ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวนูสกิน (Nu Skin Thailand) : นู สกินชูเอจ ล็อคบุกตลาดขายตรงเวียดนาม







news_img_31013_1 (Mobile)


นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม เปิดเผยว่านู สกินยังคงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เข้าไปบุกตลาดเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อปลายไตรมาส 3 ปี 2555 ด้วยการเข้าไปเปิดสำนักงานนู สกิน ประเทศเวียดนาม มีศูนย์บริการผู้แทนจำหน่าย 2 สาขา ที่โฮจิมินห์ และฮานอย และมีแผนจะขยายเพิ่มในอนาคต ซึ่งการเปิดสำนักงานในเวียดนามถือเป็นสาขาประเทศที่ 53 ของนู สกินทั่วโลก และนับเป็นการประกาศศักยภาพที่แข็งแกร่งของนู สกินในการเปิดตลาดที่ 7 ในกลุ่มอาเซียน ต่อจากไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน


สำหรับการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจขายตรงในเวียดนาม ถือว่ายังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับ ไทยและมาเลเซีย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหม่ในเวียดนาม ประกอบกับธุรกิจขายตรงที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในเวียดนามได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับและผ่านการตรวจสอบโดยรัฐบาลเวียดนามอย่างเข้มงวด ดังนั้นบริษัทขายตรงที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของจรรยาบรรณ


ส่วนกลยุทธ์ในการรุกตลาดเวียดนามช่วงเปิดตลาดใหม่นี้ บริษัทจะเน้นไปที่การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้แทนจำหน่าย โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา แบรนด์ “เอจ ล็อค” เป็นตัวขับเคลื่อนตลาด ซึ่งขณะนี้สัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มเอจ ล็อคอยู่ที่ 65% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท และสัดส่วนระหว่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ที่ 70:30


นางภคพรรณ กล่าวว่า ในปี 2556 นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 450 ล้านบาท จากปีที่ 2555 ที่ทำได้ 200 ล้านบาท โดยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้วประมาณ 80% จึงเชื่อว่าบริษัทจะสามรถทำยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนู สกินประเทศเวียดมีสมาชิกแล้ว 25,000 บัญชีรหัส คาดว่าในปี 2556 นี้จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บัญชีรหัส ส่วนในปี 2557 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโตอย่างน้อยประมาณ 20% จากปี 2556


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวนูสกิน (Nu Skin Thailand) : นู สกิน ไต่ยอดปี55 ทะลุ 2,400 ล้าน อัดฉีด 20 ล้าน สร้างหนังโฆษณาครั้งแรกในไทย









นู สกิน ประเทศไทย ปลื้มยอดขายโตเกินเป้า 16% หรือประมาณ 2,400 ล้าน ในขณะที่สัดส่วนการเติบโตของผู้แทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 20% พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ เดอะ รียูเนี่ยน ด้วยเม็ดเงินลงทุน 20 ล้านบาทจากงบการตลาดก้อนโตทั้งปีกว่า 40 ล้านบาท ร่อนกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา หวังเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคและสร้างการรับรู้ในแบรนด์ผู้นำต้านชราเพิ่มขึ้น 50 % ภายใน 3 เดือน รวมทั้งยังเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูลเอจล็อคออกมากระตุ้นตลาดแอนไทเอจจิ้ง โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2556 เติบโตขึ้นอีกกว่า 20%


นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า ปัจจุบันนู สกินเปิดดำเนินการธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานเป็นเวลา 16 ปี ซึ่งด้วยภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งนี้ผลักดันให้ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในทุกปี ส่วนยอดขายปีที่ผ่านมา (2555) ถือเป็นปีที่นู สกิน ประเทศไทย ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นถึง 16 % หรือคิดเป็นยอดขายรวมประมาณ 2,400 ล้านบาท มีสัดส่วนการเติบโตของผู้แทนจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20% จำแนกเป็นสมาชิกทำเนียบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 1 บัญชีรายชื่อ สมาชิกทำเนียบ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ 2 บัญชีรายชื่อ สมาชิกทำเนียบ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ 14 บัญชีรายชื่อและสมาชิกทำเนียบ 1 ล้านบาท จำนวน 503 บัญชีรายชื่อ


