ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIR WORLDWIDE แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIR WORLDWIDE แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ (MIR WORLDWIDE) : ไขรหัสลับความสำเร็จผู้นำเงินล้าน ณัฐดนัย ปุณณนันท์ ค่าย เอ็มไออาร์







Capture (Mobile)


ก้าวเดินของคำว่า สำเร็จ มักอยู่ที่จิตใจของแต่ละคน หากใคร นิ่ง มีความมุ่งมั่นเชื่อว่าคำว่าสำเร็จ คงไม่ไกลเกินไขว่คว้าอย่าง แน่นอน...วันนี้ต้องบอกว่า มีหลาย ๆ คนที่อยากจะมีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าวันวาน ที่สำคัญ ต้องการให้คนต่างยกย่องตัวเองแทบ ทั้งนั้น แต่จะมีธุรกิจอะไรเล่าที่จะมาช่วยเติมเต็มความฝันของธุรกิจได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่สามารถประสบความสำเร็จได้จริง...เชื่อว่า ยุคนี้ สมัยนี้ ธุรกิจขายตรง คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการ ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อไหมล่ะว่า ธุรกิจขายตรง หากใครที่อยู่ในธุรกิจนี้ คงพอที่ จะทราบกันดีว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีมนต์ขลังจริง ๆ เพราะเมื่อใคร ที่เดินเข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต่างลุ่มหลงในธุรกิจนี้ จนเรียกว่าถอนตัวไม่ ขึ้นกันเลยทีเดียว...เฉกเช่นเดียวกับนักขายเงินล้านค่าย เอ็มไออาร์ นามว่า ณัฐดนัย ปุณณนันท์ ที่กว่าจะก้าวเดินสู่ความสำเร็จใน เครือข่ายได้ ต้องผ่านอุปสรรคและความยากลำบากของการทำธุรกิจ มาอย่างโชกโชนเช่นกัน!!


ทั้งนี้ หากมองย้อนอดีตชีวิต... ณัฐดนัย ที่ผ่านมา เขาผู้นี้จบ การศึกษาด้านสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาผู้นี้ได้ ผ่านการทำงานกับทางเอ็นจีโอ องค์กรพัฒนาเพื่อสังคมด้านเด็กและ เยาวชน ที่ถือเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ แต่แล้ว ชีวิตก็ถึงจุดหักเหให้กลับกลายมาเป็นผู้บริหารธนาคารต่างประเทศ อาทิ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ดีบีเอส และบริษัทระบบขนส่ง มวลชนกรุงเทพ (รถไฟฟ้าบีทีเอส)...


แต่โดยส่วนตัว ณัฐดนัย อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมาโดย ตลอด... เพียงแต่ ธุรกิจเครือข่าย ไม่มีอยู่ใน หัวคิดของคนทัน สมัย อย่างชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่มีคนชวนทำธุรกิจหลาก หลายค่ายก็ตามที เขาผู้นี้เล่าถึงเส้นทางชีวิตกว่าที่จะมาพบธุรกิจเครือข่ายว่า ครั้ง แรกที่ทำธุรกิจเป็นการร่วมลงทุนทำร้านอาหารเล็ก ๆ กับเพื่อน และซื้อ แฟรนไซส์บางแห่งมาทำ แต่มองไม่เห็นความสำเร็จ....สำหรับการก้าว เข้ามาทำ ธุรกิจเอ็มไออาร์ ของผู้ชายที่ชื่อ ณัฐดนัย นั้น เป็นเพราะ ได้ไปงานแสดงสินค้าสุขภาพที่เมืองทองธานี และประทับใจ จากการได้ สัมผัสในตัวสินค้าของค่ายนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งมาก หลังจากที่ได้ลองซื้อมาใช้ เพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างมาก ที่สำคัญ ราคาถูกด้วย! ...


