ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วี-เน็ต โกลบอล (ประเทศไทย) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วี-เน็ต โกลบอล (ประเทศไทย) แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว วี-เน็ต (V-Net) ผุดธุรกิจเครือข่ายขายตรง (MLM) แนวใหม่ สคบ.ไฟเขียวไม่ต้องจดทะเบียนขายตรง


อะเมซซิ่ง วี-เน็ต โกลบอล (V-Net Global) ธุกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดเทคโนโลยี เมมแบรนชิพ แปะซิมการ์ด จ่ายบิลต่าง ผ่านมือถือได้ทันทีชูจุดเด่น เปลี่ยนรายจ่าย ให้เป็นรายได้ ขยายเครือข่ายด้วยการบอกต่อสมาชิกเตรียมเฮ! ได้ผลตอบแทน 2 เด้งผ่านแผนเมทริกซ์และเปอร์เซ็นต์จากการจ่ายค่าบริการต่างๆ ผ่านมือถือ ตั้งเป้าสิ้นปีมีสมาชิก 1 แสนรหัส พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่นเร่งเปิดสาขาทั่วประเทศ ด้าน สคบ. ชี้ วี-เน็ต (V-Net) ไม่เชิงบริษัทขายตรง เหตุสินค้าไม่เข้าเงื่อนไข


น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด ที่นำสินค้าแนวเทคโนโลยี ออกมาเขย่าวงการขายตรง โดย โกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยถึงที่มาของบริษัท วี-เน็ต โกลบอล ว่า บริษัทมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำกิจการเกี่ยวกับไอทีซอฟต์แวร์ โดยธุรกิจก็ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ


วีเน็ต กระทั่งเจ้าของบริษัทชาวอินโดนีเซีย มาลากี้ เฮงกี้นิมตัน ได้มาสัมผัสกับธุรกิจขายตรงหรือเอ็มแอลเอ็ม(MLM) จึงได้มองเห็นศักยภาพจนเกิดไอเดียเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาผสมผสานจนเกิดเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรงรูปแบบใหม่


ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในสังคม ดังนั้นทางผมและผู้บริหารชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันในขณะนี้ จึงได้นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำการตลาดในรูปแบบเครือข่ายโดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และเมื่อนำไปแปะติดกับซิมการ์ดมือถือที่ทุกท่านใช้อยู่ ท่านก็จะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางมือถือได้ทันที โกเมศ กล่าว


เมมเบรนด์ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัทพ์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที่เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ท แล้วก็เริ่มทำรายการซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีก็สามารถทำธุรกิจผ่านทางมือถือได้อย่างไม่ยากเย็น ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแทนการชำระผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส


สำหรับผลตอบแทนที่ผู้ทำธุรกิจจะได้รับนั้น โกเมศ กล่าวว่า รายได้จะเกิดจากการชำระค่าบริการผ่านระบบและมีการแนะนำบอกต่อกันไป โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับเมมเบรนไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดชีพ จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ทจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับสปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตราที่กำหนด จากการที่ท่านหรือเครือข่ายของท่านชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ตด้วย


ด้านความโปร่งในในการดำเนินธุรกิจนั้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าวว่า บริษัทได้ไปยื่นจดทะเบียนกับสคบ. เนื่องจากเห็นว่าลักษณะการทำธุรกิจและการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าว น่าจะเข้าคุณสมบัติของการดำเนินธุรกิจขายตรง แต่เมื่อยื่นเรื่องไปกลับปรากฏว่าทาง สคบ. บอกว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงแต่ประการใด เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทบริการที่แตกต่าง ไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตามบริษัทได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง


โดยกลยุทธ์ขยายเครือข่ายของ วี-เน็ต คือเน้นการหาตัวแทนจำหน่ายมากระจายธุรกิจให้ครอบคลุมไปทั่วประเทศซึ่งบริษัทได้ดึงเอา ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส ผู้มากประสบการณืในเส้นทางเครือข่ายมานั่งในตำแหน่ง ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด ดูแลภาพรวมในการคัดเลือกบุคคลหรือทีมงานมือฉมังที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจ


ขณะที่ ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า ในฐานะที่อยู่วงการเครือข่ายมาอย่างยาวนาน วีเน็ตเป็นธุรกิจที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุดเพราะทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือนอยู่แล้วหากมาทำธุรกิจตรงนี้ วิถีชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพียงแค่เปลี่ยนจากการชำระสินค้า ผ่านเคาน์เตอร์ มาเป็นชำระผ่านระบบวีเน็ตทางมือถือแทน ซึ่งจะได้รับเงินปันผลจากทุกบิลค่าใช้จ่ายกลับคืนและถ้าหากแนะนำคนได้จะได้รับโบนัสอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ยังได้เปอร์เซ็นต์จากเครือข่ายใต้สายงานทุกครั้ง ที่เขาชำระค่าบริการผ่านระบบ


ศรวัลย์ กล่าวต่อไปว่า จุดแข็งอีกข้อนอกเหนือจากสินค้าในรูปแบบเทคโนโลยีก็คือ แผนการจ่ายผลตอบแทน แบบ เมทริกซ์ ซึ่งเป็นแผนที่สนับสนุนการต่อสางานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้บริษัทยังมีโบนัสมากมายไม่ว่าจะเป็นทาร์เก็ตโบนัส เอ็กซ์ตร้าสปอนเซอร์โบนัส โบนัสรางวัลจากการสร้างสายงาน


เมื่อถามถึงเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ ศรวัลย์ กล่าวว่า ตั้งเป้าไว้ถึงสิ้นปีจะต้องมีสมาชิกให้ได้ถึง 1 แสนรหัสและจะขยายศูนย์สาขาให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งช่วงนี้ก็ได้โหมโปรโมชั่นเปิดศูนย์อย่างหนักโดยผู้สนใจสามารถสั่งซื้อชุดสมัครเพียง 100 ชุด ก็สามารถเปิดศูนย์ได้ทันที แต่หากอยากเริ่มธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็สามารถเปิดทำการในรูปแบบโมบายล์ด้วยการสั่งซื้อสินค้าเพียง 10 ชุด ซึ่งเขามั่นใจว่าภายในระยะเวลาไม่นาน วี-เน็ต โกลบอล จะเป็นที่รู้จักจากกลยุทธ์การขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์

ข่าว “วี-เน็ต (V-Net)” ผุดธุรกิจเครือข่ายขายตรง (MLM) แนวใหม่ สคบ.ไฟเขียวไม่ต้องจดทะเบียนขายตรง


อะเมซซิ่ง “วี-เน็ต โกลบอล (V-Net Global)” ธุกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดเทคโนโลยี “เมมแบรนชิพ” แปะซิมการ์ด จ่ายบิลต่าง ผ่านมือถือได้ทันทีชูจุดเด่น “เปลี่ยนรายจ่าย ให้เป็นรายได้” ขยายเครือข่ายด้วยการบอกต่อสมาชิกเตรียมเฮ! ได้ผลตอบแทน 2 เด้งผ่านแผนเมทริกซ์และเปอร์เซ็นต์จากการจ่ายค่าบริการต่างๆ ผ่านมือถือ ตั้งเป้าสิ้นปีมีสมาชิก 1 แสนรหัส พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่นเร่งเปิดสาขาทั่วประเทศ ด้าน “สคบ.” ชี้ วี-เน็ต (V-Net) ไม่เชิงบริษัทขายตรง เหตุสินค้าไม่เข้าเงื่อนไข


น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด ที่นำสินค้าแนวเทคโนโลยี ออกมาเขย่าวงการขายตรง โดย “โกเมศ ลักษมีสถาพร” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยถึงที่มาของบริษัท วี-เน็ต โกลบอล ว่า “บริษัทมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำกิจการเกี่ยวกับไอทีซอฟต์แวร์ โดยธุรกิจก็ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ


วีเน็ต กระทั่งเจ้าของบริษัทชาวอินโดนีเซีย “มาลากี้ เฮงกี้นิมตัน” ได้มาสัมผัสกับธุรกิจขายตรงหรือเอ็มแอลเอ็ม(MLM) จึงได้มองเห็นศักยภาพจนเกิดไอเดียเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาผสมผสานจนเกิดเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรงรูปแบบใหม่”


“ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในสังคม ดังนั้นทางผมและผู้บริหารชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันในขณะนี้ จึงได้นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำการตลาดในรูปแบบเครือข่ายโดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และเมื่อนำไปแปะติดกับซิมการ์ดมือถือที่ทุกท่านใช้อยู่ ท่านก็จะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางมือถือได้ทันที” โกเมศ กล่าว


เมมเบรนด์ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัทพ์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที่เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ท แล้วก็เริ่มทำรายการซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีก็สามารถทำธุรกิจผ่านทางมือถือได้อย่างไม่ยากเย็น ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแทนการชำระผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส


สำหรับผลตอบแทนที่ผู้ทำธุรกิจจะได้รับนั้น “โกเมศ” กล่าวว่า “รายได้จะเกิดจากการชำระค่าบริการผ่านระบบและมีการแนะนำบอกต่อกันไป โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับเมมเบรนไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดชีพ จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ทจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับสปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตราที่กำหนด จากการที่ท่านหรือเครือข่ายของท่านชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ตด้วย”


ด้านความโปร่งในในการดำเนินธุรกิจนั้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าวว่า บริษัทได้ไปยื่นจดทะเบียนกับสคบ. เนื่องจากเห็นว่าลักษณะการทำธุรกิจและการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าว น่าจะเข้าคุณสมบัติของการดำเนินธุรกิจขายตรง แต่เมื่อยื่นเรื่องไปกลับปรากฏว่าทาง สคบ. บอกว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงแต่ประการใด เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทบริการที่แตกต่าง ไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตามบริษัทได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง


โดยกลยุทธ์ขยายเครือข่ายของ วี-เน็ต คือเน้นการหาตัวแทนจำหน่ายมากระจายธุรกิจให้ครอบคลุมไปทั่วประเทศซึ่งบริษัทได้ดึงเอา “ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส” ผู้มากประสบการณืในเส้นทางเครือข่ายมานั่งในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด” ดูแลภาพรวมในการคัดเลือกบุคคลหรือทีมงานมือฉมังที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจ


ขณะที่ “ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส” ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า “ในฐานะที่อยู่วงการเครือข่ายมาอย่างยาวนาน วีเน็ตเป็นธุรกิจที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุดเพราะทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือนอยู่แล้วหากมาทำธุรกิจตรงนี้ วิถีชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพียงแค่เปลี่ยนจากการชำระสินค้า ผ่านเคาน์เตอร์ มาเป็นชำระผ่านระบบวีเน็ตทางมือถือแทน ซึ่งจะได้รับเงินปันผลจากทุกบิลค่าใช้จ่ายกลับคืนและถ้าหากแนะนำคนได้จะได้รับโบนัสอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ยังได้เปอร์เซ็นต์จากเครือข่ายใต้สายงานทุกครั้ง ที่เขาชำระค่าบริการผ่านระบบ


“ศรวัลย์” กล่าวต่อไปว่า จุดแข็งอีกข้อนอกเหนือจากสินค้าในรูปแบบเทคโนโลยีก็คือ แผนการจ่ายผลตอบแทน แบบ เมทริกซ์ ซึ่งเป็นแผนที่สนับสนุนการต่อสางานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้บริษัทยังมีโบนัสมากมายไม่ว่าจะเป็นทาร์เก็ตโบนัส เอ็กซ์ตร้าสปอนเซอร์โบนัส โบนัสรางวัลจากการสร้างสายงาน


เมื่อถามถึงเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ “ศรวัลย์” กล่าวว่า “ตั้งเป้าไว้ถึงสิ้นปีจะต้องมีสมาชิกให้ได้ถึง 1 แสนรหัสและจะขยายศูนย์สาขาให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งช่วงนี้ก็ได้โหมโปรโมชั่นเปิดศูนย์อย่างหนักโดยผู้สนใจสามารถสั่งซื้อชุดสมัครเพียง 100 ชุด ก็สามารถเปิดศูนย์ได้ทันที แต่หากอยากเริ่มธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็สามารถเปิดทำการในรูปแบบโมบายล์ด้วยการสั่งซื้อสินค้าเพียง 10 ชุด ซึ่งเขามั่นใจว่าภายในระยะเวลาไม่นาน วี-เน็ต โกลบอล จะเป็นที่รู้จักจากกลยุทธ์การขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์

ข่าว “วี-เน็ต (V-Net)” ผุดธุรกิจเครือข่ายขายตรง (MLM) แนวใหม่ สคบ.ไฟเขียวไม่ต้องจดทะเบียนขายตรง


อะเมซซิ่ง “วี-เน็ต โกลบอล (V-Net Global)” ธุกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดเทคโนโลยี “เมมแบรนชิพ” แปะซิมการ์ด จ่ายบิลต่าง ผ่านมือถือได้ทันทีชูจุดเด่น “เปลี่ยนรายจ่าย ให้เป็นรายได้” ขยายเครือข่ายด้วยการบอกต่อสมาชิกเตรียมเฮ! ได้ผลตอบแทน 2 เด้งผ่านแผนเมทริกซ์และเปอร์เซ็นต์จากการจ่ายค่าบริการต่างๆ ผ่านมือถือ ตั้งเป้าสิ้นปีมีสมาชิก 1 แสนรหัส พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่นเร่งเปิดสาขาทั่วประเทศ ด้าน “สคบ.” ชี้ วี-เน็ต (V-Net) ไม่เชิงบริษัทขายตรง เหตุสินค้าไม่เข้าเงื่อนไข


น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด ที่นำสินค้าแนวเทคโนโลยี ออกมาเขย่าวงการขายตรง โดย “โกเมศ ลักษมีสถาพร” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยถึงที่มาของบริษัท วี-เน็ต โกลบอล ว่า “บริษัทมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำกิจการเกี่ยวกับไอทีซอฟต์แวร์ โดยธุรกิจก็ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ


วีเน็ต กระทั่งเจ้าของบริษัทชาวอินโดนีเซีย “มาลากี้ เฮงกี้นิมตัน” ได้มาสัมผัสกับธุรกิจขายตรงหรือเอ็มแอลเอ็ม(MLM) จึงได้มองเห็นศักยภาพจนเกิดไอเดียเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาผสมผสานจนเกิดเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรงรูปแบบใหม่”


“ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในสังคม ดังนั้นทางผมและผู้บริหารชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันในขณะนี้ จึงได้นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำการตลาดในรูปแบบเครือข่ายโดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และเมื่อนำไปแปะติดกับซิมการ์ดมือถือที่ทุกท่านใช้อยู่ ท่านก็จะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางมือถือได้ทันที” โกเมศ กล่าว


เมมเบรนด์ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัทพ์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที่เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ท แล้วก็เริ่มทำรายการซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีก็สามารถทำธุรกิจผ่านทางมือถือได้อย่างไม่ยากเย็น ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแทนการชำระผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส


สำหรับผลตอบแทนที่ผู้ทำธุรกิจจะได้รับนั้น “โกเมศ” กล่าวว่า “รายได้จะเกิดจากการชำระค่าบริการผ่านระบบและมีการแนะนำบอกต่อกันไป โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับเมมเบรนไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดชีพ จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ทจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับสปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตราที่กำหนด จากการที่ท่านหรือเครือข่ายของท่านชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ตด้วย”


ด้านความโปร่งในในการดำเนินธุรกิจนั้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าวว่า บริษัทได้ไปยื่นจดทะเบียนกับสคบ. เนื่องจากเห็นว่าลักษณะการทำธุรกิจและการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าว น่าจะเข้าคุณสมบัติของการดำเนินธุรกิจขายตรง แต่เมื่อยื่นเรื่องไปกลับปรากฏว่าทาง สคบ. บอกว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงแต่ประการใด เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทบริการที่แตกต่าง ไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตามบริษัทได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง


โดยกลยุทธ์ขยายเครือข่ายของ วี-เน็ต คือเน้นการหาตัวแทนจำหน่ายมากระจายธุรกิจให้ครอบคลุมไปทั่วประเทศซึ่งบริษัทได้ดึงเอา “ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส” ผู้มากประสบการณืในเส้นทางเครือข่ายมานั่งในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด” ดูแลภาพรวมในการคัดเลือกบุคคลหรือทีมงานมือฉมังที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจ


ขณะที่ “ศรวัลย์ ไพศาลศรวัส” ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า “ในฐานะที่อยู่วงการเครือข่ายมาอย่างยาวนาน วีเน็ตเป็นธุรกิจที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุดเพราะทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือนอยู่แล้วหากมาทำธุรกิจตรงนี้ วิถีชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพียงแค่เปลี่ยนจากการชำระสินค้า ผ่านเคาน์เตอร์ มาเป็นชำระผ่านระบบวีเน็ตทางมือถือแทน ซึ่งจะได้รับเงินปันผลจากทุกบิลค่าใช้จ่ายกลับคืนและถ้าหากแนะนำคนได้จะได้รับโบนัสอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ยังได้เปอร์เซ็นต์จากเครือข่ายใต้สายงานทุกครั้ง ที่เขาชำระค่าบริการผ่านระบบ


“ศรวัลย์” กล่าวต่อไปว่า จุดแข็งอีกข้อนอกเหนือจากสินค้าในรูปแบบเทคโนโลยีก็คือ แผนการจ่ายผลตอบแทน แบบ เมทริกซ์ ซึ่งเป็นแผนที่สนับสนุนการต่อสางานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้บริษัทยังมีโบนัสมากมายไม่ว่าจะเป็นทาร์เก็ตโบนัส เอ็กซ์ตร้าสปอนเซอร์โบนัส โบนัสรางวัลจากการสร้างสายงาน


เมื่อถามถึงเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ “ศรวัลย์” กล่าวว่า “ตั้งเป้าไว้ถึงสิ้นปีจะต้องมีสมาชิกให้ได้ถึง 1 แสนรหัสและจะขยายศูนย์สาขาให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งช่วงนี้ก็ได้โหมโปรโมชั่นเปิดศูนย์อย่างหนักโดยผู้สนใจสามารถสั่งซื้อชุดสมัครเพียง 100 ชุด ก็สามารถเปิดศูนย์ได้ทันที แต่หากอยากเริ่มธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็สามารถเปิดทำการในรูปแบบโมบายล์ด้วยการสั่งซื้อสินค้าเพียง 10 ชุด ซึ่งเขามั่นใจว่าภายในระยะเวลาไม่นาน วี-เน็ต โกลบอล จะเป็นที่รู้จักจากกลยุทธ์การขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว ขายตรง(MLM) "วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global)" แหวกวงการสบช่องทำกิจผ่านเทคโนโลยี


"วี-เน็ต โกลบอล" องค์กรสัญชาติอินโดนีเซีย กระโดดแชร์เค้กขายตรงไทย สบช่องความรักสบายคนสมัยใหม่ เปลียนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ ว์ยอดสมาชิกฐานแม่เปิด 3 ปี นักธุรกิจตบเท้าร่วมกว่า 1 ล้านคน มั่นใจเสียงตอบรับในไทยไม่ยิ่งหย่อน

มร.มาลากี้ เฮงกี้ ตามิน ตัน ผู้ก่อตั้งบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าบริษัทเราทำอะไรและผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจวีเน็ตนี้จะได้รับอะไร ผมขออธิบายให้เข้าใจว่าวีเน็ต คือธุรกิจการให้บริการอำนวยความสะดวกต่างๆ ของสังคมของคนใช้มือถือ เพื่อทำการชำระค่าบริการต่างๆ และการเติมเงินโทรศัพทธ์ผ่านทางมือถือโดยดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบการตลาดแบบใหม่บนคอนเซปต์ที่ว่า เปลี่ยนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้แทน

วีเน็ตนั้นเริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 ในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท พีที อี ราเทล มีเดีย ดิสตรินโด ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 ปี จำนวนสมาชิกในอินโดนีเซียเพิ่มสูงถึง 1 ล้านราย ในส่วนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเกิดขึ้นด้วยความสำเร็จของผู้คนที่มีรายได้ และ เป็นรายได้แบบ เสือนอนกินอย่างไม่น่าเชื่อ และ ตอนนี้บริษัทวีเน็ตได้กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียในวงการธุรกิจการเติมเงิน และ ชำระค่าใช้จ่ายทางดิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งความสำเร็จทั้งหลาย ทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคำมั่นสัญญาในการที่เราจะสร้างเสริมและรักษาคู่ค้าทางธุรกิจของเรา และแน่นอนว่าความสำเร็จไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเหมือนกับทางไม้กวาดเพียงก้านเดียวไม่สามารถจะใช้ปัดกวาดอะไรได้ แต่ถ้ามันได้รวมตัวกับก้านอื่นๆ มันจะมีพลังเพียงพอที่จะนำปใช้งานได้ เช่นเดียวกันกับตัวเราที่จำเป็นต้องอาศัยพลังการรวมตัวของกลุ่มสมาชิกที่จะทำให้พวกเรามีพลังขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จที่เราต้องการได้เช่นเดียวกัน

ด้านโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของบริษัท กล่าวว่าสำหรับในยุคนี้แล้วถือเป็นยุคสำหรับคนใช้มือถืออย่างแท้จริงเพราะโทรศัพท์แต่ละค่ายก็ต่าง พยายามสร้างนุดเด่นของสินค้าของตัวเองขึ้นมา ซึ่งล้านแต่ตอบสนองต่อความต้องการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ของผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุดแต่นั้นหมายถึง ผู้บริโภคเองต่างก็ต้องยอมรับในส่วนต่างของราคาที่ต้องแปรผันตามไปด้วยถ้าจะสรุปโดยรวมของความต้องการของคนเรา ในยุคนี้ก็คือต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่นั้นทำให้เราต้องสูญเสียแต่ค่าใช้จ่าย

ซึ่งในวันนี้บริษัทวีเตได้นำเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญจะสามารถลดค่าใช้จ่ายจากที่เคยเป้นอยู่และ ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกตลอดไปอีกด้วยสิ่งต่างๆ ที่ผมกำลังพูดถึงก็คือค่าใช้จ่ายที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่น ค่าน้ำ,ค่าไฟ,ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เน็ต , ค่าบัตรเครดิต และ บัตรผ่อนสินค้าต่างๆรวมทั้งการเติมเงินโทรศัพท์มือถือของเราเช่นกัน ซึ่งโดยปกติเราจะต้องทำธุรกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นประจำทุกๆเดือน ที่จุดชำระที่ใกล้บ้าน แต่แน่นอนเราจ่ายแล้วก็จบไม่ได้เงินกลับคืนมา แต่วันนี้บริษัทวีเน็ตทำให้เราได้สร้งเงินกลับคืนมาและยังสามารถที่จะทำการชำระค่าบริการต่างๆ ผ่านระบบมือถือของเราเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และในตอนนี้สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้ และได้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ก็แค่เข้ามาเป็นสมาชิกกับทางบริษัทแบบง่ายๆ ซึ่งทางเราก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายในส่วนต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้งาน และผลตอบแทน พูดถึงผลตอบแทน

