ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แซนสยาม-Xiansiam แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แซนสยาม-Xiansiam แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเมืองป่วน! MLM หด ผู้ค้าหวั่นธุรกิจไม่โตตามเป้า







Capture (Mobile)

 


การเมืองพ่นพิษ! กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงโอดครวญ "กิฟฟารีน" คาดการณ์ตลาดรวม MLM ปี 56 โตน้อยกว่าปี 55 เน้นจัดประชุมลดความตึงเครียดนักธุรกิจ ด้าน "ยูนิไลฟ์" ชี้ ผลกระทบหนักตกไปอยู่กับสินค้ากลุ่มเสริมอาหาร และ ความงาม ฝั่ง "เอเชีย สุพรีม" เชื่อคนเดินเข้ามาในธุรกิจขายตรงน้อยลง ทางด้าน "แซนสยาม" กลัวสถานการณ์รุนแรง พา เศรษฐกิจหยุดชะงัก


กลายเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ สำหรับเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบไปยังภาคธุรกิจไม่เว้นแม้แต่วงการขายตรง ที่ปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการต่างออก มายอมรับถึงผลกระทบทางการเมืองที่มีต่อบริษัท ซึ่งต่างฝ่ายก็มองว่า หากสถานการณ์ลุกลามและรุนแรงกว่านี้ อาจส่งผลให้ ยอดขาย และการเติบโตโดยรวมของธุรกิจขายตรงน้อยกว่าที่ ตั้งเป้าไว้


"กิฟฟารีน" คาดขายตรงโตน้อยกว่าปี 55


นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยถึงผลกระทบทาง การเมืองที่มีต่อธุรกิจกับ "สยามธุรกิจ" ว่า จากสถานการณ์ทาง การเมืองในปัจจุบัน ที่มีการชุมนุมในหลายพื้นที่ ทำให้กลุ่มผู้บริโภค มีการระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ยอดขายของบริษัท และภาพรวมทางธุรกิจ


"กิฟฟารีนพยายามสร้างบรรยากาศ ในองค์กรให้มีความตึงเครียดน้อยที่สุด บริษัท พยายามสร้างกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นธุรกิจ โดยเฉพาะการนำเสนอขายของบรรดาสมาชิก ที่บริษัทพยายามเน้นให้ นักธุรกิจนำเสนอสินค้าที่เป็นของใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น"


อย่างไรก็ดี ทางบริษัทยังคงติดตาม สถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์ และปรับแผนการตลาดให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ ส่วนในภาพรวมของตลาดขายตรงนั้น ถึงปัจจุบันคาดว่าตลาดรวมยังโตได้ อยู่ ถึงแม้การเติบโตจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่าน มาก็ตาม แต่โดยรวมก็คาดว่ายังมีการเติบโต


"ยูนิไลฟ์" ชี้ เสริมอาหาร-ความงามทรุด


ด้านนางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า หากความวุ่นวายทางการเมืองยังไม่จบสิ้น และ ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่า ภาพรวมของ ทุกธุรกิจจะแย่ลง ซึ่งในส่วนของธุรกิจขายตรงก็จะเติบโตได้ต่ำลงด้วย เพราะผลกระทบ จากการเมืองทำให้เศรษฐกิจล้มเหลว จนส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อต่ำและมีการตัดสินใจซื้อช้าลงในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ ในส่วนของเสริมอาหาร และเครื่องสำอางได้รับผลกระทบมากที่สุด ประการสำคัญ หากมีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง อาจส่งผลให้ธุรกิจ ขายตรงไทยตกต่ำมากกว่านี้ก็เป็นได้


"เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางบริษัทก็ได้เตรียม แผนรับมือไว้อยู่แล้ว เพราะถึงแม้จะมีศูนย์กระจายสินค้าต่างจังหวัด รวมถึงสมาชิกก็ตาม แต่หากการเมืองรุนแรงขึ้น ก็จะทำให้ เรื่องของการนำเข้าสินค้าและส่งออก มีผล กระทบมายังบริษัทแน่นอน รวมถึงหลายๆ บริษัทก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะหากกำลังซื้อตกลง ยอดขายของบริษัทก็จะลดลง และมีผลของการวางแผนในต้นปีหน้าด้วย แต่ที่น่าเศร้ากว่า คือประเทศชาติ จะต้องหยุดพัฒนาและเดินไปช้ากว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนด้วย"


ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ชุมนุมไปอยู่ในพื้นที่ที่มีสำนักงานเปิดอยู่ก็อาจจะให้ปิดชั่วคราว และอาจปรับระบบการจัดการบริหารไปอยู่ในจุดที่สมาชิกเดินทางไปได้สะดวกขึ้น โดยไม่ไปใกล้พื้นที่ที่ชุมนุม และหากการชุมนุม ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ถึงปีหน้า เรื่องของผลกระทบ ยอดขายก็อาจจะต้องตกลง โดยเชื่อว่าจะกระทบไปทุกบริษัทที่ทำเครือข่าย รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ ด้วย


"เอเชีย สุพรีม" หวั่นคนไม่เดินเข้า MLM


ในส่วนของ อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ปกติในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ละบริษัทจะต้อง พยายามงัดกลยุทธ์ออกมาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาเอาใจสมาชิกให้ซื้อกันเต็มที่ แต่พอมาเจอเหตุการณ์ทางการเมืองที่กำลังเร่าร้อนแบบ นี้ก็ทำให้หลายๆ บริษัทอาจต้องทำใจและปรับเปลี่ยนแผนการตลาดรับมือกันพอ-สมควร เพื่อให้ประคับประคองให้ธุรกิจเดิน หน้าต่อไปได้


"ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี แต่ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเติบโต ได้อยู่เพราะมีผู้เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอิสระมากขึ้นส่งผลให้ขายสินค้าได้มากตาม ไปด้วย เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้มีผู้สนใจเข้าสู่ธุรกิจขายตรงน้อย ลงเรื่อยๆ และเชื่อได้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการแต่ละรายอาจจะไม่กล้าอัดงบ-ประมาณในการทำตลาด ยิ่งบางบริษัททุ่มงบประมาณไปแล้ว เกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจกแถม เพื่อกระตุ้นการซื้อก็อาจ จะต้องเสียหายและขาดทุนย่อยยับไปเลย"


ขณะเดียวกันยังต้องเพิ่มผลตอบแทน ให้ผู้จำหน่ายอิสระสูงขึ้นอีกเพื่อเป็นแรงจูงใจ ให้จำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น และหากเหตุการณ์ทางการเมืองเลวร้ายไปกว่านี้ เอเชีย สุพรีม ก็ได้มองตลาดต่างประเทศและกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะทุกบริษัทจะมีการแข่งขันกันอย่างหนัก บริษัทไหนแข็งแรงและมีศักยภาพดีกว่าก็จะได้เปรียบ โดยบริษัทยังมั่นใจในสมาชิกและผู้นำเก่งๆ ที่จะนำพาให้ เอเชีย สุพรีมŽ รับมือกับการแข่งขันได้


"แซนสยาม" กลัวเหตุการณ์รุนแรง พาเศรษฐกิจหยุดชะงัก


ทางด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ ยังไม่ได้ส่งผล กระทบต่อบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัท เน้นทำตลาดในสาขาต่างจังหวัดเป็นหลัก ส่วนสำนักงานในกรุงเทพฯ ก็มี แต่ไม่มากเท่าไรอีกทั้งยังไม่อยู่ในพื้นที่ใกล้กับการชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่ สาขา "แซนสยาม" ในต่างจังหวัดจะมีสมาชิกที่เป็นนักจัดรายการ วิทยุ หรือดีเจ คอยประชาสัมพันธ์สินค้าและ มีเกมให้ผู้ฟังได้ร่วมสนุก เพื่อที่จะได้รับสินค้า เป็นรางวัล ทำให้สถานการณ์ในเวลานี้ไม่มีผลกระทบแน่นอน


อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทางการเมืองเลวร้ายถึงขั้นรุนแรง "สมชาย" ได้กล่าวต่อว่า หากถึงขั้นนั้นจริง เศรษฐกิจประเทศชาติก็จะหยุดชะงัก ทุกธุรกิจจะหยุด นิ่ง ทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่ในยุคข้าวยาก หมากแพงอีกครั้ง โดยประเทศเพื่อนบ้านก็จะพัฒนาแซงหน้าประเทศเราไปอีกหลายขั้น


"ถึงเวลานั้นจริงๆ บริษัทก็ต้องรับมือ ให้ได้ และสาขาที่อยู่ในกรุงเทพฯ บางจุด อย่างสำนักงานใหญ่ก็อาจจะปิดชั่วคราวแน่นอน แต่ก็หวังว่า สถานการณ์ทางการเมืองคงไม่ ร้ายแรงถึงขั้นนั้น โดยหากถึงขึ้นนั้นแล้ว บริษัทขายตรงที่มีออฟฟิศใกล้ตรงสถานที่ชุมนุมก็คงจะเสียหายเป็นอย่างมาก ถึงตอนนี้ บริษัทได้เตรียมที่จะเล็งทำตลาดไปในประเทศ เพื่อนบ้านด้วย เพราะจะช่วยให้บริษัทขยาย เครือข่ายและเพิ่มยอดขายอีกต่างหาก" สมชาย กล่าวทิ้งท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวเเซนสยาม (Xiansiam) : แซนสยามต้นปีเจอพิษนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ เร่งอัดแคมเปญแรงแซนสยามมอบโชคครั้งที่ 2







Capture (Mobile)


