เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ข่าวเอปูเซ่ (Epousee) : ...ฝันไกล ยกระดับนักขาย - สู่เวทีนักลงทุน
การยิงคำถามที่ตรงประเด็น สำหรับการย้ายค่ายของผู้นำระดับแถวหน้า เอปูเซ่ ว่า ได้รับผลกระทบต่อบริษัทหรือไม่.. เพราะถูกกล่าวขานกันอย่างหนักในวงการขายตรง ณ ห้วงเวลาที่ผ่านมานี้
บอสใหญ่ มนตรี ฉิมมณีภัทร ในฐานะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอบคำถามผ่านรายการ ตลาดวิเคราะห์ อย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่า
เรื่องการย้ายค่ายของผู้นำถ้าบอกไม่มีผลคงเป็นไปไม่ได้มันมีผลต่อจิตวิทยาผมเข้าใจว่าผู้นำท่านหนึ่งคงต้องการอยากไปหาประสบการณ์ใหม่และต้องการไปหาสินค้าใหม่ๆเป็นการพูดคุยกันเป็นการจากกันด้วยดีเป็นการอวยพรกันก็ต้องเดินหน้ากันต่อไปต้องบอกว่าโครงสร้างของบริษัทคงไม่ได้ติดยึดอยู่กับผู้นำท่านใดท่านหนึ่งนโยบายบริหารผมถือว่าการเดินเข้าเดินออกเป็นเรื่องปกติตอนที่ท่านเดินมาก็มาจากที่อื่นแล้วก็มาอยู่กับเราเพราะฉะนั้นผมถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
เพราะขณะนี้เรามีสมาชิกเกือบ ๆ แสนคนแล้ว ส่วนสมาชิกที่แอ็คทีฟ (Active) มีประมาณ 12,000 คน ตัวเลขนี้ดูจากความสัมพันธ์ที่เขามีต่อบริษัท เช่น ยังมีการซื้อ - การขาย และยังมีการเข้ามารักษาคุณสมบัติ
ส่วนระดับแกนนำจริง ๆ วันนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก แกนนำทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เป็นตัวแทนธุรกิจกลุ่มเรา ก็จับมานั่งรวมกัน เพื่อเข้ามาช่วยงานทางด้านบริหาร ซึ่งขายตรงบางทีถ้าปล่อยให้กระจัดกระจาย มันก็จับจุดยาก ผมจึงวางนโยบายใหม่ด้วยการดึงเข้ามาเป็น ผู้นำกลุ่มธุรกิจ
เพราะเราอยากให้ทุกคนคิดว่า นี่คือบริษัทของท่านบริษัทหนึ่ง เมื่อมีการเรียกแกนนำมาประชุมแทนที่ว่า จะเรียกมาทั้งหมดมันก็เสียเวลา ก็สมมติให้แต่ละท่านแตกเป็นบริษัทลูกของ เอปูเซ่ แล้วตัวท่านก็คือ กรรมการผู้จัดการของบริษัท แล้วก็ต้องมีผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ ด้วยระบบเราปรับวางให้เป็นนักธุรกิจเต็มรูปแบบ เรื่องสุดท้ายก็จะสอนในเรื่องของกำไร - ขาดทุน แล้วก็ได้ประโยชน์ที่ดีพอสมควร ซึ่งถือว่า เป็นระบบที่เราขับเคลื่อนง่ายกว่า 4 ปีที่ผ่านมา เพราะการบริหารในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนมดแตกรัง แต่ตอนนี้เราควบคุมเป็นระบบแล้ว โดยมีทีมใหญ่ประมาณ 20 ท่าน คือผู้นำธุรกิจ เอปูเซ่
นโยบายที่ถูกกำหนดเป็นแผนการตลาดเชิงรุกกับกลุ่มผู้นำ 20 องค์กรธุรกิจ เริ่มต้นจากให้นักธุรกิจทุกกลุ่ม ทุกธุรกิจ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการทำธุรกิจกับบริษัท ซึ่งบริษัทจะกันเงินหรือที่เรียกว่าส่วนแบ่งการตลาดออกไป เพื่อมาแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น สินค้าของบริษัทหากทำยอดขาย - ทำกำไรได้เท่าไหร่ ถ้าบริษัทได้กำไร 100 บาท ก็จะมอบให้กลุ่มผู้นำ 15 บาท ถือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ
เพราะวันนี้ถ้าเราเอากำไรมากองไว้ที่บริษัททั้งหมด แล้วปล่อยให้ผู้นำ - สมาชิกทำงานกันอย่างอดอยากปากแห้ง มันก็ไม่ใช่ ซึ่งจะต้องทำธุรกิจแบบวิน ๆ ทั้งคู่ คือทุกคนต้องได้ประโยชน์ได้เปอร์เซ็นต์จากตัวสินค้าเหมือน ๆ กัน นี่คือการกระตุ้นยอดที่ให้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องมานั่งตีค่าเฉลี่ยให้มันเสียเวลา
ดังนั้น เงินก้อนหนึ่งที่ได้มาจากส่วนกำไร ก็จะแบ่งให้ผู้นำส่วนบนหรือผู้นำระดับองค์กร โดยนำเงินส่วนที่ได้มาหารเฉลี่ยกัน กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มธุรกิจข้างล่างก็แบ่งให้เป็นรายคน ต่างจากข้างบนที่ให้หารในอัตราเฉลี่ยกัน ก็เท่ากับเป็นการแบ่งผลกำไรให้ 2 ระดับชั้น ทั้งบน - ล่าง (2 Level) นี่คือยุทธศาสตร์ใหม่ที่ดูแล้วลงตัว
เดินเครื่องสอดรับนโยบาย
เพิ่มสินค้าปันกำไรผู้นำ-สมาชิก
เมื่อยุทธศาสตร์ใหม่เริ่มเดินเครื่อง จากการปันผลกำไรให้กับกลุ่มผู้นำ - สมาชิกสามารถปันผลกำไรได้ทั้ง 2 ระดับชั้นบน - ล่าง (2 Level) บอสใหญ่ เอปูเซ่ จึงเร่งเครื่องส่งตัวสินค้าใหม่ป้อนตลาดทันที โดยวางนโยบายให้กลุ่มผู้นำระดับองค์กรธุรกิจสามารถแบ่งปันกำไรจากสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดได้ด้วย ล่าสุด เอปูเซ่ จึงได้เปิดตัวสินค้าใหม่ตระกูล คาวาริจากเดิมเป็นคาวาริชนิดน้ำ ก็พัฒนาเป็นคาวาริชนิดเม็ด ภายใต้แบรนด์ คาวาริ Gold เพื่อต้องการพกพาสะดวก ลดต้นทุนการขนส่ง และทานง่าย มีคุณสมบัติบำรุงสุขภาพ มุ่งเน้นการทำลายเชื้อโรค ขณะเดียวกันก็เข้าไปฟื้นฟูเซลล์ในส่วนที่สึกหรอได้ดีอีกด้วย
ซึ่งโปรดักส์ตัวนี้ได้ออกวางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศ ส่วนผลที่ได้รับคือ เห็นผลเร็วกว่าชนิดน้ำ ภายหลังส่งสินค้าออกสู่ท้องตลาดได้เพียง 3 เดือน บริษัทมียอดขายประมาณ 20,000 กล่อง เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรายังมีรางวัลจูงใจอัดฉีด หรือที่เรียกว่า เบี้ยขยัน เป็นส่วนแบ่งการตลาดพิเศษให้กับกลุ่มผู้นำเพิ่มเข้ามากระตุ้นยอดขาย
เมื่อก่อนสินค้าที่นิยมในท้องตลาด จะเป็นสินค้าพลูคาวชนิดน้ำ มียอดขายอยู่ที่ 80% ของบริษัท ก็ยังถือว่าไม่ได้เป็นส่วนที่ดีอะไรมากมาย จากนั้นจึงได้นำโปรดักส์เข้ามาเสริม สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แชร์สัดส่วนอยู่ที่ 35-40% อยู่ระดับทรงตัว โดยสินค้ากลุ่มนี้ที่ออกมาสามารถเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
รวมไปถึง เอปูเซ่ ยังมีเครื่องสำอางคุณภาพระดับแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสุขภาพและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่สามารถสร้างยอดได้เกือบ 10 ล้านบาท/เดือน สินค้าอีกตัวหนึ่งที่เป็นตัวเอกที่เพิ่มเข้ามาเป็นตัวที่ 2 และทดลองในตลาดมาแล้ว 2 เดือน ยอดขายอยู่ที่ 35% ของบริษัท ซึ่งสินค้าตัวนี้เอาใจผู้ชายทุกวัย ภายใต้แบรนด์ Gold Number 9 ผลิต ภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงคุณผู้ชาย สินค้าตัวนี้ไม่ใช่ยาปลุกเซ็กส์ แต่ Gold Number 9 จะเข้าไปช่วยฟื้นฟู ซึ่งจะมีความแตกต่างจากอาหารเสริมบางประเภทที่พอทานเข้าไปมีปฏิกิริยาได้ทันที
Gold Number 9 จะมีผลจากการออกฤทธิ์ต่างกัน เพราะเมื่อทานเข้าไปแล้วจะไม่มีความรู้สึกหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่เป็นการเสริมสร้างชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะสามารถกระตุ้นความต้องการได้เพิ่มขึ้นภายใน 15 วันเห็นผล คาดว่าสินค้าน้องใหม่จะได้รับการตอบสนองอย่างดีจากสมาชิก เอปูเซ่ เช่นเดียวกัน
หากจะให้สรุปผลสินค้าทั้งหมดของ เอปูเซ่ ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 หมวดด้วยกันคือ กลุ่มสมุนไพร, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, กลุ่มที่ใช้ในชีวิตประจำวัน, และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ซึ่งการเปิดเกมรุกในตลาดรูปแบบนี้ ก็จะเป็นการทำนำร่อง ด้วยการสร้างฐานผู้บริโภคขึ้นมาเอง
ส่วนแผนการรุกคืบไปยังตลาดแมส (Mass มวลชน) มองว่า ถ้าหาก เอปูเซ่ ยังใช้วิธีการเดินแต้มตลาดแบบเดิม ๆ ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เหนื่อยและลำบาก ฉะนั้น การเข้าสู่ตลาดขายตรงได้อย่างรวดเร็วขึ้น จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ ด้วยการทุ่มงบประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกแขนง เพราะการสร้างแบรนด์ Royalty ให้เป็นที่รู้จัก จึงมีความสำคัญมาก ถ้าไปถึงจุดนั้นได้ ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จ
เริ่มสตาร์ทสู่เวทีอาเซียน
ปรับระบบโอนเงินสู่สากล
การเปิดเสรีทางการค้าในเวทีประชาคมอาเซียน เอปูเซ่ จะเดินแต้มต่อไปอย่างไรนั้น บอส มนตรี ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เอปูเซ่ ถือว่าโชคดีที่ได้ร่วมเป็นสมาชิกหนึ่งใน สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย เพราะทางด้านสมาคมฯ รวมถึงท่านอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เข้ามานั่งในตำแหน่งนายกสมาคมฯ ก็ได้ให้ความรู้และข้อเสนอแนะกับ เอปูเซ่ ถึงแนวทางในการบุกตลาดอาเซียน เป็นสิ่งปูทางให้เดินไปในสายธุรกิจเครือข่ายได้ง่ายขึ้น
ส่วนการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในตลาดอาเซียน ณ วันนี้ ต้องบอกว่ายังไม่มีการปรับตัวหรือขยายตัวมากนัก แต่ในอีก 2 3 ปีข้างหน้า การจะเข้าไปเจาะฐานนั้นกระทำได้ยากมากขึ้น เพราะมีนักธุรกิจจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เข้ามาทำธุรกิจบ้านเราเยอะ ฉะนั้น จะต้องมีการรักษาฐานให้ดี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เวที AEC อย่างแท้จริง
ตลาดอาเซียนของ เอปูเซ่ เราได้พูดคุยกับนักธุรกิจท่านหนึ่ง เพื่อจะนำสินค้าเข้าไปตีตลาดออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายที่นั่น ส่วนประเทศกัมพูชาก็มีนักธุรกิจยื่นความจำนงเป็นคู่ค้าอยู่ 3 ราย คาดว่าจะสามารถนำสินค้าเข้าไปตีตลาดได้เป็นที่แน่นอนแล้ว สำหรับลาวสินค้าขอผ่าน อย.แล้ว และวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้มีนักธุรกิจจาก จ.ระนอง ที่ส่งออกสินค้าอุปโภค - บริโภค ไปที่ประเทศพม่าก็จะเข้ามาดิวงานกับทาง เอปูเซ่ ด้วย
เนื่องจากผมเคยทำงานอยู่ cp แผนก outlet และเชื่อมั่นในระบบดิสตริบิวเตอร์ (Distributor ตัวแทนจำหน่าย) ถ้าตรงนี้เรานำมาผนวกกับขายตรงได้มันจะเป็นจุดแข็งซึ่งถ้าเรามีสินค้าแต่ไม่มีจุดกระจายสินค้ามันก็จบฉะนั้นหากใครสนใจสามารถติดต่อเป็น distributor กับทางเอปูเซ่ได้เพราะการเข้าตลาดอาเซียนถือว่ายังติดต่อสื่อสารกันยากแต่ถ้าปรับกันได้สื่อสารกันคนละครึ่งทางยกตัวอย่างหลายๆคนที่พูดภาษาเขมรได้เราก็ต้องไปหาคนกลุ่มนี้มาทำงานร่วมกันเพราะภาษาอังกฤษถึงแม้จะเป็นภาษากลางแต่ก็ใช้ไม่ได้ทุกประเทศก็ยังคงต้องใช้ภาษาท้องถิ่นสื่อสารกันอยู่ดี
ส่วนในเรื่องดิสตริบิวเตอร์ที่มาทำงานร่วมกับ เอปูเซ่ ปกติเราจะให้ประเทศละ 1 ราย และต้องตั้งทาร์เก็ต (Target เป้าหมาย) กับเรา ซึ่งถ้าคุณทำไม่ได้ก็เปลี่ยนเลย เพราะให้ประเทศละไม่กี่ราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราวางแผนป้องกันเรื่องการเล่นสงครามราคาด้วย ก็มีการป้องกันส่วนนี้ไว้ก่อน
ส่วนปัญหาเรื่องการขายตัดราคาในไทย จริง ๆ ต้องเรียนว่า มีทุกที่เกี่ยวกับเรื่องการขายตัดราคา เอปูเซ่ จึงได้วางพื้นฐานไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ด้วยการอบรมสมาชิกอย่าเล่นสงครามราคา ซึ่งบางครั้งหากเจอปัญหาตัวผมก็ออกไปจับด้วยตนเอง กรณีที่ซื้อไปแล้วปล่อยราคาขายต่ำไม่อั้น พูดง่าย ๆ หากเจอเราก็ดำเนินการ เพราะถือว่าเป็นการทำลายตลาดโดยรวม เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเรื่องเป็นราวมากมาย ก็เหมือนกับว่าทำลายฐานตลาดของตัวเองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการคุมที่แผนการตลาด คือถ้ามีใครซื้อสินค้าไปมาก น้อย เราสามารถเช็คที่มาได้ทั้งหมด
