ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวมิสทีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวมิสทีน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : 'มิสทิน' ลุยปั้นแบรนด์รับเออีซี

 








69732n_03_L (Mobile)

นายดนัย ดีโรจน์วงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือขายตรง "มิสทิน" เปิดเผยว่า ธุรกิจขายตรงโดยรวมปีนี้ไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการจับจ่าย ขณะที่รายได้ต่อครัวเรือนลดลง มาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงขึ้น ภาคการเกษตรและการผลิตลดลง รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ต่อเนื่องถึงสถานการณ์การเมือง


นายดนัย กล่าวถึงแผนการทำตลาดต่างประเทศว่า ได้ร่วมกับบริษัท นาริส คอสเมติกส์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ตั้งบริษัท ฟาริส ไทยแลนด์ จำกัด เพื่อร่วมกันขยายตลาดเครื่องสำอางฟาริส บาย นาริส ในภูมิภาคอาเซียน รองรับการเปิดเออีซี จากเดิมมีจำหน่ายเฉพาะในไทย โดยขณะนี้ได้ทยอยเข้าไปทำตลาดในพม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม ผ่านช่องทางรีเทลและขายตรง และได้ตั้งโรงงานที่เวียดนาม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า


ส่วนการทำตลาดต่างประเทศของมิสทิน ได้ร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่นตั้งสำนักงานในพม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ซึ่งปี 2557 จะให้น้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับได้ง่าย โดยล่าสุดการได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมจากเวทีประกวดเครื่องสำอางระดับโลก เมืองมิลาน อิตาลี ก็จะช่วยให้สื่อสารแบรนด์ที่มีความเป็นโกลบอลไลซ์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการหรือเอ็กซ์คลูซีฟจำหน่ายเฉพาะแต่ละประเทศ


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : เปิดตัวแคมเปญ A LAND สินค้าแบรนด์ หลากหลาย ครบครัน จัดจำหน่ายเพียงที่เดียวผ่านแคตตาล็อกฟรายเดย์ แคตตาล็อกขายตรง ถึงบ้านคุณ







Capture


เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าระบบขายตรง ผ่านแคตตาล็อกฟรายเดย์ นำโดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ A LAND สินค้าแบรนด์ หลากหลาย ครบครัน จัดจำหน่ายเพียงที่เดียวผ่านแคตตาล็อกฟรายเดย์ แคตตาล็อกขายตรง ถึงบ้านคุณพร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ A LAND ผ่านแฟชั่นโชว์ นำโดย : เอ-ศุภชัย,เวียร์-ศุกลวัฒน์ , เคน-ภูภูมิ,ออย-ธนา, เมย์-เฟื่องอารมณ์ ,กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ และ เนย-โชติกา


ภายในงานได้แนะนำสินค้า A LAND ซึ่งแต่ละแบรนด์ประกอบด้วยสินค้าต่างๆมากมายดังนี้ Vier Jeans ขายสินค้าแฟชั่นเท่ห์ๆ แนวยีนส์ ที่เวียร์ทุ่มสุดตัวในการออกแบบ , Oil Home ขายสินค้าเครื่องใช้ในบ้าน รวมถึงของตกแต่งบ้าน ,KN Accessory แนะนำเครื่องประดับเก๋ๆ, May Flower Collection สินค้าประเภทเสื้อผ้า ที่เมย์ดีไซน์เอง สวยเวอร์ทุกชุด และ Ken IT ขายสินค้าอุปกรณ์ไอทีสุดล้ำ เปิดตัวท่ามกลางสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานมากมาย ณ ห้างสรรพสินค้า CentralWorld



[gallery ids="18047,18048"]


ติดต่อ:


ศศิธันว์ สร้อยทอง


บริษัท เฟมไลน์ จำกัด


02-354-3555





Credit By :http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : มิสทีน วางกลยุทธ์ลองเทอม ส่งซับแบรนด์จับตลาดสกินแคร์








 