ธุรกิจเอ็มไออาร์ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจแนวใหม่ที่เรียกว่า มี ความแตกต่างจากธุรกิจขายตรงทั่วไป ที่เป็นทั้งเครือข่ายร้านค้า และ เครือข่ายผู้บริโภค พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถ ขยายสาขาได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่ ค่อนข้างเข้าใจผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองจริง ๆ... แต่ด้วยความบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ที่ได้นำพา ณัฐดนัย เข้ามา สู่อ้อมอก ใน ธุรกิจเครือข่าย ของ เอ็มไออาร์ ได้โดยไม่รู้ ตัว ซึ่งธุรกิจนี้ สามารถเปลี่ยนความคิดจากคนที่ไม่เคยสนใจในธุรกิจ ขายตรงนี้เลย ให้ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่หมด จนต้องลองเข้ามาศึกษา เรียนรู้หลักการต่าง ๆ และจากการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมของเขาผู้นี้ พร้อมด้วยกับการนำผลิตภัณฑ์ ไปใช้กับครอบครัว นานถึง 6 เดือน จนทำให้เขาผู้นี้ เกิดแรงศรัทธาในธุรกิจนี้อย่างมาก ว่าจะสามารถ สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตของตนเองได้อย่าง แน่นอน!!


ณัฐดนัย เล่าต่ออีกว่า หลังจากที่ตนเองนั้น ได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมกับได้ร่วมพูดคุย กับ เภสัชกร ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน กรรมการบริหารของค่ายนี้ ก็พบว่า ผลิตภัณฑ์ของที่ นี้เป็นแบรนด์ของคนไทยจริง ๆ ที่สำคัญ ยังมี มาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยผลิตและส่งออกไป ยังต่างประเทศกว่า 60 ประเทศด้วยกัน พร้อมกับยัง มีการการันตีถึงคุณภาพและความไว้วางใจมากกว่า 27 ปี โดยมีสินค้ากว่า 1,500 รายการในการทำตลาดอีกด้วย ต้องบอกว่าสินค้าแต่ล่ะแบรนด์ขอที่นี้เกิดขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญ ที่แท้จริง ที่พยายามมุ่งมั่นและสร้างสินค้าที่มากด้วยคุณภาพที่สำคัญ ยังเชื่ออีกว่า ที่นี้มีโอกาสในการเติบโตอย่างมากทีเดียว ขณะเดียวกัน ยังสามารถร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมือนกับ ธุรกิจ เครือข่าย ค่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ได้ และจากความพร้อมที่สมบูรณ์แบบของค่ายนี้เอง รวมถึงการคิด ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนของ ณัฐดนัย ทำให้เขาผู้นี้ จึงไม่รีรอ ที่จะเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในธุรกิจ เอ็มไออาร์ ที่เขาผู้นี้มองว่า เป็นธุรกิจแห่งอนาคตนั่นเอง เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจยํ่าแย่สักแค่ไหน ก็ สามารถยืนหยัดได้ ซึ่งลงทุนเพียง 250 บาท ก็สามารถเป็นหุ้นส่วนใน การซื้อสินค้าราคาพิเศษตลอดชีพ และยังสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจกึ่ง แฟรนไซส์ ด้วยการลงทุนเริ่มต้นเพียง 32,000 บาท เท่านั้นเอง...!


...และหลังจากที่ ณัฐดนัย ได้ก้าวเท้าเข้ามายังธุรกิจ เอ็มไออาร์ ซึ่งเป็น ธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อ!...จากคนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า จะต้องมาเดินบนเส้นทางเครือ ข่าย แต่วันนี้เขาสามารถ สลัดคราบผู้จัดการแบงก์ เพื่อมาเริ่มจัดการ ธุรกิจ เอ็มไออาร์ ของตนเอง ...ซึ่งนี่ถือได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หรืออาจะเรียกว่า เป็น ครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตผู้ชายที่ชื่อ ณัฐดนัย เลยก็ว่าได้แม้ว่าช่วง แรกเขาบอกว่าจะทำงานไม่ค่อยเป็นเท่าใดนัก แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่า ตนเองทำได้จึงทำให้ความสำเร็จของเขาผู้นี้เริ่มเติบโตขึ้นเป็นตามลำดับ จนกลายเป็นผู้นำเบอร์หนึ่ง แห่งค่าย เอ็มไออาร์ จนถึงวันนี้!! ...ณัฐดนัย มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นธุรกิจแห่ง อนาคต เขาจึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อที่จะขยายงาน อย่างไม่สะดุด ซึ่งกระบวนการฝึกอบรมจะเป็นลักษณะมุ่งเน้นที่จะให้ ขอ้ มูล ธุรกิจเอ็มไออาร์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ, ผลิตภัณฑ์ และการบริหารงาน... ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง แต่เกิดขึ้น สำหรับทุกคนที่มีความตั้งใจ ที่จะทำในสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจ ซึ่งธุรกิจ เอ็มไออาร์ มีหลายหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่ผมจะให้ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้นักธุรกิจก้าว ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง


...จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เรียกได้ว่าความสำเร็จของ ณัฐดนัย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จาก การมีรายได้จากที่นี้มากกว่า 5 เท่า ของการเป็นผู้จัดการแบงก์แค่เพียงระยะเวลาประมาณ 2 ปี เท่านั้น... ซึ่งเขาบอกว่า เขาไม่ใช่ว่าเป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่ว่า ธุรกิจเอ็มไอ อาร์ นั้น เติบโตขึ้นได้ด้วยคุณภาพของสินค้าราคาเข้าถึงทุกกลุ่มทั่วไทย โดยจะไม่มีการมานั่งเขียนแผน แต่จะเป็นการแนะนำธุรกิจรูปแบบของ การให้แนวคิด ปลูกฝังในเรื่องธุรกิจแฟรนไซส์กระจายไปสูภู่มิภาคต่าง ๆ ...แน่นอนที่สุด การทำ ธุรกิจเครือข่าย ย่อมมีอุปสรรค เพราะ ในขณะที่ ณัฐดนัย ได้ทำเอ็มไออาร์ นั้น ลูกสาว 3 คนก็ไม่ยอมรับ ยิ่ง คนโตยิ่งแสดงออกอย่างชัดเจน แต่แล้ววันนี้ลูกสาวทั้ง 3 คน ต่างก็ ให้การยอมรับกับธุรกิจนี้ การทำธุรกิจของผมเองนั้น ผมจะเอาอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าเพื่อ มาเป็นแรงผลักดันใหก้าวไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้าแต่ก็จะคิด บวกเพื่อต่อสู่กับปัญหานั้น ๆ จนสามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จใน ตำแหน่งสูงสุดของ เอ็มไออาร์ จุดนี่เอง ที่ทำให้ลูกสาวคนโตที่ไม่ ยอมรับและเปิดใจในธุรกิจเอ็มไออาร์ ก็เกิดการยอมรับในธุรกิจนี้ นั่นเอง


... ณัฐดนัย มีความสุขกับการได้ก้าวเข้ามายัง ธุรกิจเอ็มไอ อาร์ ที่ได้ช่วยเหลือทีมงานกว่าหลายหมื่นคน และยังมีศูนย์ขยายงาน กว่า 500 ศูนย์ธุรกิจ ซึ่งเป็นของทีมงาน... จุดนี้เอง! ที่ทำให้ ณัฐดนัย มีตัวเลขรายได้ ทวีคูณความรุนแรง ขึ้นถึง 7 หลัก และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังได้ส่งลูก เรียนต่อต่างประเทศ พร้อมกับยังได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีก หนึ่งกำไรของชีวิตเลยก็ว่าได้ วันนี้ถือว่าชีวิตของผมมีความสุขมาก จากการทำธุรกิจ เอ็มไอ อาร์เพราะได้ช่วยเหลือคนที่ยังขาดแคลนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ ดีขึ้น ได้สอนให้รู้จักวิธีการทำงานต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือคน อื่น ๆ ต่อไป และเราก็มีหน้าที่จัดประชุมให้กับทีมงาน และช่วยบรรยาย ข้อมูลต่าง ๆ เพราะเรียกได้ว่า ที่นี่เป็นธุรกิจของการพัฒนาคนให้ก้าว ขึ้นมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


