ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ (Horizon Fertilize) : ฮอไรซอนครบรอบ2ปีธุรกิจแรงทะลุเป้าแย้มเตรียมส่งสินค้าใหม่เอาใจเกษตรกร









ฮอไรซอน เผยภาพรวมธุรกิจ 2 ปีที่ผ่านมาเติบโต ดีเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้จะเจอปัจจัยลบเรื่องนํ้าท่วมกระทบธุรกิจ แจงยุทธศาสตร์บุกตลาดปีนี้ ยังคงเน้นในเรื่องสินค้าเกษตรเช่นเดิม พร้อมเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ ออก มาตอบสนองความต้องการของเกษตรกร ประเดินเครื่องบุกตลาดอาเซียนรับเออีซี เล็งกัมพูชาที่แรก ต่อด้วยสปป.ลาว แย้มปีนี้ขอเติบโต 30% จากปีที่ผ่านมา


บริษัท ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงน้องใหม่ทางด้านสินค้าเกษตร ที่ ออกมาโลดแล่นอยู่ในธุรกิจขายตรง ได้ไม่นานก็สามารถที่จะสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยได้พอสมควร เช่นกันด้วยสินค้าที่โดนใจภาย ใต้แบรนด์สินค้าการเกษตรที่ชื่อ ว่าปุ๋ยกำแพงทอง จากวันนั้น จนถึงวันนี้ครบ 2 ปีในการ ดำเนินธุรกิจในเครือข่ายขาย ตรงเมืองไทย ต้องบอกว่าค่ายนี้ เขาไม่ธรรมดาจริง ๆ

สำหรับผู้ที่กุมบังเหียน บัญชาเกมรบทัพหน้าของธุรกิจ ฮอไรซอน นั่น คือ ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ปัจจุบันดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการ บริหาร ซึ่งบอสใหญ่ท่านนี้ได้ เผยถึงภาพรวมของธุรกิจฮอไร ซอนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า 2 ปีที่ผ่าน มา สำหรับธุรกิจฮอไรซอนนั้น ถือได้ว่าค่อนข้างที่จะเติบโต เป็นอย่างดี โดยในปีแรกต้อง ยอมรับว่าบริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ ประสบปัญหาในเรื่องของนํ้า ท่วมจนไม่สามารถทำตลาดได้ อย่างเต็มที่ แต่พอหลังจากนํ้า ลดบริษัทฯ สามารถเร่งยอดขาย ให้กลับคืนมาอีกครั้ง จนส่งผล ให้ยอดขายเริ่มกระเตื้องขึ้น ตามลำดับเป็นที่น่าพอใจ โดย ยอดขายของบริษัทฯ ในปีที่ผ่าน มา เติบโตอยู่ที่ประมาณ 30% และคาดว่า ตั้งเป้าหมายการ เติบโตในปีนี้ก็น่าที่จะไม่ตํ่ากว่า เดิมด้วยเช่นกัน

ส่วนทิศทางการบุกตลาด ของ ฮอไรซอน ในปีนี้นั้น ยังคงเน้นในเรื่องของสินค้าเกษตร เช่นเดิม รวมถึงยังจะมีในส่วน ของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมา ช่วยเหลือเกษตรกรด้วย โดยจะ เป็นในรูปแบบของอาหาร สำหรับพืช ซึ่งสินค้าดังกล่าว คาดว่าจะออกมาสู่ตลาดเครือ ข่ายได้ประมาณช่วงกลางปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์นํ้ามันจมูก ข้าวเสริมทัพหน้าอีก 1 รายการ ด้วย ซึ่งคาดว่า จะมีการเข็น ออกมาจำหน่ายในช่วง ประมาณเดือนเมษายนนี้ พร้อมกับเชื่อว่า สินค้าใหม่ที่จะ เข้ามาในเครือข่ายฮอไรซอน น่า ที่จะได้รับการตอบรับจาก สมาชิกและผู้บริโภคได้เป็น อย่างดีด้วยเช่นกัน

