ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มนตรี ฉิมมณีภัทธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มนตรี ฉิมมณีภัทธ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอปูเซ่ (Epousee) : ‘เอปูเซ่’เสริมกลยุทธ์ความแกร่งธุรกิจ ผุดโครงการ‘The Rich Man’ขับเคลื่อนผู้นำ







yyyy (Mobile)

 


“เอปูเซ่” เคลื่อนทัพบุกภูธร!!..ล่าสุดผุดโครงการ “The Rich Man” เสริมความร่ำรวยแบบยั่งยืน หลังชิมลางไปแล้ว 2 เดือนเห็นผลเกินคาด เผยเตรียมดันสินค้าใหม่สำหรับสุภาพสตรี “โกลด์ โมนาริส” เสริมทัพหน้า พร้อมการฝึกอบรมสร้างความเป็นมืออาชีพแก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง แย้มสิ้นปีขอยอดแตะ 250 ล้าน


“มนตรี ฉิมมณีภัทธ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯผ่าน “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยการผุดโครงการที่มีชื่อว่า “The Rich Man” โดยได้ดำเนินการไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำตลาดแบบผสมผสานระหว่างแผนธุรกิจแบบ Stair Step และ Binary เข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการนี้เรียกว่าสามารถทำให้สมาชิกของบริษัทฯ มีรายได้สม่ำเสมอในทุกๆ เดือน เดือนละ 50,000 – 60,000 บาท โดยเป็นโครงการเพื่อให้สมาชิกระดับล่าง สามารถเลี้ยงดูตนเองได้


“โครงการ “The Rich Man” เป็นการทำโปรแกรมการลงทุนเพื่อการเริ่มต้นทางธุรกิจ เป็นโครงการเสริมเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมาชิก ซึ่งสมาชิกจะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดทุกครั้งที่มีการขาย ทำให้เกิดธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในระดับล่าง เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกทำธุรกิจตามความถนัดของตนเอง ทั้งในการหาเครือข่ายทางการค้าและการขายตรงสินค้า โดยเป็นการเน้นการซื้อซ้ำ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น ผู้บริหารระดับภูมิภาค และ ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ”


นอกจากนี้ ทาง “เอปูเซ่” ยังได้มีการออกสินค้าตัวใหม่เข้ามาทำตลาดอีกด้วยนั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ “โกลด์ โมนาริส (Gold Monalis)” สินค้าเกี่ยวกับสุภาพสตรี เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ด เพื่อการบำรุง และฟื้นฟูสุขภาพคุณผู้หญิง โดยราคาจัดจำหน่ายสำหรับสมาชิกอยู่ที่ 2,500 บาท และราคาค้าปลีกอยู่ที่ 3,000 บาท


บอสค่าย “เอปูเซ่” เสริมต่อว่า “โดยก่อนหน้านี้ทาง “เอปูเซ่” เอง ได้มีการเข็นสินค้าที่ชื่อ “คาวาริ โกลด์” ที่เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพชนิดเม็ด และผลิตภัณฑ์ “โกลด์ นัมเบอร์ 9” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อการบำรุง และฟื้นฟูสุขภาพคุณผู้ชาย มาแล้ว ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากทีเดียว โดยสินค้าตัวใหม่อย่าง “โกลด์ โมนาริส” สำหรับสุภาพสตรี ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน ทางบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนเช่นดั่งสินค้าตัวอื่นที่ทางบริษัทฯ ออกมาด้วยเช่นกัน”


ปัจจุบัน “เอปูเซ่” มีสินค้าอยู่ทั้งสิ้น 4 กลุ่มหลักด้วยกัน ประกอบด้วย1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (Skin Care & Beauty Care) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplements) 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthy Product) และ4.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน (Personal Care) ซึ่งสินค้าหลักที่ทำยอดขายให้แก่บริษัทฯ คือ ผลิตภัณฑ์ “คาวาริ” เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดน้ำ และผลิตภัณฑ์ “คาวาริ โกลด์” สมุนไพรเพื่อสุขภาพชนิดเม็ด ที่มีสัดส่วนยอดขายรวมกันอยู่ที่ 50%


สำหรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ “เอปูเซ่” นับจากนี้ต่อไป ที่นอกเหนือจากการนำสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคแล้ว “มนตรี” ประธานฯ บริษัทเอปูเซ่ ยังเผยอีกว่า ทางบริษัทฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมาชิกอย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นดั่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการอบรมตามจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงในส่วนของโปรโมชั่น ที่บริษัทฯ มีการแจกทุกเดือน


ที่สำคัญ ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะจัดงานประดับเข็มให้แก่สมาชิกที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอีกด้วย ส่วนในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า บริษัทฯ จะมีการจัดงานราตรีสีชมพูกับการก้าวย่างสู่ปีที่ 6 ของเอปูเซ่อีกด้วย ต่อจากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ก็จะเป็นการจัดสัมมนาต่างประเทศสำหรับสมาชิกเอปูเซ่ เป็นต้น


“ที่ผ่านมา เอปูเซ่ได้มีการจัดโครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ โดยเป็นการใช้สมองแทนเงินทุน คิดแบบผู้บริหารให้สำหรับกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นโครงการเถ้าแก่น้อย โดยมีการร่วมกับมหา วิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการ Young Executive Business กับสถาบันการศึกษา ภายในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการให้กลุ่มนักศึกษา สามารถสมัครฟรี และมีรายได้เข้าคณะอีกด้วย โดยเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เชื่อว่าน่าจะช่วยทำให้กลุ่มนักศึกษาสามารถทราบถึงธุรกิจเครือข่ายได้มากขึ้นนั่นเอง”


“มนตรี” เผยต่อว่า การเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจเอปูเซ่ นับจากนี้นั้น ทางบริษัทฯ จะเน้นไปที่ 1.สมาชิกทั่วไป จะต้องเข้าใจในธุรกิจและผลิต ภัณฑ์ 2.บริษัทฯ จะเน้นที่ตัวผู้นำด้วยการสร้างคน ภายใต้แนวคิด “ให้เป็นธุรกิจสร้างสรรค์มากกว่าทำลาย” ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ มีแกนนำในการขยายฐานธุรกิจทั่วประเทศอยู่ที่ 14 คนด้วยกัน โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 4 สาขา คือ 1. หาดใหญ่ 2. สุราษฎร์ธานี 3. ภูเก็ต และ4. อุดรธานี โดยล่าสุดกำลังเปิดสาขาใหม่เพิ่มที่ชุมแพ และร้อยเอ็ด ส่วนการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้นั้น ประเทศที่เริ่มมีการนำเอาสินค้าของเอปูเซ่ไปจำหน่ายบ้างแล้วคือ ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น


สำหรับเป้าหมายในอนาคตนับจากนี้ของ “เอปูเซ่” นั้น ต้องการที่จะสร้างฐานระดับล่างให้แข็งแรง ให้มีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ให้ได้จำนวน 2 พันคน รวมถึงการเน้นให้สมาชิกของเอปูเซ่ระดับล่างทุกคนมีรายได้อยู่ที่ 70-80% พร้อมกับเป้าหมายยอดขายในสิ้นปีนี้ที่ขอแตะที่ 200-250 ล้านบาท จากในปีที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 200 ล้านบาท


“มนตรี” กล่าวทิ้งท้ายต่ออีกว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ของ “เอปูเซ่” เรียกว่าเป็นการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกจากผู้นำ โดยที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการสร้างสมประสบการณ์เลยก็ว่าได้ โดยในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ “เอปูเซ่” ต้องการที่จะตอกย้ำความเชื่อมั่น รวมถึงเน้นในเรื่องคุณธรรมนำธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการคิดในการทำธุรกิจใหม่ ในการทำอย่างไร ให้ทั้งทีมมีรายได้ รวมถึงให้สมาชิกประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน ภายใต้ปณิธานที่ว่า “We Will Reach To Success Together เราจะบรรลุความสำเร็จร่วมกัน” ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ของเอปูเซ่ก็ต้องสามารถตอบโจทย์


ผู้บริโภคได้ด้วยเช่นกัน


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอปูเซ่ (Epousee) : เอปูเซ่ ดันแผนครึ่งหลังสู้ศึก ปูพรมสมาชิกหวังฟัน 200 ล.