แซนสยาม เผยภาพรวมธุรกิจที่ผ่านมา 5 เดือน กระแสธุรกิจตก หลังเจอคู่แข่งนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ 2 เจ้า ออกอาวุธทุกรูปแบบทำธุรกิจเป๋!..ล่าสุดออกแคมเปญร้อนแรง แซนสยามมอบโชค ครั้งที่ 2 แจกจริงเห็นๆ ถึง บ้าน...ด้าน สมชาย แย้มกลยุทธ์บุกตลาดนับจากนี้มุ่งสู่ตลาดอาเซียน พร้อมเป้าหมายสิ้นปี 1 พันล้าน


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงภาพรวมของธุรกิจในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต้อง ยอมรับว่า แซนสยาม เอง ประสบปัญหา ในเรื่องของคู่แข่งนํ้ามังคุดแบรนด์ใหม่ที่ เป็นของคนในท้องถิ่น โดยได้มีการลอก เลียนแบบสินค้าเกิดขึ้นถึง 2 แบรนด์ด้วย กัน พร้อมกับมีส่วนผสมที่ค่อนข้างใกล้เคียง กันอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เป็นห่วงผู้บริโภคที่อาจจะได้ รับข้อมูลแบบผิด ๆ ทำให้เกิด การหลงเชื่อในสินค้าได้


ในช่วงที่ผ่านมา ถือ เป็นความโชคดีของบริษัทฯ ที่ มีโปรโมชั่น แซนสยาม มอบ โชค ครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ทำให้มี ผู้บริโภคหลาย ๆ คนได้รู้ว่า แซนสยามยังมีตัวตนอยู่ พร้อมกับยังได้รับรู้ข้อมูลที่ เป็นจริง ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่า ตลาดแซนสยามค่อนข้างที่จะ มีการสั่นไหวในธุรกิจพอสมควร แต่ปัจจุบันทุกอย่างเริ่มกลับ มาเป็นปกติแล้ว


สำหรับกลยุทธ์การบุก ตลาดของ แซนสยาม นับ จากนี้นั้น ทางด้าน สมชาย เผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ เริ่มที่จะ ขยายตลาดในต่างประเทศ มากขึ้น เพื่อเป็นการรองรับ กับตลาดอาเซียนที่บริษัทฯ ได้ มีการเริ่มบุกตลาดไปในบาง ประเทศบ้างแล้ว อาทิ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาหลี กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย พร้อมกับมีแผนที่ จะเจรจาเข้าไปทำธุรกิจในอีก หลาย ๆ ประเทศด้วยกัน ซึ่ง คาดว่าแซนสยามเอง น่าที่จะ สามารถแจ้งเกิดได้ในแต่ละ ประเทศด้วยกัน


การก้าวสู่ตลาดอาเซียน ในปี 2558 นี้ น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งโอกาสที่ดี ในการขยาย ธุรกิจของแซนสยาม ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะบริษัทฯ ได้มีการ ทำงานไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว พร้อมกับมองว่าในการเปิด เสรีทางการค้านี้ ยังจะ เป็นการอำนวยความสะดวก ในหลาย ๆ เรื่องอีกด้วย เช่น กำแพงทางภาษี ค่าเอฟทีเอ รวมถึงการขออนุญาตสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่ง สินค้าออกไปต่างประเทศ เป็นต้น


นายสมชาย กล่าวต่อว่า วันนี้หากถามว่าตลาดของ แซนสยามในเมืองไทยแน่น หรือยัง คงต้องบอกว่ายังไม่ ถือว่าแน่นและครอบคลุมทั่ว ประเทศเท่าไหร่ ซึ่งภายใน 3-5 ปี นับจากนี้ บริษัทฯ ได้มี การวางเป้าหมายที่จะมีสาขา ทั้งหมดไม่ต่ำากว่า 20 สาขา ด้วยกัน รวมถึงมีศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ในทุกจังหวัด และมีเครือข่ายเน็ตเวิร์คที่ สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่อีก ด้วย พร้อมกับตั้งเป้าหมาย ยอดขายในปีนี้ที่ 1,000 ล้าน บาท


ขณะนี้แซนสยาม กำลังขยายทีมงานบุคลากร ทางการตลาดหลายอัตรา ด้วยกัน เพื่อต้องการเสริม กำลังในการรุกขยายตลาด ภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น โดย หากสามารถขยายตลาดไป ตามจุดต่าง ๆ ได้ตามเป้า หมายที่วางไว้ เชื่อว่ายอดขาย 1,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ อาจ จะเฉียดเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยเช่นกัน และยอดขายในปี นี้น่าที่จะเติบโตกว่าปีที่ผ่าน มาอย่างแน่นอนส่วนหนึ่งเป็น เพราะมีตลาดต่างประเทศ วิทยุชุมชน ที่เป็นอีกหนึ่งแรง ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต นั่นเอง


ท้ายสุดนี้ สมชาย ยัง ได้เผยถึงทิศทางการแข่งขัน ในธุรกิจขายตรงในส่วนของ ตลาดนํ้ามังคุด ต้องยอมรับว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดนํ้า มังคุดค่อนข้างมีการขยาย ตัวอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ เริ่มมีสินค้าที่เกี่ยวกับมังคุด เกิดขึ้นในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งที่เป็นของจริงและ ไม่ใช่ของจริงในตลาด ซึ่ง ถือว่าค่อนข้างน่ากลัวสำหรับ ผู้บริโภค หากมีการโฆษณา ชวนเชื่อ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าวันนี้ผู้ บริโภคค่อนข้างที่จะมีความ รู้มากพอ ที่จะทราบว่าธุรกิจ ไหนจริง ธุรกิจไหนหลอกลวง นั่นเอง





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเเซนสยาม (Xiansiam) : "แซนสยาม"จับมือ"กรมส่งออก"ลุย AEC วางแผนเข้าจีนขายปลีก-ส่ง







Capture (Mobile)


"แซนสยาม" จับมือ "กรมส่งเสริมการส่งออก" กระทรวงพาณิชย์ มุ่งขยาย ตลาดรับมือตลาดอาเซียน เน้นขายสินค้าผ่านระบบค้าปลีก ค้าส่งเป็นหลัก เลี่ยงเงื่อนไขกฎหมายบางประเทศต่อต้านขายตรงโดยเฉพาะจีน พร้อมวาดฝัน 2-3 ปีข้างหน้า "น้ำมังคุด" ของบริษัทขายได้ 1 พันล้านบาท 3-5 ปี ปูพรมสาขาบริษัท ทั่วประเทศ ส่วนปีนี้ฟุ้งเป้า 500 ล้านบาท


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่าปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาจนเข้าสู่ปีที่ 9 แสดงให้เห็นว่า เรามีความมั่นคง และยั่งยืนในธุรกิจขายตรง บริษัทอาจจะประสบ ปัญหาในบางช่วงไปบ้าง แต่ก็สามารถผ่านอุปสรรคนั้นมาได้ คือ ช่วงที่ผ่านมาเราไม่ได้เล่นแร่แปรธาตุใดๆ ทั้งสิ้น บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจไปเรื่อยๆ ทีละสเต็ป และยังได้มีการปรับทัพการบริหาร ใหม่พอสมควร แต่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ในอนาคต


แซนสยามมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. รวมถึงมีโรงงานที่ได้มาตรฐานที่ได้ลงทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท ทำให้กระบวนการผลิตน้ำมังคุดได้มาตรฐานมีคุณภาพสูง ด้วยการสกัด ที่เข้มข้นในประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้น ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศในเวลานี้ รวมถึงของเอเชียด้วย และเป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำมังคุดมีประโยชน์สารพัด เพราะมีสารต่อต้านเซลล์มะเร็ง ตับ เสื่อม ไตวาย เบาหวาน หากรับประทานบ่อยๆ จะทำให้ป้องกันได้ หลายโรคเลยทีเดียว


"ในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการที่ดีมาก มีการจำหน่ายถึง 1 ล้านขวด โดยมียอดขายประมาณ 400 ล้าน บาท และมีการเติบโตสูงถึง 200% ซึ่งแต่ละ ปีก็จะเติบโตแบบนี้ตลอดปีละ 200% สมาชิกจะสั่งซื้อสินค้าทีละมากๆ เพราะยังสามารถ นำไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ อย่างแถบ ตะเข็บชายแดน หรือเพื่อนบ้านอย่าง ลาว, พม่า, กัมพูชา และมาเลเซีย"


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 นั้น "สมชาย" เผยต่อไปว่า บริษัทมีแผนระยะยาวที่จะพัฒนาให้ "น้ำมังคุด" สร้างยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท ในเวลา 2-3 ปี และเมื่อจบปี 2556 ต้อง มียอดขายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท แต่ในส่วนของ สมาชิกนั้น ต้องยอมรับว่า สมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะซื้อไปจำหน่ายมากกว่า จึงมีอยู่ ประมาณ 20,000 กว่ารหัสเท่านั้น


"ในส่วนของสมาชิกนั้น จะมีหลายระดับตั้งแต่รากหญ้าจนถึงผู้ที่ร่ำรวย และแผนการตลาดสามารถเลือกได้หลายแบบ จะทำเป็นธุรกิจหรือจะเป็นผู้จำหน่าย หรือ ผู้ประกอบการก็ได้ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะชอบบริโภคอย่างเดียว คือซื้อรับประทานซะส่วนมาก ทำธุรกิจจะมีน้อย แต่ส่วนใหญ่กำลังซื้อจะสูงมาก"


ประธานกรรมการ "แซนสยาม" กล่าวต่อว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอในธุรกิจก็มีบ้าง เพราะผู้นำบางคนจะไปผลิต "น้ำมังคุด" เอง ทำให้คุณภาพอาจไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อเราดำเนินการตักเตือนไปแล้ว ยังไม่หยุดและกลับมาทำให้ชื่อเสียง บริษัทเสียอีก โดยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเมื่อจำหน่ายออกไปผู้บริโภครับประทานเข้า ไปรสชาติจะไม่เหมือนกับที่บริษัทผลิตเอง และอาจเกิดผลเสียตามมาหลายอย่าง แต่ตอนนี้ได้จัดการปัญหาตรงนี้เรียบร้อยแล้ว


ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ บ.แซนสยาม จะตั้งอยู่ตรง ถ.รัชดาภิเษก ติดรถไฟฟ้าใต้ดิน สุทธิสาร และยังมีสาขา อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ กับ จ.ขอนแก่น ส่วนที่เพิ่งเปิดเป็นสาขาใหม่ ล่าสุด คือ จ.ชัยภูมิ จ.มหาสารคาม จ.แพร่ และ จ.พิษณุโลก และบริษัทได้ตั้งเป้าว่า 3-5 ปี จะต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 สาขา คือจะพยายามให้มีศูนย์ของสมาชิกทุกจังหวัด ทุกอำเภอให้ได้


ในส่วนของการรับมือ "เออีซี" ในปี 2558 คุณสมชาย อินทิราวรนนท์ กล่าวต่อ ว่า "ตอนนี้เราได้จับมือกับกรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับตลาด อาเซียน และเพื่อความสะดวกในการทำ การค้า จึงได้มีการทำ "เทรดแฟร์" รวมถึงสร้าง "บิสซิเนสแมชชิ่ง" เพื่อหาคนเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรามากๆ


"ตอนนี้เรามีพันธมิตรอย่าง เวียดนาม, จีน, ฟิลิปปินส์, ลาว, พม่า, มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ในส่วนของประเทศจีนค่อนข้างเป็นตลาดใหญ่ เราได้พยายามเร่งสร้าง แบรนด์ขายปลีก ขายส่ง โดยได้ไปทำตลาด ที่เมืองเซี่ยงไฮ้มา ถือว่าน่าสนใจมาก เราตั้งใจจะเปิดกว้างเพื่อให้นักธุรกิจที่นั่นได้ดำเนินธุรกิจได้หลายรูปแบบ"


นอกจากนี้ "แซนสยาม" ยังได้จัดแคมเปญมอบโชครางวัลตลอดปี 2556 ซึ่งได้มีการจับรางวัลครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยกำหนดจับรวมทั้งหมด 4 ครั้ง ทุกๆ 3 เดือน รวมรางวัลกว่า 2 ล้านบาท รางวัลใหญ่คือ รถยนต์ Nissan Almera 1 รางวัล และยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย โดยครั้งต่อๆ ไปจะมีการจับฉลากในวันที่ 9 ส.ค., 9 พ.ย. และครั้งสุดท้าย วันที่ 25 ม.ค. 2557 กติกาการลุ้นรับโชค เพียงส่งฉลากหุ้ม ฝาขวดน้ำมันมังคุดแซนสยาม ติดบนกระดาษเขียนชื่อที่อยู่ส่งมาที่บริษัท แซนสยาม ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง www.xansiam.com





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : จี้รื้อกฎหมายไดโนเสาร์ ขายตรงดาหน้า...กระทุ้งรัฐ!!!







358901-01 (Mobile)


กลุ่มผู้บริหารบริษัทขายตรง และนักธุรกิจ อิสระระดับสูงดาหน้าออกมาจี้รัฐ ให้เร่งแก้กฎหมายขายตรงที่ล้าหลัง พร้อมหนุนสมาคมฯ TDNA ตั้งสำนักงานฯ ดูแลเทียบเท่า "กรม" ขึ้นมาดูแลธุรกิจโดยเฉพาะเหตุกฎหมายเก่า ไม่สามารถควบคุมธุรกิจที่เติบโตนับแสนล้านบาท ได้อีกต่อไป ชี้แก้กฎหมายลูกไม่มีประโยชน์ ต้อง รื้อทั้งฉบับ


จากประเด็น "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" ได้มีการรณรงค์เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงไทย กลายเป็นกระแสที่ สคบ.ในฐานะผู้กุมบังเหียนวงการขายตรง ต้อง ออกมาแจงว่าฝั่งรัฐก็เห็นด้วย แต่ด้วยเงื่อนของเวลาอาจต้องมีการ ออกกฎหมายลูกมาใช้ก่อน เห็นทีจะขัดกับคนขายตรงไม่น้อย เพราะ ต่างก็ต้องการให้รัฐมุ่งเร่งแก้ไขกฎหมายใหญ่ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลา ในการออกกฎหมายลูกมาใช้ เพราะคนขายตรงไม่เห็นถึงประโยชน์


+ "อีซี่ ฟาร์แมกซ์" จี้ 3 ข้อต้องเปลี่ยน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แมกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "เรื่องของกฎหมายจะต้องมีการแก้ไข โดยเรื่องหลักๆ ที่ ต้องมีการแก้ไข ก็นับตั้งแต่เรื่องของการจำกัดความของนักขายตรง ซึ่งไม่เพียงแค่การขายสินค้าจากคนขายไปสู่ผู้ซื้อเท่านั้น แต่ต้องมีการจำกัดความให้ครอบคลุมถึงเรื่องของการสร้างเครือข่ายด้วย เพราะการทำขายตรงจะมีเรื่องของการสร้างเครือข่าย ซึ่งในจุดนี้ทางรัฐ จะต้องมีการจำกัดนิยามของนักขายตรงขึ้นมาใหม่"


2.รัฐควรที่จะตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบ "กรม" เพื่อที่จะเข้ามาดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะเจาะจง เพราะที่ผ่านมา ขายตรงจะถูกดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ซึ่งมีหน้าที่หลักคือการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกำลังคนที่เข้ามาดูแลด้านธุรกิจขายตรงก็มีน้อย ทำให้ธุรกิจ ขายตรงไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น คือ ไม่มีหน่วยงานใดที่จะเป็นของรัฐที่เข้ามาส่งเสริมธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้ขาย ตรงยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่วงการธุรกิจขายตรง ปัจจุบันมีผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ 10-20 ล้านคน ของประชากร ทั้งหมดของประเทศ ซึ่งรัฐต้องตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง


3.การตั้งสำนักงาน หรือ กรม ขึ้นมาดูแลธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะ ก็จะทำให้การจัดการกับบริษัทที่ไม่ดีเร็ว และทันท่วงทีมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา อย่างที่กล่าวมา สคบ.มีกำลังคนที่น้อยเกินไป การกำกับดูแลดูจะไม่ทัน เมื่อมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งทำความผิดตามกฎหมายขายตรง


+ "เวิลด์โปร" ชี้ถึงเวลารื้อ


นายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงษ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศ ไทย) จำกัด ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายว่า ผมอยากให้มีกฎระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนออกมาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายสักที เพราะปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน ซึ่งบางทีอาจไม่เห็น ความสำคัญของการจดทะเบียน แต่ก็ยังประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง


"ทุกวันนี้ธุรกิจขายตรงมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากมาย ทำให้การส่งสินค้า หรือ การติดต่อด้านต่างๆ รวดเร็วไปหมด แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะเทคโนโลยี คนที่เก่งกฎหมายอาจฉลาดแกมโกงด้วยการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายขายตรงหลีกหนีการตรวจสอบและหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นที่เดือดร้อน"


"พิสิษฐ์" กล่าวในตอนท้ายว่า "เรื่องของกฎหมายขายตรงนี้ ถึงเวลาแล้วที่กฎหมายจะต้องเปลี่ยนแปลงและบังคับใช้ให้ทันสมัย ซึ่งควรแก้ไขและคลอดฉบับใหม่ ออกมาได้แล้ว ไม่ใช่ยึดใช้แต่กฎหมายในปี 2545 เพราะหากรัฐบาลไม่เหลียวแลยังไงธุรกิจขายตรงก็ยังดูเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และการหลอกให้คนมาเสียเงินอยู่ดี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแก้ไขและยกระดับธุรกิจขายตรงเสียที"


+ "แซนสยาม" บอกต้องตั้ง "กรม" เสียก่อน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ทุกวันนี้หลายสิ่งหลายอย่างทั้งในสังคม รวมไปถึงธุรกิจขายตรงก็มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก กฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็เป็น พ.ร.บ.ที่ใช้มาถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นกฎหมายแรกของธุรกิจ ซึ่งดูแล้ว เมื่อเทียบกับการพัฒนาในปัจจุบัน ดูแล้วกฎหมายที่ใช้จะยังดูล้าหลังการพัฒนาของธุรกิจไปมาก"


กฎหมายขายตรงต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย การทำงานต้องเพิ่มความรวดเร็วเข้าไป ซึ่งที่ผ่านมา สคบ. มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลธุรกิจขายตรง แต่ด้วยภาระหน้าที่ของ สคบ. ที่ต้องจับตาดูหลายธุรกิจ ทำให้อาจดูแลขายตรงไม่ทั่วถึง รวมทั้งคนที่ทำงานดูแลขายตรงก็มีน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะกำกับดูแลอย่างทั่วถึง


รัฐควรที่จะตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมาเสียอย่าง เพื่อที่จะเป็นหน่วยงานที่จะคอยกำกับดูแลธุรกิจโดยเฉพาะ หรืออาจตั้งเป็น กรมขายตรงเลยก็ได้ เพราะเมื่อดูธุรกิจขาย ตรงให้ดี ธุรกิจนี้มีมูลค่าการตลาดที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังมีคนที่อยู่ในวงการอีกมาก ซึ่งอาจต้องถึงเวลาที่ขายตรงต้องมีหน่วยงานรัฐอะไรขึ้นมากำกับดูแลโดยเฉพาะเสียที เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ


+ "พีรเชษฐ์" ย้ำ ก.ม.ลูกไม่ช่วยอะไร


นายพีรเชษฐ์ ศรีพลัง นักธุรกิจระดับไดมอนด์แกรนด์พาราไดซ์ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย "ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า กฎหมายขายตรง ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่มีความชัดเจนในเรื่อง ใดเลย ไม่ว่าบริษัทใดจะทำอะไรอย่างไร ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะหลายบริษัทสามารถพูดจากผิดให้กลายเป็นถูกได้ เนื่อง จากความคลุมเครือไม่ชัดเจนของกฎหมาย ใช้อยู่"


โดยไม่ว่าบริษัทใดจะทำผิดกฎหมาย ข้อไหนอย่างไร ก็สามารถเลี่ยงได้ว่าทำถูก การดูแลของหน่วยงานรัฐไม่ควรที่จะเป็น การดูแลจากหน่วยงานเล็กที่สังกัดหน่วยงาน ใหญ่ของรัฐ อย่างทุกวันนี้ที่ขายตรงถูกกำกับ ดูแลจากหน่วยงานหนึ่งใน สคบ. ซึ่งทั้งจำนวนคน และงบประมาณ ไม่สามารถดูแล ธุรกิจได้ทั่วถึงอย่างที่ควรจะเป็น


หากจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายขายตรง สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือ หน่วยงาน ที่เป็นหลักในการดูแลธุรกิจ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้ยังไม่มีขนาดที่ใหญ่พอ มีอำนาจพอ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายก็ดูไร้ซึ่งประโยชน์


โดยในช่วงที่ผ่านมาที่มีการใช้กฎหมาย ตัวนี้ รัฐก็พยายามที่จะคลอดกฎหมายลูกออกมาช่วยดูแลกำกับขายตรง แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นจะมีกฎหมายลูกอะไรอย่างที่เอ่ยถึง การแก้ไขกฎหมายก็มีการพูดถึงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง รื้อแล้วสร้างใหม่จนทุกวันนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเเซนสยาม : (Xiansiam) สัมมนาแซนสยาม








 


บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดสัมมนาท่องเที่ยวที่โรงเรียมเอเชียพัทยา 3 วัน พร้อมจัดงานประดับเข็มเกียรติยศแก่ผู้นำสมาชิก ประจำปี 2555 โดยมี คุณแฟรงค์ กัวรา คุณแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ คุณสยาม อินทิราวรนนท์ และคุณปธิกร โยทองยศ คณะกรรมการบริหารทั้ง 4 ท่าน ร่วมงานด้วย


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แซนสยาม เปิดโพรสแนทรุกตลาดชาย!








 


แซนสยาม ตอกย้ำฐานเริ่มมั่นเปิดออฟฟิศทำบุญใหญ่ฉลอง 5 ปี งัดทีเด็ด โพรสแนท์ ผลิตภัณฑ์เพื่อฮอร์โมนชายสู้ตลาดโค้งสุดท้าย


ก่อนสิ้นปีหวังดันยอดขายเป็นไปตามเป้า 700 ล้าน ก่อนกางแผนใหญ่รุกตลาดอาเซียน หลังประเดิม ลาว ช่วยเพิ่มยอดได้ 10% เล็ง มาเลย์ กัมพูชา ต่อก่อนจบปี 2555 เห็นภาพสาขาใหม่เพิ่มใน 2 ประเทศเพื่อนบ้าน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่า บริษัทแซนสยามได้จัดให้ทำบุญสำนักงานใหม่อีกครั้งหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และโอกาสที่แซนสยามครบรอบ 5 ปีโดยดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคง


ที่ผ่านมาเราใช้เครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า เครือข่ายของผู้บริโภค ด้วยสินค้าคุณภาพทำให้องค์กรของเราแน่น และเป็นบริษัทร่วมทุนไทยกับออสเตรเลีย เพื่อเอาประสบการณ์เอาความสามารถของแต่ละส่วนมารวมกัน แล้วเป็นบริษัทแซนสยามจนทุกวันนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งเราคิดว่า สร้างฐานของสมาชิก สร้างยอดมากขึ้น ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาผลประกอบการดีมาตลอด ยังรอประเมินผล 3 เดือนหลังที่เป็นช่วงพีคของบริษัท สิ้นปีคาดว่าสิ้นปีจะได้ 700 ล้านบาทแน่นอน นายปธิกรกล่าวและ ว่า


สังคมของคนไทยและคนทั่วโลก เริ่มเข้าสู่ยุคของผู้สูงวัย สัดส่วนของผู้สูงวัยจะมีมากขึ้น ในขณะที่คนเกิดขึ้นใหม่จะน้อยลง ดังนั้นบริษัทจึงจะเน้นกลยุทธ์ให้ตลาดรู้จักสินค้ามากขึ้น โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยรู้จักแค่แซนสยามเป็นน้ำมังคุด ว่าจริงแล้วสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพที่จะสามารถนำมาดูแลตัวเองได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและผู้มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ซึ่งการกระจายสินค้าจึงไปทางกลุ่มลูกค้าเก่าก่อนเป็นหลัก


นายปธิกรกล่าวว่า แซนสยามได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้ชายที่มีชื่อว่า โพรสแนท และเปิดตัวอย่างเป็นทางขึ้นในวันทำบุญบริษัทครั้งนี้ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวสินค้าดูแลผู้หญิง เฟโมล่า เพื่อดูเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิง ผลิตภัณฑ์ใหม่โพรสแนทนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ


ปัญหายังไม่จบ ผู้ชายก็มีปัญหาเหมือนกัน เมื่ออายุ 40-50 ขึ้นไป จะมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเหมือนกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต เป็นไปตามสัดส่วนของอายุ ทำให้เรามองเห็นว่ายังไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนาตลาดกลุ่มนี้ เราจึงออกผลิตภัณฑ์โพรสแนทออกตามมา นายปธิกรกล่าว


สำหรับการเข้าสู่ตลาดอาเซียนนั้น บริษัทมีการวางแผนรอไว้แล้ว โดยมีน้ำมังคุดเป็นตัวนำ ในเมืองไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตด้วยสินค้าเพียงตัวเดียว จึงลองตลาดกับประเทศใกล้เคียงคือประเทศลาว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากว่าคนลาวมีลักษณะใกล้เคียงกันกับคนไทย ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีต่างๆ สื่อสารกันง่าย ยอดขายที่ลาว ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า จึงมียอดขาย 5% ของประเทศไทย


นอกจากนั้นได้เข้าไปศึกษาตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศในอาเซียนเพิ่มอย่างเช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้การตอบรับสินค้าไทยเป็นอย่างดี สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในบางประเทศสินค้าที่เห็นสินค้าเป็นภาษาไทยก็ตัดสินใจซื้อทันที ดังนั้นในโซนเอเชียเป็นโอกาสที่ดีกับธุรกิจเครือข่ายที่จะเปิดตลาดใหม่นอกจากประเทศตัวเอง แซนสยามมองถึงโอกาสในส่วนนี้ โดยหลังศึกษาแล้วเสร็จในประเทศต่อไปที่เปิดสาขาเพิ่มคือ มาเลเซีย กัมพูชา คาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดได้ภายในสิ้นปีนี้


ทั้งนี้ปัจจุบันแซนสยาม มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ มีสาขาในภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ โดยตลาดหลักยังเป็นอีสาน เหนือ ใต้ กลาง ตามลำดับ และมีศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง รวมถึงศูนย์สมาชิกกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แซนสยาม (Xansiam) เปิด โพรสแนท (Prosnat) รุกตลาดชาย!


แซนสยาม ตอกย้ำฐานเริ่มมั่นเปิดออฟฟิศทำบุญใหญ่ฉลอง5 ปี งัดทีเด็ด โพรสแนท ผลิตภัณฑ์เพื่อฮอร์โมน ชายสู้ตลาดโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีหวังดันยอดขายเป็นไปตามเป้า 700 ล้าน ก่อนกางแผนใหญ่รุกตลาดอาเซียน หลังประเดิม ลาว ช่วยเพิ่มยอดได้ 10% เล็ง มาเลย์ กัมพูชา ต่อก่อนจบปี 2555 เห็นภาพสาขาใหม่เพิ่มใน 2 ประเทศเพื่อนบ้าน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ยการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจครือข่าย ว่า บริษัทแซนสยามได้จัดให้ ทำบุญสำนักงานใหม่อีกครั้งหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และโอกาสที่แซนสยามครบรอบ 5 ปีโดยดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคง


ที่ผ่านมาเราใช้เครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า เครือข่ายของผู้บริโภค ด้วยสินค้าคุณภาพทำให้องคืกรของเราแน่น และเป็นบริษัทร่วมทุนไทยกับออสเตรเลีย เพื่อเอาประสบการณ์เอาความสามารถของแต่ละส่วนมารวมกัน แล้วเป็นบริษัทแซนสยามจนทุกวันนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งเราคิดว่า สร้างฐานของสมาชิกสร้างยอดมากขึ้น ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาผลประกอบการดีมาตลอด ยังรอประเมินผล 3 เดือนหลังที่เป็นช่วงพีคของบริษัท สิ้นปีคาดว่า จะได้ 700 ล้านบาทแน่นอน นายปธิกรกล่าวและว่า


สังคมของคนไทยและคนทั่วดลก เริ่มเข้าสู่ยุคของผู้สูงวัย สัดส่วนของผู้สูงวัยจะมีมากขึ้น ในขณะที่คนเกิดขึ้นใหม่จะน้อยลงดังนั้นบริษัทจึงจะเน้นกลยุทธ์ให้ตลาดรู้จักสินค้ามากขึ้น โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยรู้จักแค่แซนสยามเป็นน้ำมังคุด ว่าจริงแล้วสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพที่จะสามารถนำมาดูแลตัวเองได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและผู้มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ซึ่งการกระจายสินค้าจึงไปทางกลุ่มลูกค้าเก่าก่อนเป็นหลัก


