ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วอลลารา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วอลลารา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วอลลาร่า สยายปีกภูมิภาคเอเชีย ย้ำจุดแข็ง 4 ด้าน สู้ศึกธุรกิจเครือข่าย







120501ar769540 (Mobile)

 


วอลลาร่า สยายปีกลุยตลาดต่างประเทศ วาดเป้าครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ผ่านรูปแบบการตั้งตัวแทนจำหน่าย เผยความพร้อมรองรับกานแข่งขันด้วยจุดแข็ง 4 ด้าน ล่าสุดร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยให้บริการผ่อนชำระสินค้า เล็งขยายฐานลูกค้ากลุ่มราชการ วาดเป้าอนาคตขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขายตรงเอเชีย


ยุวดี บุญครอง นักธุรกิจระดับดับเบิ้ลไดมอนด์ บริษัท วอลลาร่า(ประเทศไทย) จำกัด เปิด ว่าขณะนี้บริษัทได้มีแผนการขยายตลาดในต่างประเทศ โดยจะเข้าไปในลักษณะการขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือ เอเย่นต์ ซึ่งรูปแบบการบริหารงานจะอยู่ภายใต้สายงานของสมาชิกคนไทยที่เข้าไปในประเทศหาตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศนั้นๆ ด้วยโดยสมาชิกคนไทยจะได้รับพีวี 50%จากการขายสินค้าในแต่ละรายการของเอเยนในประเทศนั้นๆซึ่งแผนดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทแต่แรก ที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจในอาเซียนเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 พร้อมกับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจวอลลาร่าในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการขยายตลาดในเอเชียทั้งหมดด้วย โดยแผนดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา


ทั้งนี้เงื่อนไขในการเป็นตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเบื้องต้นผู้สนใจจะต้องลงทุนสั่งออร์เดอร์ครั้งแรก 50,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยรูปแบบการจำหน่ายไม่ใช่เป็นระบบเครือข่ายเหมือนในประเทศไทย แต่จะเป็นรูปแบบค้าปลีกและกำหนดให้แต่ละประเทศสามารถมีเอเจนซี่ตัวแทนจำหน่ายได้ไม่เกิน 3แห่ง และผู้ที่จะเป็นตัวแทนได้ จะต้องเป็นคนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ


“การที่บริษัทได้มีแผนการขยายตลาดในรูปแบบดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มรายได้ไห้สมาชิกในประเทศไทยมากขึ้นและง่ายขึ้น ซึ่งแผนดังกล่าวเหมาะกับแม่ทีมที่มีความถนัดการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจเครือข่ายอื่น ที่จะต้องสร้างสายงานให้ได้ก่อนถึงจะมีรายได้แต่ในขณะที่ของวอลลาร่าเพียงแค่สมัครสมาชิก ใช้สินค้าก็สามารถมีรายได้ทันที”


ยุวดี กล่าวต่อไปว่า สำหรับจุดแข็งที่บริษัทมองว่า สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้มาจากปัจจัย 4 ด้าน ประกอบด้วย


1.บริษัทมีสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีของนาซ่า ที่ไม่มีบริษัทใดมีมาก่อน


2.บริษัทเป็นบริษัทที่เปิดดำเนินธุรกิจมานานกว่า 87 ปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา


3.บริษัททำตลาดในประเทศไทยได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากคนต้องการดูแลเรื่องสุขภาพ


4.ในเอเชียประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่วอลลาร่าเข้ามาเปิดธุรกิจ แม่ทีมยังมีจำนวนไม่มากจึงสามารถที่จะขยายตลาดเพิ่มได้อีก ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทเครือข่ายอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย


อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาบริษัทยอมรับว่ายังมียอดขายที่น้อย เพราะเพิ่งเปิดดำเนินการไม่นาน


รวมทั้งสินค้ามีราคาค่อนข้างสูง แต่ขณะนี้บริษัทได้มีการปรับแผนให้สมาชิกหรือผู้ที่สนใจสามารถผ่อนชำระค่าสินค้าได้ ซึ่งจะทำให้สมาชิกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการผ่อนจ่ายสินค้า นอกจากนี้การที่บริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ยังมีเป้าหมายขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มราชการด้วย


นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความหลากหลายของสินค้าและเพื่อให้สมาชิกทำงานได้ง่ายขึ้นบริษัทมีแผนการนำสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้ามาจำหน่ายอีก 5 รายการเข้ามาทำตลาดในไทยได้ครบทั้งหมด โดยสินค้าที่จะนำเข้ามานั้น จะเน้นสินค้าที่ยังไม่มีบริษัทเครือข่ายใดในประเทศไทยทำมาก่อน และจะเน้นสินค้าที่เป็นเทคโนโลยี


พร้อมกันนี้บริษัทยังได้จัดให้มีการเทรนนิ่งและจัดประชุมให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ GTO ซึ่งระบบนี้สมาชิกจะได้รับสินค้าไปทดลองใช้ที่บ้านก่อนตัดสินใจซื้อ 3-5 วัน โดยผู้ที่มีสิทธิ์รับสินค้าไปทดลองนั้นจะต้องผ่านการคัดกรองจากบริษัทก่อนว่าจะต้องเป็นผู้มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ และปัญหาภายในบ้าน เช่น นอนกรน เป็นภูมิแพ้ บ้านเลี้ยงสุนัขแล้วมีกลิ่น เป็นต้นเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างหลังจากที่ใช้สินค้าไปแล้ว


 


 


 


 


Credit By : นสพ.เดอะพาเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 234 วันที่ 1-15 พฤษศจิกายน 2556


 

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าววอลลารา (Vollara) : "ตั้งใจลงมือทำ...ถึงจะสำเร็จ" ยุวดี บุญครอง ตำแหน่ง"ดับเบิล ไดมอนด์" บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด







418039_324176207698595_1084513800_n (Mobile)


ถึงเวลา "KEY TO SUCCESS" สัปดาห์นี้ มาฟังมุมมองผู้หญิงเก่งอย่าง คุณยุวดี บุญครอง ตำแหน่งระดับ "ดับเบิล ไดมอนด์" นักขายตรงมือทอง จากบริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด


โดยถือเป็นเจ้าแม่สื่อชื่อดัง....เกี่ยวกับ สถานีสุขภาพบันเทิง 24 ชั่วโมง และเจ้าของธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย แต่เหตุใดที่ทำให้เธอเข้ามาจับธุรกิจ MLM


