ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : Liberty of the seas บนเส้นทางแห่งความงามของเมดิเตอร์เรเนียน (สเปน – ฝรั่งเศส – อิตาลี)







viewImage2 (Mobile)

 


เมื่อ 18- 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้นำผู้จำหน่ายอิสระของบริษัทฯ ที่ผ่านการทำคุณสมบัติท่องเที่ยวกับเส้นทางแห่งความงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยเรือสำราญสุดหรู Liberty of the seas เหินฟ้าไปยังบาเซโลนา ประเทศสเปน เพื่อเช็คอินลงเรือ ภายใต้การนำของ ดร.สมชาย และ ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา และคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ โดยคณะได้เดินทางไปชมสถานที่สวยงามต่างๆ ภายในสเปน-ฝรั่งเศส-อิตาลี เช่นโบสถ์กราด้า แฟมิเลีย มหาวิหารนีโอ-โรมาเนสก์ จัตุรัสโอโม่ที่สร้างด้วยหินอ่อนขาว และหอระฆังที่มีอายุ 800 ปี จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ชื่อว่า “หอเอนเมืองปิซ่า” ชมน้ำพุเทรวี่ สัญลักษณ์แห่งกรุงโรม ก่อนเข้าชมโรมันฟอรัม ใจกลางอารยธรรมของกรุงโรม โคลอสเซี่ยม และนครรัฐวาติกัน เป็นต้น


เรียกได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้ครบรสจริงๆ เพราะนอกจากได้เพลิดเพลินกับสถานที่สำคัญต่างๆในประเทศแล้ว การอยู่ภายใต้เรือสำราญยังเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งโรงภาพยนตร์ สนามกีฬากลางแจ้ง ห้องอาหารนานาชาติ รับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่ Main Dining Room บนเรือ รวมถึงการซื้อของแบรนด์แนมมากมายในราคา duty free ผู้จำหน่ายอิสระ ที่ได้เดินทางไปในคณะครั้งนี้แต่ละท่าน ได้ใช้เวลาบนเรือกันอย่างคุ้มค่าสมกับที่ตั้งใจทำงาน เพื่อให้ผ่านโปรโมชั่นหรูและมาสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม จอยแอนด์คอยน์ ยังมีโปรแกรมการท่องเที่ยวระดับ first class อีกมากมายที่รอทุกท่านอยู่ เพียงแต่ท่านเข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับเรา “จอยแอนด์คอยน์ โอกาสดีๆ ที่เป็นไปได้ ทำง่ายและมั่นคง”


 


 


 


Credit By : Bisiness Owner


 

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : J&C ขึ้นแท่นขายตรงอินเตอร์ คว้ารางวัล







p007_1_00 (Mobile)

 


J&C โชว์ศักยภาพขายตรงระดับอินเตอร์ คว้ารางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ณ ประเทศบรูไน ไม่หยุดนิ่งต่อยอดพัฒนาระบบ E-wallet ให้สามารถทำงานได้สะดวก ขึ้น ล่าสุด เตรียมเปิดตัว SMART MLM อย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ หวังดึงคนรุ่นใหม่แห่ร่วมธุรกิจ ด้าน ดร.สมชาย ฟันธงครึ่งแรกยอดโต ตามเป้า มั่นใจสิ้นปีโต 10% แน่นอน ซุ่มเงียบเกี่ยวแขนภาครัฐ ดอดเจรจาดูลู่ทางลงทุนในฟิลิปปินส์ และเวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหาประธานกรรมการบริหารบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C)เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทและการพัฒนาธุรกิจด้วย นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 บริษัทของประเทศไทย ประกอบด้วย ซีพี, เดลต้า และ จอย แอนด์ คอยน์ ให้เข้ารับ รางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศบรูไน นอกจากรางวัลดังกล่าว แล้ว บริษัทยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังอยู่ในระหว่าง การรอผลการคัดเลือกให้ไปรับรางวัล ซึ่งเป็นการการันตีถึง ความทุ่มเท และมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง


บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ยังได้พัฒนาระบบ E-wallet และ Software ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้นไป อีก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยให้สมาชิกสามารถ บริหารจัดการกับธุรกิจได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันบริษัท มีสมาชิกผู้ที่เปิดใช้ E-wallet แล้วกว่า 400 แอคเคาน์ ซึ่ง ทั้ง 400 แอคเคาน์นี้ สมาชิกสามารถบริหารงานได้เองและ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน


ระบบ E-wallet และ Software พัฒนาขึ้นมา เพื่อ ช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงานได้ง่ายขึ้น และสามารถทำงานได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลน์ ขณะเดียวกันบริษัทยังได้พัฒนา ระบบ Software ต่างๆ และ E-Wallet ให้มีประสิทธิภาพ ในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยระบบ E-Wallet เป็น ตัวช่วยในการทำงาน กล่าวคือ เพียงนักธุรกิจเติมเงินเข้าไป ใน E-Wallet ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถที่จะสั่งซื้อสินค้า และสั่งจ่ายได้ผ่านทางระบบ E-Wallet ได้ทันที


ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้วางแผนที่จะช่วย ให้นักธุรกิจมีความเป็นเจ้าของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ มากขึ้นผ่านระบบ SMART MLM โดยนักธุรกิจทุกคนสามารถ บริหารงาน และวิเคราะห์โครงสร้างองค์กรของตนเองได้ ผ่านทางระบบดังกล่าว คาดว่าระบบ SMART MLM จะ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่ง เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ตั้งแต่ 18-35 ปี เข้ามาใช้งานได้


สำหรับอัตราการเติบโตของ จอย แอนด์ คอยน์ ใน ครึ่งแรกของปี 2556 นั้น ดร.สมชาย กล่าวว่า ยังคงเติบโต เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคาดว่าทั้งปีนี้บริษัทจะมีอัตราการ เติบโตอยู่ที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนโครงการ ห้างสะดวกซื้อนั้น ขณะนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการจัดซื้อที่ดิน ตามจังหวัดใหญ่ๆ ไว้แล้วกว่า 20 จังหวัด โดยในแต่ละจังหวัด จะมีพื้นที่ประมาณ 2-3 ไร่ ทุกสาขาจะมีลักษณะอาคาร เป็นแบบกรีนบิวดิ้ง และในอนาคตจะซื้อที่ดินเพื่อขยายสาขา ของห้างสะดวกซื้ออีกแน่นอน


การที่บริษัทได้จัดทำเป็นห้างสะดวกซื้อ เพื่อตอบ- สนองความต้องการของผู้บริโภค และสมาชิกของ จอย แอนด์ คอยน์ ซึ่งภายในห้างสะดวกซื้อจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจะ เป็นที่จำหน่ายสินค้า และชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการจัดฝึก อบรมกับสมาชิก และผู้สนใจ ซึ่งห้างสะดวกซื้อในแต่ละที่ จะเป็นเหมือนศูนย์กระจายสินค้าตามจังหวัดต่างๆ และให้ E-wallet เป็นเหมือนสาขาเล็กๆ สินค้าที่วางจำหน่าย ภายในห้างฯ จะเป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้บริโภค เป็นหลัก


ด้าน ฐัช หัชลีฬหาผู้ช่วยประธานกรรมการและ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย และกัมพูชา ในอนาคต อันใกล้นี้มีวางแผนจะขยายไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทจะเข้าไปทำการสำรวจตลาด และเจรจา การค้ากับประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งการเข้าไป ในประเทศต่างๆ นั้น บริษัทจะร่วมเดินทางเข้าไปกับทาง ภาครัฐบาลในการเข้าไปเจรจาเพื่อหาช่องทางในการเข้าไป ลงทุนในประเทศเหล่านี้


วันนี้ J&C ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำธุรกิจ ขายตรงแบบสะดวกซื้อได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ซึ่งจะ เห็นได้จากในปัจจุบันมีนักธุรกิจอิสระได้ให้ความสนใจเข้ามา ทำธุรกิจใน J&C เป็นจำนวนมาก และนักธุรกิจมีความ หลากหลายของกลุ่มช่วงอายุ โดยมีตั้งแต่อายุ 18-70 ปี ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมดกว่า 1 ล้านรหัส และมี J&C Shop กว่า 70 สาขาเปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ ทั้งนี้ การ ที่บริษัทได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจอิสระเป็น อย่างมาก เนื่องจากการที่บริษัทได้สร้างเครื่องมือ และ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงาน อย่างสะดวกสบาย รวมไปถึงการมีสินค้าที่ครอบคลุมและตรง ต่อความต้องการของนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 8 กลุ่ม รวมกว่า 20,000 รายการ และ ยังมียาน้ำสมุนไพรจีนโหย่งเหิงเป็นสินค้าหลักด้วย


ขณะที่อาสา หัชลีฬหาผู้อำนวยการสถานี เจซี ทีวี และศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหารองผู้อำนวยการ เจซี ทีวี กล่าวว่า สถานี เจซี ทีวี เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ผลิตรายการ และนำเสนอเรื่องราว ข่าวสารต่างๆ ของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้แก่สมาชิกได้รับรู้ภายใต้คอนเซ็ปต์ แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน โดยสถานเี จซี ทีวี จะมีรายการให้ไดรั้บชมทั้งหมด 25 รายการ เป็นรายการที่ผลิตให้กับ จอย แอนด์ คอยน์ ได้แก่ The Key Man, JC Special Scoop, JC Travel และท้าลองท้ารวย สามารถรับชมได้ 3 ช่องทาง คือ เคเบิล ทีวี, อินเทอร์เน็ต ทีวี และเว็บไซต์ www.jctv.in.th


โดยในเว็บไซต์ www.jctv.in.th สมาชิกยังสามารถ ที่จะเข้าไปสืบหาข้อมูลของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้ ผ่านทาง เว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานีเจซี ทีวี ได้ เปิดดำเนินการมากว่า 10 เดือน ได้มีสมาชิก และผู้คนที่ให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีพันธมิตรให้ความ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) : 'จอยแอนด์คอยน์' มุ่งสู่ความเป็นซุปตาร์







Biz-JC (Mobile)

 


จอยแอนด์คอยน์ เผยแผน 5 ปี เดินหน้าพัฒนาไม่หยุดยั้ง ใช้แบรนด์สื่อสร้างขายตรงแนวใหม่ พัฒนาขายตรงแบบบูรณาการ ทั้งสินค้า ช่องทางจัดจำหน่าย สร้างโซลูชั่นใหม่ตอบโจทย์ขายตรงสะดวกซื้อ มุ่งสู่การเป็นธุรกิจติดดาว


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จากาการที่บริษัทเปิดดำเนินการมากว่า 11 ปี ได้ผ่านพ้นช่วงการพัฒนาธุรกิจในระบบต่างๆ มาแล้ว โดยใน 5 ปีแรก ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และหลังจากที่แบรนด์เกิดความเข้มแข็งแล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้างมิติใหม่ในธุรกิจ นั่นคือ การพัฒนาสู่ขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สเต็ปต่อไปคือ การพัฒนาธุรกิจสู่การเป็นธุรกิจติดดาว โดยใช้ประโยชน์จากแบรนด์ และเน็ตเวิร์คที่มีความเข้มแข็ง เพื่อตอบโจทย์คำว่าขายตรงสะดวกซื้อ


"เฟสแรกคือการค้นหาตัวเอง ทำแบรนด์กว่าจะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งต้องใช้ระยะเวลา กว่าคนจะเกิดการรับรู้ แต่ขายตรงดีตรงที่มีระบบอยู่แล้วทำให้เราไปได้เร็ว ต่อมาเราเข้าตลาดใหม่ๆก็พยายามค้นหาตัวเอง จนเรารู้แล้วทำขายตรงแบบใหม่ การที่เราเป็นขายตรงแบบใหม่ เป็นคำถามว่าทำอย่างไร เป็นไปได้ไหม 5 ปีหลังคำถามเริ่มหมดไป ตอนนี้เริ่มเฟสแรกสู่การเป็นธุรกิจติดดาว นี่คือสิ่งที่กำลังพัฒนาอยู่ ทำอย่างไรให้เกิดการใช้ประโยชน์จากแบรนด์ การมีเน็ตเวิร์ค สร้างไป ทำไป รักษาไว้ แบรนด์เราไม่เหมือนใคร ขายตรงสะดวกซื้อ แนวคิดนี้ตอบโจทย์ลองเทอมได้"


ดร.สมชาย กล่าวว่า การที่จะก้าวสู่การเป็นธุรกิจติดดาวนั้น บริษัทต้องสามารถตอบคำถามต่างๆ ในธุรกิจได้ รวมไปถึงการล้างภาพเดิมๆ ของธุรกิจขายตรงสู่แนวคิดใหม่ ตลอดจนการสร้างความแตกต่างโดยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ จนกระทั่งเกิดเครื่องมือที่ต่อยอดการพัฒนาแบบองค์รวม


"ผมสำรวจว่าปัญหาของขายตรงมีอะไรบ้าง ตั้งแต่เรื่องขายตรงที่โอเวอร์เคลม ทำอย่างไรให้หมดไป ความไม่สะดวก ยุคแรกไม่มีเอาท์เล็ตทำอย่างไร หรือเรื่องคุณค่าที่ไม่คุ้มค่า เหล่านี้คือ ปัญหา ทั้งหมดนี้ทำให้เราพบโซลูชั่น ขายตรงสะดวกซื้อ การมีขายตรงที่มีความแตกต่าง สินค้าหลากหลาย ช่องทางการจัดจำหน่ายที่พัฒนามมาหลายช่องทาง มากกว่าเฟสทูเฟส ไม่ใช่แล้วทุกวันนี้มีโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค การคอมมูนิเคท พัฒนาตามการสื่อสาร เราค้นพบว่า ถ้าให้ตลาดโตอย่างต่อเนื่องต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เราอยู่ในช่วงการพัฒนา"


ขณะที่เป้าหมายภายใน 4-5 ปี ของจอยแอนด์คอยน์ คือ พัฒนาโครงสร้างที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์แบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นดาวของธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแบบบูรณาการที่มีองค์ประกอบครบถ้วน เป็นห้างขายตรงแนวใหม่ ผสมผสานโมเดิร์นเทรด เริ่มจากสาขาใหญ่ๆ จากนั้นก็ต่อยอดทำธุรกิจออนไลน์ได้ โดยปลูกฝังความรู้สึกการเป็นเจ้าของธุรกิจสู่ผู้นำผ่านระบบที่เรียกว่าอีวอทเล็ต ซึ่งมีผู้เข้าร่วมขณะนี้กว่า 400 รหัส


"เราจะทำระบบซื้อขายแบบครบถ้วน จะซื้อจะขาย เติมเงิน จ่ายบิล เอาระบบเปิดท้ายขายของเข้ามา จะเห็นในอีก 3-6 เ ดือนข้างหน้า ทั้งหมดนี้เพื่อให้อยู่ภายใต้ความสะดวกนั่นเอง" ดร.สมชาย กล่าว


 


 


 


Credit By :http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"สมาพันธ์ขายตรง" ในใจ "TSDA"







941638_459979200750941_1718929102_n (Mobile)


4 สมาคม เท่ากับ 1 สมาพันธ์


นี่คือความคิดที่จะจับรวมสมาคมขายตรงที่มีอยู่ในไทย มาตั้งเป็นสมาพันธ์ขายตรง ของนายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ TSDA คนใหม่ "ดร.สมชาย หัชลีฬหา" ประธานกรรมการบริหาร "บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด" และอดีตเลขาธิการ TSDA


ปัจจุบันวงการขายตรงไทย มีการรวมตัวของบริษัทขายตรงก่อตั้งเป็นสมาคมทั้งหมด 4 สมาคม ได้แก่ "สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)" "สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA)" "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)" และสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)"


สมาคมทั้ง 4 สมาคม มีแผนงานของใครของมัน มีวิธีการธรรมเนียมปฏิบัติที่ต่างกัน บริษัทขายตรงค่ายใดถูกใจแนวทางของสมาคมใดก็จะเลือกเข้าไปสังกัด หรือหากไม่ลงเอยในแนวทางของสมาคมที่มีอยู่ ก็จะตั้งตัวเป็นเอกราชไม่ฝักใฝ่ ฝ่ายใด


ความคิดที่ต้องการรวมตัวของสมาคมทั้ง 4 แล้วตั้งเป็น 1 สมาพันธ์ เป็นเรื่องที่มีผู้คิดอยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่ที่มาโด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นคำแถลงต่อหน้าสื่ออย่างชัดถ้อยชัดคำของอดีตนายก "สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย" "อัศวิน วัฒนปราโมทย์"


ที่ประกาศชัดเจนว่า นโยบายของตนในการนั่งเป็นนายกสมาคมฯ ช่วงนั้น คือ การจับรวม 3 สมาคมที่มีอยู่เมื่อต้นปี 2555 และตั้งสมาพันธ์ขายตรงไทย


