ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท รมิตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท รมิตา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

‘รมิตา’เดินเครื่องเครือข่ายอาเซียน ลดเป้าสิ้นปี เหตุปัจจัยลบพ่นพิษรอบด้าน







Capture (Mobile)

 


“รมิตา” เผยธุรกิจ 6 ปีที่ผันผ่าน เจอทั้งวิกฤติและโอกาส...หลังปูพรมสาขาเพิ่ม แบรนด์เริ่มติดหู...บอสใหญ่ “ใจกล้า” คุยหลังเจาะตลาดเพื่อนบ้าน โอกาส & อุปสรรค เดินเคียงคู่ แต่ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายอาเซียนเต็มประตู...เชื่อมั่นปีหน้าหากเศรษฐกิจไทยและเทศในภาพรวมดี จะเหวี่ยงธุรกิจขายตรงดีตามอีกครั้ง...แย้มเป้าสิ้นปีขอแตะ 200 ล้าน


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธานกรรมการ บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด เผยว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ธุรกิจ “รมิตา” เจอทั้งอุปสรรคและปัญหาในการทำธุรกิจต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจมาได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่ “รมิตา” มีการขยายสาขามากขึ้น จนทำให้หลายคนเริ่มรู้จักแบรนด์ “รมิตา” ล่าสุด ได้มีการขยายสาขาเพิ่มเป็น 20 สาขาด้วยกัน


“การเปิดสาขาของ “รมิตา” นับจากนี้ ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องมีสาขาเกิดขึ้นอย่างน้อยประมาณ 3 - 5 สาขาต่อปี ขณะนี้ได้มีการพิจารณาที่จะเปิดสาขาเพิ่มอยู่เช่นเดียวกัน โดยพื้นที่สำคัญที่น่าสนใจในการขยายธุรกิจ นั่นก็คือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศพม่าได้ โดยคาดว่าช่วงต้นปีหน้า น่าที่จะเปิดสาขาที่นั่นอย่างแน่นอน”


ประเทศพม่า ถือเป็นประเทศที่เพิ่งจะเปิดโซนนิ่งในการทำธุรกิจใหม่ จึงกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจจากมุมมองของนักธุรกิจทั่วโลก ที่สำคัญคนพม่าเป็นคนที่มีเงิน แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำเงินไปลงทุนทางด้านไหนบ้าง ซึ่งหลังจากที่ “รมิตา” ได้นำธุรกิจเข้าไปที่พม่า พบว่าคนพม่าค่อนข้างให้ความสนใจในธุรกิจ รมิตา กันพอสมควร และผลจากการสำรวจตลาดขายตรงในประเทศพม่า ธุรกิจขายตรงไทยยังมีไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่เข้าไปดำเนินการและโดยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทต่างประเทศเท่านั้นที่เข้าไปลงทุน เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจขายตรงในพม่าไม่น่าสนใจ อาจเป็นเพราะเรื่องของวัฒนธรรมของธุรกิจขายตรง ที่ยังไม่สามารถสอดรับกับคนพม่าเท่าที่ควร


ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ “รมิตา” ได้ปรับแนวทางของธุรกิจใหม่ เพื่อให้เข้ากับคนพม่า ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขในการจ่ายค่าคอมมิชชั่น เงื่อนไขเอกสารการสมัคร ที่จะทำให้คนพม่าสามารถทำธุรกิจของ รมิตา ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะคนพม่าบางคนจะไม่มีเอกสารบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จึงแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือแทน เพื่อให้ยืนยันว่า เป็นตัวจริงที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ส่งผลให้เริ่มมีสมาชิกเข้ามาสู่ธุรกิจ รมิตา มากขึ้น


หลังจาก รมิตา อุ่นเครื่องในประเทศพม่าเป็นที่เรียบร้อย ก้าวต่อไป “รมิตา” มีแผนที่จะบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนเป้าหมายในประเทศลำดับต่อไป ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอจดทะเบียนอยู่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า นั่นก็คือ ประเทศมาเลเซีย


สำหรับประเทศมาเลเซียนั้น ทางบริษัทฯ จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเป็นตลาดที่สำคัญที่มีพี่น้องมุสลิม ซึ่งถือเป็นตลาดเป้าหมายที่ รมิตา ต้องการจะใช้ฐานพี่น้องมุสลิมตรงนี้ ไปต่อยอดขยายธุรกิจต่อไปยังประเทศอินโดนีเซียและบรูไนในลำดับต่อไป


