ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสตาร์ ซันไชน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสตาร์ ซันไชน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : ผู้นำดาวรุ่ง‘ปุณยานุช ปุญยมณีกูล’ ดาวเด่นแห่ง‘สตาร์ซันไชน์’







star (Mobile)

 


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจ


ครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ใครจะเชื่อบ้างว่า “แม่ค้าขายของชำ” ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น “แม่ค้า” ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด “ปุณยานุช” ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ “โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ” ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย “ปุณยานุช” ได้เผยผ่าน “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...


แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ “ปุณยานุช” เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว


...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ “สตาร์ซันไชน์” เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่น และขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


“ปุณยานุช” บอกอีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


“ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิก และทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงาน ว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย


ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง”


...วันนี้ดูเหมือนว่า “ปุณยานุช” เริ่มที่จะรัก และชอบในธุรกิจขายตรงที่ “สตาร์ซันไชน์” จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ “ปุณยานุช” อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอ


ดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์” เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น “ปุณยานุช” บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้


ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


“วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน


หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้”


“ปุณยานุช” ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลา และการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


“ปุ้มอยากเชิญทุกท่าน ที่อยากรวยสุขภาพ รวยผลผลิต รวยเงินทอง เข้าร่วมธุรกิจกับทีมงานปุ้มเซอร์วิส วันนี้เราพร้อมที่จะนำทุกท่านประสบความสำเร็จ กับบริษัท สตาร์ซันไชน์ รีบติดต่อมานะคะ !! ความร่ำรวยรอคุณอยู่ !!


...ขอเชิญชวนทุกท่าน ที่ต้องการมีรายได้แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าท่านจะเคยล้มเหลว เป็นหนี้ ขอเพียงท่านมีความต้องการอยากจะมีรายได้ อยากจะรวย เชิญท่านเข้ามาศึกษาธุรกิจสตาร์ซันไชน์ อย่าช้า อย่ารอ สินค้าดี แผนการตลาดเยี่ยม รวย!!!”


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” ...!!


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : สตาร์ซันไชน์ ปล่อยหมัดเด็ด ขนสินค้าใหม่ดันยอด 20 %

“สตาร์ซันไชน์” ลั่นกลองรบบุกตลาดขายตรงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ส่งหมัดเด็ดสินค้าใหม่ทั้งเสริมอาหารผู้หญิง – สเต็มเซลล์เครื่องสำอางลงชิงแชร์มั่นใจดันยอดสิ้นปีเข้า 20 % ด้าน “โกสิทธิ์” สั่งเร่งเร่งเครื่องโหมสื่อโฆษณาพร้อมกันทั่วประเทศ ระบุไม่เกินปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายเพลง “สตาร์ซันไชน์มิวสิค”


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธาน บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกหลายรายการอาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิง มาสก์หน้าสเต็มเซลล์ และเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยคาดว่าปลายเดือนตุลาคมนี้ น่าจะสามารถเปิดอย่างเป็นทางการได้นอกจากนั้นในช่วงปลายปีคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมรายละเอียดเพิ่มเติม


สำหรับกลยุทธ์ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมจะรุกตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการใช้สื่อเพื่อตอกย้ำแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีอยู่ 10 แบรนด์เป็นหลักอาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรซึ่งปัจจุบันได้นักจัดรายการชื่อดังอย่าง จำเริญ รัตนะ พิธีกรรายการชุมทางเสียงทองทางช่อง 7 เข้ามาช่วยในการผลิตรายการ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรนอกจากนั้นยังได้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม เข้ามาช่วยในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรแมนซ์ ซึ่งเร็วๆนี้ เตรียมจะจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับสมาชิก เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือ


“แม้ในช่วงต้นปีจะมีปัจจัยเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามากระทบ แต่ในภาพรวมของปีนี้เราเชื่อว่าจะรักษาระดับอัตราการเติบโตให้อยู่ที่ประมาณ 20 % ได้อย่างแน่นอน เพราะในช่วงครึ่งปีหลังเรามีสินค้าใหม่ๆ ออกมาและการรุกสื่อโฆษณามากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”


โกสิทธ์ กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทจะเน้นการโฆษณา และการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เป็นหลัก อาทิ ทางช่อง ฟรีทีวี และช่องเคเบิ้ลทีวี ซึ่งบริษัทมีช่องของเราเอง 2 ช่อง ได้แก่ ช่องฮีโร่ทีวี และช้อปปิ้ง ชานแนล นอกจากนั้นยังได้ไปเช่าเวลาทางช่องเคเบิ้ลอื่นๆๆอีกหลายช่อง รวมไปถึงยังมีช่องวิทยุชุมชนที่เป็นของเราเองไม่ว่าจะเป็นคลื่นมีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี อุบลราชธานี นครพนม ขอนแก่นและเชียงใหม่ และยังมีคลื่นวิทยุที่เป็นเครือข่ายของบริษัทอีกกว่า 100 สถานีทั่วประเทศ


“ผมมองว่าการที่สินค้าจะขายได้ จำเป็นต้องมีโฆษณษและประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยในการทำตลาด เพราะการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนการรบที่ติดชดเทอร์โบจำเป็นจะต้องแรงและเร็วเพื่อทำให้ลูกค้าได้รู้จักตัวสินค้าและได้ทดลองใช้สินค้าก่อน ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาสมัครเลย เพราะส่วนตัวผมมองว่าธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สวยงามแต่ปัจจุบันคนทั่วไปกลับมองธุรกิจขายตรงไม่ค่อยดีมากนัก ซึ่งอาจจะมีบารงคนเคยประชุมแล้วถูกบังคับให้ซื้อสินค้า หรือโดนหลอกมา ดังนั้นเราจึงต้องโฆษณาสินค้านำไปก่อน เมื่อเขาเห็นโฆษณาแล้วเวลานักธุรกิจไปแนะนำสินค้าก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องอธิบายมากเหมือนในอดีต”


ทั้งนี้ สตาร์ซันไชน์ ค่อนข้างคิดแตกต่างจากบริษัทขายตรงทั่วไปที่จะมุ่งเน้นการทำธุรกิจแบบเดิมเป็นหลัก แต่นโยบายของบริษัทจะเน้นเรื่องการใช้สื่อเป็นหลัก ซึ่งในแต่ละปีบริษัทจะทุ่มงบประมาณ เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สตาร์ซันไชน์ ถือเป็นบริษัทที่ใช้สื่อโฆษณามากที่สุดในบรรดาบริษัทขายตรงในประเทศเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาถือว่าคุ้มค่ามาก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่เปลี่ยนชื่อจากการซื้อสินค้า มาเป็นนักธุรกิจคิดเป็น 50 % ของสมาชิกทั้งหมดกว่า 100,000 รหัส


นอกจากการทุ่มงบเพื่อใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์บริษัทแล้ว ล่าสุด บริษัทยังเตรียมต่อยยอดทางธุรกิจด้วยการเปิดตัวค่ายเพลงภายใต้ชื่อ “สตาร์ซันไชน์มิวสิค” เพื่อช่วยโปรโมตแบรนด์ สตาร์ซันไชน์ บริษัทขายตรงของคนไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นโดยล่าสุด ได้ให้ครูเพลงชื่อดังระดับแถวหน้าของประเทศมาช่วยแต่งเพลงให้ และได้เชิญนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ ทศพล หิมพานต์ มาช่วยขับร้องคาดว่าปลายปีนี้น่าจะสามารถเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายอย่างเป็นทางการได้ หลังจากนั้นบริษัทจะออกเดินสาย เพื่อจัดคอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ


อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการรุกตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งขณะนี้บริษัทได้จดทะเบียนเพื่อเปิดสาขาที่กัมพูชาและพม่าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายเพื่อเตรียมเปิดสาขาที่ประเทศลาว ซึ่งนโยบายของบริษัทในการเปิดศูนย์สาขาในต่างประเทศจะเน้นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ เนื่องจากต้องศึกษากฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ถ่องแท้ก่อนจะเข้าไปบุกตลาด


 


  








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 231 ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2556

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : ปอกเปลือกความคิดนักขายมือทอง สมร ก้านทองหญิงนักสู้ชาวมุสลิม







Capture (Mobile)


ชีวิตเรามันไม่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ถึงเวลาวิกฤตินี่ต้องสู้ ต้องอดทน ความอดทน ความสู้ เท่านั้นที่ทำให้อยู่ได้ คนเรามีโอกาสล้มแต่ว่าต้องลุกให้ได้ ต้องยืนให้ได้


หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา คุณสมร ก้านทอง จากหน้าจอทีวีของรายการมุสลิม หลายคนมองความสำเร็จในธุรกิจของเธอด้วยความทึ่ง และหลายคนอยากจะประสบความสำเร็จอย่างที่เธอได้รับ แต่อีกหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าเธอยืนอยู่บัลลังก์เบอร์หนึ่งนี้ได้อย่างไร...