สุดท้ายแผนทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องล่มสลาย เมื่อสมาคมการขายตรงไทย มีการตั้งนายกสมาคมคนใหม่ และปฏิเสธที่จะร่วมวงตามการเปิดเผยของ "อัศวิน วัฒนปราโมทย์" จนนายก TDIA ออกลูกน้อยใจ ไม่ขอดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯอีกต่อไป พร้อมดึงบริษัทตนเองมาตั้งเอกราชไม่เข้ากับสมาคมใด


ล่าสุดวันนี้ วงการขายตรงไทย มีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 สมาคม คือ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" รวมปัจจุบันมี 4 สมาคม และในเวลาใกล้เคียง "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)" มีการเลือกตั้งนายใหม่ที่มาพร้อมนโยบายที่ต้องการรวม 4 สมาคม ตั้งสมาพันธ์ขายตรง


การตั้งสมาพันธ์เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการเห็น แต่ดูเหมือนเรื่องนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก หรือเท่ากับไม่มีเลย หากมองตามความเป็นจริง


เพราะการเกิดขึ้นของสมาคมขายตรงทั้ง 4 และการมีบริษัทที่ไม่ต้องการร่วมกับสมาคมใดอีกหลายร้อยบริษัท เป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่า วันนี้การปรองดองของธุรกิจขายตรงเกิดขึ้นได้ยาก ไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ เลย


ประเด็นหลักที่ทำให้สมาพันธ์ขายตรงไทยเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ต้องการ ตรงกันข้ามเสียงส่วนใหญ่ต่างมีความคิดในใจที่อยากรวมตัว เพื่ออำนาจต่อรองกับภาครัฐที่มากขึ้นอย่างมหาศาล รวมทั้งหากรวมกันได้ ก็เท่ากับว่าธุรกิจขายตรงไทย จะออกไปสู้กับธุรกิจขายตรงโลกได้อย่างไม่เสียเปรียบ


แต่ที่ทำให้สิ่งนี้ยังเกิดขึ้นไม่ได้ คือ ความคิดแปลกแยก การจะให้ใครมาเป็นผู้นำโดยที่ไม่ใช่ตนเอง เป็นเรื่องที่รับได้ยาก สิ่งนี้คือปัจจัยหลักของปัญหา ทำให้เห็นว่าสมาพันธ์ขายตรงเป็นเรื่องนามธรรม ยากแสนยากที่จะให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างจริง


โดยทางออกที่พอจะมองเห็นคือ ให้ผู้ใหญ่ที่ใหญ่จริง อาจเป็นคนของรัฐจัดการหักดิบ มัดรวมทุกสมาคม แล้วตั้งสมาพันธ์ขายตรงไทย คัดเลือกคนกลางที่มีความรู้ด้านขายตรง เป็นอย่างดีขึ้นมาเป็นหัว


สำคัญ คือ การล้างบางอำนาจเก่าที่เคยมีกับทุกสมาคม และกับภาครัฐให้สิ้นซาก




Credit By :http://www.siamturakij.com


วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ส.พัฒนาการขายตรงไทยรุกหนัก นายกฯใหม่ นำสมาชิกลุยตลาดAEC







Capture (Mobile)


จับตา สมาคมการพัฒนาการขายตรงไทย หลังคณะกรรมการโหวต เลือก ดร.สมชาย หัชลีฬหา อดีตเลขาฯ ขึ้นแท่นเป็นนายกสมาคมคนใหม่ โดยมี วุฒิพงศ์ วนากุล นั่งเลขาฯ แอ็คชั่นแรก ชี้โลกยุคใหม่การรวมกลุ่ม กันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะจะทำให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน ไล่ 9 ตั้งแต่การรวมกลุ่มกันของประชาคมชาวโลก WTO หรือ EU เหล่านี้ล้วนเกิดการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดี ล่าสุดกลุ่มอาเซียน หรือ AEC กำลังจะมีการรวมกลุ่มกัน จะเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ของอาเซียนซึ่งมีประชากร 600 ล้านคน แพลมๆ สมาคมฯ อาจ เปิดศูนย์เองในประเทศAEC เพื่อให้ สมาชิกเปิดช็อปตัวเองในศูนย์นั้นๆ ลุยตลาดเต็มที่

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนายกสมาคมพัฒนาการขายตรง ไทย เปิดเผย ตลาดวิเคราะห์ ว่า ปัจจุบันโลกทั้งโลกได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการผนึกกำลังกันมาก หากดูถึง วิวัฒนาการจากการรวมตัว เราจะเห็นว่าการ รวมตัวของประชาคมโลกได้พัฒนามาเป็น WTO จนกระทั่งมาเป็นนาฟต้า อาฟต้า ตรงนี้ ก็ถือว่าเป็นการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจ ถ้าพูดถึงฝั่งอเมริกา จะเริ่มจากอเมริกาเหนือ ไปถึงเม็กซิโก แคนาดา และมาพูดถึงอาฟต้า ประเทศไทยเราที่พัฒนาจนมาถึงวันนี้ที่เรียกว่า AEC โดยจะรวมกันแบบไหนก็แล้วแต่ เมื่อ รวมตัวขึ้นมาก็ถือว่า ได้ประโยชน์รวมกันแทบ ทั้งสิ้น โดยเราจะเห็นการวิวัฒนาการกันก็จะมี ทั้งดีและเสีย แต่ว่าทุกบทเรียน ทุกการรวมตัว ต้องบอกว่ามีข้อดีมากกว่าข้อด้อย เพียงแต่ว่า ข้อด้อยไม่มีการที่เคยเจอกันมาก่อน ไม่เคย เห็นปัญหา ซึ่งเมื่อเวลาที่มารวมตัวกันก็จะมีทั้งคนที่แข็งแรงและอ่อนแอ แต่สุดท้ายก็ต้อง ใช้เวลาในการปรับตัว

เมื่อตอนที่อียูรวมตัวกันนั้น ซึ่งถ้าย้อน ไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผู้คนก็บอกว่า ถือเป็นเรื่อง ดี แต่พอถึงวันนี้มันก็เริ่มเห็นปัญหาว่าอียู เมื่อ รวมกันแล้วจะเห็นว่าเงินที่มีสกุลที่แข็งแรงกว่า ก็อยู่ได้และได้เปรียบ แต่ถ้าคนที่มีเศรษฐกิจ อ่อนแอกว่าเมื่อไปรวมกับเขาก็ถือว่าลำบาก และคนที่จะรวมอยู่กับเขาได้จะต้องมีความ สามารถทั้งด้านสุขภาพ เรื่องต้นทุน ภาวการณ์ แข่งขัน เรื่องของเทคโนโลยี โนฮาวน์ กำลังเงิน ทุน เรื่องความได้เปรียบในเรื่องของสินค้า ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบโดยรวมว่าเมื่อ เรามาอยู่ด้วยกันแล้วจะใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างไร แต่ถ้ามาอยู่ร่วมกันแล้วอีกฝั่งได้เปรียบ อีกฝั่งไม่ได้เปรียบซึ่งก็ถือว่ายังเป็นปัญหา แต่ สุดท้ายก็ต้องมาพูดคุยกันอยู่ดี ตรงนี้ของอียู ที่ เขาช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อไม่ได้มีการรวม ตัวกันแบบนี้ ป่านนี้ที่กรีซ สเปน อิตาลี คงล่ม สลายไปแล้ว แต่สุดท้ายก็มีการพยุงกันอยู่ รองรับกันไว้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมาตรฐานก็จะมา อยู่ในระดับเดียวกัน ตรงนี้คือ ข้อ ดีของการรวม ตัว

แต่การรวมตัวกันตรงนี้มันก็จะมีความ ต่างศักดิ์ คือ อีกคนมีเงินมากกว่า อีกคนมีเงิน น้อยกว่า ซึ่งตรงนี้จะมาแบ่งปันช่วยเหลือกัน อย่างไร โดยหากมีการช่วยกันมันก็จะจูงกันไป แต่ถ้าไม่ช่วยกันอีกฝ่ายก็ตายเลย ก็ต้องมีการ ดึงกันไว้ โดยจะมีทั้งในเรื่องของกิจกรรมร่วม กัน เงินทุนร่วมกัน ใช้เงินสกุลเดียวกัน คน เคลื่อนย้ายอย่างเสรี แต่ว่าการที่เข้ามาร่วมกัน นั้นก็จะมีบางคนที่อ่อนแอ เพราะเศรษฐกิจ ไม่ดี ค่าเงินไม่แข็งแรง และมีปัญหา ซึ่งการรวม ตัวตรงนี้จะเป็นการฉายให้เห็นภาพว่าวันนี้การรวมตัวกันก่อเกิดประโยชน์มหาศาล ซึ่ง หากรวมแล้วเข้าใจกัน ไปในทิศทางเดียวกัน และอยู่ในกติกาเดียวกันที่ชัดเจน ในแต่สุด ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า และอุปสรรคก็ไม่ได้ เป็นปัญหา

นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงกล่าว อีกว่า หากมองย้อนไปในหลาย ๆ ปี ซึ่งผมเอง เคยพูดไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้วที่หุ้นอเมริกาตก ตรง นี้ต้องบอกว่าถือเป็นอุบัติเหตุในระยะสั้น เมื่อ มีการปรับตัวลงมาสุดท้ายก็ขึ้นกลับมาใหม่ แล้วพอหลังจากนั้นครึ่งปีก็กลับมา ถือว่า เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และ จากการดู QE1 หากจำไม่ผิดตัวเลขอยู่ที่ 1.8 ล้าน QE2 ตัวเลขอยู่ที่ 6 แสนล้าน และ QE3 ตัวเลขอยู่ที่เดือนหนึ่ง 4 หมื่นกว่าล้านเหรียญ ก็มีข่าวว่าตรงนี้จะไม่กระตุ้นเศรษฐกิจแล้วเรา ก็ต้องดูว่าตัวเลขอัตราการว่างงาน ลดน้อยลง ไหม การเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่

อย่างเศรษฐกิจ จีดีพี ของประเทศ สหรัฐอเมริกานั้น อย่างปีที่แล้วตัวเลขกลม ๆอยู่ที่ 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากดูจาก QE1 QE2 ในแต่ละปี รวมเม็ดเงินแล้วคร่าว ๆ เฉพาะอเมริกันปั้มเงินแล้วไม่ตํ่ากว่า 3 ล้าน ล้านเหรียญสหรัฐ คือ สามารถเติมสภาพคล่อง ในอเมริกันได้ถึง 20% ได้ส่งผลดี คือ พอมีใคร คนใดคนหนึ่งนั้นกระตุ้นมันก็ส่งผลดีต่ออีกคน หนึ่งดีขึ้น โดยเชื่อมโยงกันไปทั่วโลก ตรงนี้คือ ประโยชน์ของการรวมตัวกัน อย่างอาเซียนในตอนนี้ ก็เริ่มเห็นว่ามี รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ แต่ละประเทศเริ่ม มาคุยกันว่าประเทศไหนที่จะสามารถแข่งขัน กันได้ รวมถึงเริ่มมีการขยายและทำธุรกรรมกัน บ้างแล้ว อย่างตัวเลขการทำธุรกรรมล่าสุดนั้น ทางองค์กรการค้าโลกก็ออกมาพูดกัน ตอนนี้ ประเทศไทยเมื่อเทียบแล้วกับการลงทุนในช่วง 3-4 ปี ประเทศไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ มากกว่าต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทย เหตุผลเพราะว่าทุกคนก็ต่างอยากที่จะมา ลงทุนเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน โดยเริ่มที่จะมีคนไปเตรียมการไว้ก่อน เพราะ เวลาเคลื่อนย้ายเสรี คนที่เคยขาย ของ 66 ล้านคนเฉพาะในไทย ตอนนี้มันกลายเป็น 600 ล้านคน เพราะว่า AEC มีการรวมประชากร แล้วอยู่ที่ 600 ล้านคน

ตรงนี้ทำให้มีการเริ่มที่จะ ออกไปวางกลยุทธ์ ด้วยการไป สร้างช่องทางกระจายสินค้าใน ต่างประเทศซึ่งก็เริ่มที่ จะมีการไป ลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น จาก การรวมตัวตรงนี้ทำให้มีนโยบาย ต่างประเทศ ซึ่งอยากให้คนคิดว่า ทำ ไมวันนี้คนถึงต้องมีการไป ลงทุนในต่างประเทศ ก็เพราะหาก คุณมีเงินอยู่ในกระเป๋า และไม่ ยอมไปค้าขายกับใครเลยนั้น เรา รวยเฉพาะเรา แต่วันนี้เราเองควร ที่จะต้องมีการพึ่งพาต่างประเทศ

วันนี้มุมมองไม่เหมือนเดิม แล้ว โลกของการเปลี่ยนแปลงก็ดี กับปัจจัยหรือการมองคุณค่าที่แท้ จริง และที่น่าสนใจที่สุด คือ วันนี้ การรวมตัวทางเศรษฐกิจ หรือการ รวมตัวทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายหรือเน็ตเวิร์คแบบไหนก็ แล้วแต่ ถ้าใช้ประโยชน์ให้เป็นและ เห็นคุณค่า แล้วสร้างคุณค่าให้เกิด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกัน ใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ตรงนี้จะถือเป็น ประโยชน์สำหรับเจ้าของธุรกิจ เครือข่ายหรือผู้ร่วมธุรกิจร่วมกัน

ดร.สมชายกล่าวอีกว่า ใน ฐานะที่ได้รับบทบาทการเป็น ผู้นำ ของสมาคมพัฒนาการขายตรง ไทย ก็อยากจะเสนอความคิดว่า การเอากิจกรรมที่มีความสอด คล้องกัน มีวัตถุประสงค์มองไป ข้างหน้าเหมือนกัน สิ่งที่อยากให้ เกิดขึ้น เราก็ต้องมาคิดร่วมกัน ใน แง่ของบริษัทมารวมตัวกันมันก็ เป็นสมาคม และจากสมาคมกับ สมาคมรวมกันก็เป็นสมาพันธ์ และในบริษัทนั้นเองการรวมตัว ของคนในองค์กรก็รวมกันเป็น หนึ่งบริษัท ก็เห็นได้ว่านี้คือการ รวมตัวทั้งสิ้น ที่เราพูดถึงวันนี้คือ เรื่องของการรวมตัวกัน เพราะการ รวมตัวในเรื่องเชิงการค้าก็ดี เชิง ในเรื่องของกิจกรรมเพื่อประโยชน์ ก็ดี เพราะมันก็แล้วแต่วัตถุ ประสงค์ของกิจกรรมนั้น ๆ

ถ้าพูดถึงสมาคมพัฒนา การขายตรงไทย โดยเฉพาะผมได้ รับบทบาทการเป็นนายกสมาคม ที่พึ่งได้รับเลือกเมื่อไม่นานมานี้ โดยหลักการแล้วสมาคมแต่ละ สมาคม และผมก็ได้รับการอบรม และไปรวมกับสมาคมการค้าที่เขา อบรมกัน ก็มีหลากหลายสมาคม ไม่ใช่มีสมาคมขายตรงอย่างเดียว ก็มีสมาคมอื่น ๆ สมาคมสปาไทย สมาคมโลกสีเขียว สมาคมการค้า อาเซียน มารวมกันในรุ่นนี้มีอยู่ 27 สมาคม ซึ่งผมก็ได้รับหนึ่งบทบาท การเป็นรองประธานกลุ่มของ สมาคม และก็กำลังยกฐานะให้ เป็นสมาพันธ์ ก็คือรวมกลุ่มหลาก หลายสมาคมเข้ามาเป็นสมาพันธ์ ก็มีหลักการง่าย ๆ คือ ก่อตั้งขึ้นมา รวมกันเพื่อให้ก่อเกิดพลังทางด้าน ความคิดที่ได้แชร์ประโยชน์ร่วม กัน แต่ประโยชน์ที่ได้มาก็มาจาก 1. คือการเป็นตัวแทนของภาค เอกชน ที่ไปเจรจากับภาครัฐ ที่ เป็นตัวแทนของผู้บริโภค เป็น ตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรม เป็น ตัวแทนของบริษัทในการเอาเรื่อง ที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของสังคม เรื่องเทคโนโลยี และเรื่องไลฟ์ สไตล์ของผู้คน เพราะทุกอย่างใน สังคมที่มันเปลี่ยนไป มันเกิดจาก การที่คนทำให้เปลี่ยนไป และการ จะเปลี่ยนไปทางไหน ชี้นำอย่างไร มันก็ต้องมีคณะบุคคลหรือกลุ่ม คน อย่างเช่น สภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจ เขาก็มาจากสมาคมที่ เป็นตัวแทนและก็รวมกลุ่มและก็ เอาคำแนะนำไปบอกกับรัฐบาล แต่สมาคมหรือสมาพันธ์ก็อาจจะ เอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปต่อ รอง