มิสทีนวางหมากรับมือตลาด AEC แบ่งแผน 2 ส่วนทั้งตลาดและนอก หลังพบสินค้ากลุ่มสีสันยอดขายพุ่งกระฉูด ล่าสุด แตกซับแบรนด์มิสทีน ภายใต้แบรนด์เมลาเคลียร์ ชิงตลาดสกินแคร์ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขาย 14 % พบตลาดยังมีศักยภาพสูง ชี้เตรียมทยอยเปิดตัวเมลาเคลียร์เพิ่มอีก 20 รายการ พร้อมเตรียมแผนร่วมมือตั้งโรงงานผลิตสินค้าเวียดนามในอนาคต เพื่อรับมือตลาด AEC ในปี 2558


ดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหำน่ายสินค้าแบรนด์มิสทีน เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนการตลาด 3-5 ปีข้างหน้า ด้วยการวางกลยุทธ์การบริหารจัดการไว้สองส่วน คือ ตลาดภายในประเทศ โดยตลาดในประเทศนั้น จะมองหาสินค้าที่เป็นพระเอกเพื่อรุกตลาด นั่นคือ สินค้าในกลุ่มสีสัน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 45% จากยอดขายรวม โดยบริษัทจะเพิ่มความเข้มข้นในการสร้างแบรนด์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ ถือเป็นการวางพื้นฐานที่แข็งแกร่งก่อนก้าวสู่ตลาด AEC ขณะเดียวกัน สำหรับแผนการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ บริษัทได้เตรียมแผนการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะโรงงานผลิตสินค้าที่วางแผนอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะตั้งโรงงาน ผลิตสินค้าแถบอินโดจีน และเวียดนาม เพื่อลดสัดส่วนการผลิตในประเทศจากเดิมที่มีประมาณ 90% ให้เหลือเพียง 60% และเพิ่มสัดส่วนการผลิตในตลาดต่างประเทศจาก 10% เป็น 40 % ภายในระยะเวลา 5 ปี รวมทั้งเตรียมแผนจะร่วมมือกับสมาคมความงามในการวิจัยและพัฒนาสินค้าให้เทียบเท่ากกับแบรนด์นานาชาติ


นอกจากสินค้าในกลุ่มสินค้าในกลุ่มสินค้าที่บริษัทเน้นทำตลาดแล้ว บริษัทยังเน้นสินค้าในกลุ่มสกินแคร์ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขยาย 14 % จากยอดขายรวมซึ่งจะเป็นสินค้าอีกหนึ่งกลุ่มที่จะให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพตลาดของมิสทีนให้แข็งแกร่ง โดยล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เมลาเคลียร์ ไวท์ ซับแบรนด์ภายใต้มิสทีน ที่ถือเป็นสินค้านำร่องในการเปิดตลาด โดยบริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าเมลาเคลียร์เพิ่มขึ้นอีก 20 รายการ


ทั้งนี้ การขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ บริษัทได้เตรียมแผนรองรับด้วยการศึกษาถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการตอบรับจากแบรนด์สินค้า ซึ่งจากการสำรวจตลาดเบื้องต้น พบว่าประเทศเพื่อนบ้านให้การยอมรับแบรนด์สินค้าไทยเป็นอย่างดีและล่าสุดบริษัทได้ไปศึกษาตลาดที่ประเทศฟิลิปปินส์และอีกสองเดือนข้างหน้า จะไปทดลองตลาดที่ประเทศเวียดนาม กัมพูชา เพื่อดูการตอบรับว่าเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาการขยายตลาดในต่างประเทศนั้น ประสบความสำเร็จไม่น้อย โดยจะเห็นได้จากประเทศพม่าที่มียอดขายสูงถึง 300 ล้านบาท ในปี 2555


การขยายตลาดต่างประเทศ มิสทีนจะต้องวางแผน 4 ด้าน ประกอบด้วย ความเหมาะสมของตัวสินค้า การสร้างแบรนด์ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ช่องทางจำหน่ายจะเป็นรูปแบใดและแผนการตลาดที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเปิดตลาด และให้แบรนด์ประสบความสำเร็จสูงสุด ดนัย เผย


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : มิสทินเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่มาช่า วัฒนพานิชคู่สินค้าใหม่ เมลาเคลียร์









มิสทิน เข็นสินค้าใหม่ เมลา เคลียร์ ไวท์ เมลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม กลุ่มบำรุงผิวหน้า สู้ศึกตลาด ความงาม พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอม บาสเดอร์คนใหม่ มาซ่า วัฒนพา นิช ตอกยํ้าผลิตภัณฑ์ มั่นใจสินค้า ตัวใหม่กระแสตอบรับจะดีไม่แพ้ตัว อื่นเช่นกัน เผยปีนี้เตรียมเข็นสินค้า ใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง


มิสทิน หลังจากเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์ใหม่ 5 สาว ซึ่งนำโดย ญาญ่า- อุรัสยา สเปอร์บันด์, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตร วงศ์ทอง, ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก, มีน-พีชญา วัฒนามนตรี และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ กับคอลเลคชั่นใหม่ มิสทิน ไอ แอม คอลเลคชั่น ไปได้ไม่นาน ล่าสุดทางด้าน มิสทิน เอง ยังได้มีการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อีกด้วย นั่น ก็คือ มาซ่า วัฒนพานิช พร้อมกับการเปิดตัวผลิต ภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มบำรุงผิวที่ ชื่อ เมลาเคลียร์ ไวท์ เมลาส มา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม
ซึ่งการเปิดตัวสินค้า ใหม่ เมลาเคลียร์ ในครั้งนี้ นั้น ทางด้านนายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า สินค้าใหม่ เมลาเคลียร์ จะ เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ตอบสนอง ความต้องการของสุภาพสตรี อย่างแท้จริง ที่ต้องการ ใบหน้าที่กระจ่างใส อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมแห่ง การปกป้องและดูแลผิวอย่าง ลํ้าลึกเพื่อประสิทธิภาพใน การลดรอยด่างดำของฝ้า กระทั่งลบเลือนความไม่ สมํ่าเสมอของสีผิวอย่างเห็น ผลได้ชัด พร้อมกับราคาที่ ย่อมเยาว์อยู่ที่ 119 บาท เท่านั้น และนอกจาก มิสทิน จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ แล้ว ทาง มิสทิน เอง ยังได้ มีการเปิดตัวแบรนด์แอม บาสเดอร์คนใหม่อีกด้วย ซึ่ง ได้รับเกียรติจากทาง มาช่า วัฒนพานิช ที่จะมาเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ ด้วย
การเลือกแบรนด์แอม บาสเดอร์ของเมลาเคลียร์นั้น ทาง มิสทิน จะเลือกจาก ปัจจัยหลัก คือ นอกจากเป็น ผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่อง ของหน้าที่การงานและมี ความงดงามแล้ว ยังต้องเป็น ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราด้วย ตัวเองจริง ๆ ซึ่งคุณมาช่า ก็เป็นผู้ที่ได้ทดลองใช้และ พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของ เมลาเคลียร์ด้วยตัวเอง ทั้งยัง เป็นผู้ที่รู้จักและมีความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง ด้วย
คุณดนัย กล่าวเสริมอีก ว่า ปัจจุบันนี้ ความต้องการ ของสุภาพสตรีในเรื่องของ ผลิตภัณฑ์ความงามค่อนข้าง มีความหลากหลายแตกต่าง กันไป เช่นเดียวกับสินค้าของ มิสทินเอง ก็มีความหลาก หลายที่แตกต่างกันไปด้วย และยังสามารถตอบโจทย์ ความต้องการของกลุ่มผู้ บริโภคทั้งในส่วนของเครื่อง สำอางที่เน้นสีสัน และเครื่อง สำอางบำรุงใบหน้าสำหรับ สุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีด้วย โดยตลอดปีนี้บริษัทฯ ก็จะเข็น สินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ผู้บริโภค อย่างต่อเนื่องด้วย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556


วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : มิสทินผวาค่าแรง! ชิ่งเข้า อินโดฯ-เวียดนาม สร้างรง.ผลิตใหม่









มิสทิน ช้ำนโยบายรัฐบาล ฉุดแรงซื้อ ทำยอดขายไม่เป็นไป ตามเป้า ปี 55 โต 17% ปิดรายรับที่ 12,700 ล้านบาท วาง เป้าปีนี้ 13,700 ล้านบาท เชื่อ ผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายเพิ่ม ด้านตลาดต่างประเทศ วาง ลาว, กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ขุมทอง ใหม่ทำตลาดปีนี้ แย้มกำลังมองประเทศ เพื่อนบ้านสร้างโรงงานเพิ่ม เล็งอินโดนีเซียกับเวียดนาม หนีภาระค่าแรงแพงของไทย พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวสินค้าใหม่ กลุ่มสีสันเจาะใจสาวรุ่นวัย 13-15 ปี หวังใช้เป็นหอกโกยกำไร


นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ขายตรงชั้นเดียว มิสทิน เปิดเผยว่า ในช่วงปี 55 ที่ผ่านมา บริษัทปิดยอดการเติบโตที่ 11% สามารถสร้างยอดขายได้ที่ 12,700 ล้านบาท โดยที่ไม่เป็นไปตามเป้าที่บริษัทได้วาง


จากตัวเลขการเติบโตที่กล่าวมา ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่ วางไว้มากนัก เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลหลายอย่างที่ทำให้กำลังซื้อของคนลดลง อีกทั้งผู้บริโภคไม่มีความต้องการจับจ่ายสินค้ามากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแรงที่มีการปรับขึ้น และอีก หลายนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ยอดขายของบริษัทไม่เป็นไปดั่งที่ตั้งใจ และคาดการณ์ ดนัย เผย


อย่างไรก็ดี สำหรับปีนี้ทางมิสทิน ก็หวังว่ากำลังซื้อ และแนวโน้มการบริโภคของผู้คนจะกลับมา เนื่องจากการปรับตัวกับเรื่องต่างๆ ที่เกิด ซึ่งทางบริษัทได้คาดหวังว่าในปี 56 นี้ บริษัทจะ เติบโตขึ้นได้ และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 13,700 ล้านบาท


โดยหากจะแยกเปอร์เซ็นต์การเติบโตแล้วก็จะได้ที่ ฟรายเดย์ ซึ่งเป็นสินค้าขายในแค็ตตาล็อก ซึ่งเป็นรูปแบบการจำหน่ายของบริษัท เติบโตที่ 8% และมิสทิน ที่กล่าวในเบื้องต้น 11% รวม การเติบโตทั้งหมดจะอยู่ที่ 17% ทั้งนี้ จากการเติบโตที่กล่าวมา สินค้าที่อยู่ในกลุ่มสินค้าสีสันเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น ขณะนี้ บริษัทได้พยายามที่จะเข้าไปที่ประเทศลาวให้มากขึ้น โดยจะดำเนิน ธุรกิจรูปแบบขายตรงชั้นเดียว เหมือนที่เปิดในพม่าในช่วงที่ผ่านมา โดยที่ประเทศลาวนั้นเป็นประเทศที่มิสทิน มองว่าเป็นประเทศ ที่มีกำลังซื้อค่อนข้างมาก ซึ่งสินค้าของมิสทินน่าจะตอบโจทย์ ผู้บริโภคของคนลาวได้เป็นอย่างดี


นอกจากในส่วนของลาวแล้ว ที่บริษัทมุ่งเน้นที่จะทำตลาดในปีนี้ แต่ยังมีประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งทางบริษัทได้ติดต่อไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด รวมถึงประเทศกัมพูชา ที่บริษัทโฟกัส ซึ่งกัมพูชานี้ บริษัทจะเน้นมากกว่าที่พม่า ซึ่งทั้งหมด 3 ประเทศที่กล่าวมานี้ คือ กลุ่มประเทศอาเซียนที่บริษัทจะเปิดภายในปีนี้


ด้านยอดขายของกลุ่มตลาดต่างประเทศในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้าง รายรับได้ที่ 700 ล้าน ซึ่งมีประเทศพม่าซึ่งเป็นตลาดที่สร้างยอดขายได้ดีที่สุด โดย ปิดตลาดที่ 500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาได้ถึง 20% โดยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าตลาดต่างประเทศด้าน ยอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดย ดนัย ยังได้กล่าวว่า สำหรับต่างประเทศนั้น ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ตลาด อาเซียนจะเป็นกลุ่มประเทศที่สร้างยอดขาย ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตลาดจะมีความคึกคัก เป็นอย่างมาก