นายปธิกร กล่าวว่า แซนสยามได้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้ชายที่มีชื่อว่า โพรสแนท และเปิดตัวอย่างเป็นทางการขึ้นในวันที่ทำบุญบริษัทครั้งนี้ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวสินค้าดูแลผู้หญิง เฟโมล่า เพื่อดูเรื่องฮอร์โมนเพศหญิง ผลิตภัณฑ์ใหม่โพรสแนทนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ


ปัญหายังไม่จบ ผู้ชายก็มีปัญหาเหมือนกัน เมื่ออายุ 40-50 ขึ้นไป จะมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเหมือนกัน ญึ่งจะส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต เป็นไปตามสัดส่วนของอายุ ทำให้เรามองเห็นว่ายังไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนาตลาดกลุ่มนี้ เราจึงออกผลิตภัณฑ์โพรสแนทออกตามมา นายปธิกรก่าว


สำหรับการเข้าสู่ตลาดอาเซียน นั้นบริษัทมีการวางแผนรอได้แล้ว โดยมีน้ำมังคุดเป็นตัวนำ ในเมืองไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 5 ปี ที่ผ่านมาเติลโตด้วยสินค้าเพียงตัวเดียว จึงลองตลาดกับประเทศใกล้เคียงคือประเทศลาว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าคนลาวมีลักษณะใกล้เคียงกันกับคนไทย ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีต่างๆ สื่อสารกันง่าย ยอดขายที่ลาว ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า จึงมียอดขาย 5% ของประเทศไทย


นอกจากนั้นได้เข้าไปศึกษาตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศในอาเซียนเพิ่มอย่างเช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้การตอบรับสินค้าไทยเป็นอย่างดี สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในบางประเทศสินค้าที่เห็นเป็นสินค้าภาษาไทยก็จะตัดสินใจซื้อทันที ดังนั้นในโซนเอเชียเป็นโอกาสที่ดีกับธุรกิจเครือข่ายที่จะเปิดตลาดใหม่นอกจากประเทศตัวเอง แซนสยามมองถึงโอกาสในส่วนนี้ โดยหลังศึกษาแล้วเสร็จในประเทศต่อไปที่เปิดสาขาเพิ่มคือ มาเลเซีย กัมพูชา คาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดได้ภายในสิ้นปีนี้


ทั้งนี้ปัจจุบันแซนสยาม มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ มีสาขาในภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ โดยตลาดหลักยังเป็นอีสาน เหนือ ใต้ กลางตามลำดับ และมีศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง รวมถึงศูนย์สมาชิกกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เปิดแล้ว! ออฟฟิศใหม่ แซนสยาม-Xansiam


ออฟฟิศใหม่ แซนสยาม-Xansiam 10 ล้านบามเปิดแล้ว! บนถนนรัชดาติดสถานีรถไฟฟ้า ใต้ดิน สุทธิสาร วางเป้าดึง คนกรุงเทพ ร่วมธุรกิจมากขึ้นหลังกระจายบุกตลาดภูธรมานานพร้อมส่งสินค้าใหม่ เพาเวอร์-แซน ลงลุยตลาดเพิ่ม หวังดันยอดขายสิ้นปีแตะ 700 ล้านบาท


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดผยว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งได้ตกแต่งด้วยมูลค่าร่วม 10 ล้านบาทเพื่อให้เป็นออฟฟิศทันสมัยและตอบสนองไฟล์สไตล์ของคนรุ่นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างจังหวัดเป็นหลัก


สถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่นี้ จะสะดวกในการเดินทางของสมาชิกมากขึ้นเพราะขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสารมาก็เดินเข้าออฟฟิศได้ทันที ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเดิมของออฟฟิศเก่าเราก่อนหน้านี้ด้วย


โดยก่อนหน้านี้บริษัท แซนสยามฯ ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ เพาเวอร์-แซน เครื่องดื่มเสริมสุขภาพสรรพคุณคล้ายเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมที่สำคัญคือ อาซาอิเบอร์รี่ จากประเทศบราซิล ที่มีส่วนผสมของมะขามป้อมช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้อวัยวะข้างในของร่างกายได้ทำงานได้อย่างเป็นปกติมากขึ้น


นายสมชายกล่าวว่านอกจากการเปิดออฟฟิศใหม่ไปแล้ว บริษัทมีสาขาเป็นลักษณะโมบายกระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของสมาชิกเดิมๆ อยูแล้วประมาณ 200 โมบาย และกำลังมีแผนที่จะเปิดเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งบริษัทเล็งเห็นว่าเป็นพื้นที่ธุรกิจขายตรงกำลังได้รับความนิยมสูงมากขึ้นในปัจจุบัน


รวมไปถึงแผนการขยายสู่ต่างประเทศซึ่งปัจจุบันในประเทศลาวบริษัทได้ขยายออกไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว และมีศูนย์โมบายสาขาถึง 50 จุด จากแผนงานทั้งหมดในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าจะทำยอดขายปีให้ถึง 700 ล้านบาท จากปี 2554 ทำยอดขายได้ประมาณ 300 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 231 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฏาคม 2555

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม(xansiam)’ ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบควัก 10 ล.เปิดบ้านใหม่/เข็นสินค้าลงสนามเพียบ


“แซนสยาม” ลั่น เป้าสิ้นปีขอโต 4-5 เท่า ฝันยอดขาย 1,000 ล้าน ล่าสุดควักงบ 10 ล้าน เนรมิตออฟฟิศใหม่ ย่าน รัชดา สร้างภาพลักษณ์รุกตลาดคนเมือง พร้อมเข็นสินค้าเด็ด 3 รายการเสริมทัพ คาดอาจสร้างไลน์สินค้าอื่นเพิ่ม ส่วนตลาด ต่างประเทศเตรียมรุกเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงดันธุรกิจ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าในปี 2554 บริษัทแซนสยามมีอัตราการ เติบโตประมาณ 3 เท่าจากปีก่อน หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และ ปัจจุบันมียอดสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท เติบโตได้อย่างน่าพอใจเช่นนี้ เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น คือ น้ำสกัดจาก เปลือกมังคุด สินค้ารายการเดียวที่สร้างยอด ขายเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา


“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา สินค้าถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สุดของ บริษัทแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค ตนเชื่อมั่น ว่าแซนสยามยังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”


สำหรับการทำตลาดในปี 2555 นั้นบริษัทจะเตรียมงัดกลยุทธ์เด็ดรุกตลาดผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตอีก 4-5 เท่า หรือสร้างยอดขาย ได้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้บริษัทได้ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิมเกือบ 3 เท่าตัว บนถนนรัชดาภิเษกติดกับสถานีรถ ไฟฟ้าสุทธิสาร และยังไม่ไกลจากสำนักงาน เก่ามากนัก โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 1 พัน ตารางเมตร มี 2 ชั้น และมีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมาก ยิ่งขึ้น โดยใช้งบในการลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท


ทั้งนี้ นายปธิกรได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นการขยายพื้นที่รองรับการเติบโตของบริษัทแล้ว ยังถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ ของบริษัทได้เป็นที่รู้จักกันโดยกว้าง โดยเฉพาะในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ เริ่มเปิดตัวบริษัท เราจะเน้นการทำตลาดใน แถบภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เพราะดูจากจำนวนพลเมืองสูงสุด ในปัจจุบันเมื่อตลาดแถบนั้นมีความมั่นคงสูง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายที่เติบโตกว่า 50% ทำให้ในปีนี้บริษัทจึงหันมารุกตลาดในภาคอื่นๆต่อไป โดยเฉพาะในส่วนกรุงเทพฯ และภาคกลางที่มีสัดส่วนยอดขายน้อยมาก คือ ประมาณ 10% เมื่อเทียบจากทั่วประเทศ


“ที่ผ่านมาบริษัทเน้นกลยุทธ์ทำตลาด แบบ “ป่าล้อมเมือง” รุกจากตลาดต่างจังหวัด เข้าสู่เมืองหลวง โดยปัจจุบันมียอดขายมาก ที่สุดจากภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคใต้และ ภาคเหนือ และภาคกลางมียอดขายน้อยที่สุด ในปีนี้จึงตั้งเป้าขยายเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัท มีสำนักงานสาขาทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น และปีนี้เตรียมจะเปิดสาขาแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ อีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” นายปธิกร กล่าว


ด้านการรุกตลาดต่างประเทศ นายปธิกรเปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้เข้าไปเปิด สาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทน์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก และในปีนี้บริษัทจะเตรียมบุกตลาดประเทศในโซนเอเชีย อีกประมาณ 3-4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย, อินโดนีเชีย เป็นต้น เพราะธุรกิจเครือข่ายในพื้นที่นี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก และยิ่งจะมีการเปิดเสรีอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวใน การขยายงาน ขยายเครือข่ายมากกว่าเดิม ตนจึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสเติบโตของบริษัท แซนสยามได้ต่อไป”


นายปธิกร เผยต่อว่า นอกจากแผน การรุกตลาดในพื้นที่ต่างๆ แล้วในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเพิ่มสินค้าใหม่อีก 3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิง โดยมีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียว-กู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัด ลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและ สมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะเป็นตัวเสริมทัพ สร้างกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้กับบริษัท โดย ตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายจากรายการสินค้าเหล่านี้ประมาณ 20%


อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายบริษัทอาจผลิตสินค้ารายการอื่นๆ เข้ามาเจาะตลาดผู้บริโภคอีกประมาณ 5-10 รายการ ซึ่งยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพอยู่ แต่ในช่วงปีต่อๆ ไปอาจจะมีการขยายสร้างไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่อง สำอาง สินค้าลดน้ำหนัก เป็นต้น ซึ่งคงต้อง ดูอัตราการเติบโตของบริษัทต่อไป