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมพร้อมกับการรับมืออาเซียน นั่นก็คือ เรื่องของระบบ IT ต้องบอกว่า เอปูเซ่ พัฒนาได้ล้ำสมัยไม่ธรรมดา เพราะได้พัฒนาไปเยอะมาก ซึ่งต่างประเทศสามารถลิงค์เข้ามาได้ไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างคนที่เยอรมันลิงค์เข้ามาในเว็บไซต์ ติดต่อจะเป็นตัวแทนขายสินค้าที่เยอรมัน ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันที เพราะมีระบบบาร์โค้ดลิงค์เชื่อมกันได้ หากมีการลิงค์เข้ามารหัสสมาชิกก็จะไม่หายแน่นอน เพราะจะขึ้นเป็นทะเบียนราษฎร์ โดยเฉพาะสมาชิกจากต่างประเทศสมัครด้วยการใช้พาสปอร์ต ก็มีสมัครเข้ามาเยอะมาก ฉะนั้น การันตีได้เลยว่าระบบ IT ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ส่วนการพัฒนาในระบบฝ่ายการเงิน ต้องบอกว่า เอปูเซ่ ถือได้ว่าทันสมัย เพราะมีการติดต่อประสานงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ อย่างเช่น การโอนเงินข้ามประเทศอย่างประเทศลาว อดีตมีนักธุรกิจอยู่ที่ฝั่งโน้นเจรจาติดต่อในเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน ก็ต้องประสบกับปัญหาบ้างเหมือนกัน เอปูเซ่ จึงแก้เกมโดยใช้บัตรสมาชิกเป็นบัตรเงินสด - บัตรเอทีเอ็มได้ในเวลาเดียวกัน สามารถพิมพ์โลโก้ของ เอปูเซ่ เข้าไปในบัตรแล้วก็คีย์หมายเลขสมาชิกได้
ส่วนขั้นตอนต่อไปก็จะมีการคุยกับสมาชิกใช้ในการบังคับ หรือ ใช้ในความสมัครใจ เพราะเวลาประสานงานกับแบงก์ต้องมีการอะลุ่มอล่วย ซึ่งก็จะมีการทำโปรโมชั่น เพื่อให้สมาชิกได้ซื้อสินค้าในราคาพิเศษด้วย โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศ ก็สามารถใช้บัตรสมาชิกเป็นบัตรเอทีเอ็มได้เลยสำหรับสมาชิกฝั่งลาว ตรงนี้เราพยายามยกระดับให้เป็นสากล
สรุปภาพโดยรวมของการเปิดตลาดอาเซียน เอปูเซ่ จะมีการรักษาฐาน การวางแผนที่รัดกุม เป็นหนทางหนึ่งให้ธุรกิจขายตรงเดินทอดยาวไปได้ ซึ่ง เอปูเซ่ ต้องมีการปรับหรือขยายตัว เพื่อการเตรียมขยายตลาดอาเซียน ภายในอีก 2-3 ปี อีกด้วย
ปรับทัพนักธุรกิจ เอปูเซ่
สู่บทบาทนักลงทุนอิงประกัน
นอกจากนี้ เอปูเซ่ ยังเป็นค่ายแรกที่ปรับให้นักธุรกิจขายตรง เอปูเซ่ กลายเป็นนักลงทุน ซึ่งระบบคล้าย ๆ ประกันที่เปลี่ยนจากนักขายให้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะปรับบทบาทนักธุรกิจ นักลงทุน จะเป็นทั้งสองอย่างในร่างเดียวกัน โดยจะเริ่มปรับกลยุทธ์ตรงจุดนี้เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เอปูเซ่ ได้เฝ้าติดตามรวบรวมข้อมูล จึงเล็งเห็นว่าระบบการสมัครสมาชิก หรือ การทำธุรกิจบางอย่างมันยังไม่ใช่แบบแผนที่ถูกต้องเสมอไป เพราะฉะนั้นจะมีการปรับและยกระดับให้นักธุรกิจหรือผู้นำ ให้รู้จักคิดแบบนักธุรกิจ เพราะนักธุรกิจจะมีความคิด การทำธุรกิจต้องอยู่ภายใต้ 2 เงื่อนไข นั่นคือ กำไร กับ ขาดทุน
เมื่อนักธุรกิจไม่มีใครอยากขาดทุน มีแต่อยากได้กำไร ฉะนั้น กำไรที่ เอปูเซ่ จะให้สมาชิกต้องเป็นกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งจะก้าวเดินไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องสร้างผู้นำก่อน เพราะการเปลี่ยนจากคำว่า นักธุรกิจ ให้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนในธุรกิจ ต้องรู้ว่าลูกค้าที่มาขอคำปรึกษามีความสามารถในการลงทุนเท่าไหร่ จึงต้องมีการปรับในส่วนของรายรับ - รายจ่ายของสมาชิกทุกคน
ซึ่งเดิมทีขายตรงมีรายได้มาจากโครงสร้างแผนธุรกิจ ส่วนบางคนไม่มีพื้นฐานของโครงสร้างมาก่อน ก็ต้องเล็งว่า คนที่เข้ามาใหม่ก็คือ นักธุรกิจขายตรง ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงแต่คนเก่า เพราะบางครั้งคนที่เข้ามาใหม่ก็มีองค์ประกอบพอและมีทุกอย่างครบถ้วน ก็กลายเป็นนักธุรกิจขายตรงได้ทันที เพราะฉะนั้นเราจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาตรงส่วนนี้ด้วย
เราจะแบ่งแยกเกรดหากท่านอยากเป็นแค่ผู้บริโภคท่านยังไม่พร้อมจะลงทุนท่านก็เริ่มต้นของท่านไปไม่ได้บังคับแต่ถ้าผู้ใดสนใจจะลงทุนก็ต้องทำให้ได้ไม่ใช่ไปเอาพ่อ แม่ญาติพี่น้องมาปิดรหัส 100,000 300,000 บาทแล้วเอาสินค้าไปกองอยู่บ้านมันผิดวิธีเราปรับวิธีการใหม่จะบอกคุณว่าหากคุณลงทุนตรงนี้จะได้กำไรแล้วกำไรมาจากอะไรสิ่งนี้คือสิ่งที่เรากำลังเริ่มวันนี้ผมคิดว่าขายตรงต้องเอาวิชาชีพของธุรกิจอื่นๆเข้ามาผนวกไม่ว่าจะเป็นประกันหรือว่าไฟแนนซ์โบรกเกอร์แต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ว่าต้องทำให้ผู้ที่เข้ามาลงทุนร่วมกับเราเขามาทำแล้วมีกำไรตรงนี้สำคัญมาก
ในเรื่องของการลงทุน เอปูเซ่ ทำหน้าที่คล้าย ๆ โบรกเกอร์ เมื่อมีสินค้าก็จะเป็นโจทย์ทันทีว่า จะบริหารอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทำหน้าที่หลักเป็นตัวกลางของบริษัท แต่ถ้าเป็นนักธุรกิจอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะต่อยอดในความเป็นธุรกิจร่วมกันได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์เร็วที่สุด นี่จึงถือเป็นโปรเจ็กต์ที่สำคัญ ซึ่งบริษัทอื่น ๆ ก็ยังไม่มีโบรกเกอร์ ที่นี่จะเป็นที่แรก ที่เรียกได้ว่า เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ส่วนสมาชิกก็จะได้รับการดูแล - ฝึกอบรมจากบริษัทโดยตรง
การลงทุนกับธุรกิจเครือข่ายเป็นการเชื่อมระบบสู่ระบบ ถือว่าเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ เพราะเป็นการลงทุน ซึ่งในแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนเงินที่มากถึงแสนก็ได้ แต่ต้องเป็นการจำลองการลงทุนให้ถี่ขึ้น ให้การลงทุนหมุนรอบเอง เพราะบางทีไม่จำเป็นต้องให้คนที่ลงทุนไปขายที่นา ขายบ้าน ที่ดินอะไรต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องใช้คือ มันสมอง เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจระหว่างผู้นำกับผู้บริหาร ต้องอยู่กึ่งกลาง เพราะองค์กรจะต้องเดินต่อไปข้างหน้า ซึ่งถ้าเริ่มต้นดีก็มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตได้ นี่คือ สิ่งที่ เอปูเซ่ มองเกมการตลาดในอนาคต
ส่วนการขยายสาขาออกมาในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ เอปูเซ่ มองว่าไม่จำเป็นต้องทำตรงนั้น เพราะการที่จะทำได้ต้องมีองค์กรที่มั่นคง ถ้าใครเดินถือเงินมาเปิด ก็เปิดได้ แบบนี้คงไม่มีผลอะไรกลับมา แต่ถ้ามีการปรับประสานมามิกซ์เป็นการลงทุน โดยเมิร์ซธุรกิจระหว่างแฟรนไชส์ + โบรกเกอร์ + ประกัน หรือเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นั่นถือว่าเป็นการลงทุนแนวใหม่ ที่ถือเป็นแนวคิดที่สุดยอด หากเราสามารถทำได้...
และ เอปูเซ่จะก้าวขึ้นบันไดแห่งฝัน ได้สำเร็จหรือไม่.. คงต้องติดตามกันช็อตต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่326 ประจำวันที่16 - 31 สิงหาคม 2555
ข่าวไอยรา (Aiyara Planet) : ก้าวแรก "ไอยรา" สู่ปฏิบัติการ 100 ล้าน. ข้ามผ่านจุดสำเร็จ สิ้นปีมีสิทธิ์เฮ...รวย
4 เดือน ไอยรา เติบโตไม่ธรรมดาบอสใหญ่ กัมปนาท นำทีมสมราคาคุยตีตราคุณภาพคับแก้วสมาชิกใหม่ตบเท้าเข้าร่วมสร้างความสำเร็จตรึมส่วนสมาชิกเก่ากรีฑาทัพสยายปีกทั่วไทยก้าวล้ำเทคโนโลยีขนปฏิบัติการระบบแอนด์ดรอยผ่านเครือข่าย u stream ถ่ายทอดสดบนหน้าจอมือถือครึ่งปีหลังมีสิทธิ์ลุ้นจองทีวีดาวเทียมหลังสร้างแบรนด์สร้างผู้นำแข็งแกร่งทั่วไทย
บอร์ดบริหารหนึ่งเดียวที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการขายตรงกว่า 20 ปี ที่หลงใหลเข้าสู่ธุรกิจขายตรง เริ่มจากการสมัครสมาชิก ไต่เต้าสู่ระดับผู้นำ วิทยากร นักวิชาการ ก่อนสู่ตำแหน่งนักบริหารมืออาชีพ ในฐานะมือปืนรับจ้าง
...กัมปนาท บุญราศรี วันนี้ได้ปรับเปลี่ยนสถานะตัวเองใหม่ จากมือปืนรับจ้าง ผันสู่เจ้าของธุรกิจขายตรง นาม ไอยรา
แพลนเน็ต ที่นั่งแท่นบริหารควบ 2 ตำแหน่ง ทั้งในฐานะ ประธานกรรมการ/กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด
ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ถึงความคืบหน้าของธุรกิจ ภายหลังครบขวบไตรมาส ว่า ตลอด 2 ทศวรรษ ที่ผมอยู่ในธุรกิจขายตรงผมเห็นความสวยงาม และก็มีความมั่นใจว่า บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เป็นความหวังใหม่ หรือคนที่ต้องการจะเริ่มต้นใหม่ มีโอกาสที่ดี ซึ่งเรามีความแตกต่างมอบให้
จากมือบริหารธุรกิจ มาสู่การเป็นเจ้าของบริษัท จะบอกว่า ตกกระไดพลอยโจนหรือมีความฝันมานาน ก็คงไม่ใช่ทั้ง 2 ประเด็น หรืออาจเป็นเพราะแรงเชียร์ แรงสนับสนุนจากสมาชิก ก็ใช่ เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ด้วยข้อจำกัด และแนววิสัยทัศน์ที่สอบผ่าน
จริง ๆ แล้วธุรกิจขายตรงไม่ได้ยาก เรียบง่าย แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน หลาย ๆ คน อาจมองไม่เรียบง่ายและดูจะซับซ้อนรึเปล่า ก็แล้วแต่มุมมอง หากเริ่มต้นจากการมีสินค้าที่ดี มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี โอกาสสำเร็จนั้นก็มีสูง แต่ที่ไม่สำเร็จ ก็เพราะว่าคนที่ทำธุรกิจพยายามที่จะนำเอาเทคนิค เอากลยุทธ์เข้ามาใส่ จนกระทั่งผู้คนก็ไม่เข้าใจว่าขายตรงเป็นธุรกิจประเภทไหนกันแน่ แต่ถ้ามองให้เป็นธุรกิจที่เรียบง่ายใช้ดีแล้วบอกต่อ มองหาโอกาสพิเศษ หาข้อมูลเพิ่มเติม และพยายามพัฒนาตัวเองให้เป็นนักธุรกิจ โอกาสก็เพิ่มขึ้น จากการสะสมความสำเร็จเล็ก ๆ ก็จะสะสมให้เป็นสิ่งที่ใหญ่ขึ้นตามมาในอนาคต
ซึ่งกว่าจะมาเป็นแบรนด์ ไอยรา ก็ผ่านขั้นตอนทำการบ้านมาเยอะมาก ซึ่งชื่อของ ไอรยา ความหมายคือ ช้าง ที่บ่งบอกสัญลักษณ์ความเป็นไทย และช้างก็เป็นสัตว์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ อยู่กันเป็นโขลงดูแลกันและกัน เป็นสัญลักษณ์ของอิสร ภาพ ความเป็นไทย และเป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ สังเกตดูว่า หากป่าไหนมีช้างที่นั่นก็จะมีความอุดมบูรณ์ จึงตั้งใจให้ ช้าง เป็นสัญลักษณ์ขายตรงของคนไทย ที่เป็นนวัตกรรม สื่อความเป็นสากล สื่อถึงธุรกิจขายตรง สินค้าจึงถูกคัดสรรที่เป็นงานวิจัย มีระบบที่สนับสนุน มีระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็น real time บวกกับการสร้างฐานธุรกิจ การฝึกอบรมที่เหนียวแน่น จึงได้เชิญบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านงานขาย ที่เรียกได้ว่า ผ่านงานในสนามประกันชีวิตมาอย่างโชกโชน นั่นคือ อาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ เข้ามาทำระบบฝึกอบรมให้เป็นสากลมากขึ้น
สำหรับธุรกิจขายตรงพื้นฐานการอบรม ต้องให้ความสำคัญประมาณ 50% เพื่อการต่อยอดของธุรกิจ เพราะองค์กรจะเติบโตได้มาจากคนที่มีความรู้ ถ้าคนไม่มีความรู้ ก็เติบโตไม่ได้และต้องอาศัยความประณีต เจียระไนคนจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งถ้าเราได้คนถูกกับคน เราก็จะได้คนถูกกับงาน ก็จะส่งผลให้พวกเขาเติบโตถูกทิศทาง
แม้ว่าวันนี้ ไอยรา จะถือกำเนิดมาจากต้นปี 2555 และได้ใบอนุญาตจาก สคบ.ที่ผ่านการรับรองในวันที่ 1 มีนาคม 2555 ก็เริ่มมีการซื้อสินค้าในวันเดียวกัน จนถึงตอนนี้ 4 เดือนกว่า ๆ ย่างสู่เดือนที่ 5 ซึ่งเราผ่านไตรมาสแรกมาได้ โดยมีสมาชิกที่สมัครเข้ามาประมาณ 5,000 คน ซึ่งเป้าหมายของเราอยู่ที่ 5,000 รหัสพอดิบพอดี ส่วนอนาคตก็เป็นเป้าหมายที่ต้องเดินไปอีกยาวไกล และคาดว่าภายใน 3 - 10 เดือน เราคงมีสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น