ทั้งนี้หากเปรียบเทียบสถานการณ์ในแต่ละประเทศสำหรับธุรกิจขายตรงแล้ว อาจวิเคราะห์ได้ว่า ประเทศลาว เป็นประเทศที่ได้รับความน่าสนใจมากที่สุด เนื่องจากประเทศลาวการสื่อสารค่อนข้างเข้าใจง่าย และการเดินทางสะดวกสบาย อีกทั้งคนลาวส่วนใหญ่รู้จักธุรกิจขายตรงของไทยค่อนข้างเยอะพอสมควร ส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักเป็นอย่างมาก เพราะมีหลายบริษัทในไทยเปิดตัวกันอย่างมากมาย ซึ่งมาทั้งในรูปแบบที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่า หากบริษัทไหนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในปี 2557 ตลาดประเทศเพื่อนบ้านก็น่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน


“วันนี้ กำลังซื้อของลาวค่อนข้างดีมาก เหตุผลอาจเป็นเพราะคนที่ทำธุรกิจกับ รมิตา ส่วนใหญ่ พบว่าจะเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป อาทิ กลุ่มพ่อค้า กลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งหากเรามีโปรโมชั่นที่ดี มีของแจกของแถม ยิ่งทำให้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อมากขึ้นด้วยเช่นกัน”


ส่วนในประเทศเวียดนาม ผลจากการวิเคราะห์ พบว่า เวียดนามนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตมากกว่าประเทศลาว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามค่อนข้างดีกว่าลาว จากการสำรวจยังพบอีกว่า คนเวียดนามมีความขยันมากกว่าคนลาวถึง 7 เท่า มีความตั้งใจในการทำงานและมีความมุ่งมั่น จึงทำให้ รมิตา เชื่อมั่นว่า ไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ เวียดนามจะเป็นประเทศที่ รมิตา น่าจะเขย่าตลาดได้อย่างเมามันและมีอัตราการเติบโตที่มากกว่าประเทศลาวอย่างแน่นอน


...หากถามว่าทำไม “รมิตา” สามารถตีตลาดในประเทศเพื่อนบ้านได้ “ใจกล้า” ให้คำตอบอย่างมั่นใจว่า ประการแรก อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจของทีมผู้บริหารที่มีนโยบายที่ชัดเจน ในด้านการบุกตลาดที่ประเทศลาวอย่างจริงจัง รวมถึงมีทีมงานที่เข้ามาทำอย่างจริงจัง ประการที่สอง ความตั้งใจของสมาชิกที่เข้ามาร่วมธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จจริง ๆ ประการที่สาม ในเรื่องของสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและสมาชิกได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพและราคา


ปัจจุบันสินค้าที่เป็นตัวหลักของ “รมิตา” ยังคงเป็นกาแฟมะรุม ชามะรุม น้ำดำมะรุม และมีแผนที่จะนำสินค้าใหม่เข้ามาเสริมทัพอีก ในกลุ่มของเครื่องสำอางจากประเทศไต้หวัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการนำเข้ามาแล้ว 1 รายการ และกำลังอยู่ในช่วงทดสอบอีก 4 - 5 รายการด้วยกัน ในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสปา คาดว่าภายในต้นปีหน้าจะมีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม โดยอาจจะมีทั้งสินค้าในไทยและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน รมิตา มีสินค้าอยู่ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม 65 รายการด้วยกัน


“ใจกล้า” กล่าวทิ้งท้ายว่า ยอดขายโดยรวมของ รมิตา สิ้นปีนี้ เชื่อว่า ตัวเลขน่าที่จะยังไม่เป็นไปตามเป้าเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมถึงกระแสขายตรงที่ออกมาในเชิงลบ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ยอดขายของ รมิตา ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยคาดว่ายอดขายสิ้นปีนี้ น่าที่จะอยู่ที่ประมาณ 200 กว่าล้านบาทเช่นกัน


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"รมิตา" เกาะกระแส AEC เล็งหาช่องปักธง "พม่า-มาเลย์"







602267_495978117175853_1930029660_n (Mobile)

 


"รมิตา" อวดความพร้อมลุยปักธงประเทศอาเซียน ชี้ขยายไปแล้ว 2 ประเทศ คือ ลาว และกัมพูชา พร้อมเผยเตรียมเดินหน้าเจาะตลาดพม่า มั่นใจเมืองหม่องทำเลทองของคนขายตรง วางระบบรหัสเดียวสร้างเครือข่ายได้ทั่วโลก ฟุ้งตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี 56 ฝันโกย 500 ล้านบาท