นอกจากนี้ ปี 2555 บริษัทแซนสยาม ยังได้มีโปรโมชั่น ปลุกพลังสร้างสมาชิกเพิ่ม อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายการแคมเปญมอบโชคยกลัง เพื่อ ให้สมาชิกและลูกค้าของบริษัทมีสิทธิ์ลุ้นรับโชค โดยแคมเปญดังกล่าว ได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก ต่อไปทางบริษัทคาดว่า จะมีการจัด แคมเปญดีๆ นี้อีก ส่วนรางวัลสำหรับการขึ้นตำแหน่ง บริษัทก็มีรางวัลให้อีกมากมาย เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รับรถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1304 ประจำวันที่ 30-5-2012 ถึง 1-6-2012   

‘แซนสยาม(xansiam)’ ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบควัก 10 ล.เปิดบ้านใหม่/เข็นสินค้าลงสนามเพียบ


“แซนสยาม” ลั่น เป้าสิ้นปีขอโต 4-5 เท่า ฝันยอดขาย 1,000 ล้าน ล่าสุดควักงบ 10 ล้าน เนรมิตออฟฟิศใหม่ ย่าน รัชดา สร้างภาพลักษณ์รุกตลาดคนเมือง พร้อมเข็นสินค้าเด็ด 3 รายการเสริมทัพ คาดอาจสร้างไลน์สินค้าอื่นเพิ่ม ส่วนตลาด ต่างประเทศเตรียมรุกเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงดันธุรกิจ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าในปี 2554 บริษัทแซนสยามมีอัตราการ เติบโตประมาณ 3 เท่าจากปีก่อน หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และ ปัจจุบันมียอดสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท เติบโตได้อย่างน่าพอใจเช่นนี้ เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น คือ น้ำสกัดจาก เปลือกมังคุด สินค้ารายการเดียวที่สร้างยอด ขายเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา


“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา สินค้าถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สุดของ บริษัทแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค ตนเชื่อมั่น ว่าแซนสยามยังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”


สำหรับการทำตลาดในปี 2555 นั้นบริษัทจะเตรียมงัดกลยุทธ์เด็ดรุกตลาดผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตอีก 4-5 เท่า หรือสร้างยอดขาย ได้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้บริษัทได้ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิมเกือบ 3 เท่าตัว บนถนนรัชดาภิเษกติดกับสถานีรถ ไฟฟ้าสุทธิสาร และยังไม่ไกลจากสำนักงาน เก่ามากนัก โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 1 พัน ตารางเมตร มี 2 ชั้น และมีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมาก ยิ่งขึ้น โดยใช้งบในการลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท


ทั้งนี้ นายปธิกรได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นการขยายพื้นที่รองรับการเติบโตของบริษัทแล้ว ยังถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ ของบริษัทได้เป็นที่รู้จักกันโดยกว้าง โดยเฉพาะในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ เริ่มเปิดตัวบริษัท เราจะเน้นการทำตลาดใน แถบภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เพราะดูจากจำนวนพลเมืองสูงสุด ในปัจจุบันเมื่อตลาดแถบนั้นมีความมั่นคงสูง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายที่เติบโตกว่า 50% ทำให้ในปีนี้บริษัทจึงหันมารุกตลาดในภาคอื่นๆต่อไป โดยเฉพาะในส่วนกรุงเทพฯ และภาคกลางที่มีสัดส่วนยอดขายน้อยมาก คือ ประมาณ 10% เมื่อเทียบจากทั่วประเทศ


“ที่ผ่านมาบริษัทเน้นกลยุทธ์ทำตลาด แบบ “ป่าล้อมเมือง” รุกจากตลาดต่างจังหวัด เข้าสู่เมืองหลวง โดยปัจจุบันมียอดขายมาก ที่สุดจากภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคใต้และ ภาคเหนือ และภาคกลางมียอดขายน้อยที่สุด ในปีนี้จึงตั้งเป้าขยายเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัท มีสำนักงานสาขาทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น และปีนี้เตรียมจะเปิดสาขาแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ อีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” นายปธิกร กล่าว


ด้านการรุกตลาดต่างประเทศ นายปธิกรเปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้เข้าไปเปิด สาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทน์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก และในปีนี้บริษัทจะเตรียมบุกตลาดประเทศในโซนเอเชีย อีกประมาณ 3-4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย, อินโดนีเชีย เป็นต้น เพราะธุรกิจเครือข่ายในพื้นที่นี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก และยิ่งจะมีการเปิดเสรีอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวใน การขยายงาน ขยายเครือข่ายมากกว่าเดิม ตนจึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสเติบโตของบริษัท แซนสยามได้ต่อไป”


นายปธิกร เผยต่อว่า นอกจากแผน การรุกตลาดในพื้นที่ต่างๆ แล้วในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเพิ่มสินค้าใหม่อีก 3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิง โดยมีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียว-กู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัด ลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและ สมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะเป็นตัวเสริมทัพ สร้างกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้กับบริษัท โดย ตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายจากรายการสินค้าเหล่านี้ประมาณ 20%


อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายบริษัทอาจผลิตสินค้ารายการอื่นๆ เข้ามาเจาะตลาดผู้บริโภคอีกประมาณ 5-10 รายการ ซึ่งยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพอยู่ แต่ในช่วงปีต่อๆ ไปอาจจะมีการขยายสร้างไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่อง สำอาง สินค้าลดน้ำหนัก เป็นต้น ซึ่งคงต้อง ดูอัตราการเติบโตของบริษัทต่อไป


นอกจากนี้ ปี 2555 บริษัทแซนสยาม ยังได้มีโปรโมชั่น ปลุกพลังสร้างสมาชิกเพิ่ม อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายการแคมเปญมอบโชคยกลัง เพื่อ ให้สมาชิกและลูกค้าของบริษัทมีสิทธิ์ลุ้นรับโชค โดยแคมเปญดังกล่าว ได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก ต่อไปทางบริษัทคาดว่า จะมีการจัด แคมเปญดีๆ นี้อีก ส่วนรางวัลสำหรับการขึ้นตำแหน่ง บริษัทก็มีรางวัลให้อีกมากมาย เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รับรถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1304 ประจำวันที่ 30-5-2012 ถึง 1-6-2012   

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"แซนสยาม (XAN SIAM)" เข็นสินค้าลงสนามเพิ่ม


“แซนสยาม” จับรางวัลบิ๊กเบิ้มรอบสุดท้าย ในโครงการ “แจกโชคยกลัง” สมาชิกสาวชัยภูมิบุญหล่นทับ คว้า “รถนิสสันนาวาร่า” กลับไปขับเล่น ล่าสุดใกล้เปิดตัวออฟฟิศใหม่ไฉไลกว่าเดิม เข็นสินค้าเด็ดอีก 3 รายการเสริมทัพ วางเป้าปีนี้ขอคว้าชัย 1,000 ล้านบาท


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่าจากกลยุทธ์ทุกอย่างรวมถึงการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านของบริษัทตลอดปีนี้ ทำให้มั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายสิ้นปีนี้ได้อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ปีก่อนปิดยอดไปได้เกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%


ในส่วนของแผนธุรกิจในไตรมาส ที่ 2 นี้ บริษัทฯจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่เข้ามาอีกประมาณ 3 รายการอีกด้วย ได้แก่ 1. เจียวกู่หลาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงประสาทและสมอง 2.เฟโมลา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมฮอร์โมนสุภาพสตรี และ 3. เพาเวอร์แซน เครื่องดื่มช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น


ทางด้านนายสมชาย อินทิรา วรนนท์ กรรมการบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังจะเปิดออฟฟิศใหม่อย่าง เป็นทางการที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานสมาชิกเดิมมั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิมอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ภายใต้งบการลงทุนเบื้องต้นขณะนี้ประมาณ 5 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “แซนสยาม แจกโชค ยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท ได้รับเกียรติ จากมร.แฟรงค์ กัวรา ประธานบริษัท จับคูปองชิงโชคครั้งที่ 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้โชคดีที่คว้ารางวัล รถกระบะนิสสันนาวารา คือ คุณสุกฤตา จันทร์จับเมฆ สมาชิกจากจ.ชัยภูมิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

"แซนสยาม (XAN SIAM)" เข็นสินค้าลงสนามเพิ่ม


“แซนสยาม” จับรางวัลบิ๊กเบิ้มรอบสุดท้าย ในโครงการ “แจกโชคยกลัง” สมาชิกสาวชัยภูมิบุญหล่นทับ คว้า “รถนิสสันนาวาร่า” กลับไปขับเล่น ล่าสุดใกล้เปิดตัวออฟฟิศใหม่ไฉไลกว่าเดิม เข็นสินค้าเด็ดอีก 3 รายการเสริมทัพ วางเป้าปีนี้ขอคว้าชัย 1,000 ล้านบาท


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่าจากกลยุทธ์ทุกอย่างรวมถึงการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านของบริษัทตลอดปีนี้ ทำให้มั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายสิ้นปีนี้ได้อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ปีก่อนปิดยอดไปได้เกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%


ในส่วนของแผนธุรกิจในไตรมาส ที่ 2 นี้ บริษัทฯจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่เข้ามาอีกประมาณ 3 รายการอีกด้วย ได้แก่ 1. เจียวกู่หลาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงประสาทและสมอง 2.เฟโมลา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมฮอร์โมนสุภาพสตรี และ 3. เพาเวอร์แซน เครื่องดื่มช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น