จากเป้าที่ได้ตั้งไว้ 5,000 รหัส ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนการที่ได้วางไว้ สืบเนื่องจาก ไอยรา ไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 เรามีกัลยาณมิตรที่อยากจะเห็นการเติบโตอยู่แล้ว ประกอบกับว่าเรามีคุณภาพสินค้าที่สูง มีสิทธิบัตรการวิจัย โดยเจ้าของสิทธิบัตรเข้ามาให้ความรู้ และเริ่มทดลองทำตลาดโรงพยาบาลมาก่อน ผู้บริโภคจึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะสินค้ามีความต่างจากท้องตลาดทั่วไป ที่สำคัญ ไอยรา มีบุคลากรที่มีความสามารถ ทุกอย่างจึงลงเอยด้วยการเติบโตเร็วกว่าขายตรงน้องใหม่ทั่ว ๆ ไป เพราะสินค้าคือ หัวใจในการรุกตลาดขายตรง หากสินค้าไม่มีวิจัย ก็ไม่มีความแตกต่างจากท้องตลาด และสินค้าที่ไม่มีผลวิจัยก็จะไม่เกิดแรงเหวี่ยง (Momentum) ในตลาดขายตรง เมื่อไม่มีแรงเหวี่ยงในตลาด ธุรกิจก็จะไม่เติบโต เพราะงานวิจัย งานวิทยาศาสตร์คือ คำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว
ชูธงนวัตกรรมสินค้าใหม่
งาดำคุณภาพระดับสากล
ประเด็นสำคัญที่สุด เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์กำเนิด คณะวิจัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านชีวะโมเลกุล เป็นผลงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ โดยได้รับใบสิทธิบัตร 5 ใบ ในเรื่องของสารสกัดจากงาดำ ผลจากทำการวิจัยจนได้รับการยอมรับในระดับสากล ตรงจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่เราปรับมาทำการตลาด ด้วยการผลิตพ็อคเก็ตบุ๊คงาดำวางตามแผงหนังสือ ทั่วไป เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้คุณภาพของงาดำ
เรียกได้ว่าเป็นอีกตำนานหนึ่ง ที่เราต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่สู่วงการขายตรงไทย คือต้องบอกว่า ณ ขณะนี้ขายตรงในไทยมีประมาณ 700 บริษัท ไม่มีบริษัทไหนที่ทำหรือขายผลิตภัณฑ์นี้เพียงแค่ 4 เดือน สามารถจำหน่ายสินค้าได้ประมาณ 20,000 ขวด ผมถือว่าโชคดีที่เราโฟกัสไปที่เรื่องของสุขภาพ เรื่องของสเต็มเซลล์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้
คุณสมบัติสินค้างาดำ อิมมูร่า เซซามีน ประกอบไปด้วย 1. สารสกัดเซซามีนของงา ซึ่งจะไม่เอาส่วนที่เป็นน้ำมันออกมา 2. รำข้าวสีนิล 3. สารสกัดธัญพืชชื่อว่า Alfa - PHP และเมื่อนำทั้ง 3 ชนิดมารวมกัน ก็จะเข้าไปเกี่ยวข้องในการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพิ่มมวลกระดูก ดูแลข้อเสื่อมและกระดูกพรุน ป้องกันไตเสื่อมและฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
รวมไปถึงการสร้าง stem cell ร่างกายซ่อมแซมและช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อใหม่ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงร่ายกาย และให้พลังงานด้วย เพราะมีสารอัลฟ่า Alfa - PHP ตรงนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ใช่ยา โดยรวมสามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีการแซทในเรื่องของกลยุทธ์และราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้ยอดขายสินค้าตัวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะช่วงนี้ฟรีค่าสมัครสมาชิกด้วย
วันนี้นวัตกรรมสินค้าไทย ต้องบอกว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก เพียงแต่เราไม่มีงานวิทยา ศาสตร์ที่จะไปพิสูจน์แข่งขันกับต่างประเทศได้ ไม่มีสถาบันรองรับ ไม่มีนักวิทยาศาสตร์รองรับ ขอยืนยันว่าสินค้าไทยดีไม่แพ้ชาติใด เพราะมีสินค้าไทยอีกหลายรายการที่ได้รับการยอมรับสูงและทำยอดขายได้ดีมาก ๆ
ดังนั้น สินค้าตัวงาดำ เราจะจับสินค้าเป็นสินค้าธง เพราะยังมีช่วยเรื่องความสวยความงามได้ และจะแตกไลน์สินค้าตัวนี้ออกไปเป็นกลุ่ม ๆ เช่น เครื่องสำอางมีงาดำเป็นส่วนผสม เพราะมีวิตามินอีสูงมาก และยังเสริมสร้างคอลลาเจน อาจสังเกตได้ในร้านสปาทั่วไป จะใช้น้ำมันงามาดูแลผิว ซึ่งผลการวิจัยงาดำของ อ.ปรัชญา ยังสามารถเข้าไปช่วยดูแลตับอ่อน ยกตัวอย่าง กลูต้าไธโอน ตัวนี้ไม่ได้เข้าไปทำให้ผิวสวย แต่จะเข้าไปสลายสารพิษ อย่างตัวอิมมูร่า เซซามีน ก็มีผลข้างเคียงทำให้ผิวสวย แต่เราไม่ได้ผสมกลูต้าไธโอนเพราะร่างกายสามารถผลิตเองได้ มีสรรพคุณช่วยขจัดสารพิษ ได้ความสวยและได้พลังงานด้วย
ส่วนไลน์สินค้าเสริม อาทิ 1. คาลิดัส ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แอล - คาร์นิทิน แอล - ทาร์เทรท และสารสกัดจากชาเขียว 2. กาแฟลดความอ้วน Trim Max Coffee ตอบโจทย์สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย ทานเข้าไปแล้วปลอดภัย ไม่ใส่สารต้องห้ามที่ทานเข้าไปแล้วมีอาการปากแห้ง ใจสั่นหวิว เพราะถ้ามีสารพวกนี้ทานเข้าไปแล้วอาจถึงกับช็อกได้ 3. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สมูทดิ้ง เอ็กซ์เพิร์ท ซัน บล็อก ครีม, ไอลดา มิราเคิล ทรีทเม้นท์ มาร์ค จากสวิตเซอร์แลนด์ และ ไอลดา มาร์ค ออกซิเจนไวน์ขาว (H2O WHITE Oxy Mask)
ซึ่งสินค้าตอนนี้แบ่งออกเป็น 4 หมวดด้วยกันคือ 1. สินค้าหมวดสุขภาพ 2. หมวดความงาม 3. หมวดกระชับสัดส่วน 4. ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร ตัวปุ๋ย ช่วยเสริมประสิทธิภาพ เพียงใส่ตัว เวคเตอร์พลัส และ ไอยรา อะมิโนแมกซ์ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพ และทดสอบได้ภายใน 30 วินาที และหมวดสุดท้ายคือ 5. สินค้าอุปโภค - บริโภค ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต รวมทั้งสิ้นสินค้ามีประมาณ 10 รายการ แบ่งหมวดละ 2 รายการ และในอนาคตก็จะเพิ่มสินค้าเข้ามาอีกด้วย
ส่วนในเรื่องของแผนการตลาด ตนในฐานะผู้ที่ให้กำเนิดแผนไตรนารี่ในประเทศไทย จนทำให้บริษัทขายตรงที่นำแผนนี้ไปใช้ประสบผลสำเร็จอย่างสูงสุดมาแล้วหลายค่าย เพราะฉะนั้นแผนที่นำมาใช้ที่ ไอยรา ก็จะเป็นแผนการตลาดเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เพราะผมได้คลุกคลีกับการตลาดมาเกือบ 20 ปี ผมเขียนมาหลายแผน จนผมมาเจอโจทย์ที่ว่า แผนการตลาดที่ง่ายจะต้องเข้าใจภายใน 2-3 นาที หากคุยต่อคุยอีก 5 นาที ต้องเข้าใจระบบการทำงาน
เพราะแผนเป็นองค์ประกอบของการปันผล ประกอบ ด้วยตัวหลักคือ สินค้าต้องมีการซื้อซ้ำ ซื้อครั้งแรกก็ได้กำไร และซื้อครั้งต่อไปทำให้เราเกิดพลัง ดังนั้น แผนของเราจึงเป็นแผนที่ทันสมัย ถือว่าเป็นตระกูลไฮบริด เป็นการผสมผสาน ระหว่าง Stair step, breakaway, unilevel และ binary ที่ถูกเมิร์ซให้เข้ากันอย่างลงตัวที่สุด ก็ถือว่าสุดยอด
ครึ่งปีหลังเดินสู่เป้า 100 ล.
น้องใหม่ทะยานไกลกว่าที่คิด
ยุทธศาสตร์การเดินแต้มในช่วงระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา ต้องบอกว่าสำเร็จไปตามแผนที่วางไว้ คือเรากำหนดแผนล่วงหน้าก่อนว่า จะทำอย่างไรให้มีรายได้ 100 ล้านบาท ใครบ้างที่ได้ผลประโยชน์ พอทุกคนทราบว่าเราคือทีมเดียวกัน เป้าหมายจะมีผลต่อทุก ๆ คน จากนั้นเราจะกำหนดพื้นที่ว่าจะเดินแต้มอย่างไร โดยเรากำหนด 12 พื้นที่หลัก 24 พื้นที่รอง ก็สามารถจัดการได้ จึงเริ่มต้นสตาร์ทจากภาคใต้ก่อน ก็ต้องบอกว่าภาคใต้เป็นตลาดที่เจาะยากที่สุด แต่ถ้าเจาะได้ถือว่า จะเป็นภาคที่มีสภาพคล่องดีที่สุด สำหรับพื้นที่ในภาคใต้ที่เข้าไปตีโอบล้อมก็จะครอบคลุมเมืองใหญ่ ๆ อาทิ หาดใหญ่ ภูเก็ต ชุมพร ยะลา และพัทลุง จากนั้นก็เก็บพื้นที่ย่อย ๆ เมื่อปักธงที่ปักษ์ใต้ ก็มาสร้างความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ผู้ที่ใช้ดี จากนั้นก็เอา Training ตาม ต่อด้วยแม่ทีมลงไปสำทับต่อยอดธุรกิจอีกครั้งหนึ่ง
นี่คือยุทธศาสตร์ของ ไอยรา ที่ตัวผมลงไปสัมผัสเอง เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ให้กับคนในพื้นที่ ตลอดระยะเวลา 4 เดือน เราฝึกวิทยากร 4 คน ผมจัดไปแล้ว 2 รุ่นในการปลุกพลัง รุ่นละ 200 คน โดยมีผู้เชี่ยวชาญ อ.ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ จากประกันเข้ามาสร้างความมั่นใจ ยิ่งได้มืออาชีพเข้ามา ก็สามารถสร้างความมั่นใจในการ training ได้เต็ม 100%
โดยจะมุ่งเน้นทำอย่างไรให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นได้ คือทำให้เขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ด้วยการปลุกระดม ต้องสร้างความสำเร็จ สร้างความเชื่อมั่น สร้างความจริงใจ ภายใต้ปรัชญา ไอยรา แพลนเน็ต We share We can We go คือเราใส่ใจกัน เราจะเข้าใจกัน แบ่งกัน ก็ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะเราถือว่า ถ้าเราเติบโตใคร ๆ ก็อยากอยู่ข้างเรา
ถามว่าการเทรนนิ่งในแต่ละรอบ ไปเกณฑ์คนมาเทรนนิ่งรึเปล่า สำหรับค่ายใหม่ ๆ การจะเอาคนมารวมตัวกันมาก ๆ มันก็ยาก ซึ่งถ้าเกณฑ์มาได้คนก็จะนั่งนิ่ง ๆ เซ็ง ๆ ซึม ๆ แต่ที่เขาใหญ่รุ่นแรกของการอบรมสมาชิกมีความสนุกสนานครื้นเครง และบางคนที่มา ไอยรา แพลนเน็ต ใช้เวลาสั้น ๆ แค่ 2 เดือน ก็รักใคร่กลมเกลียวกัน อย่างที่บอก ไอยรา แพลนเน็ต ไม่ได้เริ่มศูนย์ แค่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก็เท่านั้นเอง
รุ่นแรกที่ไปเขาใหญ่ เป็นรุ่นผู้ก่อตั้งเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดเป้าหมายแผนงานในการเดินตลาด ก็ไปสังสรรค์เพื่อฉลองความสำเร็จเบื้องต้น และเดือนสิงหาคมนี้ก็ยกพลกว่า 200 ชีวิตไปที่ รายาบุรี จ.กาญจนบุรี สัมมนา วันที่ 13-14 เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ที่นั่นสัมมนาสำหรับน้องใหม่ คนใหม่ เข้าไปเพื่อที่จะกำหนดเป้าหมายเดียวกัน แผนงานด้านธุรกิจ ไป training พร้อมท่องเที่ยวไปด้วยกัน
เพราะนับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา เราได้กำหนดกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองแทรกซ้อนลงไป เพื่อตอกย้ำความเหนียวแน่น ก็จะมีการเปิดโอกาสให้นักธุรกิจ 50 คน ออกไปจัดประชุม มินิ ABO จัดประชุมเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่า การจัดในครั้งนี้มีประมาณ 30 คน และจะจัดประชุมแบบนี้ให้ได้ 100 ครั้ง เท่ากับว่าเราจะมีคนเข้าร่วมประมาณ 3,000 คน โดยเราไม่ต้องระดมคนเข้ามาศูนย์กลาง เพียงแค่เราสร้างวิทยากรให้ทุกคนมีความเข้าใจและลงไปพื้นที่ การทำงานก็จะง่ายขึ้น
ส่วนความเคลื่อนไหวการทำงานที่สำนักงานใหญ่ เราก็ทำงานเชิงรุก เพราะมีการจัดกิจกรรมทุกอาทิตย์ ณ ตึกช้าง อาคาร b ชั้น 14 แยกรัชโยธิน นี่คือสิ่งที่ ไอยรา เตรียมพร้อม ต้องบอกว่าสำนักงานใหญ่มีพื้นที่เยอะ เรากล้าลงทุนเกือบทั้ง floor เรามีการรองรับ มีกิจกรรม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสมาชิกที่ต้องการห้องพรีเซ็นต์ เพราะธุรกิจนี้โตมาจากการประชุม เราจึงขยายพื้นที่ออกไปอีก เพราะฉะนั้นคนใหม่ที่เข้ามาจะมีเยอะ ส่วนเลือดเก่ามีสัดส่วนอยู่ที่กว่า 10% แต่ปัจจุบันมีน้อง ๆ นักศึกษา พี่ ป้า น้า อา เริ่มต้นจากคนที่มีปัญหาสุขภาพเข้ามาใหม่สูงกว่า 80% ณ ตอนนี้
ในช่วงเริ่มต้น ผมให้ความสำคัญกับการ training มาก เพราะถ้าผู้นำมีความเข้าใจน้อยเวลาก็อบปี้ระบบ ก็อาจเกิดการผิดพลาด ดังนั้น ขั้นต้นต้องรู้ถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท มีเป้าหมายแบบไหน มีสินค้าชนิดไหนเป็นตัวหลัก สินค้าแต่ละแบบมีประสิทธิภาพแบบไหน การกิน - การใช้ เรื่องของการติดตามผลต้องทำแบบไหน เมื่อแม่ทีม 1 คน เข้าใจรูปแบบบริษัทได้ เราจะไม่เสียเวลา ผมจึงให้เวลาเริ่มต้นกับเรื่อง training เป็นหลักและให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วย
