธานได้ให้แง่คิดทิ้งท้ายต่อธุรกิจขายตรงว่า ขายตรงเป็นธุรกิจที่สวยงามและขายตรงในเมืองไทยพึ่งจะอยู่ในยุคเริ่มต้นเท่านั้นเองมันเป็นโอกาสของคนทุกคนจึงขอให้คนทุกคนที่อยู่ในแวดวงขายตรงช่วยกันรักษาสิ่งที่ดีไว้ ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักขายตรงนั้นอย่าพลาดโอกาสที่จะเข้ามาศึกษาความเป็นจริงของขายตรงซึ่งจะเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณทุกคนได้ให้ไปเจอกับสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จแตกต่างจากวันเดิมๆ แน่นอน


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จับเข่าคุยประธานกรรมการสาวแสนสวยคุณจุฬาลักษณ์ คันธนาลิต กับไอไบโอ(iBio)ธุรกิจเครือข่ายมาแรงแห่งปี 2555 พร้อมเจาะประเด็นร้อนกรณีซันคลาร่าพลัส








 


วันนี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์(www.thaimlmnews.com)ได้รับโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับคุณจุฬาลักษณ์ คันธนาลิต ประธานกรรมการฝ่ายบริหารและฝ่ายการตลาดบริษัทขายตรงน้องใหม่อย่าง ไอไบโอ(iBio) ที่มียอดเติมโตแบบก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมาว่ามีความเป็นมาอย่างไรพร้อมแผนรับมือตลาด AEC ในอนาคตและเจาะลึกประเด็นข่าวซันคลาร่าพลัสเปลี่ยนมือผู้จัดจำหน่าย


 


1.รบกวนแนะนำความเป็นมาให้สมาชิก Thaimlmnews ทราบถึงความเป็นมาของบริษัทไอไบโอว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้างครับ


ก่อนจะมาเป็นไอไบโอ เราเริ่มมาจากบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าวัตถุดิบด้านอาหารเสริมซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี และธุรกิจออนไลน์ในเครืออีก สองหมวดใหญ่ๆ นั่นคือธุรกิจท่องเที่ยวแบบออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม สถานที่เที่ยวที่สามารถจัดการเองได้ทั้งหมดซึ่งสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการไปที่ไหนตามความต้องการของผู้บริโภคเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งกรุ๊ปทัวร์ และส่วนที่สองก็เป็นธุรกิจเกี่ยวกับธุรกิจบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ในส่วนนี้จะเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เหมาะสำหรับกลุ่มที่อาศัยอยู่ต่างประเทศและต้องการติดต่อสื่อสารกันเรื่องธุรกิจหรือกับครอบครัวเพื่อนฝูง ที่อาศัยกันคนละประเทศเป็นต้น นี่คือสองธุรกิจหลักๆ ที่ช่วยเกื้อหนุนและก่อให้เกิดไอไบโอขึ้นมา


 


2.ตั้งยอดขายปี 2555 ไว้เท่าไหร่ และมีแผนที่จะลุยตลาดในปี 2556 ไว้ว่าอย่างไรบ้างครับ


ต้องขอแจ้งก่อนว่าบริษัทไอไบโอของเรามุ่งหวังที่ปีนี้จะปิดให้ได้ หนึ่งร้อยล้านบาทเพื่อให้ปีหน้าทำงานง่ายขึ้นเพราะหากปีนี้มีแรงต้านเยอะปีหน้าเราอาจต้องเจอแรงต้านที่มากขึ้นเพราะอย่างที่ทราบกันว่าบริษัทขายตรงเกิดขึ้นทุกวันซึ่งสินค้าสุขภาพเกิดขึ้นอย่างมากมาย ต้องขอบอกเลยในจุดนี้คือช่วงปี 2555 ที่ผ่านมาเราใช้กลยุทธ์สินค้าดีบอกต่อหรือปากต่อปากนั่นซึ่งก็ถือว่าได้ผลลัพธ์กลับมาอย่างดีมาก ส่วนในปี 2556 ที่จะถึงนี้เราจะเน้นเปิดตลาดในรูปแบบที่เราถนัดมากขึ้นนั่นคือกลยุทธ์ด้านออนไลน์ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งในการลุยตลาดในปี 2556 นี้แน่นอนส่วนแผนขออุบไว้เป็นความลับก่อน


 


3. อยากทราบถึงแผนที่จะรับมือกับตลาด AEC ในปี 2558 ของไอไบโอ


ที่เราเล็งเห็นคือการที่เราเข้าตลาดออนไลน์ได้เมื่อไหร่เราก็สามารถตอบโจทย์ของ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะหากเราเจาะกลุ่มออนไลน์ได้เท่ากับสินค้าของเราเวิลด์ไวด์และออนไลน์ 24 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนทางเราต้องเตรียมความพร้อมก่อนตลาด AEC จะเปิดอย่างแน่นอนและเรื่องใบอนุญาตกับต่างประเทศทางเราก็ได้เตรียมพร้อมไว้เป็นที่เรียบร้อย


 


4.ตลาด AEC กำลังจะเปิด ทำให้คู่แข่งทางการค้าเยอะขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทางบริษัท ไอไบโอ มีความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ แล้วสินค้าหรือแผนโดดเด่น หรือแตกต่างจากที่อื่นอย่างไรบ้างครับ


การแข่งขันที่มากย่อมจะทำให้เราต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง แต่เรามั่นใจว่าอย่างไรก็ตามบริษัทต่างประเทศย่อมมีต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่าเราอย่างแน่นอน


 


5.ปัญหาของไอไบโอที่เป็นข่าวเรื่อง ซันคลาร่า พลัส เกิดอะไรขึ้นและเหตุการณ์เป็นอย่างไรครับ


สินค้า ซันคลาร่า พลัส เป็นสินค้าที่ถูกนำมาร่วมทำการตลาด คู่ไปกับสินค้าของไอไบโอ ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้านี้เป็นสินค้าผู้หญิงที่เป็นกระแสและถูกจับตามอง ทำให้เราต้องพยายามมองหาปัญหาที่จะเปิดขึ้นในอนาคตเมื่อสินค้าตัวนี้ขายดีมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องการที่เราไม่สามารถควบคุมการผลิตได้เอง หรือหากทางโรงงานไม่ส่งสินค้า หรือโรงงานเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายเป็นเจ้าอื่นเป็นต้น ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมกับกับปัญหาเหล่านี้ก่อนที่จะเกิดปัญหาพวกนี้จริงๆ ดังนั้นทางทีมไอโบโอของเราจึงต้องคิดค้นและพัฒนาสูตรเพื่อเตรียมที่จะออกสินค้าตัวใหม่ในอนาคตออกมาแทนสินค้า ซันคลาร่า พลัส หากเรามองถึงความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนอะไรหลายอย่างๆที่เกิดขึ้น ทางเราก็คงต้องขอยุติการเป็นผู้จัดจำหน่ายให้แก่ ซันคลาร่า พลัส เพื่อที่ไม่ให้ความเสี่ยงเหล่านี้เป็นปัญหาของเราในภายหลังได้ และทางเราพร้อมที่จะออกสินค้าตัวใหม่ขึ้นมาแทน โดยเป็นสินค้าสุภาพสตรี ที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมไม่แพ้ของเดิม และเป็นราคาที่ถูกหากเทียบกับคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าใหม่นี้









 


6.สินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดของบริษัทไอไบโอได้แก่อะไรบ้างครับ


สินค้าตัวนำของไอไบโอได้แก่ ไวอัพคอลลาเจน กลูต้า คิวเทน พลัส (Wiup Collagen Gluta Q10 Plus+) ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอก มีส่วนผสมของไฮโดรไลช์ ฟิช คอลลาเจน ที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ยกกระชับ เรียบเนียน ไร้ริ้วรอยแห่งวัย และมีส่วนผสมของแอล-กลูต้าไธโอน ที่นำเข้าจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งช่วยให้ผิวขาว สว่าง กระจ่างใส ไร้ที่ติ พร้อมล้างสารพิษตกค้างภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยประสมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีก 6 ชนิดได้แก่สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส โคเอ็นไซม์ คิวเทน สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ผงทับทิมสกัดเข้มข้น ผงอะเชโรล่าเชอร์รี่เข้ามข้น และ วิตามินอี ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมได้แก่ เวลอัพแซนธิน (WellUp Xanthin) แอสต้าแซนตินในน้ำมันรำข้าว ซึ่งเก็บล็อคคุณค่าของน้ำมันรำข้าว100% ด้วยวิธีการสกัดเย็น และให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซี 6,000เท่า ช่วยทำให้บำรุงผิว บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ฟื้นฟูสภาพร่างกายจากการเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานควบคู่กับ เวลอัพซีรั่ม (WellUp C-Rum) ผสมผสานเบต้ากลูแคนจากเห็ดและยีสต์ชนิดพิเศษ เป็นเบต้ากลูแคนเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงที่สุดในวงการ มั่นใจได้ด้วยมาตรฐานระดับโลก นวัตกรรมล่าสุดของการฟื้นฟูสุขภาพสู่การมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวของทุกคน เสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันและฟื้นฟูร่างกายจากโรคระบบทางเดินหายใจทุกประเภทได้เป็นอย่างดี


 


7.อยากทราบถึงจุดแข็งที่ทำให้แม่ทีม หรือ ผู้นำที่จะเข้ามาร่วมกับธุรกิจ ไอไบโอ เน็ตเวิร์ค ว่าทาง บริษัทจะมีอาวุธ หรือ ส่วนอื่นๆ ที่จะช่วยผลักดันทางด้าน การแข่งขัน การตลาดครับ


จุดโดดเด่นของเราคือสินค้า หากสินค้าเราไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคหรือไม่ได้คุณภาพสินค้าของเราก็จะขายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและสมาชิกก็จะเหนื่อยจากการหาฐานผู้บริโภคใหม่เพราะสินค้าไม่มีการใช้ซ้ำแต่สิ่งที่สมาชิกของเราได้รับคือมีการซื้อซ้ำทำให้ฐานลูกค้าของสมาชิกแต่ละท่านนั้นสามารถขยายได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าแผนเราไม่โดดเด่นมาก แต่สิ่งที่เราเน้นในแผนของเราคือการทำได้จริงและอยู่ได้อย่างมั่นคงยั่งยืน


 


8.สิ่งที่ฝากทิ้งท้ายให้กับ www.thaimlmnews.com


การจะทำอะไรก็ตามไม่ว่าจะทำธุรกิจหรือทำงาน ไม่ว่าจะใหญ่หรือจะเล็กทุกคนต่างต้องเจอกับอุปสรรคด้วยกันทั้งสิ้น แต่หากเราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคนั้นไปได้แล้ว เราก็จะพบกับความสำเร็จอย่างแท้จริงและยั่งยืน และยังเป็นเครื่องเตือนสติเราเพื่อไม่ให้เราประมาทกับสิ่งที่เรากำลังทำหรือกำลังเป็นอีกด้วย


 


credit: www.thaimlmnews.com

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เปิดใจ 2 บอสใหญ่ Cats.Com โนริคาซู ทานิกูจิ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กับปฏิบัติการณ์ล้างบ้านใหม่








แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาบริษัทขายตรงจากแดนซามูไร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cat.Com จะโดนมรสุมเล่นงานอย่างหนักทั้งปัญหาแม่ทีมที่มีรายได้สูงไหลออก,กรณีมีสินค้าขายตัดราคาอันเป็นผลมาจากแม่ทีม (ตัวแสบ)ปั่นราคากันเองและปัญหาการแย่งสายงานกันภายในบริษัท ทำให้ข่าวคราวของแคทส์ดอทคอมในช่วงที่ผ่านมาจึงดูเงียบหายไปจากวงการขายตรงเมืองไทย แต่หลังจากที่ทีมผู้บริหารทั้งจากเมืองไทย และบริษัทแม่จากญี่ปุ่นได้ทำความสะอาดบ้านกันใหม่แบบยกกระบิทำให้ภาพลักษณ์ของ Cats.Com เริ่มดูดีขึ้นตามลำดับ


ล่าสุดหลังจากการปฏิวัติล้างบ้านใหม่แล้วเสร็จ ทีมผู้บริหารของ Cats.Com ก็พร้อมใจกันออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมกันเผยแผนกลยุทธ์ที่จะใช้เป็นแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า ในปี 2556 ที่จะถึงนี้ โดยหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่จะช่วยให้ Cats.Com กลับมาผงาดในเวทีขายตรงเมืองไทยได้อีกครั้ง นั่นคือ โนริคาซู ทานิกูจิ รองประธานกรรมการ และ เกียรติพงศ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด ซี่งทั้งสองท่านนี้ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนอย่างมากในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแคทส์ดอทคอมให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในถนนขายตรงอีกครั้ง


เกียรติพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับ Cats.Com ออกมามากมายไม่ว่า ข่าวเกี่ยวกับมีผู้นำในอันดับต้นๆได้ออกไปทำบริษัทอื่น หรือมีข่าวว่าบริษัทได้ปิดตัวไปแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบริษัทเลยเพราะเรากำลังทำความสะอาดบ้านใหม่ทั้งหมด ดังนั้นหลังจากที่เราปรับปรุง และแก้ไขปัญหาภายในเสร็จแล้ว ทำให้เราพร้อมที่จะออกมาเปิดตัวกับสื่อมวลชนอีกครั้งเพื่อให้รู้ว่าต่อไปนี้เราจะทำอะไรบ้าง


โดยกลยุทธ์ที่ Cats.Com จะใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการกลับมาผงาดบนถนนขายตรงอีกครั้ง เกียรติพงศ์ บอกว่า ได้แก่


1.ปรับรูปแบองค์กรด้วยการรีแบรนดิ้งใหม่โดยเน้นการเป็นธุรกิจขายตรงสีขาวแบบ 100% 2. พัฒนาเครื่องมือทางการตลาด3.เพิ่มช่องทางการสื่อสารทางการตลาด4.พัฒนาระบบการส่งเสริมกับสมาชิก ซึ่งการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของ Cats.Com ในครั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558


เราไม่ได้สนใจว่าที่ผ่านมาจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่พวกเรายังคงเดินหน้าต่อไป เพราะเรามีจุกมุ่งหมายเดียวกันคือ การเป็นธุรกิจสีขาว โดยการยึดมั่นในการทำธุรกิจแบบโปร่งใส และมีคุณธรรม เพื่อสร้างเป็นธุรกิจต้นแบบ ก่อนที่ Cats.Com จะขยายสาขาออกไปยังประเทศอื่นๆ ใน๓มิภาคอาเซียน ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยวางระบบการทำงานอย่างเป็นระบบ


เกียรติพงศ์ ยังบอกอีกว่า การทำงานของ Cats.Com รูปแบใหม่จะเน้นการสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง โดยจะไม่เน้นการสร้างยอดขายเป็นหลัก แต่จะเน้นการสร้างทีม และสร้างเครือข่ายกับผู้บริโภคเป็นหลัก ดังนั้นบริษัทจึงได้พัฒนาระบบการจัดฝึกอบรมต่างๆ เข้ามาช่วยในการต่อยอด เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง โดยการใช้สินค้าในการเดินตลาด ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมาที่บรรดาแม่ทีมมักจะปลูกผังให้ทีมงานหาคนมาปิดยอดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 นี้เป็นต้นไปบริษัทจะเริ่มประกาศใช้โครงการ ธุรกิจสีขาว อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ


ขณะที่ มร.โนริคาซู ทานิกูจิรองประธานกรรมการ บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่าในส่วนของสินค้านั้นบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 จะมีสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดประมาณ 5-10 รายการเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบการทำงานที่เป็นเทคโนโลยีเข้ามาใช้ อาทิ การทำงานแบบออนไลน์ การทำงานแบบตั้งรับ หรือ ออฟไลน์ และการทำงานแบบแอร์ไลน์เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างเครือข่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา อาทิ การพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นผ่านทางมือถือ ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกใช้งานได้ง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็วและประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วย


ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเราได้เพิ่มทีมผู้บริหารที่มีความสามารถเข้ามาช่วยในการวางแผนงาน อาทิ คุณกฤษณะ ศิลปษา ผู้จัดการฝ่ายไอที ซึ่งจะดูแลทางด้านไอทีและการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และคุณอภิสันต์ มารศรี ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารซึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องของระบบการฝึกอบรมให้กับสมาชิก นอกจากนี้หลังจากที่คุณโนริคาซู ทานิกูจิ ประธาน แคทส์ดอทคอม ประเทศไทยคนปัจจุบันได้ครบวาระในการบริหารงานในประเทศไทย ทางบริษัทแม่จึงได้มอบหมายให้คุณซิซิโด๊ะ โตชิมาซะ มารับหน้าที่ตำแหน่งประธานบริหารแทนคุณมิจือชิเกะ นากามิจิ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าจะทำให้แคทส์ดอทคอมประเทศไทยมีความแข็งแกเร่งมากยิ่งขึ้น มร.โนริคาซู ทานิกูจิ กล่าว


สำหรับแผนการรุกตลาดต่างประเทศนั้น เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา Cats.Com ได้เปิดดำเนินการแห่งแรกในประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในประเทศดังกล่าวมากกว่า 2,000 รหัสและในช่วงของไตรมาส2/2556 มีแผนจะเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีนักธุรกิจระดับผู้นำได้เข้าไปขยายตลาดในประเทศดังกล่าวบางส่วนแล้ว


ส่วนผลประกอบการในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาถือว่าเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 150 ล้าสนบาท แบ่งเป็น ยอดขายในประเทศไทย 130 ล้านบาท และอีก 20 ล้านบาทมาจากประเทศกัมพูชา คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะแตะที่ละดับ 200 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในปี 2556 บริษัทคาดว่ายอดขายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นไทย 300 ล้านบาท กัมพูชา 60 ล้านบาท และเวียดนาม 40 ล้านบาท


มร.โนริคาซู ทานิกูจิ บอกอีกว่า ภาพลักษณ์ของแคทส์ดอทคอทต่อจากนี้ไป เราจะเน้นการเป็นธุรกิจเครือข่ายสีขาว โดยจะไม่เน้นแข่งขันทางด้านการสร้างยอดขายกับบริษัทอื่นๆ เพราะสินค้าของบริษัทถือว่าแตกต่าง และไม่มีคู่แข่ง ซึ่งบริษัทกล้าพูดได้ว่าแคทส์ดอทคอมเป็นผู้นำทางด้านเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำมะโฮ ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแข่งกับใคร ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ตั้งงบประมาณทางการตลาดกว่า 50 ล้านเยน หรือประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อใช้ในการรีแบรนดิ้ง และงบโฆษณาและประชาสัมพันธ์ รวมถึงใช้เป็นงบในการโยกย้าย สำนักงานใหญ่แห่งใหม่จากห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวไปยังสถานที่แห่งใหม่ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสม โดยบริษัทจะเน้นในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกกับสมาชิก คาดว่าสำนักงานแห่งใหม่จะเริ่มเปิด ให้ดำเนินการได้ประมาณต้นปี 2556 นี้อย่างแน่นอน


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารศุภพงศ์ จันทรวีระกุล กับความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่








บทสัมภาษณ์ ท่านผู้จัดการศุภพงศ์ จันทรวีระกุล กับความเป็นมาของซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ ที่ใครหลายๆ คนยังไม่รู้


รู้จักท่านผู้จัดการศุภพงศ์ จันทรวีระกุล


ตัวผมได้เข้ามาร่วมงานกับทาง ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ในรอบที่สองในครั้งแรกผมตัวผมนั้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของทางบริษัทภายหลังหัวหน้าผมได้ถูกเชิญไปบริหารงานที่บริษัทแห่งหนึ่งตัวผมเองจึงมีความจำเป็นต้องตามทางหัวหน้าไปแต่ทางผมก็ได้มีการติดต่อกับทาง บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ อยู่อย่างเรื่อยๆ จนตัดสินใจกลับมาบริษัท ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปแต่ก่อนเข้ามาก็มีการตกลงว่าทาง ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงส่วนไหนบ้างเพื่อให้ตอบรับกับยุคสมัย ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ได้ตอบตกลงกับการบริหารงานในรูปแบบของผม ซึ่งเป็นการปรับระบบใหม่เกือบทั้งหมดเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ร่วมธุรกิจและผู้บริโภคมากขึ้นจึงได้เข้ามาบริหารเมื่อปี 2551 ซึ่งก่อนหน้านั้นบริษัท ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ มีวิกฤติอยู่หลังจากทำการเปลี่ยนแผนแล้วถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีขึ้นและยอดโตขึ้นเฉลี่ย 300% ในแต่ละเดือนซึ่งที่สำเร็จได้ในครั้งนี้คือทางบริษัทแม่ยินดีที่จะอัดฉีดโปรโมชั่นในการช่วยกระตุ้นยอดขายและถือว่าเป็นการปลุกกระแสบริษัท ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


ความเป็นมาบริษัทซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์(ประเทศไทย)


ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ เป็นบริษัทลูกของ บริษัท เนเจอร์ ซันไชส์ ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่อยู่ประเทศอเมริกา และได้ขยายเข้าสู่ประเทศไทยเป็นประเทศที่สี่หลังจากนั้นบริษัทซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ เริ่มที่จะมีชื่อเสียงขึ้นทางเนเจอร์ ซันไชส์ จึงได้ติดต่อมาร่วมทุนกันจนปัจจุบันบริษัท เนเจอร์ ซันไชส์ ได้เทคโอเวอร์ถือหุ้นบริษัทไปร้อยเปอร์เซ็นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเป้าหมายซินเนอร์จี้ ในประเทศไทยนั้นได้วางไว้ให้ประเทศไทยเป็นสะพานเชื่อมไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันทางซินเนอร์จี้ ขยายตลาดทั้งหมด 25 ประเทศ 26 สำนักงานสาขา ที่เปิดดำเนินการอยู่ตอนนี้


วิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่


บริษัทซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ต้องการที่จะเป็นผู้นำเรื่องผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเสริมและสามารถสร้างรายได้ให้กับทุกคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจของเราแบบยั่งยืนบริษัท ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ ไม่ได้ต้องการเข้ามาทำธุรกิจแบบฉาบฉวย ตัวผมนั้นบอกได้เลยว่าผมจะสร้างนักธุรกิจหน้าใหม่และไม่เคยมีประสบการณ์กับธุรกิจเครือข่ายมาก่อน สร้างให้เขาเข้ามาหารายได้มากกว่าเดือนละแสนซึ่งสมาชิกที่เราตั้งใจไว้คือ 300 คนด้วยกัน และได้สร้างทีมงานในการรีครูทกลุ่มคนใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักธุรกิจเครือข่ายแต่มีความมุ่งหวังที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงเข้ามาร่วมกับเราภายในสามปีข้างหน้านี้


ยอดขาย 500 ล้านภายในสิ้นปี 2555


สิ้นปีนี้ยอดของทางบริษัทซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ ถึงเป้า 500 ล้านบาท เป็นที่แน่นอนครับเพราะปัจจุบัน(22/10/2555) เป้าของเราก็ใกล้ที่จะถึงจุดนั้นแล้ว


แผนกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภค


เรามองหากลุ่มลงทุนผู้ที่อยากจะทำธุรกิจหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเองมาร่วมลงทุนในการเปิดสต็อกคิสท์แล้วทำให้เขาอยู่ได้และประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริงซึ่งจะสร้างยอดขายให้แก่ผู้ร่วมธุรกิจ โดยทางเราจะมอบให้เป็นสัมปทานเขตขึ้นมาและทางผมได้ตั้งโจทย์ส่วนนี้ขึ้นมาว่าเราจะทำอย่างไรให้ผู้ที่มาร่วมธุรกิจสามารถขายได้ ซึ่งในส่วนแผนของการกระจายสต็อกคิสท์ในปีหน้านั้นผมมองว่ากระจาย 20-30 จุดและมองถึงกำลังซื้อในแต่ฐานการกระจายสินค้ามากกว่าและจะใช้สื่อสิ่งพิมพ์ในการช่วยโปรโมตให้ฐานลูกค้ากระจายเข้าไปใช้บริการในจุดสต็อกคิสท์ต่างๆ นี้ด้วย พร้อมกับตอนนี้ทางเราเล็งเห็นถึงการตอบโจทย์สินค้าในฐานวัยรุ่นเพิ่มขึ้นด้วย เพราะทางเรามองตอนนี้สินค้าของเราเหมาะแก่กลุ่มลูกค้าที่มีอายุสามสิบปีขึ้นไปแต่ในส่วนสินค้าตรงนี้ขออุบเป็นความลับ ซึ่งสินค้าตัวนี้จะเป็นตัวดึงฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายของเราได้อีกด้วย


ซินเนอร์จี้ กับ AEC


บริษัทซินเนอร์จี้ เองนั้นมีเปิดทำการอยู่แล้วถึง 6 ประเทศใน 10 ประเทศของกลุ่มอาเซียนนั่นเองซึ่งตัวนักธุรกิจซินเนอร์จี้เองสามารถเดินทางไป 6 ประเทศที่มีออฟฟิศตั้งอยู่แล้วสามารถทำธุรกิจได้ทันที และในปัจจุบันทางเราได้ทำการออนไลน์เทรนนิ่ง กันก่อนและนอกจากนั้นเราได้ทำเรื่องการสัมมนากันระหว่างประเทศอีกด้วย ส่วนเรื่องพื้นฐานส่วนหนึ่งที่ทางเราให้ความสำคัญมากคือการให้องค์ความรู้ด้านภาษาโดยได้เชิญอาจารย์มาให้ความรู้ในเรื่องภาษาให้กับคนในองค์กรของเราซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นมากๆ สำหรับสมาคมอาเซียน เพราะผมเชื่อว่าการสร้างพื้นฐานที่ดีต่อองค์กร คือความสำเร็จที่จะผลิดอกออกผลในภายหน้า


สินค้าคุณภาพกับซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์


ตอนนี้ทางเรามีสินค้ามากกว่าสามสิบตัวด้วยกันโดยปกติแล้วสินค้าของเรามีการพัฒนาสูตรให้มีประสิทธิ์มากขึ้นไปอีกซึ่งในช่วงนี้เราทำการปรับเปลี่ยนสูตรมากถึงสิบกว่ารายการด้วยกันในสินค้าของเราในส่วนของปีหน้าของเรามีแผนคลอดสินค้าใหม่ๆ มาลุยตลาดสุขภาพความงามอย่างแน่นอน


อยากทราบครับว่าทำไมแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตถึงต้องมาก้าวเดินร่วมทางกับบริษัท


บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิล์ดไวด์ เราไม่มองถึงคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจเป็นเพียงสมาชิกแต่ทางเรามองว่าทุกคนที่เข้าร่วมกับบริษัทเราทุกคนเป็นเพื่อนกันมากกว่าผมกล้าพูดได้เลยว่าห้องผมเปิดตลอดสมาชิกทุกท่านสามารถเดินเข้ามาพูดคุยได้ตลอดเวลาและเบอร์โทรศัพท์ทีมงานเราเปิด 24 ชม. ในการให้ช่วยเหลือสมาชิกทุกท่านใน การทำงานของบริษัท ซินเนอร์จี้ นั้นเราร่วมวางแผนกับทีมสมาชิกกันเป็นไตรมาสเป็นปีว่าเราจะทำส่วนไหนบ้างหากทางทีมงานภายในของ ซินเนอร์จี้ นั้นหากคิดเองจะไม่สามารถตอบโจทย์แก่สมาชิกของเราได้เราจึงมีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแผนและกลยุทธ์ในการเดินร่วมกันเพื่อก้าวเดินไปยังจุดหมาย


มีอะไรที่อยากจะฝากทิ้งท้ายกับ www.thaimlmnews.com บ้างครับ


ในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นมีหลายบริษัทให้เลือก หากคนสนใจที่จะก้าวเดินมาในธุรกิจเครือข่ายนั้นโปรดพิจารณาให้ดีหากคุณสามารถเลือกบริษัทที่เหมาะสมกับตัวคุณเจอคุณสามารถที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ส่วนในกลุ่มที่อยู่ในวงการเราคือที่จะทำให้ธุรกิจเครือข่ายของเราเป็นที่ยอมรับโดยคนภายนอกเราต้องพูดความจริงและพูดในสิ่งที่ดีและสร้างให้เป็นจริงได้ คนข้างในดีคนข้างนอกยอมรับสิ่งที่ได้รับต่อมาคือธุรกิจเครือของเราเจริญเติบโตอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะบริษัทไหนก็ตาม


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์: เจาะใจท่านประธาน สาคร ใสกมล ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง วาทะศิลป์ และสายตาอันยาวไกลตอบโจทย์ขายตรงยุค 2012








เจาะใจดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ กับท่านประธาน สาคร ใสกมล ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังที่ยิ่งวาทะศิลป์ และสายตาอันยาวไกลตอบโจทย์ขายตรงยุค 2012


1.ก่อนอื่นทางเว็บไซต์ ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ อยากทราบก่อนเลยว่าทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง


อาจารย์สาคร ได้อยู่แวดวงขายตรงมา 23 ปี และเริ่มต้นจากการเป็น เมมเบอร์ทั่วๆ ไปและก็ได้มาเป็น ลีดเดอร์ จากนั้นก็ได้ก้าวมาสู่ระดับผู้บริหารและได้ผันตนเองมาเป็นผู้ประกอบการซึ่งผมได้ก้าวเดินในเส้นทางขายตรงมาอย่างยาวนาน ซึ่งผมมองเห็นถึงปัญหาใหญ่ๆ ในแวดวงธุรกิจขายตรงนั้นหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน 1. บริษัทโตแต่สมาชิกโตยากอันนี้อนึ่งสืบเนื่องมาจากแผนการตลาดที่ทำได้จริงยาก 2. รายได้เมมเบอร์ดีมากแต่บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากทางผู้ประกอบการไม่เป็นมืออาชีพอย่างเพียงพอที่จะบริหารธุรกิจได้อย่างงตลอดรอดฝั่ง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เป็นพื้นฐานให้แก่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ซึ่งทางเราจะสร้างให้เมมเบอร์ต่างๆ ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับบริษัทของเราด้วย พร้อมอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อให้เป็นตำนานในบริษัทขายตรงของประเทศไทยอีกด้วย ในคำว่าตำนานคำนี้นั้นหมายถึงเป็นธุรกิจขายตรงสีขาวบริสุทธิ์ 100% พร้อมๆ กับบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมากๆ ขึ้นไปอีกด้วยโดยไม่อาศัยการย้ายค่ายย้ายผู้นำทางอาจารย์เล็งเห็นถึงจุดนี้ว่าหากเราย้ายไปย้ายมาไม่ได้สร้างบุคลากรที่แข็งแกร่งขึ้นมานั้นก็เหมือนการจำกัดตลาดขายตรงให้อยู่ในแวดวงเดิมๆ เท่านั้น สิ่งเหล่าทำให้ก่อนเกิดคำว่าตัว ดี ขึ้นมาพื้นฐานมาจาก 5 ดี คือ บริษัทดี สินค้าดี บุคลากรดี แผนดี และ ระบบดี ต่อมาคำว่าเครือข่ายก็คือ เน็ทเวิร์ค นั่นเอง จากนั้นก็ตาด้วย เวิลด์ไวด์ เพื่อให้ครอบคลุมสื่อในประจุดรวดเร็วครอบคลุมทั่วโลก พื้นฐานเหล่านี้จึงก่อให้เกิด ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ขึ้นมา ซึ่งทางเราต้องการให้ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ให้เป็นขายตรงมืออาชีพจริงๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นอาชีพเท่านั้น และต้องเป็นขายตรงน้ำดีไม่มีการซื้อผู้นำ เสนอเงื่อนไขอะไรต่างๆ ไม่มีโค้ดฟรี ด้วยตัวของอาจารย์ สาคร เองเชื่อว่าหากเราทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาซื่อสัจสุจริตแล้วไปไม่รอดก็ไม่เป็นไรดีกว่าไปทำธุรกิจที่โตได้แต่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เปิดมาปิดไป ทำแบบนี้ถึงเราจะประสบความสำเร็จจริงเราไม่มีความภูมิใจอย่างแน่นอน


2.สิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ผู้มุ่งหวังให้ความสนใจเข้าร่วมธุรกิจกับขายตรงต่างๆ คือวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรอยากทราบถึงทางวิสัยทัศน์ทางท่านประธานหน่อยครับว่ามีวิสัยทัศน์ที่จะพา ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ไปให้ถึงฝันเป็นเช่นไรบ้าง


