ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียลเน็ตเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียลเน็ตเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ดันตัวเข้า "ตลาดหุ้น" ฝันเป็นธรรมาภิบาลชิงแต้มต่อภาพลักษณ์


เชื่อว่าการได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัท (มหาชน) คงเป็นความฝันของทุกธุรกิจ ทุกบริษัท เนื่องจากประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ และความเป็นบริษัทธรรมาภิบาล คงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบ การเจ้าของธุรกิจเฝ้าฝัน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทในวงการขายตรง ที่ ต่างพากันคาดหวังที่จะทำให้แบรนด์ของตนเองเป็นบริษัทที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ที่กล่าวมา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับบริษัทของตนเองในอีกทาง


โดยนายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่อาเจลประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 บริษัทก็พร้อมเปิดเกมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยแผนกลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใน กลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกและนักธุรกิจอาเจล ทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่ามีสัดส่วนการขาย ประมาณ 25% จาก ยอดขายโดยรวม


อาเจลวางแผนไว้ว่าปีนี้ บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตามความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน นายวสันต์ กล่าว


ที่สำคัญเอเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความ สะดวกให้กับสมาชิกผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญ อาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความ สะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้ คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้


ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวางเป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขาให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดยประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียมเปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้


ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่า เป็นการปูทางสู่เส้นชัยที่อาเจลประเทศไทยตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้ เราจะขอปิดยอดการ ขายที่ 1,000 ล้านบาท ให้ได้ และนอกจาก นี้ เพื่อก้าวสู่ความฝันอันสูงสุดของอาเจล ประเทศไทยที่จะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2560 ตอกย้ำความมั่นคงและรองรับการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต อีกด้วย


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิต และ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาด หลักทรัพย์ ตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง ก.ล.ต.


บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัท ที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมา แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้อง ยื่นเรื่องมาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้น ก็จะเสนอเรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้


นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง ถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็น การส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาว ปูแดง จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกิน ปลายปีหน้า


อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาดในปี นี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่ม ความถี่ในการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแล บริหารธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรง กระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้น ในไตรมาส หลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไวถือเป็น สินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ


ซึ่งนอกจาก 2 บริษัทขายตรงที่กล่าวมานี้ ที่มีความต้องการนำบริษัทเข้าไป อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วยังมีค่ายขายตรงอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความคาดหวังที่จะมีนามสกุลบริษัทเป็นมหาชน โดยรวมถึงบริษัทขายตรงน้องใหม่อย่าง บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมายมั่นว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะเป็นบริษัทขายตรงแบรนด์หนึ่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ให้จงได้ เพื่อหวังจะรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


อย่างไรก็ดี นอกจากบริษัทขายตรง ค่ายต่างๆ ที่คิดฝันว่าอนาคตจะเป็นบริษัท มหาชน แต่เมื่อไม่นานมานี้บริษัทที่ดำเนิน ธุรกิจตลาดแบบตรงอย่าง ทีวี ไดเร็ค ก็ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไปเป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแบรนด์ตลาดแบบตรงที่มีนามสกุลมหาชน


ทั้งนี้ ในส่วนของขอบเขตและกฎกติกาในการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องยากของธุรกิจขายตรง และถึงแม้บริษัทขายตรงจะได้เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว แต่เรื่องของการจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งนักวิเคราะห์หลายท่านยังเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ธุรกิจขายตรง สำคัญที่ตัวนักขาย ซึ่งนักลงทุนคงไม่อยากที่จะลงทุนแล้วรอหวังผลกำไรจาก การขายของนักธุรกิจอิสระมากนัก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเรียลเน็ตเวิร์ค (Real Network) : แตกหัก "ทรู (True)" หยุด! ขายซิม (SIM MLM)-เปลี่ยนสินค้าใหม่


สุรพันธ์ บิ๊กบอส เรียลเน็ตเวิร์ค ประกาศลั่นหยุดสัมพันธ์ ทรู เลิกขายซิมมือถือทั้งหมด แจงปมลึกคู่ค้า ไม่เข้าใจ