เนื่องจากบริษัทได้ทำการจ่ายผลตอบแทนคืนให้กับสมาชิกยิ่งมีสมาชิกเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เป็นสมาชิกก็มีโอกาสที่จะมีรายได้ที่มั่นคงกันได้เลยทีเดียว ซึ่งจุดหมายที่สำคัญของเราก็เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ได้รับความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ในทุกวันนี้ประชากรของประเทศไทยเราก็มีกว่า 60 ล้านคน และก็มีประมาณ 60% ที่ยังใช้มือถืออยู่นั่นเองคือโอกาสที่คนที่เข้ามาเป็นสมาชิกจะสามารถสร้างระบบสมาชิกของตัวเองได้อย่างมากมาย พร้อมกับคำแนะนำต่างๆ สำหรับสิ่งที่ผมได้พูดถึงทั้งหมดนี้ และผมก็หวังเป็นอย่งยิ่งว่าคนที่มีความฝัน ย่อมไม่ทั้งฝันของตัวเองและหวังว่า วีเน็ตจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคุณ

โดยปกติแล้ว ความสำเร็จนั้นเริ่มจาก คำว่า ความคิดไ หากเราคิดว่าเรา ทำได้ แล้วทุกๆ สิ่งก็สามาถที่จะถูกทำให้เกิดขึ้นได้หากเราคิดว่า ทำไม่ได้ สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น (และมีนจะเป็นหลักประกันได้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำได้เลย) เราจะต้องเลือกชีวิตของเราเองเลือกจะ ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ฉัน เลือก ที่จะประสบความสำเร็จ แน่นนอนว่า ด้วยสติและรับรู้ถึงความเสี่ยงที่จะต้องเจอ และเตรียมพร้อมที่จะเจอกับอุปสรรคที่มี และมีความกบ้าในกาต่อสู้ฟันฝ่า เพื่อการได้มาที่คุ้มค่ากับการต่อสู้อย่างไม่มีข้ออ้างใดๆ สนุกไปกับเส้นทางสายนี้แล้วคุณจะไม่รู้สึกว่าเส้นทางนี้ยาวเกินไป หากคุณมีข้อตำหนิที่มากเกินไป ไม่อดทนรอ แลเอาแต่มองไปที่ปัญหา (ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหา) เส้นทางนี้ก็จะยาวนานและดูน่าเบื่อ และโชคไม่ดีนักที่คุณจะต้องหยุดเดินในเส้นทางนี้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ

ข่าว ขายตรง(MLM) "วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global)" แหวกวงการสบช่องทำกิจผ่านเทคโนโลยี


"วี-เน็ต โกลบอล" องค์กรสัญชาติอินโดนีเซีย กระโดดแชร์เค้กขายตรงไทย สบช่องความรักสบายคนสมัยใหม่ เปลียนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ ว์ยอดสมาชิกฐานแม่เปิด 3 ปี นักธุรกิจตบเท้าร่วมกว่า 1 ล้านคน มั่นใจเสียงตอบรับในไทยไม่ยิ่งหย่อน

มร.มาลากี้ เฮงกี้ ตามิน ตัน ผู้ก่อตั้งบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าบริษัทเราทำอะไรและผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจวีเน็ตนี้จะได้รับอะไร ผมขออธิบายให้เข้าใจว่าวีเน็ต คือธุรกิจการให้บริการอำนวยความสะดวกต่างๆ ของสังคมของคนใช้มือถือ เพื่อทำการชำระค่าบริการต่างๆ และการเติมเงินโทรศัพทธ์ผ่านทางมือถือโดยดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบการตลาดแบบใหม่บนคอนเซปต์ที่ว่า “เปลี่ยนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้แทน”

วีเน็ตนั้นเริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 ในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท พีที อี ราเทล มีเดีย ดิสตรินโด ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 ปี จำนวนสมาชิกในอินโดนีเซียเพิ่มสูงถึง 1 ล้านราย ในส่วนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเกิดขึ้นด้วยความสำเร็จของผู้คนที่มีรายได้ และ เป็นรายได้แบบ เสือนอนกินอย่างไม่น่าเชื่อ และ ตอนนี้บริษัทวีเน็ตได้กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียในวงการธุรกิจการเติมเงิน และ ชำระค่าใช้จ่ายทางดิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งความสำเร็จทั้งหลาย ทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคำมั่นสัญญาในการที่เราจะสร้างเสริมและรักษาคู่ค้าทางธุรกิจของเรา และแน่นอนว่าความสำเร็จไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเหมือนกับทางไม้กวาดเพียงก้านเดียวไม่สามารถจะใช้ปัดกวาดอะไรได้ แต่ถ้ามันได้รวมตัวกับก้านอื่นๆ มันจะมีพลังเพียงพอที่จะนำปใช้งานได้ เช่นเดียวกันกับตัวเราที่จำเป็นต้องอาศัยพลังการรวมตัวของกลุ่มสมาชิกที่จะทำให้พวกเรามีพลังขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จที่เราต้องการได้เช่นเดียวกัน

ด้านโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของบริษัท กล่าวว่าสำหรับในยุคนี้แล้วถือเป็นยุคสำหรับคนใช้มือถืออย่างแท้จริงเพราะโทรศัพท์แต่ละค่ายก็ต่าง พยายามสร้างนุดเด่นของสินค้าของตัวเองขึ้นมา ซึ่งล้านแต่ตอบสนองต่อความต้องการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ของผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุดแต่นั้นหมายถึง ผู้บริโภคเองต่างก็ต้องยอมรับในส่วนต่างของราคาที่ต้องแปรผันตามไปด้วยถ้าจะสรุปโดยรวมของความต้องการของคนเรา ในยุคนี้ก็คือต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่นั้นทำให้เราต้องสูญเสียแต่ค่าใช้จ่าย

ซึ่งในวันนี้บริษัทวีเตได้นำเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญจะสามารถลดค่าใช้จ่ายจากที่เคยเป้นอยู่และ ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกตลอดไปอีกด้วยสิ่งต่างๆ ที่ผมกำลังพูดถึงก็คือค่าใช้จ่ายที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่น ค่าน้ำ,ค่าไฟ,ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เน็ต , ค่าบัตรเครดิต และ บัตรผ่อนสินค้าต่างๆรวมทั้งการเติมเงินโทรศัพท์มือถือของเราเช่นกัน ซึ่งโดยปกติเราจะต้องทำธุรกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นประจำทุกๆเดือน ที่จุดชำระที่ใกล้บ้าน แต่แน่นอนเราจ่ายแล้วก็จบไม่ได้เงินกลับคืนมา แต่วันนี้บริษัทวีเน็ตทำให้เราได้สร้งเงินกลับคืนมาและยังสามารถที่จะทำการชำระค่าบริการต่างๆ ผ่านระบบมือถือของเราเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และในตอนนี้สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้ และได้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ก็แค่เข้ามาเป็นสมาชิกกับทางบริษัทแบบง่ายๆ ซึ่งทางเราก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายในส่วนต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้งาน และผลตอบแทน พูดถึงผลตอบแทน