+ อะไรที่ทำให้เข้ามาจับ MLM


"บอกตรงๆ ว่า ตนเคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อน แต่พอมาเจอผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ทำให้ตนเองมีสุขภาพดีขี้น จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทุกๆ คน"


+ ธุรกิจขายตรงได้ให้อะไรบ้าง


"หลังจากที่ทำธุรกิจนี้มาพอสมควร ทำให้รู้ว่า การให้เป็นสิ่งสำคัญและมีความ สุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือใครที่กำลังมีปัญหา อยู่ และผลจากการให้ไม่หวังสิ่งตอบแทนจะย้อนกลับมาให้เราให้พบแต่สิ่งดีๆ"


+ ทำ MLM มากี่ปี และอยู่ตำแหน่งอะไร


"ตอนนี้ทำธุรกิจขายตรงมาได้ปีเศษๆ แล้ว อยู่ในตำแหน่งดับเบิล ไดมอนด์ มีรายได้ ก็ตกเดือนละประมาณล้านกว่าบาท"


+ คิดยังไงกับตลาดขายตรงในเมืองไทย


"ถือว่ายังมีประชากรอีกมากมายที่ยังไม่รู้จักธุรกิจ MLM ดี ทำให้ไม่กล้าเข้า มาทำ แต่เชื่อว่า มีคนเป็นจำนวนมากที่ต้องการมีชีวิตที่ดี ซึ่งขายตรงมีความสวย งามไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และตลาดในเมืองไทยยังขยายได้อีกเยอะ"


+ เจอปัญหาอะไร ที่ทำให้ท้อบ้างไหม


"การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น เราต้องไม่ท้อถอย จะต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะท้อไปก็ไม่ได้อะไร มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จก็ผ่านความ ยากลำบากมาแล้วทั้งนั้น สำคัญกว่าอยู่ที่การตั้งใจลงมือทำอย่างจริงจัง"


+ ตั้งเป้าหมายอย่างไร


"ตั้งใจว่าอีก 2 ปี จะขอขึ้นตำแหน่ง โรเฟลทิปเฟอร์ ไดมอนด์ให้ได้ และจะพยายามช่วยสายงานในทีมมีรายได้หลักล้านให้ได้เยอะที่สุด"


+ อยากฝากอะไร...สมาชิกในองค์กรบ้าง


"อยากบอกว่า ธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้อง รวย สามารถมาลงทุนได้เลย ที่นี่จะมีวิธีการ เทรนนิ่งให้เป็นอย่างดี รับรองว่า เมื่อเข้ามาแล้ว จะทำให้มีความมั่นใจในธุรกิจขาย ตรงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์"


ก่อนจากกัน...... "คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก คือคนที่พบเจอความผิดพลาดและความล้มเหลวมามากกว่าคนอื่น" เชื่อว่า...วลีเด็ดประโยคนี้ จะช่วยให้ผู้ที่แสวงหาความสำเร็จมีพลัง ก้าวไปให้ถึงเส้นชัยในชีวิตได้เป็นอย่างดี และสัปดาห์หน้า "กุญแจสู่ความสำเร็จ" จะเป็นใคร....ติดตามได้ที่นี่ครับ





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าววอลลารา (Vollara) : ชู 1 ปี ผลตอบรับเยี่ยมเล็งแผนรองรับตลาดอาเซียน (AEC)

วอลลารา เผย 1 ปีธุรกิจโตเกินคาด ปีที่ 2 วางเป้าโตเกิน 100% พร้อมปรับแผนงานรองรับตลาด AEC อนาคตหวังอยากให้สมาคมขายตรงรวมตัวเป็นสมาพันธ์เพื่อรวมอำนาจการต่อรองทางการค้า มองภาพ 5 ปีข้างหน้ามูลค่าตลาดอาเซียนสูงถึง 1,000 ล้านเหรียฐสหรัฐ


โฆสิต สุวินิจจิต ประธาน บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของบริษัทในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นช่วงเวลาของการวางแผนธุรกิจ ซึ่งบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าสุงมากนัก ซึ่งสิ่งที่บริษัทได้ดำเนินการคือ การศึกษาว่าสินค้าสามารถเข้ากับคนไทยได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผลที่ได้รับคือสินค้าได้รับการตอบรับดีเกินคาด ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกประมาณ 5,000 รหัสและมีสมาชิกอยุ่ในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าในปีต่อไปจะสามารถเติบโตได้ 100%


ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ จาดเดิมที่ธุรกิจเป็นของต่างชาติ ซึ่งถือหุ้น 100 % ในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นถือหุ้นโดยคนไทย 100% และรวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของบริษัที่จะเข้าไปทำธุรกิจในอาเซียนเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 พร้อมกับการเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจวอลลาราในภูมิภาคอาเซียน


สำหรับการเข้าไปทำธุรกิจในอาเซียนนั้น บริษัทได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของการเตียมแผนงานให้เข้ากับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมการใช้งบประมาณในการพัฒนาบุคลากรทั้งเรื่องของภาษา รวมถึงการเทรนนิ่งต่างๆ เพื่อที่จะให้มีความพร้อมเข้าไปทำธุรกิจในระดับอาเซียนต่อไป และหากมีความเป็นไปได้บริษัทต้องการให้มีศูนย์อบรมธุรกิจขายตรงของชาติ เพื่อเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ที่ถูกต้องกับธุรกิจขายตรงสู่รุ่นต่อๆไป


นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายการรวมสมาคมขายตรงต่างๆให้เป็นสมาพันธ์ขายตรงแห่งเดียวเพราะว่าบริษัทมองว่าเมื่อสมาคมรวมตัวกันเป็นสมาพันธ์แล้วจะสามารถมีอำนาจในการต่อรองการพัฒนาธุรกิจ และรวมไปถึงมีอำนาจในการต่อรองกับรัฐบาล เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจขายตรงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้พอๆ กับธุรกิจอื่นๆ


ผมตั้งใจที่จะไปพบทุกสมาคม หรือ ว่างๆ ก็จะไปนั่งจิบน้ำชากับผู้บริหารระดับสูงในบริษัทต่างๆ ว่าผมมีความคิดแบบนี้ และผมเชื่อว่าเขาก็คงมีความคิดเหมือนกัน ผมคิดว่าเราอย่ามามองว่าแข่งกันเอง แต่มองตลาดชั้นต้น 600 ล้านคนก่อนเมื่ออาเซียนเปิดมันจะเปลี่ยนจาก 60 ล้านคนเป็น 600 ล้านคน นักธุรกิจไทยจะได้เท่าไหร่จากตรงนี้ เราจะได้อะไรให้กับประเทศของเรามากกว่า จะมองว่าบริษัทจะได้อะไร