อาจารย์สาคร มองธุรกิจเป็น 4 ยุคด้วยกันคือ ยุคแรกคือ ยุคของการผูกขาดทางธุรกิจ ยุคที่สองคือ ยุคแห่งนายทุนซึ่งเป็นยุคที่หากใครมีทุนก็กระโดดเข้าสู่ธุรกิจขายตรงได้ทันทีเป็นยุคที่ขายตรงเกิดเป็นดอกเห็ดก่อให้เกิดธุรกิจขายตรงกลายเป็นธุรกิจสีเทาเปิดๆ ปิดๆ กันหลายๆ บริษัท ซึ่งคาบเกี่ยวมาสู่ปัจจุบันนั่นคือยุคที่สาม ยุคมืออาชีพซึ่งทางผู้ประกอบการและเมมเบอร์ต่างๆ ต้องมีองค์ความรู้ความสามารถจริงๆ ถึงสามารถที่จะอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย และในอนาคตก็จะก้าวเข้าสู่ยุคที่สี่ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายคือยุคธุรกิจสีขาวกับธุรกิจสีดำแบ่งแยกกันชัดเจน ซึ่งธุรกิจสีขาวหมายถึงบริษัทที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ถึงจะสามารถที่จะเติบโตได้จริงๆ และ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ กำลังจะเป็นบริษัทที่จะเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงโดยปณิธานของดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ คือเราจะไม่ร้องขอให้ใครทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เราจะไม่ร้องขอให้ใครทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้ แต่เราจะทำให้เขาดูและให้เขาดูเราทำ


3.เท่าที่ทราบ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์เปิดมาเกือบเป็นเวลา 3 ปี ที่แน่นอนช่วงปีแรกคือปีแห่งการบุกเบิก ตอนนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้วทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ขอทราบได้ไหมครับว่าปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่และสำเร็จไปกี่เปอร์เซ็นแล้วครับ


ปีแรกของเราเริ่มได้ที่ 71 ล้านบาท ปีที่สอง 117 ล้านบาท ในส่วนปีที่สามคือปีนี้เองเราตั้งเป้าไว้ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งท่าหากเข้า 300 ล้านบาทถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้วเพราะทางอาจารย์เป็นคนพูดตรงๆ เป้าเราต้องตั้งไว้สูงเข้าไว้ก่อนสำเร็จไม่สำเร็จเราค่อยว่ากันแต่มันคือหนึ่งในแรงผลักดันที่ดีให้เราเข้าไปถึงจุดนั้นได้ท่าหากไม่ได้ใกล้เคียงก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ซึ่งปีหน้าปี 2556 นั้นทางผมตั้งเป้าไว้ พันล้านบาท ซึ่งทางผมมั่นใจว่าต้องได้ใกล้เคียงอย่างแน่นอน


4.ปี 2556 ที่จะถึงนี้มีวางแผนที่จะกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภคและแผนการตลาดวางไว้เป็นเช่นไรบ้างครับ


ปี 2556 ก็อย่างที่บอกครับตั้งเป้าไว้ พันล้านบาท ส่วนในแผนการตลาดนั้นผมเตรียมไว้ 4 ช่องทางคือ ช่องทางแรกทหารหารบก คือการ สปอนเซอร์นั่นเองเข้าไปประชิดตัวแนะนำกันตัวต่อตัว สองรบทางเรือคือเหมือนนำคนขึ้นเรือไปรบเช่นจัดประชุมตามแหล่งชุมชน มหาลัยต่างๆ ส่วนช่องทางที่สามคือการรบแบบใต้ดินเปรียบได้ดั่งโลกออนไลน์ ช่องทางที่สี่คือทหารอากาศเปรียบได้ดั่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งเราประชาสัมพันธ์คบทุกช่องทาง


5.ในปี 2558 ประเทศไทยเราจะเข้าร่วมกับสมาคมอาเซียน ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีวางแผนการในอนาคตระยะยาวตรงส่วนนี้ไว้บ้างแล้วหรือยังครับ


ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีความพร้อมเป็นอย่างมากหากมีการเปิดสมาคมอาเซียนเมื่อไรไม่ว่าด้านภาษาบนเว็บไซต์ทางเราได้เขียนเว็บไซต์รองรับภาษาไว้ถึง 63 ภาษา และมีการฝึกทีมงานในประเทศไทยอย่างดีและสินค้า ดีเบรม(D-Braime) จดลิขสิทธิ์ในต่างประเทศไว้ถึง 5 ประเทศด้วยกันแล้วได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม พม่า และ ลาว ตอนนี้เรามีแผนที่จะเปิดศูนย์สำนักงานอาเซียนที่จังหวัดขอนแก่นเป็นตึกของตัวเองงบการสร้างเป็นหลักร้อยล้านขึ้นไปและใช้ชื่อคอนเซ๊ปว่าศูนย์ประสารงานอาเซียน ซึ่งทางเราได้เตรียมแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว


6.สินค้าของทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีหลากหลายมากๆ โดยเฉพาะสินค้านวัตกรรมทางเราอยากทราบมากๆ ครับว่าท่าให้พูดถึงสินค้าที่เป็นพระเอกหรือสินค้ายอดฮิตของดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ เป็นสินค้าอะไรและมีสรรพคุณอะไรบ้าง


อาจารย์ขอพูดถึงคอนเซ็ปของสินค้าของเราต้องมีนโยบายหรือคอนเซ็ปก่อนอันดับแรกเลย ต้องเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ เราไม่นิยมเป็นผู้ตามเราต้องเป็นผู้นำทางการตลาด สองต้องเห็นผลลัพธ์อาจารย์มองว่าคนไทยกับคนต่างชาติการซื้อสินค้ามาบริโภคนั้นต่างกันคนต่างชาตินิยมการดูรายละเอียดจากงานวิจัยต่างๆ การอ้างอิงต่างๆ ส่วนคนไทยเน้นผลลัพธ์มากกว่า สามคือต้องมีลิขสิทธิ์เป็นของเราผู้เดียวต้องไม่มี สี่สินค้าต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อสะดวกในการจัดส่งเพราะปัจจุบันเราเน้นความรวดเร็วลูกค้าสั่งมาแล้วสินค้าสามารถถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วนั่นคือสิ่งที่เรามุ่งหวังเป็นอย่างมาก ห้าสินค้าต้องมีราคาเหมาะสมกับผู้บริโภคและเมมเบอร์ สุดท้ายสินค้าทุกตัวต้องเป็นรองรับตลาดอาเซียน สินค้าอันดับหนึ่งของเราคือ โกเรจิ้นส์ เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพดีผิวพรรณสวยงาม


7.ในเร็วๆ นี้จะมีเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมไหมครับ


ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นประจำอยู่แล้วครับ เร็วๆ นี้ก็ ดี คอนแท๊ค และ เยลลี่ กัมมี่ ครับซึ่งเป็นในส่วนของอาหารเสริมที่ยังไม่มีใครทำครับ


8.อยากทราบครับว่าทำไมแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตถึงต้องมาก้าวเดินร่วมกับทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ครับ


คอนเซ็ปของเราเมมเบอร์ประสบความสำเร็จเท่ากับคือความสำเร็จของบริษัทเช่นกัน และที่กล่าวไปในข้างต้นคือกฎ 5 ดี ของเรา คือ บริษัทดี สินค้าดี บุคลากรดี แผนดี และ ระบบดี ที่จะช่วยให้เมมเบอร์ของเราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


9.ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ มีอะไรที่อยากจะฝากทิ้งท้ายกับ www.thaimlmnews.com บ้างครับ


อาจารย์ขอฝากว่าการจะทำธุรกิจอะไรก็ตามขอให้มีความซื่อสัตย์ก่อนเป็นอันดับแรกหากเรามีความซื่อสัตย์ต่อผู้อื่นอาจารย์เชื่อได้เลยว่าธุรกิจนั้นอยู่ได้ เปรียบได้ดั่ง สามเหลี่ยมคุณธรรมคือ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อองค์กร และ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และทางอาจารย์ได้สร้างบริษัทที่สร้างมาจากพื้นฐานดั่งกล่าวขึ้นมาเพื่อเป็นขายตรงที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงอาจารย์เชื่อว่าการบริหารงานอย่างซื่อสัตย์และมีเมตตาธรรมค้ำจุนกันนั้นเป็นที่ดีและอาจารย์ก็นำมาใช้กับองค์กรของเรา

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์พระรามเก้า เน็ตเวิร์ค: เปิดวิสัยทัศน์กับ คุณพงษ์กฤตย์ องค์ศิริวัฒนา และ คุณนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ ธีระวาณิชย์











 


สัมภาษณ์พระรามเก้า เน็ตเวิร์ค คุณพงษ์กฤตย์ องค์ศิริวัฒนา และคุณคุณนัทธวัฒน์ธีระวาณิชย์ธีระวาณิชย์ ขายตรงน้องใหม่มาแรงลุยตลาดสุขภาพเติมตัวด้วยสมุนไพรจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน


1.ก่อนอื่นทางเว็บไซต์ ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ อยากทราบก่อนเลยว่าทางพระรามเก้า มีความเป็นมาอย่างไรบ้างครับ


บริษัทพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 โดยมีการเปิดตัวบริษัทพร้อมด้วยสินค้าหลัก 3 กลุ่มด้วยกัน ตัวกลุ่มหลักของเราคือสินค้าสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพ ส่วนที่สองคืออาหารเสริม และส่วนสุดท้ายคือเครื่องสำอาง โดยเป้าหมายหลักของเรา ทางท่านประธานเสกข์สรร ธีระวาณิชย์ มีความมุ่งหวังอย่างแท้จริงเพื่อให้คนไทยได้รู้จักสมุนไพรจีนกว้างขวางมากขึ้น แล้วที่ท่านประธานมาทำธุรกิจเครือข่ายเพราะว่าทางท่านประธานมีสูตรสมุนไพรจีนโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวดซึ่งเป็นแพทย์อยู่ในราชวงศ์จีนของท่านประธานแต่จริงๆ แล้วสูตรยาสูตรนี้ได้รับการปรุงมาอย่างยาวนานในราชวงศ์จีนและได้รับสืบทอดกันมาเป็นรุ่นต่อรุ่นที่มีอายุมากกว่า 500 ปี ซึ่งส่วนผสมต่างๆ ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วและธุรกิจขายตรงเหมาะที่สุดในการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคและได้รับรายละเอียดอย่างแท้จริง


 


2.ตรงนี้ทางเราอยากทราบคุณสมบัติของสมุนไพรจีนของทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คหน่อยครับว่ามีคุณสมบัติอะไรบ้างแล้วมีความเป็นมาอย่างไร


สินค้าในกลุ่มสมุนไพรจีนตัวแรกที่แนะนำคือ ยาน้ำสมุนไพรจีน ปาซินสุ่ย เป็นสมุนไพรจีนที่ล้ำค่า สกัดตามสูตรจากราชวงค์จีนโบราณ สมุนไพรที่เป็นส่วนสำคัญคือ ปักคี ตังกุย ตังเซียม นำมาผสมผสานด้วยกัน รับประทานง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงผลิตภัณฑ์กลุ่มยาบำรุงต้นตำรับจากประเทศจีนสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนผสมผสานจากสมุนไพรหลายชนิดเพื่อดูแลสุขภาพให้ดีจากภายใน แถมสินค้าตัวนี้ได้รับการรับรองจาก อย. ว่าสามารถช่วยบำรุงหัวใจได้เป็นตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สรรพคุณ นี้ติดไว้ข้างกล่องได้