Capture (Mobile)


เอปูเซ่ จัดโครงการ The Rich Man บุกขายตรงครึ่งหลังหวังให้สมาชิกทุกระดับมีรายได้เพิ่มพร้อมรุกขยายตลาดพื้นที่สาน เน้นความสำคัญกลุ่มสมาชิกชิกรากหญ้า ตั้งเป้า 200 ล้านสิ้นปี รับครึ่งแรกไม่เป็นไปตามแผน หลังผู้นำย้ายออก เผยขายตรงปีนี้ยังโต ห่วงหลายที่อาจใช้กลยุทธ์ไม่ซื่อ ทำให้คนกลัวไม่กล้าทำขายตรง


มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้จัดทำโครงการ The Rich Man ซึ่งเป็นโครงการที่ให้สมาชิกทุกคนและทุกระดับมีรายได้เพิ่ม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้บริโภคที่จะมีรายได้จากกำไรของการขายสินค้าอีกด้วย


ในส่วนของโครงการดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา เบื้องต้นบริษัทได้ทำประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารให้กับสมาชิกได้รับทราบถึงโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้วและได้รับผลตอบรับที่ดีจากสมาชิก โดยมีผู้นำระดับภูมิภาคสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 60 รายและผู้นำระดับปฏิบัติการอีกกว่า 100 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้นำอีกหลายรายที่ล้มเหลวจากการทำธุรกิจกับค่ายอื่นๆได้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้เช่นกัน


สำหรับแผนการทำงานของบริษัทในปีนี้ จะเน้นทำธุรกิจกับสมาชิกทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่จะเน้นเป็นพิเศษคือ กลุ่มคนรากหญ้า เพราะบริษัทมองว่าสมาชิกกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการลงทุนทำธุรกิจค่อนข้างน้อย อีกทั้งบริษัทมองว่าหากสมาชิกกลุ่มดังกล่าวสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกกว่า 120,000 รหัส เป็นสมาชิกที่ซื้อสินค้าและทำธุรกิจเป็นประจำกว่า 10,000 รหัส


ดังนั้นเพื่อเป็นการผลักดันให้เป็นสมาชิกกลุ่มดังกล่าวมีรายได้เพิ่มขึ้น บริษัทจึงได้จัดทำโครงการ The Rich Man มารองรับพร้อมจัดโปรโมชั่นสงเสริมการขายในแต่ละเดือนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้นำไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังได้รุกเข้าทำการตลาดในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปทำการตลาดในภาคอีสานแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี


อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในปีนี้ของบริษัทคาดว่าจะสามารถปิดยอดขายได้ 200 ล้านบาท และมีสมาชิกที่สามารถทำยอดไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้กว่า 300 คน ซึงปีนี้ทริปท่องเที่ยวใหญ่ของบริษัท คือ เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และจะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดภายในปีนี้อีก 4 รายการ ซึ่งขณะนี้มีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดแล้ว 2 รายการ คือ แชมพูเปลี่ยนสีผมที่นำเข้าจากเกาหลี และสินค้าด้านความงามคาดในเดือนสิงหาคมนี้จะออกเพิ่มอีก 1 รายการจากเดิมมีอยู่แล้ว 25 รายการ จากจำนวนสินค้าทั้งหมด 4 กลุ่ม


มนตรี กล่าวต่อไปว่า ครั้งแรกของปี 2556 บริษัทยอมรับอัตราการเติบโตยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบริษัทยังคงเติบโตเป็นที่น่าพอใจซึ่งปัจจัยที่จะนำไปสู่เป้าหมายมาจากในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงผู้นำโดยมีผู้นำบางส่วนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับบริษัทได้ย้ายออกไป อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อมั่นแม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างช้า และไม่เป็นไปตามเป้าหมายไปบ้าง แต่มีความเชื่อว่าในอนาคตจะสามารถเติบโตได้อย่างแน่นอน


