ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว เอเชีย สุพรีม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว เอเชีย สุพรีม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : 'เอเชีย สุพรีม' จับมือเมืองโสมขนเครื่องสำอางลุยขายอาเซียน

 








67617n_1l (Mobile)

"เอเชีย สุพรีม" ก้าวไปอีกขั้น จับมือบริษัทชั้นนำแดนกิมจิ "Amaranth Cosmetics" แตกไลน์เครื่องสำอาง นำร่อง 5-7 รายการลุยตลาดขายตรงอาเซียน


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีความแข็งแกร่ง มาจากการมีพันธมิตรคู่ค้าต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และบริษัทมี นโยบายการเปิดสาขาในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งปัจจุบันขยายเข้าไปแล้วในประเทศเพื่อบ้าน คือ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา


นอกจากนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น บริษัทได้นำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเข้ามาจำหน่าย โดยปัจจุบันมีสินค้าจากนิวซีแลนด์ อเมริกา และมาเลเซีย ล่าสุดบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ในเกาหลี และอมรัน เป็น 1 ใน 5 มาตรฐานโลก ผู้นำตลาดเกาหลี และระดับสากล 20 ประเทศที่มีสินค้าขายอยู่


"เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น บริษัทพยายามมองหาสินค้าที่มีนวัตกรรม นอกจากวันนี้เรามีคอสตูม จากนิวซีแลนด์และมีสินค้าหลายตัวจากอเมริกา หลายตัวมาจากมาเลเซีย นอกจากนี้ สกินแคร์ เครื่องสำอาง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาหลี โดดเด่นมากในระดับโลก"


ล่าสุด บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amaranth Cosmetics ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านคอสเมติกส์จากประเทศเกาหลี ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 มาตรฐานโลกและมีการจำหน่ายสินค้าไปสู่ 20 ประเทศทั่วโลก โดยเอเชีย สุพรีมจะเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว


"สำหรับ Amaranth เป็นทั้งผู้ผลิตที่มีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีทิศทางการทำธุรกิจไปในแนวทางเดียวกันกับเอเชียสุพรีม ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปเยี่ยมเยียนที่เมืองปูซาน เพื่อทำแนวทางธุรกิจร่วมกัน อย่างแรกคือการสนับสนุน โดยคัดเอาสินค้าที่เด่นที่สุด จำนวน 3 กลุ่ม 5-7 รายการ มาออกตลาดในไทย"


นายสุธีร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้บริษัทได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางของ Amanranch แต่เพียงผู้เดียวในไทยและในอาเซียนอีก 10 ประเทศ โดยคาดว่ายอดขายปีแรกน่าจะไม่ต่ำกว่า 100-120 ล้านบาท ทั้งนี้ช่องทางการทำตลาดไม่ได้จำกัดแค่ MLM แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่จะพัฒนาต่อไปคือ ซิงเกิ้ล แฟรนไชส์ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคนี้ในรูปแบบ OEM ได้อีกด้วย


"เอเชีย สุพรีมถือเป็นประตูเพื่อกระจายสินค้าไปสู่อาเซียน นอกจากนี้ยังถือเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าจากเดิมที่เน้นขายกลุ่มเสริมอาหารเป็นหลัก การจับมือกับ Amanranch จะเป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทั้ง มาเลเซีย เขมร ลาว และพม่า ที่จะเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยหลังจากนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะส่งผลให้ปี 2557 บริษัทจะทำรายได้ถึง 500 ล้านบาท จากรายได้ในสิ้นปีนี้น่าจะปิดที่ 160 ล้านบาท" นายสุธีร์ กล่าว


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : "เอเชีย สุพรีม" รุกหนักตลาดอีสานผุด "อินเตอร์เน็ต ทีวี" ออนไลน์ฝัน 300 ล้าน







67617n_1l (Mobile)


"เอเชีย สุพรีม" ฟุ้งรายรับครึ่งปีแรกโต 500% ยอดขายใกล้เป้าหมายที่วางไว้สิ้นปีนี้ 300 ล้านบาท สมาชิกแตะ 2.5 หมื่นรหัส เดินเกมครึ่งปีหลัง โฟกัส ตลาดอีสาน เตรียมเปิดศูนย์ธุรกิจใหญ่ 5 หัวเมืองที่ราบสูง พร้อมเนรมิต "อินเตอร์เน็ต ทีวี" เจาะลูกค้าออนไลน์สื่อสารตรงสู่ ผู้บริโภคในทุกพื้นที่


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวในงาน "Miracle Day @ Asia Supreme" ซึ่งเป็นงานประชุมพร้อมเปิดตัวออฟฟิศใหม่ของบริษัทว่า การ จัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของบริษัท และ ให้สมาชิกเกิดความมั่นใจจะเดินหน้าไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยผลประกอบเมื่อช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโต 500% ถือว่า ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งปัจจัยสำคัญคงจะเป็นเรื่องของแม่ทีมที่พยายามทำงานอย่างจริงจัง อีกทั้งสินค้าใหม่ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกระดับ ซึ่งตอนนี้ได้กำลังขยายเครือข่าย ออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะสินค้าที่ดี ทำให้มีผู้คนสนใจกันเยอะขึ้น


"ในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่ เน้นใช้ โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจ จัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทาง เพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้น โดยสิ้นปียังหวัง ว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่าง ก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว"


"โดยการที่เศรษฐกิจภายในประเทศ ไม่ดีทำให้คนตกงานเยอะ จึงหันมาทำธุรกิจขายตรงค่อนข้างมาก โดยทุกวันนี้มีคนไทย ในประเทศที่ทำธุรกิจขายตรงประมาณ กว่า 10 ล้านคน ทำให้มองได้ว่า อาชีพเครือข่ายก็ช่วยคนที่ตกงานได้เหมือนกัน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าการตลาดให้ประเทศชาติกว่า 7 หมื่นล้านบาท ถือว่าไม่ใช่ธุรกิจขนาดย่อม แต่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่มาก"


ในส่วนของแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง อ.สุธีร์ ประธานใหญ่ "เอเชีย สุพรีม" ได้กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมจะเปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยมองไว้เป็นจังหวัด ใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่ หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่ง ที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


"ผมคิดว่าบริษัทกำลังเติบโตไปในทางที่ดี สิ่งที่กำลังทำต่อไปในอนาคต คือ จะมีศูนย์ขยายงานให้สมาชิกไว้ใช้ทั่วประเทศ ที่นี่จะคอยกระจายเครือข่ายในระดับราก-หญ้า และไปถึงคนชนชั้นกลาง รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจ และตอนนี้บริษัทก็ได้มี ผู้นำเก่งๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างตลาดออกไปให้ยั่งยืน"


นอกจากนี้ โปรเจกต์อีกอย่างที่จะทำ ในครึ่งปีหลัง คือ อินเตอร์เน็ต TV หรือจะเรียกว่า "IPTV" เอาไว้สื่อสารตรงกับสมาชิกที่อยู่ทุกหนทุกแห่งได้ โดยเครื่องมือ ตัวนี้จะช่วยแจ้งข่าวสารให้ทราบรวดเร็ว ไม่ว่าจะคอยแจ้งกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้องค์กรมีความ มั่นคงและแข็งแรงต่อเนื่อง


สำหรับสินค้าของบริษัทนั้น จะมี 2 กลุ่มหลักๆ ที่เป็นตัวชูโรง คือ กลุ่มสุขภาพ กับความงาม โดยเป็นการกินกับทา และ สินค้าของบริษัทในเวลานี้มี 24 รายการ ที่ผ่าน อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีออกมาใหม่เรื่อยๆ อีกต่อไป ส่วนสมาชิกในองค์กรเวลานี้เฉลี่ยมีอยู่ประมาณ 1 หมื่นรหัส แต่คาดว่าจากนี้ไปจนสิ้นปีจะมีสมาชิก เพิ่มขึ้นมา 20,000-25,000 รหัส ในส่วนของโมบาย บริษัทตั้งใจจะขยายในปีนี้ให้ถึง 100-150 โมบาย


ในส่วนของการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 โดย อ.สุธีร์ เผยว่า เวลานี้บริษัทได้เตรียม การรองรับไว้เช่นกัน แต่หลักๆ แม่ทีมจะออกไปสร้างเครือข่ายกันเองก่อน ตามตะเข็บชายแดนในลาว และกัมพูชา อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการเปิดคลังสินค้าอยู่แล้วที่ พม่า, ลาว และเวียดนาม โดย 3 แห่งนี้จะเป็นที่กระจายสินค้าให้กับ แม่ทีมที่เข้าไปทำตลาด และในอนาคตหาก มีเครือข่ายพอสมควรแล้ว ก็จะทำการเปิด เป็นสำนักงานต่อไป


ทั้งนี้ อ.สุธีร์ ได้เป็นประธานในงาน "Miracle Day @ Asia Supreme" หรือ การสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของบริษัท เอเชีย สุพรีมฯ พร้อมเปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ ที่เพิ่งย้ายมาเปิดทำการอยู่ที่ชั้น 3 ณ อาคารแมงป่อง ถ.ลาดพร้าว และได้เริ่มกิจการมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2556 ซึ่งออฟฟิศใหม่มีพื้นใหญ่กว่าเดิม สามารถจุสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมได้ 400-500 คน





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีมปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ชิมรางแตกไลน์สายธุรกิจเสริมศักยภาพ







Capture (Mobile)

 


เอเชีย สุพรีม ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ แย้มเป้า 3 ปี ดันองค์กรเครือข่ายสู่มืออาชีพ...หลังเตรียมแตกไลน์ธุรกิจใหม่เติมเต็มความสมบูรณ์ พร้อมเสิร์ฟเครื่องมือธุรกิจแบบครบเครื่องทั้งสื่อทีวี-วิทยุชุมชนแก่สมาชิก...แย้มภาพรวมธุรกิจที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี เติบโตดีเกินคาด ลั่นสิ้นปีขอแตะยอด 150 ล้าน พร้อมจำนวนสมาชิก 2 หมื่นรหัส


อาจารย์สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาว่าหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาเกือบ 2 ปี ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงในบ้านเรานั้น ค่อนข้างที่จะไม่ปกติ แต่ด้วยความตั้งมั่นของเอเชีย สุพรีมแล้ว บริษัทฯ ถือว่าในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างมีการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ และล่าสุด บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มศักยภาพความมั่นคงของธุรกิจด้วยการย้ายออฟฟิศทั้ง 2 แห่ง ที่จากเดิมอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 5 และที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว มาอยู่ที่อาคารป่องทรัพย์ ชั้น 3 ซึ่งถือเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเลยก็ว่าได้


สำหรับแผนงานของบริษัทฯ ที่วางไว้นับจากนี้ คือ การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ โดยจะเริ่มต้นจากการแตกไลน์ธุรกิจใหม่อีกหนึ่งบริษัท โดยจะมีทางเอเชีย สุพรีมนั้นเป็นตัวนำ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ทางบริษัทฯ จะเปิดบริษัทใหม่อีก 1 บริษัท คือ บริษัท Upline Holding ที่มีทุน 20 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวสามารถให้สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปถือหุ้นใน Upline Holding ได้ ซึ่งแนวทางธุรกิจของเอเชีย สุพรีม นับจากนี้ จะเป็นการเติบโตด้วย 3 สายธุรกิจที่จะเกิดขึ้น คือ สายธุรกิจที่ 1 ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2556 นี้เป็นต้นไป ทางบริษัทฯ จะมีธุรกิจทางด้านออนไลน์และธุรกิจซิงเกิ้ล ชื่อว่า Supreme Direct ทุน 10 ล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนธุรกิจ


สายธุรกิจที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2556 ทางบริษัทฯ จะมีอีกหนึ่งธุรกิจชื่อว่า Supreme Plus ทุน 30 ล้านบาท โดยจะทำธุรกิจอยู่ 2 อย่าง คือ สื่อที่เป็นของบริษัทเอง และสื่อที่บริษัทเข้าไปร่วมทุน ไม่ว่าจะเป็นทางเคเบิ้ลทีวีและวิทยุชุมชน ที่มีอยู่เกือบ 100 สถานี อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีสถานีที่สื่อสารกับสมาชิกของบริษัทที่ชื่อว่า Asia TV เป็นเน็ตทีวี หรือเรียกว่า IPTV นั้นเอง ซึ่งคาดว่า จะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคม ปี 2557 นี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท และสร้างเครื่องมือให้กับสมาชิกในการทำงานง่ายขึ้นนั่นเอง


นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีธุรกิจที่เป็นคู่ขนานกับ Supreme Plus นั่นก็คือ ร้านกาแฟ ซึ่งถือเป็นเซ็นเตอร์ของเอเชีย สุพรีมเลยก็ว่าได้ โดยจะมีชื่อว่า Supreme Coffee คาดว่าในปี 2557 จะมีอยู่ประมาณ 100 ร้าน โดย Supreme Coffee นั้น จะอยู่ในปั้มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยเชื่อว่ารูปแบบธุรกิจนี้น่าที่จะเติบโตไปได้เป็นอย่างดี


อาจารย์สุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ส่วนสายธุรกิจที่ 3 ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงปลายปี 2557 คือ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าไปทำโรงงานการผลิตสินค้าในบ้างกลุ่ม โดยเฉพาะโรงงานผลิตเครื่องสำอางและโรงงานการผลิตเครื่องดื่มสุขภาพ ด้วยทุน 60 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเอเชีย สุพรีมนั้น จะถือหุ้นโดยเอเชีย สุพรีมเกิน 50% ในขณะเดียวกันธุรกิจในเอเชีย สุพรีมนั้น จะถือหุ้น 30% โดย Upline Holding ที่มีสมาชิกบางรายเป็นผู้ถือหุ้นด้วย


นอกจากนี้ เอเชีย สุพรีม ยังมีมูลนิธิ เพื่อทำกิจกรรมกับสังคมอีกด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป บทบาทของมูลนิธิจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ ในการช่วยเหลือดูแลเกื้อกูลสังคม ไปพร้อม ๆ กับสถาบันการฝึกอบรม เพื่อที่จะไปสร้างคุณภาพและศักยภาพของสมาชิกทั้งหมดของบริษัทฯ นั่นเอง


วันนี้ต้องยอมรับว่า โลกของธุรกิจเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะฉะนั้นระบบของสื่อต่าง ๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ โดยธุรกิจใหม่ที่เราจะเกิดขึ้นนั้น ทั้งเรื่องของออนไลน์และซิงเกิ้ล จะเป็นการขายสินค้าที่แตกต่างกัน และคนละแบรนด์ รวมถึงเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มด้วย


ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวเสริมว่า ขณะนี้เอเชีย สุพรีม ได้ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2555 มียอดขายอยู่ประมาณ 60 ล้านบาท ที่สำคัญ ผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ พบว่า มียอดขายเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 60 ล้านบาท ส่งผลให้ในสิ้นปีนี้บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 150 ล้านบาท พร้อมกับเป้าหมายจำนวนสมาชิกแตะอยู่ที่ 2 หมื่นรหัส จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 1.2 หมื่นรหัส


นายเอกดนัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีบริษัทแม่เป็นบริษัทมหาชน มีโรงงานการผลิตที่อยู่ในเครือของเรา โดยถือว่าน่าที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจ และความมั่นคงให้กับสมาชิกของเราได้ ที่สำคัญ ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของบริษัทฯ นั้น ถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในส่วนของสาขาด้วย อีกทั้งในเรื่องของการจัด OPP ทั่วประเทศ และการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ อาทิ โปรโมชั่นท่องเที่ยว โปรโมชั่นรถยนต์ เป็นต้น ที่ช่วยในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนั่นเอง





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : "เอเชีย สุพรีม" อวดสถาบันปั้นแม่ทีม เล็งเพิ่มหลักสูตรเจ้าของธุรกิจ ดันเป้า 200 ล้าน







aj.sutee (Mobile)


"เอเชีย สุพรีม" มั่นใจแผนการตลาดแข็งแกร่ง เล็งเปิดศูนย์เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 บนพื้นที่ภาคอีสาน ผลักดัน 2 สถาบันสร้างแม่ทีมของบริษัท อย่าง "เอเชีย เน็ตเวิร์ค" กับ "ยูว์นิ่ง เอเชีย สุพรีม" ไพ่เด็ดปั้นยอดขาย เตรียมเปิดอีก 1 "อัพไลน์โฮลดิ้ง" ปลูกจิตสำนึกเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน ดันผลประกอบการ โตอีก 50% เป้าปี 56 หวัง 200 ล้านบาท


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ได้เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ผลประกอบการธุรกิจในปี 2556 ที่ผ่านมาอยู่ในขั้น น่าพอใจ มีการเติบโตถึง 30% หรือมียอดขาย 60 กว่าล้านบาท โดยบริษัทได้ก่อตั้งมาเพียงแค่ปีเศษๆ และได้ทำธุรกิจจริงจังเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น คือเริ่มก่อตั้ง บริษัทเดือน ก.พ. 2555 แต่เริ่มวางรากฐานจริงจังตั้งแต่ เดือน ก.ค. 2556 โดยตอนนี้บริษัท ตั้งหลักได้สำเร็จและ สินค้าก็ผ่านการรับรอง อย. เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเวลานี้มีสมาชิกกว่า 6 พันรหัส แต่จบปีนี้ อย่างน้อยต้องได้ 15,000 รหัสเป็นอย่างต่ำ


"หลังจากที่เราได้เน้นสร้างรากฐานในช่วงแรกๆ ด้วยการสร้างทีมที่มีคุณภาพ ระบบการจัดการสมาชิกที่มีความตั้งใจทำธุรกิจกับบริษัทเราจริงๆ ทำให้ช่วงแรกๆ จะ ต้องอาศัยความอดทนสูง แต่มันก็คุ้มค่า และ เพียงแค่ 6 เดือน ธุรกิจเราก็ยืนหยัดต่อสู้ได้ จนได้ยอดขายที่น่าพอใจ และตอนนี้ได้เล็งภาคอีสานที่จะเป็นสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 4 จากที่ก่อนหน้านี้เปิดไปแล้วทั้ง เชียงราย, หาดใหญ่ และพิษณุโลก ส่วนศูนย์กระจายสินค้าตอนนี้มี 12 แห่ง และมีเซ็นเตอร์ให้สมาชิกใช้บริการกว่าอีก 20 แห่ง ตั้งอยู่ทั่ว จุดสำคัญของประเทศ"


นอกจากนี้ "เอเชีย สุพรีม" ยังมี 2 องค์กรที่คอยให้การสนับสนุน คือ สถาบันฝึกอบรม "เอเชีย เน็ตเวิร์ค" โดยทำหน้าที่คอยพัฒนานักธุรกิจในการสร้างเครือข่ายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา รวมถึงกลุ่มคน ทุกสาขาอาชีพที่สนใจประกอบธุรกิจ และยังมีสถาบัน "ยูว์นิ่ง เอเชีย สุพรีม" มีหน้าที่ทำกิจกรรมต่างๆ คอยช่วยเหลือองค์กร สนับสนุนคุณภาพชีวิตสมาชิก โดยทั้ง 2 สถาบันที่จัดตั้งขึ้นแบ่งเป็นกลุ่มบุคคล และกลุ่มนักธุรกิจ ส่วนกลุ่มที่ 3 ที่จะตามมา คือ "อัพไลน์โฮลดิ้ง" เป็นสมาชิกที่ถือหุ้นจากบริษัทต่างๆ เข้ามาร่วมธุรกิจ เนื่องจาก "เอเชีย สุพรีม" ต้องการให้สมาชิกและผู้ประกอบธุรกิจมีหุ้นส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อจะทำให้องค์กรมั่นคง


ประธานกรรมการ "เอเชีย สุพรีม" ได้กล่าวต่อว่า แผนการตลาดในปี 2556 นี้ ยังไม่มีอะไรมาก เนื่องจากจุดแข็งของบริษัท มีรากฐานที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอย่าง "ครอสตรุม" เป็นวิตามินจากหัวน้ำนมวัว ที่ผลิตที่ประเทศนิวซีแลนด์ ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก อีกทั้งมี ฟิชออยล์Ž น้ำมันปลา ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ต่อมาคือ ตัวองค์กร เนื่องจากไม่ได้มีเจ้าของคนเดียว แต่เราเปิด ให้สมาชิกมีหุ้นในบริษัท พร้อมทั้งมีโรงงาน ผลิตที่มีคุณภาพ และสถาบันสร้างคน ที่จะสร้างผู้นำเก่งๆ ออกมา ที่สำคัญคือเรื่องของ การเงินที่มั่นคง โดยเรามีกลุ่มทุนในและต่างประเทศเป็นเจ้าของร่วมกัน ทำให้บริษัท มีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง


"ตอนนี้บริษัทเราพร้อมอยู่แล้ว และจะเติบโตไปเรื่อยๆ แต่ผมก็หวั่นใจเกี่ยวกับเรื่องที่มีผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาทำลายธุรกิจขายตรงให้เสื่อมเสีย คือผมอยากให้ทุกคนทำธุรกิจนี้อย่างมีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบ และหลอกลวงคนอื่น เพราะธุรกิจขายตรงมีมูลค่ามหาศาล มีประชากรกว่า 9 ล้านคน ที่เข้าทำธุรกิจนี้ จึงอยากให้ทุกคนเห็นคุณค่า ว่าขายตรงก็เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ที่มั่นคง ได้ ช่วยให้คนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"


ในส่วนของการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เกี่ยวกับเรื่องนี้ อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "บริษัทเรามีพันธมิตรอยู่หลายประเทศ อย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกลุ่มอินโดจีน ก็มีพม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา โดย ทั้งหมดนี้เรามีเครือข่ายอยู่ แต่ยังไม่ได้จัดตั้ง ศูนย์เซ็นเตอร์ขึ้นมา เพราะติดในเรื่องข้อกฎหมาย แต่หากสมาชิกมีมากจนน่าจะขยาย ตลาดได้ก็จะทุ่มงบประมาณตั้งสาขาขึ้นมา แน่นอน และเมื่อเออีซีเปิดขึ้นธุรกิจขายตรง ของเราจะเติบโตอีกหลายเท่าตัว"



Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอชีย สุพรีมขอวัดดวง ดึงแม่ทีมเบอร์ 1 พรีมาไลฟ์ ไทม์ ร่วมทัพหวังโตก้าวกระโดด พุ่งเป้าทะลวงยอดขายสิ้นปีนี้ 300 ล.









ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเน็ทเวิร์ค ซึ่งต้องสานต่อทำงานกับมวลชนจำนวนมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต และแน่นอนว่าหากความคิด หรือ ผลประโยชน์ไม่ลงตัวย่อมเกิด รอยร้าว ขึ้นมาสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันเดิน หรือดิ้นหนีตายซบชายคาหลังใหม่ จนกลายเป็นภาพชินตาเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งของการโกมือลาย้ายออกจากค่ายโน้นแล้วมาซูฮกค่ายนี้ วนไปเวียนมา โดยเฉพาะบริษัทเปิดใหม่ช่วงอายุงาน 1-3 ปีจะมีกลุ่มคนหน้าเดิมๆ มาให้เลือกสรร ชนิดหัวบันไดออฟฟิสไม่แห้งเลยทีเดียว


อย่างล่าสุด กับความเคลื่อนไหวใหญ่รับต้นปี เกิดขึ้นภายในงานแถลงข่าว บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาหลังจากแถลงข่าวถึงทิศทางธุรกิจในปี 2556 แล้วในครั้งนี้ยังได้ถือฤกษ์ดีเปิดตัวสายงานใหม่นำทัพโดย คุณเป็ด ธนินท์รัฐ และคุณนลันรัตน์ วรัตน์เตชานนท์ ผู้คล่ำหวอดในวงการขายตรงมานาน โดยก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมทัพกับขายตรง พรีมาไลฟ์ ไทม์ มานับแรมปี แต่วันนี้ได้ประกาศตัวโบกมือลาไปอยู่อู่ข้าว อู่น้ำแห่งใหม่ เอเชีย สุพรีม อย่างเป็นทางการประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และเมื่อได้ถามไถ่ถึงสาเหตุการย้ายครั้งนี้เจ้าตัวบอก ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า ความคิดไม่รอย ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว อย่างไรก็ตาม การก้าวมาร่วมทัพครั้งนี้ เอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดดการ บริษัทเอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวชี้แจงว่า ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่บริษัทเดินหน้ารุกตลาดอย่างจริงจัง มีผู้นำระดับสูงชุดเก่าราว 10 คน ส่วนกรณีการเข้ามาเสริมทัพสายงานใหม่ของธนินท์รัฐ นั้นได้เริ่มงานตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา หรือหากคิดเฉพาะแม่ทีมระดับแกนนำราว 10 คน เช่นกัน แต่หากแตกแขนงสู่ทีมใหญ่มีมากถึงหลักร้อยคนทั่วประเทศ


การเข้ามาครั้งนี้เราได้มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเริ่มจากพื้นฐานความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ต่อมาทราบมาว่าคุณเป็ด มีปัญหารอยร้าวลึกๆกับบริษัทเดิมที่ถือเป็นชนวนใหญ่ จึงเป็นเหตุที่มาของการตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ เรียกว่าการมาครั้งนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีของทั้งเขาและเรา ๆ พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับทุกคน ละในเร็วๆนี้ ก็จะมีนักธุรกิจระดับแกนนำจากค่ายอื่นทยอยเข้ามาร่วมธุรกิจอีกมากมาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาเลือกเรา เพราะเราเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งมั่นคง และทุกคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องเริ่มต้นทำงานตามขั้นตอนของบริษัททุกอย่าง


นอกจากกำลังทัพใหม่แล้ว ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอเชีย สุพรีมนั้นก็ไม่ธรรมดา บิ๊กบอสใหญ่ สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้งเอเชียสุพรีมฯ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินธุรกิจได้ปีกว่า แต่เริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังเมื่อราว 6 เดือนปีที่ผ่านมาด้วยเป้าหมายหลักของเอเชียสุพรีมในการทำขายตรงเชิงคุณภาพ ทำให้อัตราการเติบโตที่ผ่านมานั้นเติบโตแบบธรรมชาติ ผลักดันให้ผลประกอบการที่ผ่านมาบริษัทสามารถปิดยอดขายได้ที่ 60 ล้านบาท มีฐานสมาชิกอยู่ 6,000 คน และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจหลายด้านทั้งเรื่องระบบและการพัฒนาการทำงานของสมาชิกรวมถึงความพร้อมตัวบริษัทเองจะทำให้ภาพรวมธุรกิจจากนี้เติบโตอีกมากพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ที่มั่นคงในตลาดหลักทรัพย์


เอเชียสุพรีม ไม่ได้มุ่งเน้นขาเดียว แต่เป็นการนั่งเก้าอี้ 3 ขา จึงได้มุ่งสร้างพัฒนาคุณภาพสินค้า สมาชิกภายใต้สถาบันการพัฒนาบุคลากร ทั้งคนใหม่และคนเก่า เพื่อพัฒนาให้เกิดศักยภาพความมั่นคงทางอาชีพพร้อมที่จะแข่งขันทางการตลาดได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่บริษัทไม่เคยละเลย คือเรื่องการคืนผลกำไรสู่สังคมด้วยการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ภายใต้ มูลนิธิ เอเชียสุพรีม


ส่วนเป้าหมายที่คาดหวังในปี 2556 ของเอเชียสุพรีมนั้น สุธีร์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพขององค์รวมทางธุรกิจที่มีอยู่จะผลักดันให้ยอดขายเติบโตถึง 300 ล้านบาท มาพร้อมกับฐานสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน หรือคิดรวมสมาชิกทั้งหมดมากกว่า 2 หมื่นคน ส่วนฐานสมาชิกตลาดต่างประเทศของเอเชียสุพรีมมีมากมายทั้งที่ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย


เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจที่บริษัทมุ่งเน้นเราได้ให้ความสำคัญคือ 1.การออกไลน์สินค้าใหม่ที่หลากหลายซึ่งปีนี้จะเพิ่มขึ้น 15 รายการ 2. อัดแน่นด้วยกิจกรรมทางการตลาด นอกเหนือจากการฝึกอบรมตามคอร์สพื้นฐานแล้ว บริษัทได้เตรียมอัดฉีดโปรโมชั่นต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ที่มากขึ้น โดยล่าสุดเอเชียสุพรีม ได้ปิดทริปท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม และขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการจัดทริปท่องเที่ยวใหม่ประเทศนิวซีแลนด์ต่อไป


นอกจากนี้ บริษัทเอเชียสุพรีม ยังเดินหน้ากระตุ้นชื่อเสียงให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางระบบออนไลน์ และออฟไลน์(สื่อทั่วไป) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานสมาชิกให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อนำไปสู่การค้าที่ยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งในปีนี้เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจบริษัทได้เตรียมขยายศูนย์สาขาเพิ่มขึ้น 2-3 แห่ง คือที่จังหวัดเชียงใหม่และพิษณุโลก พร้อมๆ กับการขยายคลังสินค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมมีอยู่ 8 แห่งเพิ่มเป็น 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดโดยเล็งทำเลทองพื้นที่สมาชิกทำงานเป็นหลัก รวมถึงการขยายช่องทางโมบายเซ็นเตอร์ จากเดิมมี 50 แห่ง ปีนี้จะขยับเพิ่มให้ได้ 100 แห่งทั่วประเทศ และด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจของเอเชียสุพรีมมีอยู่ เชื่อมั่นว่าในปี 2557 จะคว้าฝันเป้าหมาย 1,000 ล้านได้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีม เปิดเกมรุกตลาดเครือข่าย อัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ดั้นเป้าสิ้นปี300 ล.








 


เอเชีย สุพรีม เข็นยุทธศาสตร์แ รงปี 56 หวังมุ่ง สานฝัน สมาชิกสู่ความสำเร็จ พร้อมแย้มปีที่ผ่านมาธุรกิจยังโตไม่ เต็มที่แบบก้าวกระโดด ประกาศอัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน พัฒนา สินค้าใหม่-ส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาด-เน้นสร้าง ระบบเสริมศักยภาพสมาชิก-สร้างแบรนด์บริษัทให้เกิด หวัง ดันยอดสิ้นปีทะลุ 300 ล้าน ชี้! ทิศทางธุรกิจขายตรงปี56 เติบโตดีไร้กังวล

นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอเชีย สุ พรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาว่า อัตราการเติบโตของบริษัทฯ ถือได้ว่ายังไม่ใช่เป็นการเติบโตแบบก้าว กระโดด โดยจะเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนิน ธุรกิจมาแล้วประมาณ 1 ปี 6 เดือน แต่เริ่มดำเนินธุรกิจแบบ จริงจังเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เท่านั้นเอง โดยในช่วง 6 เดือนที่ ผ่านมานั้น เรียกได้ว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาในระดับ หนึ่ง โดยมียอดขายในช่วงปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้าน บาท รวมถึงมีสมาชิกอยู่ที่ ประมาณ 6 พันกว่าคนด้วยกัน ที่ สำคัญ ในปีนี้ ต้องบอกว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของระบบ เรื่อง ของการพัฒนาสมาชิก ความ พร้อมของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ บริษัทฯ จะเน้นหนักในปีนี้นั้น มี อยู่ 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ 1. การมุ่ง เน้นสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของสมาชิก 2. การ มีสถาบันในการที่จะพัฒนา บุคลากร ในการพัฒนาสมาชิก ให้มีศักยภาพ มีความมั่นคงอยู่ ในอาชีพ เพื่อพร้อมเข้าสู่อาเซียน และ 3. การให้ความสำคัญ ใน เรื่องของชุมชน สังคม ที่ถือว่ามี ส่วนสำคัญ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ก็ มีมูลนิธิที่เป็นของบริษัทฯ ด้วย
สิ่งที่บริษัทฯ คาดหวังใน ปีนี้นั้น คือ อยากจะเป็นอีกหนึ่ง องค์กรที่มีอัตราการเติบโตแบบ ก้าวกระโดดเหมือนเช่นดั่งบริษัท อื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้บริษัทฯ มี ความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีอัตรา การเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะปัจจุบันนี้ บริษัทฯ เริ่ม มีผู้น้ำที่พร้อมสินค้าที่พร้อมรวม ถึงระบบการเทรนนิ่งที่พร้อม นั่นเอง ที่สำคัญ ในปีนี้ ยังมีเป้า หมายที่จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมกับคาดว่า จะมีสมาชิกสิ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คนด้วยกัน
นายสุธีร์ ยังเผยอีกว่า นอกเหนือจาก 3 ยุทธศาสตร์ที่ จะเน้นในปีนี้แล้ว การดำเนิน ธุรกิจเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 300 ล้านบาทนั้น ทางเอเชีย สุพรีม เอง ยังเตรียมที่จะผลักดัน อีก 4 กลยุทธ์สำคัญ ในการไปให้ ถึงเป้าหมายอีกด้วย คือ 1. การ พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 น่าที่จะมี กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่ 14-15 กลุ่มเพื่อตอบสนองความ ต้องการของตลาดที่มีความ หลากหลาย 2. การส่งเสริม กิจกรรมทางด้านการตลาดอย่าง ต่อเนื่อง เช่น โปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของสินค้า หรือ โปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 3. เน้นในเรื่อง ของการสร้างระบบ เพื่อเชื่อมโยง การทำงานกับสมาชิกให้เป็นไป ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้าง ศักยภาพของสมาชิกด้วย และ4. เน้นการสร้างแบรนด์ของบริษัทฯ ให้เกิดในปีนี้
ปีนี้บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เตรียมการอย่างรัดกุมอย่างมาก ทีเดียว ทั้งในเรื่องของระบบ ออนไลน์ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน นี้ สังคมยุคใหม่ถือเป็นสังคม เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อ การทำงานในยุคนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทฯ เองจะให้ความสำคัญ ในเรื่องระบบไอทีอย่างมากที เดียวในปีนี้ เนื่องจากไม่คิดที่จะ หยุดยั้งการทำธุรกิจเพียงแค่ใน ประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาด อาเซียนด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายในประเทศ เพื่อน บ้านบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น และล่าสุดได้เตรียมการจับมือ กับพันธมิตรใหม่ในประเทศ เพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อทำ ธุรกิจร่วมกันอีกด้วย
นายสุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ปีนี้ บริษัทฯ จะมีในส่วนของศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงระบบการ จัดจำหน่ายเพื่อที่จะให้เข้าถึงตัว สมาชิกได้เร็วมากขึ้นด้วย โดยจะ เป็นศูนย์ที่ให้ทั้งข้อมูลข่าวสาร กับสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยูทั้งสิ้น 3 สาขา คือ อิมพีเรียล ลาดพร้าว , หาดใหญ่ และเชียงใหม่ และ กำลังจะเปิดใหม่เป็นสาขาที่ 4 เร็วๆ นี้ ที่พิษณุโลก โดยเป้า หมายในปีนี้คาดว่าจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2-3 แห่งด้วยกัน ในพื้นที่ ภาคอีสานและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ ยัง มีในส่วนของคลังสินค้าอยู่ 8 คลังทั่วประเทศอีกด้วย อีกทั้ง แผนงานที่จะเปิดคลังสินค้าใหม่ เพิ่มอีก 10 คลังในปีนี้ และ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีสมาชิกที่ เป็นโมบายอีก 50 แห่งด้วยกัน พร้อมกับจะเพิ่มโมบายในปีนี้ให้ มากขึ้นอีกเป็น 100 โมบายด้วย ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ยังได้ เผยถึง กิจกรรมทางด้านการ ตลาดในปีนี้ว่า ทางบริษัทฯ ได้มี การวางนโยบายไว้อย่างชัดเจนที เดียว โดยจะมีการจัดกิจกรรมเป็น ในส่วนของการมอบของรางวัลใน เรื่องของการกระตุ้นยอดขาย สมาชิกที่จะมีการแบ่งออกเป็น ใน แต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของ กิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ในปีนี้จะมี ไปเที่ยวในประเทศ 2 ครั้งและต่าง ประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และ นิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปร โมชั่นรถยนต์ เป็นต้น
ต้องยอมรับว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราการเติบโต ของธุรกิจขายตรง ค่อนข้างมีการ เติบโตอย่างมากทีเดียว และ ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพอย่างมาก หากมอง ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่สำคัญ อุตสาหกรรมขายตรง ยังถือเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต อย่างมั่นคงและต่อเนื่องทุกปีอีก ด้วย และเชื่อว่าอุตสาหกรรม ขายตรงในปี 2556 นี้ น่าที่จะ เติบโตกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ที่สำคัญ จะเริ่มเห็น หลาย ๆ ค่าย ต่างออกอาวุธทาง ธุรกิจอย่างมากมายด้วยเช่นกัน นายสุธีร์ กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเอเชียสุพรีม (Asia Supreme) : มาฟอร์มยักษ์ ดึงสินค้าตลาดแมส - สู้ศึกขายตรงไทย


ถึงจะฟอร์มทีมไม่ยักษ์ แต่การรุกตลาดของ เอเชีย สุพรีม วันนี้ 2 ผู้บริหารหน่อเนื้อขายตรงพันธุ์แท้ ก็สู้ยิบตา เพื่อสร้างบ้านนี้ให้สวยสดงดงาม ภายใต้ชื่อ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด และทั้ง 2 ท่าน ได้รับเชิญจาก รายการ : ตลาดวิเคราะห์ มาเปิดยุทธศาสตร์ตามแบบฉบับบริหารของตัวเอง เอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ และ สมชาย ม่วงชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ 2 แรงแข็งขัน ที่จะปั้น เอเชีย สุพรีม ก้าวสู่ธุรกิจขายตรงระดับแนวหน้า

ทีมข่าว...แกะรอยเส้นทางความสำเร็จ เอเชีย สุพรีม ผ่านรองกรรมการผู้จัดการ เอกดนัย ซึ่งย้อนอดีตก่อนเข้าสู่ยุทธศาสตร์ว่า อันที่จริงชีวิตผมวนเวียนอยู่ในธุรกิจขายตรงก็ผ่านการบริหารมาหลายสนาม เป็นสมาชิกบ้าง เป็นแม่ทีมบ้าง ก็อาจเป็นช่วงจังหวะภายในที่ผู้บริหาร บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ต้องการผู้บริหารใหม่ ซึ่งตอนนั้นผมตั้งใจจะเป็นแม่ทีม คือตรงนี้รายได้จะ Unlimited อยู่แล้ว เพราะเราสามารถบริหารรายได้ บริหารเวลาได้หลาย ๆ อย่าง พอเจรจากันถึง ณ จุดหนึ่ง แนวคิดหลาย ๆ อย่างก็เห็นว่า น่าจะสร้างอนาคตร่วมกันในหลาย ๆ ด้าน และอยากจะฝากชื่อเรา ได้จารึกไว้ในวงการขายตรงสักครั้ง

ด้าน สมชาย ม่วงชาติ ก็เข้ามานั่งในฐานะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และยังกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ภายใต้องค์กรใหม่ กว่า 20 ปีที่อยู่ในวงการขายตรงถ้าเปรียบนักมวยก็จะมีระยะเวลาฉะนั้นการจะสำเร็จในธุรกิจขายตรงก็ต้องใช้ระยะเวลาเช่นเดียวกันเพราะหลังจากค้นพบตัวเองว่าเรามีความถนัดในเรื่องของการ Training บวกกับการยึดอาชีพฝึกอบรมตลอดเกือบๆ 20 ปีก็น่าจะถ่ายทอดวิชาดีๆเหล่านี้ไปให้ผู้คนรุ่นต่อๆไปได้

เมื่อรู้จักกับ เอเชีย สุพรีม ผ่านทางคุณเอกดนัย ที่เป็นคนคุ้นเคยกันดี และอยู่ในช่วงจังหวะที่เราได้ถอยออกจากค่ายหนึ่ง ก็มีการพูดคุยกับผู้บริหารและสมาชิก ว่า โดยปกตินักธุรกิจจะมีส่วนขายบวกขยาย ในการรักษาองค์กร เราเองก็น่าจะเป็นส่วนเติมเต็มตรงนี้ เพื่อพัฒนาให้สมาชิกเติบโตได้เช่นเดียวกัน

ทีเด็ดรง.ผลิตยักษ์ร่วมทุน
2 ผู้บริหารสปีดเต็มกำลัง
...แต่ถ้าหากกล่าวถึงการแข่งขัน ธุรกิจขายตรงในเมืองไทย ณ ตอนนี้ ต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดในช่วงต้นปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ตลาดขายตรงได้รับผลกระทบในเรื่องของวิกฤติน้ำท่วมเช่นเดียวกับหลาย ๆ ธุรกิจ ส่งผลให้การเปิดพุทธศักราชใหม่ หลาย ๆ บริษัทเริ่มชิงไหว ชิงพริบ ในวงการขายตรงอย่างมากมาย และแน่นอน 1 ในนั้น ก็คือ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน กุมภาพันธ์ 2555

ซึ่งพอจับสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็รวมระยะเวลา 6 เดือนที่บริษัทได้เปิดตัวมา โดยมีบริษัทแม่ของ เอเชีย สุพรีม คอยควบคุมดูแลอย่างบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ ภายใต้ชื่อ บริษัท ฟาร์มา คอสเม็ท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยา ก็เป็นแบ็คที่สำคัญให้กับบริษัท เอเชีย สุพรีม

การให้ 2 บริษัทแม่เข้ามาถือหุ้น อย่างบริษัท บริษัท ฟาร์มาคอสเม็ท จำกัด (มหาชน) โดดเข้ามาถือหุ้น 100% เต็ม โดยมีโรงงานขนาดใหญ่ที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน เพราะเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางติดอันดับท็อปเท็นของเมืองไทย ส่วน บริษัท T.O.P COSMETICS AND MANUFACTURE จำกัด เข้ามาถือหุ้นในเอเชีย สุพรีม 60% ส่วนอีก 40% เป็น share holder จากต่างประเทศอย่าง นิวซีแลนด์และแคนาดา เป็นต้น

เอเชีย สุพรีม ในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงกลายเป็นบริษัทเก่าที่มีมานานในการบุกตลาด Mass โดยมีฐานขายตรงจากสินค้าอุปโภค - บริโภคทั่วไป ซึ่งการเข้าสู่ตลาด Mass ด้วยความที่เป็นบริษัทมหาชน นี่คือโจทย์ที่สำคัญที่จะต้องแชร์ยอดขายตรงให้ได้ราว 60% และคงมีคำถามตามมาว่า ฉะนั้น ยอดขายจากตรงบริษัทนี้ดันได้ถึง 1,000 ล้านบาท หรือไม่ เอกดนัย ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

การต่อยอดของธุรกิจขายตรง เอเชีย สุพรีม ได้เข้ามาทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ฉะนั้น อย่างแรกเลยที่ต้องจัดการ นั่นคือ เรื่องของสินค้าตอนนี้เราเซ็ตสินค้าไว้ 5 รายการด้วยกันคือ 1. เครื่องสำอาง เราผลิตเองมาจากโรงงานของเราทั้งหมด 2. หมวดอาหารเสริม นำเข้ามาจากต่างประเทศ อย่างตัวเด่น ๆ คือ Good health ก็คือ คอลอสตรุม (Colostrum) แล้วก็ตัวอาหารเสริม Fish oil 1000 และ Garlic 3000 ซึ่งมาจากประเทศนิวซีแลนด์ และก็มีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงด้วย ส่วนสินค้าตัวอื่น ๆ อยู่ระหว่างการเจรจา โดยส่วนใหญ่จะเป็นสินค้านำเข้ามาจากประเทศเกาหลี อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์น้ำเอมไซน์ ที่มาจากเกาหลี ซึ่งปกติเราอาจจะได้ยินแต่ เอมไซน์ชนิดแห้งที่เป็นเม็ด ผง และเซรั่ม ซึ่งประเทศเกาหลีเน้นให้ความสำคัญทางด้านสุขภาพ จึงมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ Good health ตัวลดน้ำหนักที่กำลังอยู่ช่วงขอใบอนุญาต จากองค์การอาหารและยา (อย.)

ปัจจุบันสินค้าของ เอเชีย สุพรีม มีทั้งหมด 14 ชนิด และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเข้ามาอีก 3 ตัว ก็คือ เอมไซน์ชนิดน้ำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูล เจล รวมถึงกาแฟแก้ปวดเมื่อย ซึ่งจะมีความแตกต่างจากที่อื่น ส่วนสินค้าตัวเอกที่ออกมาในช่วงก่อนหน้า จะเห็นได้ว่าเป็น Fish oil หรือ น้ำมันปลา ซึ่งสามารถทดสอบคุณสมบัติสินค้าชนิดนี้ได้ ด้วยการเทียบเคียงโดยเอากล่องโฟมวางไว้ จากนั้นก็หยดน้ำมันปลาลงไป 3-4 หยด พอหยดไปไม่ถึง 3 นาที โฟมก็จะละลายหายไป บางคนอาจจะมีความกลัว หรือ กังวลว่าจะมีความเป็นกรดหรือด่าง และมีผลต่อ ตับ ไต และลำไส้ ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย

แต่จากผลการทดสอบและวิจัยหลาย ๆ ครั้ง ยกตัวอย่าง การทดสอบกับท้องแขนซึ่งเป็นส่วนที่แพ้ง่ายที่สุด ก็จะมีอาการแพ้หรือการระคายเคือง ก็เห็นจุดนี้ชัดเจนได้ นั่นคือ ปฏิกิริยาของโฟมทำเคมีกัน ซึ่งคุณสมบัติที่ดีข้อนี้ เปรียบเทียบได้ว่า สามารถละลายไขมันโดยเฉพาะในลำไส้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมือนกัน เอเชีย สุพรีม ก็มีผลการทดสอบที่ยืนยันว่า ไม่มีความเป็นกรด เป็นด่างที่อันตรายและมีค่าที่ปกติ ซึ่งถ้าลองเปรียบเทียบกับยี่ห้อที่มีในท้องตลาดเป็น 10 ยี่ห้อ ก็จะไม่เหมือนกับสินค้าชนิดนี้ ในตัวผลิตภัณฑ์ Fish oil หรือ น้ำมันปลา ก็มีถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อเม็ด และข้างขวดเขียนด้วยว่า ให้โอเมกา 3 มากถึง 500 มิลลิกรัม รวมถึงยังให้สารอาหาร EPA ที่ช่วยสลายไขมันต่อร่างกาย และ DHA มีส่วนช่วยบำรุงสมองให้ฉลาดและสายตา วิธีรับประทานก็ง่ายสำหรับเด็ก ก็สามารถผสมลงไปในอาหารได้ หรือ ผู้ใหญ่ก็ทานเป็นเม็ดได้อย่างสะดวก ซึ่งใน 1 ขวดจะมีจำนวน 60 แคปซูล ราคา 1,000 บาท แต่สำหรับคนที่ต้องการขายปลีกและราคาสมาชิกข้างขวดก็อยู่ที่ 750 บาท เท่านั้น ต้องบอกว่าสินค้าตัวเอกของ เอเชีย สุพรีม ไม่ใช่มีแค่ตัวเดียว แต่อีกตัวหนึ่งที่เด่น เป็นน้องใหม่มาแรงก็คือ Colostrum เพิ่งเปิดตัวสินค้าไป วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา Colostrum เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศนิวซีแลนด์ มีทั้งหมด 5 ตัว ซึ่งคล้าย ๆ นมอัดเม็ดสำหรับเด็ก และเป็น Colostrum 100% เป็นตัวที่ไม่ผสมนมผงหรือเป็นนมเหลือง เหมาะสำหรับบางคนที่ไม่กินนมวัว

สำหรับคุณประโยชน์สินค้าตัวนี้ เรียกได้ว่า เป็นสารตั้งต้นน้ำนมแรกคลอด 72 ชั่วโมงของวัว เป็นนมเหลืองที่มีสารอาหารมากและมีวิตามินสูง ซึ่งจะมีในสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด และมีอยู่ในคนที่มีสารตั้งต้นน้ำนม 24 ชั่วโมงแรกของการคลอดบุตร ซึ่ง Colostrum ก็ได้ใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา เป็นที่เรียบร้อย

ส่วนการเพิ่ม line สินค้า จะมีการเพิ่มเกี่ยวกับสินค้าในครัวเรือนเข้ามา เช่น ยาสีฟัน และปลายปีนี้จะเพิ่มในส่วนของ น้ำยาล้างจาน ครีมบำรุงผิว โฟมล้างหน้า และแชมพู ส่วนผงซักฟอกเป็นปีหน้า โดยรวมแล้วสินค้าของบริษัท เอเชีย สุพรีม ก็ถือว่าเยอะ แต่ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังดึงสินค้าจาก บริษัท ฟาร์มาคอสเม็ท จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะสินค้าโฟมล้างหน้า Tea Tree และ Scacare เป็นสินค้าที่โด่งดังและขายดีมากในตลาดแมส ก็จะนำสินค้าตัวนี้เข้ามาทำการตลาดเครือข่ายของ เอเชีย สุพรีม โดยจะมีการเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนคำว่า Gold หรือ Plus เข้าไปในตัวสินค้าด้วย เพื่อไม่ให้กระทบกับชื่อสินค้าเดิม

ก้าวไกลไปกับ เอเชีย สุพรีม
ปูพรมด้วยระบบเทรนนิ่ง
ส่วนความเคลื่อนไหวทางด้านยอดขายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เอเชีย สุพรีม ตั้งเป้ากวาดยอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาท ซึ่ง ณ ตอนนี้ยอดขายอยู่ที่ 30% ก็ต้องรอลุ้นก่อนว่าจะได้เท่าไหร่ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนสาขาที่เปิดขึ้นมารรองรับก็มีความพร้อมในเรื่องของสินค้า ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ หรือ โรงงานตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 5 ฝั่งธนบุรี ใกล้กับนครปฐม เหตุผลที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากกรุงเทพมหานคร ก็เพราะว่าเรามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นั่น คือเราต้องการการันตีภาพความเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยโดนน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว เพราะเราต้องการให้ทุกคนเห็นกระบวนการผลิต และที่สำคัญตอนนี้สำนักงานใหญ่สร้างเสร็จแล้ว ก็แบ่งออกเป็น 2 สาขา คือที่ กรุงเทพฯ สาขาอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 3 อยู่ที่เดียวกับสถานี IN TV และเพิ่งเปิดดำเนินการไปไม่นาน ส่วนอีกสาขาหนึ่งตั้งอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดก็กำลังดูที่หาดใหญ่และสระบุรีเพิ่มเติมด้วย

เมื่อสินค้าพร้อมรบ โรงงานพร้อมรบ ในส่วนของฝ่ายพัฒนาธุรกิจหรือฝ่ายงานเทรนนิ่ง ก็มีความพร้อมไม่แพ้กัน โดยหัวเรือใหญ่ สมชาย ก็ได้พูดถึงการปฏิบัติงานในภาคสนามที่ทำควบคู่ไปกับเทรนนิ่งว่า เราเริ่มต้นเจาะพื้นที่ในแต่ละภาคเป็นสำคัญ อย่างเช่น เชียงใหม่ ที่ได้ลงพื้นที่ ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมถึงการวางระบบเพื่อให้สมาชิกพัฒนาด้านศักยภาพ ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก หรือเป็นงานรองก็สามารถทำได้ โดยเฉพาะสินค้าตัว Colostrum บอกได้เลยขายง่ายมาก คือกินแล้วสูง กินแล้วฉลาด กินแล้วดีต่อสมอง คือสินค้าแบบนี้ หรืออาหารเสริมแบบนี้ก็มีวางขายในร้านขายยาอยู่แล้ว ง่าย ๆ เพียงแค่คุณแนะนำให้คนอื่นมาซื้อในราคาสมาชิก ก็เหมือนกับได้ทานสินค้าฟรี

ฉะนั้น การจัดการวางแผนจึงต้องเป็นระบบ เพราะสินค้าค่อนข้างมีครอบคลุมทุกประเภท โดยจะพยายามฉีกแผนการตลาดต่างจากอดีต แต่ก็คงคล้าย ๆ กับบริษัทอื่น แต่ระบบการจัดการสมาชิกของที่นี่ อาจจะมีความแตกต่างที่อื่นพอสมควร โดยแผนการตลาดเป็นแผนแบบไบนารี่พันธุ์ผสม กึ่งวีคกึ่งสตรอง ซึ่งมีความแตกต่างจากที่อื่น เพราะที่นี่สามารถที่จะสร้างระบบได้ทันที อย่างเช่น เริ่มต้นที่เดือนแรกเข้ามาเรียนรู้ จนกระทั่งถึงเดือนที่สาม เราการันตีมีรายได้หลักแสนว่าได้แน่นอน จึงทำให้สมาชิกมีรายได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นมา

ผมมีความรู้สึกว่าปัจจุบันบางคนวิ่งหาแผนแต่จริงๆแผนการตลาดแบบสแตร์สเต็ปและ Binary ก็อยู่ได้ทั้ง 2 แผนเหมือนกันเพราะฉะนั้นสินค้าก็คงไม่ได้แตกต่างอะไรกันเท่าไหร่แต่สมาชิกก็จะอยู่ได้เพราะระบบเป็นตัวรักษาองค์กรให้อยู่ได้ยกตัวอย่างเช่นกิจกรรมทางการตลาดต่างๆก็มีการกระตุ้นการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลาย ๆ บริษัทอาจเน้นเรื่องการขายสินค้า เพื่อต้องการเอายอดขายมาก่อน ฉะนั้น ระบบการฝึกสอนให้กับสมาชิก จึงเป็นส่วนที่สำคัญอย่าไปเจาะจงอยู่ที่แผนการตลาด เพราะการดูแลสมาชิกให้เข้าใจการ Training ก็จะเกิดการตลาดตามมาในอนาคต

สำหรับกลยุทธ์เชิงรุก เอเชีย สุพรีม ก็เลือกปักธงเปิดสาขาที่หาดใหญ่ รวมถึงเจาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ในวันเปิดตัว Colostrum มีคนมาร่วมงานกว่า 70 คน รวมถึงผู้นำมุสลิมก็เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ส่งผลให้ในพื้นที่ที่หลายคนบอกว่า เจาะยากเหลือเกินทางภาคใต้ใน 3 จังหวัดนี้ แต่กลับกลายว่า มีผลตอบรับที่ดีเกินคาด

ในเรื่องของโปรโมชั่นที่ เอเชีย สุพรีม วางไว้ เพื่อเอาใจสมาชิก นั่นคือ การพาสมาชิกไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิต เอมไซน์ ที่ประเทศเกาหลี รวมถึงโปรโมชั่นสุดพิเศษแจก New Ipad แก่สมาชิกอีกด้วยในปีนี้ ส่วนช่วงปลายปีจะพาไปเที่ยวที่เกาหลีและฮ่องกง และต้นปีช่วงเดือนมีนาคม เมษายน 2556 จะไปดูโรงงานการผลิต Colostrum รวมถึงมีนโยบายเชิญสื่อมวลชนไปชมกระบวนการผลิตที่เกาหลีอีกด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : อย. ไฟเขียวโคลอสตรุม 5 รายการ เอเชีย สุพรีม จัดเต็มรุกตลาดภูธร


เอเชีย สุพรีม เปิดศึกลุยตลาดไตรมาส 3 หลังโคลอสตรุมผ่าน อย. แล้ว ทั้ง 5 รายการ เดินเครื่องลงสนามครอบคลุมทุกภาค หวังดัน ยอดโคลอสตรุมสิ้นปี 120 ล้านบาท รอท่า เปิดสาขานอกกรุงเพิ่ม 2 แห่ง ด้านแผนพัฒนา ระบบออนไลน์ เพิ่มความสะดวกให้กับสมาชิก สิ้นเดือนระบบสมบูรณ์ 100% พร้อมส่งสินค้า ปิดท้ายปีนี้กับสินค้าใหม่อีก 3 รายการ


สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า หลัง บริษัทจัดงานฉลองครบรอบ 1 ปี ส่งผลให้ภาพ รวมบริษัทนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และเพื่อ เป็นการสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่ง ของทีมงาน บริษัทได้จัดอบรมให้กับสมาชิก ทั่วประเทศ เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจใน ผลิตภัณฑ์และการสร้างความมุ่งมั่นในการทำ ธุรกิจให้สำเร็จ


ในส่วนของสมาชิกปัจจุบันมีจำนวน ทั้งสิ้น 3,000 รหัส และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10,000 รหัส และมีฐาน สมาชิกอยู่ทั่วประเทศ โดยในภาคเหนือมีฐาน สมาชิกที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดูแลทีมงานภาค- เหนือตอนบนทั้งหมด ส่วนภาคใต้มีฐานตลาด ใหญ่ ที่จังหวัดปัตตานี, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, หาดใหญ่ และในขณะนี้บริษัท กำลังขยายฐานไปสู่จังหวัดชุมพร


ขณะที่พื้นที่ในภาคกลางตอนบน โดย เริ่มจากจังหวัดสระบุรีขึ้นไป และในกรุงเทพฯ ขณะนี้มีทีมงานที่นับว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ หลายทีม และเป็นทีมที่มีผลงานโดดเด่นมาจาก ที่อื่น แต่มีความตั้งใจที่จะมาร่วมงานกับเอเชีย สุพรีม เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ในกรุงเทพฯ บริษัทได้เปิดสาขาเพิ่มอีก 1 สาขา ที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ส่วนในจังหวัดสระบุรี และหาดใหญ่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดหาสถานที่


ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำบริษัท เข้าสู่ธุรกิจในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยในปีหน้า บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปร่วมธุรกิจกับบริษัท ท้องถิ่นให้เป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี หลังจากที่บริษัทได้เซ็นสัญญาลงนามการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุม ผ่านช่องทาง MLM กับ บริษัท กู๊ดเฮลธ์ โปรดักส์ จำกัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบและ ได้รับเครื่องหมาย อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 5 รายการ


สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุม ไม่ได้เป็นสินค้าใหม่ในประเทศไทย หากแต่ก่อน หน้านี้เคยมีผู้ประกอบการนำผลิตภัณฑ์เข้ามา จำหน่าย แต่มีเหตุต้องทำให้หยุดไปและที่ผ่าน มาบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ยกเลิกสัญญากับทาง ผู้นำเข้าเดิมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้ เอเชีย สุพรีม เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวใน ประเทศไทยและประเทศแถบอินโดจีน โดย บริษัทตั้งเป้าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคลอสตรุมไว้ที่ 25% หรือคิดเป็นยอดขาย 120 ล้านบาท ในปีนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลองทำ ตลาดผลิตภัณฑ์โคลอสตรุม ให้กับนักเรียนใน โรงเรียนตา่ งๆ ที่เขา้ รว่ มโปรแกรมไดรั้บประทาน และหลังจากนั้นบริษัทจะมีการวัดผลก่อนและ หลังการรับประทานโคลอสตรุมทุกๆ 3 เดือน


เอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการ- ผู้จัดการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าว เพิ่มเติมว่า ในส่วนของแผนการตลาด บริษัทได้ วางระบบการทำงานแบบออนไลน์ที่ดำเนินการ แล้วเสร็จไปแล้วประมาณ 90% ซึ่งสมาชิก สามารถทำงานได้ทุกๆ ที่ที่มีอินเทอร์เน็ต และ สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้อย่าง สะดวก ขณะที่การขนส่งสินค้าให้กับสมาชิก ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถรับสินค้าได้ภายใน 2 วัน และสามารถระบุได้ว่าสะดวกที่จะเข้าไป รับสินค้าได้ที่สาขาไหนจุดใด คาดว่าไม่เกิน สิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ระบบออนไลน์จะแล้วเสร็จ และใช้งานได้ครบ 100% ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ รองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต


อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเพิ่มความ สะดวกสบายให้กับสมาชิกในการขยายตลาด ไปยังต่างประเทศ บริษัทได้ออกบัตรเงินสด ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งบัตรดังกล่าว จะเป็นทั้งบัตรเอทีเอ็มและบัตรวีซ่าในบัตร เดียวกัน ขณะที่แผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ อีก 3 เดือนจากนี้ไป บริษัทจะเปิดเพิ่มอีก 3 รายการ ในกลุ่มสินค้าควบคุมนํ้าหนักของ กู๊ดเฮลธ์ สินค้าที ทรี ออยล์ โฟมอาบนํ้า สินค้า นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย กาแฟเพื่อ สุขภาพ และนํ้าเอนไซม์จากประเทศเกาหลี และปลายปีจะนำเข้าสินค้าที่ใช้ในครัวเรือน จากโรงงานทีโอพีพีเข้ามาทำตลาด


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555