ภูศักดิ์ เผยอีกว่า สำหรับอีกหนึ่งแผนงานของ ฮอไรซอนในปีนี้ ยังเตรียมที่จะ ไปบุกตลาดต่างประเทศด้วย เพื่อเป็นการรองรับกับตลาด อาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ โดยมีแผนที่จะเข้าไปที่ ประเทศกัมพูชาก่อน ต่อจากนั้น ก็จะไปที่ประเทศลาว หรืออาจ จะมีการขยายตลาดไปที่ ประเทศมาเลเซียต่อไป ซึ่งการ ที่บริษัทฯ จะเข้าไปทำตลาดใน แต่ละประเทศนั้นจะมุ่งเน้นไป ที่ประเทศที่ทำการเกษตรเป็น หลัก ที่ผ่านมา การทำตลาด เกษตรในเมืองไทยของเรานั้น จากการสำรวจเกษตรกรไทย พบว่า ค่อนข้างเริ่มที่จะรู้จัก สินค้าเกษตรของเรามากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรามี ศูนย์จำหน่ายที่ค่อนข้างครอบ คลุมทั่วทั้งประเทศ 1,000 กว่า ศูนย์จึงทำให้เกษตรกรรู้จักสิน ค้าของฮอไรซอนนั่นเอง

นอกจากนี้ ภูศักดิ์ ยังได้ กล่าวเสริมอีกว่า การเข้าไปทำ ตลาดในต่างประเทศนั้น ทางบริษัทฯ จะมีทีมงานเข้าไป สำรวจตลาดในแต่ละประเทศ ที่จะเข้าไป เห็นได้จากตลาด กัมพูชาและลาว ที่บริษัทฯ กำ ลังจะเข้าไปนั้น พบว่า ประเทศดังกล่าว ตลาดใน กลุ่มสินค้าเกษตร ค่อนข้าง ที่จะเติบโตกว่าในช่วงอดีต ซึ่ง เดิมทีกลุ่มประเทศดังกล่าว ยัง ไม่รู้จักที่จะใช้สินค้าเกษตรกับ พืชเลย ซึ่งปัจจุบันเริ่มที่จะมีการ ใช้สินค้าทางการเกษตรเพิ่ม มากขึ้น จึงเชื่อว่า น่าจะเป็น เรื่องที่ดี ที่จะทำให้นักลงทุนเข้า มาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนนี้ มากขึ้นด้วยเช่นกัน ในขณะ เดียวกันนี้ ก็จะส่งมาถึงความ ต้องการของสินค้าทางการ เกษตร ก็น่าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น อีกด้วย ทั้งนี้ ในการสร้างแบรนด์ สินค้าให้เกิดการรับรู้และ ยอมรับนั้น ทางด้านบอสใหญ่ ค่าย ฮอไรซอน บอกว่า ทาง บริษัทฯ จะเน้นในเรื่องของ สินค้าเป็นตัวนำ เนื่องจาก บริษัทฯ มีจุดแข็งตรงที่ว่า เรามี โรงงานผลิตเอง คุณภาพและ ราคาสามารถควบคุมได้ และ สามารถที่จะแข่งขันกับยี่ห้อ ต่าง ๆ ในท้องตลาดได้ และ ด้วยจุดแข็งที่บริษัทฯ มี คนใช้ ดีจึงมีการบอกต่อ ด้วยจุดนี้เอง ที่ทำให้คนจึงรับรู้สินค้าของ บริษัทฯ อย่างรวดเร็วนั่นเอง

ภูศักดิ์ เผยอีกว่า ในปีนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะประชา สัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ของ แบรนด์ด้วย ซึ่งจะยังคงเน้น หนักในการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุ ชุมชนเป็นหลักควบคู่ไปกับสื่อ สิ่งพิมพ์ พร้อมกับมีแผนที่จะ เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ผู้ บริโภคได้รับรู้มากยิ่งขึ้นผ่าน ทางสื่อทีวีอีกด้วยซึ่งขณะนี้อยู่ ระหว่างการดำเนินการ โดย คาดว่าขั้นตอนดังกล่าว น่าที่จะ แล้วเสร็จภายในปีนี้อย่าง แน่นอน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยัง มีแนวคิดที่จะทำในส่วนของ วิทยุเน็ตเวิร์คอีกด้วย ซึ่งอย่าง ช้าไม่เกินปลายปีนี้ น่าที่จะเห็น ภาพชัดเจนขึ้น การทำตลาดของเราใน ปีนี้ นอกเหนือจากการเปิดตัว สินค้าใหม่ เพิ่มช่องทางการ สื่อสารให้มากขึ้นแล้ว ปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นในเรื่องของ การอบรมเทรนนิ่งเหมือนเช่นที่ ผ่านมาเพื่อต้องการสร้างผู้นำ ให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่ง ขึ้น ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีสมาชิก อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน โดยแอคทีฟอยู่ที่ประมาณ 80% ปัจจุบันสัดส่วนยอดขาย ของฮอไรซอน มีตลาดหลักอยู่ 3 ภาคด้วยกัน คือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ที่แต่ละภาคนั้น มีสัดส่วนเฉลี่ย อยู่ที่ 30% กว่าที่เหลืออีก 10% อยู่ที่ทางภาคอีสานและภาค เหนือ เมื่อถามถึงภาพรวม การแข่งขันในตลาดสินค้า เกษตรในปีนี้จะเป็นอย่างไร บ้าง...