มองว่าภาพรวมของธุรกิจขายตรงในปีนี้โตขึ้น และส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งทำให้แต่ละบริษัทจะต้องคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน แต่ยังคงเป็นห่วงในวิธีการหรือกลยุทธ์ที่บางบริษัทหรือผู้นำบางกลุ่มนำมาใช้จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ธุรกิจขายตรงถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่น่ากลัวไม่มีคนกลุ่มใหม่ๆ กล้าที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้ มนตรี กล่าว





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 227 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เอปูเซ่-Epousee ปรับแผนสู้ศึกภูมิภาคทั่วทิศ ตั้ง 12 จุดบัญชาการจิกยอดสนามขายตรง


เปิดแผนเอปูเซ่ ฉบับใหม่ตั้งกองบัญชาการ 12 จุดฮึดสู้ศึกในสนาม หลังสูญเสียผู้นำมือดี ตอกย้ำความพร้อมรับมือตลาดอาเซียน มั่นใจเกินร้อยหากเดินในเส้นทางการแข่งขันสากล เพราะกินรวบไปยังเพื่อนบ้านนานแล้ว ล่าสุดออสเตรเลียจีบเป็นบิสซิเนสพาร์ทเนอร์ บินเซ็นสัญญาเดือนธันวาฯ นี้ ก่อนสิ้นปี
ดีเดย์สินค้าใหม่ลอนซ์ต่อเนื่องจนถึงกุมภาฯ ปีหน้าเกาะกระแสสินค้าผู้หญิง สิ้นปีปิดยอดเงียบ ๆ ที่ตัวเลข 250 ล้าน.


นายมนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธานกรรมการ บริษัท เอปูเซ่ ประเทศไทย จำกัด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของบริษัท ว่า ปีนี้อย่างที่หลาย ๆ คนทราบ เราเองเจอวิกฤตการณ์ในช่วงกลาง ๆ ปี แต่ก็ถือว่าผ่านมาได้ด้วยดี ซึ่งแรงเหวี่ยงถือว่าตีกลับ โดยกลุ่มผู้นำเริ่มที่จะมีแรงฮึดขึ้นมาทำงานมากขึ้น ฉะนั้น แผนงานในช่วงครึ่งปีหลัง เราจึงได้มีการวางแผนขึ้นมาใหม่ ด้วยการหันมาเน้นในเรื่องของโปรโมชั่น รวมถึงการปูฐานผู้บริโภค และเน้นคนที่ทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าด้วย

ส่วนแผนงานในปีหน้าก็จะเริ่มเน้นกิจกรรมเกี่ยวกับผู้นำ เพราะตอนนี้เราสร้างฐานผู้บริโภคให้กับผู้นำ และปีหน้าจะเน้นการทำงานในระดับภาคภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งเป็นในส่วนของการประชุมเปิดโอกาสทางธุรกิจระดับภูมิภาค (AOP VIP) โดยในปีหนึ่งจะแบ่งเป็น 3 ช่วง (4 เดือนครั้ง) และนโยบายที่ว่าแบ่งประเทศไทยเป็น 12 ชิ้น วันนี้ได้ดำเนินการทำไป 9 ชิ้นแล้ว ในแต่ละที่ก็จะมีผู้นำรองรับ พร้อมยังเน้นการออกมาให้ความรู้ในแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกต้อง และนโยบาย เอปูเซ่ จะไม่เน้นในเรื่องการโมติเวท จะไม่เน้นเรื่องการเอาคนมาลงทุน แต่สิ่งที่เราได้ทำ นั่นก็คือ เมื่อประชุมเสร็จผู้นำสามารถที่จะทำงานต่อได้

