ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทรงพล ชัญมาตรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทรงพล ชัญมาตรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทีวี ไดเร็คจับมือยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเมืองผู้ดี







0-20130531101621HL (Mobile)


ทีวี ไดเร็ค ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกจากอังกฤษ JML จัดตั้งบริษัท JML Direct (Thailand) หวังรุกธุรกิจค้าปลีกเมืองไทย พร้อมชูจุดเด่นด้านนวัตกรรม สินค้า และการนำเสนอโปรโมชั่นจูงใจ กระตุ้นการตัดสินใจ ประกาศเป้า ปีแรกขอ มีจุดขายกว่า 300 แห่ง ก่อนเพิ่มเป็น 800 แห่งในปี57 พร้อมยอดขาย 120 ล้าน

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เผยถึงแผนธุรกิจนับจากนี้ว่า ขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการร่วมกับ JML Direct ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกที่มี ความเชี่ยวชาญด้าน Screen to Screen จากประเทศอังกฤษ จัดตั้ง บริษัท JML Direct (Thailand) ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3 แสนหุ้นมูลค่า ที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับธุรกิจ ค้าปลีกของบริษัทฯ และเป็นการเพิ่มช่อง ทางจำหน่ายสินค้าตลอดจนเพิ่ม ความหลากหลายของสินค้าใน การนำเสนอต่อผู้บริโภค

สำหรับ JML Direct ประเทศอังกฤษ ถือเป็นผู้ ประกอบการธุรกิจทีวีค้าปลีก โดยสินค้าของ JML เป็นสินค้า ประเภท Life Style & Living ที่มี จุดแข็งด้านนวัตกรรมสินค้า ที่จะ เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคให้ดีขึ้นประกอบกับ การนำเสนอโปรโมชั่นส่งเสริม การขายที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยจุดนี้เอง ที่ส่งผลให้สินค้า ของ JML Direct ประสบความ สำเร็จในการวางจำหน่ายและ ทำตลาด 72 ประเทศทั่วโลก ทั้ง ในยุโรป อเมริกาและเอเชีย

ทั้งนี้ บริษัท JML Direct (Thailand) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯ ร่วมทุน จะสร้างการรับรู้ถึงตัว สินค้าและช่องทางการจัด จำหน่ายผ่านช่องฟรีทีวีและ เคเบิลทีวี เพื่อดึงลูกค้าไปยังช่อง ทางการจัดจำหน่าย ที่บริษัทฯจะมีการติดตั้งจอทีวีเพื่อให้ราย ละเอียดสินค้า ซึ่งทำหน้าที่ เปรียบเสมือนพนักงานขายที่ บอกถึงจุดเด่นผลิตภัณฑ์ ณ ชั้น วางสินค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้า เกิดการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย สินค้าได้ หรือที่เรียกว่า Screen to Screen

ความร่วมมือกันระหว่าง ทีวีไดเร็ค กับ JML Direct ซึ่งถือ เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการทีวีโฮม ช้อปปิ้งของอังกฤษในครั้งนี้เพื่อ เสริมศักยภาพ ด้านการทำธุรกิจ ค้าปลีกให้กับทีวีไดเร็คครั้งนี้ โดย จะร่วมกันสร้างความแปลกใหม่ ให้แก่วงการธุรกิจค้าปลีกของ ไทย ในการนำเสนอนวัตกรรม สินค้าที่มีความหลากหลายเข้า มาตอบโจทย์ความต้องการ ที่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ คุณภาพชีวิตของลูกค้าคนไทยดี ขึ้น

นายทรงพล กล่าวเสริมอีก ว่า สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาทำ ตลาดในครั้งนี้ บริษัทฯ จะวาง จำหน่ายผ่านช่องทางห้างค้า ปลีกขนาดใหญ่ เทสโก้โลตัสและ แม็คโคร โดยจัดชั้นวางสินค้า สร้างความโดดเด่นและปรับ เปลี่ยนหมุนเวียนสินค้าอย่าง สมํ่าเสมอ เพื่อสอดคล้องกับ ความต้องการของลูกค้า โดยวาง เป้าหมายว่า ภายในปีนี้จะมีจุด จำหน่ายสินค้า 300 จุด และจะ เพิ่มเป็น 800 จุดภายในปีถัดไป เพื่อผลักดันยอดขาย 120 ล้าน บาทภายในปี 2557

ด้าน นาย Ken Daly ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท JML Direct จำกัด จากประเทศ อังกฤษ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกกล่าว ว่า บริษัทฯ มีความโดดเด่นด้าน นวัตกรรมสินค้าในกลุ่ม Life Style & Living ที่ได้รับการตอบ รับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก ซึ่งการ ร่วมมือกัน เพื่อจัดตั้งบริษัทฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการผสมผสาน จุดแข็งของทีวีไดเร็คที่เป็นผู้นำ ในธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเมือง ไทย และ JML Direct ที่มีความ เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีกกลุ่ม Life Style & Living เพื่อผลักดัน ความสำเร็จจากการทำตลาดใน ครั้งนี้