ภูศักดิ์ ได้ให้ความเห็น ว่า ตลาดสินค้าเกษตรใน ประเทศไทยปีนี้ เชื่อว่า ยังคงมี การแข่งขันที่ดุเดือดเหมือนเช่น ปี่ที่ผ่านมาซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่า สินค้าของค่ายไหน จะสามารถ เข้ากับพืชตัวไหนได้ดีด้วย ซึ่ง หากตัวไหนดี ปริมาณการใช้ สินค้าก็จะดีขึ้น อีกทั้งเชื่อว่า การเพาะปลูก ก็น่าที่จะเพิ่มขึ้น ด้วยเช่นกัน เนื่องจากคนเริ่มที่ จะมีการบริโภคมากขึ้น และส่ง ผลมาถึงการเจริญเติบโตก็จะ เติบโตควบคูกั่นไปด้วย ในขณะ เดียวกัน ก็จะมีผู้ประกอบการ รายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดค่อน ข้างเยอะด้วยแต่ทั้งนี้ก็จะอยู่ที่ว่าผู้ประกอบการในแต่ละราย นั้น จะวางกลยุทธ์หรือสินค้า ประเภทไหนอย่างไร ซึ่งปีนี้การ แข่งขันของผู้ประกอบการทาง สินค้าเกษตร ก็น่าที่จะแข่งขัน กันในเชิงของคุณภาพมากขึ้น ด้วยเช่นกัน

ท้ายสุดนี้ อยากที่จะ ฝากถึง ผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสธุรกิจ เครือข่ายมาก่อน โดยเฉพาะ สินค้าทางด้านการเกษตร หาก ท่านใดมีความสนใจ บริษัทฯ มี ความยินดีที่จะให้คำปรึกษา ทั้ง ทางด้านธุรกิจและการเกษตร ทุกเรื่อง เพื่อให้ทุกท่านได้สำเร็จ ไปพร้อมกับเรา




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ (Horizon Fertilize) : เร่งเครื่องร้อนรับศึกใหญ่ปี56 ครบรอบ 2 ปี จัดงานเกษตรแฟร์ฉลองชัย


ถ้ากล่าวถึงอาชีพของคนไทยที่ทำมากันตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ก็คงหนีไม่พ้นอาชีพการทำไร่ ไถนา หรือเป็นเกษตรกรนั่นเอง ดังนั้นขายตรงไทยในปัจจุบัน ต่างพยายามที่จะเจาะฐานเกษตรที่เป็นสายเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งจะเห็นว่ามีขายตรงหลาย ๆ ค่ายโชว์นวัตกรรมสินค้าเกษตรเหนือชั้น สู่มือพี่น้องเกษตรไทย หากยิงเป้าเจาะทะลุตรงกลางหัวใจได้ ก็เปรียบเสมือนได้ยึดฐานผู้บริโภคที่เป็นฐานใหญ่ของประเทศ และยังเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ช่วยให้พี่น้องเกษตรกรไทยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี โดยไม่ทำลายสุขภาพให้เสื่อมลงอีกต่อไป...!!