ทางด้านนายสมชาย อินทิรา วรนนท์ กรรมการบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังจะเปิดออฟฟิศใหม่อย่าง เป็นทางการที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานสมาชิกเดิมมั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิมอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ภายใต้งบการลงทุนเบื้องต้นขณะนี้ประมาณ 5 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “แซนสยาม แจกโชค ยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท ได้รับเกียรติ จากมร.แฟรงค์ กัวรา ประธานบริษัท จับคูปองชิงโชคครั้งที่ 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้โชคดีที่คว้ารางวัล รถกระบะนิสสันนาวารา คือ คุณสุกฤตา จันทร์จับเมฆ สมาชิกจากจ.ชัยภูมิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม’ทุ่มงบ5ล.เปิดบ้านหลังใหม่ เติมเต็มภาพลักษณ์องค์กรสู่ความยั่งยืน

 


 


“แซนสยาม” เผยผลประกอบการปี’54 ตรงตามเป้า หลังยอดแตะไปเกือบ 300 ล้าน ชี้!เหตุยอดเติบโตดีเกิดจากแคมเปญมอบโชคยกลัง ที่กระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมลั่นเป้าหมายสิ้นปีขอโตประมาณ 4-5 เท่าหรือ 1,000 ล้าน แจงเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงธุรกิจแจ้งเกิด...ล่าสุดปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก เนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้าน พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เผยแผน Q2 เตรียมเข็นสินค้าใหม่แจ้งเกิด 3 รายการ พร้อมอัดโปรโมชั่นล่อใจสมาชิกเพียบ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ซึ่งถือว่าตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยปิดยอดไปเกือบ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อพอใจนั้น เป็นเพราะด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นนั้นเอง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้วางเป้าหมายในปีนี้ที่จะสร้างรายได้มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เท่าตัวหรือ 1,000 ล้านบาทอีกด้วย รวมถึงการรุกตลาดในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะขยายอีก 5 ประเทศด้วยกัน



“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา บอกได้เลยว่าสินค้าถือเป็นจุดแข็งของเรา ที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตจนถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา เราไม่เน้นการทำธุรกิจที่หวือหวา โดยจะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืนมากกว่า อีกทั้งผู้นำของที่นี้ ยังเป็นผู้นำจริงๆ รวมถึงมีกลุ่มผู้บริโภคจริงๆ ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งเป็นผู้นำจริงๆ อยู่ที่ประมาณหลักร้อย และเป็นในส่วนของผู้บริโภคสินค้าอยู่ที่หลักพัน โดยตลาดส่วนใหญ่ของเรานั้น จะเติบโตอยู่ที่ต่างจังหวัดเสียมากกว่า”


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมที่จะปรับภาพลักษณ์ของธุรกิจแซนสยามใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้าง โดยจะมีพื้นที่ทำการอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น รวมเนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้


“วันนี้ต้องบอกว่า หากใครที่ได้เข้ามาสัมผัสที่ธุรกิจแซนสยาม ก็จะรู้ว่าเรามีมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของสินค้าที่มีความโดดเด่น แผนการตลาดที่ยอดเยี่ยม และมีคนที่ทำรายได้ได้จริง ประสบความสำเร็จจริง ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีคนหันมาสนใจในธุรกิจแซนสยามมากขึ้น”


นายปธิกร เผยต่อว่า ไตรมาสที่ 2 ปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีก 2-3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิงโดยเฉพาะ มีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล


รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียวกู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัดลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลส เตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและสมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” เป็นต้น


...ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายแล้วนั้น ทางแซนสยามยังได้ มีโปรโมชั่นการขึ้นตำแหน่งและมีรางวัลอีกมากมายสำหรับสมาชิก เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา และจะมารับรถในเดือนมิถุนายนนี้


พร้อมกันนี้ แซนสยามยังได้มีรางวัลพิเศษ เป็นรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศให้อีกปีละ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย ยังได้กล่าวถึง รายการแคมเปญมอบโชคยกลัง ในช่วงที่ผ่านมาว่า แคมเปญดังกล่าว ถือได้ว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยต่อไปทางบริษัทฯ คาดว่า จะมีการจัดแคมเปญดีดีให้อีก ซึ่งอาจจะจัดให้ได้ทุกๆ ปี เพื่อให้สมาชิกและลูกค้าของเรามีสิทธิ์ลุ้นรับโชค ซึ่งถือว่าเป็นการกสร้างความพึงพอใจและให้ความสำคัญแก่สมาชิกของเรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012       

‘แซนสยาม’ทุ่มงบ5ล.เปิดบ้านหลังใหม่ เติมเต็มภาพลักษณ์องค์กรสู่ความยั่งยืน

 


 


“แซนสยาม” เผยผลประกอบการปี’54 ตรงตามเป้า หลังยอดแตะไปเกือบ 300 ล้าน ชี้!เหตุยอดเติบโตดีเกิดจากแคมเปญมอบโชคยกลัง ที่กระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมลั่นเป้าหมายสิ้นปีขอโตประมาณ 4-5 เท่าหรือ 1,000 ล้าน แจงเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงธุรกิจแจ้งเกิด...ล่าสุดปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก เนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้าน พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เผยแผน Q2 เตรียมเข็นสินค้าใหม่แจ้งเกิด 3 รายการ พร้อมอัดโปรโมชั่นล่อใจสมาชิกเพียบ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ซึ่งถือว่าตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยปิดยอดไปเกือบ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อพอใจนั้น เป็นเพราะด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นนั้นเอง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้วางเป้าหมายในปีนี้ที่จะสร้างรายได้มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เท่าตัวหรือ 1,000 ล้านบาทอีกด้วย รวมถึงการรุกตลาดในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะขยายอีก 5 ประเทศด้วยกัน



“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา บอกได้เลยว่าสินค้าถือเป็นจุดแข็งของเรา ที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตจนถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา เราไม่เน้นการทำธุรกิจที่หวือหวา โดยจะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืนมากกว่า อีกทั้งผู้นำของที่นี้ ยังเป็นผู้นำจริงๆ รวมถึงมีกลุ่มผู้บริโภคจริงๆ ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งเป็นผู้นำจริงๆ อยู่ที่ประมาณหลักร้อย และเป็นในส่วนของผู้บริโภคสินค้าอยู่ที่หลักพัน โดยตลาดส่วนใหญ่ของเรานั้น จะเติบโตอยู่ที่ต่างจังหวัดเสียมากกว่า”


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมที่จะปรับภาพลักษณ์ของธุรกิจแซนสยามใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้าง โดยจะมีพื้นที่ทำการอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น รวมเนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้


“วันนี้ต้องบอกว่า หากใครที่ได้เข้ามาสัมผัสที่ธุรกิจแซนสยาม ก็จะรู้ว่าเรามีมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของสินค้าที่มีความโดดเด่น แผนการตลาดที่ยอดเยี่ยม และมีคนที่ทำรายได้ได้จริง ประสบความสำเร็จจริง ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีคนหันมาสนใจในธุรกิจแซนสยามมากขึ้น”


นายปธิกร เผยต่อว่า ไตรมาสที่ 2 ปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีก 2-3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิงโดยเฉพาะ มีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล


รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียวกู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัดลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลส เตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและสมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” เป็นต้น


...ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายแล้วนั้น ทางแซนสยามยังได้ มีโปรโมชั่นการขึ้นตำแหน่งและมีรางวัลอีกมากมายสำหรับสมาชิก เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา และจะมารับรถในเดือนมิถุนายนนี้


พร้อมกันนี้ แซนสยามยังได้มีรางวัลพิเศษ เป็นรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศให้อีกปีละ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย ยังได้กล่าวถึง รายการแคมเปญมอบโชคยกลัง ในช่วงที่ผ่านมาว่า แคมเปญดังกล่าว ถือได้ว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยต่อไปทางบริษัทฯ คาดว่า จะมีการจัดแคมเปญดีดีให้อีก ซึ่งอาจจะจัดให้ได้ทุกๆ ปี เพื่อให้สมาชิกและลูกค้าของเรามีสิทธิ์ลุ้นรับโชค ซึ่งถือว่าเป็นการกสร้างความพึงพอใจและให้ความสำคัญแก่สมาชิกของเรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012       

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม’ทุ่มแจกรถ-ทองคำซุ่มเนรมิตออฟฟิศเปิดเม.ย.นี้



“แซนสยาม” งัดกลยุทธ์สู้ศึกขายตรง ทุ่ม 10 ล้านบาท! เปิดออฟฟิศใหม่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัวติดถ.รัชดา ทุ่มงบอีกกว่า 1 ล้านบาท

จัดแคมเปญแจกทองทุกเดือน แถมเดือนสุดท้ายได้ลุ้นรางวัลใหญ่ “รถกระบะ นิสสันนาวารา” คาดสิ้นปีนี้ดันยอดขายทะลุ 1,500 ล้านบาท

นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่ายฯ” ว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาแม้หลายบริษัทจะประสบกับปัญหาอุทกภัย แต่ในส่วนของบริษัทแซนสยามมีอัตราการเติบโตประมาณ 3 เท่าตัว หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10 % ส่วนปี 2555 นี้บริษัทจะเปิดแนวรุกมากขึ้น ยกระดับมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตมากกว่า 5 เท่าตัว หรือสร้างตัวเลขได้ที่ 1,500 ล้านบาท

“5 ปีที่ผ่านมาแซนสยามสะสมความสำเร็จมาโดยตลอด เราไม่มีอะไรหวือหวานัก เพราะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงยั่งยืนมากกว่า ซึ่งเราเชื่อว่าคนทำธุรกิจเครือข่ายจะเลือกทำธุรกิจที่บริษัทมีความมั่นคงมากกว่าบริษัทเปิดใหม่ อีกทั้งแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค เรายังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

