ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบรนด์ขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบรนด์ขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ธุรกิจเครือข่าย...เทรนด์แห่งอนาคต







s_handshake1 (Mobile)


เป็นที่น่าจับตามองว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างก็ปรารถนาที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ทั้งกลุ่มคนชาย-หญิงที่มีงานประจำอยู่แล้ว แม่บ้าน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในวัยปลดเกษียณไปแล้วก็ตาม คนเหล่านี้ต่างมีความฝัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถก้าวไปสู่ฝั่งฝันได้ อาจจะเป็น เพราะด้วยเหตุผลทางด้านการเงิน การสนับสนุน หรือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่คุณทราบไหมคะว่ายังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถตอบสนองความฝันของคนเหล่านี้ได้ ด้วยโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด แถมยังไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย มีเครื่องมือสนับสนุนการทำธุรกิจครบครัน และที่สำคัญยังสร้าง ความมั่นคงทางด้านรายได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็คือธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเครือข่ายนั่นเอง


และเพราะโอกาสที่สามารถทำให้คนกลายเป็นเจ้าของ ธุรกิจและสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคงนี่เอง ที่ทำให้ธุรกิจเครือข่ายกลายเป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน และถือเป็นเทรนด์ตลาดโลกในขณะนี้ เทรนด์ทางด้านอาชีพที่เปี่ยมไปด้วยอิสรภาพ ให้ความมั่นคง และยังได้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ กับองค์กรหรือแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย และด้วยแนวโน้มกระแส โลกที่มาแรงพร้อมกับประโยชน์มากมายที่จะได้รับจากธุรกิจขายตรงเช่นนี้เอง ทำให้ธุรกิจนี้ก้าวสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์ทุกกลุ่มคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ


อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ที่โลกพัฒนาสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นตัวเสริมให้การสร้างธุรกิจเครือข่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และรวดเร็วขึ้น เป็นเครื่องมือที่ขยายพลังการแบ่งปัน และการบอกต่อได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเข้าถึงคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วฉับไว


แต่ก็ยังคงความเป็นธุรกิจที่ผสานได้อย่างกลมกลืนกับกลุ่มคนรุ่นเก่าหรือผู้สูงวัย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มักจะเป็นผู้อยู่ในวัยเกษียณ ที่ยังมีความกระตือรือร้นในการทำงานและ ต้องการมีสังคม รวมทั้งกลุ่มแม่บ้านที่สามารถนำธุรกิจขายตรง ไปเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ สามารถ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แถมยังได้เพื่อน ได้สังคม มีวิสัยทัศน์ มากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่มีงานประจำ ธุรกิจขายตรง ยังช่วยเสริมรายได้ ช่วยให้พ้นจากปัญหาด้านการเงินที่อาจเกิดขึ้นในบางครั้ง และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา


และที่สำคัญเทรนด์อาชีพแห่งอนาคตนี้ยังสร้างกระแส ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือที่เราเรียกกันว่าเจ็นวาย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เมื่อเรียนจบมา ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่การทำธุรกิจ ของตนเอง เพราะต้องการความยืดหยุ่นและอิสระในแบบที่งานประจำไม่สามารถทำได้ ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นทางเลือก ที่น่าสนใจ และยิ่งมีคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจ นี้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ


นอกจากนี้ เทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันก็ยังเอื้อประโยชน์ต่อองค์กรหรือแบรนด์ขายตรงอีกด้วย โดยเฉพาะ เทรนด์สุขภาพและความงามที่อยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ก็นำเสนอสินค้าที่สามารถตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ เช่น เมกอัพ สกินแคร์ เป็นต้น เท่ากับว่ายังมีฐานผู้บริโภคอีกเป็นจำนวนมากรอเป็นลูกค้าอยู่ และเหนือกว่าตรงที่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ สิทธิพิเศษต่างๆ ส่วนลดจากการซื้อสินค้า ที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูด ความสนใจให้เปลี่ยนตัวเองจากการเป็นลูกค้า เข้าสู่การเป็น นักธุรกิจอย่างเต็มตัว


เมื่อเทรนด์ของธุรกิจขายตรงหรือเครือข่ายนี้มาแรงอย่างต่อเนื่อง และด้วยคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับในเชิงกว้าง จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่า เหตุใดคนที่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจนี้จึงเห็น ว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสานฝันให้เป็นจริง ทำได้อย่างยั่งยืน และสามารถสร้างพลังให้เกิดขึ้นในตัวนักธุรกิจเหล่านี้อย่างมหาศาล และก้าวไปสู่ความสำเร็จและความสุขระยะยาวอย่างแท้จริง





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : "เอสเนเจอร์" ฟุ้งรายรับทะลุ 300 ล้าน ผุดแผนโกอินเตอร์เริ่มต้นปูพรมอาเซียน







Bg_biz (Mobile)


"เอสเนเจอร์" แบรนด์ขายตรงในเครือ "ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์" คุยฟุ้ง ยอดขายครึ่งปีแรกเลย 300 ล้านบาท โต 12% เดินหน้าวางสินค้าใหม่ 2 รายการ ในกลุ่มเสริมอาหาร และความงาม พร้อม เตรียมขยายตลาดเปิดสาขารองรับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน เผยปักธงพม่า และลาวเรียบร้อย ชี้ตลาดกำลังขยายตัว อนาคตไล่เปิดอีก 5 ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อ ด้วยประเทศอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก


นายเอกรัตน์ โสภาพ ผู้จัดการทั่วไป "เอสเนเจอร์" แบรนด์ขายตรง ในเครือ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการเมื่อช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งสามารถปิดยอดขายที่ 360 ล้านบาท ถือว่าดีเกินเป้าที่ตั้งเอาไว้ ในส่วนของสมาชิกเวลานี้มีอยู่ 8 หมื่นรหัส แบ่งเป็นจำนวนนักธุรกิจราวๆ 1 หมื่นคน หรือเฉลี่ย 20% ของจำนวนทั้งหมด โดยสมาชิกส่วนใหญ่จะหมุนเวียนเข้าออกไปๆ มาๆ อยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่ม จำนวนแอ็กทีฟให้ได้มากกว่านี้อีก


"จะสังเกตได้ว่า บริษัทไม่ค่อยได้จัดงานแถลงข่าวเท่าที่ควร แต่บริษัทก็ยังมียอดขายที่มากมายขนาดนี้ เป็นเพราะมีกลุ่มเครือ ข่ายที่แข็งแรง และทำธุรกิจร่วมกันมานาน เนื่องจากมีความเชื่อมั่น ในความมั่นคงของบริษัท อีกทั้งยังเป็นบริษัทมหาชนทำให้ได้เปรียบ เรื่องของความน่าเชื่อถือ โดยเวลานี้ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 17 สาขา และอนาคตจะ พยายามขยายสาขาเพิ่มออกไปเรื่อยๆ"


เอกรัตน์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ต้นปี 2556 ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วนั้น มาจากผู้คนเริ่มรู้จักบริษัทมากขึ้น มีการบริหารงานที่ดี อีกทั้งยังมีผู้นำที่เก่งๆ สามารถออกไปขยายตลาดได้ และผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมการสนับสนุนจากหุ้นส่วนธุรกิจที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้บริษัทยืนหยัดได้มั่นคง และจะมีสมาชิกใหม่ๆ เข้ามาตลอดในแต่ละ เดือน


"บริษัทมีความตั้งใจจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกจุดของประเทศ และจะสนับสนุนให้มีสินค้าที่ตอบโจทย์สมาชิกได้ทุกอย่าง โดยหลักๆ ของผลิตภัณฑ์จะมี กลุ่มดูแลผิวพรรณ ของใช้ในครัวเรือน อาหารเสริม และเครื่องใช้ประจำวัน หาก สินค้าดีผู้คนก็จะเข้ามาทำธุรกิจเอง ยิ่งในกลุ่มสกินแคร์ค่อนข้างมาแรงมาก มีสมาชิก สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก"


อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปี 2556 ที่ผ่าน มา 6 เดือน "เอสเนเจอร์" เติบโตไปแล้วที่ 12% ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนแรกๆ ยังไม่ค่อยเติบโตเท่าไร แต่พอหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ยอดขายก็พุ่งขึ้นรวดเร็วมาก แต่ยังไม่อยากบอกเป็นตัวเลขในตอนนี้ จะประกาศอีกครั้งคงสิ้นปี 2556 ไปแล้ว


อย่างไรก็ดี บริษัทได้ตั้งเป้าหมายใน ครึ่งปีหลังว่า หลังจากนี้จนถึงสิ้นปี 2556 บริษัทตั้งเป้าจะเติบโตอีก 20-30% และยอดขายจะต้องเพิ่มจากปีที่แล้วเป็น 400 ล้านบาท ในส่วนของสมาชิกจะต้องได้ 1 แสนรหัสขึ้นไป และเพิ่มยอดแอ็กทีฟเป็น 2 หมื่นรหัสให้ได้


นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2 รายการ ที่เกี่ยวกับความงาม และเสริมอาหารซึ่งจะเริ่มในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป มั่นใจว่า สินค้า 2 รายการนี้ จะเข้ามากระตุ้นยอดขายให้สมาชิกสั่งซื้อเป็นจำนวนมากแน่นอน โดยก่อนจะใกล้สิ้นปี 2556 จะมีการประชุม ประจำไตรมาสของบริษัทด้วย ถือเป็นการ รวมตัวของเหล่าสมาชิกทั้งหมด


ขณะที่การรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนในปี 2558 นั้น "เอกรัตน์" ได้กล่าวถึงความพร้อมว่า บริษัทมีความพร้อม แน่นอน และได้มีการเตรียมแผนรองรับมา นานแล้ว โดยได้ขยายตลาดไปต่างประเทศ ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นพม่า ที่ก่อนหน้านี้เข้าไป เปิดสาขาในเมืองย่างกุ้งมาเป็นเวลา 2 ปี กว่าๆ ส่วนลาวก็เข้าไปเปิดสาขาที่เวียงจันทน์มา 1 ปีเศษๆ เช่นกัน และมีแผนที่จะเข้าไปเปิดสาขาใกล้ๆ แห่งที่ 3 ก็คือ กัมพูชา โดยกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการอยู่ หากผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจเรียบร้อย ก็จะเปิดที่กรุงพนมเปญในช่วงต้นปี 2557 ทันที


"เวลานี้ได้เข้าไปทำตลาดรองรับ เออีซีมานานแล้ว และก็กำลังไปได้ดี อย่าง ที่พม่ากับลาว ก็กำลังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนกัมพูชาก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร หากผ่านการตรวจเรียบร้อย ก็จะเปิดได้ในต้นปีหน้า และที่ต่อๆ ไปก็คงจะเป็นเวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และอินเดีย ในระยะเวลา ต่อไป เพื่อให้ Snatur เป็นธุรกิจขายตรงสากลอย่างแท้จริง"





Credit By :http://www.siamturakij.com