ก้าวล้ำเทคโนโลยีทันสมัย
สู่ถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอมือถือ
ด้วยภาวการณ์แข่งขันที่สูง นอกจากแผนการโปรโมทแบรนด์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้ว การทำสื่อเพื่อสร้างแบรนด์ ช่วงแรกเริ่มทำจากพ็อคเก็ตบุ๊ค และนิตยสารสุขภาพ be well รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ได้สื่อความรู้ไปยังคนรักสุขภาพ ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับดีมาก ส่วนแวดวงขายตรงเราก็สร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมุ่งเน้นผ่านสื่อ Social network (สังคมคนเครือข่าย) โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจ หรือมีนักธุรกิจที่สนใจ ก็เริ่มให้ข้อมูลข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ ผ่าน social network ทางอินเตอร์เน็ต
หลังจากที่เราได้ตั้งลำเสร็จแล้ว การสื่อสารกับสมาชิกผ่านทาง social network ก็ถูกใช้ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้เราตั้งเครือข่ายผ่านระบบ u stream (ถ่ายทอดสดภาพและเสียง) เป็นการถ่ายทอดสดให้กับสมาชิก ทุกวันอังคารกับวันพฤหัส ส่วนคนต่างจังหวัดก็สามารถดูกิจกรรม (activity) ของบริษัทผ่านเครือข่าย u stream ทางระบบอินเตอร์เน็ตคล้าย ๆ กับวิดีโอ คอนเฟอร์เร้นท์ (video conference) แต่ไม่ใช่การสื่อสาร 2 ทาง (two way communication เปรียบเสมือนกับดูทีวีผ่านทางไอแพด - ไอโฟน จากระบบปฏิบัติการแอนด์ดรอย (android) ที่เป็นแพลทฟอร์ม (platform) แค่ลงทุนไป 5,000 กว่าบาทก็ดูได้แล้ว หรือติดตามข่าวสารจากนิตยสาร รักสุขภาพ หรือเปิดมาดู u stream ปัจจุบันเทคโนโลยี 3G ครอบคลุมสื่อทุกพื้นที่แล้ว
นี่คือช็อตสั้น ๆ ต้องบอกว่าทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมาก เริ่มแรกถ้าเราไม่ใช้สื่อทีวีก็ใช้สื่ออย่างอื่นทดแทน ซึ่งก็สามารถวางแผนงานที่เต็มรูปแบบเช่นเดียวกัน แต่ก็มีการพูดคุยว่า อีกไม่นานก็จะมีการใช้สื่อทีวีดาวเทียมเช่นกัน เพราะสื่อทีวีดาวเทียมมีการสื่อสารที่ครอบคลุมกว่า โดยเฉพาะครึ่งปีหลังเราไปปักหมุดตรงพื้นที่ต่าง ๆ มีผู้นำที่ชัดเจน เวลาเราออกไปพื้นที่จะมีผู้นำหรือแม่ทีมสื่อสารให้ความรู้ความเข้าใจได้ทันที
ถามว่า เป้าหมายยอดขาย 100 ล้านบาท มีโอกาสถึงหรือไม่ ตอนนี้เดินมาไม่ถึงครึ่งทาง เพียงแค่ 4 เดือน ก็มั่นใจว่า อีกไม่ไกลยอดน่าจะแตะตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน จริง ๆ ต้องบอกว่า ไอยรา มีโปรโมชั่นหลายอย่าง เป็นโปรโมชั่นที่ซ้ำซ้อนเพื่อเอื้อแก่การทำงาน เช่น มีการแนะนำ new code หรือสมาชิกใหม่เพียง 10 ราย ก็สามารถไปท่องเที่ยวที่ รายาบุรี รีสอร์ท กับเราได้แล้ว และมีคะแนนสะสมต่อเพื่อไปฮ่องกง เริ่มง่าย ๆ เพียงทำโปรโมชั่น 60,000บาท ในเดือนสิงหาคมนี้ก็ทำได้เกือบ 200 ชีวิต ไม่จำกัดว่าจะไปกี่คน และยังมีโปรโมชั่นซื้อเท่าไหร่ แถมเท่าไหร่ หากได้แต้มก็รับ top up bonus ได้อีก ถ้าทำถึง 10%
สุดท้ายนี้ อยากฝาก ไอยรา ในฐานะขายตรงน้องใหม่ เราโอกาสเปิดกว้างมากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เรามีงานวิจัย มีการฝึกอบรม สามารถมีเงินล้านได้ในระยะสั้น โดยเรามีระบบโอนเงินผ่าน Seven Eleven กว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ หรือชำระสินค้าผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ 24 ชม. ข้อมูลทั้งหมดจะเป็นระบบเรียลไทม์ (real time) อยู่ที่ไหนเราก็รู้หมด แม้น้ำท่วมก็ไม่เป็นปัญหา ออฟฟิศก็ยังสามารถทำงานได้ ทั้งหมดเกิดจากความเป็น ไอยรา ขายตรงที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ We share We can and We go เราจะเดินไปด้วยกัน
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่326 ประจำวันที่16 - 31 สิงหาคม 2555
ข่าวมาบุญครอง : จับมือพันธมิตร "ไทยสมาร์ทการ์ด (Thai Smart Card)" ลุย MLM อีกยก
มาบุญครอง จับมือ ไทยสมาร์ทการ์ด ยกระบบการทำงานสู่สากลสามารถนำบัตรไปเติมเงินได้ทันทีปรับทัพใหม่ใส่คุณภาพสู่ระบบการบริหารครบเครื่องเติมด้วยไลน์สินค้าบุกตลาดเต็มสูบสิ้นปีคาดยอดขายทะยานไปไกลแน่
นายสุรวุฒิ บูลกุล รองประธานกรรมการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อในงานแถลงข่าว ว่า มาบุญครอง ได้จับมือกับ ไทยสมาร์ทการ์ด เพื่ออำนวยความสะดวกสมาชิก ในการชำระเงินซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จากระบบเดิมที่มีการสั่งซื้อสินค้าแล้วโอนเงินผ่านธนาคาร พร้อมแสดงหลักฐานให้กับทางบริษัทฯ ซึ่งล้วนแต่ซับซ้อนหลายขั้นตอน จึงทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ
ดังนั้น ระบบตรงนี้ก็จะช่วยในการจัดการตรงนี้ จึงทำให้เราสามารถดูแลสมาชิกของเราได้ดีและถูกต้อง ขณะเดียวกันเราก็สามารถเก็บข้อมูลการจับจ่ายใช้สอยของสมาชิก ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเรื่องของการตลาดในอนาคตต่อไป สมาชิกหรือผู้ถือบัตรก็สามารถนำบัตรไปเติมเงิน หรือว่าใช้จ่ายผ่านเซเว่น - อีเลฟเว่นได้ทุกสาขาทั่วประเทศ และการสะสมแต้มในบัตร ก็สามารถนำแต้มไปใช้จ่ายกับเครือพันธมิตรได้อีกด้วย
ปัจจุบัน มาบุญครอง เปิดตัวมาได้ประมาณปีเศษ ซึ่งเป็นปีที่เริ่มปรับตัวและทดลองทำตลาด จึงต้องมีการจัดองค์กรให้เหมาะสม ทั้งในเรื่องของบุคลากร เรื่องของการบริหาร เพราะหลังจากโดนวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมา มาบุญครอง ก็ประสบภัยพิบัติตรงนั้นด้วย ทำให้ธุรกิจสะดุดเหมือนกัน
แต่หลังจากต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดองค์กรใหม่ โดยเน้นนโยบายที่ว่า จะส่งเสริมให้นักธุรกิจทำธุรกิจอย่างถูกต้อง และให้เป็นไปตามแผนธุรกิจของมาบุญครอง โดยเริ่มจากการพัฒนานักธุรกิจ ด้วยการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อจะพัฒนาให้สมาชิกขยายเครือข่ายเพิ่ม และมีรายได้ด้วยการรับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ก็ได้ทดลองทำมาประมาณ 2 เดือนเศษ ก็ได้ผลตอบรับที่ดีมาก
ล่าสุด มาบุญครอง ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 5 ตัวด้วยกัน หากนับรวมสินค้าเก่าที่มีอยู่ก็จะมีประมาณ 30 กว่ารายการ เป็นทั้งผู้ผลิตเองและนำเข้ามา โดยเฉพาะสินค้าน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เราปลูกและสีข้าวเอง แล้วนำมาบรรจุขวดของเราเองทั้งหมด รวมถึงการนำเข้าสินค้าโสมเม็ดสกัดจากเกาหลี ทั้งตัวโสมเม็ด โสมน้ำ และ เบต้ากลูแคน ส่วนสินค้าใหม่ ก็คือ ปุ๋ย ที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม เพราะมีสมาชิกของ มาบุญครอง ที่เป็นเกษตรกรมีความต้องการ มากพอสมควร มาบุญครอง จึงได้คัดสรรมา แต่จะเน้นเรื่องของสารที่เป็นอินทรีย์ ที่เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นพิษต่อผู้ใช้ ซึ่งตัวปุ๋ยก็ได้ทำการผลิตในเมืองไทย จะเป็นทั้งปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยน้ำผสมอยู่ด้วย
ด้านความเคลื่อนไหวส่วนสมาชิกของ มาบุญ ครอง ในตอนนี้มีอยู่ประมาณเกือบ 30,000 รหัส และก็จะคงขยายเพิ่มอีกต่อไปเรื่อย ๆ สิ้นปีนี้ ตั้งเป้าไว้น่าจะอยู่ที่ 50,000 รหัส ส่วนยอดขายคาดว่าจะโกยยอดได้กว่า 500 ล้านบาท และจะมีการจัดงานใหญ่สิ้นปีนี้ด้วย
สำหรับช่วงนี้จะมีการจัดโปรโมชั่น เพื่อสนับสนุนยอดขายให้กับสมาชิกได้ขยายสายงาน ขยายเครือข่าย โดยให้สมาชิกแข่งขันกันทำยอด หากใครสามารถที่จะพัฒนาเครือข่ายของตัวเองให้มีความแข็งแกร่งมากที่สุด มาบุญครอง ก็มีรางวัลมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ การท่องเที่ยว เพราะปีนี้ตลอดทั้งปีเราจะมีอัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกยอดขายให้เติบโต
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่326 ประจำวันที่16 - 31 สิงหาคม 2555
วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ไขเส้นทางความสำเร็จนักขาย‘ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet)’ …‘สำราญ ศรีวรภัทร’ นักสู้ผู้ไม่ท้อต่อโชคชะตา
ผมเชื่อว่าคนทำงานประจำ ไม่มีใครที่ไม่มีหนี้ เมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง ก็ต้องอยากได้โน่นนี่ อยากได้บ้าน อยากได้รถ ส่วนใหญ่ต้องกู้มาทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อเราใช้เงินไม่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อุบัติเหตุทางการเงิน ต้องยอมรับว่าเราไม่มีความรู้ทางการใช้เงิน นี่คือความเสี่ยงมากๆ จุดนี้เป็นสิ่งที่อันตรายและต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีหนี้สินมากขึ้น เราก็ต้องทำอะไรมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ในโลกแห่งความเป็นจริงใบนี้ ทุกคนล้วนมีความฝันที่จะก้าวไปสู่คำว่า “ความสำเร็จ” แทบทั้งสิ้น โดยมีจุดหมายแห่งฝันคือ “เงินล้าน” หลายคนมองเห็นโอกาสที่จะเอื้อมคว้าความฝันนี้จากการเดินก้าวเข้าสู่ “ธุรกิจเครือข่าย” บางคนประสบความสำเร็จสามารถ “พิชิตเงินล้าน” มาครอง แต่ก็มีหลายคนที่ไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริง และเกิดความท้อแท้ ถอยหลังกลับไปสู่จุดศูนย์ เพราะไม่มีคนคอยสอน คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้...
...แม้แต่การลงชิงชัยในสนามรบ ที่ต้องใช้ดาบฟาดฟันไปยังศัตรูแบบไม่บันยะบันยัง โดยปราศจากเคล็ดหลักวิชา ก็ใช่ว่าจะถูกจุดสำคัญและปลิดชีพของศัตรูได้ และอาจต้องพ่ายแพ้ตายในสนามรบ...ซึ่งการทำงานในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นเดียวกัน ที่จำเป็นต้องมีผู้นำคอยชี้แนะแนวทาง และพาเดินไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง หากปราศจากความรู้และ
ครูคอยสอนแล้ว ก็อย่าหวังที่จะสอบผ่านในวิชาธุรกิจขายตรง...!!!
ซึ่งจุดบอดที่เป็นช่องโหว่นี้ ก็มีหลากหลายบริษัทเครือข่ายที่มองเห็นและอุดช่องนี้ได้ ด้วยการสร้างแม่ทีมที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีหลักสูตรการเรียนรู้ ที่คอยรองรับให้นักธุรกิจขายตรงหน้าใหม่ เข้ามาเรียนรู้และหาเป้าหมายในชีวิต...เช่นเดียวกับ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ขายตรงน้องใหม่แต่ทีมบริหารไม่ใหม่ ที่ต่างสะสมประสบการณ์ด้านธุรกิจขายตรงมาอย่างยาวนาน ทำให้มองเห็นช่องทางที่จะนำพาลูกทีมและสมาชิกก้าวไปสู่ความสำเร็จและพาขึ้นแท่นสู่การเป็น “ผู้นำเงินล้าน” ได้ในไม่ช้า...
และหนึ่งในผู้นำที่อยากจะขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนั้น เขาผู้นี้มีนามว่า “สำราญ ศรีวรภัทร” ซึ่งผู้นำท่านนี้ ต้องบอกว่า ได้สะสมประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเครือข่ายมากว่า 11 ปี จากบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ น้องเล็กมากมาย อีกทั้งยังพ่วงดีกรีการเป็น “ผู้นำเงินล้าน” มาด้วย...คอลัมน์ “คลับเงินล้าน” ปักษ์นี้ จึงขอพาท่านผู้อ่าน มาร่วมไขกุญแจความสำเร็จของ “สำราญ ศรีวรภัทร” ว่าเหตุไฉนเขาจึงตัดสินใจยอมที่จะทิ้งเงินหลักล้าน มาเริ่มก้าวเท้าเดินบนเส้นทางแห่งใหม่ที่ “ไอยรา แพลนเน็ต”...