คือ เอาข้อมูลของสมาชิก เข้าไปคุยกับภาครัฐ ไปคุยกับ หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ เพื่อให้ ได้มาซึ่งแนวทางที่ถูกต้อง คือ ให้ ภาครัฐส่งเสริมแบบเป็นธรรม เป็น ประโยชน์ และเป็นคุณค่าใน อนาคตที่ใช้ร่วมกันในสังคม เพราะการอยู่ร่วมกันเราต้องนึกถึง หลักจรรยาบรรณ และต้องถูก กฎหมาย เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่าง สันติ การรวมตัวกันนั้นเวลาเราไป พูดกับภาครัฐเขาก็ฟังเรา เพราะ เขามองว่าเป็นคนหมู่มากไป ไม่ใช่ คน ๆ เดียว และนี่คือประโยชน์ของ การรวมตัวและสมาคมที่เราทำ เราก็คาดหวังว่าจะเป็นตัวแทนใน กลุ่มเครือข่ายขายตรง เพราะ บริษัทขายตรงอาจจะมีหลาย ๆ แบบ มีชั้นเดียวมีหลายชั้น แต่ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทยไม่ ได้เลือกว่าจะเป็นแผนไหน แต่ แผนแบบไบนารี่ไตรนารี่อยู่กับเรา เยอะหน่อย เพราะเราก็เอาสิ่ง เหล่านี้มารวมตัวกัน และก็มาแชร์ กัน ก็บอกว่าแนวทางที่ถูกต้องเป็น อย่างไรก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปคุยกับ ภาครัฐ

ดร.สมชายกล่าวอีกว่า อย่างกิจกรรมล่าสุด บริษัทใน สมาคมก็ได้รับตราสัญลักษณ์ จาก สคบ.ไป 4 บริษัท จากจำนวน สมาชิกกว่าสิบบริษัท ที่จริงส่งไป 5 บริษัท อีกบริษัทเนื่องจากไม่เข้า เกณฑ์เพราะว่าอายุไม่ถึง เพราะ ต้องเอาเกณฑ์ 3 ปี แต่นี่ยังแค่ 1 ปี เศษ ก็ต้องรอโอกาสต่อไป ประโยชน์ของการเข้าร่วมสมาคม ก็ดีตรงนี้แหละ ดีกว่าอยู่เพียง ลำพัง เพราะการรวมตัวเราคุยกัน ที่หัวข้อว่า ถ้าวันนี้เรารวมตัวกัน ก็ได้แชร์ และก็ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เราไม่ได้มาแกร่งแย่งกันเลย เพราะรอบนี้ที่เปลี่ยนกรรมการก็ โหวตกันเองว่าใครอยากได้ใคร เป็นอะไร และเสียงข้างมากคน ไหน คนนั้นก็รับบทบาทไป ในอนาคตบริษัทไหนที่ไม่ ได้อยู่ในสมาคม ค่อนข้างจะเสีย โอกาส เพราะว่าแรงขับเคลื่อน จากนี้ไปจะเป็นพลังกลุ่มมากกว่า โดดเดี่ยว พอผมเข้ามารับตำแหน่ง ก็จัดวาระเลยว่าต้องไปดูงาน อย่างวันที่ 29 พฤษภาคม นี้ มีทูต พาณิชย์ หรือที่ปรึกษาราชทูต ที่ ปรึกษาการค้าต่างประเทศใน แต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนมา รวมตัวกัน เราก็ได้จองที่นั่งไว้เข้า ร่วมงาน ก็จะมีโอกาสพูดคุยกับ ท่านทูต เพื่อให้เห็นเป็นแนวทาง ว่าต่อไปนี้ AEC ตลาดเป็นอย่างไร ถ้าจะไปเปิดสาขาต่างประเทศเรา ทำอย่างไร เราก็จะได้เปรียบด้าน ข้อมูล และในวันที่ 4 มิถุนายน นี้ กรรมการสมาคมฯ ก็จะไปดูงาน กับกรมการค้าต่างประเทศ เพราะ เขาก็มีการจัดงานกับภาครัฐบาล ไปกับครู อาจารย์ที่ไปในเรื่องของหลักสูตรการส่งเสริมพัฒนา ศักยภาพ และก็ไปดูงานไปกับ สมาคมอื่น ๆ ด้วย ไปดูเรื่องการค้า ลู่ทางการลงทุน ทำบิสสิเนสแมส ชิ่ง เริ่มต้นที่พม่า ไปดูทำเลและ ลู่ทางการลงทุนอยู่กัน 3 คืน ก็ไป พร้อมกันหลายบริษัท เพราะเรา ยังเคยคุยไว้ว่าไปต่างประเทศถ้า ขี้เกียจลงทุน เราอาจจะมารวมตัว กันสร้างออฟฟิศสักออฟฟิศหนึ่ง แล้วก็เข้ามาร่วมกันได้เลย ไม่ต้อง ต่างคนต่างไปลงทุนเปิดศูนย์ สาขา เปิดรวมกันเลย แต่ละบริษัท ก็มาตั้งสำนักงานอยู่ในนั้นแหละ นี่คือ ประโยชน์ของการรวมตัวกัน เป็นสมาคม เราอยู่กันแบบพี่ แบบน้อง และหลังจากพม่าก็มี โปรแกรมต่อกลับไปเวียดนาม จากนั้นไปดูงานที่ฟิลิปปินส์ และ อีกหลาย ๆ ประเทศใน AEC

ลองนึกภาพดู ถ้าเรา เปิดเป็นเซ็นเตอร์ใหญ่ๆในนาม สมาคม ให้สมาชิกมีช็อปเป็นของ ตัวเอง ส่วนกลไกการตลาดแต่ละ บริษัทก็ว่ากันไป ลักษณะวัน สต็อปเซอร์วิสขายตรง อย่างนี้ ประหยัดต้นทุนได้เยอะ ไม่ต้อง กลัวว่าจะไปแย่งสมาชิกกัน เพราะ ทุกบริษัทมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง อยู่แล้ว ผู้บริโภคหรือสมาชิกใน ประเทศนั้นๆ เขาเลือกเองได้ว่า ตนเองชอบสไตล์ไหน ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 345 ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2556

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) : J&Cฉลองความสำเร็จ11ปีแห่งความมั่นคง ประกาศเดินหน้าสร้างธุรกิจ มุ่งสู่ บริษัทมหาชน







Biz-JC (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศความยิ่งใหญ่ จัดงานประกาศเกียรติคุณผู้ประสบความสำเร็จ ประจำปี2556 เผยเวลานี้ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทสู่AECและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ(MAI) เป็น บริษัทมหาชนล่า สุด ทุ่มงบกว่า 364ล้านบาท กว้านซื้อที่ดิน หวังสร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัว เมืองใหญ่ๆ ในแต่ภูมิภาค รองรับการเติบโต...พร้อม ปลื้มธุรกิจเติบโตมาจนถึงวัน นี้ได้เพราะด้วยการวาง รากฐานของธุรกิจอย่างมี ระบบ


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือ เผยถึง ความสำเร็จในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัด มากขึ้นทุกปีกับการเติบโตของ ธุรกิจ J&C ที่เรียกว่ามีความ แตกต่างค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะด้วยระบบที่มีการ ออกแบบเป็นโครงสร้าง และมีการ จัดทำให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาเรื่องการเก็บ ฐานข้อมูลด้วยการทำ (ERP) แบบสมบูรณ์แบบเพื่อมาพัฒนา เรื่องการตลาด พัฒนาระบบ ด้วย การพัฒนาเป็นระบบมินเลอร์ ให้ กระจายไปทุกที่โดยสามารถที่จะ ทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์


นอกจากนี้ ทางด้าน ดร.สมชาย ยังประกาศอีกว่า สำหรับในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเต รียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้า กับการขับเคลื่อนบริษัทสู่ AEC และการเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เป็น บริษัทมหาชน พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้มี การทุ่มทุนกว้านซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 364 ล้านบาท เพื่อรองรับ แผนการลงหลักปักฐาน สร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัวเมือง ใหญ่ ๆ ในแต่ละภูมิภาคอีกด้วย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ หลายจังหวัด ที่มีสนามบินขึ้นลง เนื่องจากมองว่า จะมีจำนวนประชากรหนาแน่น และมีกำลัง ซื้ออย่างมาก ส่วนจังหวัดเล็ก ๆ ทางบริษัทฯ ก็จะมีแผนที่จะเข้าไป เปิดสาขาด้วยเช่นกันแต่จะอยู่ใน พื้นที่ขนาด 2-3 คูหาเท่านั้นก่อน


ส่วนในอนาคตนับจากนี้ หลังจากที่ระบบทั้งหมดประสบ ความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับ แล้ว ทางบริษัทฯ จะเปิดโอกาส ให้กับผู้ที่มีความสนใจต้องการที่ จะซื้อแฟรนไซส์ สามารถซื้อได้ โดยผู้ที่จะซื้อแฟรนไซส์นั้นจะ ต้องลงทุนในรูปแบบของร้านที่มี ขนาดใหญ่ทั้งหมด เนื่องจาก ต้องการที่จะมีการคัดกรองนัก ธุรกิจที่อยากจะลงทุนจริง ๆ ในเฟสแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว พร้อมกับ ได้มีการซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัด หาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, นครศรี ธรรมราช , ตรัง และสาขาที่กำลัง จะซื้อเพิ่มก็มีจะภูเก็ต และมีทาง ภาคเหนือที่จังหวัดพิษณุโลก, เชียงใหม่, แพร่, น่าน ส่วนทาง ภาคอีสานก็จะมีที่ อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น และมหา สารคาม ส่วนภาคกลางจะมีที่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ ที่อยู่ที่ สุขาภิบาล 3 พร้อมกับมีแผนที่ จะสร้างในเฟสต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ


ดร.สมชาย ยังเผยอีกว่า ขณะนี้ ตนเองได้เตรียมที่จะผลัก ดันทายาทเจนเนอเรชั่นใหม่ เข้า มาเติมเต็มความแข็งแกร่งของ ธุรกิจในการพัฒนาธุรกิจและ การตลาดของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้สามารถสร้างแต้มต่อ ทางธุรกิจในก้าวต่อ ๆ ไปได้ วันนี้ต้องบอกว่าความ สำเร็จของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ค่อนข้างเติบโตดีอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ในส่วนของ จำนวนสมาชิกนักธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใน แต่ละปี เห็นได้จาก ผู้ที่เข้ารับ รางวัลเกียรติยศในปีนี้ที่มีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยมีจำนวน รวมทั้งสิ้น 392 ท่านด้วยกันบอสใหญ่ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ ยังกล่าวเสริมอีก ว่า สิ่งที่ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ยืนยันมาถึงวันนี้ได้ เชื่อว่าเกิด จากการที่บริษัทฯ มีการกำหนด กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่าง ชัดเจน คือ การเป็นขายตรง สะดวกซื้อ มีความสมบูรณ์ขึ้นมา เป็นลำดับ และในระยะเวลา 2 ปี จะเห็นสาขาของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่สมบูรณ์แบบกว่า 10 สาขา โดยเป็นห้างที่มีสินค้า ที่หลากหลาย


ในขณะเดียวกัน จอย แอนด์ คอยน์ ยังมีจุดเด่นตรงที่ มีนวัตกรรมขายตรงแบบใหม่ ที่ ผสมผสานกันระหว่างขายตรง กับโมเดิร์นเทรด และอีกสิ่งหนึ่ง ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ นั่นก็คือ เรา ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการนำ เสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ ยังตอบโจทย์ความมั่นคงของ ชีวิตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย


ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน จอย แอนด์ คอยน์ มี ผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มธุรกิจขายตรงและทั่วไป ทั้งสิ้นกว่าหมื่น รายการ โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ สินค้าในหมวดขายตรงภายใต้ แบรนด์ J&C, ผลิตภัณฑ์สินค้า จากกลุ่มพันธมิตรอีก 88 บริษัท จำนวนกว่า 1,000 รายการ และ ผลิตภัณฑ์สินค้าในจอยมาร์ท อีกประมาณหมื่นกว่ารายการ นอกจากนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ยังรองรับการให้บริการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมวดประกัน ชีวิต พ.ร.บ. ต่อทะเบียนรถที่ จอยมาร์ท มีมากกว่าทั่วไป เรียกได้ว่ากลายเป็น One Stop Service มาร้านเดียว มีครบทุก สิ่งให้คุณเลือกสรร และด้วย ความโดดเด่น ที่หลากหลายนี้ จะช่วยให้นักธุรกิจอิสระสามารถ สร้างเครือข่ายได้ง่าย และกว้าง ขวางมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับ นโยบายการตลาดที่ว่า สินค้า คุณภาพดีราคาเหมาะสมเพื่อ สร้างความพึงพอใจของสมาชิก ผู้นำนักธุรกิจอิสระและผู้บริโภค ...และจุดนี้เอง ที่ถือเป็น จุดเริ่มต้นของ จอย แอนด์ คอยน์ที่มุ่งจะพัฒนาธุรกิจขาย ตรงให้กลายมาเป็น ห้างสรรพ สินค้าขายตรงหรือขายตรงโม เดิร์นเทรดระดับแสนล้านหนึ่ง เดียวในสยาม มาโดยตลอด


จะเห็นได้ว่า จากความ เหนือชั้นของธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ ที่ได้เพิ่มเสริมเข้าไป ทั้ง จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า ให้มีความหลากหลาย เข้าสู่ ระบบนับหมื่นรายการ ทั้งจาก การพัฒนาระบบการบริหารจัดการมารองรับ โดยผนวกรวม จุดแข็งของธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และ ธุรกิจขายตรง ที่มีระบบ การฝึกอบรมที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุ นี้เองที่ทำให้ธุรกิจขายตรงอย่าง จอย แอนด์ คอยน์ จึงสามารถ ยืนหยัดอยู่ในสนามขายตรง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : 'จอย แอนด์ คอยน์' ก้าวสู่ปีที่ 20 รุกโมเดิร์นเทรดเต็มสูบ







225377_209753585714275_4197575_n (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์"เตรียมพร้อมสู่การเป็นขายตรงโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มตัว เตรียมเปิดขายตรงสะดวกซื้ออีก 10 สาขา ทั่วประเทศ มั่นใจระบบที่พัฒนามากว่า10ปี พร้อมใช้งานแล้ว ขณะที่ตลาดเวียดนามเปิดครบ 1 ปี ยอดขายแตะ 20 ล้านบาท


ดร.สมชาย หัชลีฬหา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า อีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะเข้าสู่การเป็นขายตรงสะดวกซื้ออย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความพร้อมของระบบออนไลน์ที่บริษัทพัฒนามากว่า 10 ปี จนสามารถเป็นผลได้ จะเห็นได้จากการที่มีระบบลงทะเบียนที่ใช้ข้อมูลจากบัตรสมาร์ทการ์ด โดยลิงค์ข้อมูลจากกรมการปกครองเข้ามาไว้ที่ฐานข้อมูลของบริษัท โดยข้อมูลที่ได้จะสามารถนำมาวิเคราะห์ ทำให้สามารถจัดการเรื่องการตลาดต่อไป


"ระบบเราพัฒนาไปมาก พัฒนาขีดความสามารถจากเซิร์ฟเวอร์เราเอง กระจายไปทุกที่ ซิงค์ทุกเย็น สามารถทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ยอมรับว่าเราลงทุนเรื่องนี้มากทีเดียว"


ดร.สมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทลงทุนซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 360 ล้านบาท โดยเน้นพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีสนามบินขึ้นลง โดยเฉพาะทำเลที่ติดหรือใกล้กับห้างสรรพสินค้าเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายว่าห้างของบริษัทคุ้มค่ากว่าอย่างไรบ้างโดยจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างภายในระยะเวลา 2 ปีนี้กว่า 10 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ


"การกำหนดตัวเองเป็นขายตรงสะดวกซื้อค่อนข้างสมบูรณ์ ในอีก 2 ปี เราค่อยเป็นค่อยๆไป จะเห็นว่าเรามีห้างขายตรงสะดวกซื้อที่สมบูรณ์แบบเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ย่านรัชดา แต่ที่ใหม่ที่เราจะเปิดบางสาขาใหญ่กว่าเดิม ผู้คนที่เข้ามาจะสามารรถใช้ระบบ สิ่งที่เราออกแบบ ใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างเราจะเปิดที่หาดใหญ่ จะมี 3 ชั้น เพราะสมาชิกภาคใต้เยอะ"


ดร.สมชาย กล่าวและว่า "ทั้งนี้แนวโน้มการเปิดสาขาที่ภาคใต้จะค่อนข้างมีสาขาครอบคลุมมากกว่าที่อื่น เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีฐานสมาชิกภาคใต้เยอะ จึงพัฒนาภาคใต้มากหน่อย เราดูจำนวนลูกค้าที่สมัครเข้ามา เพราะเราเก็บข้อมูลลูกค้าทุกเดือน ว่าลูกค้ามาจากจังหวัดใด ซื้ออะไร เท่าไหร่ บริโภคครั้งแรกเท่าไหร่ กลับมาซื้อซ้ำกี่ราย ขึ้นตำแหน่งกี่ราย ข้อมูลเหล่านี้ เอามาวิเคราะห์ อย่างที่กระบี่ ที่จริงไม่เคยมองเลย แต่ยอดเข้ามาเยอะ เราก็ไปเปิดสาขาที่นั้น ถ้าลูกค้าอยู่ตรงไหน เราไม่ไปบริการ ไม่ไปสร้างเครื่องมือให้เขาเท่ากับเราละเลยหน้าที่"


สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 ของธุรกิจจอยส์ แอนด์ คอยน์ ดร.สมชาย กล่าวว่า ทุกธุรกิขก็มีช่วงเวลาของตัวเอง ไม่ว่าจะคิดทำอะไรก็ตาม ต้องมีการวิจัยเสียก่อน ส่วนจอยส์แอนคอยน์ ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการคิดค้นพัฒนา ในวันนี้เพิ่งเริ่มเฟส 2 คือ วางสิ่งที่พัฒนาเสร็จแล้วให้เป็นรูปเป็นร่าง ส่วนตลาดต่างประเทศอย่างกัมพูชา ที่เป็นวาระครบรอบ 1 ปีการเปิดทำการ แต่สามารถสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : ผ่ายุทธศาสตร์ J&C ประกาศศักดายึดตลาด AEC









จอยแอนด์คอยน์ (J&C) ประกาศเดินแผนรุกทางการตลาด ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติสู่อาเซียน รองรับกับกระแส AEC ที่ทุกค่ายต่างเปิดศึกช่วงชิงทางการตลาดจน ฝุ่นตลบ รูปแบบการสร้างร้านสะดวกซื้อขายตรง แม้เป็นปรากฏการณ์ ใหม่ในวงการ แต่ก็ไม่น่าติดตามเท่ากับใช้ยุทธวิธี 3 ประสานที่ดึงเอา แนวร่วมด้านการผลิต การจำหน่าย และเครือข่ายมารวมศูนย์ไว้ที่ เดียวกัน ผลสำเร็จจะเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่คงต้องติดตาม แต่ถ้า งานนี้โชคเข้าข้าง J&C กินรวบทั้งอาเซียนแน่นอน !!!