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธาน บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านธุรกิจเครือข่ายเอาไว้ โดยในเบื้องต้นได้มีการศึกษาตลาดและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดเอาไว้ทุกด้าน โดยอีกไม่นานการเปิดตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเริ่มขึ้นในปี 2558


ก่อนหน้านี้บริษัทได้ออกไปเจาะตลาด 2 ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก อาทิ สปป.ลาว มีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมีรายได้กันเป็นจำนวนมาก ส่งให้ยอด ขายในประเทศดังกล่าวเติบโตแบบก้าวกระโดด และตอนนี้ได้ขยาย เข้าไปเปิดสาขาที่ลาว และเวียดนาม โดยประเทศไทยบริษัทได้เปิด ไปแล้ว 20 สาขา รองลงมา ลาว 11 สาขา และเวียดนาม 2 สาขา ส่วนที่พม่าและมาเลเซีย กำลังมีการเจรจาเพื่อจะเปิดสาขาให้ได้ ต่อไป


ใจกล้า กล่าวต่อว่า การทำตลาดต่างประเทศในแถบอาเซียน พบว่า ประเทศ พม่ามีโอกาสในการเติบโตมากที่สุด นั่นเพราะมีเหตุและปัจจัยเอื้ออำนวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของคนพม่าที่อยาก เปิดโลกทัศน์ของตนเองให้ทันยุคสมัย พร้อมทั้งวิธีการต่างๆ ที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไป ทำธุรกิจในประเทศ ช่วยกันกระตุ้นให้มีการ บริโภคตลอดทั้งปีต่อเนื่อง


"พม่า คือทำเลทองของคนขายตรงเลยก็ว่าได้ อย่าง รมิตา เองได้เตรียมความ พร้อมต่างๆ แล้ว ก็รุกที่พม่าเป็นเป้าหมายหลักในปีนี้ โดยบริษัทมีลูกค้าที่มาจากอิน-เตอร์เน็ตเป็นหลัก แน่นอนว่ามีผู้นำเข้าไปทำ ตลาดและทั้งนี้บริษัทต้องทำทุกอย่างตามกฎระเบียบของประเทศที่กำหนดไว้"


บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดสาขา ในภูมิภาคอาเซียนให้สำเร็จออกไปในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความพร้อมอย่างยิ่งในด้านของเงินทุนที่ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ ประเทศต่างมีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสของบริษัทไทยที่จะเข้า ไปตลาดอาเซียนมากขึ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้เข้าไปดูงานที่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่นั่นมีผู้คนที่อยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เยอะมาก ได้เข้าทำธุรกิจกับ บ.รมิตา อาจเป็นเพราะบริษัทเริ่มมีสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกอย่างได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ทุกประเทศในแถบอาเซียน จะต้องทำยอดให้ได้ถึง 500 ล้านบาท โดยสมาชิกในปัจจุบันมี 2 แสนรหัส และได้ใช้แผนการตลาดแบบ one world one code เพื่อให้ทุกท่านสามารถทำธุรกิจให้สามารถประสบ ความสำเร็จอย่างเท่าเทียมกัน


ขณะเดียวกันบริษัทยังสนับสนุนให้มีการจัดประชุมให้กับผู้นำตามพื้นที่ต่างๆ โดย บริษัทมีการให้ยืมสินค้าออกไปก่อน เพื่อให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น พิเศษให้กับผู้นำ นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัว สินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วย กระตุ้นยอดขาย ซึ่งในปีนี้บริษัทได้มีการเปิด ตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายรายการ เช่น กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นอาหารเสริม พืชชนิดน้ำสูตรนาโน, น้ำหอมสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงและอีกกลุ่มเป็นกลุ่มอาหารเสริม ที่เป็นไบโอเทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับธุรกิจขายตรงในประเทศไทยสำหรับ ปีนี้นั้น คงเป็นเรื่องของธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือ มันนี่เกมที่ปัจจุบันมักจะมีอะไรแปลกๆ ออก มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีผู้บริโภคบางคนยัง แยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือธุรกิจขายตรง หรือมันนี่เกม ดังนั้น อยากให้ภาครัฐเข้ามา ดูแล และเร่งปราบปรามบริษัทหลอกลวงเหล่านี้ให้หมดไป เพราะหากปล่อยนานเกิน ไปอาจจะส่งผลกระทบกับภาพรวมธุรกิจขายตรงได้








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

‘รมิตา’จัดหนักอัดโปรโมชั่นให้นักขาย พร้อมเปิดกลยุทธ์รุกตลาดต่างประเทศ







รมิตา (Mobile)

 