นอกจากนี้ เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลผู้บริโภคอย่างแท้จริง เวลานี้บริษัทได้ทำการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดนู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคโดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรามาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบ ครั้งแรกด้วยเม็ดเงินลงทุนถึง 20 ล้านบาทจากงบการตลาดทั้งปีนี้กว่า 40 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิว เอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าวจะมุ้งเน้นการสร้างแบรนด์นู สกิน ให้เ)นที่รู้จักโดยสะท้อนผ่านจุดขายเรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการของการล็อคอายุผิวให้คงความอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ซึ่งสอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จและส่งเสริมยอดขายบริษัทฯ คาดการณ์ว่าหลังจากภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ออกอากาศจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้นถึง 50 % ภายในเวลา 3 เดือน


แนวคิดของภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน ต้องการเน้นให้แบรนด์และชื่อสินค้าเป็นที่จดจำของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบ 360 องศา โดยแบ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบ Below the line ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ อีเว้นท์ การจัดประชุมสัมมนา และโปรแกรมโบนัสท่องเที่ยว และ Above-the-line จะเน้นการใช้สื่อ (Mass Media) ที่หลากหลายขึ้น โดยจะใช้ภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ สื่อโทรทัศน์ ศื่อสิ่งพิมพ์และบิลบอร์ด เพื่อเป็นการแนะนำแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกรูปเเบบมากขึ้น


นางภคพรรณ กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์ความสำเร็จของ นู สกิน ประเทศไทยมี 2556 บริษัทฯ มีการวางแผนและแบ่งกลยุทธ์ออกเป็นด้านต่างๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจขององค์กร พร้อมเตรียมปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมเพื่อให้สอดรับกับภาพยนตร์โฆษณาและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงใช้กลยทธ์ในการกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่โดยการเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity) เพื่อขยายฐานของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ทำธุรกิจให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ โดยยังคงจุดยืนที่มุ่งเน้นการชูนวัตกรรมแห่งการชลอวัยผ่านผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพภายใต้เทคโนโลยีเอจล็อคเพื่อย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การต่อต้านความชรา ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เอจล็อค อาร์สแควร์ (ageLOC R2) และ เอ็จล็อคทรูเฟช เอสเซ็นซ์อัลตร้า (ageLOC TRU FACE ESSENCEULTRA) เพื่อชิงผู้นำตลาดแอนไทเอจจิ้ง พร้อมทำการตลาดแนวรุกเพิ่มช่องทางการสื่อสาร Mass Communication ภายใต้แนวคิด Live Young, Feel Young เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป


เป้าหมายความสำเร็จ นู สกิน ประเทศไทยปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 20% และมี ทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ยืนยันได้จากตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างตน่อนื่อง ซึ่งแสดงถึงความท้าทายอีกขั้นที่จะทำให้นู สกิน ก้าวสู่ความสำเร็จพิชิตยอดขายที่ 5,000 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้าตามที่ได้เคยประกาศไว้ โดยอาศัยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างกับคู่แข่ง จำนวนผู้ทำธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนทิศทางการขยายฐานผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วภูมิภาคที่มีอัตรการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


นอกเหนือจากการเดินหน้าในด้านธุรกิจแล้ว บริษัทฯไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมตามปณิธานที่มุ่งมั่นมาตลอด 15 ปี ในการให้ความช่วยเหลือการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กโรงพยาบาลราชวิถีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าปัจจัยบวกต่างๆนี้จะส่งเสริมให้นู สกิน เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แน่นอน


นางภคพรรณ กล่าวสรุป





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนูสกิน (Nu Skin Thailand) : อวดยอด ส.ค. โกย 450 ล.สินค้าต้านเหี่ยวขายดีดันรายรับโต 27%