อาจจะไม่ใช่เวลาที่ ยาวนานเกินไปนัก สำหรับเส้น ทางเดินบนถนนธุรกิจขายตรง ของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่กำลัง ก้าวล่วงสู่ทศวรรษที่ 2 แต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 ปี แทบไม่น่าเชื่อว่า นัก ธุรกิจขายตรง มือระดับพระกาฬ อย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา จะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้กับ วงการขายตรงเมืองไทย ด้วย การผลักดัน จอย แอนด์ คอยน์ ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทขายตรง ข้ามชาติ ที่แหวกตลาดทะลุมิติ การแข่งขันอย่างไร้พรมแดน ด้วย นวัตกรรมทางการตลาดที่ลํ้าลึก เกินกว่าใครจะตามทัน จุดเปลี่ยนของ จอย แอนด์ คอยน์ จะเห็นว่าระยะ 1-2 ปีที่ ผ่านมา ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้าง เครือข่ายเป็นเป้าหมายหลัก รวม ทั้งไม่ได้เน้นการเติบโตแบบ ฉาบฉวย ที่หวังเพียงแค่เพิ่มยอด ขายระยะสั้น หากแต่เป็นการวาง ยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพื่อ หวังผลระยะยาว ด้วยการหันมา เน้นการเตรียมความพร้อมใน การสร้างระบบการจำหน่าย และ การพัฒนาระบบจัดจำหน่าย ใน รูปแบบ พลาซ่าขายตรง ที่ตอบ สนองผู้บริโภคได้มากกว่าคอนวี เนียนสโตร์ทั่วไป


การเปลี่ยนสถานะ จาก เจริญโอสถ เป็น จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น แม้จะ เป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งใน เชิงโครงสร้างการตลาด ที่ใน อดีต ทุกคนคุ้นเคยกับยี่ห้อ โหย่ง เหิง จ้าวตำรับยานํ้า สมุนไพรจีน ที่ครองตลาดมา ยาวนาน แต่มาถึงวันนี้ เมื่อสังคม ไทย ได้เริ่มก้าวไปสู่สังคมบริโภค นิยม การสรรสร้างผลิตภัณฑ์ใน ด้านอื่น ๆ ก็เริ่มมีความจำเป็น มากขึ้น และนี่อาจจะเป็นจุด เปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ของตัวเองใหม่ เพื่อให้ ทันยุคทันสมัย ที่ไม่เพียงแค่ชื่อ เท่านั้น หากแต่เป็นการ ปรับ กระบวนทัพครั้งใหญ่ในทุก ด้าน ในสายการผลิต นับแต่เริ่ม กิจการ จอย แอนด์ คอยน์ อาศัย การสร้างความโดดเด่น ในด้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต่อมา ระยะหลังเริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษา รถยนต์ หรือรวมไปถึงสินค้าทาง ด้านเกษตร มีการจัดเตรียมความ พร้อมในด้า นโรงงานที่มี มาตรฐาน GMP ที่ผู้บริโภค ให้การยอมรับ ตลอดจนการ เพิ่มสินค้าเพื่อเข้ามาสนับสนุน ทางการตลาดอีกกว่า 2,000 รายการ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ มีการคัดสรรสินค้าระดับสุดยอด ทั้งที่ผลิตเองในประเทศ และ นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามา เสริมทางการตลาดกว่า 8,000 รายการ


จอย แอนด์ คอยน์ กำหนดแผนการตลาดเอาไว้ 3 ช่องทาง ด้วยกัน ช่องทางแรก เป็นช่อง ทางการขายผ่านระบบเครือข่าย ขายตรง MLM ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม ถือเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน สินค้าสู่มือผู้บริโภค เน้นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับผู้ใช้สินค้า และ ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่าย ช่องทางที่สอง เป็นช่อง ทางการขาย ที่อยู่นอกระบบขาย ตรง โดยจะมีการจัดจำหน่ายใน ลักษณะขายปลีก เพื่อเพิ่มทาง เลือกแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ สินค้า ถือเป็นการสร้างยอดขาย ให้กับกิจการอีกช่องทางหนึ่ง และช่องทางที่สาม เป็น ช่องทางการขายส่ง ผ่านระบบ แฟรนไชน์ ที่เปิดโอกาสให้นัก ธุรกิจหรือผู้ลงทุนทั่วไป สามารถ เข้ามามีส่วนร่วม โดยผ่าน กระบวนการขายในลักษณะ โมเดิร์นเทรด ที่ไม่ต่างกับคอน วีเนียนสโตร์ทั่วไป ใน 3 ช่องทางหลักทางการ ตลาด แม้จะมีการแบ่งแยกกลุ่ม สินค้า และวิธีบริหารจัดการกัน อย่างชัดเจน แต่สำหรับ จอย แอนด์ คอยน์ แล้ว กลับสามารถ นำเอาช่องทางการตลาด 3 ช่อง ทาง เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวได้ อย่างลงตัว


แผนการรุกทางการตลาด แบบ 3 ประสาน ถูกขับเคลื่อน โดยอาศัยบริษัทจอยมาร์ท จำกัดซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาธิการ สคบ. ที่ปรึกษาประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ จอย มาร์ท ถูกกำหนด ให้เป็น ร้านขายตรงสะดวกซื้อ ที่ แตกต่างไปจาก จุดบริการหรือ จุดจำหน่ายขายตรงทั่วไป ที่มุ่ง เน้นให้ ผู้นำในระดับแม่ทีม ที่มี ความพร้อมทางการลงทุน เอาไป สนับสนุนการสร้างเครือข่ายใน เขตพื้นที่ของตนเอง เริ่มตั้งแต่ การสร้าง โมเดล รูปแบบการจัดจำหน่าย ที่มี ความรวดเร็ว รองรับกับการ ขยายตัวของเครือข่ายขายตรง ทั้งในด้านการดิสเพลย์ร้าน การนำเอาซอฟต์แวร์ มาใช้ใน การสนับสนุนการซื้อขาย ผ่าน ระบบการชำระเงิน รวมไปถึงการ เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อนำไปสู่การ คำนวณรายได้ สำหรับสมาชิก ขายตรงของ จอย แอนด์ คอยน์ แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังเป็นการ สร้างโมเดล สำหรับ ธุรกิจแฟรน ไชน์ ที่จะมีการขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบ โดย สิทธิประโยชน์ นอกจากจะได้ จากธุรกิจขายตรงแล้ว ยัง สามารถรองรับรายได้อีก 2 ช่อง ทาง ทั้งขายปลีกและขายส่ง ที่จะ ถูกรวบรวมเอาไว้ที่ จอย มาร์ท เพียงจุดเดียว


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในวงการธุรกิจขายตรง มีหลาย ค่ายพยายามที่จะผลักดันจุด บริการมาตรฐานให้เกิดขึ้น แต่ก็ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้ เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วน ใหญ่ จะผลักภาระการลงทุนไป ยังแม่ทีมที่มีความพร้อม ทั้งเงิน ทุนและทางด้านการบริหาร จัดการ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในการทำ ธุรกิจเครือข่ายของหลายค่าย จะเห็นว่า การสนับสนุนให้มีการ เปิดจุดบริการมาตรฐาน เกินกว่า 50% มักจะประสบความล้ม เหลว เนื่องจากการตัดสินใจเปิด จุดบริการ ผู้นำหรือแม่ทีม มักจะ อาศัยการใช้ยุทธวิธีหลอกล่อ โดยอาศัย แรงกระตุ้นจากโปรโม ชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ประกอบกับ การปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ บริษัทได้วางเอาไว้ ก็มักจะมีการ แหกคอกนอกระเบียบ จนยากแก่ การควบคุม ครั้น เมื่อมีการลงทุน ไป แล้ว ไม่สามารถสร้างยอดขายใน จุดบริการดังกล่าวได้ เนื่องจาก ไม่มีองค์กรเครือข่ายทางการ ตลาดรองรับ สุดท้ายก็เท่ากับว่า เอาสินค้าไปกองขึ้นอืดในจุด บริการ สินค้าไม่ถึงมือผู้บริโภค แต่อย่างใด หากจุดบริการ ประสบ ความล้มเหลว เป็นจำนวนมาก ย่อมจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อ เสียงของบริษัท เผลอ ๆ ดีไม่ อาจ จะลุกลาม ไปถึงความเชื่อมั่น ที่ สมาชิกในองค์กรมีต่อบริษัทด้วย ซํ้าไป ดังนั้นการผ่าทางตัน ใน ระบบการจัดจำหน่ายสินค้าขาย ตรง โดยการตัดสินใจเข้ามา ลงทุนเอง ถือเป็นการตัดสินใจ ครั้งสำคัญของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่แม้จะดูเป็นการลงทุน ที่สูงเกินความจำเป็น แต่ถ้า หากมาดูผลในระยะยาว ย่อม เป็นการสร้างหลักประกันแก่ผู้ใช้ สินค้า รวมไปถึงสมาชิกทั้งมวล ที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทั้งใน เรื่องการบริการขนส่งสินค้า การ ส่งมอบสินค้า การแจงยอดสินค้า ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนทำ ธุรกิจเครือข่ายขายตรงในเวลานี้ การทำธุรกิจขายตรง เป็น ธุรกิจอิสระ ที่นักธุรกิจทุกคน จะ ต้องบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายของ ตนเอง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะ เห็นว่าไปจมอยู่กับการบริหารทีม ส่วนรายจ่ายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การบริการส่งมอบสินค้า เพราะฉะนั้น รายได้จาก แม่ทีม ระดับเงินแสน หากนำมา หักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกไป จะ เห็นว่า รายได้สุทธิจริง ๆ จะหาย ไป 30-40% ต่อเดือน แผนการลงทุนเบื้องต้น ของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับ การเปิดเผยจาก ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ ว่า ได้ลงทุนไปมูลค่ากว่า 300 ล้าน บาท หรือหากรวมมูลค่าการ ก่อสร้าง ก็จะคิดเป็นมูลค่านับ พันล้าน โดยล่าสุดมีรายการว่า จอย มาร์ท ได้เปิดดำเนินการ ไปแล้วประมาณ 40 แห่ง โดยตั้ง อยู่ตามหัวเมืองหลักที่สำคัญ การสร้างสิ่งอำนวยความ สะดวก เหล่านี้ ดร.สมชายมอง ว่า เป็นการวางแผนระยะยาว เพื่อลดขั้นตอนและลดปัญหา ใน เรื่องการกระจายสินค้าสู่มือผู้ บริโภค ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการ สร้างพฤติกรรมผู้บริโภคให้มี ความรู้สึกคุ้ยเคยกับระบบขาย ตรงมากขึ้น ที่ผ่านมา การขายสินค้า อาศัยเครือข่ายสมาชิก เป็นผู้ ดำเนินการ ส่งตรงถึงผู้บริโภค แต่ถ้าหากวันหนึ่ง สินค้าขาย ตรง ผู้บริโภคสามารถเดินเข้ามา หาซื้อได้ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิด ขึ้นกับวงการธุรกิจขายตรง ดังนั้น การขับเคลื่อน ทางการตลาด จอย มาร์ท จึง มีบทบาทสำคัญ ในการเข้ามา เสริมทั้งการทำธุรกิจเครือข่าย รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ ใหม่ให้กับวงการธุรกิจขายตรง ที่อนาคตอันใกล้ อาจเป็นไปได้ ที่สินค้าขายตรงจะเข้าไปมี อิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำ วัน ของประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุที่ สินค้าขายตรง มีจุดเด่นโดยตัวของตัวเองอยู่ แล้ว ในด้านคุณภาพสินค้าที่ เหนือกว่าสินค้าในท้องตลาด ทั่วไป หากลดช่องว่างทางการ ตลาดตรงนี้ลงไปได้ นั่นก็เท่ากับ ว่า โอกาสที่ธุรกิจขายตรงจะ เติบโตมากไปกว่านี้ยังมีอีกมาก
สิ่งสำคัญ ระบบที่จะ รองรับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้า ย่างเท้าเข้าสู่ จอย มาร์ท จะ ต้องตอบสนองความต้องการได้ หลากหลายและเพียงพอ เริ่มตั้งแต่กระบวนการซื้อ สินค้าผ่านการเป็นสมาชิก การ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ลูกค้ากับบริษัท ฯ ที่นอกจาก บริการที่รวดเร็วแล้ว หากแต่ยัง จะต้องมีวิธีการมัดใจให้ ผู้ซื้อพึง พอใจทั้งในตัวสินค้าและเงื่อนไข ผลประโยชน์ กลยุทธ์ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ วางเอาไว้ ด้วยการสร้าง โมเดล รูปแบบธุรกิจขายตรง แบบ 3 มิติ เพื่อรองรับกับ แผนการตลาดทั้งระบบเครือ ข่าย ขายส่งและ ขายปลีก จึงเป็น ทางเลือกสำหรับนักลงทุน และ ผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน ช่วงระยะเวลาแห่งการรอ คอย สำหรับจุดเปลี่ยนธุรกิจขาย ตรงเมืองไทย ไม่เพียงแต่เป็นการ ปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสทางการ ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่ ยัง เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการรวมตลาดใน อาเซียนที่กำลังจะถึงในอีก 2 ปี ข้างหน้า ถามว่า J&C มีความ พร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับใน ประเทศตอนนี้ 100% แต่หาก ในระดับอาเซียน เราต้องมี โมเดลสาขาขนาดใหญ่พอ ที่จะ ประกาศให้เขาได้รู้ว่า รูปแบบ ขายตรงของบ้านเราได้เปลี่ยนไป แล้ว คือมีลักษณะไม่ต่างกับห้าง สรรพสินค้า เป็นหน้าเป็นตา มี สินค้าหลากหลายจริง แข่งขันได้ จริง ขณะเดียวกันสาขาที่เราจะ ไปเปิดใน AEC ก็ต้องอยู่ใน โมเดลเดียวกัน คือ คีย์ออร์เดอร์ ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ลูกค้าที่อยู่ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ กัมพูชา สามารถรับคอมมิชชั่น ได้โดยไม่ต้องข้ามมา เราโอนให้ ประเทศนั้น ๆ ได้เลย บริษัท ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องให้ แบงค์ทำ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ กล่าวถึงแผนการยกระดับ การแข่งขัน เพื่อก้าวสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ ไม่เพียงแค่การเตรียมพร้อมเพื่อ ตั้งรับคู่แข่งจากประเทศอื่น เท่านั้น หากแต่เป็นการเตรียม พร้อมเพื่อที่จะรุกไปสู่ประเทศอื่น ในอาเซียนเช่นกัน การเปิดประตูสู่ AEC แม้ จะมีการรวมตลาดเป็นหนึ่ง มี กำลังซื้อจากพลเมืองเพิ่มขึ้น เกือบ 600 ล้านคน แต่ปัญหาที่ ทุกคนยังกังวลกันอยู่ก็คือ รูป แบบทางการตลาดรวมไปถึงวิธี การบริหารจัดการทางการตลาด ในแต่ละประเทศจะทำอย่างไรให้ สู่มาตรฐานเดียวกันได้ หากหวังแต่เพียงสร้าง ภาพ เพื่อทำให้ภาพพจน์ของ บริษัทดูดีในสายตาคนทั่วไป ก็ คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการเข้า สู่ AEC ด้วยเหตุที่ เงื่อนไขการ ลงทุน รวมทั้งข้อกำ หนดกฎ เกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแล ธุรกิจขายตรงในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน การพัฒนาธุรกิจขายตรง เพื่อก้าวสูการลงทุนนอกประเทศ หรือ การยกระดับสู่การเป็น บริษัทขายตรงข้ามชาติ มีความ แตกต่างกับการขายในลักษณะ เทรดดิ้ง เฟิร์ม อย่างสิ้นเชิง เทรดดิ้ง เฟิร์ม ดำเนินการ ทางการตลาด โดยอาศัยระบบ การกระจายสินค้าจากคนในท้อง ถิ่นเป็นหลัก มีกลไกทางด้าน ราคา และการสร้างแบรนด์ เป็น พลังขับเคลื่อน เสมือนหนึ่งกับ เป็นการต่อท่อนํ้าลำเลียงไปยัง ชุมชนต่าง ๆ