ทั้งนี้บริษัทยังได้เตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหาร ขณะนี้ยอุ่ในระหว่างการขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะรรมการอาหารและยา (อย.) อีกจำนวน 4 รายการ โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นสินค้าที่ผลิต ในประเทศไทยทั้งหมด แต่เป็นสูตรที่นำมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา จากที่ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 4 รายการ ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ เครื่องปรับสภาพน้ำ และเสริมอาหาร ซึ่งสินค้าขอบริษัทจะเน้นนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ทำให้บริษัทตัดสินใจร่วมธุรกิจกับวอลลารานั้น เนื่องจากวอลลาราเป็นบริษัทที่มีสินค้าดีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และเป็นสินค้าที่มีความล้ำสมัยในเรื่องเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงเนื่องจากบริษัทเปิดดำเนินธุรกิจมาแล้ว 88 ปี


ด้าน โจเซฟ พี เออร์โช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่ม บริษัท แอรัล โฮลดิ้ง กล่าวเสริมว่า สำหรับประเทศไทยบริษัทมองว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพเติบดตสูง เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลที่เอื้ออำนวนต่อการขยายธุรกิจไปสู่ประเทศต่างๆในอาเวียน และมองว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดอาเซียนจะมีมูลค่าตลาดที่โตถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัญ และสำหรับในประเทศไทยจะมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จถึง 1 ล้านคน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าววอลลารา (Vollara) : ฝันไกล ปั้นไทยเป็นฮับ MLM


วอลลารา ขายตรงสัญชาติมะกัน ได้ฤกษ์ดีเปิดตัว เร่งดันไทยเป็นฐานอาเซียน และทั่วทวีปเอเชีย ด้านสินค้าประเดิมด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ระดับนาซ่า มองไกล 5 ปียอดขายภูมิภาคนี้โต 3 หมื่นล้านบาท และสมาชิก ต้องประสบความสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน

นายโฆษิต สุวินิจจิต ประธาน บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วอลลารา (Vollara) เป็นธุรกิจขายตรงจากประเทศสหรัฐ อเมริกา ปัจจุบันทางสถาบันขายตรงในอเมริกา ได้จัดอันดับให้ วอลลารา เป็นบริษัทขายตรงอยู่ ในอันดับที่ 39 ทั้งนี้ ในอนาคตบริษัทต้องการก้าว ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นจากเดิมที่จำหน่ายสินค้าเฉพาะในแถบอเมริกาเหนือ จึงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ และพบว่าเอเชียเป็นทวีปที่ธุรกิจขายตรงมีอัตราการเติบโตมากสุดในโลก

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา วอลลาราจึงตัดสินใจ รุกตลาดในเอเชีย โดยเลือกไทยเป็นประเทศแรกใน การทำตลาด และวางแผนที่จะใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่ประเทศอื่นในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะประเทศ ในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากบริษัท มองว่าประเทศไทย เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งจุดนี้จะทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจไปได้โดยสะดวก และง่ายดาย

โฆษิต กล่าวต่อว่า ในมุมมองของตน ปัจจัยที่ทำให้เลือกทำธุรกิจกับบริษัทขายตรงต่างชาติค่าย นี้ มี 2 ปัจจัยหลัก ประการแรก สินค้าของบริษัทมีคุณภาพ ได้รับการวิจัย ค้นคว้าจากองค์การนาซ่า ที่ถือเป็นหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ที่ทุกคน ทั่วโลก ให้การยอมรับ ประการที่สอง คือ บริษัทนี้มีความมั่นคง เนื่องจากมีอายุถึง 88 ปีและเป็นบริษัทที่มีการบริหารงานคล้ายกับคนไทย ที่เน้นความสัมพันธ์ อันดีระหว่างกัน

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้ง บริษัท วอลลารา ประเทศไทย จำกัด ขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิ.ย. 54 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สินค้าที่นำมาจำหน่ายเบื้องต้นเป็นกลุ่มสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ระดับองค์การนาซ่า ได้แก่ เครื่องฟอกอากาศเทคโนโลยีนาซ่า ราคาเริ่มต้นที่ 24,967 บาท เครื่องปรับ สภาพน้ำ สำหรับซักผ้าด้วยน้ำเปล่า ราคา 36,633 บาท เป็นต้น โดยในอนาคตจะมีสินค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงปีแรก บริษัทมีผู้แทนจำหน่ายถึง 5 พันคน ทั้งๆ ที่สินค้าของบริษัทเริ่มต้นด้วยหลักหมื่น เพราะเป็นไฮเทคโนโลยี ไม่ได้เริ่มด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จุดนี้จึงน่าจะเป็นตัวชี้วัดว่า ธุรกิจวอลลารา ประเทศไทยจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ส่วนแผนการเปิดสาขาตามภูมิภาค จะพิจารณาจากความพร้อมของสมาชิกก่อน คือที่ไหนพร้อมก่อนเราก็จะเปิดสาขาที่นั่น เพราะเรื่อง ของ MLM มันขึ้นอยู่กับคน เราจะไปกำหนดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิก

สำหรับปีที่ 2 วอลลาราจะเริ่มรุกเข้าสู่ประเทศอาเซียนอย่างจริงจัง และตั้งเป้ายอดขายปีหน้าโต 100% จากปีนี้ และเชื่อ ว่าตลาดวอลลาราประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียในอีก 5 ปีข้างหน้า จะโตถึง 1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และภายใน 5 ปีคนไทยต้องประสบความสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน

ขณะนี้เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราพร้อมแล้ว สำหรับการขยายไปสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งแผนการดำเนินงานขณะนี้ บริษัทเตรียมทุ่มงบในการพัฒนาเรื่องของบุคลากร เพราะตนมองว่าธุรกิจ ขายตรง คน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด บริษัทเตรียม หามือเทรนนิ่งที่ดีที่สุด และมีความ เห็นว่าต่อไปประเทศไทยก็น่าจะมีศูนย์เทรน นิ่งของชาติ ที่รวมสุดยอดผู้นำเทรนนิ่งของประเทศไทยไว้ด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าในภาวะเช่นนี้ธุรกิจขายตรงในประเทศไทย ควรเป็นพันธมิตรที่เราจะต้องร่วมกันพัฒนาเพื่อก้าวสู่ตลาด ต่างประเทศด้วยกัน และการสนับสนุนจากภาครัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญ อีกประการหนึ่งที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับอุตสาหกรรม MLM ในประเทศไทย