...“สำราญ” เด็กช่างจาก จ.ภูเก็ต เริ่มรู้จักและทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน และได้เข้ามาสัมผัสในธุรกิจขายตรง ที่มีพ่อเป็นผู้เปิดวิสัยทัศน์ให้ ด้วยการร่วมธุรกิจกับบริษัทเครือข่ายแห่งหนึ่ง...หลังจากนั้นก็ได้ไปร่วมกับบริษัทเครือข่ายยักษ์ใหญ่อีกแห่ง เขาทำมากว่า 3 ปี มีรายได้ไม่เกิน 1 หมื่นบาท และสุดท้ายก็ล้มเหลว...เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว...
จนกระทั่ง “สำราญ” เรียนจบและได้ทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เจ้าใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และมีรายได้ในขณะนั้นเพียง 8 พันบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากในอาชีพวิศวกร แต่ “สำราญ” ก็ไม่หวั่น...เพราะคิดอยู่เสมอว่า การได้รับผิดชอบ ทำในหลากหลายอาชีพ ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้งาน ได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ...
หลังจากนั้น “สำราญ” ได้เริ่มต้นความฝัน ด้วยการเปิดร้านคอมพิวเตอร์เล็กๆ ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก งานเยอะจนมีรายได้เสริมมากกว่ารายได้จากงานประจำ ซึ่งในการประกอบอาชีพวิศวกรของ “สำราญ” ในเวลานั้น รวมเบ็ดเสร็จแล้วเขารับรายได้เดือนละประมาณ 45,000 บาท แต่กระนั้น รายรับก็ไม่พอกับรายจ่ายอยู่ดี เขาจึงมองหาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำเพิ่ม แต่แล้วงานเหล่านั้นก็ไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับเขาได้...
“ผมเชื่อว่าคนทำงานประจำ ไม่มีใครที่ไม่มีหนี้ เมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง ก็ต้องอยากได้โน่นนี่ อยากได้บ้าน อยากได้รถ ส่วนใหญ่ต้องกู้มาทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อเราใช้เงินไม่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อุบัติเหตุทางการเงิน ต้องยอมรับว่าเราไม่มีความรู้ทางการใช้เงิน นี่คือความเสี่ยงมากๆ จุดนี้เป็นสิ่งที่อันตรายและต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีหนี้สินมากขึ้น เราก็ต้องทำอะไรมากขึ้นด้วยเช่นกัน”…
“สำราญ” เล่าต่อว่า “แต่ก่อนผมเริ่มจากการเปิดร้านคอมพิวเตอร์ เปิดร้านเสื้อผ้า เปิดร้านสังฆภัณฑ์ ไปจนถึงขายลูกชิ้นปิ้ง ซึ่งทุกๆ ธุรกิจที่เราไปทำมา ต้องใช้เงินทุนที่สูงถึงหลักแสนบาท เมื่อเราทำงานประจำทุกวัน เลิกงานเราต้องไปขายของ ถ้าเราทำไม่ไหวก็ต้องจ้างลูกน้อง จึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละเดือน เชื่อว่าเป็นปัญหาของผู้ประกอบการหลายท่าน ตรงนี้ทำให้เรามองว่าธุรกิจเครือข่ายน่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งนั่นเอง”...
และจากความคิดที่อยากจะทำธุรกิจเครือข่าย ทำให้ “สำราญ” จึงเริ่มลงมือทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง กับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาก็ลงมือทำอย่างจริงจัง จนความสำเร็จเกิดขึ้นด้วยการคว้า “เงินล้าน” มาครอบครองได้สมใจ...แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ เพราะ “สำราญ” หนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลผู้นี้ ต้องการความมั่นคงใน “ธุรกิจเครือข่าย” นอกเหนือจาก “เงินล้าน” ที่เขาได้รับ...
การลองผิด ลองถูก กว่า 11 ปี ในวงการธุรกิจเครือข่ายของ “สำราญ” ถือเป็นความเสี่ยง ซึ่ง “สำราญ” มองว่า การเป็นวิศวกร และความซื่อสัตย์ของเขา สามารถทำให้เพื่อนเชื่อในตัวเขาได้ ฉะนั้นเขาจึงไม่อยากที่จะต้องย้ายหรือเปลี่ยนบริษัทบ่อยๆ
“วันนี้หากเราเลือกบริษัทไม่เป็น เมื่อทำไปสักระยะแล้วบริษัทเกิดมีปัญหา และบริษัทปิด ก็จะส่งผลต่อชื่อเสียงของเรา ทำให้เสียเพื่อน เสียญาติได้ จึงอยากให้มองที่ความมั่นคงของบริษัท ไม่ใช่เพียงตัวเลขของรายได้ เราต้องรักษาเครดิตเหนือสิ่งอื่นใด เพราะต้นทุนของเราคือเวลาและเครดิตของตัวเอง เพราะหากเครดิตเสียทุกอย่างก็จบ...”
ก่อนหน้านี้ “สำราญ” ลองผิดลองถูกมาตลอด ไม่มีครู ไม่มีผู้คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง แต่หลังจากที่เขาได้มาพูดคุยกับ “อ.กัมปนาท” ก็ทำให้ “สำราญ” มองเห็นถึงการทำงานแบบมืออาชีพ จึงเกิดความศรัทธาในตัวท่านประธาน และเกิดความเชื่อมั่นในบริษัท “ไอยรา แพลนเน็ต” ว่าที่แห่งนี้จะสามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงให้แก่เขาได้...
“ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงแบบสะเปะสะปะ ไม่มีโอกาสได้พบปะครูที่รู้จริง ไม่มีครูถ่ายทอดวิชาเป็นที่ปรึกษาให้มาก่อน มีคำกล่าวว่า “เมื่อศิษย์พร้อม ครูก็ปรากฏ” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย ผมมีโอกาสได้พบ และรับฟังวิสัยทัศน์จาก “ครู” ที่มีความสำคัญกับผมและวงการธุรกิจเครือข่ายขายตรงมาก นั่นคือ อ.กัมปนาท บุญราศรี และ อ.เมย์ลดา บุญราศรี ผมพิสูจน์ตัวเอง กระทั่งท่านเมตตาให้โอกาสแนะนำเรื่องราวดีๆ มากมายให้แก่ผม...”
...ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ “สำราญ” มองว่านี่เป็นโอกาสของเขา จึงไม่รีรอที่จะลงมือทำ และยอมที่จะทิ้งเงินล้านมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่ “ไอยรา แพลนเน็ต” พร้อมตั้งเป้าให้กับตัวเองว่า ภายใน 3 เดือน เขาจะต้องแตะรายได้หลักแสนให้จงได้ และแล้วสิ่งที่ “สำราญ” ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะการขยัน มุ่งมั่น เอาจริง เรียนรู้ บวกกับมีครูคอยชี้แนะวิธีการทำงาน ทำให้เขาสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองถึง 230,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 40 วันเท่านั้น...
บริษัทจะมั่นคงได้อย่างไร หากสินค้าไม่ดี หากเจ้าของไม่เข้าใจในธุรกิจเครือข่าย สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการมีเงินลงทุนอย่างเดียว แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายเลย นี่คือความเสี่ยง...
“ลองนึกดูว่าวันนี้เราจะออกแบบรถยนต์สักคันหนึ่ง แล้ววิศกรออกแบบไม่เข้าใจว่ารถยนต์คืออะไร แล้วจะออกแบบรถมาให้มีสมรรถนะที่ดีได้อย่างไร เมื่อเราเป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้ ก็ต้องหาโรงงานผลิตรถยนต์ที่ดี วันนี้ “ไอยรา แพลนเน็ต” ถือเป็นยานพาหนะที่ดีมาก อยู่ที่ว่าจะกล้าเหยียบ กล้าขับหรือเปล่า ผมขับมาโดยไม่รู้ว่ารถคันนี้มีสมรรถนะที่ดีขนาดนี้ แต่ผมกล้าที่จะลองขับ และความกล้าในครั้งนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่า...”
เมื่อบริษัทพร้อม เจ้าของดี สินค้าดี แผนการตลาดดี จ่ายคุ้มค่า จังหวะเวลาได้ มีระบบการฝึกอบรมที่ดี ก็เหลือที่ตัวเราแล้ว เราต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง ศึกษาเรียนรู้อยู่เสมอ ออกภาคสนามบ่อยๆ และเมื่อใดที่เจอปัญหา จงพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญต้องรู้จักสร้างผู้นำ ยิ่งมีผู้นำ มีคนร่วมธุรกิจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นคงมากเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ท่านต้องสร้างเองด้วย
โดยเราทำสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นก็จะเป็นยี่ห้อของเรา จุดนี้อยู่ที่เราต้องเห็นความสำคัญของภาพลักษณ์หรือการสร้างแบรนด์ สร้างอิมเมจของตัวเองก่อน เราจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มากเพียงใด ก็ต่อเมื่อเราตอบคำถามของตัวเราเองให้ได้ก่อนว่า เป้าหมายของเราคืออะไร และเราทำธุรกิจเครือข่ายเพื่ออะไร
“สำราญ” ทำงานด้วยความมุ่งมั่น และใช้หลักแนวทางในการสอนสมาชิกทีมงานที่แตกต่าง ด้วยการสอนให้ลูกทีมวางเป้าหมายในชีวิต พร้อมออกแบบรายได้ของตัวเอง และสอนให้ลูกทีมได้ลองสัมผัสกับสิ่งท้าทาย ยิ่งเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ประสบการณ์ก็จะยิ่งมาก คนสำเร็จมีทักษะและทัศนคติที่ดี มีมุมมอง อยู่กับมันได้อย่างสบายๆ จัดการมันได้เป็นอย่างดีจนชำนาญและไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป...
ทุกวันนี้แม้ “สำราญ” จะไม่ได้ทำอาชีพวิศวกรที่ร่ำเรียนมา ไม่ได้อยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ แต่เขาก็ยังได้ทำหน้าที่วิศวกร ด้วยการออกแบบรายได้ให้กับสมาชิก อีกทั้งยังทำให้เขาสามารถวางแผนการเงินของตัวเองได้ดีเยี่ยมอีกด้วย...
“การทำธุรกิจเครือข่าย ย่อมต้องมีครูสอน มีครูคอยแนะนำ ชี้แนวทางที่ถูกต้อง และ “ไอยรา แพลนเน็ต” มีการสอนตั้งแต่พื้นฐานเป็นลำดับขั้น มีมืออาชีพคอยเป็นพี่เลี้ยง หากท่านอยากประสบความสำเร็จ แต่เจอทีมงานที่ไม่ดี แน่นอนว่าสำเร็จได้ช้า ซึ่งท่านต้องเลือกเครื่องมือในการสร้างความฝัน ต้องเลือกบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ของท่าน เพราะหากเลือกบริษัทที่ดีและมีความพร้อมแล้วทุกอย่างก็จะสำเร็จ”
“สำราญ” บอกต่อว่า “วันนี้ผมไม่ทราบว่า ไอยรา จะเป็นโอกาสสำหรับท่านหรือเปล่า แต่วันนี้โอกาสเป็นของผม ท่านต้องเข้ามาดู เข้ามาศึกษา และสิ่งสำคัญ หากท่านพบแล้วว่าองค์ประกอบใช่ ลุยเลย ที่ตรงนี้สร้างให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ บริษัทพร้อม ขอให้ท่านพร้อมเช่นกัน วันนี้ความสำเร็จต้องพิสูจน์ เงินจำนวนมหาศาลก็เลือกเจ้าของ แต่ในวันนี้เราต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้เงินจำนวนมหาศาลเลือกเราที่จะเป็นเจ้าของ ฝ่าฟันกับปัญหาสักหน่อยแม้จะหนัก แต่เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น ถ้าประสบความสำเร็จ ชีวิตเปลี่ยน แต่ถ้าท่านไม่ประสบความสำเร็จ ก็กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่เสียหายอะไร จงอย่าลังเล ให้เข้ามาลองศึกษาดูแล้วจะรู้ว่าจริงหรือไม่”…
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวชีวิตของอดีตผู้นำเงินล้าน ที่พร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ บ้านหลังใหม่แห่ง “ไอยรา แพลนเน็ต” ที่สื่อให้เห็นแล้วว่า การมีวิสัยทัศน์ อดทน ไม่ยึดติดกับเงินล้าน และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ จะสร้างให้ชีวิตมีความมั่นคง และได้ขึ้นแท่นเป็น “ผู้นำเงินล้าน” ได้ในไม่ช้าแน่นอน...!!!
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555
ไขเส้นทางความสำเร็จนักขาย‘ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet)’ …‘สำราญ ศรีวรภัทร’ นักสู้ผู้ไม่ท้อต่อโชคชะตา
ผมเชื่อว่าคนทำงานประจำ ไม่มีใครที่ไม่มีหนี้ เมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง ก็ต้องอยากได้โน่นนี่ อยากได้บ้าน อยากได้รถ ส่วนใหญ่ต้องกู้มาทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อเราใช้เงินไม่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อุบัติเหตุทางการเงิน ต้องยอมรับว่าเราไม่มีความรู้ทางการใช้เงิน นี่คือความเสี่ยงมากๆ จุดนี้เป็นสิ่งที่อันตรายและต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีหนี้สินมากขึ้น เราก็ต้องทำอะไรมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ในโลกแห่งความเป็นจริงใบนี้ ทุกคนล้วนมีความฝันที่จะก้าวไปสู่คำว่า “ความสำเร็จ” แทบทั้งสิ้น โดยมีจุดหมายแห่งฝันคือ “เงินล้าน” หลายคนมองเห็นโอกาสที่จะเอื้อมคว้าความฝันนี้จากการเดินก้าวเข้าสู่ “ธุรกิจเครือข่าย” บางคนประสบความสำเร็จสามารถ “พิชิตเงินล้าน” มาครอง แต่ก็มีหลายคนที่ไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริง และเกิดความท้อแท้ ถอยหลังกลับไปสู่จุดศูนย์ เพราะไม่มีคนคอยสอน คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้...
...แม้แต่การลงชิงชัยในสนามรบ ที่ต้องใช้ดาบฟาดฟันไปยังศัตรูแบบไม่บันยะบันยัง โดยปราศจากเคล็ดหลักวิชา ก็ใช่ว่าจะถูกจุดสำคัญและปลิดชีพของศัตรูได้ และอาจต้องพ่ายแพ้ตายในสนามรบ...ซึ่งการทำงานในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นเดียวกัน ที่จำเป็นต้องมีผู้นำคอยชี้แนะแนวทาง และพาเดินไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง หากปราศจากความรู้และ
ครูคอยสอนแล้ว ก็อย่าหวังที่จะสอบผ่านในวิชาธุรกิจขายตรง...!!!
ซึ่งจุดบอดที่เป็นช่องโหว่นี้ ก็มีหลากหลายบริษัทเครือข่ายที่มองเห็นและอุดช่องนี้ได้ ด้วยการสร้างแม่ทีมที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีหลักสูตรการเรียนรู้ ที่คอยรองรับให้นักธุรกิจขายตรงหน้าใหม่ เข้ามาเรียนรู้และหาเป้าหมายในชีวิต...เช่นเดียวกับ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ขายตรงน้องใหม่แต่ทีมบริหารไม่ใหม่ ที่ต่างสะสมประสบการณ์ด้านธุรกิจขายตรงมาอย่างยาวนาน ทำให้มองเห็นช่องทางที่จะนำพาลูกทีมและสมาชิกก้าวไปสู่ความสำเร็จและพาขึ้นแท่นสู่การเป็น “ผู้นำเงินล้าน” ได้ในไม่ช้า...