ส่วนที่สองคือยาน้ำสมุนไพรจีนบำรุงร่างกาย ซินแปะฮ้อ สกัดตามสูตรจากราชวงศ์จีนโบราณ สรรพคุณสมุนไพรที่เป็นส่วนสำคัญ เช่น กระวาน กฤษณา กระเจี๊ยบแดง รวมถึงตัวยานำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน รับประทานง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็นยำบำรุงร่างกายสำหรับสุภาพสตรีประจำเดือน มดลูกไม่ปกติ สร้างเสริมพลังงาน สร้างภูมิต้านทาน ช่วยลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ซินแป๊ะฮ้อ เครื่องดื่มรสสมุนไพรที่สกัดมาจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%


 


3.ทำไมไม่นำสินค้าเหล่านี้สู่การตลาดในรูปแบบอื่นแทนที่จะเป็นธุรกิจขายตรงครับ


ซึ่งปัจจุบันทางเรามีบริษัทที่ผลิตในการตลาดแบบซิงเกิ้ลอยู่แล้วแต่เพียงเราแตกลายออกมาในธุรกิจขายตรงของเรานั่นเองแต่ในส่วนนี้ผลิตภัณฑ์นั้นสินค้าของเราจะเป็นคนละสูตรกับที่ขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วๆไป ซึ่งหากเป็นสินค้าตัว ปาซินสุ่ย และซินแปะฮ้อของเราได้ใช้ส่วนประกอบที่คัดเกรดคุณภาพมาอย่างพิถีพิถันอย่างแท้จริงซึ่งส่วนนี้ทำให้ค้าสินค้าของเรานั้นมีราคาสูงตามไปด้วยพูดง่ายๆ เปรียบดั่ง Premium Product นั่นเอง


 


4.ทาง พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค ตั้งเป้ายอดไว้ที่ปีแรกที่เท่าไหร่ครับ


ปีนี้บริษัทเราตั้งเป้าไว้ที่ 50 ล้านบาทครับ และตอนนี้หากสังเกตจากอัตราการเจริญเติบโตตามไตรมาสแล้วโตขึ้นทุกๆ เดือน ซึ่งตอนนี้ผ่านมาได้ 8 เดือนแล้ว ยอดของทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คใกล้จะเลยจุด 20 ล้านบาทแล้วซึ่งหากให้มองว่าปีนี้สามารถทำได้ตามยอดไหมทางเรามองว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ซึ่งทีมงานของเราเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจุดการตลาดของเรามีอยู่ 2 จุดคือทางฝั่งกรุงเทพ และส่วนอีสาน ที่เป็นกำลังให้กับเราในตอนนี้อยู่


 


5.แผนการตลาดของทางพระรามเก้าเป็นอย่างไรบ้างครับที่จะใช้ช่วยกระตุ้นยอดขายในส่วนนี้


ซึ่งปีหน้าเรามองเพิ่มว่าเราจะลุยตลาดออนไลน์ ซึ่งทางลูกค้าสามารถสั่งซื้อสิ้นค้าได้เองพร้อมระบบการบริหารการจัดเก็บสินค้าส่วนปีนี้เราเน้นไปการสร้างรากฐานให้มั่นคงซึ่งทำอย่างไรก็ได้ที่ให้สมาชิกใหม่และเก่ารู้จักเราและได้รับการบอกต่อในกระแสสังคม ซึ่งแผนที่เราเน้นหนักและมั่นใจมากๆ คือทางเราอยากให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราก่อนเพราะทางพระรามเก้า มีความมั่นใจในตัวสินค้าของเรามากๆ หากได้ทดลองใช้ดูจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อกันปากต่อปาก ซึ่งหากการสังเกตปีนี้เราได้ออกบู๊ธตามงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้สินค้าและเป็นสมาชิกของเราเป็นดาราก็มียกตัวอย่างเช่นคุณปุ๊ก สมาพร คุณปอ ปุณยวีร์ ส่วนทางเรามีแผนการตลาดอื่นๆ ตอนนี้เรามีโครงการหัวใจพระรามเก้า คือบริษัทเรามุ่งหวังจริงๆ ในส่วนนี้เพื่อที่จะมอบประโยชน์ที่เราได้รับตอบแทนสู่สังคมและมุ่งหวังให้สังคมธุรกิจขายตรงดีขึ้นโดยเราคอนเซ็ปของเราคือ พระเก้าเน็ตเวิร์คเป็นขายตรงสีขาว โดยเราจะมอบให้แก่มูลนิธิเด็กที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งตรงเป้าหมายของเราคือสมุนไพรเราสามารถช่วยบำรุงหัวใจได้โดยตรงอยู่แล้ว โดยทางเราไม่หวังที่จะได้กำไรก่อนที่จะช่วยเหลือสังคมแต่พวกเราอยากช่วยเหลือสังคมจริงๆ ซึ่งวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ ทางเราจะมีงานเปิดตัวคืองาน Im number 9 พร้อมกับบริจาคเงินให้ในวันงานนี้อีกด้วย พร้อมมีการเชิญแพทย์มาให้ความรู้พร้อมกับศาสตร์แผนจีนมารวมในที่นี้อีกด้วย


 


6.ตอนนี้มีแผนที่จะขยายคลังสินค้าหรือ center ไปยังส่วนไหนบ้างครับ


ตอนนี้เรามีแผนจะเปิด Center ภายในปีหน้านี้ ซึ่งในส่วน สต๊อคคิทเราก็จะเปิดรับภายในปีนี้ด้วย ซึ่งเราอยากได้ผู้มุ่งหวังเข้ามาร่วมกับเราจริงๆ ซึ่ง มีสวัสดิการต่างๆ มากมาย ไม่ว่าค่าจัดอบรม ค่าน้ำมัน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทางเราจะมุ่งเน้นไปทางภาคหลักก่อนๆ


 


7.มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมไหมครับ


แน่นอนครับปีหน้าเราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย เราจะแบ่งเป็นสองภาคส่วนนะครับส่วนแรกทางเรามีการเซ็นสัญญา MOU กับทางมหาวิทยาลัย มหิดลในการค้นคว้าทดลองสินค้าตัวใหม่ๆ ของเรา ในส่วนที่สองทางเราจะร่วมมือกับทางบริษัทในเครือของเราคือบริษัท ไมโครอินโนแวทีฟ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทที่นักลงทุนร่วมมือกับทาง สวทช. ซึ่งจะร่วมมือกันเป็น 3 ภาคส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราตอนนี้ได้ทำการค้นคว้าอยู่หากสินค้าเราพร้อมคลอดออกมาเมื่อไหร่เรามั่นใจเลยว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าเบอร์หนึ่งในตลาดขายตรงอย่างแน่นอนส่วนรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ขออุบไว้เป็นความลับก่อนครับ


 


8.ในปี 2558 ประเทศไทยเราจะเข้าร่วมกับสมาคมอาเซียน ทางพระรามเก้ามีวางแผนการในอนาคตระยะยาวตรงส่วนนี้ไว้บ้างแล้วหรือยังครับ


แน่นอนครับซึ่งทางสินค้าใหม่ที่ทางเราเกริ่นไปข้างต้นนั้นจะตอบรับกับ AEC เลยเปรียบเหมือนหมัดเด็ดเราที่จะเข้าไปลุยในตลาดภูมิภาคครับ ซึ่งหากสินค้าออกสู่ตลาดแล้วทางเราวางแผนที่ประชาสัมพันธ์ผ่านสมาคมอาเซียนด้วย ซึ่งทางท่านประธาน เสกข์สรร ธีระวาณิชย์ เล่งเห็นถึงส่วนนี้แล้วพร้อมรับมืออย่างชัดเจนโดยหากสังเกตบรรจุภัณฑ์ของเราจะมีภาษาต่างชาติหลากหลายภาษาอาทิเช่น จีน เวียดนาม มาเลเซีย และภาษาอังกฤษอีกด้วยซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคในแถบอาเซียนอย่างมากๆ แล้วเรามองว่าหา AEC เกิดขึ้นแล้วเราจะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้อย่างแน่นอนและเป็นโอกาสกับนักลงทุน


 


9.มีสินค้าตัวไหนที่จะแนะนำเพิ่มเติมบ้างไหมครับ


ในนี้เราจะมีส่วนของอาหารเสริมอีกครับได้แก่ตัว เร จีม (Re Gime)ซึ่งช่วยควบคุมน้ำหนักและก็กระชับสัดส่วนอีกด้วยแถมเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย และความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย ส่วนตัวที่สองได้แก่ ไทม์ ล็อค (Time Lock) ซึ่งสรรพคุณช่วยให้สุขภาพดีสะท้อนออกมาภายนอก สร้างความเปล่งปลั่งให้แก่ผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและ อิลาสตินให้กับผิวได้อย่างรวดเร็ว แถมช่วยยกกระชับผิวหน้าไม่ให้แก่อีกด้วยครับ ส่วนสินค้าอีกประเภทหนึ่งของเราคือ FEELLAN กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง บำรุงผิวซึ่งสินค้าตัวนี้เราทำสัญญาร่วมทุนกันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลีในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งสินค้าตัวนี้ได้ขยายเข้าไปจัดจำหน่ายในหลายๆ ประเทศแล้ว ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น


 


10.อยากทราบครับว่าทำไมแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตถึงต้องมาก้าวเดินร่วมกับทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คครับ


พระรามเก้าเน็ตเวิร์คขอแบ่งออกเป็นให้องค์ประกอบหลักเลยได้แก่



  1. เราคือบริษัทที่มั่นคง เพราะเรามีบริษัทในเครือที่ประสบความสำเร็จและมั่นคงโดยตัวท่านประธานเสกข์สรร ธีระวาณิชย์ อยู่แวดวงธุรกิจมามากกว่า 40 ปี และประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างมากมาย

  2. เรามีที่ปรึกษาที่มากด้วยความสามารถ ได้แก่ท่าน ดิลก มหาดำรงศ์กุล ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมโรงแรมสวิสโฮเต็ลเลอ คองคอร์ดท่านที่สองคือว่าที่ร้อยตรี ฉลอง ทองแผ่ เป็นที่ปรึกษาทางภาคส่วนควบคุมอาหารและยา ท่านที่สาม ท่านชาลี โสภณพนิช

  3. ทางเรามีระบบที่สนับสนุนงานของแม่ทีมไม่ว่าจะเป็นการ opp ระบบออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ หรือระบบบริหารงานที่เป็นส่วนกลางของเราเอง

  4. แผนการตลาดของเราทันสมัยจ่ายแบบสมเหตุสมผลไม่มีการจ่าย over pay อย่างแน่นอนซึ่งแผนการตลาดของเราคือการทำตลาดระยะยาวไม่ใช่ธุรกิจที่ฉาบฉวย

  5. ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรา พระรามเก้าเน็ตเวิร์คเราชูเรื่องของคุณภาพสินค้าเป็นหลักก่อนเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำกับผู้บริโภค และผู้บริโภคใช้แล้วกล้าที่จะนำไปบอกต่อว่าผลิตภัณฑ์เรานั้นมีคุณภาพ


ซึ่งนี่คือ 5 ปัจจัยขององค์ประกอบหลักหากผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพระรามเก้าเน็ตเวิร์คนั้นอยากจะก้าวร่วมไปกับเราเจริญเติบโตไปกับเราห้ามพลาด โอกาสที่ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้นำของเรา