วันนี้หัวใจอาเซียนทางด้านเศรษฐกิจ เราต้องรวมกันเพื่อ ประโยชน์ทางธุรกิจ ใครถนัดเรื่อง ไหนก็ช่วยกันทำเรื่องนั้น ธุรกิจขายตรงในประเทศไทยก็เช่นกัน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เราอย่ามามองว่าต้องแข่งกันเอง วันนี้เรามองตลาด ขั้นต้นเพียง 60 ล้านคนก่อน แต่พออาเซียนเปิดจากตลาด 60 ล้านคน ก็จะกลายเป็นตลาด 600 ล้านคน อยากให้มองว่าประเทศเราจะได้ อะไรจากการเข้าสู่ประตูอาเซียน ดีกว่าจะมองแค่ว่าบริษัทจะได้อะไร เราต้องประสานประโยชน์ร่วมกัน ตนคิดว่าตนจะเดินเข้าพบ แต่ละสมาคม นั่งคุยกัน และถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากเห็นธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมีการรวมตัวกันป็นสมาพันธ์ขายตรง

โฆษิตยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจเครือข่าย รายใหญ่จากต่างประเทศ ไม่ว่าจาก อเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย ต่างก็สนใจที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย เนื่อง จากพวกเขาเล็งเห็นถึงศักยภาพของธุรกิจเครือข่ายในบ้านเรา ที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วตลาดขายตรงในไทยมีการเติบโตที่ 10% ทุกปี และมีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อทำให้ขายตรงประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดโลก


อ้างอิง : นสพ.สยามธุรกิจ

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วอลลารา (Vollara) ทุ่ม$5ล้านลุยวิจัย มูนิไทซ์ (Munitize)

วอลลารา ทุ่ม 5 ล้านเหรียญฯ วิจัยพัฒนา จัดสินค้าน้องใหม่ อาหารเสริม มูนิไทซ์ ลงสนามทำตลาดประกบเครื่องฟอกอากาศเทคโนโลยีนาซ่า



ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย คาดสิ้นปีทำยอดได้แสนกระปุกต่อเดือน เติบโตเท่าตัวจากปีก่อน หลัง 1 ปีที่ผ่านมาการตอบรับทะลุเป้าหมาย

นายราเมศ วัฒนเสลารัต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่า ตั้งแต่ช่วงหนึ่งปีทีผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถ Break Even Point ได้ตั้งแต่เดือนแรกคือเดือนมิถุนายนปี 2554

ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าของบริษัทมีอยู่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่ขึ้นมา เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ดูแลภูมิคุ้มกันร่างกายแบบสมบูรณ์แบบ มีเอกสารการแพทย์รับรองว่าส่งผลต่อภูมิคุ้มกันร่างกายได้จริง โดยจะจำหน่าย 3 แห่งทั่วโลก ได้แก่ อเมริกา แคนาดา และประเทศไทย
ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอยู่แล้วจากสินค้าคุณภาพเทคโนโลยีระดับนาซ่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศ 3 รุ่น และ เครื่องปรับสภาพน้ำก่อนซักผ้า แต่สินค้าทั้งหมดในระยะเริ่มต้นเป็นสินค้าที่ใช้แล้วไม่เกิดการซื้อซ้ำ กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ระดับ B+ ขึ้นไป บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าได้หลากหลายครบทุกกลุ่มมากขึ้น ชื่อว่า มูนิไทซ์ (Munitize)

โดยเป็นเทคโนโลยีระดับนาซ่า ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย และในภูมิภาคเอเชีย ที่บริษัทแม่ได้ใช้เงินวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ คัดสรรส่วนผสมจากสาหร่ายสไปรูลิน่าที่ออกฤทธิ์แตกต่างจากท้องตลาดทั่วโลกมาเป็นส่วนผสมสำคัญ วิจัยโดยสถาบันในสวีเดน ซึ่งเป็นสถาบันคาโรลินสกาที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้1แสนกระปุกต่อเดือน

สำหรับส่วนประกอบสำคัญในมูนิไทซ์ อาทิเช่น ซิงก์ อมิโนแอซิด คีเลต 20% สารสกัดจากเมล็ดองุ่น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ OPCs แคลเซียมแอลคอร์เบต วิตามินซี เบต้ากลูแคนจากยีสต์ ไกลซีน กรดอัลฟาไลโปอิคแอซิด สารสกัดจากเห็ดหลินจือ วิตามินบี 12 0.1% วิตามินดี 3 เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกมากกว่า 5,000 รหัส โดยในจำนวนนี้ 90 % ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ของบริษัททั้งหมด มีนักธุรกิจระดับสูงใน ตำแหน่ง Double Diamond จำนวน 2 รหัส ระดับ Diamond จำนวน 1 รหัส และ ระดับ Ruby 2รหัส โดยผู้นำที่อยู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท สามารถรับรายได้ต่อเดือนได้มากกว่า 1 ล้านบาทแล้วในขณะนี้

อนึ่ง วอลลารา เป็นธุรกิจในเครือข่ายขายตรงอันดับที่ 39 ของโลก ที่อยู่ในเครือข่าย Aerus Holding ที่มียอดขายรวมกันมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนมีสินค้าเทคโนโลยี แอคทีฟเพียว ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาครั้งแรกในโครงการอวกาศองค์การนาซ่า เป็นธุรกิจเครือข่ายพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ผ่านอี-คอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ทั่วโลก โดยบริษัทจะเป็นคนส่งสินค้าเองและจ่ายผลตอบแทนแบบ mlm ภายใต้ชื่อ vollara


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายฉบับที่ 229 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2555


 

‘ วอลลารา (Vollara) ’ ทุ่ม$5ล้านลุยวิจัย ‘ มูนิไทซ์ (Munitize) ’

“วอลลารา” ทุ่ม 5 ล้านเหรียญฯ วิจัยพัฒนา จัดสินค้าน้องใหม่ อาหารเสริม “มูนิไทซ์” ลงสนามทำตลาดประกบเครื่องฟอกอากาศเทคโนโลยีนาซ่า



ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย คาดสิ้นปีทำยอดได้แสนกระปุกต่อเดือน เติบโตเท่าตัวจากปีก่อน หลัง 1 ปีที่ผ่านมาการตอบรับทะลุเป้าหมาย   

 นายราเมศ วัฒนเสลารัต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่าย” ว่า ตั้งแต่ช่วงหนึ่งปีทีผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถ Break Even Point ได้ตั้งแต่เดือนแรกคือเดือนมิถุนายนปี 2554 

ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าของบริษัทมีอยู่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่ขึ้นมา เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ  ที่ดูแลภูมิคุ้มกันร่างกายแบบสมบูรณ์แบบ มีเอกสารการแพทย์รับรองว่าส่งผลต่อภูมิคุ้มกันร่างกายได้จริง โดยจะจำหน่าย 3 แห่งทั่วโลก ได้แก่ อเมริกา แคนาดา และประเทศไทย  
“ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอยู่แล้วจากสินค้าคุณภาพเทคโนโลยีระดับนาซ่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศ 3 รุ่น และ เครื่องปรับสภาพน้ำก่อนซักผ้า แต่สินค้าทั้งหมดในระยะเริ่มต้นเป็นสินค้าที่ใช้แล้วไม่เกิดการซื้อซ้ำ กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ระดับ B+ ขึ้นไป บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าได้หลากหลายครบทุกกลุ่มมากขึ้น ชื่อว่า มูนิไทซ์ (Munitize) 

โดยเป็นเทคโนโลยีระดับนาซ่า ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย และในภูมิภาคเอเชีย ที่บริษัทแม่ได้ใช้เงินวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ คัดสรรส่วนผสมจากสาหร่ายสไปรูลิน่าที่ออกฤทธิ์แตกต่างจากท้องตลาดทั่วโลกมาเป็นส่วนผสมสำคัญ วิจัยโดยสถาบันในสวีเดน ซึ่งเป็นสถาบันคาโรลินสกาที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้1แสนกระปุกต่อเดือน”  

สำหรับส่วนประกอบสำคัญในมูนิไทซ์ อาทิเช่น ซิงก์ อมิโนแอซิด คีเลต 20%  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น  อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ OPCs  แคลเซียมแอลคอร์เบต วิตามินซี  เบต้ากลูแคนจากยีสต์ ไกลซีน  กรดอัลฟาไลโปอิคแอซิด  สารสกัดจากเห็ดหลินจือ  วิตามินบี 12 0.1%  วิตามินดี 3  เป็นต้น 

ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกมากกว่า 5,000 รหัส โดยในจำนวนนี้ 90 % ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ของบริษัททั้งหมด มีนักธุรกิจระดับสูงใน ตำแหน่ง Double Diamond จำนวน 2 รหัส ระดับ Diamond จำนวน 1 รหัส และ ระดับ Ruby 2รหัส โดยผู้นำที่อยู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท สามารถรับรายได้ต่อเดือนได้มากกว่า 1 ล้านบาทแล้วในขณะนี้  

อนึ่ง วอลลารา เป็นธุรกิจในเครือข่ายขายตรงอันดับที่ 39 ของโลก ที่อยู่ในเครือข่าย Aerus Holding ที่มียอดขายรวมกันมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนมีสินค้าเทคโนโลยี แอคทีฟเพียว ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาครั้งแรกในโครงการอวกาศองค์การนาซ่า เป็นธุรกิจเครือข่ายพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ผ่านอี-คอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ทั่วโลก โดยบริษัทจะเป็นคนส่งสินค้าเองและจ่ายผลตอบแทนแบบ mlm ภายใต้ชื่อ vollara


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายฉบับที่ 229 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2555


 

‘ วอลลารา (Vollara) ’ ทุ่ม$5ล้านลุยวิจัย ‘ มูนิไทซ์ (Munitize) ’

“วอลลารา” ทุ่ม 5 ล้านเหรียญฯ วิจัยพัฒนา จัดสินค้าน้องใหม่ อาหารเสริม “มูนิไทซ์” ลงสนามทำตลาดประกบเครื่องฟอกอากาศเทคโนโลยีนาซ่า



ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย คาดสิ้นปีทำยอดได้แสนกระปุกต่อเดือน เติบโตเท่าตัวจากปีก่อน หลัง 1 ปีที่ผ่านมาการตอบรับทะลุเป้าหมาย   

 นายราเมศ วัฒนเสลารัต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่าย” ว่า ตั้งแต่ช่วงหนึ่งปีทีผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถ Break Even Point ได้ตั้งแต่เดือนแรกคือเดือนมิถุนายนปี 2554 

ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าของบริษัทมีอยู่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่ขึ้นมา เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ  ที่ดูแลภูมิคุ้มกันร่างกายแบบสมบูรณ์แบบ มีเอกสารการแพทย์รับรองว่าส่งผลต่อภูมิคุ้มกันร่างกายได้จริง โดยจะจำหน่าย 3 แห่งทั่วโลก ได้แก่ อเมริกา แคนาดา และประเทศไทย  
“ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอยู่แล้วจากสินค้าคุณภาพเทคโนโลยีระดับนาซ่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศ 3 รุ่น และ เครื่องปรับสภาพน้ำก่อนซักผ้า แต่สินค้าทั้งหมดในระยะเริ่มต้นเป็นสินค้าที่ใช้แล้วไม่เกิดการซื้อซ้ำ กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ระดับ B+ ขึ้นไป บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าได้หลากหลายครบทุกกลุ่มมากขึ้น ชื่อว่า มูนิไทซ์ (Munitize) 

โดยเป็นเทคโนโลยีระดับนาซ่า ลิขสิทธิ์รายเดียวของไทย และในภูมิภาคเอเชีย ที่บริษัทแม่ได้ใช้เงินวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ คัดสรรส่วนผสมจากสาหร่ายสไปรูลิน่าที่ออกฤทธิ์แตกต่างจากท้องตลาดทั่วโลกมาเป็นส่วนผสมสำคัญ วิจัยโดยสถาบันในสวีเดน ซึ่งเป็นสถาบันคาโรลินสกาที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้1แสนกระปุกต่อเดือน”  

สำหรับส่วนประกอบสำคัญในมูนิไทซ์ อาทิเช่น ซิงก์ อมิโนแอซิด คีเลต 20%  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น  อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ OPCs  แคลเซียมแอลคอร์เบต วิตามินซี  เบต้ากลูแคนจากยีสต์ ไกลซีน  กรดอัลฟาไลโปอิคแอซิด  สารสกัดจากเห็ดหลินจือ  วิตามินบี 12 0.1%  วิตามินดี 3  เป็นต้น 

ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกมากกว่า 5,000 รหัส โดยในจำนวนนี้ 90 % ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ของบริษัททั้งหมด มีนักธุรกิจระดับสูงใน ตำแหน่ง Double Diamond จำนวน 2 รหัส ระดับ Diamond จำนวน 1 รหัส และ ระดับ Ruby 2รหัส โดยผู้นำที่อยู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท สามารถรับรายได้ต่อเดือนได้มากกว่า 1 ล้านบาทแล้วในขณะนี้  