ในส่วนของโรงงานผลิตสินค้าในประเทศพม่า ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ บริษัท ได้ทำความร่วมมือกับเครือสหพัฒน์เพื่อสร้างโรงงานผลิตสินค้า ขณะนี้เรื่องของที่ ทางในการสร้างโรงงานมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยงบลุงทุนที่คาดการณ์ไว้ที่ 300 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้บริษัทจะเริ่มทำการก่อสร้าง โดยที่จะเน้นผลิตสินค้ากลุ่มโรลออน และแป้ง


นอกจากนี้แล้ว บริษัทยังเล็งประเทศ ในการสร้างโรงงานเพิ่ม ซึ่งตอนนี้มองไปที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นจุดหมายในการสร้างโรงงาน โดยต่อไปได้มองประเทศเวียดนามในการตั้งฐานการผลิตสินค้าของบริษัท การที่บริษัทพยายามหาพื้นที่สร้าง โรงงาน เนื่องจากบริษัทต้องการหาพื้นที่ ที่จะช่วยลดในส่วนของราคาการผลิต เนื่อง จากช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการยกระดับค่าแรงขึ้น ทำให้มิสทินต้องหาแหล่ง ผลิตที่ถูกกว่าเพื่อผลิตสินค้า หัวเรือใหญ่ มิสทิน เผย ทั้งนี้ ทางมิสทินยังได้วางเป้ายอดขายในอีก 5 ปีข้างหน้าที่จะสร้างยอดขาย ให้ถึง 2 หมื่นล้านบาทให้จงได้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักที่บริษัทได้วางไว้ เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานต่อไปในอีก 5 ปี


นอกจากเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ทางมิสทิน ยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สินค้า กลุ่มสีสันคนใหม่ที่จะใช้ในปี 2013 โดย ดนัย กล่าวว่า เราเริ่มต้นปี 2013 ด้วยพลังความสดใสของผู้หญิง ปีนี้มิสทินต้องการสื่อสารถึงความยิ่งใหญ่ของสีสันบนโลกแห่งความงาม สีสันของคำว่า มิสทิน เริ่มจากพลังความคิดสร้างสรรค์ของสาวเก่งอย่าง โอ๋-ฟูตอง ส่งต่อไปยังอีก 2 พรีเซ็นเตอร์ ญาญ่า และ มิ้นท์-ชาลิดา ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสดใส ของหญิงสาวในนามตัวแทนของสาว ไอ- แอม คอลเล็กชั่น ไม่เพียงเท่านี้ ปีนี้มิสทินยังตอกย้ำภาพลักษณ์แห่งสีสันและความสดใส ผ่าน ทีมพรีเซ็นเตอร์ดาวรุ่ง นำขบวนโดย ญาญ่า- อุรัสยา สเปอร์บันด์, มินท์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ปู-ไปรยา ลุนเบิร์ก, มิน-พีชญา วัฒนามนตรี และใบเฟิร์น-พมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ซึ่งพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 5 สาว บุคลิกที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละ สาว ก็จะถูกดึงออกมาเพื่อบอกเล่าถึง ผลิตภัณฑ์ของมิสทินในปี 2013 อีกทั้งในปีนี้ บริษัทก็จะยังคงเดินหน้าหาพรีเซ็นเตอร์ ในระดับซูเปอร์สตาร์เพิ่มอีก ตามสไตล์มิสทิน


โดยการเปิดตัวสินค้ามิสทิน ไอ แอม คอลเล็กชั่นนี้ บริษัทได้วางโฆษณาชื่อชุด World ขึ้นนำ แสดงโดย ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ และมินท์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ความยาว 30 วินาที โดยในแคมเปญ นี้ บริษัทได้วางงบไว้ทั้งสิ้น 50 ล้านบาท