 


11.ทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คมีอะไรที่อยากจะฝากทิ้งท้ายกับ www.thaimlmnews.com บ้างครับ


ก้าวไปข้างหน้า ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก้าวไปพร้อมกับเรา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เหตุผลที่เราใช้สโลแกนนี้และชื่อบริษัทพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค เพื่อความก้าวหน้าทุกท่านที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา เราจะให้ความก้าวหน้า พร้อมความมั่นคง หรือจะเป็นอสิรภาพทางการเงินและ สุขภาพที่ดี พร้อมอนาคตที่ยั่งยืนไปกับเราพระรามเก้าเน็ตเวิร์ค


 


Credit by www.thaimlmnews.com


 


 


 


 

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

แค็บเน็ต โกลบอล เกทเวย์ (Cabnet Global Gateway): สัมภาษณ์เสี่ยป้อม นาวิน เหมรุชตานันต์ กับธุรกิจดิจิตอลมัลติมีเดีย








จับเข่าคุย เปิดวิสัยทัศน์แบบไม่กั๊กกับเสี่ยป้อม นาวินเหมรัชตานันต์ ประธานกรรมการบริหาร Cabnet Global Gateway กับธุรกิจใหม่มาแรงเขย่าวงการขายตรง


รบกวนท่านประธานแนะนำความเป็นมาของ Cabnet Global Gateway


เราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจโทรคมนาคมรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Triple Play คือการให้บริการ 3 บริการบนโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง คือ 1ระบบโทรศัพท์ VoIPภายใต้แบรนด์ Magicalls ซึ่งสามารถโทรได้ทั่วโลกและฟรีสำหรับการโทรในกลุ่ม บริการที่ 2 คือ IP TV หรือ interactive TV ภายใต้แบรนด์ Magic Box ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้ากับโทรทัศน์ได้ทุกรุ่นทำให้โทรทัศน์เก่าๆที่บ้านกลายเป็นอินเตอร์เน็ต ทีวี หรือ สมาร์ท ทีวี ทำให้เราสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตบนจอทีวีได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ดู Free TV ได้260 ช่องแบบไม่มีรายเดือน รองรับกล้องเพื่อประชุมผ่าน Skype,MSN,VOD, Game,Email, Download แอพพลิเคชั่น แอนดรอยด์ต่างๆไม่จำกัด หรือสามารถทำงานเอกสารต่างๆได้ซึ่งตอนนี้ Magic Box ก็พร้อมที่จะออกสู่ท้องตลาดแล้ว ในส่วนที่สามคือ Broad Band Internet อินเตอร์เน็ทความเร็วสูงที่ตอบโจทย์ยุคที่แข่งขันกันด้วยความรวดเร็ว ซึ่งสามบริการนี้รวมอยู่ในบริษัทเราและมี PV คืนรายได้ให้กับสมาชิกทั้งหมดอีกด้วย


Magic Box นี่ฟังดูหน้าสนใจมากเลยสามารถใช้ทำไรได้บ้างครับ


Magic Box ทำให้ทีวีของคุณกลายเป็นอินเทอร์เน็ตทีวีสามารถรับชมช่องปกติได้มากกว่า 200 ช่อง คุณสามารถแชทกับเพื่อนและครอบครัวโดยผ่านช่องทาง skype,msn ,yahoo ,QQ และการสื่อสารช่องทางอื่นๆ แบบ Interactive นอกจากนี้ยังสามารถประชุมทางไกลผ่านจอทีวี ผ่านสื่อสารทางวีดีโอ คอนเฟอเร้นท์ หรือ วิดีโอ คอล คุณสามารถรับ ชมวีดีโอ ออน ดีมานด์ ได้อีกด้วยซึ่งมีหนังอยู่ในระบบ Magic Box ของเรามากกว่า 2,000 เรื่อง(พร้อมให้บริการเดือนตุลาคมนี้) Magic Box ยังเป็นกล่องศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้าน(Home Media Center)ซึ่งคุณสามารถชมภาพยนตร์ ฟังเพลงและชมภาพได้พร้อมๆกันทั้งครอบครัวของคุณนอกจากนี้ ยังเป็นอุปกรณ์ Media harddisk player รองรับห้องสมุดสื่อส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง รูปภาพในฮาร์ดดิสก์ ,USB ,SD Gard,ได้อีกด้วย


Magic Box สามารถโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆของ Android ที่ได้รับการพัฒนาในทุกนาทีจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้คุณได้ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆ ทั้งสาระและความบันเทิงตลอดจนข้อมูลหรือโปรแกรมต่างๆในอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่มากมายและที่สำคัญ...ฟรี มากกว่า 300,000แอป Magic Boxสามารถทำให้การสนทนาผ่านทาง facebook, TwitterหรือLinkedinให้กลายเป็นสื่อสังคมอย่างแท้จริงได้ คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์และรูปภาพได้แบบเต็มหน้าจอทีวีพร้อมชักชวนเพื่อนและครอบครัวของคุณให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในวงสื่อสังคมได้อย่างเต็มรูปแบบ คุณสามารถเข้าชมเวบไซด์โปรดของคุณผ่านทางหน้าจอขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการชมรายการสดเช่นชมคลิปในยูทูปได้อย่างทันใจและรับอีเมลได้โดยตรงผ่านทาง Magic Box ,เล่นหุ้น, ทำธุรกรรมผ่าน e Banking,จองตั๋วเครื่องบิน บริการทุกอย่างสามารถสั่งซื้อผ่านกล่องตัวนี้ได้หมด ซึ่งบริการเหล่านี้ไม่มีรายเดือนทั้งสิ้น แถมมีระบบออนไลน์ช้อปปิ้งที่จะทำให้สมาชิกได้พบประสบการณ์ใหม่ของ ครอบครัวและทุกๆคนสามารถเข้าร่วมชมร่วมชอปไปด้วยกันกับช่องทีวีช้อปปิ้งที่หลากหลายจากทั่วโลกเช่น e bay และมีระบบสั่งซื้อสินค้าผ่าน Magic Box ของเราเองมากกว่า 2000รายการและสินค้าทั้งหมดมี PV คืนรายได้ให้กับสมาชิกทั้งหมดอีกด้วย !! สรุป มีเพียงแค่ Magic Boxเครื่องเดียวเท่านั้นคุณก็สามารถสร้างความสุขจาก สาระความรู้และความบันเทิงให้กับสมาชิกในครอบครัว คุณและครอบครัวสามารถหาใช้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ห้องนั่งเล่นหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ได้ครั้งละหลายๆชั่วโมงแห่งความเพลิดเพลินและอบอุ่นร่วมกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน Magic Box ยังเหมาะสำหรับกลุ่มโรงแรม คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล อพาทเม้นท์ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และทุกๆที่


ทำไมนำสินค้านี้มาทำธุรกิจเครือข่าย ทั้งๆ ที่ 3สินค้านี้สามารถนำมาทำตลาด ซิงเกิ้ลได้ครับ


ตลาดซิงเกิ้ลเราทำได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเราลงตลาดนี้ ส่วนแบ่งต่างๆที่ต้องให้พ่อค้าคนกลาง ทำให้ มูลค่าสินค้ามันสูงขึ้น รวมๆ แล้ว 40-50 % ยังไม่นับค่าการตลาดหรือจะเป็นค่าจ้าง PC ต่างๆ อีก เรามานั่งคิดว่าแทนที่เราจะเอาค่าการตลาดต่างๆ เหล่านี้นำมาสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนดีกว่าธุรกิจส่วนนี้เป็นธุรกิจที่ต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคซึ่งค่อนข้างมีปัญหายุ่งยาก การเอาธุรกิจของเราเข้าไปอยู่ในห้างและมานั่งอธิบายทีละคนให้เข้าใจ เพราะฉะนั้นแล้วการทำเป็นระบบเครือข่ายจะง่ายต่อการสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค และที่สำคัญ คือเราอยากสร้างรายได้คืนให้แก่สังคม


คิดว่าเร็วไปไหมที่เอาธุรกิจเทคโนโลยี มาเล่นกับธุรกิจเครือข่าย


ท่านประธานได้มองว่าไม่เลยในส่วนนี้พร้อมกล่าวว่า "ท่าหากย้อนหลังไปซัก 3 ปีที่แล้ว ผมมองว่าเร็วเกินไป โอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นค่อนข้างยากแต่ ณ ช่วงเวลานี้ ผมมองว่าพอดี หากทำช้าไปก็จะไม่เป็นผู้นำธุรกิจ ซึ่งปัจจัยส่วนนี้ขึ้นกับเวลาด้วยนั่นเอง เพราะตรงนี้ในส่วนแบนด์วิธ อินเตอร์เน็ต บ้านเราตอนนี้พร้อมแล้วกับการใช้งานและคนรุ่นใหม่เริ่มที่จะรู้จักว่า VoIPและIPTV คืออะไรกันมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่หันมาใช้ Social Media กันเยอะมาก ซึ่งเทคโนโลยีส่วนนี้เหมือนเป็นความรู้ของเด็กรุ่นใหม่และสอนให้กับผู้ใหญ่ได้และคนส่วนใหญ่เดินเข้ามาที่นี่ทุกคนรู้จักกับสิ่งที่เราทำอยู่กันแทบจะ 99% ซึ่งเป็นเรื่องหน้าตกใจและน่ายินดีมากเพียงแต่ยังขาดความชำนาญทางเราก็สามารถให้ความรู้ความเข้าใจได้ง่ายขึ้นและในตัวสินค้าของเรานั้นออกแบบมาเป็นแบบ Plug and Play คือการเสียบปลั๊กแล้วเล่นได้ทันทีไม่ต้องนั่งรอ นั่งรีเซท ตั้งค่าต่างๆ อะไรมากมาย แต่อย่างใดมีเพรียงแค่รีโมตใช้รีโมตเป็นก็เล่นได้แล้วทุกอย่างรันด้วยแอพพลิเคชั่น อย่างเช่นจะเล่น Skype เพียงแค่เลือกตัวโปรแกรมแล้วก็สามารถ Log in เข้าไปคุยกับคนที่ต้องการได้ทันที สิ่งเหล่านี้ผมจึงคิดว่าเวลานี้แหละเหมาะสมแล้วกับตลาดส่วนนี้ถ้าพูดถึงตลาดทางต่างประเทศเขาพัฒนามากไปกว่าเราแล้ว และประชาคมอาเซียนก็จะเกิดในอนาคตอันใกล้นี้ท่าหากไม่มีใครลงมาทำเรื่องเหล่านี้ประเทศเราก็จะตามไม่ทัน ก็คือเราจะสร้างความเท่าเทียมในการสื่อสารการบริการต่างๆ ให้แก่คนไทยเช่นด้านการสื่อสาร เราก็จะให้บริการกับผู้บริโภคในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปรวมถึงบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น"