และหนึ่งในผู้นำที่อยากจะขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนั้น เขาผู้นี้มีนามว่า “สำราญ ศรีวรภัทร” ซึ่งผู้นำท่านนี้ ต้องบอกว่า ได้สะสมประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเครือข่ายมากว่า 11 ปี จากบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ น้องเล็กมากมาย อีกทั้งยังพ่วงดีกรีการเป็น “ผู้นำเงินล้าน” มาด้วย...คอลัมน์ “คลับเงินล้าน” ปักษ์นี้ จึงขอพาท่านผู้อ่าน มาร่วมไขกุญแจความสำเร็จของ “สำราญ ศรีวรภัทร” ว่าเหตุไฉนเขาจึงตัดสินใจยอมที่จะทิ้งเงินหลักล้าน มาเริ่มก้าวเท้าเดินบนเส้นทางแห่งใหม่ที่ “ไอยรา แพลนเน็ต”...
...“สำราญ” เด็กช่างจาก จ.ภูเก็ต เริ่มรู้จักและทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน และได้เข้ามาสัมผัสในธุรกิจขายตรง ที่มีพ่อเป็นผู้เปิดวิสัยทัศน์ให้ ด้วยการร่วมธุรกิจกับบริษัทเครือข่ายแห่งหนึ่ง...หลังจากนั้นก็ได้ไปร่วมกับบริษัทเครือข่ายยักษ์ใหญ่อีกแห่ง เขาทำมากว่า 3 ปี มีรายได้ไม่เกิน 1 หมื่นบาท และสุดท้ายก็ล้มเหลว...เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว...
จนกระทั่ง “สำราญ” เรียนจบและได้ทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เจ้าใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และมีรายได้ในขณะนั้นเพียง 8 พันบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากในอาชีพวิศวกร แต่ “สำราญ” ก็ไม่หวั่น...เพราะคิดอยู่เสมอว่า การได้รับผิดชอบ ทำในหลากหลายอาชีพ ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้งาน ได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ...
หลังจากนั้น “สำราญ” ได้เริ่มต้นความฝัน ด้วยการเปิดร้านคอมพิวเตอร์เล็กๆ ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก งานเยอะจนมีรายได้เสริมมากกว่ารายได้จากงานประจำ ซึ่งในการประกอบอาชีพวิศวกรของ “สำราญ” ในเวลานั้น รวมเบ็ดเสร็จแล้วเขารับรายได้เดือนละประมาณ 45,000 บาท แต่กระนั้น รายรับก็ไม่พอกับรายจ่ายอยู่ดี เขาจึงมองหาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำเพิ่ม แต่แล้วงานเหล่านั้นก็ไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับเขาได้...
“ผมเชื่อว่าคนทำงานประจำ ไม่มีใครที่ไม่มีหนี้ เมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง ก็ต้องอยากได้โน่นนี่ อยากได้บ้าน อยากได้รถ ส่วนใหญ่ต้องกู้มาทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อเราใช้เงินไม่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อุบัติเหตุทางการเงิน ต้องยอมรับว่าเราไม่มีความรู้ทางการใช้เงิน นี่คือความเสี่ยงมากๆ จุดนี้เป็นสิ่งที่อันตรายและต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีหนี้สินมากขึ้น เราก็ต้องทำอะไรมากขึ้นด้วยเช่นกัน”…
“สำราญ” เล่าต่อว่า “แต่ก่อนผมเริ่มจากการเปิดร้านคอมพิวเตอร์ เปิดร้านเสื้อผ้า เปิดร้านสังฆภัณฑ์ ไปจนถึงขายลูกชิ้นปิ้ง ซึ่งทุกๆ ธุรกิจที่เราไปทำมา ต้องใช้เงินทุนที่สูงถึงหลักแสนบาท เมื่อเราทำงานประจำทุกวัน เลิกงานเราต้องไปขายของ ถ้าเราทำไม่ไหวก็ต้องจ้างลูกน้อง จึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละเดือน เชื่อว่าเป็นปัญหาของผู้ประกอบการหลายท่าน ตรงนี้ทำให้เรามองว่าธุรกิจเครือข่ายน่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งนั่นเอง”...
และจากความคิดที่อยากจะทำธุรกิจเครือข่าย ทำให้ “สำราญ” จึงเริ่มลงมือทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง กับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาก็ลงมือทำอย่างจริงจัง จนความสำเร็จเกิดขึ้นด้วยการคว้า “เงินล้าน” มาครอบครองได้สมใจ...แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ เพราะ “สำราญ” หนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลผู้นี้ ต้องการความมั่นคงใน “ธุรกิจเครือข่าย” นอกเหนือจาก “เงินล้าน” ที่เขาได้รับ...
การลองผิด ลองถูก กว่า 11 ปี ในวงการธุรกิจเครือข่ายของ “สำราญ” ถือเป็นความเสี่ยง ซึ่ง “สำราญ” มองว่า การเป็นวิศวกร และความซื่อสัตย์ของเขา สามารถทำให้เพื่อนเชื่อในตัวเขาได้ ฉะนั้นเขาจึงไม่อยากที่จะต้องย้ายหรือเปลี่ยนบริษัทบ่อยๆ
“วันนี้หากเราเลือกบริษัทไม่เป็น เมื่อทำไปสักระยะแล้วบริษัทเกิดมีปัญหา และบริษัทปิด ก็จะส่งผลต่อชื่อเสียงของเรา ทำให้เสียเพื่อน เสียญาติได้ จึงอยากให้มองที่ความมั่นคงของบริษัท ไม่ใช่เพียงตัวเลขของรายได้ เราต้องรักษาเครดิตเหนือสิ่งอื่นใด เพราะต้นทุนของเราคือเวลาและเครดิตของตัวเอง เพราะหากเครดิตเสียทุกอย่างก็จบ...”
ก่อนหน้านี้ “สำราญ” ลองผิดลองถูกมาตลอด ไม่มีครู ไม่มีผู้คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง แต่หลังจากที่เขาได้มาพูดคุยกับ “อ.กัมปนาท” ก็ทำให้ “สำราญ” มองเห็นถึงการทำงานแบบมืออาชีพ จึงเกิดความศรัทธาในตัวท่านประธาน และเกิดความเชื่อมั่นในบริษัท “ไอยรา แพลนเน็ต” ว่าที่แห่งนี้จะสามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงให้แก่เขาได้...
“ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงแบบสะเปะสะปะ ไม่มีโอกาสได้พบปะครูที่รู้จริง ไม่มีครูถ่ายทอดวิชาเป็นที่ปรึกษาให้มาก่อน มีคำกล่าวว่า “เมื่อศิษย์พร้อม ครูก็ปรากฏ” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย ผมมีโอกาสได้พบ และรับฟังวิสัยทัศน์จาก “ครู” ที่มีความสำคัญกับผมและวงการธุรกิจเครือข่ายขายตรงมาก นั่นคือ อ.กัมปนาท บุญราศรี และ อ.เมย์ลดา บุญราศรี ผมพิสูจน์ตัวเอง กระทั่งท่านเมตตาให้โอกาสแนะนำเรื่องราวดีๆ มากมายให้แก่ผม...”
...ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ “สำราญ” มองว่านี่เป็นโอกาสของเขา จึงไม่รีรอที่จะลงมือทำ และยอมที่จะทิ้งเงินล้านมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่ “ไอยรา แพลนเน็ต” พร้อมตั้งเป้าให้กับตัวเองว่า ภายใน 3 เดือน เขาจะต้องแตะรายได้หลักแสนให้จงได้ และแล้วสิ่งที่ “สำราญ” ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะการขยัน มุ่งมั่น เอาจริง เรียนรู้ บวกกับมีครูคอยชี้แนะวิธีการทำงาน ทำให้เขาสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองถึง 230,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 40 วันเท่านั้น...
บริษัทจะมั่นคงได้อย่างไร หากสินค้าไม่ดี หากเจ้าของไม่เข้าใจในธุรกิจเครือข่าย สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการมีเงินลงทุนอย่างเดียว แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายเลย นี่คือความเสี่ยง...
“ลองนึกดูว่าวันนี้เราจะออกแบบรถยนต์สักคันหนึ่ง แล้ววิศกรออกแบบไม่เข้าใจว่ารถยนต์คืออะไร แล้วจะออกแบบรถมาให้มีสมรรถนะที่ดีได้อย่างไร เมื่อเราเป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้ ก็ต้องหาโรงงานผลิตรถยนต์ที่ดี วันนี้ “ไอยรา แพลนเน็ต” ถือเป็นยานพาหนะที่ดีมาก อยู่ที่ว่าจะกล้าเหยียบ กล้าขับหรือเปล่า ผมขับมาโดยไม่รู้ว่ารถคันนี้มีสมรรถนะที่ดีขนาดนี้ แต่ผมกล้าที่จะลองขับ และความกล้าในครั้งนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่า...”
เมื่อบริษัทพร้อม เจ้าของดี สินค้าดี แผนการตลาดดี จ่ายคุ้มค่า จังหวะเวลาได้ มีระบบการฝึกอบรมที่ดี ก็เหลือที่ตัวเราแล้ว เราต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง ศึกษาเรียนรู้อยู่เสมอ ออกภาคสนามบ่อยๆ และเมื่อใดที่เจอปัญหา จงพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญต้องรู้จักสร้างผู้นำ ยิ่งมีผู้นำ มีคนร่วมธุรกิจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นคงมากเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ท่านต้องสร้างเองด้วย
โดยเราทำสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นก็จะเป็นยี่ห้อของเรา จุดนี้อยู่ที่เราต้องเห็นความสำคัญของภาพลักษณ์หรือการสร้างแบรนด์ สร้างอิมเมจของตัวเองก่อน เราจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มากเพียงใด ก็ต่อเมื่อเราตอบคำถามของตัวเราเองให้ได้ก่อนว่า เป้าหมายของเราคืออะไร และเราทำธุรกิจเครือข่ายเพื่ออะไร
“สำราญ” ทำงานด้วยความมุ่งมั่น และใช้หลักแนวทางในการสอนสมาชิกทีมงานที่แตกต่าง ด้วยการสอนให้ลูกทีมวางเป้าหมายในชีวิต พร้อมออกแบบรายได้ของตัวเอง และสอนให้ลูกทีมได้ลองสัมผัสกับสิ่งท้าทาย ยิ่งเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ประสบการณ์ก็จะยิ่งมาก คนสำเร็จมีทักษะและทัศนคติที่ดี มีมุมมอง อยู่กับมันได้อย่างสบายๆ จัดการมันได้เป็นอย่างดีจนชำนาญและไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป...
ทุกวันนี้แม้ “สำราญ” จะไม่ได้ทำอาชีพวิศวกรที่ร่ำเรียนมา ไม่ได้อยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ แต่เขาก็ยังได้ทำหน้าที่วิศวกร ด้วยการออกแบบรายได้ให้กับสมาชิก อีกทั้งยังทำให้เขาสามารถวางแผนการเงินของตัวเองได้ดีเยี่ยมอีกด้วย...
“การทำธุรกิจเครือข่าย ย่อมต้องมีครูสอน มีครูคอยแนะนำ ชี้แนวทางที่ถูกต้อง และ “ไอยรา แพลนเน็ต” มีการสอนตั้งแต่พื้นฐานเป็นลำดับขั้น มีมืออาชีพคอยเป็นพี่เลี้ยง หากท่านอยากประสบความสำเร็จ แต่เจอทีมงานที่ไม่ดี แน่นอนว่าสำเร็จได้ช้า ซึ่งท่านต้องเลือกเครื่องมือในการสร้างความฝัน ต้องเลือกบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ของท่าน เพราะหากเลือกบริษัทที่ดีและมีความพร้อมแล้วทุกอย่างก็จะสำเร็จ”
“สำราญ” บอกต่อว่า “วันนี้ผมไม่ทราบว่า ไอยรา จะเป็นโอกาสสำหรับท่านหรือเปล่า แต่วันนี้โอกาสเป็นของผม ท่านต้องเข้ามาดู เข้ามาศึกษา และสิ่งสำคัญ หากท่านพบแล้วว่าองค์ประกอบใช่ ลุยเลย ที่ตรงนี้สร้างให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ บริษัทพร้อม ขอให้ท่านพร้อมเช่นกัน วันนี้ความสำเร็จต้องพิสูจน์ เงินจำนวนมหาศาลก็เลือกเจ้าของ แต่ในวันนี้เราต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้เงินจำนวนมหาศาลเลือกเราที่จะเป็นเจ้าของ ฝ่าฟันกับปัญหาสักหน่อยแม้จะหนัก แต่เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น ถ้าประสบความสำเร็จ ชีวิตเปลี่ยน แต่ถ้าท่านไม่ประสบความสำเร็จ ก็กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่เสียหายอะไร จงอย่าลังเล ให้เข้ามาลองศึกษาดูแล้วจะรู้ว่าจริงหรือไม่”…
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวชีวิตของอดีตผู้นำเงินล้าน ที่พร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ บ้านหลังใหม่แห่ง “ไอยรา แพลนเน็ต” ที่สื่อให้เห็นแล้วว่า การมีวิสัยทัศน์ อดทน ไม่ยึดติดกับเงินล้าน และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ จะสร้างให้ชีวิตมีความมั่นคง และได้ขึ้นแท่นเป็น “ผู้นำเงินล้าน” ได้ในไม่ช้าแน่นอน...!!!