ซึ่งสินค้า มิสทิน ไอ แอม คอลเล็กชั่น นี้ จะมีสินค้าด้วยกันทั้งหมด 6 รายการ คือ มิสทิน ไอ แอม ออยล์ คอนโทรล เอส พี เอฟ 25 พีเอ++ แป้งตลับผสมครีมรองพื้น 2.มิสทิน ไอ แอม อายไลเนอร์ 3.มิสทิน ไอ แอม มาสคาร่า วอเตอร์พรูฟ 4.มิสทิน ไอ แอม ลิป ทิ้นต์ สีแดงสด 5.มิสทิน ไอ แอม พิ้งค์ เมจิก ลิป และ 6.มิสทิน โคโลญจน์ สเปรย์ โดยสินค้าใหม่ที่กล่าวมานี้ เป็นกลุ่ม สินค้าชุดสีสัน ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าขายดีในปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้บริษัทมีความต้องการ จะเน้นสร้างตลาดกลุ่มวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น โดย เน้นไปที่กลุ่มสาวรุ่นวัย 13-15 ปี ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20% ปีนี้ บริษัทพยายามที่จะดันการเติบโตให้ถึง 30% ให้จงได้ ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ นับว่าเป็นกลุ่มใหม่ของวงการธุรกิจ ซึ่งนับว่า เป็นตลาดที่สดใสเลยทีเดียว




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1371 ประจำวันที่23-1-2013 ถึง25-2-2013

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : มิสทินเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ 5 สาววัยทีน พร้อมเข็นกลยุทธ์ใหม่บุกตลาดอาเซียน









มิสทิน ถือฤกษ์ดี เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ พร้อมด้วยคอลเลคชั่นใหม่ มิสทิน ไอ แอม คอลเลคชั่น ครั้งแรกของแบรนด์ พร้อมประกาศยุทธ์ศาสตร์ปี56 บุกตลาดต่างประเทศแบบครบเครื่อง รองรับการเปิดตลาด AEC ชี้!หลังเปิดตลาดอาเซียนธุรกิจขายตรง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามอง


นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงการดำเนินธุรกิจของ มิสทิน ในปีนี้ว่า ปีนี้ มิสทินต้องการสื่อสารถึงความยิ่งใหญ่ของสีสันบนโลกแห่งความงาม โดยสีสันของคำว่า มิสทินจะเริ่มจากพลังความคิดสร้างสรรค์ของสาวคนเก่งอย่าง คุณโอ๋ ฟูตอง ส่งต่อไปยังอีก 2 พรีเซ็นเตอร์ คือ คุณญาญ่าและคุณมิ้นต์ ชาลิดา ที่เปี่ยมไปด้วยพลังความสดใสของหญิงสาว ในนามตัวแทนของสาว ไอ แอม คอลเลคชั่น ไม่เพียงเท่านั้น ปีนี้มิสทิน ยังจะตอกย้ำภาพลักษณ์แห่งสีสัน และความสดใส ผ่านทีมพรีเซ็นเตอร์ดาวรุ่งอีกด้วย


ซึ่งนำโดย ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก มีน-พีชญา วัฒนามนตรี และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ซึ่งพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 5 สาว มีบุคลิกที่มีความโดดเด่น เฉพาะตัวของแต่ละสาว โดยบุคลิกแต่ละคนนั้น จะถูกดึงออกมา เพื่อเป็นการบอกเล่าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพจากมิสทินในปี 2013 นี้


ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเปิดตัวทีมพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 5 สาว ในการตอกย้ำแบรนด์แล้ว ปีนี้ มิสทินยังได้วางแผนงานรองรับสำหรับการขยายตัว ของตลาดในประเทศอีกด้วย ด้วยการมุ่งโฟกัสไปที่กลุ่มใหม่ ๆ นั่นคือ กลุ่มวัยรุ่น ที่มีอายุระหว่าง 13-25 ปี เนื่องจากที่ผ่านมา มิสทิน มีกลุ่มดังกล่าวเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ในปีนี้ มิสทิน จึงหันมาเน้นสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางหรือตัวสินค้าที่จะพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ เนื่องจากปัจจุบันสาวมิสทิน ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 25-30 ปี


ขณะนี้ มิสทิน เอง ได้มีการเพิ่มช่องทางการตลาดมากขึ้น อย่างล่าสุดได้จับมือกับวัตสัน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลาย พร้อมกับคาดว่า ในปีแรกนี้ จะมีการปูพรมในทุกสาขาของวัตสัน เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยทีนให้มากขึ้นอีกด้วย


นอกจากนี้ นายดนัย ยังได้เผยถึงแผนการขยายตลาดในต่างประเทศอีกว่า ทางบริษัทฯ จะมีการจัดการ ระบบโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุน ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายตลาด ไปยังประเทศ อื่นๆ นอกเหนือจากประเทศที่มีฐานการตลาดที่แข็งแกร่งอย่าง พม่า กัมพูชา และ สปป.ลาว ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศต่าง ๆ เพื่อขยายตลาด ซึ่งไม่ได้ จำกัดว่าต้องเป็นแบรนด์มิสทินเท่านั้น แต่อาจเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาอีกแบรนด์


ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการเปิดตลาด AEC มิสทิน จึงได้มีการขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มสหพัฒน์ ในหลาย ๆ ประเทศ โดยประเทศที่จะเปิดภายในครึ่งปีแรกนี่คือ ประเทศลาว


ปัจจุบันมิสทิน มีรายได้จากตลาดต่างประเทศภาพรวมทั้งหมด 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 30% โดยประเทศที่โตมากในปีนี้ มาเป็นอันดับหนึ่ง คือ พม่า มีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ด้วยกัน


การขยายตลาดเพื่อรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะถึงนี้ สิ่งที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักสำคัญ คือ เรื่องของระบบโลจิสติกส์ รวมถึงระบบซัพพลายเชนทั้งหมด พร้อมกับเชื่อว่า ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นและเติบโตในกลุ่มของประเทศอาเซียนที่น่าจับตามอง คือ ธุรกิจขายตรง ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้มิสทิน จึงได้มีการวางแผนงานรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการเพิ่มศักยภาพของศูนย์กระจายสินค้าในการต่อยอดธุรกิจ ด้วยการรับเป็น ดิสทริบิวเตอร์สินค้าต่าง ๆ ให้กับแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังการเปิดตลาด AEC ที่คาดว่า จะมีสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาบุกตลาดอีกเป็นจำนวนมาก



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 337 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวมิสทีน (Mistine) : ฉลองครบรอบ 25 ปีสุดอลัง! เปิดตัวแป้งตลับเพชรหรู มูลค่า 35 ล.


มิสทิน แบรนด์เครื่องสำอางขายตรงไทย จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี สุดยิ่งใหญ่ ด้วยการจับมือ บิวตี้ เจมส์ รังสรรค์แป้งตลับเพชรแพงที่สุดในโลก มูลค่า 35 ล้านบาท และสามารถบันทึก ลงกินเนสส์บุ๊ก แถมงานครั้งนี้ยังถือเป็น การเปิดตัวสินค้าใหม่ มิสทิน เลดี้ เอ็ม วี-เชพฯ อย่างเป็นทางการ โดยวาง งบโฆษณาสำหรับสินค้าชิ้นนี้กว่า 70 ล้านบาท

นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 25 ปี ของบริษัท ตนต้องขอขอบคุณสาวไทยทั่วประเทศ ที่ให้การยอมรับและสนับสนุนผลิตภัณฑ์มิสทิน มาอย่างยาวนาน ซึ่งในโอกาสพิเศษนี้ตนมีหลายสิ่งที่ตั้งใจมอบเพื่อเป็นการ ขอบคุณทุกๆ คน เริ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่สุดพิเศษ แป้งผสมครีมรองพื้น มิสทิน เลดี้ เอ็ม วี-เชพ เอสพีเอฟ 25 พีเอ++ ซึ่งแป้ง ดังกล่าว มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีเนื้อแป้ง อนุภาคหักเหแสงแบบ 3 มิติ ช่วยเนรมิตให้ใบหน้าของสาวๆ มีรูปเรียวสวย พร้อม ความนวลเนียนกระจ่างใส เป็นนวัตกรรมที่ นำเข้าจากประเทศเกาหลี

โดยบริษัทได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณา แป้งมิสทิน เลดี้ เอ็ม วี-เชพฯ โดยใช้ชื่อว่า Breakthrough นำแสดงโดย อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ เป็นผลงานสร้างสรรค์ของบริษัท แอล แอนด์ อาร์ มีเดีย จำกัด ความ ยาว 30 วินาที กำหนดการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทุกช่องในเร็วๆ นี้ ซึ่งแคมเปญชุดนี้ มิสทินใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท

อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในงานแห่งความสำเร็จครั้งนี้ คือ มิสทินได้จับมือกับบิวตี้ เจมส์ ผลิตตลับแป้งหรูประดับเพชรแท้มูลค่า 35 ล้านบาท ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นการประกาศศักยภาพ ร่วมกันในนามแบรนด์ของคนไทยที่ต้องการ เนรมิตความสวยด้านเครื่องสำอางและความงามจากเครื่องประดับ

หลายท่านถามตนว่า ทำไมต้องเป็น บิวตี้ เจมส์ ตนบอกได้เลยว่าทันทีที่นึกถึงเรื่องเพชรและอัญมณี บิวตี้ เจมส์ เป็นแบรนด์แรกที่นึกถึง และเมื่อได้ร่วมงานกัน ตนยิ่งเห็นถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเทที่จะร่วมกัน สร้างสรรค์ความพิเศษในครั้งนี้ จากบิวตี้ เจมส์ นอกจากนั้น งานในครั้งนี้ยังมีส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ผู้ที่รับหน้าที่ถ่ายทอด ความเจิดจรัสแห่งเพชรสุดพิเศษชิ้นนี้ ในใจของตนนั้น อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ มาเป็นที่หนึ่ง เพราะจากระยะเวลาที่เธอและ มิสทินทำงานร่วมกันมาเป็นเวลา 10 ปี เธอ เป็นพรีเซ็นเตอร์ที่น่ารัก และมิสทินยังได้ถือโอกาสนี้มอบรางวัลเกียรติยศสำหรับพรีเซ็นเตอร์สาวสวยคนนี้ด้วยการมอบรางวัลพิเศษเป็นแหวนเพชรเลอค่า ถือเป็น ของขวัญแทนใจจากมิสทิน

ด้านนายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บิวตี้ เจมส์ กล่าวถึงความรู้สึกในครั้งนี้ ว่า ทันทีที่ตนได้รับการติดต่อ พูดคุยกับคุณดนัย ตนแทบไม่ต้องใช้เวลาคิด ตอบตกลงในทันที เพราะไม่มีเหตุผลที่ จะตอบปฏิเสธ โดยผลงานในครั้งนี้ อนาคต จะนำไปอวดให้ต่างชาติได้เห็นฝีมือของคนไทย ซึ่งความยากสำหรับงานในครั้งนี้ คือการคัดเลือกเพชรทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 10 กะรัต มูลค่าเพชร ทั้งหมดรวมกันสูงถึง 35 ล้านบาท เมื่อได้ เพชรน้ำงาม เราจึงใช้ทีมช่างที่มากประสบ00การณ์ในการประดิษฐ์ชิ้นงาน ผลงานชิ้นนี้ ในอนาคตจะถูกจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์ของบิวตี้ เจมส์ และในโอกาสที่มิสทิน มีความ ต้องการนำตลับแป้งชิ้นนี้ไปจัดแสดง ณ ที่ใด ทางเราก็ยินดี


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1335 ประจำวันที่ 15-9-2012 ถึง18-9-2012

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวมิสทีน (Mistine Thailand) : คุณปมุข อัจฉริยะฉาย ให้การต้อนรับผู้เข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปี 2012


แว่วมาว่า มิสทีนไทยแลนด์ปีนี้เก็บตัวไกลถึงกระบี่ โดย คุณปมุข อัจฉริยะฉาย บอสใหญ่แห่งกะตะกรุ๊ป จัดเต็มให้บียอน รีสอร์ท กระบี่ รีสอร์ทริมหาดสุดหรูน้องใหม่ในเครือ เป็นที่เก็บตัวและทำกิจกรรมเพื่อสังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเหล่าสาวๆมิสทีน ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 ตุลาคม นี้ ขอบอกว่างานนี้บอสทุ่มเต็มที่เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกระบี่จ้า โดยสาวๆผู้เข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปีนี้ แฮปปี้สุดเมื่อรู้ว่าได้ไปเก็บตัวไกลถึงจังหวัดกระบี่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวย หาดทรายขาว และวัฒนธรรมอันงดงามของชาวเล แถมได้เข้าพักที่ บียอน รีสอร์ท กระบี่ รีสอร์ทหรูริมหาดใหม่กิ๊กในเครือกะตะกรุ๊ป และจะได้ร่วมกันทำประโยชน์ในเมืองชายทะเลชื่อดังอย่างสนุกสนานในสไตล์ "สาวงามที่น่ารัก สดใส" ของแท้แน่นอน