อนึ่ง วอลลารา เป็นธุรกิจในเครือข่ายขายตรงอันดับที่ 39 ของโลก ที่อยู่ในเครือข่าย Aerus Holding ที่มียอดขายรวมกันมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนมีสินค้าเทคโนโลยี แอคทีฟเพียว ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาครั้งแรกในโครงการอวกาศองค์การนาซ่า เป็นธุรกิจเครือข่ายพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ผ่านอี-คอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ทั่วโลก โดยบริษัทจะเป็นคนส่งสินค้าเองและจ่ายผลตอบแทนแบบ mlm ภายใต้ชื่อ vollara


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายฉบับที่ 229 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2555


 

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

ข่าว วอลลารา-Vollara นวัตกรรมจากอวกาศ ต่อลมหายใจโลก

โลกกำลังป่วย ผู้คนกำลังอ่อนแอ ภัยธรรมชาติหนักขึ้นทุกวัน โจทย์สุดท้าทายสำหรับ "วอลลารา" ผู้นำพานวัตกรรมจากอวกาศ คืนชีวิตที่ยืนยาวให้คนบนโลก


"นวัตกรรมจากอวกาศ" เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คือสโลแกนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ภายใต้ บริษัท วอลลารา(ประเทศไทย) จำกัด  (VOLLARA) ที่เพิ่งเข้ามาแนะนำตัวกับคนไทยในฐานะบริษัทขายตรงน้องใหม่สัญชาติอเมริกัน เมื่อปีที่ผ่านมา โดยไทยนับเป็นการเปิดตัวเป็นประเทศแรกในเอเชียของวอลลารา


“วอลลารา” ก่อตั้งโดย บริษัท Aerus Electrolux ประเทศสหรัฐอเมริกา พกพาเอาจุดแข็งอย่างการเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การผลิตและจำหน่าย นวัตกรรมการจัดการน้ำและอากาศ RCI (Radiant Catalytic Ionization) ซึ่งถูกคิดค้นและพัฒนาจากมหาวิทยาลัยวิส คอนซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับทุนวิจัยและพัฒนาจากองค์การ NASA และศูนย์วิจัยอากาศภายในอาคาร (CIAR)


เทคโนโลยีล้ำโลก ถูกนำไปใช้ในอวกาศโดยองค์การ NASA เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์ สนับสนุนการใช้ชีวิตนอกโลกของนักบินอวกาศ...ในวันนี้เทคโนโลยีเดียวกันถูกพัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลก


“ราเมศ วัฒนเสลารัต” ผู้จัดการประจำประเทศไทย และ "นภาพร รุ่งเรือง" ตัวแทนจำหน่าย บริษัท VOLLARA (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำนวัตกรรมรักษ์โลก ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คนยุคใหม่ วิถีแห่งเทคโนโลยี ที่คิดถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ และสร้างความยั่งยืนให้กับโลกไปพร้อมกันด้วย


“นวัตกรรมที่ วอลลารา นำเสนอให้กับลูกค้าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ตามนโยบายของทางกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมซึ่งไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ตอบโจทย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันหลังนี้เมืองไทยอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าไรนัก แต่ที่อเมริกา เรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นหลักในการทำธุรกิจ” ผู้จัดการประจำประเทศไทยวอลลารา บอกเล่าจุดยืนธุรกิจ


คิดถึงของใหม่ ตอบโจทย์สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม พวกเขาจึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ ผลผลิตงานวิจัยจากองค์การอวกาศ เพื่อมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำดีสู่มวลมนุษย์  ซึ่งที่ผ่านมาผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้จากห้องทดลองของ NASA ถูกนำมาใช้บนโลกอย่างกว้างขวาง อาทิ ระบบนำทาง ระบบการฟอกอากาศ สารเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเชื้อเพลิง เหล่านี้ เป็นต้น


สำหรับ วอลลาราพวกเขาเลือกซื้อลิขสิทธิ์ด้านนวัตกรรมการจัดการน้ำและอากาศ เพราะถือว่าใกล้ตัวมนุษย์ที่สุด


หนึ่งในเทคโนโลยี ที่นำมาเปิดตลาดในประเทศไทย คือเครื่องฟอกอากาศระบบ RCI ซึ่งสามารถจัดการกับกลิ่นอับ ฝุ่นควัน เชื้อโรค ทั้งในอากาศและพื้นผิว เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ไม่มีไส้กรอง จึงไม่เป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อโรค


"ทุกวันนี้เรามีตึกป่วยอยู่เต็มไปหมด คนป่วยเพราะตึก (Sick Building Syndrome) หลายตึกที่เกิดการฟ้องร้องกัน เพราะค่าของฝุ่นในอากาศเกินมาตรฐาน มีมลภาวะที่อยู่เต็มภายในอาคาร เพราะตึกถูกปิด อากาศไม่ถ่ายเท คนก็แออัด มีฝุ่น ควันบุหรี่ แหล่งเพาะเชื้อโรคเต็มไปหมด เราใช้เครื่องปรับอากาศแล้วคิดว่าจะทำให้อากาศสะอาด แต่ท่อแอร์ กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่คาดไม่ถึง"  องค์การอนามัยโลกบอกเลยว่าอากาศภายในอาคารอันตรายมากกว่านอกอาคารถึง 6 เท่า พวกเขาฉายภาพความจริงของเมืองใหญ่ให้ฟัง


ความอ่อนแอของสุขภาพคนเมือง กลายเป็นโอกาสให้เข้าไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถสร้างอากาศบริสุทธิ์ สะอาด ดักจับฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนในอากาศ ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์  ขจัดกลิ่นรบกวนในห้อง กำจัดสารปนเปื้อน กระทั่งจัดการกับเชื้อโรคที่เกาะอยู่ตามพื้นผิววัตถุในห้องได้ รองรับการใช้งานได้ตั้งแต่หน่วยงานราชการ ห้างร้าน โรงพยาบาล โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม ฟิตเนส ศูนย์สุขภาพ ร้านอาหาร ตลอดจนบ้านเรือนของผู้คน


การตอบโจทย์ผู้ใช้พวกเขาจะมองเรื่องใกล้ๆ ตัว อย่างการซักผ้า ปัญหาที่เกิดจากการแพ้ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เกิดน้ำเสียจากการซักผ้า เปลืองทรัพยากร ทั้งผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม กระทั่งน้ำ และไฟฟ้า


แต่จะดีแค่ไหน ถ้ามีเทคโนโลยีที่ไม่เพียงให้ผลดีต่อสุขภาพผู้ใช้ ทว่ายังลดการสูญเสียทรัพยากร และลดของเสียสู่ธรรมชาติได้ ที่มาของ LaundryPure เครื่องปรับสภาพน้ำสำหรับซักผ้า ที่เมื่อนำไปติดตั้งกับเครื่องซักผ้าจะเปลี่ยนภาพการซักผ้าแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง !


นวัตกรรมดังกล่าว เป็นระบบที่ทำให้น้ำเย็นถูกนำไปผสมกับออกซิเจนเปอร์ออกไซด์และแก๊ส เพื่อทำให้เกิดฟองไปจับคราบสกปรก ออกจากเส้นใยผ้า รวมถึงป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ ช่วยให้ผ้าสะอาด ถนอมเนื้อผ้า นุ่มฟู โดยไม่ต้องใช้สารเคมีในการซัก ไม่ว่าจะผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาฆ่าเชื้อ กระทั่ง น้ำยาปรับผ้านุ่ม ช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดปริมาณน้ำเสียจากสารเคมีต่างๆ ที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ และช่วยลดปริมาณสารเคมี ชะลอการเกิดปัญหาภาวะโลกร้อน


“นี่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด เป็นทางเลือกใหม่ของคนยุคนี้ นวัตกรรมของเราสามารถที่จะใช้น้ำเปล่าทำให้เกิดประสิทธิภาพในการซักผ้าแบบที่ผงซักฟอกทำได้ มาทดแทนการใช้ผงซักฟอก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลายคนที่เรารัก ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้ผงซักฟอกอีกต่อไป อนาคตของพวกนี้อาจจะหมดไปเหมือนยุคของฟิล์ม” ราเมศ ตอกย้ำความเชื่อมั่นไว้เช่นนั้น


การพัฒนานวัตกรรมหลายคนมองว่าของใหม่ ของดี ไม่มีคู่แข่ง เป็นธรรมดาที่ต้องแพงหูฉี่ แต่กับผลิตภัณฑ์ใต้แบรนด์ วอลลารากลับขายกันในราคาเพียงหลักหมื่นต้นๆ แม้อิมปอร์ตมาจากต่างประเทศ เพราะพวกเขามีเทคโนโลยี และมีโรงงานผลิตของตนเอง ที่สำคัญตั้งราคาไม่สูงเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นนั่นเอง


“ก็เหมือนกับขายรถเบนซ์ในราคาโตโยต้า ระบบอื่นอาจต้องจ่ายเงินไปกับค่าการตลาดสูงๆ ทำให้ต้องขายแพง แต่ของเราใช้ระบบเครือข่าย ก็เอาส่วนนั้นมาให้ตัวแทนของเรา เขาก็ได้ประโยชน์เพราะมีรายได้ คนที่เป็นผู้ใช้ก็ได้ประโยชน์เพราะได้ของดีราคาไม่แพงไปใช้ บริษัทเองก็ขายของได้ มัน วิน-วิน ทุกฝ่าย ธุรกิจได้ ตัวแทนได้ ลูกค้าได้”


ผลิตภัณฑ์ที่ไปตอบโจทย์การใช้งานในหลายๆ ที่ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ร้านซักรีด ครัวเรือน โดยจากการลองแนะนำตัวผ่านตลาด ในงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงร่วมงาน “มหกรรมคนรักษ์โลก Greenista Expo 2012” พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากกลุ่มผู้สนใจสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม


“อย่างกลุ่มโรงแรม รีสอร์ท เขาไม่สามารถควบคุมการทำงานของพนักงานได้ ว่าผงซักฟอกจะถูกใช้เยอะเกินไปหรือไม่ น้ำยาปรับผ้านุ่มใช้เหมาะสมหรือไม่ เราก็ลองไปติดตั้งให้ดู พิสูจน์การทำงานให้เขาเห็น ซึ่งทุกคนก็พอใจกับประสิทธิภาพ เพราะช่วยประหยัดทั้งทรัพยากร ที่สำคัญไม่ปล่อยน้ำเสียสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม” นภาพรบอกเล่าประสบการณ์การทำตลาดที่ผ่านมา


การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้กับตลาด อาจไม่ใช่งานง่ายมากนัก นั่นคือหนึ่งเหตุผลที่วอลลาราเลือกช่องทางขายตรง เพื่อใช้ศักยภาพเหล่าตัวแทนขาย นำสินค้านวัตกรรมไปเสนอให้กับกลุ่มเป้าหมายของพวกเขา โดยยังคงเชื่อมั่นว่า... 


“จากนี้ไปทุกบ้านจะต้องมีสินค้าแบบนี้มากขึ้น เพราะโลกต่อจากนี้ สภาพแวดล้อมจะมีปัญหาหนักขึ้น แค่วันนี้เองเราก็เห็นกันแล้ว บางคนอาจคิดว่านี่เป็นสินค้าในอนาคต แต่ผมกลับมองว่าทุกวันนี้มันใกล้ตัวเรามาก เชื่อว่าคนกำลังสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และกำลังมองหาทางออก และสินค้าของเราก็จะเป็นทางออกให้กับเขา”


อนาคตผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากอวกาศ ใต้สังกัด วอลลารา จะยังคงทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จากนวัตกรรมในมือที่ยังมีอีกมาก โดยยังเน้นเรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวผู้คนเป็นสำคัญ


เพื่อให้นวัตกรรมจากอวกาศ ยังคงแสดงบทบาทผู้ต่อลมหายใจให้โลก

อ้างอิง  bangkokbiznews.com

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วอลลารา ประเทศไทย-Vollara Thailand เลื่อนเปิดไม่ถอยขึงธงไบนารี่หาฤกษ์ใหม่