สำหรับการประชุมเปิดโอกาสทางธุรกิจระดับภูมิภาค (AOP VIP) ในตอนนี้ประชุมไปแล้ว 6 รอบด้วยกัน โดยปีหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 27 รอบเป็นอย่างน้อย ส่วนความเคลื่อนไหวของจำนวนสาขาในปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่งด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ อุดรธานี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่ พร้อมกับมองไว้ในอนาคตจะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 2 - 3 แห่ง (ระนอง ที่จะเปิดเป็นสาขาของบริษัท โดยจะอยู่แถวตะเข็บชายแดน) ส่วนสาขาของสมาชิกปัจจุบันนี้เหลืออยู่ 20 สาขา จากเดิมที่มีอยู่ที่ 30 กว่าสาขา

ส่วนการเตรียมความพร้อมทางด้านการรับมือกับตลาด AEC ตรงนี้เราคงไม่ต้องมีการปรับตัวอะไรมาก เพราะฐานที่เราเริ่มต้นตั้งแต่แรกมาตรฐานได้รองรับไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแพ็ค เกจจิ้ง หรือ เรื่องของสินค้า อย่างล่าสุดมีข่าวดี คือ สินค้าของ เอปูเซ่ ได้รับการอนุมัติให้นำเข้าไปจำหน่ายในประเทศออสเตรเลียได้ โดยสินค้าเกือบทุกตัว ยกเว้น คาวาริชนิดน้ำ ที่มีปัญหาในเรื่องของการขนส่ง และยังมีนักธุรกิจออสเตรเลียบินมาเมืองไทยเพื่อขอเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 1 ธันวาคม 2555 จะบินมาจากออสเตรเลียประมาณ 10 คน ที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนและเข้าร่วมอบรมกับเราด้วย
จุดเริ่มต้นของการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายยังประเทศ ออสเตรเลีย เริ่มต้นเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่เริ่มมียอดต่อเดือนเกือบล้านบาทแล้ว โดยสินค้าที่ค่อนข้างได้รับการตอบรับ คือ คาวาริโกลด์ ชนิดเม็ด ซึ่งตัวนี้ถือว่าเป็นงานวิจัย รวมถึงการส่งเข้าไปยังมหาวิทยาลัยโกเทนเบิร์คที่ประเทศเยอรมัน โดยจำหน่ายคาวาริโกลด์กล่องละ 6,000 บาท จากบ้านเราจำหน่ายอยู่ที่ราคา 2,500 บาท และกาแฟจำหน่ายอยู่แพ็คละ 650 บาท ที่บ้านเราขาย 250 บาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของประเทศลาว เขมร พม่า เวียดนาม ที่สินค้าของเราเรียกว่า ได้ทำตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้เราเองยังขาดผู้นำที่มีความจริงจังในการทำงาน โดยที่ผ่านมาผู้นำที่ทำธุรกิจในส่วนของความต่อเนื่องยังไม่มี จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำมาช่วยคอยสานต่อ โดยสิ่งที่บริษัทฯ จะต้องเร่งดำเนินการ นั่นคือ จะต้องเฟ้นหาผู้นำที่ถือว่าเป็นตัวจริงก่อน เมื่อได้ตัวจริงแล้วเราก็ต้องขึ้นไปเยี่ยมเยือน จากนั้นดึงเข้ามาสู่ระบบ เพราะตอนนี้เราถือว่าระบบของเราแข็งแรงมาก ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่รอคอยทั้งในเรื่องการพัฒนาและติดตามผล ก็ถือว่าแจ้งเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ยอดจองในช่วงเดือนมกราคมนั้นเต็มหมดแล้ว
...ส่วนกรณีของผู้นำที่เคลื่อนทัพออกจากธุรกิจ เอปูเซ่ นายมนตรียอมรับว่า เรื่องนี้มีผลกระทบในเรื่องของยอดขายบ้างเช่นกัน แต่ต้องเรียนว่าตนเองได้ทำงานกับทางผู้นำเคียงบ่าเคียงไหล่มา ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งจะเป็นในเรื่องของแนวคิดที่ทุกคนนั้นมีเหตุ มีผล ซึ่งตรงนี้ เอปูเซ่ ยังยืนยันว่า ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ เรายังต้องการให้ผู้นำทุกคนได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถออกมาอย่างเต็มที่