สมร เล่าว่าในตอนเด็กเธอฝันอยากทำธุรกิจส่วนตัว เพราะถ้าทำธุรกิจส่วนตัวเธอคิดว่ามันน่าจะไปได้มากกว่างานประจำ เพราะงานประจำมันจะได้แต่เงินเดือน...สมร มีภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดปทุมธานี ถึงแม้ครอบครัวของเธอจะเป็นเกษตรกร แต่ สมร กลับมีความฝันลึก ๆ ในใจว่าอยากทำธุรกิจ แต่ช่วงชีวิตจริงของเธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น เธอจบ ปวส. สาขาบัญชี สมร จบการศึกษา เธอก็เริ่มก้าวเข้าสู่..ประตูโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในฐานะพนักงานออฟฟิศ เวลาผ่านไป 10 ปี ชีวิตพนักงานบริษัทไม่ได้เจริญก้าวหน้าเติบโตเท่าไหร่นัก..


นอกจากนั้น สุขภาพของ สมร เองก็ย่ำแย่ เนื่องจากต้องอยู่สภาพแวดล้อมของโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นทินเนอร์ จนในที่สุดเมื่อตั้งทองลูกคนที่สอง สมรก็ตัดสินใจลาออกจากงาน และนั้นก็นำมาสู่วิฤตชีวิตที่เข้ามารุมเร้าเธอ...


ช่วงนั้นชีวิตของ สมร ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ หลังจากที่คลอดลูกคนที่สอง หัวใจเธอแทบสลายเมื่อได้รับแจ้งจากคุณหมอว่าลูกของเธอป่วยเป็นโรคตับ และตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่เธอดูแลลูก ตอนนั้นเงินทองที่เก็บไว้สะสมไว้ก็คือ หมด เอามารักษาลูกจนไม่เหลือ และหลังจากที่วิ่งเข้าออกโรงพยาบาลมาหลายปี ในที่สุดลูกเธอก็หายไข้ แต่ตัวเธอกลับต้องมาป่ายไข้เสียเอง!


สมร เล่าต่ออีกว่า พอลูกหาย เราก็ต้องดิ้นรนด้วยการค้าขาย และตอนที่ค้าขายเธอก็ได้ท้องลูกอีกคนและแท้ง ตอนที่เธอแท้งลูกคนที่ 3 ทำให้เธอถึงกลับเดินไม่ได้ และก็มีเพื่อนคนหนึ่งของเธอ ได้มาแนะนำสมุนไพรของสตาร์ซันไซน์ให้ทาน


จากนั้น เมื่ออาการดีขึ้น สมร ก็สามารถกลับมาขายอาหารและขายของชำที่หน้าบ้านได้อีกครั้ง ตรงจุดนี้เองจึงทำให้ สมรมองเห็นลู่ทางใหม่ๆ ในชีวิต เนื่องจากเธอมั่นใจในตัวสินค้าของ สตาร์ซันไซน์ เนื่องจากเธอเองรับประทานแล้วอาการดีขึ้น!


สมร เริ่มต้นจากการขายสินค้าจากบริษัทสตาร์ซันไซน์เป็นอาชีพเสริม มีบรรดาลูกค้าที่มาซื้ออาหารและของชำในร้านของเธอนั้นเองที่เป็นเป้าหมายแรก จนกระทั้งวันหนึ่งเมื่อ คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ได้พูดขึ้นว่า เธอน่าจะมาลุยงานขายของสตาร์ซันไซน์ให้เต็มที่ และนี้ก็กลายเป็นการเปิดศักราชของ สมร ก้านทอง หญิงเหล็กแห่งวงการขายตรงมุสลิมนั่นเอง


ระยะเริ่มแรกที่ทำ ก็ไม่ได้อะไรมากมายนัก พอไปคุยกับท่านประธาน ท่านก็บอกว่า เราควรจะเลิกขายของ แล้วมาลุยงานตรงนี้เต็มที่จะได้ไหม แล้วท่านจะช่วยเต็มที่