ระบบขายตรงเป็นเหตุลามให้ยุติสัญญา ย้ำเจตนารมณ์เดินหน้าธุรกิจเครือข่ายต่อวางกลยุทธ์ใหม่เล็งสินค้า ไฮเทคระบบสื่อสาร เสริมจุดขาย นักธุรกิจ กลุ่มเหนียวแน่นองค์กร แย้มผลิตภัณฑ์ผ่าน สคบ. แล้ว


นายสุรพันธ์ เมฆวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ ธุรกิจเครือข่าย ว่า ขณะนี้ เรียลเน็ตเวิร์คได้ยุติความร่วมมือกับบริษัท ทรู ดิสทริบิวชั่นส์ แอนด์ เซลส์ จำกัด โดยได้ตกลงยกเลิกสัญญาการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย ซิม Success ในระบบการตลาดแบบขายตรงเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากความไม่เข้าใจลักษณะ


พฤติกรรมการทำธุรกิจในรูปแบบของ เครือข่าย และการสื่อสารระหว่างองค์กร


มีผลให้บริษัทฯ และนักธุรกิจเรียลเน็ตเวิร์คหยุดการจำหน่าย ซิม Success ในทันที รวมทั้งยุติการกล่าวอ้างการเป็นตัวแทนจำหน่าย และการใช้ตราสัญลักษณ์ เครื่องหมายการค้าหรือ ข้อความต่างๆในการทำธุรกิจทั้งหมด ในส่วนของลูกค้า บริษัทฯได้ประกาศรับคืนสินค้าที่ยังไม่ใช้งานตามมูลค่าสินค้าในทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และรักษาบรรยากาศการทำธุรกิจที่ดีไว้ นายสุรพันธ์กล่าว และว่า


เหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทฯถือเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงสู่การทำธุรกิจที่ดีขึ้นเพราะบริษัทฯมีฐานสมาชิกที่มีความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ ระบบงาน และแผนการตลาดที่เข้มแข็งของบริษัทฯ ซึ่งประสบการณ์การดำเนินธุรกิจตลอดระยะเวลา 1 ปี ได้สร้างภาพความสำเร็จให้กับบริษัทฯ และนักธุรกิจมากมาย ดังนั้นในระหว่างนี้บริษัทฯกำลังเร่งดำเนินการพิจารณาสินค้าใหม่ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสาร และสินค้ากลุ่มอื่นที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจของบริษัทฯเพื่อเป็นสินค้าทางเลือก ดังนั้นบริษัทฯจึงมีความพร้อมในทุกด้านที่จะนำสมาชิกกลับเข้าสู่การทำธุรกิจตามปกติ เมื่อกระบวนการสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว


กรรมการผู้จัดการเรียลเน็ตเวิร์ค กล่าวต่อว่า หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงได้ประชุมชี้แจงนักธุรกิจระดับผู้นำ เรื่องการยกเลิกสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับ บริษัท ทรู ดิสทริบิวชั่นส์ แอนด์ เซลส์ จำกัด รวมทั้งการชี้แจงโดยตรงกับนักธุรกิจกลุ่มต่างๆ และประกาศทาง Web Site www.realnetwork.co.th เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และปกป้องสิทธิประโยชน์ต่างๆของนักธุรกิจ ทำให้นักธุรกิจมีความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังแสดงความมุ่งมั่นในการร่วมธุรกิจกับบริษัทฯด้วยการให้กำลังใจ แสดงความเห็น ข้อเสนอแนะ โดยในวันครบรอบ 1 ปีของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม บริษัทฯทำบุญเลี้ยงพระเป็นการภายในตามประเพณีก็มีนักธุรกิจมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก


สำหรับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯในสภาวการณ์ต่อจากนี้ นายสุรพันธ์ยืนยันว่า บริษัทฯมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบงาน และเสริมจุดแข็งที่มีอยู่ โดยบริษัทฯได้ดำเนินการยื่นขออนุมัติการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมทั้งการลงทุนเรื่องระบบสารสนเทศทั้งในส่วนของ Hard ware , Soft ware และ People ware เพื่อให้ระบบสารสนเทศทันสมัย มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ และจำนวนสมาชิกที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต บริษัทฯให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะของนักธุรกิจโดยรวบรวมทุกความเห็นมาพิจารณา วิเคราะห์ และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข บริษัทฯยังมีความมั่นใจในส่วนผสมทางการตลาดของบริษัทฯที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ผู้บริหาร และทีมงานเรียลเน็ตเวิร์คฯทุกคนยังคงทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อนักธุรกิจ และยืนยันที่จะร่วมแรง ร่วมใจกับนักธุรกิจในการแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนธุรกิจ อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จร่วมกันในเร็ววันนี้


