ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จันทร์สว่าง Chansawang แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จันทร์สว่าง Chansawang แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงเฮือกสุดท้าย!เคลื่อนขบวนเต็มสตรีม ศึกปีหน้าชี้ชะตายักษ์ไบนารี่ใครครอง..?







nnh (Mobile)

 


จับชีพจรขายตรงโค้งสุดท้าย...พบหลายค่ายใส่เกียร์ธุรกิจเต็มสตรีม เกมแรก วัดขุมกำลังจัดงานปลายปีโชว์ศักยภาพ...เกม 2 ปรับแผนเดินหมากดูดสมาชิกให้อยู่หมัด ป้องกันคนไหล...เกม 3 เดินหน้าปล่อยสินค้าใหม่ - อัดโปรโมชั่น - มุ่งอบรม - เพิ่มศูนย์ ครบเครื่องครบรส...ศึกปีหน้าชี้ชะตายักษ์ตัวใหม่ “ไบนารี่” ตำแหน่งนี้ใครครอง..?


...เป็นที่ทราบกันดีว่า “เกมการแข่งขัน” ใน “ธุรกิจขายตรง” นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี มีหลายต่อหลายค่าย ต่างออก “อาวุธลับ” มา “เชือดเฉือน” ธุรกิจกันอย่างสนุกมือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการปลุกยอดขายให้ตื่น หลังสลบกับภาวะวิกฤติรอบด้านมานาน


เรื่องปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกือบทุกบริษัท ต่างออกมางัดแผนทั้งเชิงรุกและรับ แบบฉบับฉับไวกันเลยทีเดียว


ซึ่งวินาทีนี้ เรียกได้ว่า อาจเป็น “เฮือกสุดท้าย” ก่อนสิ้นปี ในห้วงของเทศกาลของการปิดยอดขายได้มากที่สุด ดังนั้น หลาย ๆ ค่ายเริ่มมีการอัดกลยุทธ์กันแบบเต็มแม็กซ์เลยทีเดียว โดยเฉพาะ “เหล่าผู้ประกอบการ” ใน “ธุรกิจขายตรง”


ที่สำคัญโปรโมชั่นที่นำเสนอ ไม่ใช่แค่ ลด แลก แจก แถม เท่านั้น แต่ยังเสริมกลยุทธ์หลาย ๆ ด้าน เพื่อเติมความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่น เพื่อจะดึงดูดสมาชิกเข้ามาเสริมทัพให้ได้มากที่สุด


เริ่มตั้งแต่การจัดงานโหมโรงธุรกิจก่อนสิ้นปี เพื่อวัดขุมกำลังและกำหนดทิศทางเดินธุรกิจในปีหน้า ฉะนั้น


จะเห็นได้ว่า การจัดงานเกียรติยศทั้งแบบใหญ่สุดอลังการ หรือเกียรติยศระดับกลางถึงเล็ก ก็คัดเอาช่วงนี้เป็นช่วงชี้วัดเกมธุรกิจ...


ซึ่งภาพลักษณ์ที่ได้รับ ก็จะกลายเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่จะชี้ชัดได้ว่า ใครคือยักษ์...ใครคือตัวจริง และใครคือตัวปลอม โดยเฉพาะตัวปลอมหากดันช็อตสุดท้ายปลายปีไม่กระเตื้อง ก็เท่ากับว่า โอกาสจะเจ๊งย่อมมีสูง และหากไม่ปรับเกมแบบฉับไว โอกาสของพี่ใหญ่ก็จะเข้ามาฮุบเหยื่อปลาชิ้นงาม ก็มีสิทธิ์เต็มประตู


ลองมาดูกลเกม ทั้งยักษ์ใหญ่ น้องกลาง และน้องเล็ก ว่ามีทีเด็ดเรียกยอดอย่างไร..? ก่อนจะเปิดรับศึกใหญ่อีกครั้งที่จะปะทุขึ้นในช่วงต้นปี 2557


 “หมอเส็ง”เปิดศึกชิงที่ 1


ชักธงไบนารี่ขึ้นนำแถวหน้า


...เริ่มต้นความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่แห่งวงการขายตรงค่ายแรก “บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด” หรือ “หมอเส็ง” ก็ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่น ตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายนี้เช่นกัน ด้วยการเตรียมจัดงาน “เวทีแห่งฝัน วันแห่งเกียรติยศครั้งที่ 15 “หมอเส็ง” ฉลองชัยก้าวไกลสู่ปีที่ 12” ซึ่งเป็นงานมอบรางวัลเสื้อเกียรติยศ ฉัตรทอง”, ฉัตรไพลิน, ฉัตรมุก, ฉัตรทับทิม, ฉัตรมรกต, ฉัตรเพชร ให้แก่นักธุรกิจหมอเส็งที่ประสบความสำเร็จ


โดยคาดการณ์ว่า งานดังกล่าวน่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 6,000 - 7,000 คนด้วยกัน ผลจากการทุ่มงบในการสร้างแบรนด์ติดต่อกันยาวนาน กับเกือบปี ทำให้วันนี้แบรนด์หมอเส็งไม่ว่าจะเหลียวไปทางไหน ก็มีแต่ผู้คนถามหา และเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้ “หมอเส็ง” จึงเลือกจัดงานใหญ่บนพื้นที่ที่กว้างขวาง จากเดิมที่เคยจัดงานที่สำนักงานใหญ่ เพื่อรองรับสมาชิกและผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง


ที่สำคัญการจัดงานสไตล์ “หมอเส็ง” พร้อมทุ่มและแจกงบไม่อั้น แถมยังอิ่มหนำสำราญกับอาหารครบมื้อ และยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากความบันเทิงที่ถูกขนมาอย่างครบเครื่อง เพราะฉะนั้นเราจะเห็นองค์กรยักษ์ใหญ่ “หมอเส็ง” เติบโตอย่างอหังการอีกครั้ง โดยงานดังกล่าวก็จะเป็นตัวชี้วัดการจัดอันดับขายตรงในแผนไบนารี่ว่า ตำแหน่งหมายเลข 1 “หมอเส็ง” จะกลับมาครองความยิ่งใหญ่นี้ได้หรือไม่ สิ้นปีนี้รู้ผล โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556 เวลา 9.00 - 18.00 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต...เรียกว่า เป็นการสร้างความฮึกเหิมช่วงโค้งสุดท้ายของปีเลยทีเดียว


 “นีโอฯ-สุพรีเดอร์ม-ยูนิลีเวอร์”


แห่ปรับแผนกระตุ้นต่อมสมาชิก


…เรื่องการจ่ายผลตอบแทน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงที่สำคัญของ “ธุรกิจขายตรง” ซึ่งหากค่ายไหนที่มีแผนเร้าใจและดึงดูดใจสมาชิกมากเท่าไหร่ โอกาสที่สมาชิกจะยึดมั่นและถือมั่นในธุรกิจที่ทำ ก็ย่อมมีสูงเช่นกัน เห็นได้จากช่วงปลายปีนี้ มีหลาย ๆ บริษัทต่างแห่กันปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนกันถ้วนหน้า


เริ่มต้นกันที่ “นีโอ ไลฟ์” ค่ายยักษ์ใหญ่ไบนารี่ ชูโครงการรายได้ทวีคูณขึ้นมา โดยนอกเหนือจะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้ว ยังคงรับรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยสมาชิกสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาทเท่านั้น ทาง “นีโอ ไลฟ์” ก็จะมีการมอบประกันชีวิตในวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปีด้วยกัน


ส่วน “ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค” ได้ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ ที่ชื่อว่า i12 (ไอทเวลฟ์) โดยมีจุดแข็งตรงที่ว่า สมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของค่าย “ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค” หลังจากที่ได้มีการปรับชื่อองค์กรใหม่ พร้อมกับการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนในครั้งนี้


...เช่นเดียวกับทางด้าน “สุพรีเดอร์ม” ก็มีการปรับแผน การจ่ายผลตอบแทนเช่นกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับในตลาดขายตรงในช่วงนี้ ซึ่งแผนดังกล่าวมีชื่อว่า “P17” ซึ่งแผนนี้เป็นแผนการจ่าย เพื่อสร้างให้เป็นมรดกของสมาชิก โดยจะเน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมกันนี้ “สุพรีเดอร์ม” ยังได้มีการส่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันมะกอกที่ถือเป็นสินค้าในการกระตุ้นตลาดในช่วงนี้ รวมถึงการจัดแคมเปญพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดอีกด้วย


จะเห็นได้ว่า เรื่องการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทน ถือเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งหากค่ายไหนสามารถสร้างสิ่งจูงใจและดึงดูดคนเครือข่ายได้มากเท่าไหร่ เชื่อว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนของธุรกิจได้มากขึ้นเท่านั้น และอาจเป็นแผนสำคัญที่ก่อให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล ก็เป็นได้!!..