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
“ไอยราแพลนเน็ต (Aiyara Planet)” เปิดตัวลงสนาม ชูจุดเด่นสินค้าวิจัยเด็ดปั้นยอดขาย 100 ล้านบาท
“กัมปนาท บุญราศรี” เปิดตัวน้องใหม่ขายตรง “ไอยรา แพลนเน็ต” ชูกลยุทธ์สินค้าสุดเด็ด “IMMURA” ผลวิจัยจาก “ม.เชียงใหม่” เจาะลึกด้านการดูแลเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด เปิดตัว 40 วัน ขายทะลัก 6,000 กระปุก พร้อมขยายเครือข่ายเน็ตเวิร์ค เปิดช่องจ่ายผ่น 7-11 ทั่วไทย แบบเรียลไทม์ แย้มเตรียมร่วมมือ ธ.ไทยพาณิชย์ ขยายช่องทางชำระเงินเพิ่มคาดว่าสิ้นปีกวาดยอดขายทะลุ 100 ล้านบาท
นายกัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการธุรกิจขายตรงมาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากนักธุรกิจอิสระเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วกว่า 2,500 คน
โดยมีสัดส่วนสมาชิกกลุ่มใหญ่อยู่ที่ภาคใต้ ประมาณ 50% มีผลิตภัณฑ์ทำตลาดทั้งหมด ได้แก่
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค
4. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร
“ส่วนผลิตภัณฑ์นำทัพของเรานั้นคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร IMMURA ผลวิจัยจากนัดวิทยาศาสตร์คนไทย หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยดูแลภูมิคุ้มกันกระดูดข้อต่อ และเนื้อเยื่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกดีมาก เปิดจำหน่ายเพียง 40 วันขายไปได้มากกว่า 6,000 กระปุกและตลอดปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปีคาดว่าจะมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 12-15 รายการ”
สำหรับการทำตลาดนั้นจะเน้นการฝึกอบรมนักธุรกิจให้มีคุณภาพผ่านระบบฝึกอบรมที่เข้มข้น มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่ดีโดยมีระบบสนับสนุนที่สำคัญคือ ระบบไอทีทั้งหมดของบริษัท ที่เป็นการออนไลน์แบบเรียลไทม์ มีหลากหลายช่องทางให้กับสมาชิกได้ชำระเงิน ไม่ว่าจะเป้นการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ ร้านสะดวกซื้อ 7-11 และในอนาคตจะมีการประสานกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มีระบบการจ่ายเงินเฉพาะของบริษัท โดยทุกช่องทางเมื่อมีการจ่ายเงินเข้ามาสู่ระบบ สมาชิกจะสามารถเช็คยอดแบบเรียลไทม์ได้ทันที
“ระบบของเรานั้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม Gen-Y ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเอื้อให้มีความพร้อมที่จะขยายไปยังตลาดอาเซียนในอนาคตได้ง่ายตาย การเติบโตของเราไปได้สวยงาม เพียงแค่เปิดมา 40 วัน ตอนนี้เราจ่ายค่าคอมมิชชั่นไปแล้วมากกว่า 3 ล้านบาท มีนักธุรกิจบางท่านไดรับเงินรายได้ถึง 500,000 บาทแล้ว”
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานทำบุญสำนักงานใหญ่ ชั้น 14 อาคารบี ตึกช้าง พร้อมกับการแถลงวิสัยทัศน์ ของทีมบริหาร ได้แก่ วิสัยทัศน์การตลาดและการบริหาร โดยนายกัมปนาท บุญราศรี วิสัยทัศน์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดย รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ และวิสัยทัศน์การพัฒนาองค์กรนักธุรกิจอิสระ โดย อาจารย์ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ
อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการบริษัท ไอยราฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้นั้น อันที่จริงอยากทำให้ถึง 200 ล้านบาท แต่คงขอตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาทก่อน เพราะจากศักยภาพทั้งหมดของเราสามารถทำได้อย่างแน่นอน”
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 227 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2555
“ไอยราแพลนเน็ต (Aiyara Planet)” เปิดตัวลงสนาม ชูจุดเด่นสินค้าวิจัยเด็ดปั้นยอดขาย 100 ล้านบาท
“กัมปนาท บุญราศรี” เปิดตัวน้องใหม่ขายตรง “ไอยรา แพลนเน็ต” ชูกลยุทธ์สินค้าสุดเด็ด “IMMURA” ผลวิจัยจาก “ม.เชียงใหม่” เจาะลึกด้านการดูแลเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด เปิดตัว 40 วัน ขายทะลัก 6,000 กระปุก พร้อมขยายเครือข่ายเน็ตเวิร์ค เปิดช่องจ่ายผ่น 7-11 ทั่วไทย แบบเรียลไทม์ แย้มเตรียมร่วมมือ ธ.ไทยพาณิชย์ ขยายช่องทางชำระเงินเพิ่มคาดว่าสิ้นปีกวาดยอดขายทะลุ 100 ล้านบาท
นายกัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการธุรกิจขายตรงมาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากนักธุรกิจอิสระเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วกว่า 2,500 คน
โดยมีสัดส่วนสมาชิกกลุ่มใหญ่อยู่ที่ภาคใต้ ประมาณ 50% มีผลิตภัณฑ์ทำตลาดทั้งหมด ได้แก่
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงาม
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค
4. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร
“ส่วนผลิตภัณฑ์นำทัพของเรานั้นคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร IMMURA ผลวิจัยจากนัดวิทยาศาสตร์คนไทย หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยดูแลภูมิคุ้มกันกระดูดข้อต่อ และเนื้อเยื่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกดีมาก เปิดจำหน่ายเพียง 40 วันขายไปได้มากกว่า 6,000 กระปุกและตลอดปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปีคาดว่าจะมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 12-15 รายการ”
สำหรับการทำตลาดนั้นจะเน้นการฝึกอบรมนักธุรกิจให้มีคุณภาพผ่านระบบฝึกอบรมที่เข้มข้น มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่ดีโดยมีระบบสนับสนุนที่สำคัญคือ ระบบไอทีทั้งหมดของบริษัท ที่เป็นการออนไลน์แบบเรียลไทม์ มีหลากหลายช่องทางให้กับสมาชิกได้ชำระเงิน ไม่ว่าจะเป้นการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ ร้านสะดวกซื้อ 7-11 และในอนาคตจะมีการประสานกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มีระบบการจ่ายเงินเฉพาะของบริษัท โดยทุกช่องทางเมื่อมีการจ่ายเงินเข้ามาสู่ระบบ สมาชิกจะสามารถเช็คยอดแบบเรียลไทม์ได้ทันที
“ระบบของเรานั้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม Gen-Y ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเอื้อให้มีความพร้อมที่จะขยายไปยังตลาดอาเซียนในอนาคตได้ง่ายตาย การเติบโตของเราไปได้สวยงาม เพียงแค่เปิดมา 40 วัน ตอนนี้เราจ่ายค่าคอมมิชชั่นไปแล้วมากกว่า 3 ล้านบาท มีนักธุรกิจบางท่านไดรับเงินรายได้ถึง 500,000 บาทแล้ว”
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานทำบุญสำนักงานใหญ่ ชั้น 14 อาคารบี ตึกช้าง พร้อมกับการแถลงวิสัยทัศน์ ของทีมบริหาร ได้แก่ วิสัยทัศน์การตลาดและการบริหาร โดยนายกัมปนาท บุญราศรี วิสัยทัศน์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดย รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ และวิสัยทัศน์การพัฒนาองค์กรนักธุรกิจอิสระ โดย อาจารย์ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ
อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการบริษัท ไอยราฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้นั้น อันที่จริงอยากทำให้ถึง 200 ล้านบาท แต่คงขอตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาทก่อน เพราะจากศักยภาพทั้งหมดของเราสามารถทำได้อย่างแน่นอน”
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 227 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2555
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555
พลิกมิติวงการขายตรงไทย ‘ไอยรา (Aiyara Planet)’ปลุกธุรกิจสีขาวปั้นเศรษฐี
น้องใหม่ “ไอยรา แพลนเน็ต” เปิดตำราเด็ด เข็นสมาชิกปิดฉากความจน...งัดสูตรยุทธวิธีการทำงาน สร้างเม็ดเงินที่จับต้องได้ป้อนสมาชิก พิชิตรายได้ที่ยั่งยืนบนพื้นฐานธุรกิจเครือข่ายสีขาว...มั่นใจ! Aiyara Academy ปั้นนักธุรกิจพิชิตความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง...ปลื้ม! ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า...จับตา! ปลายปีนี้ ตีปีกคว้ายอดขายทะลุ 100 ล้าน สร้างนักขายเงินแสน ไม่น้อยกว่า 150 คนต่อเดือน ยอดสมาชิกทะลุ 15,000 รหัส…!!!
...ถูกจับตามองจากสายตาคนในวงการขายตรงหลายพันคู่ สำหรับ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ขายตรงน้องใหม่ที่ทีมงานบริหาร
ไม่ใหม่ในวงการ เพราะชื่อเสียงเรียงนามของประธานกรรมการ “กัมปนาท บุญราศี” เป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง เพราะเรียนรู้และเข้าใจธุรกิจเครือข่ายขายตรงอย่างแตกฉาน เรียกว่า เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ขายตรงในยุคนี้ก็ว่าได้
ดีกรีที่ไม่ธรรมดาของ “ประธานบริษัท” ทำให้น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานรายนี้ เป็นที่จับจ้องของคนในวงการอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะการตัดสินใจสวมบทแม่ทัพใหญ่ ลงกรำศึกในสนามขายตรงของ “กัมปนาท บุญราศี” ย่อมมีทีเด็ดที่น่าสนใจ หรือกลยุทธ์ใหม่ๆ สร้างจุดขายเรียกสมาชิก ออกมาโชว์ให้เห็นกันทั้งวงการอย่างแน่นอน...!!!
จุดกำเนิด“ไอยรา”
ฝันที่เป็นจริงอิงธุรกิจสีขาว
...สำหรับต้นกำเนิดของบริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด “กัมปนาท บุญราศี” ประธานกรรมการ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่ก่อตั้งบริษัทฯ แห่งนี้ ขึ้นมาคือ การทำตามความ ฝันที่ต้องการเห็นบริษัทขายตรงที่เป็นสีขาวจริงๆ และมีองค์ประกอบที่เพียบพร้อม ภายใต้การดำเนินธุรกิจโดยเป็นขายตรงของคนไทย
“จากประสบการณ์ที่ผมคิดว่าทำได้ และคนเรามีความฝัน และมั่นใจว่าทำได้ จึงอยากเปิดบริษัทดีๆ ขึ้นมา และมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่เกิดขึ้นในระบบขายตรง ขณะเดียวกัน เรามีสินค้าที่มีศักยภาพสูง เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสมาชิกได้เป็นอย่างดี รวมกับผู้นำที่รู้จักกันมาและให้การสนับสนุนเดินเคียงข้างกันมาตลอด จึงเกิดเป็น ไอยรา ขึ้นมาในวันนี้”
“กัมปนาท” เปิดเผยต่อว่า สิ่งแรกที่ต้องยึดเป็นหลักของบริษัทแห่งนี้ คือ ต้องเป็นธุรกิจเครือข่ายสีขาว ซึ่งธุรกิจสีขาว ที่ว่านั้น ต้องเริ่มต้นจากสินค้าที่มีคุณภาพ ประโยชน์ตกอยู่ที่ผู้บริโภค โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า มีประโยชน์จริงๆ สิ่งสำคัญราคา ผู้บริโภคต้องซื้อได้ด้วย ถึงจะทำให้การตลาดเกิด
ส่วนในเรื่องของการทำธุรกิจต้องมีระบบปันผลที่แน่ชัด และยึดหลักความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถึงจะสามารถตอบสนองนักธุรกิจได้จริง
“แผนบางแผน อาจดูเหมือนง่าย แต่เมื่อลงมือทำกลับสลับซับซ้อน ทำให้สับสน ไม่สามารถจับเซกเมนต์แก่นักธุรกิจได้ว่า คนกลุ่มนี้เป็นแบบไหน อาทิ นักธุรกิจกลุ่มขายเก่ง ควรมีแผนไปตอบโจทย์โดยเฉพาะ ส่วนกลุ่มคนที่เน้นรีครูทเก่ง ต้องมีแผนไปตอบโจทย์ให้ได้เช่นกัน แม้แต่คนที่เป็นแม่ทีม มีความต้องการที่จะบริหารเครือข่าย ก็ต้องตอบโจทย์ได้ว่าจะบริหารเครือข่ายอย่างไรให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด ฯลฯ”
มั่นใจ “Aiyara Academy”
ปั้นเศรษฐีประดับวงการเพียบ
“กัมปนาท” เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และจำนวนสมาชิกที่จะหลั่งไหลเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทฯ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการฝึกอบรม ที่บริษัทฯ ไม่ได้มองเพียงแค่ว่าทักษะดี ถึงจะสามารถสำเร็จได้ แต่มองลึกไปถึงอุปนิสัยที่ต้องเป็นคนดีของสังคม และสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลคนในสังคมได้ด้วย ถึงจะกลายเป็นระบบของบริษัทฯ
“ถือเป็นความโชคดีที่เราได้ อ.ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ มาดูแลในเรื่องของการฝึกอบรมใน “Aiyara Academy” ที่ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่จะผลักดันให้สมาชิกประสบความสำเร็จ โดยเรียนจากคอร์สของ อ.ชาญวิทย์ ซึ่งมีประสบการณ์จริงและสร้างมนุษย์เงินล้านมาจนประสบความสำเร็จมากมาย และใน “Aiyara Academy” ยังสอนในสิ่งที่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้ เข้าใจง่าย ทำได้เลย แม้หลายคนจะเรียนรู้มาแล้วทุกอย่าง แต่ในทางปฏิบัติ กลับไม่ประสบความสำเร็จ แต่ที่บริษัทเราสามารถทำให้คนเหล่านั้น ประสบความสำเร็จได้ จากการทำให้รู้ความต้องการของตัวเอง”
สำหรับเป้าหมายของบริษัทฯ ในปีนี้ ตั้งใจที่จะทำให้คนรู้จักมากที่สุด พยายามที่จะสร้างแบรนด์ไอยราฯ อย่างต่อเนื่องตามช่องทางต่างๆ โดยยึดหลักความเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ สามารถทำให้คนประสบความสำเร็จได้ ส่วนยอดขายคาดว่า สิ้นปีนี้จะมียอดขายประมาณ 100 ล้านบาท และจำนวนสมาชิกจะมีถึง 15,000 รหัส และจำนวนสมาชิกที่ได้รับเงิน 1 แสนบาท ไม่น้อยกว่า 150 คนต่อเดือน
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012
พลิกมิติวงการขายตรงไทย ‘ไอยรา (Aiyara Planet)’ปลุกธุรกิจสีขาวปั้นเศรษฐี
น้องใหม่ “ไอยรา แพลนเน็ต” เปิดตำราเด็ด เข็นสมาชิกปิดฉากความจน...งัดสูตรยุทธวิธีการทำงาน สร้างเม็ดเงินที่จับต้องได้ป้อนสมาชิก พิชิตรายได้ที่ยั่งยืนบนพื้นฐานธุรกิจเครือข่ายสีขาว...มั่นใจ! Aiyara Academy ปั้นนักธุรกิจพิชิตความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง...ปลื้ม! ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า...จับตา! ปลายปีนี้ ตีปีกคว้ายอดขายทะลุ 100 ล้าน สร้างนักขายเงินแสน ไม่น้อยกว่า 150 คนต่อเดือน ยอดสมาชิกทะลุ 15,000 รหัส…!!!
...ถูกจับตามองจากสายตาคนในวงการขายตรงหลายพันคู่ สำหรับ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ขายตรงน้องใหม่ที่ทีมงานบริหาร
ไม่ใหม่ในวงการ เพราะชื่อเสียงเรียงนามของประธานกรรมการ “กัมปนาท บุญราศี” เป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้าง เพราะเรียนรู้และเข้าใจธุรกิจเครือข่ายขายตรงอย่างแตกฉาน เรียกว่า เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ขายตรงในยุคนี้ก็ว่าได้
ดีกรีที่ไม่ธรรมดาของ “ประธานบริษัท” ทำให้น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานรายนี้ เป็นที่จับจ้องของคนในวงการอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะการตัดสินใจสวมบทแม่ทัพใหญ่ ลงกรำศึกในสนามขายตรงของ “กัมปนาท บุญราศี” ย่อมมีทีเด็ดที่น่าสนใจ หรือกลยุทธ์ใหม่ๆ สร้างจุดขายเรียกสมาชิก ออกมาโชว์ให้เห็นกันทั้งวงการอย่างแน่นอน...!!!