ตอนนั้นพอดีทาง TMTV เขาจะเปิดสถานี สมร จึงตัดสินใจเช่าสัญญาณช่อง TMTV และ ก็ได้นำเทคนิคการนำเสนอสินค้าจากรายการทีวีทั่วไปมาปรับใช้กับรายการของมุสลิม ความแตกต่างอันโดดเด่นเช่นนี้จึงทำให้ คลาร่าพลัส ในมือของสมร ยอดเติบโตมาเป็นนักขายเบอร์หนึ่งของ สตาร์ซันไซน์


นอกจากนั้น สมร ยังเล่าต่อว่า เมื่อสถานีโทรทัศน์ยะตีมทีวีได้ก่อเกิดบนโลกทีวีดาวเทียม เธอก็ได้ก้าวเข้าไปสนับสนุนด้วยการเป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่สถานียังไม่ได้ตั้ง ซึ่งนั้นก็เป็นการตัดสินใจถูกต้องอีกครั้งของสมร เพราะยอด คลาร่าพลัส ก้าวกระโดดเป็นสองเท่าทันที!


ด้วยความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน สมร ขยับขยายผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของทาง สตาร์ซันไซน์ ด้วยไม่ว่าจะเป็นซันคอฟฟี่ ซันสลิมเรดมอลต์และตัวล่าสุดที่ออกมาก็คือ ซันคอลลาสก้า


นอกจากนี้ สมร ยังมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกคือ การจัดโครงการทำอุมเราะฮฺให้กับสมาชิก สตาร์ซันไซน์ ฉะนั้นคนที่จะมาทำธุรกิจ ถ้าเขาต้องการรายได้ เขาได้บุญได้รายได้แล้วเขามีสิทธิ์ที่จะอุมเราะฮฺกับเรา อินชาอัลลอฮฺนะ เพราะว่าปกติแล้วพี่จะไปเที่ยวปีละสามครั้งกับบริษัท แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นปีละสองครั้งแล้วเปลี่ยนเป็นไปทำอุมเราะฮฺแทน


และเนื่องจาก สมร มีเครดิตจากการเป็นนักขายเบอร์หนึ่งของ สตาร์ซันไซน์ จึงทำให้เธอได้ใช้โอกาสนี้ ในการนำสิ่งดีๆ มาสู่สังคมมุสลิม ไม่ว่าจะเป็น การออกร้านขายสินค้าในงานมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้าแล้วนำรายได้มาบริจาคให้กับเด็กกำพร้า รวมไปถึงโครงการล่าสุดที่เธอกำลังผลักดัน เพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้มีโอกาสไปทำอุมเราะฮฺ ซึ่งเป็นโอกาสที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถทำได้


วันนี้ ต้องบอกว่า สมร สามารถสร้างทีมงานให้เติบโตมาเป็นนักขายฝีมือฉกาจได้โดดเด่นหลายคน ทำให้หลายพันคนมีรายได้เป็นหมื่น เป็นแสน ที่สำคัญ เธอจะทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างที่ ท่านประธานโกสิทธิ์ พูดเสมอว่า ต้องคิดว่าทุกคนที่ทำงานที่นี่คือ เจ้าของธุรกิจ เราต้องคิดว่า บริษัทที่เราไปทำ เรามีหุ้นส่วนด้วย และทำอย่างไรให้คนในองค์กรของเราโตเหมือนเราได้ ลูกน้องโตด้วย คนที่เป็นสายงานของเราโตด้วย


สมร ขอฝากข้อคิดทิ้งท้ายให้สำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่กำลังประสบปัญหาจนท้อแท้หมดกำลังใจในชีวิตในฐานะที่เธอก็เคยผ่านสถานการณ์เช่นนั้นมาก่อนไว้ว่า ชีวิตเรามันไม่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ถึงเวลาวิกฤตินี่ต้องสู้ ต้องอดทน ความอดทน ความสู้ เท่านั้นที่ทำให้อยู่ได้ คนเรามีโอกาสล้มแต่ว่าต้องลุกให้ได้ ต้องยืนให้ได้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 348 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : "สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์" บริหาร ทุ่ม 100 ล. เดิมพันยอดขายสินค้าใหม่







cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)

 


"สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์ เหลืองอร่าม" อดีตผู้บริหาร "เนเจอร์โนวา" นั่งแท่นผู้จัดการทั่วไป พร้อมตำแหน่งพ่อค้าขายผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท "โรแมนซ์" ชุดปรับสรีระร่างกาย ฟุ้ง! ทุ่มงบทำตลาด 100 ล้านบาท เน้นสื่อสารผ่านช่องดาวเทียมเป็นหลัก ผุดสตูดิโอในออฟฟิศจัดรายการขุนสินค้าเต็มที่ เชื่อผู้บริโภคให้ความนิยม


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธานกรรม-การบริหาร บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า สตาร์ ซันไชน์ ได้เปิดทำการมาร่วม 8 ปีแล้ว และได้มีการขยายสาขา ไปทั่วประเทศ และล่าสุด ได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งกำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งยังได้วางแผนต่อที่จะเปิดเพิ่มเติมไปอีกหลายประเทศ เช่น พม่า, ลาว และเวียดนาม


สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทปัจจุบัน มีมากมายหลายรายการ ได้แก่ ปุ๋ยซันฮีโร่, ปุ๋ยซันไคโตซาน พืช และสัตว์, สมุนไพร เป่าชุนลู่ หยางกุ้ยเฟย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหลากหลายชนิดที่นำเข้ามาและส่งออกอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ที่ติดตลาดยอดขายดีเป็นอันดับ 1 ณ ตอนนี้ คือ ผลิตภัณฑ์คลาร่าพลัส ที่มียอดขายไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาท ในปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภค นักธุรกิจ อิสระ และตัวแทนจำหน่ายได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ดี ซึ่งบริษัทได้เดินทางไปหลายประเทศ จนไปค้นพบสินค้าใหม่ที่ประเทศไต้หวัน โดยมีแนวความคิดที่แตกต่าง และนอกกรอบ จึงตัดสินใจนำชุดปรับสรีระโรแมนซ์เข้ามาในเมืองไทยเป็นที่แรก ซึ่งบริษัทได้ลงทุนสร้าง ออฟฟิศใหม่ ทำห้องสตูถ่ายทำ รายการต่างๆ รวมทั้งซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel เป็นของตัวเอง และเงินที่วางไว้กับทางประเทศไต้หวันอีกหลายล้านบาท รวมแล้วลงทุนเปิดตลาดชุดปรับสรีระโรแมนซ์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท


โดยบริษัทได้ให้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม ซึ่งเป็นผู้บริหารที่ผ่านงานการบริหารองค์กรในธุรกิจขายตรงไม่น้อยกว่า 20 ปี และประสบการณ์ในวงการชุดปรับสรีระมากว่า 15 ปี ซึ่งบริษัทเล็งเห็นถึงความสามารถ และประสบการณ์จึงได้รับ ความไว้วางใจในการบริหารงาน โดยได้ให้ นั่งในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ทั้งยังให้สิทธิ์ในการบริหารงานอย่างเต็มที่


โดย กฤษณ์ ได้กล่าวว่า ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการชุดปรับสรีระ คือ เส้นใย Tencel ต่อต้านแบคทีเรีย ไม่เป็นที่สะสมและก่อเกิด ของแบคทีเรีย โดยใช้หลักในการตัดเย็บ แบบฟิสิกส์ ถักทอเนื้อผ้าแบบไร้รอยต่อ เนื้อผ้าเงางามเหมือนผ้าไหม, สวมใส่สบาย เหมือนผ้าลินิน, ดูดซับน้ำได้ดีเหมือนผ้าฝ้าย, อบอุ่นเหมือนเส้นใยขนสัตว์, ดูแลรักษาง่ายเหมือนเส้นใยอะคริลิก ทนทานเหมือนเส้นใยสังเคราะห์ และสามารถ ยืดหยุ่นตามสรีระร่างกายในขณะที่เคลื่อน ไหว, เคลื่อนย้ายไขมัน ทำให้เรือนร่างกระชับได้สัดส่วนเป็นรูปตัว S เมื่อสวมใส่ทุกวันจะเป็นการปรับโครงสร้างของกระดูก สันหลังให้อยู่ในแนวตรงตามสรีระของร่างกาย และเทคนิคการบริหารงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำตลาดของชุดปรับสรีระ โรแมนซ์


"บริษัทต้องการทำให้นักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่ายสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น จึงจัดทำรายการ Romans So-ciety โดยเราได้รับเกียรติจากพิธีกรสาวสวย มืออาชีพ เป็นทั้งดารา นักแสดงมาก- ความสามารถ ซึ่งเป็นพิธีกรประจำรายการ Romans Society คือ คุณษา-วรรณษา ทองวิเศษ ซึ่งรายการ Romans Society ใช้เวลาออกอากาศ 30 นาที ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงของรายการ ช่วงที่ 1 Romans Today ซึ่งเป็นช่วงที่จะมาบอกกล่าวรายละเอียด ของรายการวันนี้ และสิ่งที่น่าสนใจ ช่วงที่ 2 Body Perfect เป็นช่วงที่วิทยากรประจำ รายการจะนำความรู้มามอบให้กับท่านผู้ชม ในเรื่องของเรือนร่าง และสุขภาพ และสำหรับช่วงที่ 3 Lady Confirm ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้มีประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ จริงมาแชร์ประสบการณ์ และยืนยันคุณภาพ ที่ดีของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ ออกอากาศ ผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมทางช่อง Ping Channel (PSI 61) ซึ่งเป็นการทำการตลาด ที่ใช้การลงทุนที่ค่อนข้างสูง" กฤษณ์ เผย


ทั้งนี้ สำหรับวงการขายตรงที่ใช้สื่อ โทรทัศน์เข้ามาช่วยในการทำตลาด และยัง จัดทำโฆษณาโรแมนซ์ โดยได้รับเกียรติจาก ทีมงานถ่ายทำของสหมงคลฟิล์ม พร้อมเตรียมลงฟรีทีวีในอนาคต ซึ่งเป็นการ การันตีได้ถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ขายตรงของบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด และนักธุรกิจอิสระ หรือตัวแทนจำหน่าย และยังคงมีโปรโมชั่นสนับสนุนนักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่าย ในการที่จะสะสม คะแนนในระบบเครือข่ายเพื่อจะได้สิทธิ์ ในการท่องเที่ยวต่างประเทศฯ ซึ่งทาง บริษัทได้จัดทริปท่องเที่ยวอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง มีทั้งในเอเชียและยุโรป


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : 'สตาร์ ซันไชน์' เปิดตัวชุดปรับสรีระ ส่งโรแมนซ์นำเข้าลุยตลาด Mass









นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ปี 56 นี้บริษัทก้าวสู่ปีที่ 9 ในการดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคสินค้า ภายใต้สโลแกน "ธุรกิจขายตรง ราคาขายส่ง" มาโดยตลอด ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้ขยาย Shop ทั่วประเทศหลายจังหวัด รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรับตลาดที่กำลังเติบโตและก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


ล่าสุด สตาร์ ซันไชน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ยกระดับมาตรฐาน แต่ยังเจาะกลุ่มเป้าหมายเดิม คือสาวออฟฟิศ หนุ่มสาวโรงงาน โดยปีนี้บริษัทฯ จะทำตลาดผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีอย่างครบวงจร


"ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ เราได้จดลิขสิทธิ์สินค้าถึง 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และ พม่า เนื่องจากหากมีการปลอมแปลงเราจะสามารถจับกุมได้ ล่าสุด สตาร์ซันไชน์ ได้เปิดสาขาพนมเปญ อย่างเรียบร้อยแล้ว"


ด้าน นายกฤษณ์ เหลืองอาร่าม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ตนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารที่ สตาร์ ซันไชน์ ในส่วนของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ โดยเริ่มต้นจากการรีโนเวตออฟฟิศใหม่ทั้งหมดรวม 5 ชั้น


สำหรับชุดปรับสรีระโรแมนซ์ มีทั้งหมด 2 ชนิด คือ ชุดรัดกระชับสัดส่วน ซึ่งมีราคาหลักพัน และชุดปรับสรีระที่มีราคาหลักหมื่น โดยสตาร์ ซันไชน์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของคนรักสุขภาพ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระโรแมนซ์นำเข้ามาจากไต้หวัน เป็นชุดเทคโนโลยีของใยผ้าชนิดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก และได้จดลิขสิทธิ์เมืองไทยเพียงเจ้าเดียว


"ส่วนเทคนิคการทำตลาด คือ 1.ทำธุรกิจ MLM แบบเดิม โดยสมาชิกสามารถไปแนะนำต่อๆ กันด้วยตัวเอง 2.เราใช้ทางลัดในการช่วยให้สมาชิกสามารถทำการแนะนำได้ง่ายขึ้น ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ 3.เราจะต้องมีจุดอำนวยความสะดวก ให้มีจุดตอบสนองได้ง่ายที่สุด ผ่านศูนย์บริการที่เปิดแล้ว คือ เชียงใหม่ โคราช อุบลฯ และกำลังลงทุนที่หาดใหญ่ ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาท เป็นจุดศูนย์รวมสินค้า จากนั้นจะมีการกระจายไปสู่ภาคใต้ตอนล่าง นอกจากนี้สตาร์ ซันไชน์ มีการขยาย Shop เพื่อให้คนได้ทดลองสินค้า 4.มุ่งเน้นการทำอุปกรณ์ผ่านสื่อ คือ และรายการ Romans Society ผ่านสื่อดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel รวมทั้งแนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจ และร่วมเก็บภาพบรรยากาศภายในงานเพื่อไปเผยแพร่ให้เกิดการรับรู้มากที่สุด"




Credit By :ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : "สตาร์ซันไชน์" เน้นปีแห่งการฝึกอบรม เปิดสาขาไทย 2 แห่งเจาะเวียดนามเป็นฮับ








สตาร์ซันไชน์ ยังมุ่งเน้นทำตลาดผ่านวิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียม เพราะประชาชนรู้จักทั่วถึง ส่งผลให้ตัวแทนขายง่าย ย้ำชัดปี 56 เปิดสาขาอีก 2 แห่ง โคราช-หาดใหญ่ ไว้เป็นศูนย์ฝึกอบรมพนักงานที่ต้องการให้เป็นมืออาชีพ และมุ่งเน้นเจาะตลาดอาเซียน เปิดสาขาที่กัมพูชาเรียบร้อย จากนั้นทยอยเปิดที่ เวียดนาม สิงคโปร์ และลาวตามลำดับ


นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2556 ว่า ยังคงมุ่งเน้นขยายตลาดผ่านวิทยุชุมชนและทางช่องทีวีดาวเทียมที่ทำมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่เห็นผล นอกจาก บริษัทจะมีทีวีเป็นของตนเอง 2 ช่องแล้ว ยังซื้อเวลาของ สถานีอื่นอีก 10 ช่อง เพื่อโปรโมตสินค้าให้ประชาชนได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอด 2-3 ปีที่มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้ก็เป็นผลดีต่อตัวแทนจำหน่ายขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้น บริษัทจะต้องคัดสรรสินค้าที่ดีมีคุณภาพนำออกมา จำหน่าย


สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2556 นั้น บริษัทเห็นความสำคัญของ การเปิดตลาดอาเซียน หรือ AEC จึงขยายตลาดไปเปิดสาขายัง กรุงพนม-เปญ ประเทศกัมพูชา เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดวันและเวลาในการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ มุ่งมั่นให้ทางพนมเปญเป็นฮับในการเปิดตลาดก่อน เนื่องจากประเทศนี้เปิด โอกาสให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้เต็ม 100% เพราะฉะนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำตลาดที่ไม่ก่อให้เกิดรอยต่อของธุรกิจที่ทำแบบไบนารี่ หากมีขาทาง ประเทศไทยสามารถไปต่ออีกขาหนึ่งที่ประเทศกัมพูชาก็ได้


หลังจากนั้น บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายไปเปิดสาขายังประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ ที่กฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% เช่นกัน จากนั้นก็จะไปยังประเทศ ลาว ขณะนี้กำลังเจรจาร่วมกันถึงสัดส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งทางประเทศลาวใช้กฎหมายคล้ายกับประเทศไทยที่คนต่างชาติถือหุ้นได้ไม่ถึง 50% แต่ขณะนี้มีลูกค้าซื้อสินค้าของบริษัทเข้าไปใช้และจำหน่ายบ้างแล้ว จึงถือว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน


ส่วนทิศทางการทำตลาดในประเทศ ไทยนั้น ถือว่าปีนี้เป็นปีแห่งการพัฒนาบุคลากร ที่ผ่านมายอดจำหน่ายสินค้านั้นได้ตามเป้าหมาย แต่บุคลากรยังไม่ได้คุณภาพ ดังนั้น บริษัทจะเน้นฝึกอบรม ตัวแทนจำหน่ายให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อมุ่งให้เขาสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเปิดสาขาของรับการ ขยายตัวของสมาชิก และเป็นสถานที่ ที่ใช้ฝึกอบรมอีก 2 แห่ง ได้แก่ โคราชจังหวัดนครราชสีมา และหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาภายในปีนี้ รวมแล้วจะมีสาขาทั้งสิ้น 5 แห่ง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง คือ สาขาอุบลราชธานี, เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์


นายโกสิทธิ์กล่าวว่า สาขาที่เปิดส่วนใหญ่จะซื้อที่ดินแล้วสร้างใหม่ หรือ ซื้ออาคารพาณิชย์แล้วมาตกแต่งใหม่ทั้งหมด การเปิดสาขาอันที่จริงก็ไม่จำเป็นมากนัก แต่เปิดเพื่อขยายเป็นฮับและเป็นสถานที่ฝึกอบรมสำหรับตัวแทนจำหน่าย สำหรับผลการดำเนิน งานช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าทิศทางเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น มียอดจำหน่ายที่กระเตื้องขึ้น ผลจากปลายปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทนำสินค้าใหม่เข้ามาเสริม อีก 7-8 ชนิด ทำให้ยอดจำหน่าย ไปในทิศทางที่วางไว้ เฉพาะสินค้าธง นำคือ คาร่า พลัส ยอดจำหน่ายเฉลี่ยเดือนละ 20 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีคงจะเป็นไปตามเป้าหมายคือ 3,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตปีละ 10-20%




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6-8 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : จากอาชีพแม่ค้าสู่เศรษฐีใหม่ สตาร์ซันไชน์ ...ปุณยานุช ปุญยมณีกูล นักสู้สตรีเหล็ก









วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอนและไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


...ใครจะเชื่อบ้างว่า แม่ค้าขายของชำ ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี ปุณยานุช ปุญยมณีกูล จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น แม่ค้า ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด ปุณยานุช ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย ปุณยานุช ได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของ


ชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ ปุณยานุช เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ สตาร์ซันไชน์ เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่นและขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


ปุณยานุช บอกกับ ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิกและทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงานว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง


...วันนี้ดูเหมือนว่า ปุณยานุช เริ่มที่จะรักและชอบในธุรกิจขายตรงที่ สตาร์ซันไชน์ จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ ปุณยานุช อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์ เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น ปุณยานุช บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ปุณยานุช ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลาและการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ ปุณยานุช ปุญยมณีกูล ...!!





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สตาร์ซันไชน์ รุกตลาดคลาร่าพลัส ร่วมทัพลูกทุ่งเฟสทิวัลครั้งที่ 2








สตาร์ซันไชน์ บุกการตลาดอย่างหนัก ร่วมเดินทัพงานลูกทุ่งเฟสทิวัล ครั้งที่ 2 มหกรรมงานคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ ค่ายอาร์สยามคนนับแสนร่วมงาน คลาร่าพลัส ประสบความสำเร็จในงานนี้มีเหล่านักร้องมากมาย ร่วม 200 กว่าชีวิตที่ค่ายอาร์สยาม ยกทัพมาในงานคอนเสิร์ตลูกทุ่งเฟสทิวัลครั้งที่ 2 และภายในงาน มีบูธกิจกรรมของ คลาร่าพลัสจากสตาร์ซันไชน์ และยังได้รับเกียรติจากท่านประธานโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธาน บริษัทสตาร์ซันไชน์ และคุณภัชฎาภรณ์ ศรีแก้ว รองประธานบริษัท สตาร์ ซันไชน์ มามอบกระเช้าให้กับศิลปินนักร้องค่ายอาร์สยามมากมาย อาทิ หนูเล็ก อาร์สยาม ออม อาร์สยาม จากวงบลูเบอร์รี่, หญิง ธิติกานต์, เล็ก-ใหญ่ อาร์สยาม, แคท รัตกาล, นุ้ย สุวีนา, บิว กัลยาณี นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มาร่วมสร้างสีสันภายในบูธของคลาร่า พลัส และมีแฟนๆ มาร่วมให้กำลังใจที่ บูธอย่างคับคั่ง ซึ่งสตาร์ ซันไชน์ยังไม่หยุดยั้ง ต่อ ด้วยการออกบูธอีกครั้งใน งานสโมสรชิมิ ที่พิษณุโลก วันที่ 4 พฤศจิกายน และ วันที่ 23 ธันวาคมที่เมือง โคราช


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241