เมื่อมีสินค้าชั้นดีอยู่ในมือ ฉากต่อไปคงอยู่ที่ฝีมือบริหารว่า ผู้บริหารแต่ละท่านจะนำพาองค์กรเช่นไร เพื่อนำทางไปสู่ความสำเร็จ และเดินภายใต้แนวคิดที่เฉียบแหลม ด้วยองค์ประกอบในการขับเคลื่อนที่ดี ธุรกิจก็จะวิ่งไปตามแรงดันและเต้นตามจังหวะชีวิตธุรกิจขายตรงไทยที่เติบโตอย่างไม่มีวันตัน

บริษัทฮอไรซอนเฟอร์ทิไลซ์จำกัดหนึ่งในผู้ผลิตนวัตกรรมสินค้าเกษตรชั้นนำ ในระยะเวลา 2 ปีเต็มที่เข้ามาสัมผัสกับยุทธจักรนี้ ในนามแบรนด์ HOP สารปรับสภาพดินที่นำเข้าจากต่างประเทศ นำทีมโดยบอสภูศักดิ์ด่านประดิษฐ์ประธานกรรมการบริหาร ผู้ซึ่งมีแนวคิดต้องการลดสารเคมีในพืช และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างถาวร

และได้แถลงผลการดำเนินงานในรอบ 2 ปีเต็มที่ผ่านมา รวมถึงการเดินยุทธศาสตร์อย่างไร พิชิตยอดขายตามเป้า บอกผ่านรายการตลาดวิเคราะห์ออกอากาศทางสถานี INTV และ TVD เริ่มจากเกริ่นถึงการเติบโตของฮอไรซอนว่า นับตั้งแต่เปิดบริษัทเป็นต้นมา ก็ได้รับผลตอบรับจากวงการขายตรงที่ดีเกินคาด เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีความเชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร เนื่องจากมีประสบการณ์ในการจำหน่ายสินค้านี้มาก่อน เราจึงมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของเกษตรกรเป็นอย่างดี รวมถึงบริษัทก็มีการปรับเปลี่ยนสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมากขึ้น ดีขึ้น โดยเน้นการใช้สารเคมีกับพืชให้น้อยลง แต่ยังคงเรื่องคุณภาพไว้เต็มร้อย

ที่ผ่านมาเราเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยมีโรงงานเป็นของตัวเองตั้งอยู่ที่กำแพงแสนจังหวัดนครปฐมในอดีตเราไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรงแต่ต่อมาได้เล็งเห็นธุรกิจทางด้านการเกษตรเติบโตจึงเปิดตลาดสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรงในปี2553บัดนี้ก็ครบ2ปีเต็มและจะมีการจัดงานฉลองครบรอบการเปิดตัวบริษัทเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนกับทางบริษัทเป็นอย่างดีในเร็วนี้

ฮอไรซอนเฟอร์ทิไลซ์เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศเยอรมัน ชนิดสารปรับสภาพดินHOPผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นนำด้านนวัตกรรมใหม่สินค้าเกษตรที่ทำให้พืชเจริญเติบโต ถือเป็นนวัตกรรมทางด้านชีวภาพ สินค้าตัวนี้จะมีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นสินค้าประเภทเดียวกันในไทย มีลักษณะเป็นผงสามารถละลายน้ำได้ดี ที่สำคัญสามารถฉีดพ่นทางใบ หรืออาจนำไปผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้ เพราะเดิมโรงงานของเราจะผลิตปุ๋ยอินทรีย์ภายใต้ ตรากำแพงทอง จึงสามารถนำปุ๋ยและสารปรับสภาพดินมาใช้ร่วมกัน ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งสองทางนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านี้ฮอไรซอนยังการันตีคุณภาพสินค้าจากโรงงานทุกตัว และโรงงานยังรับออเดอร์ผลิตสินค้าแบบ OEM ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางด้านเกษตรผสมสูตรเคมี หรือ ปุ๋ยเคมี รวมถึงปุ๋ยชีวภาพ ส่วนธุรกิจขายตรงเมื่อได้เข้าไปสัมผัส ถึงแม้จะมีประสบการณ์ในด้านสินค้าเกษตรมาก่อน แต่พอนำเข้าสู่ระบบขายตรง ก็ต้องมีการปรับตัวพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของระบบ เพราะเครือข่ายก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถเติบโตได้ดี

ก่อนจะสัมผัสกับธุรกิจเครือข่าย เราจำเป็นต้องศึกษาแผนการตลาด แผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อที่จะเรียนรู้ถึงจุดอ่อน จุดด้อย แล้วก็นำมาพัฒนา และพยายามปรับปรุงให้ดีที่สุด ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ถนนสายนี้อย่างเต็มตัว โดยในส่วนโรงงานผลิต ฮอไรซอน ลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อย่างก้าวสู่ตลาดขายตรงปีแรก ถือได้ว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็มีอุปสรรคบ้างในเรื่องการสร้างองค์กรที่จะทำอย่างไรให้ยั่งยืน มั่นคง ฉะนั้นจึงมีการคัดสรรบุคลากรที่มีทัศนคติตรงกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ เพื่อพัฒนาองค์กรและก้าวไปพร้อม ๆ กัน นายภูศักดิ์ กล่าวย้ำและต่อว่า

