ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ Easy Phamax แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ Easy Phamax แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : จี้รื้อกฎหมายไดโนเสาร์ ขายตรงดาหน้า...กระทุ้งรัฐ!!!







358901-01 (Mobile)


กลุ่มผู้บริหารบริษัทขายตรง และนักธุรกิจ อิสระระดับสูงดาหน้าออกมาจี้รัฐ ให้เร่งแก้กฎหมายขายตรงที่ล้าหลัง พร้อมหนุนสมาคมฯ TDNA ตั้งสำนักงานฯ ดูแลเทียบเท่า "กรม" ขึ้นมาดูแลธุรกิจโดยเฉพาะเหตุกฎหมายเก่า ไม่สามารถควบคุมธุรกิจที่เติบโตนับแสนล้านบาท ได้อีกต่อไป ชี้แก้กฎหมายลูกไม่มีประโยชน์ ต้อง รื้อทั้งฉบับ


จากประเด็น "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" ได้มีการรณรงค์เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงไทย กลายเป็นกระแสที่ สคบ.ในฐานะผู้กุมบังเหียนวงการขายตรง ต้อง ออกมาแจงว่าฝั่งรัฐก็เห็นด้วย แต่ด้วยเงื่อนของเวลาอาจต้องมีการ ออกกฎหมายลูกมาใช้ก่อน เห็นทีจะขัดกับคนขายตรงไม่น้อย เพราะ ต่างก็ต้องการให้รัฐมุ่งเร่งแก้ไขกฎหมายใหญ่ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลา ในการออกกฎหมายลูกมาใช้ เพราะคนขายตรงไม่เห็นถึงประโยชน์


+ "อีซี่ ฟาร์แมกซ์" จี้ 3 ข้อต้องเปลี่ยน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แมกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "เรื่องของกฎหมายจะต้องมีการแก้ไข โดยเรื่องหลักๆ ที่ ต้องมีการแก้ไข ก็นับตั้งแต่เรื่องของการจำกัดความของนักขายตรง ซึ่งไม่เพียงแค่การขายสินค้าจากคนขายไปสู่ผู้ซื้อเท่านั้น แต่ต้องมีการจำกัดความให้ครอบคลุมถึงเรื่องของการสร้างเครือข่ายด้วย เพราะการทำขายตรงจะมีเรื่องของการสร้างเครือข่าย ซึ่งในจุดนี้ทางรัฐ จะต้องมีการจำกัดนิยามของนักขายตรงขึ้นมาใหม่"


2.รัฐควรที่จะตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบ "กรม" เพื่อที่จะเข้ามาดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะเจาะจง เพราะที่ผ่านมา ขายตรงจะถูกดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ซึ่งมีหน้าที่หลักคือการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกำลังคนที่เข้ามาดูแลด้านธุรกิจขายตรงก็มีน้อย ทำให้ธุรกิจ ขายตรงไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น คือ ไม่มีหน่วยงานใดที่จะเป็นของรัฐที่เข้ามาส่งเสริมธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้ขาย ตรงยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่วงการธุรกิจขายตรง ปัจจุบันมีผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ 10-20 ล้านคน ของประชากร ทั้งหมดของประเทศ ซึ่งรัฐต้องตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง


3.การตั้งสำนักงาน หรือ กรม ขึ้นมาดูแลธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะ ก็จะทำให้การจัดการกับบริษัทที่ไม่ดีเร็ว และทันท่วงทีมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา อย่างที่กล่าวมา สคบ.มีกำลังคนที่น้อยเกินไป การกำกับดูแลดูจะไม่ทัน เมื่อมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งทำความผิดตามกฎหมายขายตรง


+ "เวิลด์โปร" ชี้ถึงเวลารื้อ


นายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงษ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศ ไทย) จำกัด ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายว่า ผมอยากให้มีกฎระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนออกมาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายสักที เพราะปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน ซึ่งบางทีอาจไม่เห็น ความสำคัญของการจดทะเบียน แต่ก็ยังประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง


"ทุกวันนี้ธุรกิจขายตรงมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากมาย ทำให้การส่งสินค้า หรือ การติดต่อด้านต่างๆ รวดเร็วไปหมด แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะเทคโนโลยี คนที่เก่งกฎหมายอาจฉลาดแกมโกงด้วยการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายขายตรงหลีกหนีการตรวจสอบและหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นที่เดือดร้อน"


"พิสิษฐ์" กล่าวในตอนท้ายว่า "เรื่องของกฎหมายขายตรงนี้ ถึงเวลาแล้วที่กฎหมายจะต้องเปลี่ยนแปลงและบังคับใช้ให้ทันสมัย ซึ่งควรแก้ไขและคลอดฉบับใหม่ ออกมาได้แล้ว ไม่ใช่ยึดใช้แต่กฎหมายในปี 2545 เพราะหากรัฐบาลไม่เหลียวแลยังไงธุรกิจขายตรงก็ยังดูเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และการหลอกให้คนมาเสียเงินอยู่ดี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแก้ไขและยกระดับธุรกิจขายตรงเสียที"


+ "แซนสยาม" บอกต้องตั้ง "กรม" เสียก่อน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ทุกวันนี้หลายสิ่งหลายอย่างทั้งในสังคม รวมไปถึงธุรกิจขายตรงก็มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก กฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็เป็น พ.ร.บ.ที่ใช้มาถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นกฎหมายแรกของธุรกิจ ซึ่งดูแล้ว เมื่อเทียบกับการพัฒนาในปัจจุบัน ดูแล้วกฎหมายที่ใช้จะยังดูล้าหลังการพัฒนาของธุรกิจไปมาก"


กฎหมายขายตรงต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย การทำงานต้องเพิ่มความรวดเร็วเข้าไป ซึ่งที่ผ่านมา สคบ. มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลธุรกิจขายตรง แต่ด้วยภาระหน้าที่ของ สคบ. ที่ต้องจับตาดูหลายธุรกิจ ทำให้อาจดูแลขายตรงไม่ทั่วถึง รวมทั้งคนที่ทำงานดูแลขายตรงก็มีน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะกำกับดูแลอย่างทั่วถึง


รัฐควรที่จะตั้งหน่วยงานอะไรขึ้นมาเสียอย่าง เพื่อที่จะเป็นหน่วยงานที่จะคอยกำกับดูแลธุรกิจโดยเฉพาะ หรืออาจตั้งเป็น กรมขายตรงเลยก็ได้ เพราะเมื่อดูธุรกิจขาย ตรงให้ดี ธุรกิจนี้มีมูลค่าการตลาดที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังมีคนที่อยู่ในวงการอีกมาก ซึ่งอาจต้องถึงเวลาที่ขายตรงต้องมีหน่วยงานรัฐอะไรขึ้นมากำกับดูแลโดยเฉพาะเสียที เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ


+ "พีรเชษฐ์" ย้ำ ก.ม.ลูกไม่ช่วยอะไร


นายพีรเชษฐ์ ศรีพลัง นักธุรกิจระดับไดมอนด์แกรนด์พาราไดซ์ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย "ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า กฎหมายขายตรง ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่มีความชัดเจนในเรื่อง ใดเลย ไม่ว่าบริษัทใดจะทำอะไรอย่างไร ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะหลายบริษัทสามารถพูดจากผิดให้กลายเป็นถูกได้ เนื่อง จากความคลุมเครือไม่ชัดเจนของกฎหมาย ใช้อยู่"


โดยไม่ว่าบริษัทใดจะทำผิดกฎหมาย ข้อไหนอย่างไร ก็สามารถเลี่ยงได้ว่าทำถูก การดูแลของหน่วยงานรัฐไม่ควรที่จะเป็น การดูแลจากหน่วยงานเล็กที่สังกัดหน่วยงาน ใหญ่ของรัฐ อย่างทุกวันนี้ที่ขายตรงถูกกำกับ ดูแลจากหน่วยงานหนึ่งใน สคบ. ซึ่งทั้งจำนวนคน และงบประมาณ ไม่สามารถดูแล ธุรกิจได้ทั่วถึงอย่างที่ควรจะเป็น


หากจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายขายตรง สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือ หน่วยงาน ที่เป็นหลักในการดูแลธุรกิจ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้ยังไม่มีขนาดที่ใหญ่พอ มีอำนาจพอ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายก็ดูไร้ซึ่งประโยชน์


โดยในช่วงที่ผ่านมาที่มีการใช้กฎหมาย ตัวนี้ รัฐก็พยายามที่จะคลอดกฎหมายลูกออกมาช่วยดูแลกำกับขายตรง แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นจะมีกฎหมายลูกอะไรอย่างที่เอ่ยถึง การแก้ไขกฎหมายก็มีการพูดถึงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง รื้อแล้วสร้างใหม่จนทุกวันนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ - (Easy Phamax) : มุมมองธุรกิจในปีงูเล็กกับท่านประธาน ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ









การแข่งขันในปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่มี การแข่งขันสูง แต่นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้ ตลาดมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรต้องทำให้ เป็นในรูปของธุรกิจสีขาว อยู่ในกฎกติกา เพื่อให้ คนที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้มีความเข้าใจ ที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันยังมีอีกหลายบริษัทที่ยัง ดำเนินงานอยู่นอกกฎกติกาจนทำให้คนมองว่า ธุรกิจนี้เป็นสีเทา เป็นแชร์ลูกโซ่ ทำให้ไม่กล้าที่จะทำ ธุรกิจ ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องช่วยเหลือ กันทำให้ธุรกิจนี้เป็นสีขาว
ผ่านไปอีกปีกับการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ มาดูกันว่าจนถึงปัจจุบันนี้บริษัทเครือข่าย แห่งนี้มีการเติบโตอย่างไร ในอนาคตบริษัทจะเดินไปทิศทางใด และมีมุมมองอย่างไรกับการแข่งขันธุรกิจในปีงูเล็ก ต้องลอง ฟังเสียงของผู้บริหารอย่าง ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ


ภาพรวมธุรกิจในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร


ปีที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่บริษัทวางไว้ หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนเป็น ไฮบริด ซึ่งแผนดังกล่าวเป็นแผนที่สามารถสร้างและดึงดูด สมาชิกและผู้นำให้ทำยอดได้มากขึ้น รวมไปถึงกระตุ้นให้ สมาชิกและผู้นำเก่าที่ยอดไม่ค่อยกระเตื้องกลับมามียอดขาย ที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทได้เริ่มปรับแผนเมื่อกลางปี 2555 และ ในระยะเวลาเพียง 6 เดือน สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น เท่าตัว จนปิดยอดขายได้ 250 ล้านบาท


ปีนี้บริษัทได้วางแผนการตลาดไว้อย่างไรบ้าง


ปีนี้คาดว่าจะเป็นปีที่เติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจาก บริษัทมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอบรม เทรนนิ่ง และในปีนี้บริษัทเตรียมจัดอบรมแบบต่อเนื่อง ทั้ง ในส่วนท้องถิ่นที่ผู้นำจัดขึ้นเอง การจัดรายสัปดาห์ที่สำนักงาน การจัดแบบรายเดือนที่จัด 4 เดือนครั้ง ซึ่งบริษัทจะเป็น ผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียม แผนที่จะเข้าไปทำการตลาดต่างประเทศ โดยปีนี้จะเริ่มใน ประเทศพม่า และ สปป.ลาว โดยบริษัทจะเข้าไปทำธุรกิจ ในลักษณะการร่วมทุนกับนักธุรกิจอิสระในต่างประเทศ กับบริษัท โดยจะเปิดในลักษณะตัวแทนจำหน่าย จะมี ประเทศไทยเป็นเซ็นเตอร์ในการกระจายสินค้า


ปีนี้วางเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง


เป้าหมายในปีนี้ บริษัทต้องปิดยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท แต่ถ้าไปไม่ถึงอย่างน้อยควรจะ ปิดยอดได้ 500 ล้านบาท ก็เป็นที่พอใจแล้ว เพราะจะเป็นยอดที่เติบโตได้อีกเท่าตัวจาก ปีที่แล้ว และส่วนของยอดสมาชิกนั้น บริษัทมีเป้าหมาย 200,000 รหัส


อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ยอดขาย ถึง 1,000 ล้านบาท


บริษัทเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูง เนื่องจาก เป็นบริษัทต่างชาติและมีสาขาต่างๆ อยู่ทั่วโลก และมี โรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง รวมทั้งในปีนี้บริษัท มีความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแผนการจ่าย ผลตอบแทนที่มีการปรับเปลี่ยนแผนให้ตรงกับ ความต้องการของสมาชิกในประเทศไทย การจัด กิจกรรมทางการตลาดต่างๆ การสร้างความรู้ความ เข้าใจในธุรกิจให้สมาชิกได้รับทราบ รวมถึงตัวสินค้า ที่ปีนี้บริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 4-5 รายการ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ คอลลาเจน และเครื่องสำอาง เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของสมาชิกและ ผู้บริโภคที่มีความต้องการในสินค้าที่หลากหลาย


ทริปท่องเที่ยวปี 2556


ในแต่ละปีบริษัทจะมีทริปท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 4-5 ครั้ง ซึ่งเร็วๆ นี้ จะจัดทริปกวางเจา ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มกระตุ้น ให้สมาชิกเริ่มทำยอดเพื่อสะสมคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว และจะมี การจัดทริปใหญ่ไปเที่ยวฝรั่งเศสในช่วงกลางปีนี้ ขณะนี้กำลัง ดำเนินการวางแผนการเดินทาง