ท่านประธานคิดว่าบริการ Triple play สามารถจะไปต่อสู้กับทางตลาดต่างประเทศได้ไหม


ได้ครับจริงๆแล้ว เป้าหมายของเราคือ ประชาคมอาเซียน(AEC)ที่มีประชากรอยู่มากกว่า 600 ล้านคนชัดเจนอยู่แล้วเพราะ Magic Box ตัวนี้สามารถนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องประเทศไทยเพราะเชื่อมผ่าน อินเตอร์เน็ตเท่านั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนขอเพียงแค่มี อินเตอร์เน็ต ก็สามารถดูรายการต่างหรือใช้บริการของเราได้ ซึ่งในแง่การกระจายสินค้าเพียงแค่นำตัว Magic Box ของเราไปทำการตลาดที่ประเทศไหนก็ได้ทั่วโลกและอาเซียน ก็สามารถเชื่อมต่อเข้าเซิฟเวอร์ของเราได้ ซึ่งสินค้าของคนไทยมากกว่าสองพันรายการสามารถขายไปได้ทั่วโลก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศ พม่า ลาว เวียดนาม เขมร ชอบสินค้าของไทยและดูทีวีไทยกันมากพอสมควร และสามารถทำให้เขาซื้อสินค้าของไทยเราได้ง่ายขึ้นเพรียงดูโฆษณาบน Magic Box ถ้าสนใจก็สั่งซื้อ เพียงเท่านี้ของก็จะมาจัดส่งให้ถึงหน้าบ้านของลูกค้าทันที ซึ่งจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่


อย่างนี้เท่ากับจะตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียวหรือเปล่าครับ


ผมมองว่าไม่นะเพราะผมมองไปถึงสถาบันครอบครัวมากกว่า เพราะตัวสินค้า Magic Box จะตอบโจทย์กิจกรรมภายในครอบครัวสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้ยกตัวอย่าง แม่ส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาคุยกันครู่เดียวค่าโทรศัพท์กินไป เกือบจะเป็นหมื่น ท่ามีกล่องของเราสามารถ Skype หากันฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือจะเล่นเกมส์กับลูกก็ได้ดูหนังฟังเพลง ศึกษาหาความรู้ โซเชียล เน็ทเวิร์ค ผ่านตัวกล่อง Magic Box นี้ได้ฟรี ซึ่งจะตอบสนองไลฟ์สไตล์หรือ Creative Living


อยากทราบเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวของทาง Cabnet


ทางเราเริ่มเปิดตัวกล่อง Magic Box นี้แล้ว ตั้งเป้าปลายปีนี้ประมาณ 50,000 ตัว ซึ่งเท่ากับว่าเรามีฐานลูกค้ามากกว่า 50,000 คนอยู่ในมือของเราซึ่งสามารถเริ่มที่จะทำธุรกิจได้เริ่มที่จะมีฐานของผู้บริโภคชัดเจน สามารถหาโฆษณาเข้าไปได้ และก็จะมีบริการต่างๆ เข้าไป สามารถคุมฐานผู้บริโภคได้ และต่อไปในอนาคตจะรวมทุกบริการไว้ไม่ว่าจะสั่งอาหาร, จองตั๋วหนัง, จองที่พักหรือสินค้าต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้สื่อสิ่งพิมพ์อีกต่อไปแถมยังสะดวกรวดเร็วทันโลกมากขึ้นอีกด้วย ท่าหากกล่องเราเข้าไปในโรงแรมก็สามารถจะทำให้โรงแรมธรรมดาๆ กลายเป็นโรงแรมที่มีระดับขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย


ลองเปรียบเทียบกล่อง Magic Box กับกล่องอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดทุกวันนี้จะเป็นคู่แข่งกันหรือเป็นพันธมิตรกันได้


ตรงส่วนนี้เราไม่ได้เป็นคู่แข่งกันแต่อย่างใดแต่เป็นพันธมิตรกันได้เลยดีกว่า เพราะอะไรครับ เพราะกล่องต่างๆ ที่อยู่ตามท้องตลาดเป็นกล่องที่สามารถรับข้อมูลได้เพียงทางเดียวเท่านั้นจากสัญญาณดาวเทียมเราเรียกว่าเป็น One way communication หากต้องการใช้ให้มีการตอบสนองผ่านสื่อได้นั้นต้องเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ เช่นระบบ SMS เป็นต้น ซึ่งมีทั้งค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง พูดง่ายๆ กล่องของเราเป็น Two way communication ย่อเครื่องคอมพิวเตอร์ลงมาอยู่ในโทรทัศน์ให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นเช่นประชุมทางไกล สถาบันกวดวิชาต่างๆก็สามารถใช้เป็นตัวรับส่งได้พร้อมกันทั่วประเทศหรือส่ง ข้อความต่างๆ ก็ไม่ต้องใช้มือถืออีกต่อไปเพียงแค่มีคีย์บอร์ดพิมพ์ส่งข้อความได้เลยสะดวกรวดเร็วและประหยัดอีกด้วยและที่สำคัญกล่องตัวนี้ก็มีตัวรับสัญญาณดาวเทียมอยู่ในตัวสามารถรับ Free To air จากดาวเทียมไทยคม ทั้ง C brand และ KU brand ก็สามารถรับได้ พูดตามตรงสินค้าของเรามีมูลค่าทางการตลาดมากกว่านั่นเองซึ่งจะไม่ใช่คู่แข่งของกล่องของแบรนด์อื่นๆ ที่รับสัญญาณดาวเทียมอย่างเดียว ซึ่งคู่แข่งของเราคงจะเป็นเพียง Smart TV เท่านั้นแต่ Smart TV ก็มีข้อจำกัดในการดาวโหลดแอปพลิเคชั่นเพิ่มมากมายไม่ได้และมีราคาแพงซึ่งต่างจากของเราที่สามารถดาวโหลดแอปต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและราคาถูกไม่ต้องซื้อทีวีใหม่ นี่คือความได้เปรียบของกล่อง Magic Box


ขอถามว่าจุดเด่นที่จะให้ตัวแทนหรือคนที่สนใจมาร่วมในธุรกิจของ Cabnetนั้นจริงๆ คืออะไร


ประการแรก เราขายบริการโทรราคาประหยัด เราไม่ได้ขายสินค้าที่มีอยู่ทั่วไปในตลาด เราไม่ได้ขายอาหารเสริม เราไม่ได้ขายเครื่องสำอางค์ แต่สินค้าของเราคือบริการโทรราคาประหยัดซึ่งลูกค้าเดินเข้ามาอย่างแรกที่ได้คือประหยัดค่าโทรรายเดือนลง ทำให้มีเงินเหลือเก็บและสามารถทำเป็นงานเสริมได้ งานประจำก็ดียกตัวอย่าง VoIP คนทั่วไปจ่ายค่าโทรศัพท์อยู่เดือนละพัน มาที่ Magicalls สามารถประหยัดลงไปได้ครึ่งต่อครึ่ง แถมได้ PV กลับไปอีกด้วย ถ้าแนะนำสมาชิกมาใช้ได้อีก ก็สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างง่ายๆ และสามารถประกอบเป็นอาชีพหลักที่หารายได้ ได้อย่างมั่นคง เพราะฐานบริโภคของผู้สนใจจริง มีอยู่ทั่วไปและเข้าถึงได้ง่ายเพราะโทรศัพท์ในชีวิตคนทั่วไปเหมือนปัจจัยที่ 5 ทุกคนต้องใช้ต้องเติมเงินเป็นประจำอยู่แล้ว


ตอนนี้เราเข้าใจสินค้า 3 ตัวเป็นอย่างดีแล้วแต่อยากทราบว่าในอนาคตนี้จะมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติมอีกไหมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มากขึ้น


ตรงนี้สินค้าใหม่ของเราจะเริ่มจากสินค้านวัตกรรมเช่นTV ในแบรนด์ SKYWORTH ซึ่งทางผมมั่นใจว่าของเราถูกที่สุดและ เรารับประกัน 3 ปี ต่อไปก็จะมี Tablet Phone ที่สามารถดูโทรทัศน์ได้ โทรศัพท์ได้ และลองรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ มากมายแถมราคาถูกกว่าท้องตลาดถึง 40-50 % หลังจากนั้นเราจะเข้าไปในรายสินค้านวัตกรรมต่างๆ เช่นสินค้าในครัวเรือน เพราะทางบริษัทเราชูเรื่องสินค้านวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญ และสินค้าที่จะเข้ามาในระบบของเราก็มีมากมายสามารถเลือกชมเลือกช๊อปกันได้อย่างจุใจผ่าน Magic Box และสามารถสร้างหรือคืนรายได้ให้สมาชิกอีกด้วย


ทั้งนี้ท่านประธานขอฝากทิ้งท้ายไว้แก่ผู้อ่านและผู้สนใจในธุรกิจทุกท่าน


"ตอนนี้สื่อออนไลน์มีอิทธิพลมากและในอนาคตจะขึ้นเป็นสื่อที่มีอิทธิพลที่ระดับต้นอย่างแน่นอน แนวโน้มผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างคนที่เคยซื้อหนังสือพิมพ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อแล้วเพราะสามารถอ่านข่าวต่างๆ ได้ผ่านกล่อง Magic Box ของผมได้หรืออย่าง เช่นเว็บไซต์ ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์(www.Thaimlmnews.com)ก็สามารถเข้ามาอ่านข่าวต่างๆ ผ่านกล่อง ตัวนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะฉะนั้นมันเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ชีวิตสมัยใหม่ทั้งหมดได้รวดเร็วและกระชับฉับไวขึ้นประหยัดทรัพย์กรโลกอีกด้วยเรามุ่งมั่นสร้างความแตกต่างเพื่อชีวิตดีขึ้นของผู้บริโภคคือหน้าที่ของเรา"

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไบโอครอป เซ็นเตอร์ (BioCrop Center): สัมภาษณ์อาจารย์ชัยโรจน์ เจาะลึกแบบถึงแกร่นกับ "ไบโอครอป เซ็นเตอร์"








อาทิตย์ที่แล้วทีมงาน ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ดอทคอม(www.thaimlmnews.com) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับอาจารย์ชัยโรจน์ ผู้บริหาร ไบโอครอป เซ็นเตอร์(BioCrop Center) ผู้ซึ่งมุ่งหวังอย่างแท้จริงให้คนไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพที่ดีและสร้างอาชีพที่มีรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่คนไทยทั้งประเทศ









1.ขอถามอาจารย์ชัยโรจน์ ถึงความเป็นมาของทางบริษัทไบโอครอปก่อนครับว่ามีความเป็นเช่นไรบ้าง


บริษัทของเรามีความชำนาญในการผลิตปุ๋ยและเคยจัดจำหน่ายระบบซิงเกิ้ลมาก่อนมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี และมาจัดทำระบบธุรกิจเครือข่ายในเดือนมิถุนายนปี 2554 สาเหตุที่เข้ามาระบบธุรกิจเครือข่ายวัตถุประสงค์ของเราคืออยากเอาความชำนาญด้านประสิทธิภาพของปุ๋ยเราส่งให้ถึงมือพี่น้องชาวเกษตรกรพร้อมบริการที่ดีเยี่ยมโดยให้ความรู้ความเข้าใจต่อพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างแท้จริงและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้อื่นได้อีกด้วย



2.ในมุมมองของอาจารย์ระหว่างตลาดซิงเกิ้ลกับธุรกิจเครือข่ายของปุ๋ยอันไหนมีความยากง่ายกว่ากันครับ