 “จันทร์สว่าง - 4ไล้ฟ์”ลุยแพ็คเกจ


เสริมยุทธศาสตร์ตลาดเต็มเหนี่ยว


ทางด้าน “บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด” ภายใต้การนำของ “ดร.กัญชร จันทร์สว่าง” ก็ออกมาปล่อยอาวุธช่วงเฮือกสุดท้ายของปีเช่นกัน ภายใต้นโยบายธุรกิจ 5 พัฒนา ประกอบด้วย


1. พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่มสินค้าใหม่ ซึ่งจะมีการพัฒนาแพ็คเกจสินค้าให้มีสีสันสวยงาม ทันสมัย และมีความสะดวกในการใช้สินค้ายิ่งขึ้น


2. พัฒนาศูนย์เก่าและเพิ่มศูนย์ใหม่ โดยเน้นการฝึกอบรมโดยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ มีการกำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพเหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มใหม่อีก 8% ภายในปี 2557 โดยการให้โปรโมชั่นพิเศษและรางวัลพิเศษ เป็นต้น


3. พัฒนาช่องทางการทำโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบประมาณในการโฆษณาอีก 7 - 8% ผ่านช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และการทำกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และเพิ่มช่องทาง Social Network เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น


4. พัฒนาแนวทางการฝึกอบรม แก่ผู้บริหารศูนย์ความงามทั่วประเทศ ให้มีความรู้ทันยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังเน้นอบรมเสริมด้านสปา อีกทั้งเพิ่มในส่วนของการอบรมรายศูนย์และการอบรมสัญจรตามต่างจังหวัดให้มากขึ้น และ


5. พัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัวผู้แทนการค้าประเทศเยอรมันและประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ไปบ้างแล้ว...นับเป็นนโยบาย 5 พัฒนาที่ทางค่าย “จันทร์สว่าง” ต่างงัดออกมาสู้ศึกขายตรงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ชนิดที่ว่าครบทุกกระบวนท่าเลยก็ว่าได้


…ด้าน “บริษัท 4ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด” ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ก็ได้เร่งเครื่องด้วยการจัดโรดโชว์ไปตามภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมกับแผนการสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ 2 รายการ คือ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ บีซีวี และ นูทราสตาร์ท เพื่อต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น


รวมถึงยังได้จัดโปรโมชั่นแจกรางวัลเงินสดให้แก่ผู้ที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งไดมอนด์ และเพรสซิเด้นท์ไดมอนด์อีกด้วย ซึ่งตำแหน่งไดมอนด์ จะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 รวมทั้งสิ้น 50,000 บาท และตำแหน่งเพรสซิเด้นท์ไดมอนด์ รับเงินสดมูลค่า 150,000 บาท ที่สำคัญทาง 4ไล้ฟ์ ยังได้มีการทำการตลาดผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์ค ด้วยการเจาะฐานสมาชิกในกลุ่ม Gen Y มากขึ้นด้วย


 “นิวไลฟ์ - โมสท์เวลล์”ลุยต่างแดน


จัดงานใหญ่ประลองขุมกำลัง


“นิว ไลฟ์” ณ ช่วงเวลานี้ ก็ได้ออกมากล่าวยอมรับแล้วว่า การแข่งขันของธุรกิจขายตรง ณ ตอนนี้ค่อนข้างที่จะดุเดือดอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงปลายปี เห็นได้จากหลาย ๆ ค่ายในธุรกิจขายตรงต่างออกกลยุทธ์ที่หลากหลาย เพื่อมากระตุ้นยอดขายกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง


ซึ่งแผนงานของ “นิว ไลฟ์” ในอนาคตอันใกล้นี้ พบว่า ได้เตรียมที่จะบุกตลาดต่างแดน 2 ประเทศด้วยกัน คือ ประเทศอินโดนีเซียและประเทศนอร์เวย์ โดยการเข้ารุกไปในตลาดต่างประเทศนั้น จะเป็นการเปิดในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยจะมอบหมายให้นักธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว เป็นผู้ลงทุนบริหารงานเองทั้งหมด พร้อมกับการรุกตลาดเออีซีอย่างต่อเนื่องด้วย


อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญช่วงโค้งสุดท้ายนี้ “นิว ไลฟ์” ยังได้เพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วยการนำกลุ่มสินค้าเกษตร ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นัมเบอร์วันอินทรีย์ภัณฑ์” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน พร้อมกับเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจด้วยสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท และสาขาจังหวัดขอนแก่นที่กำลังเตรียมตัวเปิดในช่วงเดือนมกราคมปี 2557 ก้าวไปพร้อมกับการสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจรับเดือนมกราคมปีหน้านี้ ด้วยรหัสลับ “We are Number One : เราคือที่ 1” ที่จะเป็นงานประดับเข็มครั้งยิ่งใหญ่ ณ จุดนัดพบที่ศูนย์ไบเทค บางนา


...ด้านความเคลื่อนไหว “โมสท์เวลล์” ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมโฟกัสจับธุรกิจกับคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยรู้จักธุรกิจเครือข่ายให้มากขึ้น พร้อมเน้นการฝึกอบรมให้กับสมาชิกได้เข้าใจในธุรกิจและผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงโค้งสุดท้ายปลายปี “โมสท์เวลล์” ยังได้จัดโปรโมชั่น พิเศษในการกระตุ้นยอดขาย เพื่อต้องการผลักดันธุรกิจให้มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 20 - 30% อีกด้วย รวมทั้งยังมีแผนงานในการจับมือกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ ที่สนใจจะนำผลิตภัณฑ์ของ “โมสท์เวลล์” เข้าไปทำตลาดในประเทศนั้น ๆ อาทิ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และกลุ่มในแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : “จันทร์สว่าง” รุกหนักตลาดบิวตี้ เซ็นเตอร์ งัด 5 กลยุทธ์ กระตุ้นตลาดโค้งสุดท้าย







404251_396983723703015_1217162353_n (Mobile)

 


จันทร์สว่าง ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ ยอดเปิดศูนย์สาขาทะลุเป้า ด้วยกลยุทธ์ “เปลี่ยนผู้ใช้เป็นศูนย์แฟรนไชส์” ตั้งเป้ารายได้สิ้นปี 600 ล้านบาท ลั่น ! ปี 57 พร้อมเปิดศูนย์ใหม่อีก 8 %


บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด ผู้ผ้ลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “จันทร์สว่าง” ประกาศความยิ่งใหญ่ในการเป็นผู้นำธุรกิจเวชสำอางสมุนไพร ปรับกลยุทธ์ใหม่ “เปลี่ยนผู้ใช้เป็นศูนย์แฟรนไชส์” ตามคอนเซปต์ “สวยแล้วต้องรวยด้วย”


ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธานบริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด กล่าว่า จันทร์สว่างได้มีการวางกลยุทธ์ใหม่ปรับแผนการพัฒนาสินค้าและการบริการอย่างหนัก เพื่อรุกตลาดความงามภายใต้นโยบายธุรกิจ 5 พัฒนา เพื่อให้ประสบความสำเร็จ โดย 1.พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่มสินค้าใหม่ ซึ่งจะมีการพัฒนาแพ็คเกจสินค้าให้มีสีสันสวยงาม ทันสมัย และมีความสะดวกในการใช้สินค้ายิ่งขึ้น โดยในปีนี้บริษัทจะเพิ่มไลน์สินค้าประเภทสเต็มเซลล์เข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ ซึ่งกำลังเป็นกระแสยอดฮิตในปัจจุบัน เพื่อมาเติมเต็มในส่วนที่เรายังขาดหรือบกพร่องอยู่ ส่วนสินค้าในกลุ่มสิว ฝ้า ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์ เอจ ล็อค รี นิววัล สกิน ซีรั่ม (AGE LOC RENEWAL SKIN SERUM),เอจ ล็อค รี นิววัล สกิน ครีม(AGE LOC RENEWAL SKIN CREAM) เป็นต้น 2.พัฒนาศูนย์เก่าและเพิ่มศูนย์ใหม่ โดยเน้นการฝึกอบรมโดยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ มีการกำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพเหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มใหม่อีก 8 % ภายในปี 2557 โดยการให้โปรโมชั่นพิเศษเละรางวัลพิเศษ เป็นต้น


“ปัจจุบันเรามีศูนย์ความงามจันทร์สว่างเปิดให้บริการกว่า 600 ศูนย์ ทั่วประเทศซึ่งเป็นแฟรนไชส์ศูนย์ความงามแบบครบวงจร สำหรับให้บริการดูแลผิวพรรณบนใบหน้าและเรือนร่าง โดยมีผู้ให้คำปรึกษาแก่กลุ่มบุคคลทั่วไปหรือผู้สนใจที่มีปัญหาด้านผิวพรรณด้วยสมุนไพร และบริษัทยังได้เปิดสถาบบันเสริมความงาม เพื่ออบรมหลักสูตรต่างๆ เช่นการนวดหน้า นวดหน้าอก นวดตัว เป็นการเผยแพร่ให้กับผู้สนใจร่วมทำธุรกิจ


นอกจากนี้ศูนย์ความงามจันทร์สว่างยังเป็นเหมือนจุดกระจายสินค้าของบริษัท โดยผู้ร่วมทำธุรกิจศูนย์ความงามจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายตามแผนการจ่ายผลตอบแทนของศูนย์ความงามตามนโยบายของบริษัทอีกด้วย” ผู้บริหารจันทร์สว่าง กล่าว


3.พัฒนาช่องทางการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบประมาณในการโฆษณาอีก 7-8 % ผ่านช่องทางต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และการทำกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และเพิ่มช่องทาง Social Network เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น 4.พัฒนาแนวทางกาฝึกอบรม แก่ ผู้บริหารศูนย์ความงามทั่วประเทศ ให้มีความรู้ทันยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกกจากจะเน้นอบรมเรื่องใบหน้าและเรือนร่างแล้ว บริษัทยังจะเน้นอบรมเสริมด้านสปาเพิ่มด้วย และจะเพิ่มในส่วนของการอบรมรายศูนย์และการอบรมสัญจรตามต่างจังหวัดให้มากขึ้น เพื่อให้กำลังใจและให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารศูนย์ว่ามีอะไรที่ยังบกพร่องอยู่และต้องเสริมหรือเพิ่มเติมอะไรอีก