สำหรับแผนงานช่วงเวลาหลังจากนี้ คงจะมีการอัดโปรโมชั่นแรง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลในส่วนของทองคำ เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อให้มากขึ้น ส่วนโปรโมชั่นหลัก ๆ ของเราก็จะเป็นโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะหมดในเดือนธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติได้โปรโปรโมชั่น ท่องเที่ยวเกาหลี น่าที่จะไม่ต่ำกว่า 100 ท่าน ที่จะเดินทางในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีหน้า

ยุทธศาสตร์ เอปูเซ่ ที่เริ่มบุกมาตั้งแต่ครึ่งปีหลัง พบว่ามีอัตราสมาชิกเพิ่มเข้ามาพอสมควร รวมถึงแกนนำยังคงมีอยู่ 17 ท่านด้วยกัน ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่สมาชิก ซึ่งแต่ละท่านก็รับผิดชอบอยู่ในแต่ละส่วนของภูมิภาค สำหรับเป้าหมายยอดขายในสิ้นปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 250 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมายอดขายอยู่ที่ประมาณ 190 ล้านบาท โดยปีนี้ต้องบอกว่ามีสินค้าตัวใหม่เข้ามาคือ คาวาริ ที่ทำให้ตลาดของ

เอปูเซ่ เติบโตขึ้น และสามารถสร้างยอดขายอยู่ที่ประมาณ 3 พันกล่องต่อเดือน คิดเป็นมูลค่ายอดขายอยู่ที่ 7 - 8 ล้านบาทต่อเดือน
ส่วนสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวในก่อนปีนี้ หรือในวันที่ 29 ธันวาคม 255 ก็จะมีการจัดงานพร้อมกับการเปิดตัวแชมพูสระผม ที่เป็นสูตรขจัดรังแค จากนั้นต้นปีหน้าก็จะมีสินค้าเกี่ยวกับผู้หญิงประมาณช่วงไตรมาสแรก หากจะสรุปสัดส่วนยอดขายของสินค้าในแต่ละกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่มียอดขายกลับขึ้นมาอีกครั้ง คือกลุ่มชุดบำรุงผิวโตกว่า 10% กลุ่มอาหารเสริมโตกว่า 20% กลุ่มสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันโตกว่า 10% กลุ่มสมุนไพรน้ำอยู่ที่ 50% ด้วยกัน จากปัจจุบันจำนวนสมาชิกอยู่ที่เฉียด 100,000 รหัส โดยสมาชิกที่แอคทีฟอยู่ที่ประมาณ 20,000 รหัส

วันนี้ต้องบอกว่า เรามีความพร้อมในเรื่องของระบบการฝึกอบรมที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของเรา รวมถึงในส่วนของกิจกรรม โดยระบบการฝึกอบรมทำตั้งแต่เริ่มแรกไม่มีการหยุด ซึ่งเราเองถือว่าเป็นบริษัทต้น ๆ ที่ยืนหยัดในเรื่องตรงนี้ โดยที่เรามีการอบรมเองไม่ได้จ้างข้างนอก อีกทั้งคนที่เป็นวิทยากรจะต้องเป็นคนที่ทำงานจริงในภาคสนาม รวมถึงระบบในเรื่องของหลักสูตร โปรโมชั่น ก็มีเป็นสูตรสำเร็จแล้ว เพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคพอใจ ผู้แนะนำก็มีความสุข และหากใครที่ไม่เตรียมรับมือกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เชื่อว่าในอนาคตอยู่ยาก


นอกจากนี้ นายมนตรี ยังได้กล่าวถึงภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจขายตรงว่า ค่อนข้างที่จะแข่งขันกันอย่างสนุก และไม่ใช่เป็นเรื่องที่เลวร้ายจนตกอกตกใจ เพราะต้องบอกว่าธุรกิจนี้จะทำให้คนที่ตั้งใจจริงอยู่ได้ เพราะหากคุณไม่ตั้งใจจริงก็จะไม่สามารถอยู่ในโลกของการแข่งขันได้ แต่ผู้ประกอบการควรจะแข่งขันภายใต้เงื่อนไขที่เป็นสากล


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333