เนื่องจากบริษัทได้ทำการจ่ายผลตอบแทนคืนให้กับสมาชิกยิ่งมีสมาชิกเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เป็นสมาชิกก็มีโอกาสที่จะมีรายได้ที่มั่นคงกันได้เลยทีเดียว ซึ่งจุดหมายที่สำคัญของเราก็เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ได้รับความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ในทุกวันนี้ประชากรของประเทศไทยเราก็มีกว่า 60 ล้านคน และก็มีประมาณ 60% ที่ยังใช้มือถืออยู่นั่นเองคือโอกาสที่คนที่เข้ามาเป็นสมาชิกจะสามารถสร้างระบบสมาชิกของตัวเองได้อย่างมากมาย พร้อมกับคำแนะนำต่างๆ สำหรับสิ่งที่ผมได้พูดถึงทั้งหมดนี้ และผมก็หวังเป็นอย่งยิ่งว่าคนที่มีความฝัน ย่อมไม่ทั้งฝันของตัวเองและหวังว่า วีเน็ตจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคุณ

“โดยปกติแล้ว ความสำเร็จนั้นเริ่มจาก คำว่า “ความคิดไ หากเราคิดว่าเรา “ทำได้” แล้วทุกๆ สิ่งก็สามาถที่จะถูกทำให้เกิดขึ้นได้หากเราคิดว่า “ทำไม่ได้” สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น (และมีนจะเป็นหลักประกันได้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำได้เลย) เราจะต้องเลือกชีวิตของเราเองเลือกจะ “ประสบความสำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” ฉัน “เลือก” ที่จะประสบความสำเร็จ แน่นนอนว่า ด้วยสติและรับรู้ถึงความเสี่ยงที่จะต้องเจอ และเตรียมพร้อมที่จะเจอกับอุปสรรคที่มี และมีความกบ้าในกาต่อสู้ฟันฝ่า เพื่อการได้มาที่คุ้มค่ากับการต่อสู้อย่างไม่มีข้ออ้างใดๆ สนุกไปกับเส้นทางสายนี้แล้วคุณจะไม่รู้สึกว่าเส้นทางนี้ยาวเกินไป หากคุณมีข้อตำหนิที่มากเกินไป ไม่อดทนรอ แลเอาแต่มองไปที่ปัญหา (ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหา) เส้นทางนี้ก็จะยาวนานและดูน่าเบื่อ และโชคไม่ดีนักที่คุณจะต้องหยุดเดินในเส้นทางนี้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ 

ข่าว ขายตรง(MLM) "วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global)" แหวกวงการสบช่องทำกิจผ่านเทคโนโลยี


"วี-เน็ต โกลบอล" องค์กรสัญชาติอินโดนีเซีย กระโดดแชร์เค้กขายตรงไทย สบช่องความรักสบายคนสมัยใหม่ เปลียนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ ว์ยอดสมาชิกฐานแม่เปิด 3 ปี นักธุรกิจตบเท้าร่วมกว่า 1 ล้านคน มั่นใจเสียงตอบรับในไทยไม่ยิ่งหย่อน

มร.มาลากี้ เฮงกี้ ตามิน ตัน ผู้ก่อตั้งบริษัท วี-เน็ต โกลบอล จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าบริษัทเราทำอะไรและผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจวีเน็ตนี้จะได้รับอะไร ผมขออธิบายให้เข้าใจว่าวีเน็ต คือธุรกิจการให้บริการอำนวยความสะดวกต่างๆ ของสังคมของคนใช้มือถือ เพื่อทำการชำระค่าบริการต่างๆ และการเติมเงินโทรศัพทธ์ผ่านทางมือถือโดยดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบการตลาดแบบใหม่บนคอนเซปต์ที่ว่า “เปลี่ยนการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแต่ค่าใช้จ่าย ให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้แทน”

วีเน็ตนั้นเริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 ในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท พีที อี ราเทล มีเดีย ดิสตรินโด ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 ปี จำนวนสมาชิกในอินโดนีเซียเพิ่มสูงถึง 1 ล้านราย ในส่วนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเกิดขึ้นด้วยความสำเร็จของผู้คนที่มีรายได้ และ เป็นรายได้แบบ เสือนอนกินอย่างไม่น่าเชื่อ และ ตอนนี้บริษัทวีเน็ตได้กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียในวงการธุรกิจการเติมเงิน และ ชำระค่าใช้จ่ายทางดิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งความสำเร็จทั้งหลาย ทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคำมั่นสัญญาในการที่เราจะสร้างเสริมและรักษาคู่ค้าทางธุรกิจของเรา และแน่นอนว่าความสำเร็จไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเหมือนกับทางไม้กวาดเพียงก้านเดียวไม่สามารถจะใช้ปัดกวาดอะไรได้ แต่ถ้ามันได้รวมตัวกับก้านอื่นๆ มันจะมีพลังเพียงพอที่จะนำปใช้งานได้ เช่นเดียวกันกับตัวเราที่จำเป็นต้องอาศัยพลังการรวมตัวของกลุ่มสมาชิกที่จะทำให้พวกเรามีพลังขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จที่เราต้องการได้เช่นเดียวกัน

ด้านโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของบริษัท กล่าวว่าสำหรับในยุคนี้แล้วถือเป็นยุคสำหรับคนใช้มือถืออย่างแท้จริงเพราะโทรศัพท์แต่ละค่ายก็ต่าง พยายามสร้างนุดเด่นของสินค้าของตัวเองขึ้นมา ซึ่งล้านแต่ตอบสนองต่อความต้องการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ของผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุดแต่นั้นหมายถึง ผู้บริโภคเองต่างก็ต้องยอมรับในส่วนต่างของราคาที่ต้องแปรผันตามไปด้วยถ้าจะสรุปโดยรวมของความต้องการของคนเรา ในยุคนี้ก็คือต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่นั้นทำให้เราต้องสูญเสียแต่ค่าใช้จ่าย

ซึ่งในวันนี้บริษัทวีเตได้นำเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญจะสามารถลดค่าใช้จ่ายจากที่เคยเป้นอยู่และ ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกตลอดไปอีกด้วยสิ่งต่างๆ ที่ผมกำลังพูดถึงก็คือค่าใช้จ่ายที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่น ค่าน้ำ,ค่าไฟ,ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เน็ต , ค่าบัตรเครดิต และ บัตรผ่อนสินค้าต่างๆรวมทั้งการเติมเงินโทรศัพท์มือถือของเราเช่นกัน ซึ่งโดยปกติเราจะต้องทำธุรกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นประจำทุกๆเดือน ที่จุดชำระที่ใกล้บ้าน แต่แน่นอนเราจ่ายแล้วก็จบไม่ได้เงินกลับคืนมา แต่วันนี้บริษัทวีเน็ตทำให้เราได้สร้งเงินกลับคืนมาและยังสามารถที่จะทำการชำระค่าบริการต่างๆ ผ่านระบบมือถือของเราเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และในตอนนี้สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้ และได้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ก็แค่เข้ามาเป็นสมาชิกกับทางบริษัทแบบง่ายๆ ซึ่งทางเราก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายในส่วนต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้งาน และผลตอบแทน พูดถึงผลตอบแทน

เนื่องจากบริษัทได้ทำการจ่ายผลตอบแทนคืนให้กับสมาชิกยิ่งมีสมาชิกเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เป็นสมาชิกก็มีโอกาสที่จะมีรายได้ที่มั่นคงกันได้เลยทีเดียว ซึ่งจุดหมายที่สำคัญของเราก็เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ได้รับความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ในทุกวันนี้ประชากรของประเทศไทยเราก็มีกว่า 60 ล้านคน และก็มีประมาณ 60% ที่ยังใช้มือถืออยู่นั่นเองคือโอกาสที่คนที่เข้ามาเป็นสมาชิกจะสามารถสร้างระบบสมาชิกของตัวเองได้อย่างมากมาย พร้อมกับคำแนะนำต่างๆ สำหรับสิ่งที่ผมได้พูดถึงทั้งหมดนี้ และผมก็หวังเป็นอย่งยิ่งว่าคนที่มีความฝัน ย่อมไม่ทั้งฝันของตัวเองและหวังว่า วีเน็ตจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคุณ

“โดยปกติแล้ว ความสำเร็จนั้นเริ่มจาก คำว่า “ความคิดไ หากเราคิดว่าเรา “ทำได้” แล้วทุกๆ สิ่งก็สามาถที่จะถูกทำให้เกิดขึ้นได้หากเราคิดว่า “ทำไม่ได้” สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น (และมีนจะเป็นหลักประกันได้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำได้เลย) เราจะต้องเลือกชีวิตของเราเองเลือกจะ “ประสบความสำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” ฉัน “เลือก” ที่จะประสบความสำเร็จ แน่นนอนว่า ด้วยสติและรับรู้ถึงความเสี่ยงที่จะต้องเจอ และเตรียมพร้อมที่จะเจอกับอุปสรรคที่มี และมีความกบ้าในกาต่อสู้ฟันฝ่า เพื่อการได้มาที่คุ้มค่ากับการต่อสู้อย่างไม่มีข้ออ้างใดๆ สนุกไปกับเส้นทางสายนี้แล้วคุณจะไม่รู้สึกว่าเส้นทางนี้ยาวเกินไป หากคุณมีข้อตำหนิที่มากเกินไป ไม่อดทนรอ แลเอาแต่มองไปที่ปัญหา (ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหา) เส้นทางนี้ก็จะยาวนานและดูน่าเบื่อ และโชคไม่ดีนักที่คุณจะต้องหยุดเดินในเส้นทางนี้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ 

วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global) ธุรกิจเครือข่าย(Network) ขายตรง(MLM) แนวใหม่ ส่งสินค้าแหวกวงการชิพติดซิมมือถือจ่ายผ่านระบบเงินคืน


นายโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท วี-เน็ต โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ถึงที่มาของบริษัท ว่า วีเน็ตมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย โดยผู้ก่อตั้งคือ มร.มาลากี้ ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญทางด้านซอฟต์แวร์และระบบไอทีต่างๆ ซึ่งด้วยความที่อยู่ในวงการไอทีมานาน ทำให้ มร.มาลากี้ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไมโครชิพเป็นอย่างดี จนเป็นที่มาของ การคิดค้นระบบเมมเบรนชิพที่สามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่าย และท่านได้พัฒนาเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่มีลักษณะคล้ายธุรกิจเครือข่ายขายตรง


ตนเอง ซึ่งในอดีตเคยทำงานเกี่ยวกับ ด้านไอทีมาเช่นกัน รู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสพบกับมร.มาลากี้ ที่เข้ามาสำรวจตลาดในประเทศไทยเมื่อประมาณปี 2009 ในขณะนั้นหลังจากที่ได้รับฟังแนวคิด และแผนการตลาดต่างๆ โดยเฉพาะแนวคิด การเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้ นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำ การตลาดในรูปแบบเครือข่าย โดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และนำไปแปะติดกับซิมการ์ด มือถือที่เราทุกคนใช้อยู่ เราก็จะสามารถทำธุรกรรมทาง การเงินผ่านทางมือถือได้ทันที ถือเป็นแนวคิดการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ตนมองเห็นถึงความเป็นไปได้และโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะ เมื่อปัจจุบันมือถือได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับทุกๆ คน นี่คือเหตุผลหรือที่มาในการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนธุรกิจ ของโกเมศ


ซึ่งโกเมศ กล่าวต่ออีกว่า การก่อตั้งบริษัท วีเน็ต ในประเทศไทยใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ปัจจุบันเมมเบรนชิพ ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือ ได้เกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ต แล้วก็เริ่มทำรายการ ซึ่งรายได้จะเกิดจากการเติมเงิน และ การชำระค่าบริการผ่านระบบ และมีการแนะนำบอกต่อกันไป


โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับเมมเบรนชิพไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท โดยสามารถ ใช้ได้ตลอดชีพ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน และไม่ต้องรักษายอด จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ตจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับ สปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจาก นี้ ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตรา ที่กำหนดจากการที่ตัวเองหรือเครือข่าย ของตนชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ต


การใช้กลยุทธ์การบอกต่อดังกล่าว จึงเสมือนกับธุรกิจขายตรงประเภทหนึ่ง แต่แตกต่างกับขายตรงตรงที่บริษัทไม่มีสินค้าแนะนำบอกต่อ เหมือนบริษัทขายตรง ทั่วไป ทั้งนี้ด้วยความโปร่งใส และเพื่อให้ การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกกฎหมายบริษัทจึงได้ไปยื่นจดทะเบียนกับ สคบ. แต่เมื่อยื่นเรื่องไปทาง สคบ.ตัดสินว่า บริษัท วีเน็ตสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรง เนื่องจาก เป็นสินค้าประเภทให้บริการที่แตกต่างไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม บริษัท ก็ได้มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง เพื่อความชัดเจน โปร่งใสแล้ว เช่นเดียวกัน


วันนี้วีเน็ตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมาก นัก แต่ก็ได้เริ่มเข้ามาอยู่ในกระแสตลาดเครือข่ายบ้างแล้ว โดยวีเน็ตจะเน้นขยายตลาดไปสู่กลุ่มนักธุรกิจเครือข่ายก่อน เพราะ กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีแรงบันดาลใจในตัวเองสูง มีพลังขับเคลื่อนสูง และที่สำคัญมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหลายคน อาจคิดว่า บริษัทวีเน็ตจะเข้ามาแข่งขัน หรือ แย่งชิงแม่ทีมกับธุรกิจขายตรงค่ายอื่นๆ ซึ่ง ตนขอยืนยันตรงนี้ว่า วีเน็ตไม่ใช่ธุรกิจที่จะมาแข่งขันกับเครือข่ายใดๆ อย่างแน่นอน เพราะรูปแบบการจัดตั้งบริษัทมีความแตกต่าง กัน และตนค่อนข้างมั่นใจว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับทุกๆ ธุรกิจได้ต่อไป


สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ นายโกเมศ เปิดเผยว่า บริษัทจะมีการผลักดันให้ สมาชิกได้มีการเปิดศูนย์ วีเน็ตเซ็นเตอร์ ให้ ได้มากที่สุด โดยศูนย์วีเน็ต เซ็นเตอร์ ดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายศูนย์เซ็นเตอร์ให้บริการ อย่างศูนย์ทรูมูฟ ปัจจุบันสมาชิกของบริษัทได้ทำการเปิดไปแล้วในเขตสายไหม กรุงเทพฯ และกำลังจะเปิดที่ศูนย์พระโขนง หนองจอก และสาทร ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่หาดใหญ่ สุพรรณบุรี เชียงใหม่ และโคราช ทั้งนี้คาดว่า ภายในสิ้นปี บริษัทจะสามารถเปิดศูนย์ วีเน็ตได้ประมาณ 20 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการจัดงานต่างๆมากขึ้น เพื่อให้บริษัทได้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ บริษัทจะจัดงานครั้งใหญ่ Grand Opening V-Net Thailand เปิดตัว วีเน็ต ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ


อย่างไรก็ตาม นอกจากบริษัทวีเน็ตจะมีการใช้เมมเบรนชิพในการสร้างรายได้แล้ว บริษัทก็ยังได้มีการวางแผนพัฒนาระบบ สื่อออนไลน์ เพื่อสร้างกลุ่มสังคมสมาชิกวีเน็ต ได้มีการนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนผ่านสื่อออนไลน์ของทางบริษัท ซึ่งนอกจากจะได้ซื้อขาย สินค้าราคาพิเศษแล้ว บริษัทยังให้ผลตอบแทน สำหรับสมาชิกที่ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ นี้ด้วย โดยในอนาคตบริษัทก็อาจจะนำสินค้า เกี่ยวกับไอทีเข้ามาเสริมทัพมากขึ้นเรื่อยๆ


ด้านเป้าหมายธุรกิจบริษัทคาดว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถตอบสนองการใช้ชีวิต ในกลุ่มคนทุกระดับทั่วประเทศไทยซึ่งในปีนี้ บริษัทมีเป้ายอดสมาชิก 1 แสนรหัส โดยขณะนี้ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 1.3 หมื่นรหัส สมาชิก แอ็กทีฟประมาณ 20-30% นายโกเมศกล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012 ถึง19-6-2012

วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global) ธุรกิจเครือข่าย(Network) ขายตรง(MLM) แนวใหม่ ส่งสินค้าแหวกวงการชิพติดซิมมือถือจ่ายผ่านระบบเงินคืน


นายโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท วี-เน็ต โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงที่มาของบริษัท ว่า วีเน็ตมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย โดยผู้ก่อตั้งคือ “มร.มาลากี้” ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญทางด้านซอฟต์แวร์และระบบไอทีต่างๆ ซึ่งด้วยความที่อยู่ในวงการไอทีมานาน ทำให้ มร.มาลากี้ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไมโครชิพเป็นอย่างดี จนเป็นที่มาของ การคิดค้นระบบเมมเบรนชิพที่สามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่าย และท่านได้พัฒนาเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่มีลักษณะคล้ายธุรกิจเครือข่ายขายตรง 


“ตนเอง ซึ่งในอดีตเคยทำงานเกี่ยวกับ ด้านไอทีมาเช่นกัน รู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสพบกับมร.มาลากี้ ที่เข้ามาสำรวจตลาดในประเทศไทยเมื่อประมาณปี 2009 ในขณะนั้นหลังจากที่ได้รับฟังแนวคิด และแผนการตลาดต่างๆ โดยเฉพาะแนวคิด “การเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้” นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำ การตลาดในรูปแบบเครือข่าย โดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และนำไปแปะติดกับซิมการ์ด มือถือที่เราทุกคนใช้อยู่ เราก็จะสามารถทำธุรกรรมทาง การเงินผ่านทางมือถือได้ทันที ถือเป็นแนวคิดการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ตนมองเห็นถึงความเป็นไปได้และโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะ เมื่อปัจจุบันมือถือได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับทุกๆ คน” นี่คือเหตุผลหรือที่มาในการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนธุรกิจ ของโกเมศ


ซึ่งโกเมศ กล่าวต่ออีกว่า การก่อตั้งบริษัท วีเน็ต ในประเทศไทยใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ปัจจุบันเมมเบรนชิพ ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือ ได้เกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ต แล้วก็เริ่มทำรายการ ซึ่งรายได้จะเกิดจากการเติมเงิน และ การชำระค่าบริการผ่านระบบ และมีการแนะนำบอกต่อกันไป


“โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับเมมเบรนชิพไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท โดยสามารถ ใช้ได้ตลอดชีพ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน และไม่ต้องรักษายอด จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ตจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับ สปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจาก นี้ ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตรา ที่กำหนดจากการที่ตัวเองหรือเครือข่าย ของตนชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ต”


การใช้กลยุทธ์การบอกต่อดังกล่าว จึงเสมือนกับธุรกิจขายตรงประเภทหนึ่ง แต่แตกต่างกับขายตรงตรงที่บริษัทไม่มีสินค้าแนะนำบอกต่อ เหมือนบริษัทขายตรง ทั่วไป ทั้งนี้ด้วยความโปร่งใส และเพื่อให้ การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกกฎหมายบริษัทจึงได้ไปยื่นจดทะเบียนกับ สคบ. แต่เมื่อยื่นเรื่องไปทาง สคบ.ตัดสินว่า บริษัท วีเน็ตสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรง เนื่องจาก เป็นสินค้าประเภทให้บริการที่แตกต่างไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม บริษัท ก็ได้มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง เพื่อความชัดเจน โปร่งใสแล้ว เช่นเดียวกัน


“วันนี้วีเน็ตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมาก นัก แต่ก็ได้เริ่มเข้ามาอยู่ในกระแสตลาดเครือข่ายบ้างแล้ว โดยวีเน็ตจะเน้นขยายตลาดไปสู่กลุ่มนักธุรกิจเครือข่ายก่อน เพราะ กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีแรงบันดาลใจในตัวเองสูง มีพลังขับเคลื่อนสูง และที่สำคัญมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหลายคน อาจคิดว่า บริษัทวีเน็ตจะเข้ามาแข่งขัน หรือ แย่งชิงแม่ทีมกับธุรกิจขายตรงค่ายอื่นๆ ซึ่ง ตนขอยืนยันตรงนี้ว่า วีเน็ตไม่ใช่ธุรกิจที่จะมาแข่งขันกับเครือข่ายใดๆ อย่างแน่นอน เพราะรูปแบบการจัดตั้งบริษัทมีความแตกต่าง กัน และตนค่อนข้างมั่นใจว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับทุกๆ ธุรกิจได้ต่อไป”


สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ นายโกเมศ เปิดเผยว่า บริษัทจะมีการผลักดันให้ สมาชิกได้มีการเปิดศูนย์ วีเน็ตเซ็นเตอร์ ให้ ได้มากที่สุด โดยศูนย์วีเน็ต เซ็นเตอร์ ดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายศูนย์เซ็นเตอร์ให้บริการ อย่างศูนย์ทรูมูฟ ปัจจุบันสมาชิกของบริษัทได้ทำการเปิดไปแล้วในเขตสายไหม กรุงเทพฯ และกำลังจะเปิดที่ศูนย์พระโขนง หนองจอก และสาทร ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่หาดใหญ่ สุพรรณบุรี เชียงใหม่ และโคราช ทั้งนี้คาดว่า ภายในสิ้นปี บริษัทจะสามารถเปิดศูนย์ วีเน็ตได้ประมาณ 20 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการจัดงานต่างๆมากขึ้น เพื่อให้บริษัทได้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ บริษัทจะจัดงานครั้งใหญ่ “Grand Opening V-Net Thailand” เปิดตัว วีเน็ต ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ


อย่างไรก็ตาม นอกจากบริษัทวีเน็ตจะมีการใช้เมมเบรนชิพในการสร้างรายได้แล้ว บริษัทก็ยังได้มีการวางแผนพัฒนาระบบ สื่อออนไลน์ เพื่อสร้างกลุ่มสังคมสมาชิกวีเน็ต ได้มีการนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนผ่านสื่อออนไลน์ของทางบริษัท ซึ่งนอกจากจะได้ซื้อขาย สินค้าราคาพิเศษแล้ว บริษัทยังให้ผลตอบแทน สำหรับสมาชิกที่ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ นี้ด้วย โดยในอนาคตบริษัทก็อาจจะนำสินค้า เกี่ยวกับไอทีเข้ามาเสริมทัพมากขึ้นเรื่อยๆ


“ด้านเป้าหมายธุรกิจบริษัทคาดว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถตอบสนองการใช้ชีวิต ในกลุ่มคนทุกระดับทั่วประเทศไทยซึ่งในปีนี้ บริษัทมีเป้ายอดสมาชิก 1 แสนรหัส โดยขณะนี้ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 1.3 หมื่นรหัส สมาชิก แอ็กทีฟประมาณ 20-30%” นายโกเมศกล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012  ถึง 19-6-2012 