นู สกิน สุดปลื้ม เอจล็อก กลุ่มสินค้าต้านหน้าเหี่ยวขายดี ส.ค. เดือนเดียวโกย 450 ล้านบาท ทำสถิติยอดขายต่อเดือนสูงสุดในรอบ 15 ปี ส่วนตัวเลขรวม 3 ไตรมาส ขยายตัว 27% ได้ใจเดินหน้าดันสินค้าต่อต้านความชราเป็นเรือธงอัดกลยุทธ์แน่นไต่ฝัน 2.5 พันล้านบาท พร้อมแผนเพิ่มศูนย์ธุรกิจอีก 2 แห่ง วางงบ 10 ล้านต่อ 1 ศูนย์

นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม ปี 2555 นู สกิน ประเทศไทย มียอดขายเติบโตอยู่ที่ 27% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโต เฉลี่ยของอุตสาหกรรมขายตรงไทย โดยในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา บริษัทสร้างยอดขายได้สูงถึง 450 ล้านบาท ถือเป็นยอดขายรายเดือน สูงสุดนับตั้งแต่ นู สกิน เปิดดำเนินการในประเทศไทย และคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แน่นอน

ปัจจัยความสำเร็จมาจากการพรีเซลผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวใหม่ เอจล็อก อาร์สแควร์ (ageLOC R2) ให้กับผู้แทนจำหน่ายระดับบริหาร ประกอบกับตลาดด้านสุขภาพความงามโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรายังคงเป็นที่ต้องการของตลาดและกำลังขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทยังคงมีการพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ให้มี ความโดดเด่นและชัดเจนในด้านความเป็นผู้นำด้านแอนตี้ เอจจิ้ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค

นู สกิน ประเทศไทย มีรายได้การเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ต้นปี อีกทั้งในปีนี้บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา เอจล็อก กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III ที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยและการดูแลรูปร่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด บริษัทมั่นใจว่าภายในสิ้นปี 2555 นู สกิน ประเทศไทยจะเติบโต 20% หรือ 2,500 ล้านบาท และนอกเหนือ จากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว ภายใน เดือนเดียวกัน นู สกิน ประเทศไทย ยังได้รับรางวัล โกลด์ สตีวี่ วินเนอร์ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดประเภทธุรกิจนานาชาติ จากอเมริกัน บิสซิเนส อวอร์ด ที่มีองค์กร ธุรกิจหลากหลายสาขาจากทั่วโลกเข้าร่วม ประกวด จากโครงการสนับสนุนการผ่าตัด หัวใจเด็กภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจในกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราทำควบคู่กันมาตั้งแต่ก่อตั้ง นู สกิน ในประเทศไทย โดยการขึ้นรับรางวัลดังกล่าวจะมีขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ นางภคพรรณ กล่าว

นางวิภาดา ตั้งปกรณ์ รองประธาน ฝ่ายขายและปฏิบัติการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับยอดขายในเดือนสิงหาคม นู สกิน โกยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เอจ-ล็อกและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่างๆ เติบโตสูง ถึง 450 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนยอด ขายได้ดังนี้ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าเอจล็อก ทรานฟอร์เมชั่น เซ็ต ผลิตภัณฑ์เอจล็อก กัลวานิค สปา ซิสเต็ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอจ-ล็อก อาร์ สแควร์ มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 80% และผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริม รวม กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพอร์ซันแนลแคร์ อื่นๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20% และปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตแบบเท่าตัว นั้น มีผลจากการพรีเซลล์ผลิตภัณฑ์อาหาร เสริมตัวใหม่ เอจล็อก อาร์สแควร์ ให้กับผู้แทนจำหน่ายระดับบริหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแอนตี้เอจ-จิ้งที่ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และสามารถตอบสนองความต้องการรวมถึงแก้ไขปัญหาและจุดบกพร่องของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยวางแผนเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2556 นี้

นางวิภาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอก จากความสำเร็จด้านผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว บริษัทยังสามารถสนับสนุนผู้แทนจำหน่าย ที่ทำธุรกิจให้มีรายได้สูงขึ้น โดยในเดือนสิงหาคม ผู้แทนจำหน่ายที่ทำธุรกิจมีรายได้ จากเงินปันผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 236% เมื่อเทียบกับรายได้เดือนกรกฎาคม ซึ่งการ ที่เราสามารถสร้างให้ผู้แทนจำหน่ายมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของนู สกิน ที่ต้องการสร้างให้ผู้แทน จำหน่ายได้รับค่าตอบแทนสูงสุดกว่าขายตรงอื่นๆ ตลอดเวลาเราจึงมุ่งมั่นสร้างกลยุทธ์การขายเพื่อสนับสนุนนโยบายใน เรื่องนี้

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 บริษัทยังคงเน้นใช้กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านการกระตุ้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกและ ปริมาณการบริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่อต้านความเสื่อมชราเป็นเรือธงในการสร้างยอดขายเป็นหลัก ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เอจล็อกกัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III ซึ่งเป็นอุปกรณ์กระชับสัดส่วนที่ใช้เทคโนโลยี กระแสกัลวานิค แบบรูปคลื่นที่ได้รับการ พัฒนาขึ้นจาก วิทยาการเอจล็อก ที่เป็นองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของ นู สกิน สามารถแยกแยะกลุ่มยีนที่ส่งผลต่อกระบวนการเสื่อมชราของร่างกายและ ตรงเข้าจัดการที่ต้นเหตุของความเสื่อมชราของผิวกายพร้อมกับลดการก่อตัวของ ไขมันและเซลลูไลต์

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าเร่ง กระตุ้นยอดขายจากกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ อาทิ การจัดอบรมสัมมนา การจัดกิจกรรมโรดโชว์ไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์และตราสินค้าตลอดจนขยายฐานธุรกิจให้เกิดการเติบโต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางวิภาดา กล่าวสรุป

อย่างไรก็ดี จากการเติบโตของยอด ขายในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ที่บริษัทสามารถ สร้างยอดขายได้ถึง 450 ล้านบาท นับเป็น ยอดขายประจำเดือนที่สูงที่สุดในรอบ 15 ปี ของ นู สกิน ประเทศไทยเลยทีเดียว สำหรับพื้นที่ที่สร้างยอดขายได้สูงสุดคือ กรุงเทพฯ ซึ่งกินสัดส่วนยอดขายได้ถึง 60% อีก 40% เป็นของตลาดต่างจังหวัด

ทั้งนี้ นู สกิน ยังมีแผนในการเพิ่มศูนย์ธุรกิจของบริษัท จากเดิมที่มีอยู่ 9 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะเพิ่มอีก 2 แห่ง แต่ละแห่งของศูนย์ใหม่จะใช้งบลงทุนที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อศูนย์ อีกทั้งบริษัทยังได้เดินหน้าขยายสาขาสู่ต่างประเทศ โดยมีประเทศเวียดนามที่บริษัทได้ขยายออกไปแล้ว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1343 ประจำวันที่ 13-10-2012 ถึง16-10-2012

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนูสกิน (Nuskin Thailand) โหมอัดกิจกรรมหวังตุนยอด ส่ง "เอจล็อก (ageLOC)" ต้านชรา-ลดน้ำหนักจับคนกลัวแก่


นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลประกอบการครึ่งแรกโต 20% มาจากการตลาดเชิงรุกตั้งแต่ต้นปีเนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนครึ่งปีหลังก็จะมีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มต่อต้านความชรา "เอจล็อก" เพื่อดันรายได้สิ้นปีให้โตตามเป้า 20% จากปีก่อนมีรายได้ 2,200 ล้านบาท โต 15%