ย่างสู่ปีที่ 2 เจอโจทย์ใหญ่ นั่นคือ เรื่องปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเราได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเราทำสินค้าเกษตรพื้นที่ตามท้องไร่ท้องนาถูกน้ำท่วมกระจายไปทั่วประเทศ ส่งผลยอดขายลดลง แต่ก็ยังโชคดีที่โรงงานไม่เสียหาย คงเสียหายแต่ในส่วนของออฟฟิศ จึงวางแผนการตั้งรับใหม่ ด้วยการกลับมาตั้งหลักที่โรงงานก่อน เมื่อตั้งหลักได้ก็รีบรุดเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าที่โดนน้ำท่วม และช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่อื่น ๆ ตามมา แต่ก็คงช่วยเหลือได้ไม่ทั้งหมด เพราะพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักมากและกระจายออกไป แต่ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม

ณ ปัจจุบันยุทธศาสตร์หลังน้ำลดก็ยังมีการต่อยอดมาเรื่อย ๆ เพราะเรามีการวางแผนหลังน้ำลด มีการวางแผนการตลาด โดยปล่อยโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เพื่อเป็นการรักษาฐานผู้บริโภค หลังจากที่สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ จึงทำให้ยอดขายเราเติบโตกระเตื้องถึงสองเท่า และปีนี้คาดว่าน่าจะเติบโตเป็นสองเท่าเมื่อเทียบจากปีที่แล้ว เมื่อสิ้นสุดไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดสมาชิกวิ่งสูงกว่า 50,000 คน เพราะกว่า 80% ที่คนไทยทำเกษตรกรรม ฉะนั้น ฐานลูกค้าของเราจึงสามารถเจาะเข้าไปถึงทุกระดับชั้น คือเริ่มตั้งแต่กำลังซื้อไม่เยอะ ประเภทซื้อกิน - ซื้อใช้ รวมไปถึงนักธุรกิจที่สนใจร่วมเปิดศูนย์จำหน่ายกับเรา ก็มีสองส่วน ถือว่าเป็นฐานที่หลากหลายทีเดียวที่มาทำธุรกิจร่วมกับเรา

เมื่อมาถึงไตรมาสที่ 2 ก็เดินสายจัดงานตามภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อโปรโมทสินค้า ร่วมด้วยการจัดอบรมสมาชิก และ สมนาคุณลูกค้าที่เคยใช้สินค้าของเรา ก็ทำให้ยอดขายฟื้นตัวขึ้นมาได้ เรียกได้ว่ายอดขายโตคูณสองเมื่อเทียบจากปีที่แล้ว ซึ่งสามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้เมื่อปลายปี ดังนั้น ไตรมาสที่ 3 จึงอัดแน่นด้วยโปรโมชั่นที่นำพาสมาชิกไปท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 50 ท่าน เรียกว่า สามารถกระตุ้นยอดขายได้ เพราะได้รับความสนใจจากสมาชิกไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนโปรโมชั่นอื่น ๆ ที่จัดฉลองครบรอบ 2 ปี ก็จะออกมาในรูปแบบการจัดงานคล้าย ๆ กับงานเกษตรแฟร์ ด้วยการเชิญศูนย์จำหน่ายจากทั่วประเทศมาร่วมออกบูธ นับเป็นแฟร์ที่ต้องการโชว์พืชผักผลไม้ที่ใช้สินค้าของเรา ในรูปแบบงานแฟร์กึ่งจัดนิทรรศการเสริมเข้าไปด้วย

หากถามถึงเรื่องการเติบโตของสมาชิก ซึ่งถ้าจะให้เปรียบเทียบสมาชิกส่วนใหญ่อยู่ในระดับล่าง - ระดับกลาง สูงกว่า 60% เป็นเกษตรกร และส่วนอีก 40% เป็นฐานลูกค้าระดับกลาง - ระดับบน นับจากปีนี้จนถึงต้นปีหน้า 2556 คาดว่าสมาชิกน่าจะสูงถึง 100,000 คน ปัจจุบันมีแม่ทีมหลักอยู่ 5 คน ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาท และสิ้นปีนี้คาดว่าตำแหน่งผู้นำจะขึ้นตำแหน่งกว่า 20 คนอย่างแน่นอน ส่วนยอดขายที่วางเป้าจะทะลุ 1,000 ล้านบาทได้หรือไม่ คงต้องรอดูไตรมาสสุดท้ายต่อไป
ไม่เพียงเท่านี้ เรายังสร้างแบรนด์ผ่านนักร้องชื่อดัง คุณทศพล หิมพานต์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และออกอัลบั้มสื่อถึงสมาชิกและชาวเกษตรกร ผนวกกับการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อท้องถิ่น สถานีวิทยุ การจัดงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เรียกได้ว่า เราใช้งบประชาสัมพันธ์ 30 - 40% จากรายได้ทั้งหมด คือทุกบาททุกสตางค์เราต้องจ่ายอย่างคุ้มค่าและให้ดีที่สุด

ภายหลังจากนี้ บริษัทได้เตรียมแผนธุรกิจขยายไปสู่ทีวี เพื่อเตรียมรับมือกับ AEC คือถ้าเราสามารถขายผลิตภัณฑ์ในตลาดใหญ่ได้ ก็ต้องสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับด้วย เพื่อให้คนที่อยู่ต่างประเทศเข้าถึงตรงนี้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมขยายศูนย์จำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ 200 ศูนย์ แบ่งเป็นจังหวัดละ 2 ศูนย์ ส่วนจังหวัดที่ใหญ่ก็อาจจะมีหลายศูนย์ สำหรับคนที่สนใจสามารถเปิดเป็นศูนย์จำหน่ายประจำอำเภอได้

โดยเงินลงทุนเบื้องต้นถ้าเป็นศูนย์อำเภออยู่ที่ 105,000 บาท ส่วนคุณสมบัติในการเปิดศูนย์ประจำอำเภอ อันดับแรก ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวสินค้า ตรงนี้จะมีทีมงานของเราเข้าไปฝึกอบรมให้ด้วย รวมถึงคัดสรรด้วยว่า การลงทุนมีความพร้อมระดับไหน จะต้องมีองค์ประกอบกันหลายอย่างเป็นเกณฑ์ตัดสิน ถ้ามีเงินแต่ไม่มีความรู้ก็เปิดศูนย์จำหน่ายไม่ได้ ปัจจัยสำคัญคือต้องมีความรู้ในตัวผลิตภัณฑ์

สามารถพรีเซ็นต์สินค้าให้กับลูกค้าคนอื่น ๆ ได้ และในกรณีที่มีการจัดสัมมนาใหญ่ ก็จะมีทีมงานส่วนกลางไปร่วมฝึกอบรมให้กับสมาชิกด้วย
ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพของสินค้าตัวปรับสภาพดินของเรา โดยเฉพาะเรื่องของปุ๋ย ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนเรื่องการใช้ปุ๋ย โดยปกติถ้าเป็นเกษตรกรมีที่ 100 ไร่ ก็ต้องใช้ปุ๋ย 100 กระสอบอยู่แล้ว เวลาที่ไปซื้อปุ๋ยตามร้านค้าทั่วไปก็ต้องซื้อ 1 ไร่ 1 กระสอบ แต่ถ้าใช้สารปรับสภาพดินที่เป็นผง HPO ใช้เพียงแค่ 1 ซอง ตรงนี้เท่ากับซองกาแฟต่อปริมาณปุ๋ย 1 กระสอบ ต้องบอกว่าเป็นผงที่มีคุณภาพเข้มข้นมาก ซึ่งเมืองไทยยังไม่มี ถือเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเกษตรแนวใหม่ที่สามารถลดการใช้สารเคมี และสามารถลดต้นทุนกว่า 50% ถ้าเปรียบเทียบกับการใช้สารปรับสภาพดิน กับ ปุ๋ยเคมีที่ใช้กันในท้องตลาดทั่วไป

นอกจากนี้ สารปรับสภาพดินยังสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว ไม้ล้มลุก พืชยืนต้น สวนยาง สวนปาล์ม คือสามารถหว่านลงพื้นผสมกับปุ๋ย หรือ หว่านลงพื้นอย่างเดียวก็ได้ทั้ง 2 วิธี แต่การหว่านลงพื้นหลายคนอาจจะมีปัญหาช่วงหน้าฝน แต่ปรับมาใช้วิธีฝังกลบ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยละลาย เป็นอีกทางหนึ่งในการรักษาคุณภาพของตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็แล้วแต่พืชแต่ละชนิดอีกด้วย รวมถึงเรื่องของการลงทุนตรงนี้ ก็จะได้รับส่วนลดเป็นเงินปันผลจากเรา และยังใช้ของที่มีประสิทธิภาพและราคาถูกลงอีกด้วย

ส่วนสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งเป็นอาหารเสริมสำหรับพืช ซึ่งเราผลิตเองอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ตัวแรกคือ คามิโน ช่วยเร่งผลผลิต เช่น ผลไม้ช่วยทำให้ผลดก หวาน ได้คุณภาพ, ตัวที่ 2 พืชลงหัว ที่อยู่ใต้ดินจำพวก เผือก ตัวที่ 3 ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงนาข้าวโดยเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสม HOP กับปุ๋ยชีวภาพ, ส่วนตัวสุดท้าย บำรุงยางพารา ใช้ฉีดทาหน้ายาง หรือยางเป็นโรคต่าง ๆ โดยสารปรับสภาพดิน HOP และ ปุ๋ยอินทรีย์ ตรากำแพงแสน ถือเป็นสินค้าหลักที่ทำยอดสูงถึง 80% เพราะเป็นอาหารหลักของพืช ส่วนอาหารเสริมพืชก็จะเสริมเฉพาะส่วนที่มีปัญหา หรือต้องการเพิ่มผลผลิตมากขึ้น ส่วนการจัดจำหน่ายอีกช่องทางหนึ่งสำหรับลูกค้า หรือ สมาชิก ที่ไม่สะดวกในการทำธุรกิจเครือข่าย ตรงนี้สามารถขายปลีกได้ ซึ่งจะได้กำไรจากราคาข้างขวด 30% ของราคาเต็ม

อีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ที่เราได้ร่วมมือกับ บริษัท นิวเคลียร์ฯ เพื่อผลิตนวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งเป็นอาหารเสริมสำหรับพืช วัตถุประสงค์ที่เราทำเพื่อต้องการให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมี และสินค้าตัวนี้ก็คิดค้นโดยคนไทย เรามีการต่อยอดธุรกิจนี้กับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่บางเขน เพราะทางสถาบันมีนักวิจัยและสามารถที่จะต่อยอดร่วมกันได้ ซึ่งสินค้าตัวนี้จะออกมาวางตลาดในปี 2556 ที่จะถึงนี้ สำหรับความพร้อมเรื่องการขนส่ง หรือ ระบบโลจิสติกส์ ต้องบอกว่าตรงนี้เราไม่มีปัญหา เพราะเรามีระบบขนส่งสินค้าและรถขนส่งเป็นของตัวเองโดยตรง รวมถึงมี Supplier เป็นของตัวเองอีกด้วย ฉะนั้น หลาย ๆ ท่านอาจจะตัดความกังวลเรื่องระบบโลจิสติกส์ออกไปได้เลย

ส่วนแผนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีการจัดงานครบรอบฉลอง 2 ปี ในรูปแบบการจัดงานเกษตรแฟร์ ส่วนปี 2556 เป็นที่แน่นอนว่า ตลาดขายตรงจะต้องมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาก ฉะนั้น เราจึงมีแนวคิดที่ว่าอยากให้ทุกอย่างพร้อมและก้าวเดินไปด้วยดี และสามารถที่จะแข่งขันกับบริษัทอื่นในมาตรฐานเดียวกัน สิ่งสำคัญเราต้องมีแผนการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพที่เข้มข้น เพราะถ้ามาที่ศูนย์เราคงไกลเกินไป คงต้องเข้าหาลูกค้าโดยการ Training in house และ ฝึกอบรมจัดกลุ่มย่อย 1-2 คน ซึ่งต้องสามารถอธิบายได้ทุกอย่างภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และเรากำลังจัดคอร์สอบรมมืออาชีพขึ้นมาเพิ่มเติมด้วย นายภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ กล่าวปิดท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่16 - 31 ตุลาคม 2555 ฉบับ330