และขณะนี้เราเองก็กำลังเตรียมการที่จะเปิดออฟฟิศใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานเรามั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิม และอยู่ติดถนนรัชดาภิเษกเช่นเดิม คาดว่าจะสามารถเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้ ภายใต้งบการลงทุนร่วม 10 ล้านบาท”

สำหรับการทำตลาดของบริษัทนั้น จะเน้นกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” โดยปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดมากที่สุดอยู่ที่ภาคอีสานและภาคใต้ รองลงมาคือภาคเหนือ และภาคกลางตามลำดับ มีสาขา 2 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ และ ขอนแก่น ศูนย์เซ็นเตอร์อีกประมาณ 100 จุด ช่วยในการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ

“นอกจากนี้ล่าสุด บริษัทได้เข้าไปเปิดสาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทร์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก เน้นความอบอุ่นในการทำธุรกิจ มากกว่าการเร่งให้ยอดสมาชิกเติบโตแบบรวดเร็ว ส่วนประเทศอื่นๆที่จะบุกเข้าไปเปิดเพิ่มเติมนั้น คงจะมองประเทศในโซนเอเชีย เพราะธุรกิจเครือข่ายในโซนนี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก ประจวบเหมาะกับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ เบื้องต้นคงจะมีสัก 3 – 4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเชีย เป็นต้น” นายปธิกรกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายในปีนี้ บริษัทยังคงมีกิจกรรมเด็ดต่อเนื่องจากปีก่อนนั่นคือ “แซนสยาม แจกโชคยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 223 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2555

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ปรับ ครม.ขายตรงหน่าย พ.ร.บ. ฉบับใหม่รอต่อไป



การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ล่าสุด จากที่มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเปลี่ยนผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในส่วนดูแลวงการขายตรง ทำให้ผู้บริหารหลายท่านเกิดความวิตกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ การเติบโตของธุรกิจเครือข่ายถูกชะงักหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งจากที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขณะนี้ วงการขายตรงกำลังเฝ้ารอ พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรงฉบับใหม่ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผน การตลาดให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำลังจะออก เพื่อที่จะมุ่งไปที่การทำงานรอรับการเปิดประชาคมการค้าเสรีอาเซียนในปี 58 แต่เหมือนกับว่า สิ่ง ที่เฝ้ารอต้องสะดุด เนื่องจากรัฐมนตรีที่ดูแลมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งผู้บริหารหลายฝ่ายเกรงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ธุรกิจขายตรงต้องเดิน ไปข้างหน้าแบบพะวงข้างหลัง ไม่ทราบว่า เมื่อไหร่กฎหมายใหม่จะออก และเมื่อกฎใหม่ถูกบังคับใช้ บริษัทแต่ละแห่งต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

>> ‘อีซี่ ฟาร์แมกซ์’ วอนรัฐกระตุ้นภาพลักษณ์

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ผลกระทบในแง่หนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรี คงจะเป็นเรื่องความต่อเนื่องของการจัดร่าง พ.ร.บ.การขายตรงใหม่ที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าไป แต่อย่างไรก็ดี การ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ตนมองว่าก็ยังคง ขึ้นอยู่กับความจริงใจของคณะรัฐบาล ชุดนี้ ว่ามีความจริงใจในการดำเนิน งานในธุรกิจขายตรงเพียงใด

“ดังนั้น ภาพรวมในขณะนี้ตนมองว่าการเปลี่ยน ครม.ชุดใหม่ยังไม่ มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานในธุรกิจเครือข่ายมากนัก เพราะผู้ที่จะมาทำหน้าที่ดูแลในส่วนพ.ร.บ. ขายตรงยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมา ซึ่งส่วนนี้เราผู้เกี่ยวข้องทุกคนจึงยังคงต้องช่วยกันจับตามองต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากให้ครม. ชุดใหม่ที่เข้ามา พยายามเร่งพัฒนาวิชา ชีพขายตรงให้เป็นที่ยอมรับของผู้คนใน วงกว้าง เพราะตนคิดว่าธุรกิจเครือข่ายเป็น อีกอาชีพหนึ่งที่ส่งเสริมรายได้ให้ผู้คนในหลายระดับ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าธุรกิจ นี้ยังคงเป็นสีเทาอยู่ เช่น ผู้ที่ไม่เข้าใจงาน เครือข่ายอย่างแท้จริง แล้วไปบิดเบือนเจตนา ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจติดลบ ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นหากรัฐบาลใช้การบังคับ กฎหมายให้ทุกอย่างมีความชัดเจน ให้ทุกคนปฏิบัติตามกติกา หรืออยู่ในกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจนี้สูงขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาร่วมงานกับเรา

>> “ดีเน็ทเวิร์ค” เร่งพ.ร.บ. ชูธุรกิจ

ด้านนายสาคร ใสกมล ประธาน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในประเด็นที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนโผ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งทำให้รัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านธุรกิจเครือ ข่ายต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตนมอง ว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบไป ในรูปแบบใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคลากร ที่เข้ามาทำหน้าที่บริหาร คือ หากบุคลากร คนใหม่ที่เข้ามาให้ความใส่ใจในธุรกิจขายตรงมากขึ้น ก็ย่อมทำให้ธุรกิจขายตรงก้าว เข้าสู่ยุคที่ 4 หรือยุคซึ่งแยกธุรกิจสีขาวและ ดำได้อย่างชัดเจนเร็วขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากในมุมมองของตน คิดว่าธุรกิจนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ยุคหลักๆ ยุคแรก คือ ยุคผูกขาด ถือเป็นช่วงเริ่มแรก ของวงการเครือข่ายไทย ซึ่งจะมีไม่กี่บริษัท ยุคที่ 2 คือ ยุคของการแข่งขัน ที่มีนายทุน ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม จนก่อให้เกิดความ เสียหายมากมาย ยุคที่ 3 คือยุคปัจจุบัน ที่ถือเป็นยุคของมืออาชีพ ซึ่งผู้ทำธุรกิจเครือ ข่ายทุกคนต้องมีความเป็นมืออาชีพ ธุรกิจ จึงจะเติบโต และอยู่รอดได้ และยุคที่ 4 เป็น ยุคที่สามารถแยกธุรกิจสีขาวและดำได้ชัดเจน คือ ประชาชนทั่วไปสามารถแยกแยะ ด้วยตนเองได้ว่าธุรกิจเครือข่ายค่ายนี้ดำเนินตามกรอบของกฎหมาย เป็นธุรกิจที่เชื่อถือได้จริงหรือไม่

ทั้งนี ในกรณีที่ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น เมื่อมีการเปลี่ยนครม.ใหม่ ก็อาจจะมีผลให้ เกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากเมื่อมีคนใหม่ ก็ต้องเข้ามานั่งศึกษาใหม่ เรียนรู้ใหม่ หรือ จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในการพิจารณา ดังนั้นตนจึงอยากจะให้ครม.ชุดใหม่นี้ เร่งออกกฎหมายขายตรงให้เร็วที่สุด เพราะว่าขายตรงในยุคที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ในธุรกิจนี้มาก

>> “แซน สยาม” หวั่นเปลี่ยนครม.บ่อยขายตรงโตช้า.

นายปธิกร โยทองยศรองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ตนมองว่าในปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปเริ่มที่จะเข้าใจในระบบเครือข่ายมากขึ้น ฉะนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะมี การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลก็ไม่น่าจะมีผลเสีย และไม่น่าจะส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายดีขึ้นกว่าเดิม เพราะตนมั่นใจว่าธุรกิจนี้จะ ดีขึ้นก็ด้วยตัวของธุรกิจเอง ด้วยโอกาสที่บริษัทขายตรงต่างๆ จะรีบเข้าไปดำเนินการดึงประชาชนที่เดือดร้อน จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากกว่า” นายปธิกร กล่าว

นอกจากนี้ แม้ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น ตนก็ยังมองว่าการเปลี่ยนแปลงครม.ใหม่ก็ไม่น่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจขายตรงมี ปัญหา เพราะแม้ตัวบทกฎหมายจะมีความ สำคัญ แต่เราก็ต้องหันกลับมามองด้วยว่า พ.ร.บ.ใหม่จะออกมาในรูปแบบไหน ถ้า พ.ร.บ.ที่ออกมาใหม่เป็นไปในทางบวก หรือ ช่วยส่งเสริม รักษาสิทธิให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในธุรกิจเครือข่าย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไป แต่หากจัดทำพ.ร.บ.ใหม่แล้วยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าก็มีค่าเท่ากัน

ทั้งนี้ ตนก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลต่อ การปรับเปลี่ยนครม.ชุดใหม่ว่า อยากให้มีรัฐมนตรีที่เข้าใจในธุรกิจเครือข่ายเข้าดูแลเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจนี้ได้พัฒนาไป ในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนมากขึ้น คือ รัฐบาลควรสรรหารัฐมนตรีที่เข้าใจในระบบเครือข่ายเข้ามาดูแล เพราะ รัฐมนตรีถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่ในการดูแล ควบคุม ตรวจสอบธุรกิจเครือข่าย โดยภาพรวม ดังนั้น หากได้คนที่เข้าใจในธุรกิจนี้มาบริหารงาน ก็จะทำให้ขายตรงไทยสามารถพัฒนาก้าวสู่ความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับของประชาชนในประเทศ และต่างประเทศ และประการสำคัญคือจะ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศชาติ เนื่องจากจะเห็นได้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายๆ ประเทศ ธุรกิจเครือข่ายก็เป็นอีก ธุรกิจหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศชาติของเขาได้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