“วอลลารา” เลื่อนเปิดตัวเป็นทางการ หลังแอบซุ่มฟอร์มทีมหลังม่าน อยู่นาน เหตุติดปัญหาเล็กน้อย ยืนยันชักธง “ไบนารี่” ไล่บี้ตลาด แหล่งข่าวนิรนามเผย ก่อนหน้ามีการพูดคุยขอแทรกตัวเป็นสมาชิก TDSA ชูไทยเป็นสาขาที่ 2 ต่ออเมริกา คาดฤกษ์เปิดใหม่ไม่น่าเกินเดือนหน้า
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ธุรกิจขาย ตรงเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ทั้งจากภาคประชาชนผู้บริโภค รวมถึงบรรดานายทุนเล็ก นายทุนน้อย ที่เฝ้าคอยวันเวลาที่จะมีส่วนร่วมกับธุรกิจเครือข่าย เนื่องจากผลวิจัยของทาง TDRI พบว่า ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ไม่เน้นเรื่องของการลงทุนมหาศาล แต่เน้นในการหาเครือข่ายเป็นหลัก ส่วนผู้ประกอบการที่จะเข้ามาร่วมแจมเค้กนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำเงินเป็นถุงเป็นถังในการเข้ามาลงทุน เพียงแต่ขอให้มีเงินทุนสำรองในการจ่ายค่าผลตอบแทนในช่วงต้นเท่านั้น
โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งวัน ที่คนในวงการขายตรงพยายามจ้องมองไปที่การเปิดตัวของบริษัทใหม่ อย่าง “วอลลารา” ซึ่งเป็นแบรนด์ขายตรงน้องใหม่ล่าสุดของประเทศไทย แต่สำหรับอเมริกาที่เป็นแผ่นดินแม่ของบริษัท ชื่อนี้คงไม่ใหม่มากนัก
“เนื่องด้วยบริษัทวอลลารา ธุรกิจเครือข่ายของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นบริษัทขายตรงอันดับที่ 39 ของ โลก ที่อยู่ในเครือของ Aerus Holding ที่มียอดขายกว่า 9 พันล้านบาทต่อปี ตลอดจนผลิตสินค้า ด้วยเทคโนโลยี แอ็กทีฟเพียว ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาครั้งแรกในโครงการอวกาศ องค์การนาซ่า”
“ในการนี้ วอลลารา สหรัฐอเมริกา ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย จึงจะมาทำตลาดธุรกิจขายตรงของเมืองไทย ดังนั้นจึงได้กำหนดจะแถลงข่าวเปิดตัว วอลลารา บุกตลาดธุรกิจขายตรงครั้งแรกในประเทศไทย พร้อม ชูผลิตภัณฑ์สุดยอดเทคโนโลยีมาตรฐาน องค์กรนาซ่า โดยทีมผู้บริหาร Mr.Carl C. Christoff ประธานกรรมการ บริษัท วอลลารา ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Mr.Bill Coyle ประธานกรรมการบริหารฝ่ายขาย พร้อมทั้งทีมผู้บริหารของประเทศไทย ได้แก่ นายโฆสิต สุวินิจจิต รองประธานกรรมการ และนางยุวดี บุญครอง ไดเรกเตอร์ บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) จำกัด ในวันที่ 14 มิ.ย. ณ บริษัท วอลลารา (ประเทศไทย) อาคารรสาทาวเวอร์ 1 ชั้น 3” ข้อความในหมายเชิญที่ถูกส่งต่อ
สุดท้ายทางบริษัท วอลลารา ต้องเลื่อนการแถลงข่าวออกไป เนื่องจากเหตุผลบางประการ ที่ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวของบริษัทรายหนึ่งว่า การที่บริษัทต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป เนื่องจากมีสินค้า และความไม่สะดวกบางอย่างที่เปิดเผยไม่ได้ ถูกทางสคบ. ชะลอไว้ เนื่องจากติดในเรื่องของการอนุญาตอีกเล็กน้อย ซึ่งส่วนนี้ ไม่มีผลต่อการเปิดบริษัทมากนัก แต่ด้วยความต้องการที่จะให้เปิดอย่างเป็นทางการ และครบ สมบูรณ์แบบ ทางบริษัทจึงเห็นชอบที่จะชะลอการเปิดอย่างเป็นทางการไปก่อน
บริษัท วอลลารา เป็นบริษัทขายตรงที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากดินแดนเมืองลุงแซม หรือประเทศสหรัฐ อเมริกา ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 2 แห่ง หากนับในไทย ซึ่งไทยเป็นสาขาที่ 2 ของบริษัท เนื่องจากเล็งเห็นถึงการเติบโตของตลาดเครือข่ายในไทย วอลลารา จึงเลือกพื้นที่แห่งนี้ในการขยายดินแดน
อย่างไรก็ดี วอลลารา เลือกที่จะใช้ “นายโฆสิต สุวินิจจิต” นั่งแท่นเป็นรองประธาน ซึ่งนายโฆสิต จัดว่าเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในวงการธุรกิจเครือข่ายมาได้ระยะหนึ่ง และมีความรู้ในส่วนของธุรกิจขายตรงบ้านเราเป็นอย่างดี ก่อนหน้าที่นายโฆสิต จะเข้ามาอยู่ที่วอลลารา ทีมข่าว “สยามธุรกิจ” พบว่า เดิมท่านผู้บริหารท่านนี้ เคยอยู่กับทาง “นูทรีเมติกส์” แบรนด์ขายตรงค่ายเล็กมาก่อน ส่วนที่มาที่ไปว่าอย่างไร นายโฆสิตถึงได้มานั่งแท่นในส่วนนี้ได้ ยังไม่ทราบแน่นอน
วอลลารา เป็นแบรนด์ขายตรงที่จะเน้นแผนการจ่าย ในแบบ “ไบนารี่” ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในบ้านเราปัจจุบัน เนื่อง จากความที่แผนดังกล่าว สามารถจ่ายให้กับบรรดานักธุรกิจมากกว่า ความซับซ้อนน้อยกว่า ทำให้แผนนี้ได้รับความนิยมจากผู้ร่วมธุรกิจเป็นอย่างดี
“สยามธุรกิจ” ยังแอบสืบทราบมาว่า วอลลารา ก่อนหน้าที่จะถือกำหนด การเปิดอย่างเป็นทางการ และต้องเลื่อนออกไปนั้น ได้มีการวางแผน ตรวจ ตลาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสำรวจสร้างความมั่นใจในการทำงาน และวางแผนงานที่รัดกุมก่อนเปิด
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระดับสูงของ วอลลารา ยังเผยว่า บริษัทได้มีการยื่นเรื่องเข้าไปที่ TDSA หรือสมาคมการขายตรงแห่งประเทศไทย ว่าจะขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังคงต้องรอการตอบรับ ซึ่งผลจะเป็นเช่นไร คงต้องรอฟังอีกที ส่วนฤกษ์ยามต่อไปที่บริษัทขีดไว้เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ยังไม่มีกำหนด แต่คาดว่าไม่น่าจะเกินเดือนหน้าอย่างแน่นอน เพราะหากช้า คงได้แต่ตามหลังมองเลขทะเบียนของบริษัทใหม่ ที่เขาทยอยเปิดไปก่อนหน้า


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1212 ประจำวันที่ 22-6-2011  ถึง 25-6-2011