ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวิลด์โปร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวิลด์โปร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร (World Pro) : "เวิลด์โปร" วาดฝันปี 56 รับทรัพย์ 300 ล้าน ระดมทุนลุยแผนปี 57 ทุ่มสื่อ-ตั้งโรงงานสู้ศึก AEC







Kpisit1 (Mobile)

 


"เวิลด์โปร" ฟุ้ง! ครึ่งปีแรกยอดขาย โตเพิ่ม 30% วางเป้าสิ้นปีรายรับแตะ 300 ล้านบาท ชี้ปัจจัยการเติบโตมาจากการประชุมอัดความรู้นักขาย เดินหน้าแผนข้ามปี ขีดเส้นปี 57 ลุยสื่อหนัก เน้นไปที่หนังสือพิมพ์, เคเบิล ทีวี และวิทยุ เป็นหลัก พร้อมเตรียมแผนตั้งโรงงานผลิต สินค้า หวังสร้างใบเบิกทางสู่ AEC ลุยตลาดเพื่อนบ้าน


นายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ภาพรวมธุรกิจเวิลด์โปรในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าบริษัทมีอัตราการเติบโตถึง 30% ถือเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตเป็นเพราะในเรื่องของสินค้าที่มีคุณภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิก ได้ ในขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถสร้างยอดขายในช่วงครึ่งปี แรกได้ถึง 100 ล้านบาท และหากเทียบกับช่วงต้นปีก่อนๆ โต ขึ้นหลายเท่าตัว


"จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา "เวิลด์โปร" ได้เน้นสร้างความแข็งแรงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมที่เน้นหนักเป็นพิเศษ เพื่อต้องการที่จะให้สมาชิกของบริษัทมีความ แข็งแกร่ง และมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงยังจะเป็นการสานฝัน ความสำเร็จของผู้ที่ต้องการโอกาส ได้ก้าวสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน ด้วยหลักสูตรของบริษัทที่วางไว้นั่นเอง"


โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 300 ล้านบาท ซึ่งยอดขายแต่ละเดือนเวลานี้ทำได้เฉลี่ยประมาณ 30 ล้านบาท โดยมั่นใจจะ เติบโตเพิ่มอีก 50% แต่แค่นี้ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่น่าพอใจแล้ว ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างผู้นำให้มีรายได้ 1 แสนบาท ขึ้นไป จำนวน 1,000 คน พร้อมกับต้องการ ให้สมาชิกทุกคนที่เข้ามาทำธุรกิจกับเวิลด์โปรแล้วสามารถที่จะเกษียณได้


"ในส่วนของสมาชิกก็ถือว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการหมุนเวียนเข้าออก แต่สำหรับ เวิลด์โปรŽ นั้น สมาชิกมีความรักสามัคคีกันดีมาก โดยครึ่งปีที่ผ่านมาเพิ่ม ขึ้นประมาณ 30% และจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะขยับเพิ่มขึ้นไป 50% เหตุผลที่บริษัท มี ความเติบโตต่อเนื่องมาจากการจัดตาราง ประชุมสัมมนาที่เข้มข้น และให้ความรู้อย่างเข้าถึงสมาชิกทุกคน"


"พิสิษฐ์" กล่าวต่อว่า บริษัทได้วาง แผนจะกระตุ้นยอดขายทางการตลาด ด้วย การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างๆ มีทั้งราคา สุดพิเศษ จัดชุดเปิดโมบายล์ งานประชุมสัมมนาที่มีประโยชน์ และเทรนนิ่งแบบตัวต่อตัว ซึ่งจะมีงานใหญ่ที่บริษัทตั้งขึ้นมา เองคือ "สสว.สัญจร" หรือเรียกชื่อเต็มว่า "สมาชิกสโมสรเวิลด์โปร" โดยที่กล่าวมาทั้งหมด จะเป็นการกระตุ้นยอดขายทั่ว-ประเทศ และจะจัดทำทุกๆ เดือน ซึ่งเวลา นี้ก็ได้ทำต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมเหล่านี้ มา 5 เดือนแล้ว


"เราตั้งใจจะทำให้บริษัทแข็งแรงให้ เร็วที่สุด เพื่อเป็นการรองรับตลาดเออีซีใน ปี 2558 เพราะถึงตอนนั้นจะมีคนหลั่งไหล มาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หากบริษัทมีศักยภาพพอก็จะขยายเครือข่ายได้เร็วขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งแต่ ต้นปี 2557 เป็นต้นไป อยากให้จับตามอง บริษัทให้ดี เพราะจะมีการทุ่มงบประมาณโฆษณาหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ พิมพ์, เคเบิล ทีวี และสื่อวิทยุ เพื่อทำให้ผู้คนเริ่มรู้จัก บ.เวิลด์โปร มากขึ้น"


ปัจจุบัน "เวิลด์โปร" มีสาขาอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ ที่หาดใหญ่ และอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแต่ละสาขามียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกับมีแผนที่จะขยายสาขา เพิ่มขึ้นอีกด้วย หากพบว่า ในพื้นที่ไหนมีสมาชิกมากและมีแนวโน้มว่าตลาดน่าที่จะเติบโต


"ความพร้อม ของเวิลด์โปรได้พยายามทำให้แข็ง-แรงที่สุดเพื่อต่อยอด ไปให้ถึงปี 2557 ทั้งในเรื่องของโรงงานการผลิตที่เป็นของบริษัทเอง บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งได้มีการเปิดดำเนินการไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยโรงงานดังกล่าว จะเป็นการผลิตในส่วนของสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และในอนาคตคาดว่า พื้นที่ที่เหลือของโรงงานจะมีการขยายทำเป็นในส่วนอื่นๆ ตามมาอีกด้วย"


อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการ "เวิลด์โปร" ยังได้กล่าวถึงการขยายตลาดต่างประเทศว่า "ตอนนี้ได้เล็งเป้าไว้ คือ ประเทศพม่า และกัมพูชา เพราะเมื่อไม่นานบริษัทได้มีการรุกเข้าไปทำตลาดในประเทศลาวแล้ว รวมถึงสินค้าของบริษัทยังได้อย.ที่ลาวเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่ รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น รวมถึง บริษัทได้มีการนำสินค้าออกมาใหม่เป็นยาสีฟัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกและผู้บริโภคเป็นอย่างดี ทั้งยังจะมีสินค้าออกมาใหม่ที่เป็นน้ำยาซักผ้า พร้อมกับยาฆ่าหญ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเกษตรกรอีกด้วย"








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

MLM ไทย ล่าอาณานิคม "เวิลด์โปร" ติดกระแส ไล่ปักธงเพื่อนบ้าน







iqe8e20d9d3d84e9ca75e4cccdf6bc03b3 (Mobile)


ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ผลักดันขายตรงไทยหาพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านตั้งสาขาล่ายอดขายต่างประเทศ "เวิลด์โปร" เปิดสาขา สปป.ลาว ชิมลางอาเซียน วางแผนขยับสู่พม่า, เวียดนาม และ อินโดนีเซียต่อไป พร้อมผุดกลยุทธ์ ชื่อ "ดรีมทีม" จุดประกายแผนแม่ทีมสร้างแม่ทีม ผลักดันตัวเลขผู้นำให้ถึง 1 พันคน หลังจากที่ผ่าน มาขาดแคลนนักธุรกิจระดับสูงหวัง กระตุ้นยอดขาย 100 ล้านบาท มั่นใจสินค้าของบริษัทไม่เป็นสองรองใคร


จัดได้ว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงของธุรกิจ ขายตรงพันธุ์ไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการ รุกขย่มตลาดอย่างหนักของหลายแบรนด์ เพื่อเร่งทำตลาดสร้างยอดขายรวมถึงการ ขยายตลาดสู่อาเซียน เพื่อรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ไล่ตั้งแต่บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ที่ล่าสุดได้จัดงานครบรอบ 17 ปีของบริษัท โดยจะมีการอัดสินค้าลงสู่ ตลาดขายตรงอีกกว่า 10 รายการ พร้อม หนุนทีวีดาวเทียม ที่บริษัทเปิดช่องของ ตัวเอง ให้สามารถรับชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อการรับรู้ได้ในทุกพื้นที่ ทุกเวลา เป็นการโหมตลาดสู่เป้า 6.5 พันล้านบาทต่อไป


ด้านแบรนด์ไทยสุดร้อนแรงอย่าง "บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" ก็นับเป็นแบรนด์ไทยอีกหนึ่ง ที่เดินหน้าสร้างกิจกรรมไม่ขาดสาย มีการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ต่อเนื่อง โดยล่าสุด ประเทศเวียดนามกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่บริษัทได้ขยายสาขา และให้ความสำคัญ โดยหวังที่จะไล่เปิดสาขาในเวียดนามทุกพื้นที่หัวเมือง ใหญ่ เพื่อสร้างยอดขายในอนาคต


บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขายตรงไทยชื่อก้อง ก็ถือเป็นแบรนด์ที่โหมตลาดด้วยเช่นกัน โดย ที่ผ่านมา ถึงแม้ยอดขายจะมีสะดุดไปบ้าง แต่นายใหญ่อย่าง "อิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์" ก็ไม่นิ่งนอนใจ อัดกลยุทธ์ดึงยอดขายตั้งแต่รากฐานของบริษัท ด้วยการฝึกอบรมถี่ยิบ พร้อมการเปิดคลินิกความงาม ขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดการรับรู้สินค้า และทำเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำให้แบรนด์ ขยายตัว


ล่าสุด อีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่พยายาม ไล่ล่าคว้ายอดขาย โดยหวังจะเป็นแบรนด์ แถวหน้าอย่าง "เวิลด์โปร" ก็เป็นอีกแบรนด์ ที่ทำให้ธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทย ดูจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้ โดยนายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด ขายตรงสัญชาติไทยแท้ เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า เรื่องการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เวิลด์โปรมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้การรับรองจาก อย. ทุกผลิตภัณฑ์ จึงไม่ใช่ปัญหาที่เราจะทำตลาดออกไปใกล้ๆ อย่างเพื่อนบ้านเรา โดยเราได้ไปเปิด ตลาดที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตอนนี้ได้เปิดศูนย์เซ็นเตอร์ที่นั่นแล้ว และ มีแผนจะขยับไปพม่า, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ ต่อไป แต่คงต้อง ค่อยเป็นค่อยไป


"สำหรับกลยุทธ์ที่เตรียมใช้ในปี 2556 ตนมีไม้เด็ดไว้กระตุ้นยอดขายแล้ว ซึ่งเตรียม ใช้แผน "ดรีมทีม" คือสร้างแม่ทีมขึ้นมา 1,000 คน ในระดับ VIP โดย VIP หนึ่งคน ต้องแนะนำ VIP ให้ได้อีก 4 คน จากนั้นก็พามาเข้าอบรมเพียง 2 คอร์ส คือ ก้าวอย่างมืออาชีพ และทะลุจุดเดือด โดยตำแหน่ง VIP มีการการันตีรายได้ 20,000 บาททุกเดือนแน่นอน และแผนนี้เริ่มใช้มา ได้ 2 เดือนแล้ว ล่าสุดมี VIP จำนวน 100 คน คาดว่าสิ้นปีนี้จะได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ 1,000 คน"


โดยการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความพร้อมที่จะยืนหยัดแข่งขันกับบริษัทขายตรงอื่นๆ ได้อย่างมั่นคง และจะเติบโต ต่อเนื่องแน่นอน โดยผู้ที่สนใจทำธุรกิจทาง ด้านนี้ หากเข้ามาที่ "เวิลด์โปร" รับรองที่นี่จะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง และตอนนี้ บริษัทได้เพิ่งสร้างโรงงานผลิตในเนื้อที่ 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโต 30% คิดเป็นยอดขายในปีที่ผ่านมา 30 ล้านบาท


"ตอนนี้หลักๆ เวิลด์โปรมีสินค้าแบ่ง เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เกษตร, ประหยัดพลังงาน, อุปโภคบริโภค และเครื่องสำอาง โดยสินค้าด้านการเกษตรอย่างปุ๋ย จะได้รับ ความนิยมเป็นพิเศษ ซึ่งฐานสมาชิกส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคใต้ เพราะที่นั่นปลูกต้น ยาง และต้นปาล์ม ซึ่งปุ๋ยของบริษัทเราสามารถตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ที่นั่นได้ โดยฐานสมาชิกที่อยู่ทางภาคใต้มีหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น จ.สงขลา, จ.ตรัง, จ.สตูล, จ.พังงา, จ.พัทลุง และ จ.สุราษฎร์ธานี คือ ทุกเดือนเราจะไปเปิดอบรม 6 คอร์สด้วยกัน โดยแยกหัวข้อเป็น 1.ก้าวอย่างมืออาชีพ 2.เรียนรู้การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ 3.ความ ลับสู่ความสำเร็จ 4.ทะลุจุดเดือด 5.ฝึกการ เป็นผู้นำ และ 6.วิทยากร"


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 "พิสิษฐ์" กล่าวว่า "เรามั่นใจว่าบริษัทจะมีการเติบโต ขึ้นถึง 100% หรือมียอดขายประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้มีเวิลด์โปรมีศูนย์หลักๆ อยู่ 3 แห่ง ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กับ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และ อ.บางเขน กรุงเทพฯ โดยบริษัทได้จัดงานประดับเข็มในแต่ละเดือนเช่นกัน แต่คงไม่ได้ไปจัดที่ไหน ไกล เพราะได้ใช้สถานที่ศูนย์เวิลด์โปรเป็น ทั้งการอบรมและประดับเข็มให้แก่สมาชิก ที่ประสบความสำเร็จ และในวันที่ 25 ธ.ค. ของทุกปี เราจะจัดงานใหญ่ก่อนช่วงปีใหม่ ที่หน้าลานบริษัทเพื่อเลี้ยงสังสรรค์และเชิดชูเกียรติ"


"ส่วนปัญหาหลักๆ ของบริษัทในเวลานี้ นอกจากปัจจัยที่ยุคนี้ เรื่องค่าครอง ชีพแพงขึ้น และยังมีผลกระทบจากเหตุ-การณ์ต่างๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ การหาฐานสมาชิกและขายสินค้าก็ทำได้ยากขึ้น แต่เราก็ผ่านมาได้ แต่ปัญหาที่กำลัง แก้ไขจริงๆ คงเป็นเรื่องการสร้างแม่ทีม หรือผู้นำ เพราะการที่จะหาแม่ทีมที่เข้าใจ และมีความอดทนกับธุรกิจนี้ ค่อนข้างหาได้ยากมาก และการสร้างแม่ทีมขึ้นมาก็ไม่ ใช่เรื่องง่าย โดยเราได้พยายามออกไปโรดโชว์ตามจังหวัดต่างๆ อยู่บ่อยๆ ให้ทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะยังมีอีกหลายจังหวัดที่เวิลด์โปรยังกระจายไปไม่ถึง แต่ ก็ได้บุกตลาดอย่างต่อเนื่อง"


นอกจากนี้ สมาคมส่งเสริมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA) ที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่นี้ กำลังจัดเตรียมเปิดตัวใน เร็วๆ นี้ ซึ่งทาง บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศ ไทย) จำกัด ได้เพิ่งเข้ามาอยู่ในสังกัดนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงษ์ ได้กล่าวว่า ทางบริษัทมั่นใจในแนวทางที่สมาคมจะช่วยผลักดันการแก้ไขกฎหมายธุรกิจขายตรง เพื่อให้รัฐบาลเห็นความสำคัญและจัดตั้งกรมขายตรงขึ้นมาในอนาคต เพราะตอนนี้ธุรกิจขายตรงมีการ เติบโตไปทั่วโลก และเชื่อว่าศักยภาพของ สมาคมจะเป็นพลังให้เรียกร้องเรื่องนี้สำเร็จ




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร World Pro ตั้งเป้าเสริมทัพหน้าผู้นำหลักแสน ประกาศขอโตช้าแต่ชัวร์บนความมั่นคงถูกต้อง

ผ่ากึ๋นยุทธศาสตร์เวิลด์โปร ปี56 พร้อมเดินก้าวสู่ความสำเร็จด้วยระบบฝึกอบรม-สินค้า-แผนการตลาด ประกาศสิ้นปีขอตั้งเป้าสร้างนักขายเงินแสน 1,000 รหัส พร้อมขอยอดขายแตะ 500 ล้าน หลังปีที่ผ่านมาปิดยอดขายอยู่ที่ 300 ล้าน...ล่าสุดเสริมทัพหน้าด้วยสินค้าใหม่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคและสมาชิก พร้อมเตรียมเร่งเครื่องบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ย้ำ!วันนี้ เวิลด์โปร ขอเติบโตแบบช้าแต่ชัวร์ และไม่แข่งกับใคร



...หากพูดถึง บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด ในสมรภูมิรบขายตรงแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะมองข้ามว่าเป็นบริษัทฯ ที่ค่อนข้างไม่มีการสร้างกระแส ความหวือหวาของธุรกิจเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะด้วยสไตล์ของการบริหารงานของผู้นำทัพที่ชื่อ พิสิษฐ์ เดชวรรณพงศ์ ที่ค่อนข้างที่จะออกหมัดแบบช้าแต่ชัวร์นั่นเอง แต่หากมองดูถึงช่วงเวลาของการดำเนินธุรกิจของค่ายนี้แล้ว กับตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา ในสมรภูมิรบขายตรงที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดทุกปีด้วยแล้ว คงต้องบอกว่า ค่ายนี้ย่อมที่จะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


มาลองส่องกล้องถึงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ เวิลด์โปร ในปี 2556 นี้กันว่า ค่ายนี้ จะมีทีเด็ดอะไร ออกมาเขย่าวงการเครือข่ายกันบ้าง...และความพร้อมของธุรกิจเวิลด์โปร ในปีนี้ มีมากน้อยขนาดไหน ที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ ให้กับธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำ ซึ่ง ตลาดวิเคราะห์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พิสิษฐ์ เดชวรรณพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด ถึงภาพรวมธุรกิจเวิลด์โปรในปี 2555 ที่ผ่านมา รวมถึงแนวทางในการรุกตลาดในปี 2556 นี้


ซึ่งทางด้าน พิสิษฐ์ เดชวรรณพงศ์ ได้เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจเวิลด์โปรในช่วงปีที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตเป็นเพราะในเรื่องของสินค้าที่มีคุณภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกได้ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถปิดยอดขายสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทอีกด้วย โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 20-30 ล้านบาท อีกทั้ง ในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาทต่อเดือนอีกด้วย แต่หากสิ้นปี 2556 นี้ สามารถทำยอดขายได้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่น่าพอใจเช่นกัน


สำหรับเป้าหมายแผนงานในปี 2556 นี้นั้น พิสิษฐ์ เผยต่ออีกว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างผู้นำให้มีรายได้ 1 แสนบาทขึ้นไป จำนวน 1,000 คน พร้อมกับต้องการให้สมาชิกทุกคน ที่เข้ามาทำธุรกิจกับเวิลด์โปรแล้ว สามารถที่จะเกษียณได้ รวมถึงอยากที่จะให้สมาชิกเวิลด์โปร ประสบความสำเร็จทุกคน


ปัจจุบันนี้สมาชิกเวิลด์โปร ที่มีรายได้เป็นหลักแสนมีอยู่ที่ประมาณหลักร้อยคน ส่วนสมาชิกทั้งหมดมีอยู่ที่ประมาณหลักแสนรหัสด้วยกัน ซึ่งที่แอคทีฟจะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นคน โดยส่วนใหญ่สมาชิกของเวิลด์โปร จะเป็นกลุ่มที่มีการซื้อซ้ำมากกว่า ที่สำคัญ ขณะนี้ ต้องยอมรับว่า ในช่วงหลัง ๆ นั้น ธุรกิจเวิลด์โปร ค่อนข้างที่จะโต ในส่วนของภาคธุรกิจการเกษตร ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้เวิลด์โปรเติบโตในด้านนี้ เป็นเพราะผลิต ภัณฑ์ของบริษัทนั้นค่อนข้างที่จะดี ใช้แล้วเห็นผลนั่นเอง ซึ่งวันนี้การเติบโตของเวิลด์โปรจะเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติ ไม่เน้นที่จะแข่งขันกับใคร และไม่ต้องการที่จะเด่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ต้องการที่จะดับด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ของ เวิลด์โปร นั้น สิ่งที่ทำให้ค่ายนี้ เดินทางบนสมรภูมิรบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเข้มข้นในเรื่องของการฝึกอบรมที่ค่ายนี้บอกว่า จะเป็นการเน้นหนักเป็นพิเศษ เพื่อต้องการที่จะให้สมาชิกของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง และมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงยังจะเป็นการสานฝันความสำเร็จของผู้ที่ต้องการโอกาส ได้ก้าวสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน ด้วยหลักสูตรของบริษัทฯ ที่วางไว้นั่นเอง


และจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี่เอง ที่ทำให้ เวิลด์โปร ได้เล็งเห็น อีกหนึ่งตลาดที่สำคัญ นั่นก็คือ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีแผนเตรียมที่จะบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเช่นเดียวกัน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่ เวิลด์โปร กำลังพุ่งเป้าไว้ คือ ประเทศพม่า และกัมพูชา ซึ่งล่าสุด เวิลด์โปร ได้มีการรุกเข้าไปทำตลาดในประเทศลาวแล้ว รวมถึงยังได้อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง ซึ่งการทำตลาดในช่วงนี้นั้น ทางด้าน พิสิษฐ์ บอกว่า จะเป็นการให้สมาชิกนั้นเข้าไปเปิดตลาดก่อน โดยหากมีผู้นำเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการตามมาอย่างแน่นอน
ปัจจุบัน เวิลด์โปร มีสาขาอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ ที่หาดใหญ่ และอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแต่ละสาขามียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกับมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกด้วย หากพบว่า ในพื้นที่ไหนมีสมาชิกมากและมีแนวโน้มว่าตลาดน่าที่จะเติบโต


ส่วนอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ในการขับเคลื่อนทัพธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้านั่นก็คือ ในเรื่องของสินค้า ซึ่ง พิสิษฐ์ ได้บอกว่า ที่เวิลด์โปรเติบโตมาจนถึงวันนี้ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เรื่องของสินค้าที่ใช้ดีแล้วเห็นผลก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน โดยบริษัทฯ จะค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องนี้ อย่างล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการนำสินค้าออกมาใหม่เป็นยาสีฟัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกและผู้บริโภคเป็นอย่างดี รวมถึงยังจะมีสินค้าออกมาใหม่ที่เป็นน้ำยาซักผ้า พร้อมกับยาฆ่าหญ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเกษตรกรอีกด้วย


ความพร้อมของเวิลด์โปรในปี 2556 นี้ เรียกว่ามีความพร้อมเกือบทุกด้าน ทั้งในเรื่องของโรงงานการผลิตที่เป็นของบริษัทฯ เอง บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งได้มีการเปิดดำเนินการไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยโรงงานดังกล่าวจะเป็น การผลิตในส่วนของสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และในอนาคตคาดว่า พื้นที่ที่เหลือของโรงงาน จะมีการขยายทำเป็นในส่วนอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย


พิสิษฐ์ ยังได้เผยต่ออีกว่า หากจะให้พูดถึงการยอมรับในภาคธุรกิจขายตรงในวันนี้ ต้องบอกว่า คนค่อนข้างที่จะให้การยอมรับที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีคนบางกลุ่มที่ทำให้ธุรกิจนี้มีภาพลักษณ์ที่เสียหาย แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในอนาคตนับจากนี้ ธุรกิจขายตรง จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ผู้คนให้การยอมรับมากขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนต้องการอยากที่จะมีรายได้ และมีความมั่นคงในชีวิต ซึ่งอยากที่จะขอเชิญชวนทุกคน ที่อยากจะมีรายได้ ที่มั่นคง ได้แบบง่าย ๆ และไม่มีการสร้างภาพ ลองเข้ามาศึกษาธุรกิจที่นี่ดู โดยเรามีแผนที่ตอบโจทย์และมีรายได้ที่มั่นคง ไม่ผิดหวัง ที่สำคัญ ธุรกิจนี้ ไม่ทำให้ใครผิดหวังอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 336

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ห้องเรียนเงินล้าน เวิลด์โปร WorldPro วิถี 2 ครูผู้สอน กิตติพงษ์ อัฐพร - อัจฉรา จุฬาวิริยาภรณ์


เส้นทางสำเร็จ...กับบริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด2 ครูผู้สั่งสอนและอบรมปุถุชนคนรุ่นใหม่ - เก่า ให้มีจิตใจรักในอาชีพขายตรง ส่งเสริมให้ทุกคนที่อยู่ภายใต้เครือข่ายให้ยึดขายตรงเป็นอาชีพหลัก หรือทำเป็นอาชีพเสริม...เพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์


กิตติพงษ์ อัฐพรและอัจฉรา จุฬาวิริยาภรณ์ซึ่งบ่อยครั้งที่ รายการ : คลับเงินล้าน ออกอากาศทางสถานี INTV และ TVD จะได้รับเกียรติจากบุคคลทั้ง 2 มาร่วมแชร์ประสบการณ์เครือข่ายขายตรง อาชีพที่มักไม่มีใครเชื่อว่า จะสามารถสร้างความร่ำรวยได้ พลิกชีวิตจากดินสู่ดาว...และเมื่อมีโอกาสได้เปิดอกคุยกับมนุษย์เงินล้านทั้ง 2 ท่านอีกครั้ง ต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังเช่นเดิม...เพราะแนวคิดของ 2 ท่านนี้ ได้ปรับอะแด็ปวิธีการทำงาน วิธีการเรียนรู้ แตกต่างจากผู้นำเงินล้านทั่วไป


ถามว่า...แตกต่างกันอย่างไรกิตติพงษ์และอัจฉรามีวิธีการสอนสมาชิกหรือดาวไลน์ ให้ผิดแผกแตกต่างจากวงการที่มีบทบัญญัติ บทเรียน ที่ต้องเข้าห้อง 1 2 3 4 ออกมาแล้วสำเร็จเลย โดยไม่เคยรู้ว่า...สิ่งที่เขาได้รับการถ่ายทอดมานั้น พอมาถึงภาคปฏิบัติทีมงานกลับทำไม่เป็น


กิตติพงษ์และอัจฉราพลิกตำราสอนใหม่ เริ่มสอนด้วยวิธีการของตัวเอง ตั้งแต่การไปหาแหล่งน้ำ เพื่อที่จะตกปลา แล้วสังเกตว่าตรงนั้นมีปลาหรือไม่ จากนั้นค่อยเกี่ยวเบ็ดทิ้งไว้ เมื่อได้ปลามานำมาปรุงเป็นอาหาร แล้วแบ่งปันให้คนอื่นทาน...ฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ ง่าย ๆ อาจจะขยายความได้ว่า เมื่อชวนคนมาทำขายตรง เริ่มจากการทำความเข้าใจก่อน แล้วค่อยเฟ้นหาความเชี่ยวชาญ เพราะแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน จากนั้นใส่ตำราบันทึกไว้ในสมอง แล้วค่อยลงมือปฏิบัติจริง เรียกว่า เรียนรู้ตั้งแต่ต้นยันจบ โดยไม่ละทิ้งทีมงานแม้แต่ขั้นตอนเดียว แถมยังรวมการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรเข้าไปด้วย


เพราะการทำงานแต่ละครั้ง เราได้สมาชิกที่มาจากต่างระดับ ต่างการศึกษา แต่เมื่อมาอยู่รวมกันก็จะถูกหล่อหลอมให้รักกัน เผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน...นี่จึงเป็นที่มาของชื่อทีมบราเธอร์ & ซิสเตอร์ที่สร้างทุกคนให้อยู่ภายใต้อารมณ์และวัฒนธรรมเดียวกัน ที่นี่ จึงไม่ต่างจากโรงเรียนสอนธุรกิจขายตรง...และเมื่อจบคอร์สทุกคนก็จะมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เสมือนใบปริญญาการันตีคุณภาพแห่งความสำเร็จ


อัจฉราผู้ซึ่งมองโลกเครือข่าย เป็นธุรกิจที่สวยงามเสมอ และทุกครั้งที่เธอได้ถ่ายทอด เธอก็จะย้ำกับทีมงานทุก ๆ คน ว่าขายตรงเป็นธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก แค่ทำให้คนข้างล่างประสบความสำเร็จเยอะที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ เราก็ประสบความสำเร็จตาม...แค่นั้นเอง

ยิ่งถ้าถามถึงความสำเร็จกับเราทั้ง 2 คน เราสำเร็จถือว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเรามีประสบการณ์การทำเครือข่ายมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้ความสำเร็จที่แท้จริง มันจะต้องสำเร็จมาจากองค์กรข้างล่าง ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้ตาม อย่างที่ คุณน้อง - อัจฉรา กล่าวให้ฟังเมื่อสักครู่นี้กิตติพงษ์กล่าวและเสริมต่อว่า


สิ่งหนึ่งที่ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราเองได้พิสูจน์มาตลอดจนถึงวันนี้ มันสัมฤทธิ์ผลอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม นั่นก็คือ การทำงานอย่างเป็นระบบ เราใช้ระบบทำงาน หากเทียบกับอดีตคนที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักแสน หรือหลักล้านต่อเดือนในวงการธุรกิจขายตรงมีไม่กี่คน ต้องบอกว่าซุปเปอร์แมนมีไม่เยอะหรอกครับ อย่างดีก็คนสองคน แต่วันนี้โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะทำอย่างไรให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อย ให้เขาประสบความสำเร็จมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน หรือเป็นล้านในอนาคต ก็ต้องพึ่งระบบเท่านั้นครับ
หลาย ๆ ที่ หลาย ๆ ทีมที่เราไปคุยกันเขา ก็บอกว่าเขามีระบบ การมีระบบอันที่จริงแล้วมันต้องมีประสิทธิภาพ และคนที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบ อย่างน้อยที่สุดก็ประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ วันนี้ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ทีมเราทำงานสำเร็จ ซึ่งผมก็ดีใจที่ได้เอาภาพความสำเร็จของน้อง ๆ มาให้ทุกท่านได้สัมผัส และมาร่วมแชร์ประสบการณ์กัน


ชื่นใจค่ะกับความสำเร็จของพวกเขาอัจฉรากล่าวอย่างมาดมั่น...เพราะว่าอย่างน้อย ๆ น้องที่เรียนหนังสืออยู่ก็มีรายได้ 4 - 5 หมื่นบาท/เดือน เขาไม่ต้องไปขอเงินคุณพ่อ - คุณแม่ ไม่เป็นภาระของสังคม น้อง ๆ แทบจะทุกมหาวิทยาลัยที่มาร่วมกับทีมเรา นักศึกษาแพทย์ก็มี


วันนี้ การทำงานของเรา ทำงานรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่ธุรกิจเครือข่ายเดิม ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ที่สำคัญเราใช้สื่อเข้ามาช่วย อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จได้ ที่นี่ เราจึงอยู่กันเหมือนพี่ - น้อง เหมือนมหาวิทยาลัย ซึ่งเราเคยบอกทุกครั้งว่า วันนี้ถ้าเราสำเร็จไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าน้อง ๆ ในทีมสำเร็จ ตรงนี้สิแปลก และเราก็ชื่นใจมาก ที่มองเห็นภาพความสำเร็จของน้อง ๆ เดือนหนึ่งรับรายได้หลักหมื่นบาท/เดือนเยอะมาก ส่วนหลักแสนก็ขยับตามมา


ที่สำคัญที่สุดคือ ภาพความสำเร็จมันฟ้อง...เพราะเขาเป็นเจ้าของรถป้ายแดง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ทั้งรถโตโยต้าแคมรี่ ไฮบริดจ์, เชฟโรเลต, ฮอนด้าแจ๊ส, ฮอนด้าแอคคอร์ด วันที่เขาออกรถมีความหมายหมดนะค่ะ เพราะมันคือ วันแม่ หรือ วันพ่อ เปรียบเสมือนเป็นของขวัญวันเกิดและตอบแทนพระคุณท่านให้ท่านมีกำลังใจ อัจฉรา กล่าวอย่างภาคภูมิใจและต่อว่า
น้อง ๆ รุ่นใหม่ที่มาอยู่กับเรา ส่วนใหญ่เขายังไม่มีครอบครัว เราจะสอนให้เขารักคุณพ่อ - คุณแม่ มีความกตัญญูรู้คุณ เพราะอย่างน้อยเชื่อว่าความกตัญญู มันส่งผลให้ชีวิตเขาเจริญรุ่งเรือง เราสอนให้เขาทำแบบนี้ค่ะ พูดให้เขาคิดเลยว่า ชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และต่อไปต้องทำอะไร ไม่ใช่ชีวิตของเขาเอง แต่เป็นชีวิตของคนที่เขารัก นั่นก็คือ คุณพ่อ คุณแม่ มันปรากฏให้เห็นชัดแล้วค่ะ ว่า ก่อนหน้านั้นเราอาจยังไม่มีภาพความสำเร็จของน้อง ๆ แต่วันนี้เราทำสำเร็จแล้วส่วนหนึ่ง