... ธุรกิจเครือข่าย เปรียบเหมือน ถุงเงิน ถุงทอง ของผู้ที่ทุ่มเทลงทุนลงแรง และลงมือทำอย่างสุดกำลัง เพราะนี่คือธุรกิจของ อนาคตของคนที่มองเห็นโอกาส และพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่าง มั่นคง... ณัฐดนัย ยังได้แนะถึงการเป็นผู้นำที่ดีด้วยว่าจะต้องมี จิตใจดั่งหินผา ต้องไม่ไหวเอนต่อแรงลม สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ธุรกิจจะขับเคลื่อน ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองเป็นเสาหลักของครอบครัว สืบไป... วันนี้ต้องบอกว่า ความจำเป็นของการใช้สินค้า และความ ต้องการของผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ ในช่วงที่ เศรษฐกิจตกตํ่าหลายธุรกิจเจอผลกระทบ และธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มียอดซื้อ แต่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับชีวิตประจำ วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากตอบสนองความต้องการในเรื่องของสุขภาพ ด้วยแล้ว มักจะได้รับผลกระทบน้อย และ เอ็มไออาร์ ก็ถือเป็นธุรกิจแบรนด์หนึ่ง ที่ไม่หวั่นกับความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะสินค้าของ ที่นี้ คุณภาพดี ราคาถูก ประหยัด ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ ตลอดเวลา ขยายธุรกิจได้ทุกที่ โดยสามารถทำร่วมได้กับทุกธุรกิจ โดยที่ ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนอีกด้วย สำหรับความสำเร็จของการทำธุรกิจขายตรงนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ เลย คือ การเอาความจริงใจเข้าไปนำเสนอกับคนอื่น เพื่อที่เขาจะได้เข้า มาร่วมธุรกิจกับเรา และต้องทุ่มเท และจริงจัง อย่ากลัวเหนื่อย คุณอาจ จะเหนื่อยชั่วคราวแต่สบายไปตลอดชาติ นี่คือสัจธรรมของการทำ ธุรกิจขายตรง


...นับได้ว่า ธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่สร้างคนให้ประสบความ สำเร็จออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดจากเมื่อครั้งอดีตที่แต่ละคนกว่าที่จะ ประสบความสำเร็จได้ต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร...วันนี้ ต้อง ยอมรับอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจขายตรง สามารถช่วยสร้างให้คนรํ่ารวย สร้างให้คนมีชื่อเสียง สร้างให้คนอยู่ดีกินดีได้จริง หากคุณคิดที่จะเดิน ตามความฝัน ขอเพียงอย่าหยุดนิ่ง เพียงเท่านี้ เชื่อว่าทุกคนสามารถไต่ ระดับความสำเร็จได้ไม่ช้าก็เร็ว เช่นเดียวกับนักขายเงินล้านท่านนี้ ณัฐดนัย ปุณณนันท์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์-MIR Worldwide








 


 


 


 


 


 


 


 


ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Grand Opening MIR Worldwide ที่ได้จัดขึ้น ณ. สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี ภายใต้การบริหารงานของ "เภสัชกร ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี" ประธานบริษัท เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ จำกัด เเม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่เเกะกล่องเเต่ก็เเลเห็นถึงความพรั่งพร้อมทางธุรกิจอย่างเต็มสตรีมเเละระหว่างที่ได้นั่งชมพิธีเปิดงานได้สักระยะ สังเกตได้ว่าจำนวนเก้าอี้ที่ใช้รองรับผู้นำสมาชิกเข้าร่วมงานว่างเปล่าอยู่หลายเเถวเพราะก่อนหน้านี้รู้มาว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานถึง 500 คนเเต่สุดท้ายก็ถึงบางอ้อเพราะทราบมาว่ารถบัสที่ขนพลังทัพคนรักเอ็มไออาร์ นั้นเกิดเสียระหว่างทางต้องใช้เวลาซ่อมอยู่พักใหญ่ ทำให้เเอบคิดอยู่ในใจว่าสมาชิกผู้นำที่เหลือคงจะหมดอารมณ์ขนทัพกลับกันไปเป็นเเน่เเท้ เเต่ที่ไหนได้นั่งสักพักใหญ่ก่อนงานจะปิดฉากลง ก็เริ่มเห็นสมาชิกทยอยเดินเข้ามาจนเต็มห้อง นี่เเหละพลังที่เป็นหนึ่งเดียวของ เอ็มไออาร์ ขอชื่นชมด้วยใจจริง!