5.พัฒนาตลาดต่างประเทศ บริษัท จันทร์สว่าง เตรียมรุกตลาดต่างประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ล่าสุดได้ทำเปิดการตัวผู้แทนการค้าประเทศเยอรมัน และประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเปิดตลาดต่างประเทศ


“ปัจจุบันบริษัทได้มีการนำสินค้าไปจำหน่ายในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ จีน อินเดีย มาเลเซีย กัมพูชา พม่า ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายสำหรับปีนี้ไว้ที่ 50 ล้านบาท และในอนาคตคาดว่าน่าจะเพิ่มสัดส่วนยอดขายตลาดต่างประเทศได้อีกเป็น 30-35% ของยอดขายรวมทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นพันธมิตรกับเรามานานกว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อสินค้าเกือบ 10 ล้านบาท และจากการทำตลาดในต่างประเทศทำให้เราทราบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีความนิยมสินค้าไทยอยู่มาก โดยเฉพาะที่กัมพูชา ดังนั้นสินค้าในบริษัททุกตัวจึงยังคงมีฉลากภาษาไทยอยู่ด้วย” ดร.กัญชร กล่าว


ทั้ง บริษัท จันทร์สว่างจำกัด ยังได้อักโปรโมชั่นพักผ่อนท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อกระตุ้นยอดขายสำหรับผู้บริหารศูนย์ความงามทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนด โดยกำหนดจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศพม่าประมาณเดือนตุลาคมปีหน้า ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการกระตุ้นยอดขายในแต่ละสาขา นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการเข้าร่วมการดำเนินการจัดทำมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์ของกนมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งเป้าคว้ารางวัลสุดยอดมาตรฐานแฟรนไชส์แห่งชาติ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้


สำหรับผลการดำเนินการ 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทจันทร์สว่าง สามารถทำยอดขายได้แล้ว 400 กว่าล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในสิ้นปีนี้ที่ 600 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ 5 พัฒนาดังกล่าวข้างต้นเป็นตัวชูโรง เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 234 ประจำวันที่ 1-15 พฤศจิกายน  2556


 

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : "จันทร์สว่าง" อัด 5 แผนยกเครื่องบริษัทเน้นขยายแฟรนไชส์ดึงทุนนอกเปิด ตปท.







1374249_543182322416487_1584022096_n (Mobile)

 


"จันทร์สว่าง" ยกเครื่อง อัด 5 แผน ใหม่ลุยตลาดปลายปี พร้อมอัดโปรโมชั่นล่อใจผู้บริโภค ดึงแฟรนไชส์ของบริษัทไป ขีดเส้นปี 57 ต้องขยายศูนย์ความงามให้ครบ 600 ศูนย์ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 500 ศูนย์ พร้อมดึงคนต่างชาติร่วมขยาย หวังแพร่ศูนย์สาขาออกนอกประเทศ รองรับ AEC ส่วนยอดขายปี 56 ตั้งเป้า 600 ล้านบาท ฟุ้ง! ผ่าน 8 เดือน ทำได้แล้ว 400 ล้านบาท


ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธาน บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพร ภายใต้แบรนด์จันทร์สว่าง เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการวางกลยุทธ์ใหม่และปรับแผน เพื่อรุกตลาดความงามภายใต้นโยบายธุรกิจ 5 พัฒนา โดยแผนที่ 1 พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่ม สินค้าใหม่ มีการพัฒนาหน้าตา รูปร่างด้านความสวยความงาม และความสะดวกในซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น ในกลุ่มสิว ฝ้า ไม่ว่าจะเป็น เอจ ล็อก รีนิววัล สกิน ซีรั่ม, เอจ ล็อก รีนิววัล สกิน โลชั่น และเอจ ล็อก รีนิววัล สกิน ครีม


แผนที่ 2 พัฒนาศูนย์เก่า และเพิ่มศูนย์ใหม่ ซึ่งจะเน้นการ ฝึกอบรมโดยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ กำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพเหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มขึ้นใหม่อีก 8% ภายในปี 2557 โดยการออกโปรโมชั่นพิเศษ และรางวัลพิเศษต่างๆ


"บริษัทมีศูนย์ความงาม 500 ศูนย์ และเตรียมเปิดเพิ่มเป็น 600 ศูนย์ ให้ได้ภายในปีหน้า พร้อมปรับแต่ละศูนย์ให้มีทัศนียภาพของศูนย์ให้เป็นโทนสีฟ้ากับสีเหลืองทุกศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ง่ายขึ้น ซึ่งการลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์ในงบประมาณ 50,000 บาท แยก สัดส่วนเป็นสินค้า 25,000 บาท แฟรนไชส์ 15,000 บาท เข้าอบรมเรียนรู้ 3,000 บาท ตกแต่งศูนย์ 10,000 บาท ล่าสุด มีตัวแทน จากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นนิวซีแลนด์, อังกฤษ, เยอรมนี และออสเตรเลีย ก็ให้ความ สำคัญเดินทางมาอบรมกับบริษัทเพื่อเป็นตัวแทนไปเปิดศูนย์ ซึ่งการเปิดศูนย์จะต้องมียอดขายอย่างน้อยประมาณ 5 ล้านบาท ถึงจะเปิดศูนย์ได้"


แผนที่ 3 พัฒนาช่องทางการทำโฆษณา และประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบประมาณในการโฆษณา 7-8% ผ่านช่องทาง ต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์, โทรทัศน์, วิทยุ และการทำกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และเพิ่มช่องทาง social net-work เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น


แผนที่ 4 พัฒนาแนวทางการฝึกอบรม แก่ผู้บริหารศูนย์ความงามให้มีความรู้ที่ทันยุคสมัย อย่างต่อเนื่อง และแผนที่ 5 พัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยจันทร์สว่างเตรียมรุก ทำตลาดต่างประเทศอย่างหนักสู่กลุ่มประเทศ ในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ล่าสุด ได้ทำการ เปิดตัวผู้แทนการค้าประเทศเยอรมนี และประเทศพม่า ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเปิดตลาด AEC


ในส่วนของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั้น บริษัทได้เตรียมอัดโปรโมชั่น กระตุ้นยอดขาย โดยให้สมาชิกได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งจะนำผู้บริหารศูนย์ทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ตาม ที่กำหนดไปท่องเที่ยวประเทศพม่า เริ่มเดินทางประมาณเดือนตุลาคม ปี 2557 พร้อมกันนี้ จันทร์สว่างยังได้พัฒนาอย่างไม่ หยุดยั้ง ด้วยการเข้าร่วมการดำเนินการจัดทำ มาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งเป้าคว้ารางวัลสุดยอดมาตรฐานแฟรนไชส์แห่ง ชาติซึ่งจะทำให้บริษัทเราเติบโตไปอย่างมั่นคงและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้


อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตมาส 1-3 ของระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ยอด ขายยังนิ่งอยู่ ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 400 ล้านบาท ทำให้ไตรมาสที่ 4 จะต้อง ทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อกระตุ้น ยอดขายให้ได้ถึง 600 ล้านบาท โดยการใช้งบประมาณกระตุ้น ราวๆ 15% โดยตลาดต่าง-ประเทศ บริษัทได้มีการนำสินค้าไปจำหน่ายหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่จีน, อินเดีย, มาเลเซีย, กัมพูชา และพม่า และได้ตั้งเป้ายอด ขายไว้ที่ 50 ล้านบาทในส่วนของตลาดต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี โดยประเทศกัมพูชามีการสั่งออเดอร์เข้ามามากที่สุดคือ เกือบ 10 ล้านบาท รองลงมาคือ พม่า


ขณะที่สัดส่วนของสมาชิกที่เข้ามาทำธุรกิจกับ "จันทร์สว่าง" แบ่งเป็น 60% ทำเป็นอาชีพหลัก และ 30% ทำเป็นอาชีพเสริม โดยได้พยายามผลักดันเพิ่มสัดส่วนให้ มีสมาชิกทำเป็นอาชีพหลักมากกว่านี้ และในช่วงวันที่ 11-12 ตุลาคม 2556 บริษัทได้จัดงานประดับเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่สมาชิก ที่โรงแรมพัทยา แอมบาสเดอร์ และจะมีการประกวดศูนย์ความงาม เพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไปสู่ระดับประเทศ


 


 




Credit By : http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : ‘จันทร์สว่าง’เร่งเครื่องบุกต่างแดนเต็มอัตราศึก ปล่อยกลยุทธ์5แนวทางดันยอดสิ้นปีแตะ600ล.







FB3SSX55YDRPX1542010593 (Mobile)

 


“จันทร์สว่าง” ออกหมัดเด็ดฉลอง 10 ปี พร้อมดันกลยุทธ์ 5 แผนพัฒนา กรุยทางสู่ตลาดโลก...ด้าน “ดร.กัญชร” ปรับกลยุทธ์ใหม่เปลี่ยนผู้ใช้ เป็นศูนย์แฟรนไชส์ พร้อมเดินหน้าเปิดศูนย์เพิ่มขึ้นใหม่อีก 8% ภายในปี’57 ลั่น!สิ้นปีขอยอดแตะ 600 ล้าน


หากพูดถึงธุรกิจ “จันทร์สว่าง” เชื่อว่าชื่อนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักอย่างแน่นอน!..เพราะตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแบรนด์นี้ เป็นที่คุ้นหูและชินตาของผู้บริโภคทั่วทั้งประเทศ ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจ “จันทร์สว่าง” ที่สามารถประสบความสำเร็จจนมาถึงวันนี้ได้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีแม่ทัพหญิงแกร่งอย่าง “ดร.กัญชร จันทร์สว่าง” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “จันทร์สว่าง” นั่นเอง!!....


จะเห็นได้ว่า ในช่วงนี้ การแข่งขันในธุรกิจเครือข่ายเอง ค่อนข้างที่รุนแรงอย่างมากทีเดียว หลาย ๆ ค่ายต่างก็ชูกลยุทธ์ของตัวเองออกมาช่วงชิงพื้นที่รบกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง...เช่นเดียวกับทางค่าย “จันทร์สว่าง” เอง ที่ทางด้าน “ดร.กัญชร จันทร์สว่าง” ประธาน บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “จันทร์สว่าง” ก็ได้ออกมาเผยถึงกลยุทธ์ในการบุกตลาดนับจากนี้ต่อไปว่า สิ่งที่บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการในการบุกตลาดนับจากนี้คือ การวางกลยุทธ์ใหม่พร้อมกับการปรับแผนอย่างหนัก เพื่อรุกตลาดความงามภายใต้นโยบายธุรกิจ 5 พัฒนาไว้ที่ประกอบด้วย


แผนที่ 1 พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่มสินค้าใหม่ มีการพัฒนา หน้าตา รูปร่าง ด้านความสวยงามและความสะดวกในการใช้ของสินค้าเก่าทุกตัว และสินค้าใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น กลุ่ม สิว ฝ้า ก็จะเพิ่มความเข้มข้นของประสิทธิภาพในการใช้ให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์ AGE LOC RENEWAL SKIN SERUM /เอจ ล็อค รีนิววัล สกิน ซีรั่ม, AGE LOC RENEWAL SKIN LOTION /เอจ ล็อค รีนิววัล สกิน โลชั่น , AGE LOC RENEWAL SKIN CREAM /เอจ ล็อค รีนิววัล สกิน ครีม


แผนที่ 2 พัฒนาศูนย์เก่าที่มีอยู่ 500 สาขา และเพิ่มศูนย์ใหม่ โดยเน้นการฝึกอบรมโดยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ กำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพ เหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มขึ้นใหม่อีก 8% หรือประมาณ 100 ศูนย์ ภายในปี 2557 โดยการให้โปรโมชั่นพิเศษ รางวัลพิเศษ เป็นต้น


“ล่าสุดจันทร์สว่างมีการอัดโปรโมชั่น กระตุ้นให้ทุกคนได้พักผ่อน ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ จะนำผู้บริหารศูนย์ทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด ไปท่องเที่ยวประเทศพม่า โดยจะมีการออกเดินทางประมาณเดือนตุลาคม ปี 2557 ซึ่งทางบริษัทฯ คาดว่าจะเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการกระตุ้นยอดขายในแต่ละสาขา นอกจากนี้ จันทร์สว่างได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการเข้าร่วมการดำเนินการจัดทำมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งเป้าคว้ารางวัลสุดยอดมาตรฐานแฟรนไชส์แห่งชาติ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ เติบโตไปอย่างมั่นคงและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้”


“ดร.กัญชร” เผยอีกว่า สำหรับแผนที่ 3 คือ การพัฒนาช่องทางการทำโฆษณา และประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบประมาณในการโฆษณา 7-8 % ผ่านช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์, โทรทัศน์, วิทยุ และการทำกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และเพิ่มช่องทาง social network เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มแคมเปญโปรโมชั่นจากปกติเดือนละครั้ง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง รวมถึงการเพิ่มผลประโยชน์ให้กับนักธุรกิจอีก 10% จากปกติที่ได้รับ 60-70%


แผนที่ 4 พัฒนาแนวทางการฝึกอบรม แก่ผู้บริหารศูนย์ความงามให้มีความรู้ที่ทันต่อกาลสมัยอย่างต่อเนื่อง และแผนที่ 5 พัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยจันทร์สว่างเตรียมรุกทำตลาดต่างประเทศอย่างหนักสู่กลุ่มประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งล่าสุด ได้ทำการเปิดตัวผู้แทนการค้าประเทศเยอรมัน และประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพ เมียนมาร์แล้ว


“สำหรับตลาดต่างประเทศ ทางบริษัทฯ ได้มีการนำสินค้าไปจำหน่ายหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ จีน อินเดีย มาเลเซีย กัมพูชา พม่า ฯลฯ โดยเราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 50 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชามียอดจำหน่ายสินค้า เกือบ 10 ล้านบาท ส่วนลูกค้านิวซีแลนด์ จะมีผิวพรรณที่แตกต่างจากบ้านเรา จึงจำเป็นต้องมีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลูกค้าไปจำหน่าย โดยจะเป็นส่วนผสมแบบอ่อน ๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี”


“ดร.กัญชร” กล่าวอีกว่า เป้าหมายยอดขายของบริษัทฯ สิ้นปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาท โดยจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ทำยอดขายอยู่ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา 8 เดือน บริษัทฯ สามารถทำยอดขายไปแล้ว 400 ล้านบาทด้วยกัน


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : เปิดยุทธศาสตร์ล่าขุมทรัพย์ต่างแดนค่าย จันทร์สว่าง ประกาศเตรียมกุญแจสำคัญ 5 ดอก เข็นธุรกิจปี56 โต20%









หากพูดถึงธุรกิจจันทร์สว่าง เชื่อว่าชื่อนี้ไม่มีใครที่ไมรู้จักชื่อนี้อย่าง แน่นอน!..เพราะตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแบรนด์นี้ เป็นที่คุ้นหูและชินตาของผู้บริโภคทั่วทั้งประเทศ ซึ่งความสำเร็จของ ธุรกิจ จันทร์สว่าง ที่สามารถประสบความสำเร็จจนมาถึงวันนี้ได้เพราะมี แม่ทัพหญิงแกร่งอย่าง ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกลุ่มบริษัทจันทร์สว่าง เฮิรบ์ เบิล ไลน์ จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องสำอางสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ จันทร์สว่าง นั่นเอง


ต้องบอกว่าเส้นทางความสำเร็จของค่ายนี้ ที่กว่าจะผงาดอยู่ในธุรกิจนี้ มาจนปีที่ 10 ได้นั้น เรียกได้ว่าบุกป่าฝ่าดงกระสุนปืนในธุรกิจมาอย่างหนักหนา สากรรจ์ทีเดียว แต่ด้วยความตั้งมั่นของ ดร.กัญชร ที่อยากจะเห็นคนไทยได้ ใช้สินค้าไทยโดยเฉพาะสมุนไพรไทยนี่เอง จึงทำให้ผู้บริหารท่านนี้จึงไม่ยอม ย่อท้อต่ออุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า
และจากเส้นทางธุรกิจจาก1ปีจนก้าวสู่ปีที่ 10 ความมั่นคงของธุรกิจ จันทร์สว่าง ก็ยังไม่ลดละที่จะสร้างความสำเร็จไว้แค่นี้ ยังมองไปถึงตลาดต่าง ประเทศ ตลาดอาเซียนอีกด้วย เพื่อที่จะต้องการให้สินค้าไทยได้เป็นที่รู้จักของ คนทั่วโลก

ปี55ปรับแพ็คเกจจิ้งใหม่รับAEC พร้อมปล่อย5ยุทธศาสตร์ดันธุรกิจ

ในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจ จันทร์สว่าง แล้วจะพบว่า ค่ายนี้เริ่มที่จะหันมามองตลาดในอาเซียนมากขึ้น หลังจากที่กระแสของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เริ่มที่จะเข้ามามีบทบาท กับหลายๆ ธุรกิจ เช่นเดียวกับทาง จันทร์สว่าง เอง ก็เริ่มที่จะมีการเตรียม แผนรับมือกับตลาดอาเซียนนี่เช่นกัน...เห็นได้จากในปี 2555 ที่ผ่านมา ทาง จันทร์สว่าง ได้มีการเปิดตัว Chansawang New Packaging 2012 ใหม่ ในทุกกลุ่มสินค้าจันทร์สว่าง เพื่อรองรับตลาดประชาคมอาเซียน (AEC) ที่จะ เกิดขึ้นในปี 2558 นี้ เพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้ดูโมเดิร์นขึ้น พร้อมกับ เป็นการผลักดันยอดขายให้สูงขึ้นตามลำดับด้วย

นอกจากนี้ ในปีนี้ที่ผ่านมา ทางด้าน จันทร์สว่าง เอง ยังได้มีการปล่อย 5 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น แผนที่ 1 พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่มสินค้าใหม่ โดยพัฒนา หน้าตา รูปร่าง ด้านความสวยงาม และความสะดวกในการใช้ของสินค้าเก่าทุกตัว แผนที่ 2 พัฒนาศูนย์ที่เปิดแล้ว และเพิ่มศูนย์เปิดใหม่โดยเน้นการฝึกอบรมด้วยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ กำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพ เหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มขึ้นใหม่

แผนที่ 3 พัฒนาช่องทางการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบ ประมาณในการโฆษณาผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆมากขึ้น และการทำกิจกรรม การตลาด ณ จุดขาย ด้วยงบประมาณ กว่า 50 ล้านบาท แผนที่ 4 พัฒนา แนวทางการฝึกอบรมแก่ผู้บริหารศูนย์ความงามให้มีความรูที่ทันต่อกาลสมัย อย่างต่อเนื่อง และแผนที่ 5 พัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยขยายธุรกิจด้านการ ส่งออกเครื่องสำอางให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

เรียกได้ว่า จากแผนงานของ จันทร์สว่าง ที่ได้วางไว้ 5 แผนงานใน การบุกตลาดปีที่ผ่านมา สามารถบรรลุเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ เห็นได้จากศูนย์ ที่ตั้งไว้ที่จะขยาย 100 แห่งแต่ในปีที่ผ่านมาสามารถขยายได้อยู่ที่ 120 แหง่ ด้วย กัน พร้อมกันนี้ยังสามารถทำยอดขายได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 500 ล้านบาท อีกด้วย

ปี56 จันทร์สว่างประกาศบุกต่างแดน เร่งเตรียมเข็นสินค้าใหม่ยั่วใจผู้บริโภค

นับได้ว่า ความสำเร็จของธุรกิจ จันทร์สว่าง ในช่วงที่ผ่านมา ค่อน ข้างที่จะประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เห็นได้จากทางด้าน ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธานกลุ่มบริษัท จันทร์สว่าง เฮิรบ์ เบิลไลน์จำกัดได้เผยผ่าน ตลาด วิเคราะห์ ว่า ปีที่ผ่านมา ธุรกิจจันทร์สว่างค่อนข้างเติบโตดี ทั้งในส่วนของยอด ขายและความสำเร็จของสมาชิกทุกคน ส่งผลให้ในปีนี้ ทางบริษัทฯ จึงได้มีการ จัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์กับสมาชิกตั้งแต่ต้นปีนี้ เพื่อสร้างความฮึกเหิม และสร้างขวัญกำลังใจ ด้วยการจัดแรลลี่ กรุงเทพฯ จ.นครนายก ที่รีสอร์ทบ้าน ป่าริมเขื่อน พร้อมเที่ยวฟรี! กินฟรี! และร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย เมื่อวันที่ 12 13 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นการปลุกพลังของสมาชิก ในการทำธุรกิจตั้งแต่ต้นปีนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ยัง เตรียมที่จะพาสมาชิกเหินฟ้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยต้องบอกว่า ในเรื่องของโปรโมชั่นท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมเชื่อมความ สัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับสมาชิกถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่หลาย ๆค่าย ควรที่จะต้องให้ความสนใจในเรื่องนี้ และนอกเหนือจากกิจกรรมดังกล่าวที่ จันทร์สว่าง เติมพลังปลุกเชื้อไฟในการทำธุรกิจแล้ว ในทุก ๆ เดือน จันทร์ สว่าง เอง ยังมีการลงพื้นที่ไปติดตามเยี่ยมเยียนศูนย์ของสมาชิกตามภูมิภาค ต่าง ๆ ด้วย เพื่อเป็นการติวเข้มให้กับเจ้าของศูนย์ จนทำให้ในวันนี้จันทร์สว่าง ค่อนข้างที่จะมีศูนย์ที่เข้มแข็งอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศูนย์ไปตามพื้นที่ ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคและลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึง

ดร.กัญชร บอกอีกว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการ ปรับแพ็คเก็จจิ้งใหม่ ผลปรากฏว่า ค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้ อย่างล่าสุด ทางด้านประเทศจีน ได้เข้ามาติดต่อธุรกิจจันทร์สว่าง เพื่อต้องการ เอาสินค้าของบริษัทฯ ไปทำตลาดในประเทศ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี อย่างมากของธุรกิจจันทร์สว่างที่จะขยายตลาดไปในต่างประเทศ ... บริษัทฯ มีความหวังที่อยากจะเห็นสมุนไพรไทยออกสู่สายตาชาว โลกให้มากที่สุด ซึ่งเราเองไม่ได้คาดหวังเฉพาะในตลาดอาเซียน หรือในตลาด เอเชียเท่านั้น แต่ต้องสร้างเป้าหมายที่ได้วางไว้ให้เกิด เพราะหากทำธุรกิจแจ้ง เกิดในต่างแดนเร็วขึ้นเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่า ธุรกิจของ จันทร์สว่าง ก็จะเติบโตมากขึ้นเท่านั้น และมองว่าตลาดต่างประเทศในปีนี้น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งปีทองของธุรกิจจันทร์สว่างด้วยเช่นกัน... สำหรับแผนการบุกตลาดเครือข่ายของธุรกิจ จันทร์สว่าง ในปีนี้นั้น ประกอบด้วย 5 ด้านด้วยกัน คือ แผนงานด้านแรก คือ ด้านต่างประเทศ ด้วย การเตรียมขยายตลาดสู่ตลาดเอเชียอย่างกว้างขวางมากขึ้น อาทิ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ พม่า จีน กัมพูชา อินเดีย ลาว และกำลังขยายสู่ตลาดยุโรป อาทิสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ แคนาดา นอร์เวย์ ฝรั่งเศส เป็นต้น แผนงานด้านที่ 2 คือ ด้านสินค้า บรรจุภัณฑ์ใหม่ จะเริ่มวางจำหน่าย มีการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และออกสินค้าใหม่ เพื่อสอดรับกับ AEC โดย บริษัทฯ มีแผนที่จะเข็นสินค้าใหม่ในกลุ่มอาหารเสริมเข้ามาในธุรกิจ นอกจาก นี้ ก็จะมีสินค้าในกลุ่มของกาแฟที่เกี่ยวกับลดความอ้วน ดูแลสุขภาพ สินค้า เกี่ยวกับผิวพรรณ และสินค้าเกี่ยวกับทรวงอก โดยจะเป็นอาหารเสริมแบบรับ ประทาน ซึ่งคาดว่าจะออกมาพร้อมกัน ในช่วงวันนี้ 11 ตุลาคม 2556 นี้ ที่ถือ เป็นการจัดงานครบรอบก้าวสู่ปีที่ 10 ของบริษัทฯ นั่นเอง

สำหรับยอดขายสินค้าใหม่ที่จะเข้ามาในธุรกิจปีนี้นั้น ทางบริษัทฯ คาดว่า จะสามารถเพิ่มรายไดให้กับบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 15% และในต่าง ประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20% พร้อมกันนี้ คาดว่ายอดขายในปีนี้ ทั้งระบบ ของบริษัทฯ น่าที่จะเพิ่มจากปีที่ผ่านมาอยูที่ 20% ด้วยเช่นกัน แผนงานด้านที่ 3 คือ ด้านการฝึกอบรมให้ความรู้ บริษัทฯ จะให้การฝึก อบรมแกผู้สนใจเริ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 3 วัน และเพิ่มการ อบรมสัญจรทั่วประเทศ อบรมนอกสถานที่ ในกรณีที่แม่ทีมสามารถรวบรวม ผู้สนใจธุรกิจ ตั้งแต่ 20 ท่านขึ้นไป แผนงานด้านที่ 4 คือ ด้านกิจกรรมการตลาด งานโฆษณา ในสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร รวมทั้งการจัดรายการโปรโมชั่น สะสมยอดสั่งซื้อ เพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศ โดยในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้ตั้งงบ การตลาดไว้อยูที่ประมาณ 50-60 ล้านบาท

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พบว่า จันทร์สว่าง เอง ได้มีการใช้สื่อที่เกือบจะ ครอบคลุมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ออก บูธแสดงสินค้าตามชุมชน และ สถานที่ราชการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสื่อ ทีวี อาทิ ช่อง 3 รายการผู้หญิงถึงผูหญิง ช่อง 7 เช้านี้ที่หมอชิต นิตยสาร คูสร้าง คู่สม เอสเอ็มอี ชี้ช่องรวย, เถ้าแก่ใหม่ ลูกทุ่งสตาร์นอกจากนี้ ยังมีการใช้สื่อผ่าน Social Network อีกด้วยในการทำตลาด พร้อมกับสื่อวิทยุ ที่ได้ใช้ทางคลื่น FM 95 ในการเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญ ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เพื่อเพิ่มกลุ่ม เป้าหมายให้รู้จักสินค้าจันทร์สว่างให้กว้างขวางขึ้นนั่นเอง และแผนงานด้านที่ 5 คือ ด้านการพัฒนาศูนย์ รวมทั้งการปรับมาตรฐาน การให้บริการ เพื่อเป็นการรองรับลูกค้าที่มีมากขึ้น และมีความหลากหลาย เพื่อ เตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มศูนย์อีกประมาณ 150 ศูนย์ด้วยกัน

ดร.กัญชร ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา จุดแข็งที่ทำให้ จันทร์สว่าง ก้าว เดินมาจนถึงวันนี้ได้ เพราะผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เป็นธรรมชาตินั่นเอง นอกจาก นี้ ยังมีในส่วนของความพร้อมในเรื่องของโรงงานวิจัยและการผลิต รวมถึงการ ควบคุมคุณภาพสินค้าที่ทางจันทร์สว่างได้มีการพัฒนาด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ เอง ที่ส่งผลทำให้ผลิตภัณฑ์ความงามของจันทร์สว่าง จึงได้มาตรฐาน และตรง ตามความต้องการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นไดจาก ในปัจจุบันนี้จันทร์ สว่างเอง มีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ดังกล่าวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุด ทำความสะอาด ชุดปรับสภาพผิวหน้า ชุดรักษาสิว ชุดรักษาฝ้า ชุดกระชับ สัดส่วน ฯลฯ ที่สำคัญ ในปีนี้ จันทร์สว่าง ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มสินค้าที่เป็นความ ต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ดร.กัญชร ยังได้เผยถึงการแข่งขันในตลาดสมุนไพรใน ประเทศไทยว่า ปัจจุบันนี้ การทำตลาดค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน อย่างมากทีเดียว เห็นได้จากการไปออกงานในต่างประเทศ ที่ค่อนข้างมี ผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าวค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ทั่้งนี้ ผู้ประกอบการ ที่จะไปออกบูธในต่างประเทศได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมี GMP รับรองตรงนี้ ด้วยเช่นกัน

...นับได้ว่า ในปี 2556 นี้ ยุทธศาสตร์การบุกตลาดของ จันทร์ สว่าง ที่ออกมาประกาศพร้อมรบแบบเต็มพิกัด ก็น่าที่จะช่วยกระทุ้ง ยอดขายของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ แผนงานที่จะ ขยายธุรกิจไปทั่วทุกมุมโลกก็คงที่จะเห็นภาพที่ชัดเจนด้วย ซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่า ด้วยยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้าน ที่จะนำออกมาขับเคลื่อนธุรกิจ ในปีนี้ จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ เชื่อว่าอีกไม่กี่อึดใจ ทุกท่านคงน่าที่จะได้รู้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556


วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ตื่น! ขุมทรัพย์เมืองขะแมร์ ขายตรงไทย บุกกัมพูชา!









กระแสการเปิดเสรีการค้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่จะมาถึงในปี 2558 ได้สร้างความตื่นตัวให้กับเหล่าบรรดาผู้ประกอบการขายตรงคนไทยและบริษัทขายตรงต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาธุรกิจขายตรงกำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทำให้กัมพูชากลายเป็น ขุมทรัพย์ แห่งใหม่ที่ทำให้เหล่านักลงทุนมากหน้าหลายตาให้ความสนใจแห่เข้าไปร่วมหลักปักฐานลงทุนอย่างเนืองแน่นนับ 10 บริษัทในปัจจุบันทั้ง อารากอนเวิลด์ 54 , คังเซน-เคนโก,เอมสตาร์เน็ทเวิร์ค, นีโอไลฟ์, ซูเลียน , จอย แอนด์ คอยน์ ที่ต่างเป็นเสือปืนไวมองการณ์ไกลชิงเข้าไปปักหลักสร้างฐานขยายเครือข่ายธุรกิจกันอย่างเต็มกำลังอีกทั้งยังหวังใช้กัมพูชาเป็นฐานบัญชาการในการขยายฐานธุรกิจสู่ประเทศเวียดนามในอนาคตอันใกล้อีกด้วย ขณะที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ไวด์ บริษัทขายตรงหนึ่งเดียวจากประเทศอเมริกากำลังจะกลายเป็นบริษัทขายตรงระดับอินเตอร์รายแรก ที่จะเข้าไปปักหลักลงทุนในกัมพูชาอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้


จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสารสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร ได้เปิดเผยตัวเลขข้อมูลค่าการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในรูปของ การค้าชายแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาในปีตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่า 55,200 ล้านบาทเลยทีเดียวและที่สำคัญประเทศไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เนื่องจากมูลค่าการส่งออกกชายแดนของไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าการนำเข้าชายเดนกัมพูชา โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุตสากรรมเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าประเภท อุปโภค-บริโภค และสิ่งทอเป็นต้น ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของสินค้านำเข้าจากกัมพูชาที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สิ่งทอ เศษเหล็ก หนังโค-กระบือ สินค้าประมงและปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าของไทยนั้นเป็นที่นิยมและยอมรับของประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง


ในขณะที่ภาคส่วนของธุรกิจขายตรงนั้นได้มีการค้าขายระหว่างชายแดนไทยกับประเทศกัมพูชามายาวนานแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะในเขตจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาได้แก่ อุบลราชธานี, สุรินทร์, บุรีรัมย์ สระแก้ว, จันทบุรีและตราด ซึ่งจุดการค้าผ่านแดนทั้งหมดนี้มีจัดการค้าที่สำคัญ คือ ตลาดโรงเกลือ ที่ตั้งอยู่ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วมีมูลค่าการค้าสูงที่สุด ซึ่งการทำธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่มักทำกันในลักษณะของการหอบหิ้วสินค้าเข้าไปขายในกัมพูชาหรือคนกัมพูชาเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในประเทศไทยหรือบางคนมีครอบครัวอยู่ในกัมพูชาก็นำเอาธุรกิจขายตรงจากประเทศไทยเข้าไปขยายฐานในประเทศกัมพูชาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งทำให้คนกัมพูชารู้จักธุรกิจขายตรงเป็นอย่างดีและยังชื่นชอบสินค้าขายตรงจากประเทศไทยอีกต่างหาก


ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงจากประเทศไทยได้เข้าไปปักหลักฐานสร้างธุรกิจขายตรงในประเทศกัมพูชาอย่างชัดเจนกันเป็นจำนวนมากมาย เนื่องจากกฎหมายการลงทุนในประเทศกัมพูชาเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้เอง 100 % ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากประเทศไทยและจากต่างประเทศหลั่งไหลกันเข้าไปลงทุนในประเทศนี้กันมากยิ่งขึ้นและส่วนใหญ่มุ่งเน้นเปิดสำนักงานใหญ่ขึ้นที่พนมเปญเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยทีเดียว


- ทูตพาณิชย์ชี้คนกัมพูชาชอบขายตรงไทย


สำหรับการเข้าไปลงทุนเปิดดำเนินการธุรกิจขายตรงของคนไทยในประเทศกัมพูชานั้นคุณจิรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงในประเทศไทยได้หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศกัมพูชามากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเพราะพื้นฐานของคนกัมพูชาชอบทำค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ เจริญเติบโตขึ้นทำให้ประชาชนในประเทศนี้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตอย่างต่อเนื่อง ชีวิตมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นความนิยมในความสวยความงามเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ทั้งในด้านความสวยความงามรวมถึงอาหารเสริมบำรุงสุขภาพในรูปแบบต่างๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขา ซึ่งการเข้ามาของบริษัทขายตรงหลายๆ บริษัทจากประเทศไทยทำให้พวกเขาทำธุรกิจเป็นอาชีพธุรกิจนี้ยังสามารถทำให้พวกเขามีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย


ผู้คนในประเทศนี้ยินดีเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่พวกเขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีอยู่แล้วเพราะหลายคนเคยทำธุรกิจหรือบางคนเคยซื้อสินค้าขายตรงจากประเทศไทยมาใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเรียนรู้และเข้าใจธุรกิจนี้ ที่สำคัญรายได้ต่อเดือนของคนกัมพูชาในระดับผู้ใช้แรงงานนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,000 บาท หากเขามุ่งมั่นทำธุรกิจนี้อย่างจริงจังก็จะเป็นการช่วยทำให้พวกเขามีรายได้ที่สูงขึ้นตามไปด้วย


คุณจิรนันท์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ไม่เคยได้ยินปัญหาเรื่องธุรกิจขายตรงเข้ามาหลอกลวงคนกัมพูชาเลยแม้แต่รายเดียว นั้นแสดงว่าบริษัทขายตรงจากประเทศไทยที่เข้ามาเปิดในกัมพูชานั้นมีความเป็นมาตรฐานสูงเลยทีเดียว ในฐานะที่เป็นทูตฝ่ายการพาณิชย์ยินดีที่จะให้คำปรึกษากับนักลงทุนของคนไทยทุกคนที่เข้ามาลงทุนในประเทศนี้และอย่าได้กลัวว่าเป็นเรื่องยากเพราะกัมพูชาและไทยก็มีวัฒนธรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกันมาก ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจขายตรงน่าจะเติบโตได้สูงมากในประเทศนี้และยังสามารถขยายต่อไปยังประเทศเวียดนามได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งนั้นน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจนี้เลยทีเดียว


- อารากอนเวิลด์54 ปักหมุดรายแรกในพนมเปญ


บริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด ถือเป็นบริษัทคนไทยรายแรกที่เข้าไปลงทุนเปิดสำนักงาน อารากอนเวิลด์ สาขาพนมเปญ เป็นรายแรกเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ด้วยการลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ถึง 4 คูหาพร้อมทั้งเปิดโรงเรียนสอนการทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจังให้กับคนกัมพูชาได้เข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจในธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น ภายใต้ชื่อ Aragon world Business School ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาอารากอนฯได้จัดงานฉลองครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งสาขาพนมเปญขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่มีสมาชิกนักธุรกิจอารากอนเข้ามาร่วมงานอย่างมากมายกว่า 2,000 คนเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีตัวอย่าง ผู้นำธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ขึ้นไปแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จกันล้นเวทีเลยทีเดียว


คุณนภดล กลิ่นบำรุง ประธานบริษัท อารากอนเวิลด์ 54 เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชาเป็นผลสำเร็จและถือเป็นบริษัทขายตรงคนไทยรายแรกที่เข้าไปบุกเบิกตลาดในประเทศนี้ขอบอกด้วยความภูมิใจว่า อารากอนเวิลด์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะเรามีสินค้าที่ดีเข้าไปทำตลาดและมีแผนการตลาดที่ทันสมัยสามารถช่วยทำให้ประชากรของประเทศนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว วันนี้เรากล้าบอกได้เลยว่า อารากอนเวิลด์กัมพูชาสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการลงทุนได้แล้วและผลกำไรที่ได้มาเหล่านั้นส่วนหนึ่งได้นำกลับไปลงทุนสร้างและขยายสาขาเพิ่มทั้งที่เสียมราชและที่อื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจของอารากอนเข้าถึงประชาชนในประเทศกัมพูชามากยิ่งขึ้นอีกด้วย


คังเซน-เคนโก สยายปีกในพนมเปญ!


บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทขายตรงของคนไทยเป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่เข้าไปบุกเบิกตลาดขายตรงในประเทศแถบอินโดนีเซีย,พม่า,เวียดนาม,สปป.ลาวและเมื่อต้นปี 55 ปีที่ผ่านมาก็ได้ทำพิธีเปิดตัว คังเซน-เคนโกสาขาพนมเปญ อย่างเต็มตัว ด้วยการร่วมลงทุนกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาและในงานเปิดตัวธุรกิจคังเซนฯในวันนั้นก็ได้รับการตอบรับจากผู้คนชาวกัมพูชาอย่างล้นหลามเช่นเดียวกันคังเซนฯเปิดตัวในกัมพูชาด้วยการชูสินค้าความสวยความงามและผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพซึ่งเป็นสินค้าที่ยอดนิยมและตรงกับความต้องการของหนุ่มสาวที่รักสวยรักงามเป็นอย่างยิ่ง ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงคังเซนฯในพนมเปญมีอายุครบ 1 ขวบปีซึ่งถือเป็นหนึ่งขวบปีที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม


- กาแฟโสม-ยาสีฟันซูเลียนขายดีในกัมพูชา!


หลายปีก่อนหน้านี้บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เคยคิดที่จะเข้าไปปักหลักฐานสร้างธุรกิจในประเทศกัมพูชามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ได้ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไปโดยปริยายเพราะปัญหาบุคลากรภายในประเทศ ถึงแม้จะล้มเลิกแต่สินค้าของซูเลียนโดยเฉพาะกาแฟโสมและยาสีฟันรวมถึงผงซักฟอกก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้นำที่ยังคงทำธุรกิจอยู่ต้องเดินทางมาซื้อสินค้าจากฝั่งประเทศไทยโดยเฉพาะที่ ซูเลียนโรงเกลือเอเยนซี่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเอเยนซี่ของนายไพบูลย์ โอภาสไพบูลย์และมีการจัดประชุมแนะนำธุรกิจกันอย่างต่อเนื่องและถึงวันนี้นายไพบูลย์ได้นำธุรกิจขายตรงซูเลียนไปเปิดศูนย์สาขาที่จขังหวัดเสียมเรียบและศรีโสภณเรียบร้อยแล้วและล่าสุดยังขยายไปเปิดศูนย์ขยายงานธุรกิจซูเลียนที่จังหวัดไพลินเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยปัจจุบันซูเลียนมียอดขายสินค้าในประเทศกัมพูชาสูงถึงเดือนละ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว


-นีโอไลฟ์ เปิดตัวยิ่งใหญ่ที่พนมเปญ


เมื่อปลายปีที่ผ่านมาบริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของคุณนพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริษัทได้ทำการเปิดตัว บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คัมโบเบีย ขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากเข้าไปปักหลักสร้างฐานธุรกิจที่เมืองพนมเปญมานานร่วมปี ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม นีโอไลฟ์ฯเข้าไปลงทุนเองทั้งหมดในประเทศนี้ด้วยงบประมาณเริ่มต้นถึง 30 ล้านบาทและใช้ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงแพกเกจจิ้งของสินค้าก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากจะเปิดสาขาที่พนมเปญแล้วในเร็วๆนี้จะเข้าไปเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา คือ สาขาพระตะบอง,สาขาสีหนุวิลล์,สาขากัมปงจาม โดยวางเป้าหมายไว้ว่าจะสร้งนีโอไลฟ์ฯในกัมพูชาให้เป็นสาขาต้นแบบสำหรับการขยายตัวสู่ตลาดเวียดนามและเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้า (AEC) ในปี 2558 อีกกด้วย


- ยูนิซิตี้ ขายตรงอเมริกันรายแรกในกัมพูชา


ในวันที่ 19 มกราคม 56 ที่จะถึงนี้บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ไวด์ จำกัด บริษัทขายตรงจากประเทศอเมริกาจะเข้าไปเปิดตัว ยูนิซิตี้มาร์เก็ตติ้งสาขาพนมเปญ อย่างเป็นทางการหลังจากที่ผู้นำจากประเทศไทยเข้าไปขยายฐานธุรกิจในประเทศนี้มานานหลายปีและใช้ศูนย์ขยายธุรกิจที่บริเวณตลาดโรงเกลือจังหวัดสระเก้วสำหรับจัดประชุมแนะนำธุรกิจยูนิซิตี้ให้กับนักธุรกิจกัมพูชาที่เข้ามาจากฝั่งปอยเปตได้รู้จักธุรกิจนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนักธุรกิจของยูนิซิตี้ในฝั่งปอยเปตนั้นถือว่ามีขุมกำลังเป็นจำนวนมากเช่นกัน การเข้าไปเปิดสาขาที่พนมเปญในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปเปิดในช่วงเวลาที่เหมาะสมเลยทีเดียว


-กิฟฟารีน ลุยตลาดกัมพูชาโตครองอันดับ 3


เรียกได้ว่า ตลอดเวลา 16 ปีที่ กิฟฟารีน ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น มีสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 6.3 ล้านรหัส และสามารถใช้ระบบสนับสนุนธุรกิจให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 50,000 รหัส ให้ประสบความสำเร็จมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศ 18 สาขา ซึ่งในส่วนนี้ พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนสกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้กล่าวถึงการขยายธุรกิจของกิฟฟารีนในตลาดอาเซียนว่า ขณะนี้ธุรกิจขายตรงมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง รวมถึงประเทศกัมพูชาก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เติบโต เป็นอันดับ 3 รองจาก มาเลเซีย และพม่า ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดขายในตลาดต่างประเทศโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งออกเป็นยอดขายในส่วยของธุรกิจขายตรงมีประมาณ 150 ล้านบาทและยอดขายในส่วนธุรกิจค้าปลีกแบรนด์แพทติน่า อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท โดยคาดหวังว่าหากมีการเปิดการค้าเสรีอาเซียนขึ้นในปี 2558 แล้วจะเป็นแรงหนุนให้ยอดขายในตลาดต่างประเทศของกิฟฟารีนเพิ่มขึ้นไปถึง 500 ล้านบาท ด้วยเช่นกัน


-J&C ปลื้มกัมพูชากระแสดีโกยกว่า 10 ล้านต่อเดือน


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯกล่าวว่า ในแต่ละตลาดที่ จอย แอนด์ คอยน์ รุกก้าวเข้าไปถือว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะตลาดที่เติบโตค่อนข้างดีอย่างในกรุงพนมเปญ


ประเทศกัมพูชานั้นมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ สืบเนื่องจากประเทศดังกล่าวมีอัตราว่างงานสูง จึงทำให้หลายคนไขว่คว้าที่จะมีอาชีพหรือสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง ในขณะที่เราเองก็พร้อมที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจและชีวิตใหม่ให้กับพวกเรา โดยตลอดระยะเวลาปีกว่าที่ได้ปักหลักเปิดดำเนินธุรกิจในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จนถึงทุกวันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มีฐานสมาชิกหลักพันคน หรือคิดเฉลี่ยผู้ที่สมัครเข้าร่วมธุรกิจ100-200 คนต่อเดือนเลยทีเดียว


-อาวียองซ์ เจาะความงามกัมพูชาคนแห่ร่วม 6,000 รหัส


ในขณะที่ อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยมภายใต้การบริหารงานของยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยนั้นก็ได้เปิดแนวรุกตลาดความงามในประเทศกัมพูชาด้วยการเปิดตัว อาวียองซ์ กัมพูชา อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วรวมทั้งล่าสุด มร.บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและบอสหญิงแกร่ง สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์กัมพูชา Mr.Soun Kosal ที่สามารถพิชิตตำแหน่งในระดับ Area Executive Business Associate ได้สำเร็จเป็นคนแรก พร้อมกับเปิดอาวียองซ์ ช็อป เฟล็กชิพ สโตร์ แหเงแรก ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา


โดยปัจจุบันมียอดสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ กัมพูชา มากกว่า 6,000 รหัส ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากกระแสตอบรับที่ดีของกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาประกอบกับยูนิลีเวอร์เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จัก ทให้สมาชิกมีความมั่นใจในธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : ชูยอด 8 เดือน โต 45% เร่งอัดโปรโมชั่น โค้งสุดท้ายเป้า 500 ล้านบาท


จันทร์สว่าง โอ่ยอด 8 เดือน โตถึง 45% เหตุ สินค้าดี สมาชิกให้การยอมรับ พร้อมการขยายตัว ของศูนย์จันทร์สว่างในลักษณะแฟรนไชส์พุ่งกว่า 500 แห่ง เดินหน้าลุยตลาด AEC ด้วยการ พาเหรดปรับแพ็กเกจใหม่ทุกรายการ พร้อมจับมือกรมส่งเสริมการส่งออก เดินสายโรดโชว์ทั่วเอเชีย หวังสร้างการ ยอมรับต่อแบรนด์ และผลักดันยอดขาย สิ้นปี 500 ล้านบาท

ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธานกลุ่ม บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของบริษัทในช่วง 8 เดือน ที่ผ่านมา เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยบริษัท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 45%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และจนถึง สิ้นปีคาดว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 500 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยสำคัญ ที่จะผลักดันยอดขาย ให้ได้ตามเป้า คือ สินค้าที่มีคุณภาพ และได้รับการ ยอมรับจากผู้บริโภค รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจ แฟรนไชส์ในปัจจุบันที่มีจำนวนทั้งสิ้น 520 แห่งทั่วประเทศ และในสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะขยาย แฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 100 แห่ง รวมถึงการเตรียม แผนการจัดประชุม อบรมผู้ที่สนใจในการทำธุรกิจ แฟรนไชส์ ทุกๆ เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้ที่จะมาร่วมทำธุรกิจ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการเปิดตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 บริษัทได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าใหม่ให้มี ความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลัง ทยอยปรับเปลี่ยน คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ได้ทั้งสิ้นประมาณ 30 รายการ จากจำนวนสินค้าทั้งสิ้น 50 รายการ อีกทั้ง จะปรับในส่วนของเสริมอาหารที่ในปัจจุบันเป็น เสริมอาหารรูปแบบน้ำ และในอนาคตจะปรับให้ เป็นรูปแบบเม็ด เพื่อสะดวกในการขนส่ง และ ในเร็วๆ นี้ บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มดูแล สิว ซึ่งจะเป็นสเปรย์พ่น เพื่อดูแลสิวบริเวณ แผ่นหลัง

ตลาดใหญ่ในขณะนี้ คือ ตลาดภาคอีสาน ใต้ เหนือ และภาคกลาง ส่วนต่างประเทศ ประเทศ จีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของบริษัท และในเดือน ธันวาคมที่จะถึงนี้ บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปแสดง สินค้าที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

อย่างไรก็ดี ในการเข้าไปแสดงสินค้า ในแต่ละประเทศนั้น บริษัทจะเข้าไปร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ อย่างกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้ในเอเชียบริษัทได้ เข้าไปแสดงสินค้าเกือบครบทุกประเทศแล้ว ซึ่ง หากเทียบสัดส่วนรายได้ในตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันคิดเป็น 20% ของรายได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดสรรงบ 50 ล้าน- บาท ในปีนี้ ด้วยการจัดกิจกรรมการตลาด ไม่ว่า จะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร รวมถึงการ จัดรายการโปรโมชั่น สะสมยอดสั่งซื้อ เพื่อไป ท่องเที่ยวทะเลกระบี่ และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับ การตอบรับที่ดีจากสมาชิก อย่างไรก็ตาม บริษัท คาดว่าโปรโมชั่นดังกล่าวจะมีสมาชิกเข้าร่วม โปรโมชั่นไม่น้อยกว่า 80 คน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จันทร์สว่าง "Chansawang" ทุ่มงบ 15 ล. รุกตลาดโค้งสุดท้าย คาดสิ้นปีรับ 500 ล.


จันทร์สว่าง ปลื้ม! ปีที่ 9 ยอดขายโตกว่า 45% ศูนย์ธุรกิจมากกว่า 500 ศูนย์ เพิ่มแรงเหวี่ยงรุกตลาดต่างประเทศถี่ยิบ ล่าสุด เปิดศูนย์ธุรกิจประเทศจีน ผู้บริโภคให้ความสนใจ เชื่อมั่นอนาคตสินค้าจะกระจายสู่ทั่วโลก ส่วนไตรมาสหลังปีนี้ ทุ่มงบการตลาด 15 ล้าน เปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 รายการ สิ้นปีมั่นใจยอดขายบรรลุเป้า 500 ล้านบาท

ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธาน บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ว่า ผลการดำเนินงานด้านต่างๆ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 45% นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้ความสนใจเปิดศูนย์ธุรกิจจันทร์สว่างเพิ่มมากขึ้น โดยมีการเปิดศูนย์โดยเฉลี่ย 8-10 แห่งต่อเดือน ปัจจุบันทั่วประเทศมีศูนย์ธุรกิจจันทร์สว่างมากกว่า 500 ศูนย์ และสิ้นปีมั่นใจว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 100 ศูนย์

ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทเติบโต อย่างต่อเนื่อง ประการแรกเกิดจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมทั้งเป็น การเตรียมตัวต้อนรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ที่จะมีขึ้นในปี 2558

ประการต่อมา เป็นผลจากการที่บริษัทได้มีการรุกกิจกรรมทางการตลาดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาในสื่อ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร รวมทั้งการจัดรายการโปรโมชั่น สะสมยอดสั่งซื้อ เพื่อไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยงบประมาณที่ใช้ในส่วนของการตลาดตลอดปีรวมแล้วกว่า 50 ล้านบาท ในไตรมาสสุดท้ายวางงบไว้ที่ 15 ล้าน บาท นอกจากปัจจัยทั้งสองประการแล้ว ด้วยระบบสมาชิก การฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป้าหมายการทำงานของบริษัทประสบผลสำเร็จด้วย ดี ตนจึงมั่นใจว่ายอดขายของบริษัทในปีนี้ น่าจะบรรลุเป้าหมาย 500 ล้านบาทอย่าง แน่นอน

ด้านแผนการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย บริษัทยังคงมีการรีแบรนด์สินค้าเก่าอย่างต่อเนื่องให้ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สำหรับสินค้าใหม่ที่จะออกจำหน่ายในช่วง โค้งสุดท้ายของปีนี้ มี 2 รายการด้วยกันคือ สเปรย์พ่นเพื่อดูแลสิวบริเวณแผ่นหลัง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหาร ด้านการฝึกอบรมให้ความรู้ บริษัทยังมีการฝึก อบรม คอร์ส Supervisor Beauty Center แก่ผู้สนใจเริ่มธุรกิจ ณ สำนักงานใหญ่ และ อบรมสัญจรนอกสถานที่ ประจำทุกเดือน พร้อมกันนี้บริษัทก็มีแผนการพัฒนาศูนย์ของทางบริษัท โดยจะมีการทยอยปรับ
ปรุงหน้าศูนย์ใหม่ รวมทั้งปรับมาตรฐานการให้บริการต่างๆ เพื่อเป็นการรองรับลูกค้าที่หลากหลายและมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน

ด้านตลาดต่างประเทศ ขณะนี้บริษัท มีศูนย์ธุรกิจแล้วที่ประเทศจีนใน 2 พื้นที่ คือ หนานหนิงกับเฉินตู นอกจากนั้นก็จะมีที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ประเทศลาว และกัมพูชา โดยส่วนใหญ่เข้าไปกับกรมส่งเสริม การส่งออก โดยเข้าไปจัดบูธแสดงสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าแบรนด์สินค้าของคนไทย มีชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

ดร.กัญชร กล่าวแสดงความมั่นใจว่า ในอนาคตแบรนด์จันทร์สว่างจะไม่ใช่แค่ขยายไปสู่ภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น แต่จะกระจายไปสู่ทั่วโลก เพราะขณะนี้บริษัทมีแฟรนไชส์แล้ว ในประเทศเยอรมนี และปัจจุบันนักธุรกิจชาวอเมริกันก็สนใจในสินค้าของบริษัท ตอนนี้เริ่มมีการ พูดคุยทำความตกลงทางธุรกิจร่วมกันอยู่ โดยสัดส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 20% จากยอดขายโดยรวม หรือคิดเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนั้น ในไตรมาสสุดท้าย บริษัทจะนำผู้บริหารศูนย์จันทร์สว่าง กว่า 100 ศูนย์ ท่องเที่ยวจ.กระบี่ ในโอกาสที่แต่ละคนสามารถสร้างยอดสั่งซื้อได้บรรลุ เป้าหมายตามที่กำหนด ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.55

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสบริษัทดำเนินธุรกิจมาจนเข้าสู่ปีที่ 9 โดยได้กำหนดนโยบายหลัก คือการเน้นคุณธรรม นำธุรกิจ การจะทำ ธุรกิจแฟรนไชส์จันทร์สว่างนั้น เราต้องมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้อื่น ให้ประสบความสำเร็จ มิใช่คิดค้ากำไรอย่างเดียว สมดั่งปณิธานที่ว่า จันทร์สว่างมุ่งทำให้คุณ สวย รวย และได้กุศลจากที่ให้คนสวย มีความสุข สุขภาพจิตดี อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ดร.กัญชร กล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1345 ประจำวันที่ 20-10-2012 ถึง23-10-2012

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวจันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ (Chansawang Herbal lines) : จัดงาน "จันทร์สว่าง 9 ปี ก้าวด้วยธรรมนำธุรกิจ"


บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ จำกัด โดย ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธานกลุ่มบริษัทจันทร์สว่าง และ คุณสุพัฒน์ ธรรมเพชร ประธานกรรมการบริหาร จัดงาน จันทร์สว่าง 9 ปี ก้าวด้วยธรรมนำธุรกิจ เพื่อ ให้ ศูนย์ความงามจันทร์สว่าง ให้บริการแก่ลูกค้าด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม พร้อมแต่งตั้งผู้แทนการค้า ใน ลาว พม่า สิงคโปร์และเยอรมัน

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวขายตรง จันทร์สว่าง-Chansawang Herbal lines จัดงาน เชิดชูเกียรติ


เชิดชูเกียรติ : ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธาน บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิลไลน์ จำกัด และ สุพัฒน์ ธรรมเพชร ประธานกรรมการบริหาร จัดงาน วันแห่งความสำเร็จ ประจำปี 2554 คืนแห่งเทพนิยาย เพื่อ เชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่สมาชิก ยอดขายสูงสุด 123 ของประเทศ พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ ณ อาคารจันทร์สว่าง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค