ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ยูนิไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ยูนิไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : 'ยูนิไลฟ์' ปรับยุทธศาสตร์รองรับ AEC โฟกัส 'กัมพูชา' ลั่นไม่เกินต้นปี 57 เปิดจริง!







unilife (Mobile)

 


"ยูนิไลฟ์" เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ แต่งแผนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ชี้กำลังมุ่งปักหมุดสาขาประเทศกัมพูชา คาดไม่เกินต้นปี 57 เปิดเป็นทางการ หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ส่งสินค้าเข้าขายชิมลาง ด้านตลาดในประเทศเน้นอัดสินค้าตามความต้องการของเกษตรกรตามฤดูกาล มั่นใจรายรับปี 56 โกย 600 ล้านบาท


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่าหลังจากที่ต้นปีบริษัทได้มีการรุกหนักเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้านการ เกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วยการจัดทำโรดโชว์ทั่วประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าตลอดทั้งปี 2556 บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วนเพื่อเป็นการรองรับตลาดเออีซีในปี 2558


บริษัทเตรียมแผนจะเข้าไปเปิดสำนักงานในต่างประเทศ คือ ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% และคาดว่าต้นปี หน้าจะเริ่มดำเนินการได้ ในนามบริษัท ยูนิไลฟ์ (คัมโบเดีย) จำกัด ภายใต้นโยบายของบริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


"ก่อนหน้านี้บริษัทได้ส่งสินค้าไปจำหน่าย ที่กัมพูชา และบางทีก็เป็นสมาชิกเองที่เข้า ไปทำตลาด จนเกิดมีเครือข่ายที่นั่นเพิ่มขึ้นเรื่อย และมีกระแสตอบรับให้บริษัทเข้าไปเปิดสำนักงานที่นั่นเลย เพราะจะได้ไม่ลำบาก ในการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย โดยจะหาซื้อ สินค้าได้ อีกทั้งสินค้าของบริษัทก็สามารถตอบโจทย์ผู้คนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตร ได้เป็นอย่างดี ทำให้บริษัทไม่ลังเลที่จะเข้าไป เปิดศูนย์ใหญ่ในกัมพูชาปีหน้า" ปราณี กล่าว


อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลัง ยูนิไลฟ์ ถือ เป็นโอกาสทองในการกระตุ้นยอดขาย ด้วย การจัดกิจกรรมไปที่ภาคการเกษตรเพราะเป็นช่วงเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก แต่ก็เป็นช่วง ที่บางพื้นที่เกิดวิกฤติเรื่องน้ำท่วมด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดผลกระทบกับยอดขายบ้าง แต่ทีม งานได้พยายามเข้าร่วมทำกิจกรรมเสริมในด้านอื่นๆ มีการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ทำเป้ายอดขายระยะสั้นๆ นับว่ายังได้ผลดี เพราะ สมาชิกยูนิไลฟ์ชอบการท่องเที่ยวง่ายๆ กินอยู่ง่ายๆ ตามสไตล์คนเกษตร


"ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม หรือฝนแล้ง ที่ส่งผลกระทบอยู่บ้าง เล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ โดยวิกฤติตรงนี้บริษัทก็ได้ให้ทีมงานเข้าไปดูแลทำกิจกรรมเสริมจนทำให้รับมือเรื่องต่างๆ ได้ และยังสร้างความมั่นใจต่อองค์กร ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี"


อย่างไรก็ดี บริษัทมีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้าตลาด ซึ่งจะเป็นกลุ่มสินค้าที่สนอง ตอบปัญหาของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี อาทิ ปัญหาโรคพืชที่มักมาในฤดูหนาว วัชพืชที่ปราบยากๆ ที่ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรลดลง ซึ่งสินค้าใหม่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกและยังทำ ให้พืชผลไม่เสียหายเติบโตได้ตามปกติ เพราะหลักๆ บริษัทจะมุ่งเน้นการลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความจำเป็นไปได้


ขณะที่สำนักงานใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ แล้ว บริษัทยังมีสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถึง 34 แห่ง และมีศูนย์ตัวแทนจำหน่ายอีก ประมาณ 600 แห่ง โดยมีแผนขยายสาขาอีก 400 แห่งให้ ครบ 1,000 แห่ง ในปี 2557 โดยศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่อยู่ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งสามารถรองรับสมาชิกและยังสามารถจำหน่ายสินค้า ได้ทั่วประเทศ ส่วนแผนปีหน้ายูนิไลฟ์จะเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรองรับการกระจายขึ้นภาคเหนือให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ จากการที่บริษัทได้ดำเนินกิจกรรม บนสื่ออินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูล ต่างๆ ของบริษัทมากมาย พร้อมยังได้จัดทำ ช่องทีวี ออนไลน์บน youtube ที่มีการเผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับ การทำการเกษตร ซึ่งใน ปัจจุบันเกิดกระแสตอบรับที่ดีเพราะสมาชิก สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น


สำหรับเป้าหมายสิ้นปี 56 นี้ "ปราณี" กล่าวว่า ยอดขายบริษัทจะต้องขึ้นไปแตะ 600 ล้านบาท ให้ได้ เนื่องจากปี 2555 ทำยอดขายได้ถึง 500 ล้านบาท โดยสมาชิกเวลานี้ บริษัทมั่นใจที่จะมีเพิ่มขึ้นไปที่ 2 แสน รหัสได้ เพราะมีสมาชิกเกษตรกรที่สนใจเข้า มาทำธุรกิจด้านเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : เริ่มต้นที่ 'การให้' รวิกร ขันตรี ตำแหน่งเหรียญเงินของแบรนด์เกษตร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







1470026_241899919298528_279798058_n (Mobile)

 


สัปดาห์นี้ คอลัมน์ Key to Success ขอดึงตัวนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ จาก บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตำแหน่งเหรียญเงินของแบรนด์เกษตร "รวิกร ขันตรี" หนุ่มใหญ่ วัย 53 ปี ชาวอุบลราชธานี โดยมีอาชีพเดิมเป็นเกษตรกรซึ่งทำมากว่า 14 ปี ซึ่งท่านผู้อ่านคงนึกภาพตามได้ว่า เกษตรกร ส่วนใหญ่ของประเทศต้องมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่ง "รวีกร" ก็ไม่ได้แตกต่างจาก กลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่เหล่านั้น


และด้วยความดิ้นรน ไม่ยอมแพ้ของเขา เพื่อที่จะได้พบหนทางที่ดีกว่านี้เอง ทำให้ เขาหันหน้าเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่าย จาก การเปลี่ยนแปลงในวันนั้น ทำให้เขาคิดได้ว่า สิ่งที่เขาวิ่งเข้าหา เพื่อหวังเป็นทางออกให้กับ การสร้างรายได้เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นสิ่งที่สร้าง ชีวิตใหม่ให้กับเกษตรกรผู้นี้


เคยทำขายตรงกับบริษัทอื่นไหม


"ยอมรับว่า เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจขายตรงมาจากบริษัทอื่นๆ มาเป็นเวลา 5 ปี โดยตอนนั้น ได้เรียนรู้วิธีการมากมาย และได้ลองผิดลองถูกมาตลอด ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ตนก็ยัง มองหาธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยตลอด เนื่องจากตนชอบการทำเกษตรอยู่แล้ว จนมีเพื่อนที่รู้จักชักชวนให้มาร่วมธุรกิจกับ "ยูนิไลฟ์" จนทำให้รู้สึกว่า ยูนิไลฟ์ สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการได้ เริ่มจากมีแผน การตลาดที่ยอดเยี่ยม ความมั่นคงขององค์กร ทำให้ไม่มีความรู้สึกลังเลที่จะมาทำธุรกิจกับที่นี่"


มีความคิดเห็นกับธุรกิจขายตรงอย่างไร


"สมัยก่อนที่ทำการเกษตร ยังไม่รู้ว่า ขายตรงเป็นอย่างไร จะได้ยินก็เพียงแต่ชื่อ แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัส อีกทั้งยังเคยได้ยินข่าวที่ไม่ดีของธุรกิจนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจ นัก เพราะไม่คิดว่าจะต้องเข้ามาทำ แต่พอ ได้ลองเปลี่ยนความคิด และเข้ามาทำจริงๆ ทำให้เข้าใจว่า ธุรกิจขายตรงเป็นอะไรที่ช่วย เปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของรายได้ และยังได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ให้ ว่ามันคืออะไร มีความสุขขนาดไหน อยากให้ทุกคนเปิดใจเรียนรู้ ศึกษาจริงๆ ก่อนและ ค่อยตัดสินว่าจะทำหรือเปล่า"


 ทำธุรกิจขายตรงมากี่ปี... มีเป้าหมายอย่างไร


"ตอนนี้ทำธุรกิจมาเป็นเวลา 14 ปี อยู่ ในตำแหน่ง "เหรียญเงิน" รายได้ประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 5 ปี จะขอขึ้นตำแหน่งสูงสุดคือ "รวงข้าวเพชร" และมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือนให้ได้ รวมถึงจะพยายาม สร้างทีมงานให้มีรายได้หลักแสนให้ได้ถึง 20 คนในทุกๆ ปี"


เคยท้อแท้ และคิดจะเลิกทำบ้างมัย


"เคยแน่นอน แต่หากล้มเลิกกลางคัน ก่อน ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องกลับไปที่เก่า หรืออาชีพเดิมที่เคยทำมา เวลา ที่เจออุปสรรค อยากให้คิดว่าเป็นงาน เพราะ จะทำให้เราไม่กังวลและคิดมากจนเกินไป การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ เพราะเจอคนที่ใช่เพียงแค่คนเดียว ก็จะทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ พยายามให้กำลังใจ ตัวเอง และมองที่เป้าหมาย ความฝันเข้าไว้ อย่าท้อและถอยหลังเด็ดขาด"


อยากให้หน่วยงานรัฐดูแลธุรกิจ MLM อย่างไร


"ก็อยากให้ช่วยออกกฎกติกาที่ควบคุม และลดช่องโหว่ของธุรกิจ เพื่อไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวในธุรกิจนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่ปัญหาที่ได้ยินมาคงเป็นเรื่องของบริษัทที่ชอบเปิดมาหลอกลวง หลอกเอาเงิน คนที่ไม่รู้ให้มาลงทุนและก็ปิดบริษัทหนีหายไป และยังมีสมาชิกที่พอขึ้นตำแหน่งสูงๆ ก็ชอบย้ายบริษัทไปที่อื่น ซึ่งบางทีก็มาชวนสายงานของเราไป ทำให้เกิดความเสียหาย กันเป็นลูกโซ่ และได้รับผลกระทบตรงนี้อยู่บ่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการลงโทษและจัดการเรื่องแบบนี้ให้เด็ดขาด"


อะไร...ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ


"คงต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้ยิ่งเราให้มากเท่าไรจะได้รับกลับคืนมาเท่านั้น เพราะธุรกิจเครือข่าย หากมุ่งที่จะเอาผลกำไรอย่างเดียว จนลืมนึกถึงคนอื่นๆ ที่ทำธุรกิจเหมือนกับเรา เชื่อว่า จะอยู่บนเส้นทาง MLM ได้ไม่นาน รวมถึงจรรยาบรรณและความซื่อสัตย์ จะทำให้เป็นที่ยอมรับจนก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ส่วนคนที่ไม่ประสบความ สำเร็จ เป็นเพราะยังไม่เข้าใจระบบแผนการ ตลาด คือไม่ศึกษาให้รู้จริง และไปลงมือทำก่อน แบบวิธีผิดๆ พอไม่สำเร็จก็ล้มเลิกไป เรื่องนี้เกิดขึ้นเยอะ ทางที่ดีสมาชิกใหม่ๆ ควร จะทำตามระบบและเชื่อฟังผู้นำเก่งๆ ที่คอย แนะนำจะช่วยให้เดินอย่างถูกทางและสำเร็จ ได้เร็วยิ่งขึ้น"


นี่คืออีกหนึ่งบทบาทความสำเร็จ ที่ Key to Success ได้นำมาเสนอ และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่เราต้องการนำเสนอความ คิด มุมมองที่มีต่อธุรกิจขายตรงของกลุ่ม คนที่ขึ้นชื่อว่า มีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในที่สุด


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : "ครอบครัว" แรงผลักให้ก้าวเดิน เพลิน พุทธรักษา นักธุรกิจตำเเหน่ง "เหรียญเงิน" บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







201307171128181 (Mobile)


กลับมาเจอกันอีกครั้ง และสัปดาห์ นี้... "กุญแจสู่ความสำเร็จ" จะนำไปพบกับ "เพลิน พุทธรักษา" ด้วยวัย 49 ปี จาก จ.กำแพงเพชร ถือเป็นนักขายตรง สู้ไม่ถอยอีกหนึ่งคนจาก บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเวลานี้... ดำรงตำแหน่ง "เหรียญเงิน" ของบริษัท


จากอดีตที่เคยทำอาชีพด้านการ เกษตร ลองมาแล้วทุกอย่าง แต่สิ่งที่ได้ กลับเป็นสุขภาพที่แย่ลง และหนี้สินที่บานเบอะ อะไรคือจุดเปลี่ยนให้เข้ามา ทำธุรกิจขายตรง จนมีรายได้ระดับ 6 หลัก


อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้ามาทำ MLM


"แต่ก่อนผมทำอาชีพ เลี้ยงปลาดุก, ตะพาบน้ำ ส่งออกไปขายที่เมืองจีน และอยู่ๆ ก็ประสบปัญหา ขาดทุน จนมีหนี้สินจากธนาคารหลายล้านบาท แม้ว่าจะลองเปลี่ยนไป ทำนาแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจลองทำ ธุรกิจขายตรงดู เพราะอยากรู้ว่าได้จริงรึเปล่า"


ใครคือคนแนะนำให้ทำธุรกิจ


"ต้องขอขอบคุณ คุณอุไร มูลสรรค์ ที่แนะนำให้ผมรู้จักกับธุรกิจนี้ เพราะตอนนั้น เราไม่มีทางออกเลย ไม่รู้จักธุรกิจขายตรง ด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำยังไง แต่ได้แม่ทีมดี ทำให้ ผมมาถึงวันนี้ได้"


MLM เปลี่ยนชีวิตอย่างไรบ้าง


"ตอนนี้หนี้สินในธนาคารของผมหมดแล้ว มันเหมือนฝันมากครับ และปัจจุบันผมมีบ้านราคา 2 ล้านกว่าบาท พร้อมรถยนต์อีก 2-3 คัน ชีวิตผม ดีขึ้น ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน ตั้งใจว่า จะพยายามช่วยทีมงานให้มีรายได้เหมือนกับเราให้ได้ และขอขอบคุณ บ.ยูนิไลฟ์ฯ ที่ทำให้ผมมีวันนี้"


แรกๆ ที่ทำขายตรงรู้สึกอย่างไร


"จำได้ว่า กลัวและยังงงๆ กับธุรกิจ MLM อธิบายให้ใครฟัง ก็ไม่เข้าใจ เดือนแรกมีรายได้เข้ามา 240 บาท เดือนสอง 700 บาท เดือนสาม 10,000 กว่าบาท และ ก็เพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน จนคิดว่าตัวเอง เหมือนถูกลอตเตอรี่ เพราะเป็นธุรกิจ ที่ทำเงินให้เรามากมาย"


เคยท้ออะไรสุดๆ ใน MLM มั๊ย


"เคยแน่นอนครับ ถึงขนาดภรรยาบอกให้เลิก แต่เราก็ยังอยากพิสูจน์ต่อ เพราะยังมั่นใจว่า เป็นไปได้จริง และก็ไม่อยากท้อถอยด้วย คือเรามีหนี้สินอยู่มากมาย และมีครอบครัวที่ต้องดูแลอีก 4 ชีวิต ทำให้เราจะล้มไม่ได้ เพราะท้อแล้ว ก็คงจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น"


+ อยู่ตำแหน่งอะไร ตั้งเป้ายังไง


"ทำมาได้ 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 รายได้อยู่ที่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท ต่อเดือน อยู่ตำแหน่ง "เหรียญเงิน" ตั้งเป้าว่าจะขึ้นไปอยู่ตำแหน่งสูงสุดอย่าง "เพชรทอง" ให้ได้ภายใน 2 ปี


มีอะไรฝาก...ถึงผู้ที่ทำ MLM


"อยากบอกว่า ธุรกิจนี้....ต้องใจเย็นๆ ครับ เพราะช่วงแรกๆ จะยังไม่เห็นเงินหรอก แต่พอมีโครงสร้าง เดี๋ยวเงินก็เข้ามาเอง ซึ่งสมาชิกต้องมีความอดทนและอย่าท้อแท้ เพราะธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงชีวิต เราได้ ที่สำคัญเวลาอัพไลน์ชี้แนะอะไรก็ควรตั้งใจฟัง และพยายามเข้าไปเรียนรู้ที่เซ็นเตอร์บ่อยๆ จะทำให้เราประสบความสำเร็จแน่นอน"


ท้ายนี้.... "KEY TO SUCCESS" ขอเอาใจช่วยให้ หคุณเพลิน พุทธรักษา ฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นในตำแหน่ง "เพชรทอง" เร็วๆ นะครับ และเช่นเคยก่อนจากกัน ขอฝากคำคมเพื่อเป็นกำลังใจให้ลุกสู้ต่อไป สำหรับสมาชิกเครือข่ายทุกคน



"ความล้มเหลวไม่ได้อยู่ที่การ ล้มลง แต่อยู่ที่การไม่ลุกขึ้นต่างหาก"




Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ขายตรงเกษตรคึกรับฝนเปิดศึกชิงตลาด"ปุ๋ย"แสนล้าน!!!







Capture (Mobile)


สินค้าเกษตรเปิดกลยุทธ์รับหน้าฝน "ยูนิไลฟ์" เนรมิตศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ พร้อมอัดศูนย์ตัวแทนจำหน่ายสินค้าเพิ่ม เน้นการโปรโมตผ่าน โลกออนไลน์เป็นหลัก ด้าน "วิน วิน เวิลด์ไวด์" จับมือ "ธ.ก.ส." ขยายฐานลูกค้า เชื่อตลาดรวมปุ๋ยทะลุแสนล้าน ส่วน "มาบุญครอง" หันมาจับกลุ่มเกษตร เปิดโครงการแจกสินค้าทดลอง ร่วมการถ่ายทอดความรู้มัดใจเกษตรกร


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ปี 2556 ได้เตรียมรุกหนักทางด้านกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้านการเกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วยการจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ บริษัทยังได้เสริมศักยภาพทางด้านการกระจายสินค้า สู่สมาชิกและเกษตรกร ซึ่งบริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าขนาด ใหญ่ ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเขตภาคกลางซึ่งเป็น พื้นที่ที่มียอดการขายและสมาชิกผู้ทำธุรกิจและเกษตรกรอยู่หนาแน่น


ขณะที่สำนักงานตอนนี้มีสาขาอยู่แล้ว 35 แห่ง และได้พยายามเน้นสร้างศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่บริหารงานโดยสมาชิกอีกเกือบ 700 ศูนย์ ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าทั้งหมดกว่า 80 รายการ ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.กลุ่มเพิ่มผลผลิต เช่น ปุ๋ย ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมนพืช 2.กลุ่มป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น ยากำจัดวัชพืช ยาป้องกันกำจัดโรคพืช ยากำจัดแมลง และกำลังมีสินค้าใหม่ๆ อีกกว่า 30 รายการ ที่จะทยอยออกสู่ตลาดในปีนี้ เพื่อให้เกษตรกร ได้เลือกใช้แก้ปัญหาในการทำการเกษตรได้ตามความเหมาะสม ในแต่ละพืช แต่ละพื้นที่


โดยทั้งหมดจะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อีก ด้วย ซึ่งสินค้ายอดนิยมอันดับหนึ่งในขณะนี้ คือ "5 พลังยูนิไลฟ์" ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากกว่า 50% โดยสินค้า "5 พลังยูนิไลฟ์" นี้สามารถใช้ได้กับทุกพืช ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญจุดเด่นของ "5 พลังยูนิไลฟ์" ก็คือการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งหมายความว่าเราสามารถช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความ จำเป็นไปได้


อย่างไรก็ตาม CEO ยูนิไลฟ์ฯ ยังได้กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ฝนแล้งก็มีส่งผลกระทบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ที่สำคัญบริษัทได้ดำเนินกิจกรรมบนสื่ออิน-เตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของบริษัทไว้มากมาย สามารถเข้าเยี่ยมชม เว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.unilife.co.th หรือ www.facebook.com/unilife.co.th


"บริษัทยังได้จัดทำช่องทีวีออนไลน์ บน youtube ที่ www.youtube.com/media4unilife เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับการทำการเกษตรและการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่ง ผู้สนใจสามารถติดตามชมกันได้ หรืออีกช่องทางหนึ่งที่หน้าเพจ www.facebook. com/UnilifeTvOnline ซึ่งในปัจจุบันสมาชิก และเกษตรกรสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้มากขึ้น" ปราณี กล่าว


+ "วิน วิน" จับมือ "ธ.ก.ส." เพิ่มช่องขาย


ด้าน เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทยังเน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าทางการเกษตร เนื่อง จากที่ผ่านมากลุ่มสินค้าชนิดนี้ของบริษัทได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่าง ดีจากผู้บริโภค โดยสินค้าในกลุ่มเกษตรมีอยู่ทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่ 1.วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันพืช 2.ออมเงินอาหารเสริมใบ 3.ปุ๋ยเม็ดออมเพชร ทางเดิน และราก


"บริษัทมีโรงงานผลิตปุ๋ยเป็นของตนเองอยู่ที่บางบัวทอง และแน่นอนว่าได้รับ ผลกระทบเป็นอย่างมากจากภาวะวิกฤติ น้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 ขณะนี้บริษัท ได้ปรับปรุงพื้นที่โรงงานเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถทำการผลิตได้อย่าง เต็มกำลัง โดยโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตปุ๋ยจัดจำหน่ายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อ เดือน" ภก.ประเสริฐ เผย


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนในการเข้า ร่วมกับ "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร" หรือ ธ.ก.ส. เพื่อหาช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ โดยได้เข้าไปติดต่อกับหน่วยงาน "สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า" หรือ สกต. ธ.ก.ส.ที่ดูแลส่วนนี้โดยตรง จากเดิมที่บริษัทจำหน่ายปุ๋ยในพื้นที่เดียวในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายได้ ต่อเดือนประมาณ 30-40 ล้านบาท ปีหน้า จะรุกเพิ่มไปอีก 10 จังหวัด โดยการเข้าร่วม กับ สกต.ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดย จะรุกในแถบภาคกลางก่อน และตั้งเป้าเพิ่ม ยอดขายเป็นหลักร้อยล้านบาท


ผลิตภัณฑ์การเกษตรของบริษัท จัดจำหน่ายในรูปแบบขายตรงชั้นเดียว ปัจจุบัน มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 60% ส่วน สินค้า MLM ประมาณ 40% ปีหน้า สินค้า MLM มีแผน เพิ่มผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเข้ามาเจาะตลาด ซึ่งสินค้าทุกตัวของบริษัทพัฒนาจากเภสัชกร และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


"ส่วนตลาดปุ๋ยปี 56 เทรนด์ปุ๋ยอินทรีย์ บูมแน่นอน ขณะนี้มีมูลค่าการตลาดเป็นหลัก แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี หลังจากเปิด AEC บริษัท วิน วินฯ จะขยายปุ๋ยไปต่างประเทศ คาดว่าน่าจะเริ่มต้นที่ประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนามก่อน โดยการหาตัวแทนจำหน่าย ทั้งนี้การเตรียมพร้อมสำหรับตลาด ตรงนี้ คือ การพัฒนาภาษาอังกฤษของบุคลากร เพราะตนมองว่าภาษาอังกฤษเป็น ปัจจัยสำคัญมาก สำหรับความก้าวหน้าของ บริษัทและประเทศไทย หลังจากเปิด AEC" แม่ทัพ วิน วิน กล่าว


+ "มาบุญครอง" ผุดโครงแจกสินค้า


นายพิบูล ลิมปิวิวัฒน์กุล รองประธาน กรรมการบริหาร และกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า มาบุญครองได้จัดทำโครงการพัฒนา เกษตรกรไทยก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินศิริชัย และศิริชัย ไบโอพลัส เมื่อ วันที่ 10-11 ธ.ค.55 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลตอบรับดีจนเกินคาด จึงมีนโยบายในการอัดฉีดงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิม 30 ล้าน เป็น 50 ล้าน


สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นโครงการ เพื่อแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์การเกษตร ให้เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัว-เรือน ได้นำไปทดลองใช้ทำแปลงสาธิต ซึ่งเริ่มแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 จากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การเกษตร ของมาบุญครองจะสามารถเห็นผลชัดเจน และสร้างยอดขายให้เติบโตในปี 2556 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย


โครงการนี้จะมีการกระจายผลิตภัณฑ์ สู่กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ด้วยการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์สารปรับปรุงดินให้กับเกษตรกรไทยทดลองใช้ให้ได้ผลจริง โดยโครงการที่ผ่านการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ได้นำความรู้ไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรไทย ซึ่ง ผู้นำโครงการฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกและผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร โดยโครงการนี้จะรับสมัครจำนวน 400 คน ที่จะกระจายไปสู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ รวมถึงการส่งผล ให้เกษตรกรไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


โดยหลังจากการเปิดตัวสินค้าการ เกษตรไปเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทก็จะทำการเทรนนิ่ง กลุ่มสมาชิกนักขายอย่าง ต่อเนื่อง และมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรากหญ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอาชีพเกษตรกร โดยหลังจาก ที่บริษัทเปิดตัวสินค้าแรกของปีในช่วงกลางปีนี้ บริษัทก็จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดเพิ่มอีก ซึ่งจะมีทั้งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และกลุ่มสินค้าที่ผลิตในประเทศ


อย่างไรก็ดีปี 2556 มาบุญครอง เน้น หนักทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ตั้งเป้าการจำหน่ายปี 2556 อัตราส่วน 60-70% ยังมีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งตั้งเป้าการจำหน่าย ปี 2556 อัตราส่วน 30-40% โดยในงานได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SB-2 โคเอนไซม์ คิวเท็น ตราศิริชัย ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเพื่อสุภาพสตรี สวยใสจากภายใน เปล่งประกายสู่ภายนอก และ D1 (ดี1) ตราศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสาร สกัดจากธรรมชาติเพื่อการล้างสารพิษ ทั่วร่างกาย ซึ่งได้รับความสนใจ และผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักธุรกิจมาบุญครอง




http://www.siamturakij.com

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : "ยูนิไลฟ์" โหมกลยุทธ์สร้างแบรนด์ จัดโรดโชว์-ฉายตัวผ่าน "ยูทูบ" ปั้นเป้า 650 ล้าน







unilife (Mobile)


"ยูนิไลฟ์" รุกหนักกลยุทธ์สร้าง แบรนด์ ตระเวนโรดโชว์ทั่วประเทศ พร้อม ตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ จ.สุพรรณบุรี อวดสินค้าชื่อ "5 พลัง" ทีเด็ดมัดใจเกษตรกร เดินหมากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ อย่าง "ยูทูบ" เป็นหลัก ลั่นปี 56 ขอยอดขาย 650 ล้าน บาท สมาชิกแตะ 2 แสนรหัส


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่าเมื่อช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วน แต่ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 500 ล้านบาท ในส่วนของสมาชิกมีอยู่เวลานี้ 150,000 รหัส ถือว่าน่าพอใจซึ่งมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ในปี 2556 ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องจบสิ้นปีสมาชิกต้องมี 2 แสนรหัสขึ้นไป ส่วนยอดขายตั้งไว้ที่ 650 ล้านบาท


โดยปี 2556 ได้เตรียมรุกหนักทางด้าน กิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้าน การเกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วย การจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ บริษัทยังได้เสริมศักยภาพทางด้านการกระจายสินค้าสู่สมาชิกและเกษตรกร ซึ่งบริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเขตภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียอดการขายและสมาชิกผู้ทำธุรกิจและเกษตรกรอยู่หนาแน่น


ขณะที่สำนักงานตอนนี้มีสาขาอยู่แล้ว 35 แห่ง และได้พยายามเน้นสร้างศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่บริหารงานโดยสมาชิกอีก เกือบ 700 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าทั้งหมดกว่า 80 รายการ ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร แบ่งเป็นสอง กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.กลุ่มเพิ่มผลผลิต เช่น ปุ๋ย ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมนพืช 2.กลุ่มป้องกัน กำจัดศัตรูพืช เช่น ยากำจัดวัชพืช ยาป้องกัน กำจัดโรคพืช ยากำจัดแมลง และกำลังมีสินค้าใหม่ๆ อีกกว่า 30 รายการ ที่จะทยอย ออกสู่ตลาดในปีนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้เลือกใช้แก้ปัญหาในการทำการเกษตรได้ตามความเหมาะสมในแต่ละพืช แต่ละพื้นที่


ส่วนอีก 10% เป็นสินค้าทางด้านอุปโภคบริโภค เช่น กาแฟ สบู่ ยาสีฟัน เพื่อให้สมาชิกผู้จำหน่ายได้มีโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น และที่เป็นสินค้ายอดนิยมอันดับหนึ่งในขณะนี้ คือ "5 พลังยูนิไลฟ์" ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง ได้มากกว่า 50%


โดยทั้งหมดจะสามารถช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย ซึ่งสินค้า "5 พลังยูนิไลฟ์" นี้สามารถ ใช้ได้กับทุกพืช ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญจุดเด่นของ "5 พลังยูนิไลฟ์" ก็คือการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งหมายความว่าเราสามารถช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความจำเป็นไปได้


อย่างไรก็ตาม "ปราณี" ยัง ได้กล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหา ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะ เป็นน้ำท่วม ฝนแล้งก็มีส่งผลกระทบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ ที่สำคัญบริษัท ได้ดำเนินกิจกรรมบนสื่ออินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของบริษัทไว้มากมาย สามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.unilife.co.th หรือ www. facebook.com/unilife.co.th


นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดทำช่องทีวี ออนไลน์บน youtube ที่ www.youtube. com/media4unilife เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับ การทำการเกษตรและการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามชมกันได้ หรืออีกช่องทางหนึ่งที่หน้าเพจ www.facebook. com/UnilifeTvOnline ซึ่งในปัจจุบันสมาชิกและเกษตรกรสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้มากขึ้น


ในส่วนของการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประธานใหญ่ "ยูนิไลฟ์" เผยว่า บริษัทได้มองเห็นโอกาสในภาคเกษตร ของทางประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งพื้นที่และประชากรส่วนใหญ่ของอาเซียน อยู่ในภาคธุรกิจเกษตรนี้ บริษัทจึงได้มองลู่ทางขยายฐานธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ ลาว, พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งได้เตรียมการบางส่วนรองรับไว้บ้างแล้ว แต่คงต้องรอความชัดเจน ในกฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน คาดว่าการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 จะส่งผลบวกกับทางบริษัทด้านการ ขยายตลาดมากยิ่งขึ้น


สำหรับ "ยูนิไลฟ์" ยังได้มีกิจกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเกษตรอยู่เสมอ รวมถึงในปีนี้ นายสกล มงคลธรรมากุล ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอสทีมโฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งมีบริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทในเครือ ยังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมาอีกด้วย



Credit By :http://www.siamturakij.com