จุดกำเนิด“ไอยรา”
ฝันที่เป็นจริงอิงธุรกิจสีขาว
...สำหรับต้นกำเนิดของบริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด “กัมปนาท บุญราศี” ประธานกรรมการ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่ก่อตั้งบริษัทฯ แห่งนี้ ขึ้นมาคือ การทำตามความ ฝันที่ต้องการเห็นบริษัทขายตรงที่เป็นสีขาวจริงๆ และมีองค์ประกอบที่เพียบพร้อม ภายใต้การดำเนินธุรกิจโดยเป็นขายตรงของคนไทย
“จากประสบการณ์ที่ผมคิดว่าทำได้ และคนเรามีความฝัน และมั่นใจว่าทำได้ จึงอยากเปิดบริษัทดีๆ ขึ้นมา และมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่เกิดขึ้นในระบบขายตรง ขณะเดียวกัน เรามีสินค้าที่มีศักยภาพสูง เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสมาชิกได้เป็นอย่างดี รวมกับผู้นำที่รู้จักกันมาและให้การสนับสนุนเดินเคียงข้างกันมาตลอด จึงเกิดเป็น ไอยรา ขึ้นมาในวันนี้”
“กัมปนาท” เปิดเผยต่อว่า สิ่งแรกที่ต้องยึดเป็นหลักของบริษัทแห่งนี้ คือ ต้องเป็นธุรกิจเครือข่ายสีขาว ซึ่งธุรกิจสีขาว ที่ว่านั้น ต้องเริ่มต้นจากสินค้าที่มีคุณภาพ ประโยชน์ตกอยู่ที่ผู้บริโภค โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า มีประโยชน์จริงๆ สิ่งสำคัญราคา ผู้บริโภคต้องซื้อได้ด้วย ถึงจะทำให้การตลาดเกิด
ส่วนในเรื่องของการทำธุรกิจต้องมีระบบปันผลที่แน่ชัด และยึดหลักความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถึงจะสามารถตอบสนองนักธุรกิจได้จริง
“แผนบางแผน อาจดูเหมือนง่าย แต่เมื่อลงมือทำกลับสลับซับซ้อน ทำให้สับสน ไม่สามารถจับเซกเมนต์แก่นักธุรกิจได้ว่า คนกลุ่มนี้เป็นแบบไหน อาทิ นักธุรกิจกลุ่มขายเก่ง ควรมีแผนไปตอบโจทย์โดยเฉพาะ ส่วนกลุ่มคนที่เน้นรีครูทเก่ง ต้องมีแผนไปตอบโจทย์ให้ได้เช่นกัน แม้แต่คนที่เป็นแม่ทีม มีความต้องการที่จะบริหารเครือข่าย ก็ต้องตอบโจทย์ได้ว่าจะบริหารเครือข่ายอย่างไรให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด ฯลฯ”
มั่นใจ “Aiyara Academy”
ปั้นเศรษฐีประดับวงการเพียบ
“กัมปนาท” เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และจำนวนสมาชิกที่จะหลั่งไหลเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทฯ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการฝึกอบรม ที่บริษัทฯ ไม่ได้มองเพียงแค่ว่าทักษะดี ถึงจะสามารถสำเร็จได้ แต่มองลึกไปถึงอุปนิสัยที่ต้องเป็นคนดีของสังคม และสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลคนในสังคมได้ด้วย ถึงจะกลายเป็นระบบของบริษัทฯ
“ถือเป็นความโชคดีที่เราได้ อ.ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ มาดูแลในเรื่องของการฝึกอบรมใน “Aiyara Academy” ที่ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่จะผลักดันให้สมาชิกประสบความสำเร็จ โดยเรียนจากคอร์สของ อ.ชาญวิทย์ ซึ่งมีประสบการณ์จริงและสร้างมนุษย์เงินล้านมาจนประสบความสำเร็จมากมาย และใน “Aiyara Academy” ยังสอนในสิ่งที่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้ เข้าใจง่าย ทำได้เลย แม้หลายคนจะเรียนรู้มาแล้วทุกอย่าง แต่ในทางปฏิบัติ กลับไม่ประสบความสำเร็จ แต่ที่บริษัทเราสามารถทำให้คนเหล่านั้น ประสบความสำเร็จได้ จากการทำให้รู้ความต้องการของตัวเอง”
สำหรับเป้าหมายของบริษัทฯ ในปีนี้ ตั้งใจที่จะทำให้คนรู้จักมากที่สุด พยายามที่จะสร้างแบรนด์ไอยราฯ อย่างต่อเนื่องตามช่องทางต่างๆ โดยยึดหลักความเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ สามารถทำให้คนประสบความสำเร็จได้ ส่วนยอดขายคาดว่า สิ้นปีนี้จะมียอดขายประมาณ 100 ล้านบาท และจำนวนสมาชิกจะมีถึง 15,000 รหัส และจำนวนสมาชิกที่ได้รับเงิน 1 แสนบาท ไม่น้อยกว่า 150 คนต่อเดือน
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012
วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555
ขายตรงน้องใหม่ แห่เปิดตัวไม่หยุด ‘ไอยรา (Aiyara Planet)’ วางสินค้า 15 ตัว เดิมพัน 200 ล.
มาอีกหนึ่ง “ไอยรา” แบรนด์ล่าสุดแห่งวงการขายตรง บอกเตรียมเขย่าตลาดสร้างการรับรู้ ชูจุดเด่นสินค้าผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เปิดตัว “อินมูร่า” สารสกัดเซซามินจากงาดำเป็นสินค้าเรือธง ฟุ้งเพียง 40 วัน วางขายสร้างยอด 6 พันกระปุก ตั้งเป้าสิ้นปีมี 200 ล้านบาท
ในช่วงต้นปีเช่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวลาสำคัญในการช่วงชิงพื้นที่ความได้เปรียบของธุรกิจขายตรงที่แต่ละค่ายต่าง งัดกลยุทธ์เด็ดออกมาสร้างความน่าสนใจของธุรกิจ เพื่อหวังดึงดูดสมาชิกและยอด ขาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าบริษัทเปิดใหม่ ที่จำเป็นต้องเร่งงัดยุทธวิธีต่างๆออกมา เพื่อลงสมรภูมิการแข่งขันที่ยิ่งทวีความดุเดือด ตามองศาความร้อนของอุณหภูมิเช่นนี้
เช่นเดียวกับขายตรงน้องใหม่ที่ชื่อ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ภายใต้การนำทัพของ กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นจะนำเสนอ บริษัทที่ดี มีสินค้าและแผนการตลาดที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ทุกๆ คนได้
โดยนายกัมปนาท บุญราศรี กล่าวว่า “การทำตลาดแบบขายตรงให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญประการแรกเลย คือ สินค้าต้องมีคุณภาพและความแตกต่าง ดังนั้นสิ่งที่บริษัทให้ความใส่ใจเมื่อคิดที่จะเปิด บริษัท คือ การค้นหาผู้เชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกแตกต่าง แต่มีคุณภาพออกสู่ตลาดผู้บริโภค และตนเองก็ได้พบกับบุคคลที่ว่านั้น ซึ่งท่านก็คือ รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ เป็นนักชีวเคมี อยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และท่านเองยังเป็นผู้อำนวยการหน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ และเซลล์ต้นกำเนิด ท่านเป็นผู้ที่ศึกษาสารสกัดเซซามิน จากงาดำ อย่างจริงจังต่อเนื่องมาหลายปี”
ปัจจุบันรศ.ดร.ปรัชญา ได้ตอบรับเข้ามาเป็นที่ปรึกษา และผู้คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไอยราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากงาดำที่ท่านคิดค้นและ เป็นงานวิจัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรไปทั่วโลก ซึ่งบริษัทได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า “อินมูร่า”
ดังนั้นผลิตภัณฑ์อินมูร่า จึงถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัทอยู่ในขณะนี้ โดยจากการที่ไอยราเพิ่งเปิดบริษัทไปได้เพียง 40 วัน แต่สินค้าอินมูร่า มียอดการจำหน่ายไปแล้วประมาณ 6 พันกระปุก
นายกัมปนาทกล่าวต่อว่า ในขณะนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังมีสินค้าในกลุ่มความงาม ซึ่งจะใช้แบรนด์ที่ชื่อว่า “ไอยรา” โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 4 รายการด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์หน้า ครีมบำรุงผิวหน้าทั้งกลางวันและกลางคืน และผลิตภัณฑ์สเตมเซลล์ ทั้งนี้แบรนด์ไอยราจะเน้นการใช้สารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อไปที่จะมีการผลิตออกมา คือ กลุ่มกระชับสัดส่วน ซึ่งขณะนี้มีสินค้ารายการแรกคือ กาแฟลดน้ำหนักเป็นกาแฟบราซิลสกัด และจะมีกลุ่มสินค้าที่จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม นี้อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งสินค้าเกษตร บริษัทผลิตขึ้นโดยไม่ได้มุ่งหวังจะแข่งกับใคร และจะใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นตัวเชื่อมโยงสู่พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้รู้จักกับบริษัทไอยรา แล้วนำมาสู่การใช้ผลิตภัณฑ์ อื่นๆของบริษัทต่อไป
ส่วนในเรื่องการทำตลาดนั้น นายกัมปนาท เปิดเผยว่า ตนก็ใช้การตลาดแบบพื้นฐาน คือการบอกต่อ เพราะกระบวนการบอกต่อถือเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจเครือข่าย แต่ก่อนที่จะมีการดำเนิน งานตามระบบดังกล่าวนั้น บริษัทจะเน้นการสร้างคนให้เป็นมืออาชีพก่อน ขณะนี้ จึงได้มีการสร้างสถาบันฝึกอบรมของไอยรา มีการขยายห้องประชุม จัดหลักสูตรการฝึกอบรม โดยแบ่งฐานการอบรมเป็น 2 ส่วน คือ ระบบที่บริษัทจัดทำขึ้นมา และระบบที่สมาชิกหรือแม่ทีมเป็นผู้กำหนด
โดยเป้าหมายปลายปีนี้ บริษัทกำหนดไว้ว่า จะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ให้ได้ประมาณ 12-15 รายการ ในส่วนของสมาชิกบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 หมื่นรหัส และวางยอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012
ขายตรงน้องใหม่ แห่เปิดตัวไม่หยุด ‘ไอยรา (Aiyara Planet)’ วางสินค้า 15 ตัว เดิมพัน 200 ล.
มาอีกหนึ่ง “ไอยรา” แบรนด์ล่าสุดแห่งวงการขายตรง บอกเตรียมเขย่าตลาดสร้างการรับรู้ ชูจุดเด่นสินค้าผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เปิดตัว “อินมูร่า” สารสกัดเซซามินจากงาดำเป็นสินค้าเรือธง ฟุ้งเพียง 40 วัน วางขายสร้างยอด 6 พันกระปุก ตั้งเป้าสิ้นปีมี 200 ล้านบาท
ในช่วงต้นปีเช่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวลาสำคัญในการช่วงชิงพื้นที่ความได้เปรียบของธุรกิจขายตรงที่แต่ละค่ายต่าง งัดกลยุทธ์เด็ดออกมาสร้างความน่าสนใจของธุรกิจ เพื่อหวังดึงดูดสมาชิกและยอด ขาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าบริษัทเปิดใหม่ ที่จำเป็นต้องเร่งงัดยุทธวิธีต่างๆออกมา เพื่อลงสมรภูมิการแข่งขันที่ยิ่งทวีความดุเดือด ตามองศาความร้อนของอุณหภูมิเช่นนี้
เช่นเดียวกับขายตรงน้องใหม่ที่ชื่อ “บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด” ภายใต้การนำทัพของ กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นจะนำเสนอ บริษัทที่ดี มีสินค้าและแผนการตลาดที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ทุกๆ คนได้
โดยนายกัมปนาท บุญราศรี กล่าวว่า “การทำตลาดแบบขายตรงให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญประการแรกเลย คือ สินค้าต้องมีคุณภาพและความแตกต่าง ดังนั้นสิ่งที่บริษัทให้ความใส่ใจเมื่อคิดที่จะเปิด บริษัท คือ การค้นหาผู้เชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกแตกต่าง แต่มีคุณภาพออกสู่ตลาดผู้บริโภค และตนเองก็ได้พบกับบุคคลที่ว่านั้น ซึ่งท่านก็คือ รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ เป็นนักชีวเคมี อยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และท่านเองยังเป็นผู้อำนวยการหน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ และเซลล์ต้นกำเนิด ท่านเป็นผู้ที่ศึกษาสารสกัดเซซามิน จากงาดำ อย่างจริงจังต่อเนื่องมาหลายปี”
ปัจจุบันรศ.ดร.ปรัชญา ได้ตอบรับเข้ามาเป็นที่ปรึกษา และผู้คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไอยราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากงาดำที่ท่านคิดค้นและ เป็นงานวิจัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรไปทั่วโลก ซึ่งบริษัทได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า “อินมูร่า”
ดังนั้นผลิตภัณฑ์อินมูร่า จึงถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัทอยู่ในขณะนี้ โดยจากการที่ไอยราเพิ่งเปิดบริษัทไปได้เพียง 40 วัน แต่สินค้าอินมูร่า มียอดการจำหน่ายไปแล้วประมาณ 6 พันกระปุก
นายกัมปนาทกล่าวต่อว่า ในขณะนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังมีสินค้าในกลุ่มความงาม ซึ่งจะใช้แบรนด์ที่ชื่อว่า “ไอยรา” โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 4 รายการด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์หน้า ครีมบำรุงผิวหน้าทั้งกลางวันและกลางคืน และผลิตภัณฑ์สเตมเซลล์ ทั้งนี้แบรนด์ไอยราจะเน้นการใช้สารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อไปที่จะมีการผลิตออกมา คือ กลุ่มกระชับสัดส่วน ซึ่งขณะนี้มีสินค้ารายการแรกคือ กาแฟลดน้ำหนักเป็นกาแฟบราซิลสกัด และจะมีกลุ่มสินค้าที่จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม นี้อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งสินค้าเกษตร บริษัทผลิตขึ้นโดยไม่ได้มุ่งหวังจะแข่งกับใคร และจะใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นตัวเชื่อมโยงสู่พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้รู้จักกับบริษัทไอยรา แล้วนำมาสู่การใช้ผลิตภัณฑ์ อื่นๆของบริษัทต่อไป
ส่วนในเรื่องการทำตลาดนั้น นายกัมปนาท เปิดเผยว่า ตนก็ใช้การตลาดแบบพื้นฐาน คือการบอกต่อ เพราะกระบวนการบอกต่อถือเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจเครือข่าย แต่ก่อนที่จะมีการดำเนิน งานตามระบบดังกล่าวนั้น บริษัทจะเน้นการสร้างคนให้เป็นมืออาชีพก่อน ขณะนี้ จึงได้มีการสร้างสถาบันฝึกอบรมของไอยรา มีการขยายห้องประชุม จัดหลักสูตรการฝึกอบรม โดยแบ่งฐานการอบรมเป็น 2 ส่วน คือ ระบบที่บริษัทจัดทำขึ้นมา และระบบที่สมาชิกหรือแม่ทีมเป็นผู้กำหนด
โดยเป้าหมายปลายปีนี้ บริษัทกำหนดไว้ว่า จะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ให้ได้ประมาณ 12-15 รายการ ในส่วนของสมาชิกบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 หมื่นรหัส และวางยอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012