ถ้าในเรื่องของซิงเกิ้ลค่อนข้างจะง่ายกว่าเล็กน้อยเพราะ เป้าหมายนั้นคือผู้บริโภคโดยตรงแต่ถ้าเป็นระบบเครือข่ายคือมีความหลากหลายกว่าในหลายๆ ด้าน เช่น การที่จะหาอุดมการณ์เดียวกับเราจริงๆ พร้อมที่จะก้าวเดินไปกับไบโอครอปค่อนข้างจะหายากกว่า แต่ไม่ใช่ปัญหาที่ยากเท่าไหร่ซึ่งข้อดีของตลาดเครือข่ายเนี่ยเราเปิดมาปีเศษๆ ระบบเครือข่ายมีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าตลาดซิงเกิ้ลมากๆ ถ้าเทียบในเวลาที่เท่ากัน



3.รบกวนเล่าความเป็นมาของท่านประธานไบโอครอปให้ทราบโดยสังเขปทีครับ


ท่านบุญศักดิ์ เจริญคุปต์ ประธานไบโอครอปนั้น เป็นนักเรียนนอกจบจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ (ญี่ปุ่น) มาในสาขาวิศวกรไฟฟ้าและถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับงานไฟฟ้าแนวหน้าของประเทศไทย แต่หันมาทำธุรกิจปุ๋ยจนมีชื่อเสียงและมองว่าเครือข่ายไม่ค่อยมีคู่แข่งที่แท้จริงซักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นท่านจึงทำอย่างเต็มที่และใช้สารตั้งต้นในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ทีมีประสิทธิภาพและแตกต่างกว่าบริษัทอื่นๆ ซึ่งสามารถจะทำตลาดได้โดยง่ายกว่าบริษัทอื่นๆ เหมือนเป็นอาวุธให้กับทางแม่ทีม ซึ่งของเรามีปุ๋ยนวัตกรรมใหม่มีสารพีเนอเจอติกเป็นปุ๋ยพลังงานคลื่นความถี่ มันเป็นการเกษตรที่นำยุคไปแล้ว ถ้าจะทำการเกษตรแบบเดิมๆ คงสู้เขาไม่ได้และเรายังมีโรงงานผลิตสินค้าของเราเองอีกด้วย



4.อยากถามเป้าหมายของทางบริษัทไบโอครอป


ปกติแล้วทางขายตรงทั่วไปมองยอดขายรวมการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก แต่ทางบริษัทไบโอครอปมองถึงตัวแทนจำหน่ายที่เกิดขึ้นเป็นหลักมากกว่า ซึ่งทางเราเล็งเห็นถึงการสร้างตัวแทนจำหน่ายเป็นหลักโดยเฉพาะช่วงต้นปีจนถึงช่วงสิงหาคมนี้มีการขยายถึงมากกว่า 70 แห่ง ทางเราไม่ไช่เปิดศูนย์เซ็นเตอร์ของบริษัทเองแต่เกิดจากตัวแทนจำหน่ายมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเราและเข้ามาร่วมลงทุนอย่างแท้จริงทำได้เพราะคุณภาพของปุ๋ย
ไบโอครอปล้วนๆ เพราะถ้าเกษตรกรได้ลองใช้สินค้าของเราแล้วได้ผลผลิตที่ดีจึงเล็งเห็นว่าสินค้าเรานั้นดีจริงจึงอยากเข้ามาร่วมลงทุนด้วย 1.ตัวเองได้ใช้ 2.ได้ให้กับคนรอบข้างได้ใช้สินค้าที่ดี 3.ได้สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย และที่สำคัญทางเราเล็งเห็นถึงการสร้างระบบเครือข่ายที่ยั่งยืนได้ ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดปุ๋ยในประเทศไทยมีมากกว่าแสนล้านบาท ทางเรามองว่าจะแชร์ออกมาเพียง 1% ( ก็พันล้านแล้วครับ ) ก็ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ไกลกับไบโอครอปเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งถ้ามองไปอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนระบบการพัฒนาคน ทางบริษัทไบโอครอปเน้นเป็นสำคัญควบคู่ไปกับตลาดเลยทีเดียวครับ



5.แผนการตลาดที่จะช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าของทางไบโอครอป ไม่ทราบว่ามีสื่อไหนบ้างเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับตัวแทนของเรา


เรามีลงโฆษณากับทางนิตยสารเพื่อการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะนิตยสาร ไม่ลองไม่รู้ ที่เป็นนิตยสารอยู่คู่กับเกษตรกรมายาวนานมากกว่า 10 ปีและยังมี คลื่นวิทยุชุมชน อีกซึ่งถ้าใครเปิดสาขาตัวแทนจำหน่ายกับทางเราสามารถยื่นขอสิทธิ์ประชาสัมพันธ์ผ่านคลื่นวิทยุชุมชนได้ ซึ่งทางเราเป็นฝ่ายให้การสนับสนุนด้วยซึ่งทางเราจะมีการทำส่วนอื่นๆ ถ้าใครร่วมลงทุนแล้วจึงมั่นใจได้อีกว่าทางไบโอครอปได้ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งเราจะมีงาน รวมใจชาวไบโอครอป ประจำแต่ละภาคเป็นประจำซึ่งภาคไหนจำหน่ายได้ 200 ตันทางเราจะมีการจัดเลี้ยงให้อย่างดีเหมือนเป็นการปูพื้นให้กับตัวแทนเป็นที่รู้จักในพื้นที่ภูมิภาคมากยิ่งขึ้น



6.ตอนนี้ตั้งเป้ากระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศบ้างหรือยังครับ


ตลาดธุรกิจเครือข่ายต่างประเทศ หลายประเทศที่มีแม่ทีมขยายออกไป เช่น ลาว มาเลเซีย เขมร พม่า น่าจะเปิดตลาดได้ดีในอนาคตอันใกล้นี้ครับ



7.ในส่วนของตลาด AEC ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีแผนที่จะรับมือกับส่วนนี้อย่างไรบ้างครับ


ด้วยสินค้าของเราได้รับการยอมรับจากหลายๆ ประเทศอยู่แล้วและประเทศไทยก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งการเกษตรและมีผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ อยู่แล้วซึ่งเรามีนักวิจัยที่ดี มีโรงงานที่ดี มีวัตถุดิบที่ดี เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราไม่รู้สึกวิตกกังวลแม้แต่น้อยทางฝ่ายประเทศอื่นๆ ต้องกลัวเรามากกว่าเพราะเราจะไปเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับเขาอีก 3 ปีข้างหน้า



8.ถามหน่อยครับ ทำไมตัวแทนจำหน่ายหรือว่าแม่ทีมต่างๆ ถึงต้องเข้ามาร่วมกับทางไบโอครอปครับ มีข้อดีอย่างไรบ้าง


แม่ทีมตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนี้สืบเนื่องจากสินค้าของเรามีคุณภาพโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เขาไม่ได้มองตัวแผนการตลาดเป็นหลัก ผู้บริโภคได้นำสินค้าของเราไปใช้แล้วมีคุณภาพลูกค้าติดใจโทรหาแม่ทีมเองเลย สินค้าของเราขายง่ายทำให้แม่ทีมของเราติดใจในส่วนนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการซื้อซ้ำตลอด และมีแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักโดยปากต่อปากว่าสินค้าเราดีมีคุณภาพ ซึ่งหากสินค้าเราไม่ได้มารตฐานลูกค้าซื้อสินค้ากับเราเพียงครั้งเดียวก็จบสมาชิกเราก็จะขายลำบาก



9.ตรงนี้ขอทราบราคาของสินค้าไบโอครอปหน่อยได้ไหมครับ ถ้าเปรียบเทียบกับทางตลาดทั่วไปแล้วถูกหรือแพงมากกว่ากัน


สินค้าไบโอครอปถ้าเทียบกับปุ๋ยอินทรีย์ตามท้องตลาดแล้วราคาพอกัน แต่สำหรับเราไบโอครอบ เราเชื่อว่าถูกกว่า เพราะขบวนการผลิตตรงนี้เรามีที่มาที่ไปเพราะปุ๋ยอินทรีย์ เรามีสารตั้งต้นเหมือนทั่วๆ ไปก็จริง แต่ไบโอครอป
ยังมี แร่อะโซไมท์ แร่ไคลน๊อพติโลไลท์ เป็นสารตั้งต้น ซึ่งสารตั้งต้น 2 ตัวนี้เรานำมาจากต่างประเทศได้แก่รัสเซียและอเมริกา ส่วนสารตั้งต้นพีเนอเจอติกก็นำมาจากอเมริกาเช่นกัน ซึงสารตั้งต้นตัวนี้โรงงานอื่นๆ ไม่มีเหมือนเช่นโรงงานเรา เรากล้าพูดได้เลยว่าเปิดมา 1 ปี สินค้าเรายังไม่เคยถูกตีคืนเลย



10.ไม่ทราบว่าโรงงานผลิตปุ๋ยของทางไบโอครอปตั้งอยู่ที่ไหน แล้วสามารถเข้าชมโรงงานได้ไหมครับ


โรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ถ้าหากใครสนใจสามารถเข้ามาชมโรงงานได้เลยครับ และปกติแม่ทีมก็จะพาผู้ที่สนใจไปชมโรงงานทุกเดือน ซึ่งเสาร์ที่สองของเดือนก็จะเข้ามาชมโรงงานกันตลอด ถ้าหากท่านใดสนใจเข้าขมโรงงานสามารถติดต่อกับแม่ทีมไบโอครอปได้ทั่วประเทศ ส่วนชื่อโรงงานมีชื่อว่า กำแพงแสนอโกรเทค ซึ่งโรงงานเรามีกำลังการผลิตถึงวันละ 500 - 600 ตัน แถมยังได้รับการส่งเสริมจาก BOI แล้วผ่านการรับรองจาก ISO 9001 - 9002 อีกด้วย



11.สุดท้ายแล้วมีอะไรอยากจะฝากทิ้งท้ายบ้างใหม่ครับ


แนวทางของท่านประธานคุณบุญศักดิ์ เจริญคุปต์ ท่านอยากนำผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมที่ดีมอบให้แก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยไม่มองถึงผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว ท่านอยากให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของท่านที่คิดค้นสูตรมาอย่างยาวนานและอย่างรู้จริงเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุดและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกรไทยอีกด้วย อันนี้คือปณิธานอย่างแท้จริงของท่านประธาน และตอนนี้เราจะมีสินค้าเพื่อสุขภาพเข้ามาอีก 4 รายการด้วยกันมีสินค้าประเภทลดความอ้วนได้รับการรับรองจาก อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กาแฟสำหรับผู้ชายซึ่งกำลังขอ อย. อยู่ แล้วยังมีผลิตภัณฑ์ Apple Stemcell แบบชงดื่มซึ่งทางเราจะไม่ใช้แบบทา เพราะมันจะทำให้เห็นผลค่อนข้างช้าซึ่งสินค้าทั้งหมดนำเข้ามาจากมาเลเซียและที่จะฝากทิ้งท้ายไว้คือ เราอยากจะสร้างองค์กรที่ดี สร้างความมั่นคงและสังคมธุรกิจเครือข่ายที่ดีมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงครับ