ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวบีฮิบ (Bhip) : "บีฮิบ" ผุดกลยุทธ์กู้ศรัทธา ชูสินค้าบวกสื่อคลำเป้ายอดขาย 500 ล.







bhip (Mobile)

 


"บีฮิบ" เดินหน้ากู้ศรัทธา ปรับภาพลักษณ์ใหม่ กระตุ้นยอดขาย มั่นใจปี 56 รายรับพุ่ง 500 ล้านบาท ยกสินค้าดูแลสุขภาพสุดเจ๋ง ผุดไอเดียดึงสมาชิกโปรโมต บริษัทเมินใช้ดาราคนดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ ยึดคอนเซปต์เน้นที่การเปลี่ยนแปลงชีวิต ได้จริง เปลี่ยนแนวคิดของคนให้ดีขึ้น


นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้เจอผลกระทบจากบุคคลบางกลุ่มที่หาผลประโยชน์ด้วยการโพสต์ข้อความในอินเตอร์เน็ตขายสินค้าบีฮิบในราคาที่ถูกกว่าราคาจากบริษัท เนื่องจากสินค้าบริษัท บีฮิบ กำลังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทำให้มีผู้ไม่ประสงค์ ดีทำการโฆษณาขายสินค้าในอินเตอร์เน็ตหลอกลวงเงินจากท่านที่สนใจ จนทำให้บริษัท ได้รับความเสื่อมเสีย


ทั้งนี้ ทำให้ภาพรวมยอดขายในปี 2555 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 400 ล้านบาท ตกลงถึง 20% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มียอดขายประมาณ 500 ล้านบาท ทำให้ปี 2556 บริษัทได้เตรียม แผนจะสร้างภาพลักษณ์กลับมาด้วยการตั้งเป้าจะทำให้ดีกว่าปีก่อน ซึ่งยอดขายต้อง อยู่ในระดับที่เคยทำได้ที่ 500 ล้านบาท โดย เริ่มจากการแก้ไขภาพลักษณ์ บริษัทอาจจะ มีการจัดงานแถลงข่าวบ่อยขึ้น เนื่องจากปีที่แล้วไม่มีใครรู้จักบีฮิบ พอเกิดเรื่องขึ้นมา ทำให้เหมือนกับว่าบริษัทได้ทำการหลอกลวงจริง


ดังนั้น ทางบริษัทจะจัดงานแถลงเชิญ สื่อมากขึ้น และจะเน้นระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้วยการใช้สินค้าเป็นตัวนำ คือบริษัทมีสินค้า ที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าสมาชิก ที่ได้ใช้สินค้าจะต้องได้รับประโยชน์ที่ดีและไปบอกต่อกันแน่นอน นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการจัดตั้ง "โครงการดูแลสุขภาพก่อนจะป่วย" ขึ้นมา ซึ่งได้ตั้งโครงการนี้มาได้ 2 เดือนแล้ว ถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก


"โครงการนี้ทางบริษัทได้จะตั้งมาได้ 2 เดือนแล้ว ฐานสมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย และมีครอบครัว ซึ่งการที่ญาติผู้ใหญ่ เข้ามาในโครงการนี้ จะได้รับความรู้เพื่อ ช่วยป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้น และเวลากลับไปบ้านก็สามารถไปบอกลูกหลานไว้แต่เนิ่นๆ จนนำไปสู่การพามาร่วมโครงการ นี้ ซึ่งโครงการนี้ทำให้ลดการต่อต้านจาก สังคมที่มองบริษัทไม่ดีลงไปได้เยอะ เพราะโครงการนี้ทางบริษัทเน้นดูแลป้องกันไม่ให้ป่วยง่ายๆ และอายุเฉลี่ยที่เข้ามาอยู่ที่ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่ทำงานและกำลังจะตั้งหลักปักฐานมีครอบครัว"


อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 บริษัทบีฮิบ จะมีการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วยการใช้สมาชิกบริษัทที่ประสบความสำเร็จและอยู่ในสาขาอาชีพต่างๆ ออกมาโปรโมต สินค้าบริษัท โดยจะไม่เน้นไปที่การดึงดารานักแสดงเข้ามาโปรโมต เนื่องจากบริษัทจะเน้นสมาชิกที่ทุ่มเทกับธุรกิจบีฮิบเป็นศูนย์รวมไม่ได้เน้นดารา


นอกจากนี้ บริษัทบีฮิบได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดงาน มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ ให้แก่สมาชิกที่ประสบความสำเร็จ "CHAM-PION THE DAY" ที่จัด 4 เดือน/ต่อครั้ง ปรับมาเป็นเพียงจัด 2 ครั้งในปี 2556 นี้ และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น GLOBAL CONVENTION ซึ่งจะจัดงานที่เมืองทองธานีทั้ง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เดือนกรกฏาคม และ ครั้งที่ 2 เดือนพฤศจิกายน และการจัดงาน ครั้งนี้จะมีการเปิดตัวสินค้าอาหารเสริมเป็น หลัก เนื่องจากได้มีการคิดค้นปรับปรุงสูตร ให้เหมาะสมกับคนเอเชีย อีกทั้งเตรียมเชิญแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมาร่วมงานคับคั่งแน่นอน


"อย่างที่ทราบกันดีบริษัทบีฮิบเน้นไปที่ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นหลัก เน้นการทำงานออนไลน์ที่ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา และการจัดส่งสินค้ารวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ บนโลกออนไลน์ ส่วนการที่จะขยายเปิดสาขา ออกไปนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้เน้น เพราะเวลานี้บริษัทมีที่ให้สมาชิกเข้ามาใช้บริการอยู่หลักๆ เพียง 3 แห่ง แต่สมาชิกของบริษัท ส่วนใหญ่จะไปเปิดสาขากันเองถึง 30 กว่าแห่ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้บริษัทครอบคลุมไปได้ทุกพื้นที่ แต่ยังไงก็ตาม คอนเซปต์ ธุรกิจเราคือ ไม่เน้นความใหญ่โตโอ่อ่า หรือ ความหรู แต่จะเน้นที่การเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง เปลี่ยนแนวคิดของคนให้ดีขึ้น"


สำหรับสมาคมส่งเสริมธุรกิจเครือข่าย ขายตรงไทย (TDNA) ที่กำลังจัดเตรียมเปิด ตัวในเร็วๆ นี้ โดยทาง บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เพิ่งเข้ามาอยู่ในสังกัดนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทบีฮิบเชื่อมั่นในแนวทางที่สมาคมเข้ามาช่วยจะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจขาย ตรงที่ยังไม่มีกฎหมายมารองรับกับธุรกิจนี้ได้ เพื่อจะทำให้ธุรกิจสามารถเติมโตได้อย่าง ต่อเนื่อง โดยที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจในอนาคต และจะช่วยเชื่อมโยงให้การ ทำงานที่ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ออกมาในทิศทางที่ดี


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวบีฮิบ (Bhip Thailand) : "บีฮิบ" ต้องเรียก "ศรัทธา"


เหมือนจะไม่มีอะไร สุดท้ายก็มีอะไรจนได้ช่วงนี้ข่าวสารของธุรกิจขายตรงในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ของบริษัทใดแบรนด์ใด ก็ต้องหลบให้กับกระแส ไมเคิล ซาเฟล สมาชิกนักขายของ บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของ ตาล-กัญญา รัตนเพชร์ ดาราสาวไทย


ไมเคิล ซาเฟล ตามรายงานข่าวหลายสำนักระบุว่า เป็นแฟนหนุ่มของ ตาล-กัญญา ซึ่งจริงไม่จริงอย่างไร ผู้เขียน ไม่อยากจะทิ้งน้ำหนัก


แต่ที่ดังจนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ในช่วงนี้ ก็คือ ไมเคิล ซาเฟล นักขายระดับไดมอนของ บีฮิบ ถูกกล่าวหาในโลกออนไลน์ว่า ทำธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่


โดยจากข้อหาที่กล่าวกันในเว็บไซต์ที่ออกมาเป็นข่าวครึกโครมว่า ไมเคิล คือ นักธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างสาหัสไปถึงค่ายต้นสังกัดของนักขายผู้นี้


บีฮิบ รับผลกระทบเต็มๆ ซึ่งในส่วนตัวของนักขาย เมื่อดูจากข่าวที่ สยามธุรกิจ ได้ลงไปในฉบับก่อนหน้า จะเห็นถึงช่องทางการเกิดขึ้นของข่าว โดยผู้บริหารประจำประเทศไทยของ บีฮิบ อย่าง ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ ที่เผยต่อ สยามธุรกิจ ว่า ที่มาของข่าว น่าจะเป็นบรรดาทีม งานเก่าของ ไมเคิล ซาเฟล ที่โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อ ไมเคิล


เรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่แดงขึ้น จนเมื่อ วันหนึ่งที่นิตยสารดารา แอบไปเห็นโพสต์ดังกล่าว และสืบทราบว่า คนที่ถูกกล่าวหา ที่ชื่อ ไมเคิล ซาเฟล เป็นแฟนหนุ่มของ ตาล-กัญญา ซึ่งเป็นดาราสาวสวยของเมืองไทย ทำให้นิตยสารเล่มนั้นนำเรื่องที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์มาขยายเชื่อมโยง จนโด่งดังกลายเป็นที่พูดถึงของแวดวงดารา และวงการ ขายตรงอยู่ในช่วงนี้


เรื่องที่เกิดขึ้นหากมองในสายตาของคนวงในธุรกิจ MLM หลายสายตา มองเป็นเรื่องการเตะตัดขาของผู้ที่ไม่ชอบในตัวของ ไมเคิล ซาเฟล หรืออาจไม่ชอบบริษัท จึงไปโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์


แต่ในทางกลับกันในสายตาของผู้ที่ไม่ได้คลุกคลีกับธุรกิจ ขายตรงอย่างลึกซึ้ง มองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงมากกว่า 70-80% ยิ่งเมื่อ ตัน-ภาสกรนที เจ้าของเครื่องดื่มชาเขียว อิชิตัน ออกมากล่าวว่าเคยไปร่วมงานประชุมของ บีฮิบ โดยภาพที่เห็นคือ มีแต่กลุ่มวัยรุ่นที่เข้าประชุมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ ตัน มอง บีฮิบ ไปในทางลบ จนกลายเป็นข่าวคราวเรื่องนี้ บีฮิบ ยิ่งเสีย เพราะต้องยอมรับว่า ตัน คือ คนดัง และค่อนข้างมีอิทธิพลต่อคนไทยพอสมควร


เรื่องต่างๆ ที่ฉายออกมา แสดงให้เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องเล็กสำหรับ บีฮิบ เสียแล้ว


บริษัทต้องหากลยุทธ์เรียกศรัทธา จะรอให้มีคนต้องการ ความจริงแล้วไปขอข้อมูลของบริษัทจากหน่วยงานรัฐ อย่างที่บอกกับ สยามธุรกิจ ดูจะไม่ดี เพราะในโลกความเป็นจริง นิสัยคนไทยอาจลืมง่ายก็จริง แต่ทุกวันนี้บริษัทขายตรงในเมืองไทยมากเหลือเกิน หากรอให้ข่าวดับ หรือลดหายจาก การเป็นกระแสดูจะช้าเกินไปแน่


เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ง่าย หากจะเรียกเสียงคะแนนคืน


วันนี้คนไทยที่รู้เรื่องของ บีฮิบ จากข่าวดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่า บีฮิบ เป็นธุรกิจขายตรงที่ดี หรือไม่ดีอย่างไร


แต่ผู้บริโภคกำลังจะมองข้าม บีฮิบ ซึ่งบริษัทต้องทำ อะไรขึ้นมาเพื่อเรียกชื่อเสียงความนิยม โดยหากยังเงียบ ไม่เอา ของดีของบริษัทออกมาโชว์เห็นทีคงเหนื่อยหนัก


การยืนเป็นเป้านิ่งเพื่อเก็บแรงรอคู่ต่อสู้เหนื่อยแล้วค่อยสวนหมัดออกไป บางครั้งก็ยากที่จะเร่งทำคะแนนคืน หรือ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ การที่ยืนตั้งรับไม่ไหวจนน็อกคาเวที ต่อยไม่ ครบยกก็เป็นเรื่องที่น่ากลัว...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1335 ประจำวันที่ 15-9-2012 ถึง18-9-2012

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวบีฮิบ (Bhip Thailand) : "ชัยวัฒน์" ชี้ "บีฮิบ" โปร่งใสพร้อมให้ตรวจ "ไมเคิล ซาเฟล" โดนทีมงานเก่ายัดข้อหาแชร์ฯ


ชัยวัฒน์ แม่ทัพใหญ่ บ. บีฮิบ (ไทยแลนด์) ชี้ ไมเคิล ซาเฟล นักธุรกิจระดับไดมอนของบริษัท เพื่อนชายคนสนิทของ ตาล-กัญญา ดาราสาวไทย โดนโจมตีจากทีมงานเก่า บอกไม่โทษ เสี่ยตัน ที่กล่าวหาบริษัททำธุรกิจไม่ชอบมาพากล ยอมรับภาพ ที่เห็นอาจทำให้คนที่ไม่ได้คลุกคลีธุรกิจมองไม่ดีได้แต่ขอวอนไม่ขอท้าใครข้องใจใน บีฮิบ ก็ให้ไปร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่โพสต์กล่าวหาใน โลกอินเตอร์เน็ต บริษัททำงานโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบ!

นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยถึงประเด็นของ มร.ไมเคิล ซาเฟล สมาชิกระดับไดมอนของบริษัท กับ ตาล-กัญญา รัตน-เพชร ดาราสาวไทยที่กำลังเป็นข่าวว่า เพื่อนหนุ่มคนสนิทของ ตาล ทำธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ กับ สยามธุรกิจ ว่า เรื่องของการกล่าวหาที่ว่า ไมเคิล ซึ่งเป็นสมาชิกนักธุรกิจของบีฮิบ ว่า ทำธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่นั้นเป็นการโจมตีของคนที่รู้จัก ไมเคิล ซึ่งอาจเป็นทีมงานเก่าของ ไมเคิล ที่อาจไม่ชอบหรือต้องการให้ชื่อเสียงของนักธุรกิจผู้นี้เสียหาย

จากข่าวที่ออกมา เป็นการโจมตีจากคนเก่า ซึ่ง อาจเป็นทีมงานคนเก่าของ ไมเคิล ที่มีความต้องการให้ ไมเคิล เกิดความเสียหายในเรื่องของชื่อเสียงในการทำธุรกิจ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นมาในโลกของอิน-เตอร์เน็ตมีการโพสต์ข้อความโจมตี ไมเคิล ซึ่งเป็นนักธุรกิจของบีฮิบระดับไดมอน โดยในเนื้อหาของการโพสต์ก็มีทั้งต่อว่า มีการโพสต์ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นมา ระยะหนึ่ง จนนักข่าวที่ตามข่าว ตาล-กัญญา ซึ่งเป็นดาราสาวเกิดเห็นข้อความนี้ และทราบว่า ไมเคิล กำลังสนิทสนมกับ ตาล-กัญญา เลยนำเรื่องในโลกอิน-เตอร์เน็ตขึ้นมาโยง และกลายเป็นข่าวว่า เพื่อนชายของ ตาล เป็นนักธุรกิจฉ้อโกง ชัยวัฒน์ ชี้แจง

ซึ่งในเรื่องนี้ ยังได้ถูกโยงไปถึง ตัน ภาสกรนที เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชาเขียว อิชิตัน ในมุมที่ว่า คุณตัน เคยถูกเชิญให้ไปพูดในงานประชุมของบริษัทครั้งหนึ่ง และคุณตันเห็นว่ามีวัยรุ่นเข้าร่วมประชุมมาก อีกทั้งมีการปลุกเร้าจนคุณตันเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล และไม่ยอมรับ งานขึ้นพูดให้กับบริษัทนี้อีก โดยคุณตันมอง ว่า บริษัทนี้ทำธุรกิจไม่ชอบ

โดยในเรื่องนี้ ชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากที่มีข่าวออกมาว่า คุณตัน กล่าวหาว่าบริษัททำธุรกิจไม่ชอบมาพากลนั้น จากความรู้สึกเมื่อเห็นข่าว ทำให้ตนต้องกลับไป ดูเทปของงานดังกล่าว ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณตันเห็นแค่นั้นย่อมรู้สึกเช่นนั้นได้ ซึ่งตนก็ไม่โทษคุณตันที่กล่าวหาบริษัทในทำนองนั้น โดยในการประชุมครั้งนั้น เป็นการประชุมที่ แม่ทีมได้เชื้อเชิญคุณตันมากันเอง ไม่เกี่ยวกับบริษัทแต่อย่างใด

ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ถือว่าสร้างความ เสียหายในส่วนของชื่อเสียง บีฮิบ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก คุณตัน นับเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในเรื่อง นี้ บีฮิบ ต้องพยายามสร้างศรัทธาให้กลับมาในเร็ววัน

ทางบริษัทคงจะไม่ถึงขั้นที่จะเปิดโต๊ะ แถลงข่าวชี้แจงแต่อย่างใด ถึงแม้เวลานี้บริษัทจะถูกมองในด้านลบก็ตาม เนื่องจากความจริงย่อมเป็นความจริง โดย บีฮิบ ได้มีการทำงานในเรื่องของการถ่ายทอดความจริงให้แก่สมาชิกได้ส่งต่อความจริงไปสู่ผู้บริโภคอยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาดึงศรัทธากลับมา ผู้จัดการ บีฮิบ ไทยแลนด์ เผย

จากการโจมตีบริษัทผ่านสื่อออนไลน์ นับเป็นสิ่งที่ไม่ดี ซึ่ง บีฮิบ ต้องการบอกให้ผู้บริโภคที่เกิดความเสียหาย หรือมีความ ข้องใจสงสัยในการทำงานของ บีฮิบ ให้ยื่นเรื่องไปสู่หน่วยงานรัฐ ซึ่งธุรกิจขายตรง เรามีทั้ง สคบ. และบก.ปคบ. เป็นหน่วยงาน ที่ควบคุมกำกับดูแลอยู่ ใครมีอะไรก็ร้องเรียน ได้ ซึ่ง บีฮิบ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกอย่าง

บริษัทไม่ได้ต้องการฟ้องร้องหรือเอาอะไรกับผู้ที่โจมตีบริษัท และคงไม่ขอแก้ตัวแต่อย่างใด แต่ บีฮิบ ต้องการให้คนกลางซึ่งเป็นตำรวจได้ออกมาพูดถึงบริษัท จะดีกว่า เพราะตนและ บีฮิบ ทำธุรกิจด้วยความจริง และพร้อมให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ หากใครรู้สึกว่าถูกบริษัทหลอก ก็สามารถร้องเรียน หรือฟ้องร้องต่อสคบ. หรือ ตำรวจได้เลย ซึ่งตนไม่ได้ท้า หรืออะไร แต่บริษัทพร้อม เพราะเราอยู่ในโลกของความเป็นจริง และถูกต้อง ชัยวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการทำงานเพื่อ เรียกศรัทธาจากข่าวลบที่ออกมา ชัยวัฒน์ได้วางไว้ 3 ข้อ คือ 1.ทำอย่างไรให้คนได้เห็น ความจริง โดยบริษัทต้องการให้ผู้ที่สงสัยไปรับข้อมูลบริษัทจากตำรวจ ซึ่งบริษัทมีความจริงใจ 2.พยายามส่งคำชี้แจงที่เป็นความจริงไปยังสื่อต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็น ความจริง 3.การทำงานของบริษัทต่อไปในอนาคต คงต้องเปิดเผยตัวตนให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ ชัยวัฒน์ ยังได้กล่าวถึงข่าวไม่ดีที่มีผลต่อบริษัท ทั้งเรื่องที่กล่าวมานี้ และข่าวไม่ดีที่ออกมาในช่วงก่อนหน้าว่า ใน เรื่องของยอดขายนั้น บริษัทคงต้องปล่อย ให้เป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งในข่าวของ ไมเคิล ซาเฟล ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ตนไม่เคยเจอ ซึ่งจากเดิมที่มีการแข่งขันในการทำ ธุรกิจ แต่ตอนนี้ต้องต่อสู้กับสิ่งที่ไม่เห็นตัวตน ถือเป็นเรื่องใหม่ของตนและบริษัท แต่อย่างไร ก็ดี ในอีกมุมก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะ บีฮิบ ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งต่อไปจะทำอะไรคงกลายเป็นที่จับตามอง


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1334 ประจำวันที่ 12-9-2012 ถึง14-9-2012