“รมิตา”อัดโปรโมชั่นพิเศษโค้งสุดท้ายปลายปี หวังกระตุ้นยอดจากสมาชิก คาดตัวเลขในช่วงเวลาที่เหลือ เติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเดือน เผยเตรียมจัดงานเชิดชูเกียรติยศประดับเข็ม “Ramita Leadership Awards 6” ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตเดือนมี.ค.ปีหน้า ประกาศนโยบายเชิงรุกเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ พร้อมขยายสาขาเพิ่มรองรับการเติบโต


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธาน บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงอีก 3 เดือนที่เหลือของปีนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อส่งเสริมการขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ โดยล่าสุดได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ซื้อสินค้าทุก 1,000 พีวี แถมฟรีเครื่องดื่มน้ำดำมะรุม 1 ขวดมูลค่า 1,450 บาท หรือโปรโมชั่นล่องเรือสำราญกับท่านประธาน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกคาดว่าตัวเลขในช่วงเวลาที่เหลือเชื่อว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเดือน


“ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเรามองว่าเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะดีจึงได้เป้ายอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจากเจอปัญหาเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เราต้องปรับเป้าลงมาอยู่ที่ 230-240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดขาย 222 ล้านบาท”


สำหรับกลยุทธ์ในการรุกตลาดต่างประเทศนั้น ใจกล้า กล่าวว่า บริษัทจะเน้นการจัดประชุม และจัดโปรโมชั่นพิเศษให้เหมาะกับตลาดในแต่ละประเทศ เช่น สปป.ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และพม่า เนื่องจากวัฒนธรรมบางอย่างของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน


โดยปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทยังคงมาจากสปป.ลาวคิดเป็น 60% ของยอดขายรวมทั้งหมด ล่าสุดบริษัทได้ทำพิธีเปิดศูนย์สาขาปากเซ และหลวงพระบางในสปป.ลาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งกระแสการตอบรับถือว่าดีเกินคาด!!


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกหลายแห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนสมาชิกในสปป.ลาวอีกด้วย ส่วนเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมาบริษัทได้ทำพิธีเปิดศูนย์สาขากัมพูชาอีก 1 แห่ง และเวียดนามอีก 2 แห่ง อย่างเป็นทางการ


ซึ่งทั้ง 2 ประเทศถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างดีมากโดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีมากคาดว่าไม่เกิน 2 ปียอดขายจากเวียดนามจะแซงสปป.ลาวอย่างแน่นอน ขณะที่ตลาดพม่าซึ่งล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ประมาณปลายปีนี้


“ตลอดเกือบ 5 ปีที่ผ่านมาเราเข้าไปเปิดตลาดมาแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาวมีทั้งหมด 11 สาขา, กัมพูชา 1 สาขา, เวียดนาม 2 สาขา และเร็ว ๆ นี้พม่าอีก 1 สาขา โดยตอนนี้เรามียอดขายจากสปป.ลาวเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นไทย เวียดนาม และกัมพูชา ตามลำดับ ซึ่งจุดแข็งของเราในการเข้าไปเปิดตลาดในต่างประเทศคือ การเปิดเป็นบริษัทลูกของรมิตาขึ้นมาอย่างเป็นทางการไม่ใช่แม่ทีมไปเปิดเอง ที่สำคัญเราใช้แผนการตลาดที่เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก รวมถึงสินค้าที่มีความหลากหลายและได้มาตรฐานตามที่ประเทศนั้น ๆ กำหนดไว้”


ด้านนายวัตถาภรณ์ กาฬภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) บริษัทจึงได้เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปีขึ้นในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2557 ภายใต้ชื่อ “Ramita Leadership Awards 6” ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต


ซึ่งการจัดงานดังกล่าวจะเป็นการประชุมร่วมกันของศูนย์สาขาในประเทศต่าง ๆ ของรมิตา ได้แก่ สปป.ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, พม่า และไทย คาดว่าจะมีผู้บริหารและสมาชิกที่ประสบความสำเร็จเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน


โดยภายในงานจะมีพิธีประดับเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ให้สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จได้รับตำแหน่ง RD,GD และ WD เพื่อแสดงพลังแห่งสีส้มให้โลกได้รับรู้ นับเป็นครั้ง 6 และภายในงานยังมีคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ได้แก่ ใบเตย อาร์สยาม และไมเคิล ตั๋ง นอกจากนี้ ยังมีการแจกของรางวัลให้กับสมาชิกมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, แท็บเล็ต และอื่น ๆ อีกมากมาย


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/