ทีวี ไดเร็ค ถือเป็นผู้นำ ด้านธุรกิจโฮมช้อปปิ้งของไทย ที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพ นำ เสนอข้อมูลสินค้าผ่านช่อง ทางโทรทัศน์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า เป้าหมายทั่วประเทศ มาช่วย สร้างความเข้มแข็งให้กับการรุก ธุรกิจของ JML Direct ครั้งนี้ ซึ่ง มั่นใจว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะ นำมาซึ่งความสำเร็จจากการ รุกขยายธุรกิจในครั้งนี้อย่าง แน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ไฟไหม้คลังสินค้า "ทีวี ไดเร็ค (TV DIRECT)" เสียหาย 45 ล. ยันไม่กระทบธุรกิจ


จากเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้า ของบริษัท ทีวี ไดเร็ค ที่ผ่านมาประเมินความเสียหายเบื้องต้น 45 ล้านบาท ยันไม่กระทบความมั่นคงธุรกิจ มีวงเงินประกัน ครอบคลุมทุกความเสี่ยง บริษัทยังคงเป้าหมายของยอดขายปี 2555 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 6 เดือนแรกของปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 1,152.19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยถึงเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าของบริษัท เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันพุธที่ 17 ตุลาคมนั้น บริษัทเช่าพื้นที่ของบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด ประมาณ 2,000 ตารางเมตร เพื่อใช้เก็บสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายในเบื้องต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันภัยแบบคุ้มครองความเสี่ยง ทั้งหมด (All Risk) รวมถึงกรณีธุรกิจหยุดชะงักไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในวงเงิน 431 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ เองก็ได้ทำประกันภัยไว้กับ บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด ในวงเงิน 60 ล้านบาท บริษัทจึงมั่นใจว่าเหตุการณ์ ดังกล่าวไม่กระทบต่อความมั่นคงของบริษัทแต่อย่างใด

นายทรงพลกล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุคนงานเลิกงานหมดแล้ว จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิง ได้ในวงจำกัด ส่วนสาเหตุ ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสรุปสาเหตุ ที่แท้จริงต่อไป

ด้านแนวทางการแก้ไข ในส่วนของบริษัท เจดับ-เบิ้ลยูดีฯ ได้เตรียมคลัง สินค้าขนาดประมาณ 2,000 ตารางเมตร บริเวณใกล้เคียง กับคลังสินค้าเดิมไว้สำรอง เพื่อรองรับสินค้าที่จะเข้ามาทดแทนแล้ว จึงไม่มีผลกระทบด้านคลังเก็บสินค้า นอกจากนี้ บริษัท ทีวี ไดเร็ค ยังมีศูนย์กระจายสินค้าอีก 2 แห่งใหญ่ และอีก 75 แห่งย่อย ในการทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท

นอกจากนั้น บริษัทได้ดำเนินการประสานงานกับเจ้าของสินค้าในประเทศทุกรายที่เป็นพันธมิตรเพื่อนำสินค้าเข้ามาขายทดแทนสินค้าที่เสียหายดังกล่าว โดยนำไปจัดเก็บในคลังสินค้าแห่งใหม่ที่เช่าจาก บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีผลกระทบ ต่อยอดขายในเดือนตุลาคมประมาณ 10-15% แต่บริษัทมั่นใจว่าไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวม เพราะช่วงนี้เป็นช่วง ฤดูขายดีของบริษัท และมั่นใจว่าเหตุการณ์ ไฟไหม้จะไม่ส่งผลต่อดัชนีราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนั้น ตนขอยืนยันว่าเรายัง คงเชื่อมั่นในการทำงานของบริษัท เจดับ-เบิ้ลยูดีฯอยู่ จะไม่มีการเปลี่ยนสถานที่เก็บ สินค้าอย่างแน่นอน ซึ่ง ทีวี ไดเร็ค ดำเนิน ธุรกิจมาประมาณ 34 ปี เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่คลังสินค้าไฟไหม้ ต่อไปคงต้องมีการออกมาตรการป้องกันภัยให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายของยอดขายปี 2555 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท จากปี 2554 ที่บริษัทมีรายได้รวมเป็นเงิน 1,902.63 ล้านบาท กำไรสุทธิ 74.60 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 6 เดือนแรก ของปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการขาย และบริการจำนวน 1,152.19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1347ประจำวันที่ 27-10-2012 ถึง30-10-2012

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ทีวี ไดเร็ค (TV Direct)" รับมือแข่งขันอาเซียน (AEC) วางเป้า 5 ปี สร้างยอดขายปีละ 20%


ทีวี ไดเร็ค ดึงจุดแข็งการเป็นบริษัทมหาชนรุกตลาดเชิงลึก เตรียมตัว รับการแข่งขันตลาดอาเซียนเต็มสูบ โชว์ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ทำกำไรสุทธิ 29.9 ล้านบาท โตขึ้น 47% จาก ปี 54 ขณะที่ยอดขายครึ่งปีแรกปิดที่ 1,152 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 39% คาดด้วยจุดแข็งหลายด้าน บริษัทจะเติบโต 20% ทุกปี

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) (TVD) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Marketing) เปิดเผยว่า ปีที่แล้วบริษัทปิดยอดขาย 1,905 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 34 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรสุทธิดังกล่าวถือว่ายังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำ แต่อย่างไร ก็ดี ภาพรวมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าบริษัทมียอดขาย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้อัตราการเติบโตยิ่งชัดเจนมากขึ้น

พบว่าผลประกอบการครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทสามารถ ปิดยอดขายได้ประมาณ 1,152 ล้านบาท เติบโตประมาณ 39% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 29.9 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 47% ถือว่าผลประกอบการในตอนนี้โตเกือบเท่าปีที่แล้วทั้งปี ฉะนั้นกลยุทธ์หลายอย่างที่เราได้วางไว้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ประสบผลสำเร็จด้วยดี

สำหรับกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทเตรียม วางแผนดำเนินการต่อไป คือ การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับบริษัทต่างชาติ ที่เริ่มเข้ามารุกตลาดเอเชียอย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจากแอฟริกาใต้ หรืออเมริกา โดยเหตุผลง่ายๆ ที่บริษัทต่างชาติเหล่านั้นเริ่มหันมามองตลาดในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น นายทรงพล ให้ความเห็นว่า เพราะตลาดเหล่า นั้นเริ่มจะอิ่มตัว หรือแข่งขันได้ยากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของประเทศไทยก็คือ เราอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เป็น ศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ตนจึงคิดว่าบริบท ในการกำหนดยุทธศาสตร์ของบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับบริษัททีวีไดเร็ค ที่เราต้องเร่งสร้างแผนรับมือ

อย่างไรก็ดี ทีวี ไดเร็คจะไม่เร่ง ขยายงานเพราะกระแสความสนใจตลาด AEC แต่บริษัทคำนวณจากปริมาณประชากรที่จะทำให้บริษัทเติบโตขึ้น ซึ่งตลาด 200 ล้านคน เป็นเป้าหมายที่เรามอง แต่ก็ไม่ใช่วันนี้ นี่คือการเตรียมตัวไว้ในอนาคต และปัจจัยที่สำคัญสำหรับ การเตรียมความพร้อมในขณะนี้ คือบริษัท ต้องมีกำลังคนที่พร้อม ส่วนประเทศที่เรามีการขยายไปแล้วในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และปัจจุบันกำลัง จดทะเบียนที่ประเทศเวียดนาม คาดว่าในช่วงปลายปีนี้ บริษัทจะเริ่มวางกลยุทธ์โดยละเอียดว่า เราจะเข้าไปดำเนินงานใน แต่ละประเทศอย่างไร

ตนดีใจที่กระแสการรุกคืบของบริษัท ข้ามชาติเริ่มเข้ามาในตอนนี้ เพราะทีวี ไดเร็คเองยังไม่ได้เติบโตมากนัก ซึ่งจุดนี้จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันหรือเลือดนักสู้ของเรายังเต็มที่ และที่สำคัญกระแสบริษัทข้ามชาติยังเข้ามาในช่วงที่บริษัทเริ่มเข้าตลาดหลักทรัพย์

โดยการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ดังกล่าว จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคตโดยจุดแข็งของการเข้าเป็นบริษัทมหาชน ทำให้ระบบการดำเนินงานของบริษัทมีความโปร่งใสมากขึ้น ได้เปรียบ ในเรื่องภาพลักษณ์ที่มีความชัดเจนและ ผู้บริโภคมีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีโอกาสในการแก้ปัญหากับผู้บริโภคมากขึ้นเช่นกัน ส่วนจุดอ่อน คือ คู่แข่งอาจตรวจสอบได้ง่ายขึ้น เพราะบริษัท กลายเป็นมหาชนที่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะตัวเลขผลประกอบการที่อาจโยงไปถึงกลยุทธ์การดำเนินงานต่างๆ ได้

ทีวี ไดเร็ค วางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ไว้ว่าจากนี้ไป บริษัทต้องเติบโต 20% ทุกปี และปัจจัยสนับสนุนการเติบโต นอกจาก บริษัทจะมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจผ่านมัลติแชนเนล อย่างช่องทีวี คอลเซ็นเตอร์ ที่จะขยายเพิ่มขึ้น สื่อดิจิตอล และเว็บไซต์ ต่างๆ แล้ว สิ่งที่เรามีอีกอย่างหนึ่ง และถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตก็คือ แรงจูงใจจากภายในของนักธุรกิจ ที่ทุกคน เชื่อมั่นและรักบริษัทอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี นายทรงพลยังได้กล่าวถึงปัญหา หรืออุปสรรคที่สำคัญสำหรับการทำธุรกิจ นั่นคือความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งสนับสนุนการดำเนินงานอย่างหนึ่ง แต่บางครั้ง ไม่สนับสนุนและนโยบายรัฐบาลนี้เองที่ทีวี ไดเร็ค นำไประบุไว้ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง 1 ใน 9 ข้อของบริษัท เมื่อตอนยื่นเรื่อง เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1341 ประจำวันที่ 6-10-2012 ถึง9-10-2012