นอกจากนี้ เดือนกันยายนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณเอจล็อก กัลวานิค สปา บอดี้ ซิสเต็ม จับกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงอายุ 25-65 ปี ที่ต้องการให้รูปร่างกระชับ อ่อนกว่าวัย และเดือนสิงหาคมจะพรีเซลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอจล็อก อาร์สแควร์ ซึ่งทั้ง 2 รายการเปิดตัวปี 2554 ในสหรัฐ ภายในปีนี้ถึงต้นปี 2556 จะกระจายทั่วเอเชีย

ปัจจุบันกลุ่มเอจล็อกทำรายได้หลักให้บริษัท มีสัดส่วน 70% เคยสร้างความสำเร็จให้นู สกินทั่วโลกด้วยยอดขาย 30,000 ล้านบาท เร็ว ๆ นี้จะเปิดตัวสินค้าดังกล่าวในงานประชุมระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2555 และตอนนี้มียอดจองเป็นมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสินค้าของบริษัทแม่ ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเอจล็อกมาต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะมีออกมาทุก 2 ปี โดยปี 2556 มีแผนขยายไลน์สินค้ากลุ่มเอจล็อกไปยังผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักที่จะมีสินค้า 4 รายการ และเดือนตุลาคมจะเปิดตัวศูนย์นู สกิน อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ใช้งบฯลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายทรูแมน ฮันต์ ประธานบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้ นู สกินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เติบโตถึง 72% จากปี 2554 ที่โต 27% ส่วนรายได้จากภูมิภาคอาเซียนปี 2554 โต 29% แบ่งเป็น สิงคโปร์โต 56% อินโดนีเซีย 42% มาเลเซีย 30% ไทย 12% ฟิลิปปินส์ 19% บรูไน 18% ถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ และมีอนาคตที่สดใส ล่าสุดเตรียมเปิดตลาดที่เวียดนามเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

ผู้บริหารนู สกินกล่าวถึงทิศทางการเติบโตนู สกินทั่วโลกมาจากการพัฒนานวัตกรรมกลุ่มเอจล็อกและเปิดตัวสินค้าไลน์ใหม่ ๆ รวมถึงการรีครูตผู้แทนจำหน่ายและอบรมให้มีประสิทธิภาพ และคาดหวังแต่ละประเทศมีผลกำไรเติบโต ซึ่งแผนปี 2563 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็น 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ทั่วโลก 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทมีแผนระยะยาวในการรุกธุรกิจขายตรง

โดยมีพันธกิจสำคัญประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ 1.เป็นธุรกิจขายตรงที่พัฒนาตัวแทนขายให้เติบโตขึ้น 2.ใช้นวัตกรรมเอจล็อกขับเคลื่อนธุรกิจ และ 3.ผลักดันอัตรากำไรในแต่ละประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ยอดขายรวมในปี 2012 จะอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 12.8% ต่อเนื่องจากปี 2009 หรือปี 2552 หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์เอจล็อกเข้าทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเป็นสินค้าหลักมีสัดส่วนยอดขาย 70% และปีนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เอจล็อกเข้าทำตลาดเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม "อาร์สแควร์" และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ "กัลวานิค บอดี้ สปา"


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ข่าวนู สกิน (Nuskin Thailand) คืนชีวิตใหม่สู่หัวใจดวงน้อย สร้าง Nu Skin Children Cardio Ward ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด


กรุงเทพฯ--17 ก.ค.--สยามพีอาร์

บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางเมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ประธาน นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประจำภูมิภาคแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ นพ. พีระพัฒน์ มกรพงศ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น สานต่อโครงการพลังแห่งความดี สร้างห้องพักฟื้นผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ Nu Skin Children Cardio Ward เพื่อใช้เป็นห้องพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจหลังจากที่ได้เข้ารับการผ่าตัด พร้อมจัดกิจกรรมศิลปะบำบัด 6th Art for Heart by Nu Skin ให้เด็กๆร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบ DIY เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กให้กลับมาแข็งแรงเป็นปกติ ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"กิจธวัช ฤทธีธาวี" นั่งแท่นนายหัว สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) ลั่น! ปลดแอกกฎเก่ารับ "ไบนารี่" ร่วมวง