วี-เน็ต โกลบอล (V-net Global) ธุรกิจเครือข่าย(Network) ขายตรง(MLM) แนวใหม่ ส่งสินค้าแหวกวงการชิพติดซิมมือถือจ่ายผ่านระบบเงินคืน


นายโกเมศ ลักษมีสถาพร ผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท วี-เน็ต โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงที่มาของบริษัท ว่า วีเน็ตมีจุดกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย โดยผู้ก่อตั้งคือ “มร.มาลากี้” ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญทางด้านซอฟต์แวร์และระบบไอทีต่างๆ ซึ่งด้วยความที่อยู่ในวงการไอทีมานาน ทำให้ มร.มาลากี้ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไมโครชิพเป็นอย่างดี จนเป็นที่มาของ การคิดค้นระบบเมมเบรนชิพที่สามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือเกือบทุกค่าย และท่านได้พัฒนาเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่มีลักษณะคล้ายธุรกิจเครือข่ายขายตรง 


“ตนเอง ซึ่งในอดีตเคยทำงานเกี่ยวกับ ด้านไอทีมาเช่นกัน รู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสพบกับมร.มาลากี้ ที่เข้ามาสำรวจตลาดในประเทศไทยเมื่อประมาณปี 2009 ในขณะนั้นหลังจากที่ได้รับฟังแนวคิด และแผนการตลาดต่างๆ โดยเฉพาะแนวคิด “การเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้” นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำ การตลาดในรูปแบบเครือข่าย โดยผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบเมมเบรนชิพ และนำไปแปะติดกับซิมการ์ด มือถือที่เราทุกคนใช้อยู่ เราก็จะสามารถทำธุรกรรมทาง การเงินผ่านทางมือถือได้ทันที ถือเป็นแนวคิดการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ตนมองเห็นถึงความเป็นไปได้และโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะ เมื่อปัจจุบันมือถือได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับทุกๆ คน” นี่คือเหตุผลหรือที่มาในการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนธุรกิจ ของโกเมศ


ซึ่งโกเมศ กล่าวต่ออีกว่า การก่อตั้งบริษัท วีเน็ต ในประเทศไทยใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ปัจจุบันเมมเบรนชิพ ดังกล่าวสามารถใช้กับระบบเครือข่ายมือถือ ได้เกือบทุกค่ายในไทย ยกเว้นระบบทีโอที โดยลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรสินเชื่อ การเติมเงินและอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านทางระบบมือถือได้ทันที เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในวอลเล็ต แล้วก็เริ่มทำรายการ ซึ่งรายได้จะเกิดจากการเติมเงิน และ การชำระค่าบริการผ่านระบบ และมีการแนะนำบอกต่อกันไป


“โดยเริ่มต้นจากการสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับเมมเบรนชิพไปแปะติดซิมการ์ดในราคาชุดละ 999 บาท โดยสามารถ ใช้ได้ตลอดชีพ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน และไม่ต้องรักษายอด จากนั้นระบบจะโอนเงินคืนในวอลเล็ตจำนวน 100 บาท หากมีการแนะนำหรือบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับ สปอนเซอร์โบนัสต่อชุด 250 บาท นอกจาก นี้ ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตรา ที่กำหนดจากการที่ตัวเองหรือเครือข่าย ของตนชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบวีเน็ต”


การใช้กลยุทธ์การบอกต่อดังกล่าว จึงเสมือนกับธุรกิจขายตรงประเภทหนึ่ง แต่แตกต่างกับขายตรงตรงที่บริษัทไม่มีสินค้าแนะนำบอกต่อ เหมือนบริษัทขายตรง ทั่วไป ทั้งนี้ด้วยความโปร่งใส และเพื่อให้ การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกกฎหมายบริษัทจึงได้ไปยื่นจดทะเบียนกับ สคบ. แต่เมื่อยื่นเรื่องไปทาง สคบ.ตัดสินว่า บริษัท วีเน็ตสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรง เนื่องจาก เป็นสินค้าประเภทให้บริการที่แตกต่างไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม บริษัท ก็ได้มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง เพื่อความชัดเจน โปร่งใสแล้ว เช่นเดียวกัน


“วันนี้วีเน็ตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมาก นัก แต่ก็ได้เริ่มเข้ามาอยู่ในกระแสตลาดเครือข่ายบ้างแล้ว โดยวีเน็ตจะเน้นขยายตลาดไปสู่กลุ่มนักธุรกิจเครือข่ายก่อน เพราะ กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีแรงบันดาลใจในตัวเองสูง มีพลังขับเคลื่อนสูง และที่สำคัญมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหลายคน อาจคิดว่า บริษัทวีเน็ตจะเข้ามาแข่งขัน หรือ แย่งชิงแม่ทีมกับธุรกิจขายตรงค่ายอื่นๆ ซึ่ง ตนขอยืนยันตรงนี้ว่า วีเน็ตไม่ใช่ธุรกิจที่จะมาแข่งขันกับเครือข่ายใดๆ อย่างแน่นอน เพราะรูปแบบการจัดตั้งบริษัทมีความแตกต่าง กัน และตนค่อนข้างมั่นใจว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับทุกๆ ธุรกิจได้ต่อไป”


สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ นายโกเมศ เปิดเผยว่า บริษัทจะมีการผลักดันให้ สมาชิกได้มีการเปิดศูนย์ วีเน็ตเซ็นเตอร์ ให้ ได้มากที่สุด โดยศูนย์วีเน็ต เซ็นเตอร์ ดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายศูนย์เซ็นเตอร์ให้บริการ อย่างศูนย์ทรูมูฟ ปัจจุบันสมาชิกของบริษัทได้ทำการเปิดไปแล้วในเขตสายไหม กรุงเทพฯ และกำลังจะเปิดที่ศูนย์พระโขนง หนองจอก และสาทร ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่หาดใหญ่ สุพรรณบุรี เชียงใหม่ และโคราช ทั้งนี้คาดว่า ภายในสิ้นปี บริษัทจะสามารถเปิดศูนย์ วีเน็ตได้ประมาณ 20 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการจัดงานต่างๆมากขึ้น เพื่อให้บริษัทได้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ บริษัทจะจัดงานครั้งใหญ่ “Grand Opening V-Net Thailand” เปิดตัว วีเน็ต ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ


อย่างไรก็ตาม นอกจากบริษัทวีเน็ตจะมีการใช้เมมเบรนชิพในการสร้างรายได้แล้ว บริษัทก็ยังได้มีการวางแผนพัฒนาระบบ สื่อออนไลน์ เพื่อสร้างกลุ่มสังคมสมาชิกวีเน็ต ได้มีการนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนผ่านสื่อออนไลน์ของทางบริษัท ซึ่งนอกจากจะได้ซื้อขาย สินค้าราคาพิเศษแล้ว บริษัทยังให้ผลตอบแทน สำหรับสมาชิกที่ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ นี้ด้วย โดยในอนาคตบริษัทก็อาจจะนำสินค้า เกี่ยวกับไอทีเข้ามาเสริมทัพมากขึ้นเรื่อยๆ


“ด้านเป้าหมายธุรกิจบริษัทคาดว่าธุรกิจวีเน็ตจะสามารถตอบสนองการใช้ชีวิต ในกลุ่มคนทุกระดับทั่วประเทศไทยซึ่งในปีนี้ บริษัทมีเป้ายอดสมาชิก 1 แสนรหัส โดยขณะนี้ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 1.3 หมื่นรหัส สมาชิก แอ็กทีฟประมาณ 20-30%” นายโกเมศกล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012  ถึง 19-6-2012