มองการแข่งขันของธุรกิจเครือข่ายปีนี้เป็น อย่างไร


การแข่งขันในปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่มีการแข่งขันสูง แต่นับว่าเป็นเรื่องดี ที่จะทำให้ตลาดมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรต้องทำให้เป็นในรูปของธุรกิจสีขาว อยู่ในกฎกติกา เพื่อให้คนที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันยังมีอีกหลายบริษัทที่ยังดำเนินงานอยู่นอก กฎกติกาจนทำให้คนมองว่าธุรกิจนี้เป็นสีเทา เป็นแชร์ลูกโซ่ ทำให้ไม่กล้าที่จะทำธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้อง ช่วยเหลือกันทำให้ธุรกิจนี้เป็นสีขาว


มีความคิดเห็นอย่างไรกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท


ถ้าพูดถึงผลกระทบบริษัทได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะบริษัทมีการจ้างแรงงานน้อย และบริษัทมีมีโรงงานผลิต สินค้าในประเทศไทย มีเพียงการจ้างพนักงานประจำออฟฟิศ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะ ประชาชนจะได้มีค่าแรงเท่ากันทั่วประเทศ แต่ในส่วนของ ผู้ประกอบการคงจะไม่ใช่เรื่องดี และหากมีการเลิกจ้างก็จะมี แรงงานบางส่วนที่กลับไปทำงานในท้องถิ่นถึงแม้ว่าจะมีรายได้ ไม่เท่ากับตอนที่อยู่ในเมือง อย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ได้อยู่กับ ครอบครัว และเมื่อต้องการที่จะมีรายได้เสริมธุรกิจเครือข่าย ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่คนเหล่านั้นได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อีซี่ ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax ย้ำแบรนด์อินเตอร์ ลุยแผนเทคโอเวอร์จีน-ฮ่องกง


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ปูพรมรับการขยายตัวของตลาดขายตรง ล่าสุดซื้อกิจการ ขายตรงในจีนและฮ่องกง หวังต่อยอดธุรกิจ พร้อมเร่งขออนุญาตการดำเนินธุรกิจ ในประเทศจีนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงปี 2556 ส่วนแผนหนุน ขายตรงไทย เล็งเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหาร พร้อมมอบรถยนต์สุดหรูให้กับ สมาชิกที่ช่วยผลักดันยอดขายตามเป้า 1,000 ล้านบาท

ดาโต๊ะ เย่ เส้าเฉวียน ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่ม บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์- เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างฐานธุรกิจของบริษัทให้มีความแข็งแรง มากขึ้น บริษัทมีแผนเข้าซื้อกิจการธุรกิจขายตรงในประเทศจีนและฮ่องกง โดยในปี 2556 มีแผนการยื่นขออนุญาตการประกอบธุรกิจขายตรงในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนการนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปลาย ปี 2556 หรือประมาณต้นปี 2557 ซึ่งปัจจุบัน อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ มีสาขาทั้งสิ้น 13 ประเทศ ซึ่งหากคิดเฉลี่ยรายได้ที่เกิดขึ้นต่อจำนวนประชากรในแต่ละประเทศนั้น ไต้หวัน ถือเป็น ประเทศที่มียอดขายสูงที่สุด รองลงมา คือ ประเทศจีน และเป้าหมายอีก 2 ปีข้างหน้า ไทยจะมียอดขายขึ้นเป็นอันดับ 1

ขณะที่แผนการรุกตลาดในประเทศไทย หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ สร้างพื้นฐานธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2555 บริษัทได้รับการขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ใน การปรับแผนการตลาดใหม่ภายใต้แผนไฮบริด ที่แตกต่างจากคู่แข่งคือการคำนวณคะแนน โบนัส 1 พีวี เท่ากับ 1 บาท พร้อมกับโบนัสจากเครือข่ายทั้งข้างอ่อนและข้างแข็ง

จากนี้ไปเรามีแผนรุกตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยไทยเป็นประเทศที่ 13 ที่เราเข้ามารุกตลาด เพราะเราเห็นศักยภาพและโอกาส ในการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งแผนใหม่ที่ปรับใช้นี้ ถือเป็นรูปแบบธุรกิจแนวใหม่ที่เน้น ความโปร่งใส ตอบโจทย์ความต้องการของนักธุรกิจได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะผลตอบแทน ภายใต้คอนเซ็ปต์เถ้าแก่น้อย

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาท ในเดือนกันยายนปี 2556 โดยการ บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทจะเน้นการรุกขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมทั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มสมุนไพรชีวภาพเพื่อสุขภาพ รวมถึงการเน้นการฝึกอบรม ให้ความรู้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้นำสามารถสร้างยอดขายได้ทะลุ เป้าหมายที่วางไว้ บริษัทได้เตรียมแผนการตอบแทนสมาชิกด้วยการมอบรถยนต์คันหรู มูลค่า 50 ล้านบาท ให้กับนักธุรกิจ

อีกทั้งยังมอบรถยนต์เบนท์ลีย์สุดหรูมูลค่า 20 ล้านบาท ให้กับสมาชิก และรถเบนซ์ ซีคลาสมูลค่า 2.9 ล้านบาท จำนวน 10 คน ให้กับสมาชิกที่สามารถทำยอดขายได้ นอกจากนี้ บริษัทได้วางแผนจัดกิจกรรมการตลาดทั้งในรูปแบบรายเดือน รายสัปดาห์ และทริป รางวัลท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งในอนาคตอันใกล้บริษัทมีแผนการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มดูแลลำไส้ออกสู่ตลาดอีกด้วย

อย่างไรก็ดี บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่วางไว้ได้ เนื่องจากปัจจัยหลัก 4 ด้าน ที่ประกอบด้วย 1.การมีสินค้าที่แตกต่าง ยาก ที่จะเลียนแบบจากคู่แข่ง โดยมีสินค้าที่มีจุดเด่นหลายกลุ่ม เช่น ดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่ทำตลาดในประเทศต่างๆ มาแล้ว 10 ปี ซึ่งเป็นสิ่งการันตีถึงคุณภาพ สินค้า 2.แผนการจ่ายผลตอบแทน ที่เข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของนักธุรกิจอย่าง แท้จริง 3.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่บริษัทได้วางงบดังกล่าวไว้ที่ 8-10% ของ ยอดขายรวม หรือประมาณ 100 ล้านบาท และ 4.ปรับกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง

ปัจจุบันสินค้าของ อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ มีทั้งสิ้น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ วีทกราส, ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ตามกรุ๊ปเลือด และกลุ่มฟังก์ชันนอลที่เป็นสินค้าดูแล สุขภาพเฉพาะทาง รวมทั้งมีแผนการนำสินค้าใหม่เข้ามารุกตลาดในประเทศไทยอย่าง ต่อเนื่อง