พวกเขากำลังมีอนาคตที่ก้าวไกล ซึ่งกล้าพูดเลยว่า เครือข่ายในประเทศไทยที่จะเห็นภาพแบบนี้กับเด็กใหม่ ๆ นั้น...มันยากมาก
วันที่น้องหลาย ๆ คนไปออกรถ เขาก็เชิญคุณพ่อ - คุณแม่มาด้วย แถมยังดีใจและมาฝากฝัง จากเดิมที่ปฏิเสธไม่ให้ลูกทำเครือข่าย บอกลูกว่า อย่าไปทำเลย งานอะไรก็ไม่รู้ ให้ทำงานประจำดีกว่าไหม แต่ปัจจุบันนี้โทรหาลูกบ่อย ไปทำงานรึยัง เข้าบริษัทรึยัง เห็นไหมคะ ว่า เขาต้องเปิดใจโดยอัตโนมัติ จ
ากภาพที่ลูกเขาประสบความสำเร็จจริง ๆ

แต่การที่จะเอาเด็กนักเรียนมานั่งทำเครือข่ายนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย คือให้คิดอย่างนี้ ว่า คอนเซ็ปต์ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาเยอะ ซึ่งอุปนิสัยเดิมเขาจะเป็นคนที่ติดเกมส์ เล่อินเตอร์เน็ตกันทั้งวันทั้งคืน แค่วันนี้เขาติดเกมส์แล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตเขาใหม่ให้มารู้จักสร้างชีวิต สร้างอนาคตในวัยหนุ่ม - สาวจะดีกว่าไหม.. นี่คือ คำถามประโยคแรก ที่เราต้องใฝ่หาคำตอบ


ตรงนี้เราไม่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขาเยอะ แค่ปรับการทำงานให้สอดคล้องกับอุปนิสัย ซึ่งเป็นพฤติกรรมในแต่ละวันของเขาที่ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่จะปรับอย่างไรให้เกิดรายได้ ตรงนี้ก็มีระบบรองรับ นี่คือ การทำงานรูปแบบใหม่จริง ๆ ผมบอกได้เลยว่า น่าจะเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่เราวางรูปแบบนี้ เราออกแบบงานให้เหมาะกับคน เราไม่ต้องการคนให้เหมาะกับงาน แค่เราเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ ก็ได้ผลลัพธ์กลับมาสมดังตั้งใจ


ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราแน่นปึกทางด้านความรู้ เพราะเราเป็นนักธุรกิจเครือข่ายมืออาชีพในทุกเรื่อง ถามว่าระบบเทรนนิ่งมีการเทรนด์คล้ายกับประกันหรือไม่ ต้องบอกว่า...น่าจะมากกว่านี้ค่ะ อัจฉรากล่าวสั้น ๆ แบบได้ใจความ กิตติพงษ์ เสริมต่อว่า ประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีเราสามารถเอามาต่อยอดธุรกิจได้ เพราะต้นกำเนิดเครือข่ายอาจจะมาจากที่เดียวกัน ก็นำมาประยุกต์ให้เข้ากับองค์กร เข้ากับบุคลิกของแต่ละคน ที่เข้ามาทำธุรกิจ มันก็เลยส่งผลให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จกันอย่างรวดเร็ว ในมุมมองของเราที่เป็นผู้ดู ผมถือว่า บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราประสบความสำเร็จมาก


เราสามารถกำหนดอนาคตเด็ก ๆ ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว 20 ต้น ๆ ที่สามารถทำธุรกิจแล้วสำเร็จด้วยตัวเอง นี่คือ คอนเซ็ปต์ของเรา เพราะอย่างน้อยที่สุดเบื้องต้นคุณดูแลตัวเองได้ แบ่งเบาภาระคุณพ่อ - คุณแม่ หลังจากที่เราขอเงินทุกเดือน แต่ปัจจุบันเรามีรายได้ 4 - 5 พันบาท/เดือน หรือมีรายได้หลักหมื่น หลักแสนต่อเดือน แต่เราต้องก้าวทีละสเต็ป ทีละขั้นตอน และจะไม่มาโมติเวทกันว่า ตรงนี้ทำรายได้เป็นแสน เป็นล้าน นั่นมันเรื่องของอนาคตค่อยว่ากัน


ถามว่า...ระหว่างสินค้า บริษัท ระบบ ประธาน คุณเฉลี่ยความสำคัญอย่างไร... ในการตัดสินใจเดินเข้าร่วมธุรกิจ ผมว่าคำตอบง่ายนิดเดียว เพราะเรื่องสินค้าทุกบริษัทก็เคลมว่าต่างคนต่างดีอยู่แล้ว หากสินค้าสามารถสู้กันในท้องตลาดได้ ดังนั้น จุดเด่นจึงอยู่ที่การออกแบบงานให้เหมาะกับกลุ่มคน เพราะสถานการณ์ขายตรงมันเปลี่ยนไป เราจะไปจับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา แล้วให้ไปลิสต์รายชื่อมา หรือไปขอสปอนเซอร์มา คงทำไม่ได้ แต่จะคิดค้นสูตรสำเร็จแนวใหม่ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา


ฉะนั้น การทำงานภายใต้ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราได้ออกแบบความสำเร็จ หรือระบบให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่คุณพาตัวเองเข้ามาสู่ระบบ ผมอยากยกตัวอย่างให้ฟังง่าย ๆ แล้วลองคิดและจินตนาการตามนะครับว่า ถ้าเราทำเครือข่ายขายตรงในอดีต เราต้องทำอะไรบ้าง และแน่นอนครับ 1. ต้องมีรายชื่อ 2. ต้องมีกลุ่มผู้มุ่งหวัง 3. ต้องโทรนัด และ 4. ต้องออกไปคุย ไปอธิบาย ไปสาธิต ก็อย่างที่ได้บอกตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า ถ้าทำอย่างนี้ขายตรงจะมีซูเปอร์แมนสักกี่คนที่สำเร็จ มันยากมาก นั่นคือ สิ่งที่ทำให้คนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายขายตรงไม่ค่อยประสบความสำเร็จกันสักเท่าไหร่


ผมเลยมองว่า งานในเครือข่ายมันมีอะไรบ้าง การออกไปพบลูกค้าแน่นอนว่า ปฏิเสธไม่ได้ เพราะธุรกิจนี้เราต้องออกไปหาลูกค้า ไปพบลูกค้า แต่บังเอิญว่าบางคนอาจไม่ถนัด ไม่ชอบที่จะคุยหรือพูดไม่เก่ง ไม่มีเวลาบ้าง แสดงว่าคนเหล่านี้จะทำเครือข่ายไม่ได้เลยหรือ มันก็ไม่ใช่คำตอบครับ
แต่ทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ มีคำตอบ เพราะตรงนี้เรามีทีมงานที่เป็นมืออาชีพไปพรีเซ็นต์ ไปพูดแทน ใครถนัดเรื่องไหน เราจะให้ทำในสิ่งที่เขาถนัด เพราะความหมายของคำว่า ทีม ทีมไม่ใช่องค์กรนะครับ คนที่อยู่ใต้ล่าง นั่นก็คือ ทีม เพราะทุกคนมีความสามารถโดดเด่นไม่เหมือนกัน การทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เพื่อความสำเร็จของแต่ละคน ผมเลยมองว่า ใครถนัดเรื่องอะไรให้ทำเรื่องนั้น


นี่คือระบบของ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราแบ่งงานกันทำ ใครถนัดด้านไหนทำด้านนั้น และเราก็โชคดีที่ได้คุณน้อง - อัจฉราเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ภายในครอบครัวของเรา
เหตุผลที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ เพราะว่าน้อง ๆ เขายังอ่อนวัย อารมณ์ไม่นิ่ง บางคนอกหัก ทะเลาะกับแฟน เราก็ต้องเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะน้องคิดอย่างเดียวว่า ธุรกิจเครือข่ายง่ายมาก ง่ายตรงที่ว่าธุรกิจเครือข่ายมันไม่ใช่งานประจำ มันไม่มีกฎระเบียบข้อบังคับ แต่ถ้าได้ใจใครมาอะไรก็ได้หมด คือใช้เงินซื้อใจไม่ได้ หากเรารักเขา เขาก็รักเรา เราห่วงเขา เขาก็ห่วงเรา แค่นี้เองคะสำหรับกฎการอยู่ร่วมกัน


ถามว่ายากไหม.. เพราะเราอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ก็ไม่หรอกค่ะ เพราะเราจะทำเป็นวัฒนธรรม คือจะสอนให้แต่ละคนดูแลกันต่อลงไปเรื่อย ๆ สมมติ ถ้าวันหนึ่งเราสองคนไม่อยู่ สถาบันของเราก็ยังอยู่ ซึ่งถ้าเราทำเองคนเดียว คงทำไม่ได้ เพราะว่ามีองค์กรหลายหมื่นคน ฉะนั้น รุ่นพี่ที่มาแรก ๆ คุณจะต้องทำแบบนี้ และท้ายสุดเราก็ดูแลอยู่ในภาพรวม


การทำธุรกิจโดยเฉพาะกับ บราเธอร์ & ซิสเตอร์ เราไม่ทำแบบไร่เลื่อนลอย เราต้องการให้มันหยุดได้จริง ๆ เหมือนที่เขาบอกว่าธุรกิจเครือข่าย คุณต้องหยุดได้แล้วรายได้ไม่หยุด ดังนั้น องค์กรของคุณต้องแน่นหนา ต้องเป็นปึกแผ่น คุณถึงจะตลอดรอดฝั่ง เพราะการทำไร่เลื่อนลอย มันจะเหนื่อยไม่สิ้นสุด แต่วันนี้น้องสามารถที่จะหยุดมันได้ นั่นหมายความว่า น้องไม่จำเป็นต้องอยู่ออฟฟิศตลอดเวลา สามารถไปโน่นไปนี่ได้ ซึ่งเรามีผู้นำที่สร้างขึ้นมา แต่เราจะไม่เน้นหา
นี่เป็นจุดเด่นของทีม บราเธอร์ & ซิสเตอร์ ทุกคนเป็นหมด หากคนไหนมีความสามารถเราส่งขึ้นเวที บริษัทให้คุณเป็นวิทยากร เราก็จะส่งเสริมทุกด้าน ไม่ต้องไปกดเขา วันนี้ น้องเชื่อว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าทุกคนก็ต้องการฝึกฝน ฉะนั้น การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของทุกเรื่องด้วย อัจฉรา กล่าวปิดท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 331