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประกาศคุณภาพ! ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน MIR รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นแห่งปีจากมือนายก








 


ประธานกรรมการบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ (MIR Worldwide) ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2555 ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 30 ราย
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในรายงานตอนหนึ่งว่า พิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมเป็นพิธีอันทรงเกียรติ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเพื่อส่งเสริม สนับสนุนเป็นกำลังใจ และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความคิดริเริ่ม มีความวิริยะ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความพยายาม และริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


รางวัลอุตสาหกรรม ถือเป็นยุทธศาสตร์ประการหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้ในทุกระดับ ซึ่งสอดรับตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีคุณภาพ มีความยั่งยืน มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการผลิตสินค้าและบริการ นวัตกรรม และความคิดสร่งสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน รวมถึงการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)


ในปี้นี้ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท การ์กัวร์ แล็ป จำกัดและ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIRได้รับเลือกให้เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม นับว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัฒน์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ลดความสำคัญของแนวคิดของการประหยัดต่อขนาดในทุกกิจกรรมลงและให้ความสำคัญต่อการสร้างกิจการขนาดย่อมแทน ธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่ (99.5%) เป็นกิจการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม จึงมีความสำคัญที่มีผลต่อการกระจายรายได้การสร้างแรงงานและการใช้ทรัพยากรในประเทศ


ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ได้ผลิตสินค้ายี่ห้อระดับโลกต่างๆ และได้เริ่มส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่ปี 2532 โดยเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก จากนั้นจึงขยายไปยังประเทศ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อาเซียน ประชาคมยุโรปและทั่วโลกในที่สุด ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 25 ของยอดขายรวม และรายได้จากในประเทศร้อยละ 75


อีกทั้งบริษัท มีระบบการบริหารงานและดำเนินการผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานสากลควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิตที่ได้รับการรับรองระดับโลกในธุรกิจผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูและอนามัยบุคคล ในด้านระบบบริหารคุณภาพ ด้านความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและต่อพนักงาน
นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และยั้งยืนเรายังมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร โดยมุ้งเน้นการพัฒนา 4 P คือ Performance, process, product, People ไปพร้อมๆ กันกับการทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพและจัดกระบวนการทั่วทั้งหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการประเมินศักยภาพขององค์กร เพื่อวางแผนด้านกลยุทธ์ (Strategic Management) และนำไปปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกขององค์กรได้ทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งบูรณาการองค์รวมของธุรกิจในเเนวดิ่งอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนสินค้าได้ทุกขั้นตอน โดยบริษัทได้ดำเนินการผลิตวัตถุดิบสำคัญบางตัว ออกแบและผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงการทำแม่พิมพ์ การทำภาชนะบรรจุพลาสติก การทำโรงพิมพ์ การออกแบบค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา ตลอดจนถึงการสร้าง Brand ของตนเอง (MIR, IR Beautina, Skinmate, Hygikare,Livitanutrics) และดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าด้วยตนเองสำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก


[gallery]

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MIRขายตรงสินค้านับ1,000!21ธันวา!จุดระเบิดไฮบริดรุก600ล.คน









MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ห้างดังยุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมัน รำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้ผมผลิตสินค้าต่างๆ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกามานาน ก็เลยหันกลับมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าว และว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดทั้งค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศไทยในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริดนั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภคครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด แห่งนี้เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 30,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถ


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็น น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บริติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555