ขณะที่การทำตลาดขายตรงจะมีระบบการขับเคลื่อน ผ่านกระบวนการตัวแทน ที่ต้อง ใช้คนจำนวนมาก รวมทั้งต้อง มีระบบการจัดวางสินค้าเพื่อ รองรับความต้องการอย่าง เหมาะสม และที่สำคัญ การดูแลผล ประโยชน์ของสมาชิก จะต้อง ใช้ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่มี ศักยภาพเพียงพอในการดูแล ผลประโยชน์ของสมาชิกในต่าง ประเทศ เพราะฉะนั้น การเปิด แนวรบนอกบ้าน สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การสร้างกลไกทางการ ตลาดให้พร้อม เพื่อลดขั้นตอน หรือเงื่อนไข สำหรับผู้บริโภคใน ท้องถิ่น รูปแบบ ของ จอย มาร์ท โมเดล กำลังเป็นบททดสอบ พลังขับเคลื่อนเครือข่ายขายตรง สู่ระดับนานาชาติ เป็นครั้งแรก ที่ถึงวันนี้ หากทุกอย่างเป็นไป ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ การ ทำธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็น ส่วนไหนของโลกก็จะสามารถ เชื่อมโยงทางการตลาดเป็น ตลาดเดียวกันได้ ณ วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้วางรากฐานทั้งใน_ ประเทศ และในระดับอาเซียน เอาไว้หลายประเทศ โดยจะมุ่ง เน้นการขายเครือข่ายผ่านระบบ มินิมาร์ทขายตรง เป็นหัวหอก อาศัยแรงส่ง จากผลิต ภัณฑ์สินค้าที่หลากหลาย เพิ่ม ทางเลือกแกผู่บ้ ริโภค เพมิ่ โอกาส แก่คนทำธุรกิจเครือข่าย ถือเป็นการประกาศ แนวรบทางการตลาด รูปแบบ ใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้อง สร้างแรง จูงใจแก่คนภายนอกด้วยการ สร้างภาพความยิ่งใหญ่ หากแต่ เป็นการสร้างกระบวนการเครือ ข่ายขายตรง ภายใต้คอนเซ็ปที่ เน้นความยั่งยืน เปลี่ยนความ ยากเป็นความง่าย เปลี่ยนราย จ่ายเป็นรายรับ สามารถทำ ธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยระบบ การแบ่งสรรผลประโยชน์อย่าง เป็นเสมอภาค ยุทธศาสตร์ทางการตลาด ของ จอย แอนด์ คอยน์ ไม่เพียง แต่การเสริมสร้างศักยภาพใน ระบบการจำหน่ายสินค้าให้ สะดวกเหมือนกับคอนวิเนียน สโตร์ทั่วไปเท่านั้น หากแต่ยัง มี กระบวนการสร้างเครือข่ายด้าน การผลิต ในรูปแบบที่เรียกว่า มัลติ แชลแนล มาร์เก็ตติ้ง ที่ผู้ ค้า ผู้ผลิตหรือใครก็ตาม ที่ นอกจากจะเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจ อิสระ สร้างเครือข่ายกับบริษัท ฯ แล้ว ยังสามารถนำสินค้าเข้า ร่วมกับบริษัท เพื่อเพิ่มความ หลากหลาย และทางเลือกแก่ผู้ บริโภคอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก วิเคราะห์ ดูการขับเคลื่อน ทางการตลาดโดยรวมของ จอย แอนด์ คอยน์ แล้วจะเห็นว่า มี การเข้าไปปรับโครงสร้างเกือบ ทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การผลิต มีการ เพิ่มไลน์โปรดักส์ออกไปในทุก กลุ่มลูกค้ารวมทั้งมีการปรับปรุง โรงงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับกับ การเติบโตในอนาคต ประการต่อมา ด้านการ ตลาด จะเห็นว่า จอย แอนด์ คอยน์ เริ่มหันกลับมาเน้นความ เชื่อมั่น กับสมาชิกในองค์กรด้วย การพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง กรณี จอย มาร์ท คง ไม่ใช่เพียงแค่ร้านสะดวกซื้อ สำหรับผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่ ยังเป็นร้านสะดวกขาย ที่นัก ธุรกิจอิสระ สามารถนำมาเป็น จุดแข็งในการต่อสู้ทางการตลาด กับกิจการขายตรงอื่นได้ อย่าง มั่นใจ และที่สำคัญ การแสวงหา แนวร่วมทางการตลาด เพื่อขยาย ผลิตภัณฑ์สินค้า เข้าสู่ จอย มาร์ท อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็น ความท้าทาย สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขาย ตรง นอกจากนี้ หากรูปแบบ หรือ โมเดล ที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างเอาไว้ได้รับการ ตอบรับอย่างกว้างขวาง ใน อนาคต รูปแบบการลงทุนใน ลักษณะ จอย มาร์ท ก็มีความ เป็นไปได้ ที่จะถูกผ่องถ่ายไปสู่ นักธุรกิจอิสระทั้งหลาย ที่พร้อม จะควักเงินในกระเป๋ามาลงทุนใน รูปแบบที่เรียกว่า แฟรนไชน์ ที่มิได้มีความหมายแค่ใน ประเทศ แต่หากหมายรวมไปถึง ในอีก 10 ประเทศอาเซียน ที่จะ กำลังจะตามมา ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่ง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการขยาย ตัวในอัตราที่สูง การเตรียมความพร้อม เพื่อรองกับการรวมเป็นตลาด เดียว จึงเป็นสิ่งที่วงการธุรกิจ ขายตรง จะต้องเร่งวางแผน รองรับในทุกมิติ การมุ่งเน้นการสร้างเครือ ข่ายแต่เพียงอย่างเดียว คงมิใช่ หนทางสู่ความสำเร็จอีกต่อไป... วิสัยทัศน์ จะเป็นตัว กำหนดแนวทางทางการตลาด รวมถึงอนาคตของวงการธุรกิจ ขายตรงเมืองไทย ที่จะต้องเข้าใจ และเข้าถึงข้อมูลทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบ ด้าน
การรู้เขารู้เรา ตามตำรา ของ ซุนหวู่ ในยุคนี้ อาจไม่ เพียงพอ เพราะ หากรู้แล้ว แต่ยัง ใช้รูปแบบการรบเดิม ๆ ไม่รู้จัก ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยยังคงทำ ธุรกิจในลักษณะที่เรียกว่า Old Fashion ยังไงก็คงต้องแพ้ สิ่งสำคัญ ก็คือ การเดิน ยุทธศาสตร์การต่อสู้ จะต้องผ่าน กระบวนการ พิสูจน์ และการ ทดสอบมาอย่างโชนโชน ก่อนมา สู่การปฏิบัติจริง เพราะสนาม ธุรกิจขายตรง แม้จะมีตัวเล่นใน สนามมากมาย แต่คนที่จะมา เป็นตัวจริงในสนาม ต้องมีความ พร้อม ทั้งร่างกาย ทั้งทักษะ และ ความสามารถเฉพาะตัว ที่โดด เด่นเหนือคนอื่น หากจะมีใครสักคนต้อง ถูกเปลี่ยนตัวเล่นระหว่างเกมยัง ไม่จบ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่า เสียดาย


วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศพร้อมรบทุกสนาม ไม่ ว่าจะเป็นระบบประเทศ หรือ ระดับสากล เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี ทางการตลาดขายตรงแบบใหม่ ที่ไม่ว่าผลจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อย คงต้องให้เครดิต ดร.สมชาย หัชลีฬหา คนเก่งมือเก๋า ที่กล้า เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง มิหนำซํ้ายังกล้าเดิมพันด้วยเงิน ลงทุนสูงนับพันล้านบาท นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้น ครั้งสำคัญ ของการสร้าง อาณาจักรเครือข่าย ที่แม้บาง ครั้งอาจดูสุ่มเสี่ยง แต่งานนี้หาก ดร.สมชาย ผลงานดีตีโจทก์แตก เชื่อเหลือเกินว่า รางวัลแจ็คพ็อต คงไม่หนีไปไหน กินรวบข้ามทวีปแน่นอน !!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 342 ประจำวันที่ 16-31 เมษายน 2556

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) :J&Cรับลูกภาครัฐหนุนเอกชนบุก AEC สยายปีกห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดต่างแดน









J&C รุกคืบเจาะตลาดต่างประเทศเข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรับทราบนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศตามแนวทางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ด้าน ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประกาศปักธงเปิดแผนรุกหนักตลาดขายตรงในย่านอาเซียนจ่อผุดห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดในพม่า-ลาว-เวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทจอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) พร้อมด้วย นายอนุวัฒน์ ธรมธัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท จอยมาร์ท จำกัด เปิดเผยหลังเข้าพบคุณศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา การเข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในครั้งนี้ เพื่อขอรับทราบนโยบายของหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนการทำธุรกิจในต่างประเทศตามแนวทางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแนวทางในการทำธุรกิจของจอยแอนด์คอยน์ที่สามารถตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐได้เป็นอย่างดีในการสนับสนุนสินค้าของคนไทยให้ไปตลาดยังต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังได้แจ้งให้อธิบดีฯ ทราบว่าบริษัทจอยแอนด์คอยน์ได้เปิดทำการที่ประเทศกัมพูชามาได้หนึ่งปีแล้วและทางบริษัทจะทำการเปิดสาขาอย่างเป็นทางการพร้อมกับงานแสดงสินค้าจึงขอคำแนะนำ และเรียนเชิญคุณศรีรัตน์ เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาด้วย


สำหรับนโยบายการขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น ดร.สมชาย กล่าวว่าจะยังคงเน้นคอนเซ็ปต์เหมือนในประเทศไทยคือ การเป็นห้างขายตรงโมเดิร์นเทรด โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำธุรกิจในประเทศกัมพูชาและได้รับการตอบรับดีมาก นอกจากนี้ล่าสุดได้เจรจากับนักลงทุนในประเทศพม่าเพื่อเข้าไปขยายตลาดในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากการเจรจาดังกล่าวมีความคืบหน้าคาดว่าภายในปีนี้น่าจะได้เห็นจอยแอนด์คอยน์สาขาแรกในพม่า ขณะที่สปป.ลาวอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนอนุญาตใหม่ หลังจากได้คู่ค้ารายใหม่ที่เป็นนักการเมืองใหม่เข้ามาร่วมทุนด้วย ส่วนตลาดในประเทศเวียดนามที่อยู่ระหว่างการติดต่อจะเข้าไปคุยในรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศดังกล่าว


ส่วนของการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในช่วงแรกบริษัทจะเข้าไปลงทุนเฉพาะประเทศที่ติดกับไทยเป็นหลักก่อน เนื่องจากต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ซึ่งรูปแบบของการเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆนั้นจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ เช่น ในพม่าอาจจะต้องตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาระหว่าง J&C กับนักลงทุนในประเทศ แต่ในกัมพูชาบริษัทสามารถเข้าไปถือหุ้นได้ 100% เลย ส่วนในลาวอาจจะเข้าไปถือร่วมกับบริษัทในประเทศตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนด เช่นเดียวกับในมาเลเซียที่มีนักลงทุนท้องถิ่นเข้ามาถือหุ้นด้วย แต่การบริหารจัดการทั้งหมดก็ยังเป็นบริษัทในไทย


อย่างไรก็ดี การออกไปเปิดตลาดต่างประเทศยังมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง เช่น การบริหารจัดการ , ภาษีท้องถิ่น ,อัตราค่าจ้างและต้นทุนในการดำเนินงานที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นหากนำสินค้าเข้าไปจำหำน่ายในราคาที่เท่ากันกับประเทศไทยก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถึงกระนั้น จอยแอนด์คอยน์ ก็ยังมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าบริษัทขายตรงอื่นๆ คือการเข้าไปจับมือกับผู้ผลิตสินค้าในแต่ละประเทศเพื่อนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในประเทศนั้นๆเข้ามาจำหน่ายในจอยแอนด์คอยน์ได้ ขณะที่บริษัทเองอาจจะเอาเฉพาะสินค้าที่เป็น กลุ่มหลักๆ ไปจำหน่ายอย่างเดียว ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็ให้บริษัทท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันด้วยซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงานได้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ดร. สมชาย หัชลีฬหา รับรางวัลพระกินรี ประจำปี 2556


เป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่สำหรับชาวจอยแอนด์คอยน์กันอีกครั้ง เมื่อสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) และสมาชิกสื่อมวลชนเครือข่ายองค์กรสมาคมชมรมทั่วประเทศ ได้คัดเลือกให้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้ารับรางวัล พระกินรี เป็นรางวัลบุคคลแบบอย่าง คนดี คิดดี สังคมดี ตามรอยพระยุคลบาท ประจำปี 2556 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ประจำปี 2556 เมื่อวันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ รางวัลพระกินรีนี้มอบให้กับบุคคลที่เป็นคนดี ได้รับการยอมรับจากสังคม เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผลงานที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและครอบครัวอีกด้วย ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นได้ว่า ดร. สมชาย หัชลีฬหาได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งการทำดี คิดดี ปฏิบัติดี ในเรื่องตามรอยพระยุคลบาท น้อมนำตามพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมและประเทศชาติอย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน Join & Coin กับความเป็นมาของนวัตกรรมขายตรงสะดวกซื้อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ









การตลาดในรูปแบบธุรกิจขายตรงหรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันคือ MLM ที่ย่อมาจาก Multi Level Marketing หรือเรียกกันอีกอย่างว่าการตลาดแบบเครือข่าย NetworkMarketing ซึ่งเป็นการตลาดขายตรงหลายชั้นเพื่อแบ่งรายได้ให้แก่สมาชิกในองค์กร โดยผู้ที่เป็นสมาชิกจะเป็นผู้ที่ทำการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก โดยมีองค์กรเป็นผู้สนับสนุนในการผลิตสินค้าและแผนการตลาด


โดยทั่วไปแล้วธุรกิจเครือข่ายจะมีข้อจำกัดอยู่ที่สมาชิกไม่สามารถนำสินค้าที่นอกเหนือจากแบรนด์ขององค์กรมาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคได้และไม่มีการพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในด้านการซื้อขายสินค้า ไปยังถึงระบบการจัดส่งที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคก่อให้เกิดความรู้สึกว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่เป็นธุรกิจของตัวสมาชิกเองส่งผลให้สมาชิกได้หมดความรักและความเชื่อมั่นต่อองค์กรสุดท้ายก็ได้ปิดตนเองออกจากองค์กรที่ทำอยู่


ด้วยเหตุนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่นจำกัด จึงเกิดแนวคิดพัฒนาระบบธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรายอื่น โดยเน้นที่การได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย


ดร.สมชาย ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อ 10 ปีก่อนโดยเริ่มจากการจำหน่ายธุรกิจโหย่งเหิง ยาน้ำสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงสุขภาพ โดยเริ่มจากการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนถึงงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทางผู้บริโภค จนมีผู้สนใจขอเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนได้มีผู้มาชักชวนให้พัฒนามาเป็นธุรกิจในรูปแบบขายตรง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนทั่วไปสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้จริง