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ค่ายใหม่ งัดทีเด็ดชิงเค้กทยอยเปิดตัวหลังแผนตลาดนิ่ง


ค่ายขายตรงหน้าเก่า แห่เปิดม่านบริษัทอย่างเป็นทางการ ถือฤกษ์ ปีมังกรทองโชว์ทีเด็ดลงสนาม หลังใช้เวลาวางรากฐานมาหลายปี อีซี่ ฟาร์แมกซ์ อวดแผนจ่ายเร็ว ไฮบริด เข้าสู้ ฟุ้ง! ก.ย.ปี 56 โกยรายรับพันล้านบาท ด้าน ไทยเฮลท์ เน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อขุนยอดขาย 500 ล้าน ส่วน ไอยรา ดันตัวเองเป็น เจ้าแห่งสินค้าสกัดจาก งาดำ ทำแต้ม 100 ล้านบาท สมาชิก 1.5 หมื่นคน

หลังจากที่ใช้เวลาในการวางรากฐานบริษัทมาเป็นเวลาหลายปี จนกลายเป็นที่รู้จักและมีฐานตลาดพอสมควร บรรดาค่ายขายตรงหลายค่ายถือฤกษ์ดีปีมังกรล่วงเลยรอดพ้นวิกฤติน้ำท่วมเปิดตัว บริษัทอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละบริษัทต่างพากันงัดของดีที่ตนเองมีออกมาเป็นเรือธงสร้างยอดขาย ทำเอาสนามขายตรง ร้อนฉ่าขึ้นไปมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

> อีซี่ ฟาร์แมกซ์ ฟุ้ง 12 เดือน พันล.

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า ไฮบริด โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม

แผนการตลาด ไฮบริด เป็นแผนผสมผสานระหว่าง ไบนารี่ ระบบ บาลานซ์ พีวี 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบไซเคิล 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบวีคสตรอง ที่คุ้นเคยมาผสมผสานเข้ากับระบบไซเคิล ซึ่งมีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากที่บริษัทได้ปรับในส่วนของแผนธุรกิจมาเป็นแบบไฮบริด บริษัทยังได้ ออกกลยุทธ์กระตุ้นนักขายด้วยโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ การมอบรถยนต์หรู กับนักธุรกิจ ที่สร้างผลงานได้ดีที่สุดในแต่ละลำดับ อีกทั้งยังมีการมอบเข็มเกียรติยศยกย่องนักธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และยังมีทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสให้กับนักธุรกิจในไทย โดยในส่วนของเป้าหมาย 1 พันล้านบาทนั้น บริษัทได้วางเดือนก.ย.ปี 56 เป็นเป้าหมายที่ยอดขายพันล้านจะต้อง ปรากฏในขุมทรัพย์ของบริษัท

บริษัท อีซี่ ฟาร์แมกซ์ เป็นบริษัทขายตรงที่มีฐานบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศ มาเลเซีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 โดยเพิ่งมีการเปิดตัวอย่าง เป็นทางการไปเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2555 โดย เวลาที่ผ่านมา เพื่อเป็นการวางรากฐานให้ กับบริษัท โดยอีซี่ ฟาร์แมกซ์มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก 13 ประเทศ โดยไทยเป็น ประเทศที่ 13 ซึ่งในเดือนก.ย.ปี 2556 บริษัทตั้งเป้าที่จะทำยอดขายสาขาไทยให้ได้ 1 พันล้านบาท

> ไทยเฮลท์ เน้นสื่อสร้างชื่อ

ด้านนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทไทยเฮลท์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ไทยเฮลท์ โดยมีสินค้าเรือธงตัวแรกอย่าง เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ Mushroom Drink น้ำเห็ดสมุนไพรจีน-ญี่ปุ่น ที่รวมเห็ด 6 สายพันธุ์ มาอยู่ในสูตรเดียวกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี หลายคน เริ่มที่จะให้ความสนใจและรู้จักบริษัทในฐานะเจ้าตลาดน้ำเห็ดสกัด

ส่วนแผนการตลาด บริษัท ไทยเฮลท์ ดำเนินการตลาดในรูปแบบที่เรียกว่า ระบบ ขายตรงลูกผสมสื่อ คือนำแนวคิดของแผนสแตร์สเต็ปในระบบขายตรงมาผสมผสานกับการใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อวิทยุ โดยเฉพาะคลื่นวิทยุเรดิโอ โอเค ซึ่งเป็นบริษัท แม่ของไทยเฮลท์ ที่มีมากกว่า 90 สถานี นอกจากนั้นบริษัทยังได้ขยายเครือข่ายการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไปยังวิทยุชุมชน กว่า 200 สถานี ทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทมีฐานสถานีวิทยุกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ และมีฐานผู้ฟังไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

ปีนี้บริษัทได้วางงบไว้สำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าของบริษัท ไทยเฮลท์ ไว้ประมาณ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีสินค้าคุณภาพในกลุ่มเสริมอาหารทั้งหมด 4 รายการด้วยกัน ได้แก่ 1.น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม 2.น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง 3.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชายวีเอ็มพลัส และ 4.สำหรับผู้หญิงยูเลดี้ และวางแผนระยะสั้น 3 ปี จะมีผลิตภัณฑ์ด้านดูแลสุขภาพมากกว่า 10 รายการ โดยปีนี้บริษัท ไทยเฮลท์ ตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมายอดขายลดลง 50% เนื่องจาก ในช่วงปลายปีประสบภัยน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้า และคาดว่าปีหน้ายอดขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาจปิดได้กว่า 500 ล้านบาท

> ไอยรา ตั้งตัวเป็นเจ้าสินค้างาดำ

นายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวในช่วงต้นปี และได้ส่งสินค้า เรือธงอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิมมูล่า สารสกัดจากงาดำที่ได้รับการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย ครึ่งปีแรกบริษัทปิดยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้าน บาทอย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกคาดว่า สิ้นปีอาจถึงเป้า 1.5 หมื่นรหัส เนื่องจากปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 8 พันรหัส

นอกจากสินค้าเรือธงอย่างผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารอิมมูล่าแล้ว บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการด้วยกัน โดยอาจจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่ม สุขภาพ, ความงาม, การเกษตร, และกลุ่ม กระชับสัดส่วน ซึ่งสินค้าที่บริษัทวางแพลน จะให้เป็นสินค้าเรือธงตัวที่สอง คือ กลุ่มการเกษตร เนื่องจากมองว่าสินค้าทางการ เกษตรเป็นสินค้ามวลชน เพราะประชากร ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีอาชีพ ทำไร่ ทำสวน หากบริษัทต้องการให้ประชากร กลุ่มนี้หันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทก็จำเป็นต้องมีสินค้าทางการเกษตรเป็นใบเบิกทางให้ชื่อของบริษัทไอยราได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชากรเหล่านี้ และเมื่อพวกเขารับรู้ว่าบริษัทคัดสรรแต่สิ่งที่ดีมานำเสนอ เขาก็จะหันมาสนใจสินค้าอื่นๆ ของบริษัท นั่นเอง

ส่วนครึ่งปีหลังบริษัทได้วางกลยุทธ์ ลงภาคสนาม เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ นอกจากนั้นบริษัทกำลังเร่งดำเนินการในเรื่องของระบบการฝึกอบรม โดยดึง อ.ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรม มาร่วมผนึกกำลังเสริมความแกร่งให้กับบริษัท ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ กล่าวว่า การอบรมจะแบ่งเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.คนที่เริ่มทำธุรกิจ จะอบรมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติมเต็ม 2.การพัฒนาบุคลากรในสถาบัน อบรมให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจ คืออะไร สินค้าคืออะไร 3.วิถีผู้นำไอยรา ภาวะผู้นำ 4.หลักสูตรผู้บริหาร และ 5.ชื่อคอส ว่า We are Aiyara ทุกคนคือไอยรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1347ประจำวันที่ 27-10-2012 ถึง30-10-2012

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อีซี่ ฟาร์แมกซ์ "Easy Pha-max" เปิดม่านบริษัทขึงธงแผนจ่าย ไฮบริด เป้า 12 เดือนพันล.


อีซี่ ฟาร์แมกซ์ ได้ฤกษ์เปิดม่านสาขาไทยอย่างเป็นทางการ หลังซุ่มทำตลาดมา ตั้งแต่ปี 52 ใช้สินค้าสมุนไพรเป็นตัวโกยยอดขาย ปรับแผนเป็น ไฮบริด ชูโรงเรียกสมาชิก ดันโปรโมชั่นเต็มพรืดล่อใจ ขีดเส้นใช้เวลา 12 เดือนต่อจากนี้ เดือนก.ย.ปี 56 รายรับต้องแตะ พันล้านบาท ด้านประธานใหญ่แย้ม ปีหน้าดันบริษัทเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง

ดาโต๊ะ เย่ เส้าเฉวียน ผู้ก่อตั้ง แบรนด์ธุรกิจขายตรงกลุ่ม อีซี่ ฟาร์แมกซ์ เปิดเผยว่า เราตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทแฟรนไชส์สมุนไพรออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีภารกิจสำคัญในการทำให้ ทุกครอบครัวได้ครอบครองบัตรแพ็กเกจสุขภาพ บริษัทได้ผสมผสานธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ และกลยุทธ์น่านน้ำสีครามเข้าด้วยกัน โดยนำเอาผลิตภัณฑ์ของอีซี่ ฟาร์แมกซ์ และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพันธมิตร ผ่าน ระบบการตลาดของสาขาทั้ง 13 ประเทศ ที่บริษัทได้ขยายออกไป

โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น ถือว่า เป็นประเทศที่ 3 ของอีซี่ ฟาร์แมกซ์ที่บริษัทได้ขยายออกไป โดยบริษัทได้มีการปรับแผนจากช่วงเริ่มต้นของบริษัทในประเทศไทยให้มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมการดำเนินธุรกิจของคนไทย ซึ่ง บริษัทได้ปรับมาใช้แผนจ่ายแบบ ไฮบริด

ในปี 2012 นี้ อีซี่ ฟาร์แมกซ์ต้องการ ทำให้บริษัทมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยที่เป้าหมายในเรื่องต่างๆ นั้นบริษัทจะ คงไว้ โดยที่บริษัทต้องการจะทำให้อีซี่ ฟาร์แมกซ์เป็นแหล่งรวมคนเครือข่าย และ สร้างนวัตกรรมด้านสินค้านำเข้ามาจำหน่าย ภายใต้ระบบขายตรง ดาโต๊ะ เผย

อย่างไรก็ดี ในส่วนของเป้าหมายของบริษัทที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้สำหรับประเทศไทยนั้น บริษัทได้วางตัวเลขยอดขายไว้ที่ 1 พันล้านบาทในปีหน้า โดยที่จะ มีการส่งสินค้านวัตกรรมเข้ามาจำหน่าย เน้นในส่วนของสินค้าที่มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมของคนไทยให้มากที่สุด

อีซี่ ฟาร์แมกซ์ จะใช้กลยุทธ์ที่คล้ายกันในการขยายตลาดในทุกประเทศ คือ การใช้เวลาในการวางรากฐานบริษัทอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง เป็นที่รู้จัก หลังจากนั้นจึงจะเริ่มการเปิดตัว บริษัทอย่างเป็นทางการ และทุ่มทุนทำตลาดเต็มอัตราศึก เจ้าของบริษัทขายตรงมาเลเซีย กล่าว

ในส่วนของยอดขายของสาขาต่างๆทั้ง 13 สาขา ขณะนี้มีประเทศจีนที่ทำยอดขายได้ดีที่สุด ซึ่งจีนจะมีการเปิดตัว อย่างเป็นทางการในปีหน้านี้ แต่หากนำจำนวนประชากร มาหารกับตัวเลขยอดขายนั้น จะเป็นไต้หวันที่มียอดขายสูงที่สุด ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าหลังจากที่มีการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ สาขาไทย จะสามารถสร้างยอดขายได้เป็น อย่างดี อีกทั้งยังมีศักยภาพที่ดีพอจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งสาขายอดขายเบอร์หนึ่ง ของบริษัท

นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมา ในปีนี้ บริษัทยังมีความต้องการที่จะทำให้บริษัทแข็งแกร่งพอที่จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกงให้จงได้ ซึ่ง ดาโต๊ะ แสดงถึงความ มั่นใจในเป้าหมายต่างๆ ที่กล่าวมา ด้าน มร.ลีออน หยาง CEO บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายในการเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ อี-เฮิร์บ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมการสร้างตลาดสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งการก้าวขึ้นไปยืนเป็น 1 ใน 500 บริษัทแรกของโลก และ 1 ใน 100 บริษัทชั้นนำของเอเชีย

ในปี 2552 ที่ผ่านมา เราก้าวไป ข้างหน้าเพื่อให้บรรลุภารกิจที่สำคัญด้วยการขยายตลาดสู่ประเทศไทย ซึ่งบริษัทพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรในประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดทั้งสิ้นถึง 3 หมื่นล้านบาทต่อปี และยังสามารถเติบโต ได้อีกไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราต้องเข้ามาทำตลาด ในประเทศไทย มร.ลีออน กล่าว

