ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"รมิตา" เกาะกระแส AEC เล็งหาช่องปักธง "พม่า-มาเลย์"







602267_495978117175853_1930029660_n (Mobile)

 


"รมิตา" อวดความพร้อมลุยปักธงประเทศอาเซียน ชี้ขยายไปแล้ว 2 ประเทศ คือ ลาว และกัมพูชา พร้อมเผยเตรียมเดินหน้าเจาะตลาดพม่า มั่นใจเมืองหม่องทำเลทองของคนขายตรง วางระบบรหัสเดียวสร้างเครือข่ายได้ทั่วโลก ฟุ้งตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี 56 ฝันโกย 500 ล้านบาท


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธาน บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านธุรกิจเครือข่ายเอาไว้ โดยในเบื้องต้นได้มีการศึกษาตลาดและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดเอาไว้ทุกด้าน โดยอีกไม่นานการเปิดตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเริ่มขึ้นในปี 2558


ก่อนหน้านี้บริษัทได้ออกไปเจาะตลาด 2 ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก อาทิ สปป.ลาว มีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมีรายได้กันเป็นจำนวนมาก ส่งให้ยอด ขายในประเทศดังกล่าวเติบโตแบบก้าวกระโดด และตอนนี้ได้ขยาย เข้าไปเปิดสาขาที่ลาว และเวียดนาม โดยประเทศไทยบริษัทได้เปิด ไปแล้ว 20 สาขา รองลงมา ลาว 11 สาขา และเวียดนาม 2 สาขา ส่วนที่พม่าและมาเลเซีย กำลังมีการเจรจาเพื่อจะเปิดสาขาให้ได้ ต่อไป


ใจกล้า กล่าวต่อว่า การทำตลาดต่างประเทศในแถบอาเซียน พบว่า ประเทศ พม่ามีโอกาสในการเติบโตมากที่สุด นั่นเพราะมีเหตุและปัจจัยเอื้ออำนวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของคนพม่าที่อยาก เปิดโลกทัศน์ของตนเองให้ทันยุคสมัย พร้อมทั้งวิธีการต่างๆ ที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไป ทำธุรกิจในประเทศ ช่วยกันกระตุ้นให้มีการ บริโภคตลอดทั้งปีต่อเนื่อง


"พม่า คือทำเลทองของคนขายตรงเลยก็ว่าได้ อย่าง รมิตา เองได้เตรียมความ พร้อมต่างๆ แล้ว ก็รุกที่พม่าเป็นเป้าหมายหลักในปีนี้ โดยบริษัทมีลูกค้าที่มาจากอิน-เตอร์เน็ตเป็นหลัก แน่นอนว่ามีผู้นำเข้าไปทำ ตลาดและทั้งนี้บริษัทต้องทำทุกอย่างตามกฎระเบียบของประเทศที่กำหนดไว้"


บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดสาขา ในภูมิภาคอาเซียนให้สำเร็จออกไปในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความพร้อมอย่างยิ่งในด้านของเงินทุนที่ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ ประเทศต่างมีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสของบริษัทไทยที่จะเข้า ไปตลาดอาเซียนมากขึ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้เข้าไปดูงานที่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่นั่นมีผู้คนที่อยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เยอะมาก ได้เข้าทำธุรกิจกับ บ.รมิตา อาจเป็นเพราะบริษัทเริ่มมีสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกอย่างได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ทุกประเทศในแถบอาเซียน จะต้องทำยอดให้ได้ถึง 500 ล้านบาท โดยสมาชิกในปัจจุบันมี 2 แสนรหัส และได้ใช้แผนการตลาดแบบ one world one code เพื่อให้ทุกท่านสามารถทำธุรกิจให้สามารถประสบ ความสำเร็จอย่างเท่าเทียมกัน


ขณะเดียวกันบริษัทยังสนับสนุนให้มีการจัดประชุมให้กับผู้นำตามพื้นที่ต่างๆ โดย บริษัทมีการให้ยืมสินค้าออกไปก่อน เพื่อให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น พิเศษให้กับผู้นำ นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัว สินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วย กระตุ้นยอดขาย ซึ่งในปีนี้บริษัทได้มีการเปิด ตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายรายการ เช่น กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นอาหารเสริม พืชชนิดน้ำสูตรนาโน, น้ำหอมสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงและอีกกลุ่มเป็นกลุ่มอาหารเสริม ที่เป็นไบโอเทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับธุรกิจขายตรงในประเทศไทยสำหรับ ปีนี้นั้น คงเป็นเรื่องของธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือ มันนี่เกมที่ปัจจุบันมักจะมีอะไรแปลกๆ ออก มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีผู้บริโภคบางคนยัง แยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือธุรกิจขายตรง หรือมันนี่เกม ดังนั้น อยากให้ภาครัฐเข้ามา ดูแล และเร่งปราบปรามบริษัทหลอกลวงเหล่านี้ให้หมดไป เพราะหากปล่อยนานเกิน ไปอาจจะส่งผลกระทบกับภาพรวมธุรกิจขายตรงได้








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข่าวบีฮิบ (Bhip): เเถลงข่าวดำเนินคดีกับผู้มุ่งโจมตีบริษัทฯ









นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมสำนักทนายความกัลญาณมิตรกรุ๊ป จัดแถลงข่าวข้อเท็จจริงและการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีมีการเผยแพร่เนื้อหา ข้อความ บนสื่อออนไลน์, Social Network ต่างๆ ว่าประกอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ที่ผ่านมาบริษัทฯ มิได้เอาผิดต่อผู้กระทำการกล่าวพาดพิงบริษัทฯ และผู้บริหาร เนื่องจากข้อมูลที่มีการนำเสนอมานั้นไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด และเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งรายการคมชัดลึก และ Thai PBS ไปแล้วนั้น กลับยิ่งเป็นประเด็นให้บุคคลบางกลุ่มมุ่งโจมตีบริษัทฯ ไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษของกฎหมาย การแถลงข่าวในวันนี้ เพื่อต้องการให้บุคคลดังกล่าวหยุดการกระทำความผิด ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคุณ Terry Lacore ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ในการดำเนินคดีกับผู้มุ่งโจมตีบริษัทฯ อย่างถึงที่สุด ในข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้ได้รับความเสียหาย ทำให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ในวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา 11.00 น. ณ อิมแพคเมืองทองธานี




Credit By :facebook.com/Active.bHIP