โดยในปีแรกที่ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายก็สามารถทำยอดการจำหน่ายได้ถึง 180 ล้านบาท ซึ่งยอดการเจริญเติบโตของบริษัทในแต่ละปีนั้นมากกว่า 80% ในช่วง 4 ปีแรกจนกระทั่งได้ถูก อย. กล่าวว่าได้ทำการโฆษณาสินค้าเกินจริงก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทและยอดการจำหน่ายตลอดจนสมาชิกและผู้บริโภครู้สึกถึงความไม่เชื่อมั่นในตราสินค้าทำให้ปีถัดมายอดตกลงมาเหลืออยู่ที่ราว 400 ล้านบาท


ดร. สมชาย มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อคนเราพบกับปัญหาและสามารถข้ามผ่านปัญหาที่เข้ามาได้มนุษย์เราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการนำสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่าหมื่นรายการมาจำหน่ายเพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น รวมไปถึงการพัฒนารายได้ของธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดนวัตกรรมในระบบธุรกิจขายตรงที่มีจุดเด่นที่เรียกว่า Convenience MLMหรือเรียกอีกอย่างว่าขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการนำสินค้าขายตรงต่างมาๆอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ Join Mart


นิยามของ นวัตกรรมขายตรง คือการที่เราเปลี่ยนธุรกิจขายตรงทั่วไปให้เป็นขายตรงสะดวกซื้อที่จะสามารถช่วยให้การกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง อีกทั้งสมาชิกสามารถบริหารจัดการธุรกิจเองได้และมีระบบ อี-วอลเล็ต ที่เป็นระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการบริหารจัดการในการซื้อขายสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ขายตรงแบบทั่วไปให้มีศักยภาพและการขับเคลื่อนของธุรกิจที่พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง


ดร. สมชาย ได้กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ทำให้สมาชิกทุกคนเปรียบเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจและสามารถที่จะสร้างแรงผลักดันให้มีการทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผลสำรวจได้พบว่า ถ้าหากสมาชิกมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของในธุรกิจสูงก็จะสามารถดึงศักยภาพในการทำธุรกิจให้ดีขึ้นถึง 2-3 เท่า เพราะมีความรู้สึกว่านี่คือธุรกิจของตนเอง โดยที่ผ่านมามีสมาชิกได้นำไปขยายเป็นแฟรนไชส์แล้วได้ผลตอบรับที่ดี


สมาชิกมองเห็นว่านวัตกรรมนี้เป็นโอกาสให้กับสมาชิกและสมาชิกทุกคนสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้ด้วยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิคส์ สมาชิกสามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ทุกที่หรือสามารถนำสินค้าที่มีอยู่สามารถเข้ามาร่วมขายด้วยก็ได้


โดยปกติทั่วไปแล้วบริษัทขายตรงจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ขององค์กรมาขาย แต่ทางเราอนุญาตและเปิดโอกาสให้ทางสมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในตรงนี้ จึงก่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า อีกทั้งโดยทั่วไปแล้วธุรกิจขายตรงอื่นๆ จะไม่อนุญาตให้ทางสมาชิกเปิดร้าน แต่ทางเราคิดต่างและยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถมีความชำนาญในพื้นที่ ที่เราไม่มีความสะดวกในการเข้ามาดูแล เราก็ให้คนที่ในพื้นที่สามารถขยายเข้าไปเปิดเป็นแฟรนไชส์ซึ่งคือการให้โอกาสเจ้าของร่วม


นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่หลากหลายรวมถึงราคาในระดับที่ผู้บริโภคสามารถเข้ามาหยิบจับได้จริง โดยใช้หลักการกำไรที่โตขึ้นนั้นตามจำนวนสินค้าที่มากขึ้น โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายต่อ ซึ่ง ดร.สมชายเชื่อมั่นว่ารูปแบบการทำตลาด กลยุทธ์ และเครื่องมือเหล่านี้สามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


ดร.สมชายบอกต่อไปอีกว่า การพัฒนาธุรกิจที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้า ต่อมาคือการพัฒนาลูกค้า ตามด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มีแค่สินค้ากับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีสมาชิกที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้รับความพึงพอใจ และได้ประโยชน์ร่วมกัน


การพัฒนาโซลูชั่นนี้ทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงและทำให้เราแสดงตัวตนให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นใคร ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเราถือว่าเป็นการทำวิจัยและพัฒนาดร.สมชายกล่าว ซึ่งต่อไปคือการหาวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้น มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ รู้สึกดีกับบริษัทและสินค้า จึงเป็นเรื่องของการต่อยอด


สำหรับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้คือ การมีสาขาของ JC Shop (เปลี่ยนชื่อจากJoin Mart) ในรูปแบบห้างขายตรงสะดวกซื้อจำนวน 3-4 สาขาตามจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสนามบินเพื่อเป็นฮับในการกระจายสินค้าสู่สาขาย่อยในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วกว่า 40 สาขาในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้ 30% คือสาขาแฟรนไชส์ที่สมาชิกนำไปเปิดธุรกิจเอง รวมทั้งพัฒนาช่องทางอี-วอลเล็ตให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเพื่อที่สมาชิกจะสามารถนำระบบนี้ไปขยายสาขาเพื่อขายสินค้าเองได้ ซึ่งเขามั่นใจว่าวิธีนี้จะช่วยกระจายสินค้าในจังหวัดที่มีฮับอยู่ได้เร็วยิ่งขึ้น และจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2556 นี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปลายปีที่จะถึงนี้


ตอนนี้ Join & Coin มีสมาชิกทั่วประเทศทั้งหมดนับล้านราย โดยมีสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องราวแสนรายหรือ 10% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักแสนรายต่อปีเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายที่เขาวางไว้อีกข้อหนึ่งคือพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิกที่แอ็กทีฟให้มากขึ้นจาก 1 แสนรายเป็น 2 แสนรายต่อปี


ปัจจุบัน Join & Coin มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีสินค้าหลักคือ โหย่งเหิง ที่สร้างยอดขายปีละเกือบ 1,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 50% ของรายได้ทั้งหมด


ทั้งนี้ภายใน 2 ปี ข้างหน้านี้ทาง Join & Coin มีแผนที่จะเปลี่ยนตนเองให้เป็นบริษัทมหาชนเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเม็ดเงินการจดทะเบียนให้เป็นเป็น 300 ล้านบาท เพื่อนำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปีหน้านี้ ซึ่งวัตถุประสงค์การเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อที่จะนำเงินทุนเข้ามาเพื่อเปิดสาขาให้กระจายไปทั่วประเทศมากที่สุด


ในส่วนตลาดต่างประเทศนั้น ทาง Join & Coin ได้เปิดตลาดอยู่ในประเทศลาวและมาเลเซียซึ่งจะมีการเปิดตลาดต่อไปอีก 2 ประเทศด้วยกันในอนาคต และหลังจากประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้ถือกำเนิดขึ้น ดร.สมชาย คาดว่าจะขยายสาขาไปได้ถึง 8 สาขาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


ดร.สมชาย ได้กล่าวถึงประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นต่อด้วยว่า ตามที่คาดการณ์ไว้ประเทศต่างๆ จะเข้ามาสู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งทางเราก็จะแบ่งตลาดได้ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล ส่วนแผนในระยะยาวนั้นเราจำเป็นต้องการใช้คนในพื้นที่เข้าไปเพื่อแบ่งตลาดเข้ามา โดยใช้ระบบ One Code One World ให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ารับการเทรนนิ่งเพื่อกลับไปยังประเทศและสามารถทำตลาดต่อไปได้


ในด้านยอดปี 2555 ที่ผ่านมาทาง บริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดการเจริญเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งผิดจากที่ตั้งเป้าไว้เล็กน้อย และในส่วนปี 2556 ดร.สมชาย มั่นใจถึงศักยภาพขององค์กรและมองว่าในปี 2556 ที่จะถึงนี้จะเติบโตในด้านยอดขายและสมาชิกมากกว่า 20% ซึ่งในด้านกลยุทธ์ ดร.สมชาย ได้กล่าวว่า แผนที่จะผลักดันในการกระตุ้นการเติบโตของบริษัทนั้นได้แก่การเทรนนิ่งบุคลากรเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้สมาชิกของ Join & Coin เพื่อให้ทุกคนมีองค์ความรู้นำมาพัฒนาในสายงานของตนเอง ซึ่งการพัฒนาบุคลากรคือการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดในส่วนการส่งเสริมการตลาด ดร.สมชาย ได้มองถึงกลยุทธ์หลักคือ การจัดโปรโมชั่นและการจัดอีเว้นท์ ควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้แก่สมาชิกและบริษัท ทั้งนี้ในปี 2556 ระบบการจัดส่งของ Join & Coin จะมีความพร้อมซึ่งก็คือ ระบบการจัดส่งที่จะพัฒนาก้าวข้ามขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการจัดส่งสินค้าของทางบริษัทนั้นจะสามารถจัดส่งสินค้าต่างๆ ได้ถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภค


และอีกสิ่งหนึ่งที่ ดร. สมชาย และ Join & Coin มุ่งหวังอย่างแท้จริงนั้นคือ เราไม่มองถึงประโยชน์ของการหารายได้เพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นเป็นหลักตั้งแต่เริ่มธุรกิจมานั้นคือ โอกาสทางธุรกิจ และเราก็ให้ความสำคัญต่อทุกภาคส่วนนโยบายของเรานั้นคือการใช้แพลทฟอร์มที่จะเปิดโอกาสให้ผู้มีความสนใจในธุรกิจได้มีโอกาสเข้ามาร่วมก้าวเดินไปกับ Join & Coin พร้อมที่จะสร้างให้สมาชิกทุกคนมีวิธีคิดและหลักการเป็นของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมาขึ้นกับบริษัท อนึ่ง บริษัทเรานั้นเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้บริการแก่สมาชิก เพื่อช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนมีความสำเร็จ มีชีวิตที่ดี มีความคิดที่ดี เราไม่เคยคิดที่จะตีกรอบไว้ที่ว่าสมาชิกเมื่อมาซื้อของกับเราแล้วจะต้องนำสินค้าไปขายเพียงอย่างเดียวแต่ที่นี่สมาชิกทุกคนยังสามารถนำสินค้ามาขายด้วยและยังนำระบบไปขายต่อได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามองว่าเป็น นวัตกรรมขายตรงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นโอกาสแห่งชีวิตสำหรับผู้คน(Innovative Modern Trade MLM) ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้กับการนำบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไปสู่การเป็นมหาชนหรือการตั้งระบบให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขายรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น ขายตรง ค้าปลีก หรือ ค้าส่ง จนกระทั่งถึงระดับสรรพสินค้าก็ตาม


ด้วยคอนเซ็ปที่ผ่านพ้นมาในอดีตนั้นก่อให้เกิดแผนใหม่ได้แก่แผนที่นำมาผสมซึ่งกันและกัน Hybrid ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ Vertical Market หมายถึงเป็นการทำการตลาดแนวดิ่งไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอง การขายส่ง การค้าปลีก จนไปถึงผู้บริโภค และก็ยังสมารถให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการและผู้บริโภคก็จะสามารถกลายเป็นแฟนไชส์ซีของเราได้ ซึ่งแฟรนไชส์ซีก็มีโอกาสที่จะเป็นแฟนไชส์ซอว์ได้อีกด้วยหากผู้บริโภคผู้นั้นสามารถนำเอาธุรกิจนี้ไปขยายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรมทางการตลาดแบบใหม่ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือโอกาสสำหรับผู้คนในทุกช่วงอายุที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสในส่วนนี้ได้


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) :J&C โตเพิ่ม 20 % กวาดยอด 2,400 ล้าน เข็นน้ำแร่ลุยส่งท้ายปี








 


ยักษ์ขายตรงโมเดิร์นเทรด จอย แอนด์ คอยน์ ลั่นความสำเร็จทางธุรกิจปี 2555 แจงผลประกอบการโตตามเป้า 20% คิดเป็น ยอดขายโดยรวมกว่า 2,400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าเร่งเครื่องเสริมทัพความแข็งแกร่งรอบด้าน เน้นสร้างขุมพลังนักขายผ่านเครื่องมือไฮเทค JC IMART (อี-วอลเลท) ทั้งเตรียมทิ้งทวนท้ายปีขยายทางเลือกใหม่เปิดตัวสินค้า น้ำแร่เพื่อสุขภาพ เร็วๆนี้ส่วนตลาดต่างประเทศเล็งปักหมุดขยับความยิ่งใหญ่ต่อที่สาขาพม่า ลาว และเวียดนาม หลังประสบความสำเร็จสาขากรุงพนมเปญดันยอดขายพุ่งกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน


ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยถึงผลประกอบการปี 2555 ว่าด้วยจุดแข็งทางการตลาดรอบด้านผลักดันให้อัตราการเติบโตของฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นราว 28 % แต่ขณะเดียวกันส่วนของยอดขายเติบโต 20% หรือหากคิดเป็นยอดขายโดยรวมไม่เกิน 2,400 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมา (2554) บริษัทปิดยอดขายได้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโตไม่มาก และสวนทางกับตัวเลขจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเป็นเพราะกำลังซื้อสินค้าต่อหน่วยต่อคนลดลง หรือหากมองให้เห็นภาพชัดขึ้นอีกพบว่าในปีที่ผ่านมายอดขายเติบโตดีในกลุ่มสินค้าเกษตรโดยเฉพาะปุ๋ยที่ถือเป็นสินค้าหลักขายดี แต่ในปีนี้เนื่องจากเกษตรกรประสบกับปัญหาราคายางตกต่อเนื่องทำให้กำลังซื้อลดลงส่งผลให้อัตราการเติบโตสินค้าการเกษตร จอย แอนด์ คอยน์ ลดลงเช่นกัน หรือปีที่ผ่านมาจากเดิมโต 150 % ปีนี้ลดเหลือเพียง 120% และอีกหนึ่งเหตุผลด้วย ขณะนี้ขายตรงจอย แอนด์ คอยน์ มีสินค้าที่หลากหลาย ทำให้สมาชิกหันไปกระจุกตัวในส่วนของกำลังซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค หรือในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นจรองๆ มากกว่าเดิม เช่น กาแฟ ผงซักฟอก รวมถึงของใช้ภายในบ้านอื่นๆ เป็นผลทำให้กำลังซื้อในสินค้าเฉพาะกลุ่มน้อยลงเช่นกัน แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั่งแต่เริ่มแรก แต่ถือว่าเป็นอัตราที่เติบโตพอใจในระดับหนึ่ง


ส่วนแนวทางการปรับตัวทางธุรกิจนั้น ดร.สมชายกล่าวว่า ยังคงให้ความสำคัญในทุกภาคส่วน โดยเน้นการสร้างฐานองค์ให้เกิดความรู้ ความชำนาญ ในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำไปต่อยอดความสำเร็จหรือสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้เกเดขึ้นต่อสมาชิก เพราะตนเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคงได้นั้น ต้องก้าวทันเทคโนโลยีที่สอดรับกับโลกยุคใหม่ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือการสื่อสารในช่องทาง อี-วอลเลท ภายใต้บริการ JC IMART ที่ในวันนี้เปิดกว้างให้นักธุรกิจเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกันและนำไปสู่การทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น


อย่างเช่น จากเดิมมีผู้ใช้อี-วอลเลท ไม่กี่สิบรายเวลานี้ขยับเพิ่มมากกว่า 200 ราย หรือเท่ากับ 1 ราย ต่อ 1 ศูนย์โมบาย จึงทำให้ช่องทางแห่งโอกาสดังกล่าวนับได้ว่าสมบูรณ์อย่างยิ่ง เสมือนเป็นจุดแข็งทางธุรกิจและคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปีในการคุมเข้มเรื่องของการเทรนนิ่ง เพื่อให้สมาชิกจะได้เรียนรู้ช่องทางดังกล่าวอย่างมืออาชีพและเพื่อพัฒนาสมาชิกจากฐานผู้บริโภคกลายเป็นนักธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง และเป้าหมายสุดท้ายเพื่อนำไปสู่การเป้าหมายใหญ่ของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ พัฒนาระบบเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างถูกต้องต่อไป ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งโดยจะเน้นการกระจายตัวไปในรูปแบบการค้าพาณิชย์โมเดิร์นเทรด จากรูปแบบเดิมๆกระจุกตัวในรูปแบบขายตรงอย่างเดียว เป็นรูปแบบใหม่ที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคความหลากหลายสินค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆต้องตอบโจทย์ประโยชน์ที่เกื้อกูลกัน เป็นสิ่งที่บริษัทต้องทำให้เกิดความชัดเจน อีกครั้งเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้สมาชิก บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ เตรียมเปิดสินค้าใหม่กลุ่มสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ น้ำแร่เพื่อสุขภาพ ในเร็ววันนี้เพื่อการต่อยอดทางธุรกิจหลังประสบความสำเร็จในสินค้าเครื่องดื่มกาแฟมาแล้ว โดยคาดหวังว่าสินค้าดังกล่าวจะสร้างยอดขายได้ 10 ล้านบาทต่อเดือน


อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปีหน้าหรือปี 2556 ได้วางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์โดยองค์ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาดการประชาสัมพันธ์ เทรนนิ่งฝึกอบรม ช่องทางออนไลน์ การโปรโมชั่นหรือการหาพันธมิตรทางธุรกิจทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการนำพาตลาดเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจขายตรงโลกยุคใหม่มากขึ้น รวมถึงรองรับการเปิดตลาดใหม่การค้าเสรี หรือ AEC ที่มีศักยภาพ ส่วนเป้าหมายความสำเร็จในปีเดียวกันนี้คาดหวังเติบโต 20-30% เฉกเช่นการเติบโตทุกปีอีกทั้งมองการแข่งขันตลาดขายตรงว่าไม่มีสิ่งใดที่ต้องวิตก


เพราะบริษัทได้เปรียบในเรื่องของการเป็นเจ้าของพื้นที่ในความเป็นคนไทย ที่สามารถครอบครองตลาดได้อยู่แล้วที่สำคัญบริษัทได้ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลในการกว้านซื้อที่ดินในทำเลทองกว่า 10 จังหวัดเพื่อขยายธุรกิจสู่ห้างขายตรงสะดวกซื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในการสานต่อความมั่นคงให้แก่สมาชิก


ผมมองว่าหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจขายตรง คือการรักษาฐานลูกค้าองค์กรให้คงอยู่ แต่จากแนวทางการขยายของธุรกิจขายตรงปัจจุบันพบว่ายังขาดแคลนส่วนผสมการตลาดที่สมบูรณ์พอ ทำให้ธุรกิจขายตรง จอย แอนด์ คอยน์ ได้ลุกขึ้นมาสร้างความเหนือชั้นที่แตกต่างด้วยอุปกรณ์เครื่องมือหลลากหลายรูปแบบเพื่อนำไปสู่การสร้างฐานสมาชิกใหม่ รองรับด้วยระบบการรักษาองค์กรรวมถึงช่องทางใหม่ๆ ในการขยายตลาดโดยองค์รวมและเติบโตอย่างมั่นคงมีทิศทางการตลาดที่ชัดเจน


สำหรับ แผนการขยายตลาดต่างประเทศเวลานี้ จอย แอนด์ คอยน์ประสบความสำเร็จอย่างดีที่สาขา กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีฐานสมาชิกนับหมื่นรายคิดเป็นยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สำคัญสืบเนื่องจากประเทศดังกล่าวมีอัตราการว่างงานสูง จึงทำให้หลายคนต้องการมีอาชีพหรือธุรกิจเป็นของตนเอง ส่วนประเทศที่จะขยับเปิดต่อไปยังเน้นให้ความสำคัญในการขยายตลาดแถบประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นหลัก และขณะนี้กำลังศึกษาตลาดใหม่ๆที่ประเทศพม่า และสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศเวียดนาม โดยคิดเป็นสัดส่วนยอดขายโดยรวมของตลาดต่างประเทศราว 10%


เมื่อเข้าสู่ตลาด AEC หรือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Hub) ที่ดี ดังนี้นทำให้บริษัทได้เล็งเปิดเพิ่มให้ได้ 10 สาขาทั่วประเทศไทย รวมถึงขยายสาขาขนาดเล็กรูปแบบ JC IMART หรือ อี-วอลเลท อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลตอบรับหลังจากเปิดช่องทีวีของตัวเองภายใต้ชื่อ JCTV ถือว่ายังเป็นของใหม่ แต่สิ่งที่ได้ลงทุนไปนั้นเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเราเองมากกว่า รวมถึงการต่อยอดความสำเร็จให้กับสมาชิกที่ร่วมออกรายการ แต่สิ่งที่บริษัทได้ให้ความสำคัญเวลานี้ก็คือ การนำเสนอธุรกิจผ่านช่องทางการสื่อสารอินเตอร์เน็ตแอนดรอยด์ (android) เป็นระบบปฎิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ซึ่งสมาชิกสามารถดาวน์โหลดได้ทันทีเพื่อนำไปใช้ในการนำเสนอภาพลักษณ์บริษัทและปิดการขายได้ง่าย ดร. สมชาย กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ปีที่ 10 ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 213

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"หน่วยรัฐ-เอกชน" จัดหนักปลายปี เร่งเครื่องดันธุรกิจเครือข่ายสู่มาตรฐาน


ขายตรงปลายปีเร่งเครื่องสร้างมาตรฐาน... หน่วยงานรัฐ-เอกชน พร้อมใจยกระดับนักธุรกิจขายตรงสู่ความเป็นมืออาชีพ ล่าสุด สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ (TSDA) จัดงาน การอบรมมาตรฐานวิชาชีพขายตรง ครั้งที่ 3 หวังเติบเชื้อไฟนักธุรกิจ...ด้าน จิรชัย เลขาฯสคบ. เผยพร้อมช่วยผลักดันธุรกิจขายตรงให้มีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ล่าสุดเรียก 30 บริษัท เข้าชี้แจงกรณีการโฆษณาสินค้า ชี้!หากเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง พร้อมระงับโฆษณาทันที...ส่วน ภญ.ศรีนวล รองเลขาฯ อย. ประกาศพร้อมดำเนินการตรวจสอบโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎ ย้ำ!หากผิดจริงลงโทษอย่างเดียว
หากใครที่อยู่ในธุรกิจขายตรงมานานคงพอที่จะทราบว่า ธุรกิจขายตรงในอดีตกับปัจจุบัน เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ทั้งในส่วนของภาพลักษณ์และหลาย ๆ บริษัทเองต่างก็มีความเป็นมืออาชีพในการทำธุรกิจแทบทั้งนั้น ถึงแม้จะมีธุรกิจสีเทาบางจำพวก มาทำให้ธุรกิจขายตรงสีขาวหม่นหมองก็ตามที

ในขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรง จะเจิดจรัสได้นั้น ก็ต้องอาศัยหลาย ๆ องค์ประกอบเข้ามาช่วยหล่อหลอมและขัดเกลาธุรกิจด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหลาย ๆ สมาคมขายตรงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาครัฐที่ดูแลธุรกิจขายตรงนี้ โดยตรงด้วย

อย่างล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ทางด้าน สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ (TSDA) ก็ได้ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ (สคบ.) จัด การอบรมมาตรฐานวิชาชีพขายตรง ครั้งที่ 3 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 1,000 คน จาก 5 บริษัท ที่เป็นสมาชิกของ TSDA โดยในงานครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นประธานกล่าวเปิดงาน รวมทั้งบรรยายเรื่อง โฆษณาขายตรงอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ รวมถึงยังมี ภญ. ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาบรรยายเรื่อง การขายผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร และยาอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกด้วย

เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเครื่องส่งสัญญาณที่ดี สำหรับธุรกิจขายตรงที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความเป็นมาตรฐานสู่สากลนั่นเอง และที่สำคัญ ในการอบรมครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่เป็นนักธุรกิจอิสระเป็นอย่างมาก เพราะนอกจาก จะได้ความรู้แล้ว ยังได้บัตรประจำตัวนักธุรกิจอิสระอีกด้วย ในการที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการทำธุรกิจขายตรงภายใต้กฎจรรยาบรรณ


สคบ.เร่งสร้างมาตรฐานขายตรง
เรียก30บริษัทคุมเข้มเรื่องโฆษณา
ปัจจุบันนี้ ต้องบอกว่า หน่วยงานรัฐ ถือเป็นอีกหนึ่งหัวจักร ในการส่งเสริมธุรกิจขายตรงให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน สำหรับบทบาทของ สคบ. ในช่วงเวลานี้นั้น ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้รับการเปิดเผยจากนายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ว่า ขณะนี้ทางหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะทาง สคบ.เอง ได้มีการเตรียมการที่จะส่งเสริมธุรกิจขายตรงสู่ตลาดอาเซียนในทุกรูปแบบ
โดยในเบื้องต้นที่ทาง สคบ. ได้มีการหารือกับหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อที่จะช่วยผลักดันธุรกิจขายตรงให้มีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ 1. กรอบของกฎหมายในธุรกิจขายตรง ที่จะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงบ้างเรื่อง 2. อยากที่จะให้ทางภาครัฐและผู้ประกอบการ ได้ทำงานร่วมมือกัน เพื่อที่จะส่งเสริมธุรกิจขายตรงสู่อาเซียน

ส่วนความคืบหน้าของ ตราสัญญาลักษณ์ สคบ. นั้น นายจิรชัย เผยว่า ขณะนี้ทางรัฐมนตรีวรเทพ เอง ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ที่จะส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคแบบชัดเจน พร้อมกับเสนอแนะให้มีการไปปรับในเรื่องของการการันตี การทำประกันว่าจะมีการทำอย่างไร ซึ่งขณะนี้ ทางผู้ประกอบการก็เห็นด้วย ที่จะดำเนินการตามแนวทาง 3 ทาง คือ 1. ให้ทางธนาคารค้ำประกัน ตามวงเงินความเสี่ยงที่มี 2. การตั้งกองทุนขึ้นมา โดยอาจจะเป็นการลงขันของผู้ประกอบการในการตั้งกองทุนตรงนี้ และ 3. การทำประกัน

ขณะนี้ในส่วนของตราสัญญาลักษณ์ สคบ.นั้น ได้มีการให้ทางผู้ประกอบการเข้ามาสมัครแล้ว โดยจะต้องอยู่ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยใน 11 บริษัทสมาชิกของสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ (TSDA) นั้น ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดที่เข้ามาขอตราสัญญาลักษณ์เลย ซึ่งต้องบอกว่าตราสัญญาลักษณ์ดังกล่าว ถือเป็นโลกทัศน์ใหม่ ที่จะนำธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ โดยมีหน่วยงานของภาครัฐอย่างสคบ. เข้ามาการันตีและดูแลผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้จะทำให้ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความมั่นใจในสินค้ามากขึ้น ซึ่งวันนี้ หากบริษัทไหนที่พร้อม สามารถที่จะดำเนินการขอได้ทันที

นายจิรชัย เผยต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้ทางสคบ. ได้มีการหารือกับทางคณะกรรมการสคบ.ในชาติอาเซียนบ้างแล้ว โดยทุกฝ่ายต่างมีความยินดี ที่จะประสานความร่วมมือด้วยกัน ในการที่จะผลักดันธุรกิจขายตรงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญ หากทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ ทำงานร่วมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งในเศรษฐกิจของประเทศและชาติอาเซียนที่ทำงานร่วมมือกันด้วย

ส่วนแผนงานเร่งด่วนของสคบ. ในขณะนี้นั้นคือ การเตรียมที่จะเรียก 30 บริษัท มารับทราบในส่วนของการโฆษณาอย่างไรให้เหมาะสม โดยทางสคบ.จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ที่บริษัทเรียกมา จะเป็นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพประมาณ 80% โดยจะเป็นการโฆษณาในลักษณะการลด แลก แจก แถม ซึ่งจะมีทั้งบริษัทขายตรงและไม่ใช่บริษัทขายตรง และหากพบว่าบริษัทไหมมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ทางสคบ.เอง ก็จะมีการออกจดหมายแจ้งเตือนก่อน แต่หากยังมีการกระทำความผิดดังกล่าวนี้อีก ก็จะมีการระงับโฆษณาต่อไป

สิ่งที่ทางสคบ. อยากเห็นในตอนนี้คือ การร่วมมือกันในหลายๆ ฝ่ายของสมาคมขายตรง ที่จะต้องมีการประสาน เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เพราะวันนี้การที่จะยกระดับธุรกิจขายตรงสู่ความเป็นสากลนั้น การทำงานต้องไม่ทำเพียงคนเดียว แต่จะต้องรวมใจกันทำ ยิ่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ด้วยแล้ว ธุรกิจขายตรงต้องผนึกกำลังเป็นแผ่นเดียวกันให้ได้


อย.เร่งตรวจโฆษณาผิดกฎ
ประกาศลงโทษจริงหากฝ่าฝืน
...ด้าน ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางอย. ก็ได้มีการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ อย่าง สคบ. ที่ดูแลในเรื่องของการโฆษณาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เห็นได้จากทาง สคบ.ก็จะมีในส่วนของกรรมการหลาย ๆ ส่วน ดูแลในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ รวมถึงในเรื่องการโฆษณารวมอยู่ด้วย เช่นเดียวกับทาง อย.ก็จะมีการรับเรื่องร้องเรียนในทุก ๆ เรื่องด้วย

ในปีนี้ อย.ได้มีการเซ็นสัญญา MOU กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ในเรื่องของการทำโฆษณา ซึ่งในปี 2554 ที่ผ่านมา อย.เอง ยังได้มีการนำเสนอในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องของยา อาหาร ที่โอ้อวดเกินจริง ในทีวีดาวเทียม อินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน โดยภายในปลายปีนี้ จะมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวเข้า ครม. อีกครั้ง เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ร่วมกัน

ภญ.ศรีนวล กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนที่อย.จะทำงานร่วมกันกับรัฐบาลคือ การหาข้อมูลของการโฆษณาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากเมื่อเจอโฆษณาที่ไม่ถูกต้อง ก็จะมีการส่งข้อมูลไปให้ทาง กสทช.ใช้ในการพิจารณาออกใบอนุญาตหรือต่อใบอนุญาต นอกจากนี้ อย.ยังได้รับความร่วมมือกับทางดาวเทียม ที่จะแจ้งข้อมูลของผู้ประกอบการในแต่ละช่องว่าใครเป็นเจ้าของช่อง เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการที่กระทำผิดได้ง่ายขึ้นด้วย

ขณะนี้ อย.ได้มีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขึ้น โดยมีการทำงานในเชิงของการเฝ้าระวัง ในสื่อของทีวีดาวเทียมและสื่อวิทยุ โดยในส่วนของสื่อวิทยุนั้น จะเฝ้าระวังในส่วนที่รับได้ในกรุงเทพฯ ก่อน รวมถึงสื่อนิตยสาร สื่ออินเตอร์เน็ตที่อย. กำลังมีการเฝ้าระวังอยู่

นอกจากนี้ ภญ.ศรีนวล ยังได้เผยถึงปัญหาของทีวีดาวเทียม ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ว่า ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของการเข้าถึงตัวเจ้าของยาก การระงับสัญญาณก็ยาก ซึ่งส่งผลทำให้การทำงานในการเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดค่อนข้างที่จะล่าช้า ซึ่งตรงนี้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับทาง กสทช.เข้ามาช่วยด้วย โดย
เชื่อว่า หากทาง กสทช. มีการกำหนดใบอนุญาตแล้วเสร็จเมื่อไหร่ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้อย.ทำงานได้ง่ายขึ้นแน่นอน

ส่วนกรณีที่ว่ามีปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขายตรง มีความกังวลมากที่สุดในเรื่องของกฎหมายบางตัวนั้น ภญ.ศรีนวล ให้ความเห็นว่า ในส่วนของกฎหมายบางตัวที่ทำให้ผู้ประกอบการขายตรงเกิดความกังวลใจนั้น ถือว่าใช่ ซึ่งหากวันนี้ผู้ประกอบการทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ตรงนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวอะไรทั้งนั้น แต่วันนี้ไม่ใช่ กลับพบว่า มีผู้ประกอบการบางราย มีการทำผิดกฎ ทั้งในเรื่องของการโฆษณาที่โอ้อวดเกินจริง พร้อมกับการใส่สารบางอย่างที่เป็นสารต้องห้ามในสินค้า
ซึ่งความผิดตรงนี้ทำให้ทาง อย. จึงจำเป็นที่จะต้องเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบการนั้น


TSDAประกาศพร้อมดันขายตรงเกิด
ชี้งานอบรมมาตรฐานวิชาชีพได้ผลจริง
ด้าน อนุวัฒน์ ธรมธัช นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ได้กล่าวถึง การอบรมมาตรฐานวิชาชีพขายตรง ครั้งที่ 3 นี้ ว่า เป็นการกระตุ้นธุรกิจขายตรงรวมถึงนักธุรกิจอิสระให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของสมาคมที่ต้องการพัฒนาธุรกิจขายตรงไปสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน

วันนี้มีหลาย ๆ สมาคมและหลาย ๆ ธุรกิจต่างตื่นตัวในเรื่องของตลาดอาเซียน และทางสมาคมพัฒนาการขายตรงไทยก็ให้ความสำคัญในเรื่องตรงนี้ ซึ่งการจัดอบรมมาตรฐานวิชาชีพขายตรงจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง นักธุรกิจอิสระ และผู้บริโภค แต่ทั้งนี้ในการที่จะบุกตลาดอาเซียนได้นั้น ก็ต้องอาศัยรัฐบาลเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนด้วยถึงจะเกิดผล

อนุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่าจะต้องเติบโตกว่าในปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีหน้าเศรษฐกิจของอเมริกาน่าที่จะดีขึ้น ธุรกิจยุโรปก็จะดีขึ้นด้วย ซึ่งก็จะส่งผลมาถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงธุรกิจขายตรงก็จะเติบโตตามไปด้วย