โดยงานที่บริษัทได้จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย ซึ่งอีซี่ ฟาร์แมกซ์ ได้ใช้เวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้น เนื่องจากการมองเห็น ว่าธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมีการแข่งขันที่สูง ทำให้เรื่องของการวางรากฐานเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนเป้าหมายของบริษัท คือ สาขา ไทยในปีหน้าจะต้องทำยอดขายให้ได้ 1 พันล้านบาทซึ่งทุกคนในบริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง โดย ที่สินค้าของบริษัทมีด้วยกันทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.วีตกลาส สินค้าที่มีวัตถุดิบจากต้นข้าวสาลี 2.ผลิตภัณฑ์ดีทอกซ์ ตามกรุ๊ป เลือด และ 3.สินค้าดูแลสุขภาพเฉพาะทางซึ่งในอนาคตบริษัทได้เตรียมในเรื่อง ของสินค้าใหม่ในการขนเข้ามาทำตลาดใน ประเทศไทย โดยจะเน้นไปที่ความต้องการ ของหนุ่มสาว โดยบริษัทได้เตรียมงบทำตลาด และเรื่องต่างๆ ที่ 100 ล้านบาท

ในส่วนของ นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากที่บริษัทได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า ไฮบริด โดยเป็นแผนการ ตลาดแบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดยพัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม

แผนการตลาดไฮบริด เป็นแผนผสมผสานระหว่าง ไบนารี่ ระบบบาลานซ์ พีวี 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบไซเคิล 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบวีกสตรอง ที่ คุ้นเคยมาผสมผสานเข้ากับระบบไซเคิล ซึ่งมีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้าง รายได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทได้ปรับในส่วน ของแผนธุรกิจมาเป็นแบบไฮบริด บริษัท ยังได้ออกกลยุทธ์กระตุ้นนักขายด้วยโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ การมอบรถยนต์หรู กับนักธุรกิจที่สร้างผลงานได้ดีที่สุดในแต่ละลำดับ อีกทั้งยังมีการมอบเข็มเกียรติยศ ยกย่องนักธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และยังมีทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสให้กับนักธุรกิจในไทย โดยในส่วนของเป้าหมาย 1 พันล้านบาทนั้น บริษัทได้วางเดือน ก.ย.ปี 56 เป็นเป้าหมายที่ยอดขายพันล้าน จะต้องปรากฏในขุมทรัพย์ของบริษัท

อนึ่ง บริษัท อีซี่ ฟาร์แมกซ์ เป็นบริษัทขายตรงที่มีฐานบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 โดยเพิ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2555 โดยเวลาที่ผ่านมา เพื่อเป็นการวางรากฐานให้กับบริษัท โดย อีซี่ ฟาร์แมกซ์มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก 13 ประเทศ โดยไทยเป็นประเทศที่ 13 ซึ่งในเดือนก.ย.ปี 2556 บริษัทตั้งเป้า ที่จะทำยอดขายสาขาไทยให้ได้ 1 พันล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1345 ประจำวันที่ 20-10-2012 ถึง23-10-2012

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรง (MLM) : ปลื้มยอด 9 เดือนทะลุเป้าปัจจัยสินค้า-แผนหนุนตลาดโตพุ่ง


คนขายตรงสรุปยอด 9 เดือน เป็นไปตามคาด


นู สกิน ผู้นำตลาดต่ดต้านความเสื่อมชรา ยิ้มรับยอด 8 เดือนโต 27% เผย เพิ่มเปินเสริมอาหารตัวใหม่ไปดันยอดสิงหาคมโตถึง 450 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตาร์การเปิดทำธุรกิจ ด้านตลาดชั้นเดียวอย่างมิสทีน ตอกย้ำผู้นำตลาดโดยยอด 9 เดือนที่เกินมาถึง 3% จากยอดรวมที่วางทั้งปี 13,000 ล้านบาท


ส่วนค่าย อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ระบุ 9 เดือน ยอดโตเป็นที่น่าพอใจ หลังปรับแผนใหม่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลยอดโตเฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อดือน เร่งแผนอัดตลาดก่อนสิ้นปีให้ได้ตามเป้าหมาย


ภายรวมตลาดขายตรงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี แม้จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่โดยรวมยังคงเติบโตประมาณ 6-10% ขณะที่ภาพรวมผู้ประกอบการก็มีการผลักดันแผนด้วยการเร่งปั้มยอดขายในแต่ละไตรมาส เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังจากปีก่อนที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากสถานการ์น้ำท่วมกันทั้งระบบซึ่งก็เป็นผลสือเนื่องมาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 ที่ธุรกิจอยู่ในช่วงปรับตัว ดังนั้น เมื่อย่างเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ในวงการขายตรงคงต้องนึกถึงผลประกอบการของแต่ละค่ายว่าในช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายเป็นไปตมเป้าที่วางไว้หรือไม่ และอะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ยอดขายของแต่ละบริษัทนั้นเป็นไปตามเป้า หรือมีอัตราการเติบโตทั้งปีที่ 20%


นู สกิน (Nu Skin) ชูตัวเลข 8 เดือนเข้าเป้า


ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทยและเวียดนาม เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัท ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา นู สกิน ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทคาดว่าจนถึงสิ้นปียอดขายจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ได้


ล่าสุด นู สกิน ได้ทำการพรีเซลส์ ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารตัวใหม่ ภายใต้ชื่อ อาร์สแควร์ ให้กับผู้แทนจำหน่ายระดับบริหาร ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ นู สกิน สามารถสร้างยอดขายในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวทะลุ 450 ล้านบาท ถือเป็นรายได้ต่อเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ นู สกิน เปิดดำเนินการในประเทศไทย


สำหรับปัจจัยความสำเร็จดังกล่าวมาจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่อต้านความเสื่อมชราที่เป็นสินค้าหลักในการกระตุ้นยอดขาย ประกอบกับตลาดด้านสุขภาพความงามโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรายังคงเป็นที่ต้องการของตลาดและกำลังขยายตัวสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นู สกิน ยังคงมีการพัฒนา นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นและชัดเจนในด้านความเป็นผู้นำเรื่อง Anti Aging ที่แข็งแกร่งเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายของ ผู้แทนจำหน่าย ผ่านกิจกรรมการอบรมสัมมนา กิจกรรม นู สกิน โรดโชว์ โดยยังคงบุกตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อต้านความชราเป็นหลัก


มินทินโชว์ยอด 9 เดือนโต 11%


ดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมบริษัทั้งปียังคงตั้งเป้าเดิม คือปิดยอดขายที่ 13,000 ล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายได้เกิดเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเกินเป้าถึง 3% ขณะที่ภาพรวมอัตราการเติบโตนั้นยังสูงไม่เท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉลี่ยลดลคงถึง 4% โดยในพื้นที่ภาคใต้กำลังซื้อลดลงถึง 7% ซึ่งเป็นผลมากจากราคายางพาราที่ลดลง


สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดขายให้เกินเป้า คือ สินค้าในกลุ่มเมกอัพ ที่ยังคงมีอัตราการเติบดตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมา สินค้าในกลุ่มดังกล่าวมีอัตราการเติบโตถึง 11% ซึ่งเติบโตสูงสุดเมือ่เทียบกับสินค้าในกลุ่มอื่น หรือจะกล่าวได้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวสินค้าดาวเด่นในกลุ่มเมกอัพต่อเนื่องหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แป้งผสมครีมรองพื้น , มาสคาร่า , ลิปสติก และอายไลเนอร์ ที่ส่งผลให้ยอดขายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา โตเกินเป้า


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ปลื้มยอด 9 เดือน


ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่นมา บริษัทมีอัตราการเติบโตอยุ่ในระดับที่น่าพอใจและเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนได้ 20 ล้านบาทต่อเดือน หรือ คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมายนั้น เนื่องจากบริษัทได้ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ ซึ่งแผนใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือน มิถุนายนที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การจัดประชุมสัมมนาแบบต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำยอดขายได้ถึง 40% ของยอดขายทั้งหมด และจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทได้รับความสนใจจากนักธุรกิจเป็นอย่างมาก ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่นมาประมาณ 50%


ภาพรวมตลาดขายตรงในไตรมาสสุดท้าย บริษัทมองว่าจะมีการแข่งขั้นกันสูง เนื่องจากหลายบริษัทต้องเร่งทำยอดขายเพื่อให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ สำหรับบริษัทก็ได้เตรียมโปรโมชั่นต่างๆ รองรับไว้สำหรับการแข่งขันในไตรมาสสุดท้าย เช่น โปรโมชั่นสินค้า โปรโมชั่นการทองเที่ยว รวมไปถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ซึ่งในเร็วๆ นี้บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 รายการ


นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมแผนการจัดกิจกรรม 2 โครงการ คือ โครงการ จัดประกวดการแข่งขันควบคุมน้ำหนักของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ดีท็อกซ์ และ โครงการเจาะตลาดในกลุ่มคนทำงานและกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น โดยทั้ง 2 โครงการ ได้เริ่มแล้วเดือนตุลาคมนี้ และในเดือนเดียวกันบริษัทได้เตรียมจัดงานเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2555


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวอีซี่ ฟาร์แม็กซ์ (Easy Phamax) ผุด 2 แคมเปญกระทุ้งยอด เร่งหา GM รับทิศทางตลาดโตพุ่ง


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ลุยเฟส 2 หลังลงสนามแผน ไฮบริด ชู 2 กิจกรรม เน้นสินค้าเพื่อสุขภาพ พร้อม จัดกิจกรรมออนทัวร์ประกบสมาชิกทั่วไทย หวัง ผลักดันยอดให้ได้ 1,000 ล้านบาท ใน 12 เดือน ลั่น! ตุลาคมนี้ สมาชิก อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ได้เฮ บริษัทประกาศจัดงานเปิดตัว เป็นทางการ พร้อมกระทบไหล่ ดาโต๊ะ เย่ ประธานผู้ก่อตั้ง อีซี่ ฟาร์- แม็กซ์ คาดคนร่วมงาน 3,000 คน


ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังเฟสแรกที่บริษัทใช้เวลาในการวางรากฐานตลาดไทยมาเป็นเวลา 2 ปี จนก้าวเข้าสู่เฟสที่ 2 บริษัทได้รุกตลาดอย่างจริงจังในปีนี้ ด้วย การปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ เป็นแผนไฮบริดเพื่อ รับกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งแผนดังกล่าวได้รับ การอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. แล้วเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ หลังการปรับแผนในช่วงหนึ่งเดือนแรกมีสมาชิก ใหม่เข้าร่วมธุรกิจกับบริษัทเพิ่มขึ้น 1,000 คน จากที่ผ่านมา มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 10,000 คน ขณะที่ยอดขายเติบโตถึง 100% หรือจะกล่าวได้ว่าก่อนที่จะมีการปรับแผนการจ่าย ผลตอบแทน บริษัทรับรายได้ต่อเดือนประมาณ 10 ล้านบาทดังนั้น จากนี้ไปอีก 12 เดือน (นับจากเดือนกรกฎาคม 2555) บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 400 ล้านบาท และเมื่อมีการปรับ แผนใหม่ผู้นำได้วางเป้ารายได้ในระยะเวลา 12 เดือน ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท


ในส่วนของแผนการตลาดจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัท จะเน้นอบรมสัมมนา เน้นเข้าถึงสมาชิกทั่วประเทศ รวมถึง การเปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด 2 แคมเปญหลักส่งท้ายปี โดย แคมเปญแรกบริษัทจัดขึ้น เน้นสินค้าเสริมอาหารเวลคัมดริ๊ง ต้นอ่อนจากข้าวสาลี วีทกราสพาวเดอร์ และวีทกราสฮันนี่ ที่บริษัทเปิดโอกาสให้สมาชิกส่งซองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มาร่วมชิงโชค เพื่อชิงรางวัลไปร่วมสัมมนาที่ไต้หวันในเดือน พฤศจิกายนนี้ เดือนละ 2 รางวัล ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับผล ตอบรับเป็นอย่างดีภายหลังเปิดตัวแคมเปญไม่นาน สต๊อก สินค้าวีทกราสพาวเดอร์ และฮันนี่ ขายหมดเกลี้ยง 20,000 กล่องภายใน 2 สัปดาห์


ขณะที่แคมเป็นที่ 2 เป็นแคมเปญที่ผู้นำจัดขึ้น โดยเน้นเสริมอาหารดีท็อกซ์ โซอีซี่ ที่มี 4 ชุดด้วยกัน ได้แก่ ชุดปรับสมดุลในร่างกาย, ชุดสารอาหารครบ 5 หมู่, ชุดขับ ล้างสารพิษ และชุดไฟเบอร์ ที่มีการจัดแคมเปญ So Easy So Slim โดยให้สมาชิกทุกคนเข้าสู่การแข่งขันด้วยการ ควบคุมน้ำหนัก กับการจัดออนทัวร์ทั่วประเทศที่เริ่มขึ้นแล้ว ในเดือนสิงหาคมนี้ และก่อนที่จะเปิดตัวแคมเปญอย่าง เป็นทางการบริษัทได้ทดลองกับผู้นำจำนวน 100 คนไปแล้ว และเมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้นผู้ชนะจะได้รับรางวัลที่ผู้นำ ได้จัดขึ้น


นอกจากนี้ ในวันที่ 14 เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ บริษัท เตรียมแผนจัดงานเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการที่ศูนย์ ประชุมศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ และแม้ว่าบริษัท จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วหลายปี แต่ยังไม่เคย จัดงานเปิดตัวบริษัท ดังนั้น การจัดงานดังกล่าวจะมี ดาโต๊ะ เย่ เส้าเฉวียน ผู้ก่อตั้งบริษัทจากมาเลเซียจะมาเป็นประธาน เปิดงาน นอกจากนี้ยังมีประธาน บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ฯ จาก ประเทศต่างๆ เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ จำนวน 3,000 คน


ทิศทางจากนี้ไปจะเน้นรักษาสมาชิกเก่า และ วางแผนเพื่อชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบ และเมื่อ จำนวนสมาชิกและผู้นำเพิ่มขึ้น ก็ต้องหาวิธีหล่อหลวมรวม ผู้นำให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และ นี่เป็นความท้าทายจะสร้างให้ เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน เรื่องนี้เราต้องมองการสร้าง วัฒนธรรมให้เหมือนกัน และคงต้องใช้เวลาในการปลูกฝัง และต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อน


อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปบริษัทเตรียมรับสมัคร บุคลากรเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีจำนวนบุคลากร 17 คน ซึ่ง เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 13 คน นอกจากนี้บริษัทยัง เตรียมรับสมัครตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่เพื่อเข้ามา ร่วมบริหารงานใน 2555 ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายตัว ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "อีซี่ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax" กับ "ป๋าน้อย" (ดนัย วงศ์ประเสริฐ)


.....เพราะหากท่านไม่ทำ ..ไม่สอนงาน..ทีมงานก็ทำเหมือนท่านไม่ได้ . . . ขึ้น ร ะ ดับ ผู้จัด ก า ร ผู้อำนวยการ ฝ่ายขายไม่ ได้ และตำแหน่งที่ใหญ่ กว่าที่รอท่านอยู่ท่านก็ไป ไม่ถึงซะที...ด้วยประการ ฉะนี้ที่จำต้องสอนให้ทีมงานเป็นงานเหมือน เราคนที่ 2 ให้ได้...แล้วทีมงานของท่าน และตัวท่านจะมีแต่รุ่งโรจน์รุ่งเรือง...อยู่ ที่ไหน ก็เป็นทีมงานที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล... จริงมะอ่ะ ป๋าน้อย (ดนัย วงศ์ประเสริฐ) ที่วันนี้ก็มาเวิร์คกันสุดๆ ณ อีซี่ฟาร์แม็กซ์ อ่ะนะ.....


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นักขายต่างค่ายเฮโลร่วม อีซี่ ฟาร์แมกซ์-Easy Phamaxบริษัทปรับแผนเอาใจตั้งเป้าไม่เกิน 12 ด.ฟันยอดพันล.


 


อีซี่ ฟาร์แม็กซ์-Easy Phamax จัดการปรับแผน จ่ายครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Hybrid แม่ทีม ต่างค่ายเทใจร่วมก๊วน ด้าน ศุภชาติ ผู้บริหารสาขาไทยเป็นปลื้ม มั่นใจนับจากนี้ อีก 12 เดือนฟันเป้ายอดขาย 1 พันล้านบาท พร้อมบินคุยประธานใหญ่ที่มาเลเซีย หวังบริษัทแม่เห็นความสำคัญตั้งโรงงานในไทย


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์-แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า กลยุทธ์สำคัญที่สุดของบริษัท ในปีนี้ คือการจัดกิจกรรม Kick Off Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการของบริษัท และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปจัดกิจกรรมดังกล่าวในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ และที่ผ่านมา สมาชิกนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลาม บริษัทจึงมีนโยบายจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง


และล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรม Kick Off Day ครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ มีสมาชิกเดินทางมาร่วมงานกว่า 700 ราย ซึ่งนอกจากจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ แล้ว ในงานครั้งนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Hybrid โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม


แผนการตลาด Hybrid เป็นแผนผสมผสานระหว่าง Binary ระบบ Balance PV 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบ Cycle 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบ Weak Strong ที่ คุ้นเคย มาผสมผสานเข้ากับระบบ Cycle ซึ่ง มีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ อย่างรวดเร็ว


ศุภชาติ ได้กล่าวถึงเหตุผลในการ ปรับแผนดังกล่าวว่า เป็นแผนที่ต้องการช่วย ให้ทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจแล้วสามารถมีรายได้อย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และมั่นคง ซึ่งหลังจากแผนการตลาดใหม่ได้รับการจดทะเบียน จาก สคบ.เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า สมาชิกเดิมที่เคยหยุดขยายเครือข่ายกลับหวนกลับมาทำธุรกิจกับบริษัท อีกครั้ง และยังมีสมาชิกหน้าใหม่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกอีกกว่า 1 พันคน ภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนเหนืออื่นใด ศุภชาติ เปิดเผยว่า ด้วย การเปลี่ยนระบบการจ่ายผลตอบแทนใหม่นี้ ทำให้ผู้นำระดับแม่ทีม มองเห็นถึงจุดเด่น และอนาคตการเติบโตของบริษัท ทำให้ขณะ นี้มีแม่ทีมจากหลายๆ บริษัทติดต่อเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท เกือบ 30 ท่าน เช่น ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ


จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร อดีตแม่ทีม บีฮิบ นอกจากนี้ยังมีแม่ทีมจาก อาเจล, เอมสตาร์ และค่าย อื่นๆ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ


ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไป ด้วยระบบ แผนการตลาดในรูปแบบใหม่ และการเข้าร่วมของแม่ทีมทั้งหลายที่มากด้วยประสบการณ์จะทำให้บริษัทอีซี่ฯ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามปณิธานหลักของบริษัท คือ มุ่งมั่น สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ทางทีมงานและสมาชิกจะเร่งดำเนินงาน ขยายเครือข่ายให้สามารถพิชิตยอดขายให้ได้ 1,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ ศุภชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในไตรมาสหลังปีนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ใน 2 กลุ่มด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาชิกให้สามารถขยายเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทน่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม นี้ในงาน Grand Opening เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 และในงานดังกล่าว บริษัทยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ คือ การแจกรถยนต์ให้กับสมาชิกที่สร้างรายได้สูงสุด โดยเฉพาะรถเบนท์เล่ ราคา 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้สมาชิกเร่งขยายเครือข่ายได้อีกทางหนึ่ง


อย่างไรก็ดี ศุภชาติ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ว่า ตนได้มีการพูดคุยกับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นใน อีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมา สร้างโรงงานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัท มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศ จีนอีก 2 โรงงาน อาจกล่าวได้ว่า บริษัทแม่ มีการยอมรับและคาดว่าประเทศไทยจะเป็น แหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรีอาเซียนความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้อง รอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012 ถึง3-7-2012

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยิ้มแม่ทีมมือทอง บีฮิบ แตกทัพร่วมวง ด้าน ยูนิอัมล่า แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน โมรินดา ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ดูดนักขาย บีฮิบ ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป นายศุภชาติ กล่าว


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร อดีตแม่ทีม อาเจล และ บีฮิบ เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> ยูนิอัมล่า ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%


> โมรินดา ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012 ถึง22-6-2012