"กิจธวัช ฤทธีธาวี" ผู้บริหารใหญ่ "แอมเวย์" นั่งเก้าอี้นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เดินหน้าสานต่อสร้างภาพลักษณ์วงการขายตรงไทยหวังก้าวสู่ตลาด AEC พร้อมเผยแผนใหม่ สมาคมฯ เตรียมเปิดใจรับแผนธุรกิจอื่นเข้ามาเป็นสมาชิกวิสามัญ หลังคนมองว่ากีดกัน "ไบนารี่" ฟุ้งยอดขาย 70% ของทั้งอุตสาหกรรมขายตรงมาจากบริษัทสมาชิกของ TDSA


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เปิดเผยว่าถือเป็นความท้าทายของตนที่จะได้เข้าสานต่อกิจกรรมต่างๆ ในสมาคม ที่อดีตนายกแต่ละท่านเคยทำไว้ด้วยมาตรฐานระดับสูงมากอย่างไรก็ดี ตนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยทีมที่แข็งแกร่งและด้วยความรักความสามัคคีที่สมาชิกในสมาคมฯ มีร่วมกันจะทำให้เป้าหมายหลักในการเป็นองค์กรส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจเครือข่ายและองค์กรเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น


"คณะกรรมการชุดใหม่จะยังคงยืนหยัดตามแนวทางหลักของสมาคมการขายตรงไทย ที่จะเป็นแบบอย่างขององค์กรในการช่วยเหลือสมาชิก นักธุรกิจอิสระ หรือผู้ใดก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ โดยเราจะเป็นศูนย์กลางที่เอื้อประโยชน์ แบ่งปันความรู้และสนับสนุนความสำเร็จทุกๆ คน"


นายกิจธวัช ยังกล่าวอีกว่า TDSA ถือเป็นสมาคมขายตรงไทย สมาคมแรกที่ยืนหยัดและพิสูจน์ตัวเองมาตลอดเวลากว่า 28 ปี ในเรื่องของธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณ นี่คือจุดยืนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เรามี ปัจจุบันสมาคมการขายตรงไทยประกอบ ไปด้วยบริษัทสมาชิกที่แข็งแกร่งทั้งหมด 33 บริษัท ซึ่งผลประกอบการของทั้งอุตสาหกรรม น่าจะมาจากบริษัทภายในสมาคมของเราถึง 70%


ต้องเรียนอย่างภาคภูมิว่า สมาคมการขายตรงไทยเป็นสมาคมแรกที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อจรรโลงสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในธุรกิจเครือข่าย ซึ่งแม้ในปัจจุบันที่ไม่ทราบว่าด้วยสภาวะอะไร ทำให้เกิดสมาคมอื่นๆ จัดตั้งขึ้นมาอีก 2-3 สมาคม แต่ในฐานะที่เราเป็น สมาคมรุ่นพี่ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่สมดุล ของบริษัทข้ามชาติและบริษัทประเทศไทย ซึ่งทุกๆ บริษัทภายในสมาคม ทางเราได้ กรั่นกรองความเป็นสมาชิกโดยรอบคอบ ดังนั้นเราจึงขอยืนยันว่า เราจะเดินหน้าในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เหล่านี้ในสังคมต่อไป


อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสมาคมการขายตรงไทยได้เปิดกว้างให้สมาชิกผู้ประกอบธุรกิจเครือข่ายที่มีอุดมการณ์เดียวกับเรา ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสมาคม โดยไม่จำกัดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทน ดังนั้นแผนการตลาดทุกแผน ที่เข้าลักษณะธุรกิจเครือข่ายสมาคมเรายินดีต้อนรับ เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลง ไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เฉพาะภายในประเทศ ไทยเท่านั้น ซึ่งขณะนี้หลายๆ ภาคส่วนกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งกับตลาด AEC สมาคมการขายตรงไทยจึงมองตลาด ตรงนี้ว่า เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ร่วมกันพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งร่วมกัน