...เช่นเดียวกับทางด้าน ดร.สมชาย หัชลีฬหา เลขาธิการ และประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ (TSDA) ได้เปิดเผยว่า การอบรมมาตร ฐานวิชาชีพขายตรง ครั้งที่ 3 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนานักธุรกิจขายตรงไทย โดยงานนี้จะเป็นตัวแปร ที่จะทำให้ทั้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจอิสระตระหนักในอาชีพขายตรงมากขึ้น ที่สำคัญ วันนี้อาชีพขายตรงนั้นไม่ใช่อาชีพที่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีในเรื่องของกรอบจรรณยาบรรณ เรื่องของกฎหมายที่ควบคุมด้วย

การอบรมครั้งนี้ เป็นเนื้อหาสาระที่ทุกคนควรรู้ ทั้งในเรื่องของแนวทางในการวางแผนงานในการทำธุรกิจ การทำงานอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ และมีความสำเร็จโดยง่าย พร้อมกับ ยังมีการบอกถึงวิธีการทางการตลาด พูดถึงรูปแบบทางการตลาดในยุคสมัยใหม่ เรื่องของแนวทางที่จะใช้ในการแข่งขัน เพื่อให้สอดรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 นี้

ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ ถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกคนหรือนักธุรกิจอิสระทุกท่านเองก็จะต้องมีการปรับตัวให้ได้ ต้องรู้ว่าควรที่จะมีการพัฒนาเตรียมความพร้อมอย่างไร ที่จะสามารถแข่งขันได้ ที่สำคัญ ต้องรู้เท่าทันภาวะการณ์เปลี่ยน แปลงของนโยบายของภาครัฐ รวมถึงรู้ถึงแนวทางของระบบเศรษฐกิจ ที่มีการรวมตัวกัน

นั่นหมายความว่า เรื่องของการค้าเสรี เรื่องของการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี เรื่องของเงินทุนเสรี จะนำมาซึ่งกำลังซื้อ และการแข่งขันที่มากขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้เอง จึงส่งผลทำให้ทุกคนจะต้องมีความรู้ ด้วยพื้นฐานของการตลาด กลยุทธ์การตลาด กรอบกฎหมาย วิธีการและรูปแบบที่จะใช้ในการแข่งขัน ซึ่งงานและกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เข้ามารับการอบรม ที่นอกจากจะได้ในเรื่องของประกาศนียบัตรแล้ว ยังได้ในส่วนขององค์ความรู้ และความภาคภูมิใจในอาชีพอีกด้วย


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) : รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2012









เป็นข่าวดีของบริษัทจอยแอนด์คอยน์อีกครั้ง เมื่อมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(มสวท.) ได้ทำการประกาศเกียรติคุณ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบุคคลคุณภาพแห่งปี 2012 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งการจัดงานของ มสวท. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นที่ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยดร. สมชายได้รับเกียรติเข้ารับ รางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2012 ด้านธุรกิจของใช้ส่วนตัว และเวชภัณฑ์ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3ที่ท่านประธานของเราได้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และรางวัลดังกล่าวได้พิสูจน์ให้พวกเราชาวจอยแอนด์คอยน์ได้เห็นแล้วว่าท่านประธานของเราเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถในทุกๆด้านอย่างแท้จริง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 333

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผ่าปฏิบัติการเชิงรุก "จอย แอนด์ คอยน์ J&C" ย้ำ!ธุรกิจสำเร็จได้ต้องยึด3องค์ประกอบ


จอย แอนด์ คอยน์ เปิดกลยุทธ์สร้างฝันคนเครือข่าย พร้อมแนะ 3 องค์ประกอบนำทางธุรกิจสู่ความสำเร็จ เผยแผนการตลาดในวันนี้ ต้องครบสูตรและเอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ส่วนสินค้าและบริการต้องยอดเยี่ยมสะกดใจสมาชิกด้วย... ด้าน ดร.สมชาย ชี้!วันนี้รูปแบบธุรกิจแนวใหม่ด้านไอทีกำลังมีบทบาทที่สำคัญในการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต ลั่น!เตรียมสร้างสาขาไซส์ใหญ่ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับจากนี้ รองรับการขยายตัวที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า การทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบันนี้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1. เรื่องแผนการตลาด
2. เรื่องสินค้าและบริการ
3. เรื่องการรับรู้หรือการยอมรับ

โดยองค์ประกอบแรก คือ เรื่องของแผนการตลาดนั้น แต่ละบริษัทควรที่จะต้องออกแบบแผนการตลาด ด้วยการทำอย่างไร ให้ผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจได้ผลประโยชน์ทุกคน และสามารถสร้างเครือข่ายได้เยอะ ๆ

วันนี้ต้องบอกว่า ที่จอย แอนด์ คอยน์ นั้น มี 2 แผนอยู่ในที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่า ไฮบริดคอนเซ็ปต์ ซึ่งเป็นแผนที่มีการผสมผสานเพื่อสร้างความน่าสนใจ ด้วยรูปแบบของการจูงใจรายได้ จากแผนการตลาดและแรงจูงใจจากอย่างอื่นด้วย เช่น โปรโมชั่นการท่องเที่ยว การทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นต้น

องค์ประกอบที่ 2 คือ เรื่องของสินค้าและบริการ ที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจขายตรงอย่างมาก โดยสินค้าต้องมีความหลากหลายและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับที่จอย แอนด์ คอยน์ เอง ที่มีสินค้ามากถึง 10,000 รายการ ทั้งในหมวดสุขภาพ หมวดความสวยความงาม หมวดสินค้าเกษตร หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ ในเรื่องของการบริการ จอย แอนด์ คอยน์ ยังเน้นหนักอีกว่า ต้องทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจและเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพ ที่สำคัญ บริษัทฯ กล้ายืนยันว่า สินค้าของบริษัทฯ ทุกตัว มีใบรับรองคุณภาพ

Certificate และเป็นที่ยอมรับ รวมถึงสินค้าทุกรายการ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย
หัวใจที่สำคัญของการทำธุรกิจ เรื่องของการบริการ ถือว่าค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก เห็นได้จากวันนี้บริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องของการฝึกอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจในส่วนของการบริการให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการบริการเกิดความพอใจ พร้อมกับมองว่า วันนี้คนที่ชวนเข้ามาในธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ เราไม่ได้ชวนแค่เข้ามาเป็นนักขายอิสระหรือแค่บริโภคเท่านั้น แต่ต้องสามารถที่จะไปเปิดร้านเอง รวมถึงเปิดเป็นแฟรนไชส์ได้ด้วย

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้รูปแบบของการทำธุรกิจไม่ได้ตอบสนองเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ต้องตอบสนองคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วยหรือร้านขายปลีกย่อย ที่สามารถเข้ามาทำได้หมด เพื่อเป็นการยกระดับของตัวเขาเอง

ทั้งนี้ ในเรื่องของความสะดวกสบายในการทำธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งทางจอย แอนด์ คอยน์เอง ก็ได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้มาโดยตลอด ภายใต้ปณิธานที่ว่า ขายตรงสะดวกซื้อ อาชีพที่เป็นไปได้ ทำง่ายและมั่นคง ซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการสร้างเครื่องมือการทำงาน เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของสมาชิกให้ได้มากที่สุด รวมถึงการทำให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้นกว่าในอดีต ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์
ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์นั้น เป็นการซื้อขายออนไลน์ ที่ผู้จำหน่ายอิสระ สามารถทำงานด้วยตัวเองได้ และก็สามารถที่จะลงพื้นที่ในทุกพื้นที่ได้ ถ้ามีอินเตอร์เน็ต ซึ่งรูปแบบของการทำธุรกิจต่อจากนี้ จะไม่เป็นการให้ผู้จำหน่ายอิสระหอบสินค้าไปนำเสนออีกต่อไป แต่จะเป็นการนำเสนอสินค้า รวมถึงธุรกิจ ผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า อีกหนึ่งเครื่องมือในการช่วยให้สมาชิกของบริษัทฯ ทำงานง่ายขึ้นนั่นก็คือ ในส่วนของสาขา โดยปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการลงทุนที่จะสร้างสาขาที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดใหญ่ ๆ บ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้น่าที่จะแล้วเสร็จอย่างแน่นอน

วันนี้จอย แอนด์ คอยน์ มีเป้าหมายต้องการที่จะสร้างขนาดของสาขาให้ใหญ่ขึ้น โดยในแต่ละสาขา จะต้องมีสถานที่ฝึกอบรม เสมือนหนึ่งเป็นซูเปอร์มาเก็ต มีที่จอดรถ มีที่ล้างรถ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างในที่แห่งเดียว ซึ่งเชื่อว่ารูปแบบของธุรกิจของเรา น่าที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน
สำหรับสาขาที่ทางจอย แอนด์ คอยน์ ได้เข้าไปลงทุนนั้น ในเฟสแรก อยู่ที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี และที่สุขาภิบาล 3 (รามคำแหง 129) สุราษฎร์ธานี ตรัง หาดใหญ่ โดยสาขาดังกล่าวจะเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายสินค้าเพื่อความสะดวกสบายของสมาชิก และรองรับกับการเติบโตในอนาคตนั่นเอง
และองค์ประกอบที่ 3 คือ เรื่องของการรับรู้หรือการยอมรับ โดยจะต้องให้ผู้ที่เข้าสู่ธุรกิจเกิดการยอมรับ รวมถึงมีความฮึกเหิมในการทำงานตลอดเวลา และมีทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจ

ผมขอบอกได้เลยว่า วันนี้คนที่ทำธุรกิจสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น บางครั้งไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือดี หรือว่ามีความสามารถเท่านั้น โดยจะต้องมีความสามารถในการเข้าใจธุรกิจที่ทำด้วย รวมถึงผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต้องมีความหวังและเกิดความหวังที่จะทำ ซึ่งจุดนี้ คือ แรงบันดาลใจ ที่จะทำให้เรานั้น อยากที่
จะทำและเกิดความมุ่งมั่นต่อไป

ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้บริษัทฯ ได้มีการออกแบบรูปแบบการฝึกอบรมใหม่ ซึ่งตนเองเป็นผู้สอน โดยเป็นการให้ความรู้กับสมาชิกที่อยากจะเรียนให้สำเร็จ พร้อมกับต้องการเพิ่มศักยภาพของตัวเอง

วันนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมาย อยากที่จะมีผู้ที่เข้าร่วมอบรมครั้งละ 1,000 คน ให้ได้ โดยต้องบอกว่า ขณะนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มีคนเข้ามาเป็นสมาชิกเดือนละ 10,000 คนเลยทีเดียว และบริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้คน 1,000 คนมีความรู้ให้ได้ ซึ่งหากจะให้สอนคน 10,000 คน คงไม่มีความสามารถแน่นอน

ประธานฯ จอย แอนด์ คอยน์ เสริมต่อว่า ในการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ รวมถึงศักยภาพและการนำเสนอ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการฮึกเหิม และเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญ ซึ่งหากเมื่อทุกคนเกิดความชำนาญแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายและการทำงานก็จะสำเร็จด้วย

การทำธุรกิจที่จอย แอนด์ คอยน์ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ว่า มีความสามารถอย่างเดียว ต้องมีความสามารถทั้งกายและใจด้วย โดยใจก็สำคัญเช่นกัน ทัศนคติต้องดี โดยความพร้อมทั้งหมดที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างในวันนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นโมเดลที่จะทำให้ทุกคน ไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ยาก ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอนย์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา

 









 


 


 


 


 


 


 


 


สำหรับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสใหญ่แห่งขายตรงสะดวกซื้อ J&C ก็ชีพจรลงเท้าไม่ต่างกัน เริ่มจาก ต้นเดือนสัมมนาที่พัทยา ต่อด้วยไป ดูงานขอนแก่น กลางเดือนพาสมาชิก หลายร้อยชีวิตไปหลั่นล้าที่เมืองจีน กลับมาต่อด้วยไปดูงานที่พม่า ปิดท้าย ของเดือนด้วยสัมมนาที่พัทยา Again แล้วเริ่มต้นเดือนด้วยงานของ สมาคม- พัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) นี่ยังไม่รวมทริปท่องเที่ยวอเมริกา กับสมาชิก J&C ตอนคริสต์มาส อีกนะเจ้าคะ โอ้ว...มายก็อด ตาราง แน่นได้อีกนะเจ้าคะ ว่าแต่ได้มองหาตัวช่วยไว้บ้างมั้ยเอ่ย เพราะ เห็นสาวๆ รอสมัครเป็นผู้ช่วยส่วนตั๊ว ส่วนตัว ของลูกชายท่าน ดร.กันใหญ่ เลยล่ะเจ้าค่ะ...อิอิ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 



วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จอย แอนด์ คอยน์ ได้เปิดสถานีเคเบิลทีวีตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภายใต้ชื่อ JC TV


ข่าวดี ข่าวด่วน สำหรับนักธุรกิจอิสระจอยแอนด์คอยน์ทุกท่าน ขณะนี้บริษัทของเราได้เปิดทำการสถานีเคเบิลทีวีตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภายใต้ชื่อ JC TV หากบ้านของท่านมีจานดำ PSI สามารถเข้าไปดูได้ที่ช่อง 183 แต่หากท่านใดไม่ได้ใช้จานดำ ท่านสามารถปรับคลื่นไปได้ที่ frequency 3433V และ symborate 5000 ซึ่งรายการต่างๆ ของช่อง JC TV นี้จะเต็มไปด้วยสาระและความรู้ที่อัดแน่นพร้อมเสริฟให้ทุกท่านถึงบ้านกันเลยทีเดียว และเร็วๆ นี้ทุกท่านจะสามารถรับฟังความรู้และคำแนะนำดีๆ จากท่านประธาน ดร สมชาย หัชลีฬหาในรูปแบบรายการสด พร้อมกันนี้ ท่านประธานจะตอบทุกปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆในการทำธุรกิจของท่านแบบคำถามต่อคำถามกันเลยทีเดียว อย่าพลาด เตรียมเครื่องรับของท่านให้พร้อมกับความตื่นเต้นในรูปแบบใหม่ๆ กับ JC TV

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : ดร.สมชาย หัชลีฬหา รับรางวัลใบประกาศยกย่องเกียรติคุณ


เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 2 ปี รายการตามหา ความจริง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง INTV และ TVD โดยภายใน งานมีผู้เข้าร่วมงานมากมายจากหลายสาขาอาชีพ ทั้งสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และผู้ที่อุทิศตัวเพื่องานสาธารณะประโยชน์ จากมูลนิธิต่างๆ อย่างคับคั่ง นอกจากนี้ภายในงานยังมีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ ยกย่องผู้ที่เสียสละเพื่อส่วนรวม อุทิศตนเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งใดๆ ตอบแทน ซึ่งงาน นี้ท่านประธานดร.สมชาย ได้รับ เกียรติเข้ารับรางวัลด้านการอุทิศ ตนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความ เดือดร้อนจากเหตุการณ์มหา อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่ผ่านมา ซื่งถือว่าเป็นเกียรติ อย่างยิ่ง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

J&C ทุ่มงบเนรมิตงานประกาศเกียรติคุณ MDP ภาคใต้ ประจำปี 2555 สุดอลังการ!!!


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุ่มงบกว่า 3 ล้านบาท เนรมิตห้องคอนแวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี มอ. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดงานประกาศเกียรติคุณ MDP ระดับภูมิภาค (ภาคใต้) ประจำปี 2555 ขึ้น โดยมีดร.สมชาย และดร.กฤตภัค หัชลีฬหา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ มีการแสดงเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ ในงานนี้มีผู้เข้ารับโล่และเข็มประกาศเกียรติคุณ ในตำแหน่ง Manager แผน Balance Team จำนวน 41 รหัส และตำแหน่ง Director แผน Balance Team จำนวน 22 รหัส พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้โอกาสรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ จากผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ต่อจากนั้นประธานกรรมการ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ได้ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และแผนการทำงานของบริษัทที่พร้อมก้าวสู่ ทศวรรษใหม่จอยแอนด์คอยน์ ห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดแห่งแรกของไทย ภายในงาน J&C Shop รูปแบบใหม่มาเปิดขายสินค้า รวมทั้งสินค้าจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 30 ราย เพิ่อให้พี่น้องสมาชิกชาวใต้ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างล้นหลามเกินความคาดหมายกว่า 4,000 คน ได้ช้อปกันอย่างจุใจ ปิดท้ายการฉลองความสำเร็จด้วยมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฝน ธนสุนทร และการจับฉลากผู้โชคดีรับรางวัล รถยนต์ NISSAN MARCH และในครั้งหน้าเตรียมพบกันที่ภาคอีสาน ซึ่งดร. สมชายได้กระซิบมาแล้วว่ายิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้กันอย่างแน่นอน