อนึ่ง บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นในเดือน เมษายน พ.ศ. 2554 ภายใต้แนวคิดของแผนธุรกิจเครือข่ายรูปแบบใหม่ที่มีความแปลกใหม่ แตกต่าง ด้วยนำซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือมาเป็นสินค้าหลักในการทำตลาดธุรกิจเครือข่ายเป็นรายแรก โดยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัทในเครือ เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้ ทั้งนี้เรียลเน็ตเวิร์ค มีทุนจดทะเบียน 14 ล้านบาท เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2554


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเรียลเน็ตเวิร์ค (Real Network) : แจงทรูเลิกสัญญา โว! ไม่กระทบธุรกิจเล็งค่คู้ารายใหม่


เรียลเน็ตเวิร์ค เจอศึกหนัก หลังทรูเลิกสัญญาขายซิม ด้วยเหตุผลคนละอย่าง เรียลฯ แจงทรูไม่เข้าใจธุรกิจ เดินหน้าหาพาร์ตเนอร์รายใหม่ ไลน์ธุรกิจเดียวกัน ย้ำชัดธุรกิจ เดินหน้าต่อไป พร้อมรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น 100% แจ้งสมาชิกรับรู้ การยกเลิกขายซิมทรู ห้ามขายสินค้า ใช้ตรา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายทันที


สุรพันธ์ เมฆวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ถึงกรณีการ ยกเลิกสัญญาการจำหน่ายซิมทรูว่า บริษัท ทรู ดิสทริบิวชั่นส์ แอนด์ เซลส์ จำกัด ได้ยกเลิก สัญญาต่อกันกับ บริษัท ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจเกี่ยวกับ ธุรกิจเครือข่าย แม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัท และบริษัท ทรูฯ นั้นได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันเป็นเวลา 1 ปี ทั้งนี้ ภายหลังการยกเลิกสัญญา บริษัทได้ ประกาศให้สมาชิกรับทราบเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว และประกาศยืนยันการดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาสินค้าใหม่เข้ามาแทน ซิมทรูมูฟ ซัคเซส ซึ่งสินค้าดังกล่าวยังอยู่ในกลุ่มสินค้า เดิม คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ สำหรับการยกเลิกสัญญาดังกล่าว บริษัทได้ประกาศ ให้สมาชิกได้รับทราบทั้งทางประชุมระดับผู้นำ การประชุม สมาชิกกลุ่มย่อย และการประกาศทาง www.realnetwork. co.th ซึ่งเนื้อหาสำคัญมีด้วยกัน 3 ข้อหลัก คือ 1.การยกเลิก สัญญาครั้งนี้ บริษัทและสมาชิกต้องยุติการจำหน่ายซิมทรูมูฟ ซัคเซสซิม ทันที 2.บริษัทได้ชี้แจงกับสมาชิกให้ยุติการ กล่าวอ้างการเป็นตัวแทนจำหน่ายจาก บริษัท ทรูฯ และ 3.ให้สมาชิกยุติ การใช้ตราสัญลักษณ์ เครื่องหมายการค้า และรายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ ในกล่มุ ทรูและบริษัท ในเครือ ทันที


นอกจากนี้บริษัทยังตระหนักถึงความรับผิดชอบ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวด้วยการรับผิดชอบต่อสมาชิก ซึ่งสินค้าใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้สามารถนำมาคืนได้ที่บริษัท และ สมาชิกจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน อีกทั้งสมาชิกที่ซื้อสินค้า ในเดือนกรกฎาคม บริษัทจะยังคงจ่ายผลตอบแทนให้ตาม ปกติ และใช้โปรโมชั่นการโทรจนสิ้นสุดรอบของแต่ละ หมายเลข เนื่องจากการยกเลิกสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้น สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา


ก่อนการเลิกสัญญาเรามีสินค้าแพ็กเกจการโทรศัพท์ ที่ขายในระบบ คือ ซิมทรูมูฟ ซัคเซสซิม ราคาเริ่มตั้งแต่ 500 บาท 700 บาท 1,000 บาท และ 3,000 บาท ซึ่งการเริ่มต้น ทำธุรกิจมีสมาชิกสนใจไม่น้อย แต่เรามาเจอสถานการณ์ น้ำท่วมเลยสะดุดไปบ้าง แต่ตั้งแต่ต้นปีเราได้จัดสัมมนาทาง ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีผู้ที่ประสบความสำเร็จมีด้านรายได้ จำนวนมาก มีผู้ประสบความสำเร็จในเกียรติตำแหน่งต่างๆ ถึง 200 กว่ารหัส นอกจากนั้นเรายังจัดทริปท่องเที่ยว ต่างประเทศแล้วถึง 2 ทริป คือ เกาะมัลดีฟส์ มีผู้ที่ได้ไปร่วม ทริปนี้ 15 คน ส่วนทริปที่ 2 ที่ประสบความสำเร็จเป็น อย่างมาก เราได้พาสมาชิกบินลัดฟ้าไปสัมมนาที่เกาะฮ่องกง ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวน 100 คน จนกลายเป็น กระแสการยอมรับของนักธุรกิจเครือข่าย และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมธุรกิจเรียลเน็ตเวิร์คเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกเดือน


ในส่วนของแผนการจ่ายผลตอบแทนปัจจุบันบริษัท ใช้แผนแบบไบนารี่ โดยสมาชิกสามารถรับรายได้หลัก 2 ส่วน คือ 1.การสปอนเซอร์นักธุรกิจใหม่ 5 ชั้นลึก ตั้งแต่ชั้น ลูก หลาน เหลน โหลน และลื้อ และ 2.ค่าบริหารองค์กรสำหรับ คะแนน RV (Real Value) ข้างอ่อน รวมถึงโปรโมชั่น ที่จ่าย ให้กับสมาชิกถึง 25% ซึ่งแผนมาตรฐานจ่าย 10% โดยจ่าย สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท นอกจากนี้นักธุรกิจเรียลเน็ตเวิร์ค ยังมีรายได้จากส่วนลดการจำหน่ายสินค้า การสะสมคะแนน Point Plus และรายได้จากเกียรติตำแหน่ง ปัจจุบันที่บริษัท มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 60,000 คน


อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีนี้บริษัทยังมีอีก 1 ทริป การสัมมนาที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ทำคะแนน คุณสมบัติผ่านแล้วและรอการพิจารณาเข้าร่วมทริปถึง 150 คน ซึ่งการจัดทริปดังกล่าวถือเป็นการการันตีความสำเร็จของ สมาชิก และความเชื่อมั่นของบริษัทว่ายังคงเดินหน้ากับ แผนธุรกิจต่อไป แม้ว่าจะเกิดปัญหาในช่วงเวลานี้ และคาดว่า ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด


อนึ่ง กรณีดังกล่าว ที่เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงมี รายงานผ่านสื่อบางฉบับว่า บริษัทในกลุ่มทรู เป็นเจ้าของ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจขายตรง โดยมี บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนิน ธุรกิจดังกล่าวนั้น ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งจดหมายชี้แจง ผ่านสื่อมวลชน โดยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจาก บริษัท เรียลเน็ตเวิร์คฯ เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ เป็นตัวแทนจำหน่ายซิมมือถือของทรูมูฟ โดยได้รับการแต่ง ตั้งจากบริษัท ทรู ดิสทริบิวชั่นส์ แอนด์ เซลส์ จำกัด ซึ่ง เป็นการทำธุรกิจร่วมกันเช่นที่ทรูมูฟได้ดำเนินการกับ ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรคู่ค้าอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งการ ทำตลาดของตัวแทนจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับตัวแทนจำหน่าย แต่ละราย ทรูมูฟ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของ ตัวแทนจำหน่ายแต่อย่างใด โดย บริษัท เรียลเน็ตเวิร์คฯ ขอยืนยันว่า มิได้เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น และมิได้เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมทั้งมิได้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับผู้บริหารในเครือแต่อย่างใด


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555