นอกจากนั้น ด้วยแนวคิดของคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ต้องการยืนหยัดตั้งตน เป็นองค์กรที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ กระจายข้อมูลข่าวสารด้านธุรกิจเครือข่ายในอนาคต อันใกล้นี้สมาคมฯ จึงมีแผนที่จะให้ธุรกิจหรือ องค์กรอื่นๆ ที่สนใจค้นหาความรู้ อยากได้ประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงเข้ามาเป็นสมาชิกวิสามัญของสมาคมได้ อาจเป็นองค์กรหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยว ข้องกับธุรกิจนี้โดยตรงก็ได้ เช่น บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ที่อยากจะเข้ามาศึกษา หาข้อมูลความรู้ด้านกฎหมายขายตรง หรือ บริษัทที่จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเพราะเชื่อว่าบริษัทขายตรงเป็นลูกค้ารายใหญ่อีกรายหนึ่ง สมาคมจึงเตรียมเปิดกว้างรับสมาชิกกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นหลังจากวันนี้เป็นต้นไป แต่สมาชิกดังกล่าวจะไม่มีสิทธิในการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับงานสำคัญของสมาคม


ปัจจุบันเริ่มมีบางอุตสาหกรรมที่สนใจอยากร่วมงานกับสมาคม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการจัดประชุม เพราะบริษัทภายในสมาคมถือเป็นลูกค้าหลักของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจึงอยาก ที่จะเข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทสมาชิก เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ เหมือนกับเป็นการต่อยอดทางธุรกิจอย่างมืออาชีพ เพราะจะทำให้เขา รู้จักบริษัทขายตรงอย่างแท้จริง โดยบริษัทภายนอกที่เข้ามา จะเป็นเพียงสมาชิกวิสามัญ สามารถเข้ามาร่วมประชุม รับรู้ข่าวสารต่างๆ แต่ไม่มีสิทธิในการตัดสินใจต่างๆ


สำหรับรายชื่อคณะกรรมการแต่ละฝ่ายของสมาคมมีดังต่อไปนี้


1.นางสุชาดา ธีระวชิรกุล บริษัท ยู-นิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ดำรงตำแหน่ง อุปนายกฝ่ายการศึกษา


2.นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ บริษัท นู- สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ดำรงตำแหน่ง อุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์


3.นายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ


4.นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำรง ตำแหน่ง เหรัญญิก


5.พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ดำรงตำแหน่ง กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์


6.นายสุรเชษฐ์ เชื้อศรี บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำรงตำแหน่ง กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์


7.นางศุภราภรณ์ เอสซี เปา บริษัท เอวอน คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำรงตำแหน่ง กรรมการฝ่ายต่างประเทศ


8.นายเต้ เพีย เชง บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. คริสโตเฟอร์ คิม บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ดำรงตำแหน่ง กรรมการ ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง24-7-2012

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ภาพข่าว: "นู สกิน (Nuskin)" ตอกย้ำคุณภาพ รับเครื่องหมาย "Q-Mark" จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


กรุงเทพฯ--8 ก.พ.--Siam PR

บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงชั้นนำในประเทศไทย โดยนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร เข้ารับเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน Q-Mark ในด้านภาคการค้าและการบริการจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง (ที่ 3 จากขวา) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นเครื่องการรันตีคุณภาพของบริษัทฯ ที่ได้รางวัลดังกล่าวติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในฐานะที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพจนได้รับการยอมรับและคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักมาโดยตลอด อีกทั้งยังยึดหลักบรรษัทภิบาลในการจัดการที่มีความรับผิดชอบต่อผู้แทนจำหน่ายและผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม รวมทั้งได้ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และได้รับอนุญาตให้ติดตราสัญลักษณ์ Q-Mark ลงบนฉลากของทุกผลิตภัณฑ์ ณ ห้องวิมานสุริยา โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