ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินค้าแอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินค้าแอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์(Amway): อาร์ทิสทรีรุกตลาดไวท์เทนนิ่ง ส่ง "อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์" ใหม่ มั่นใจยอดขายอาร์ทิสทรีรวมทะลุ 3,100 ล้านบาทสิ้นปีนี้








เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์เสริมทัพผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรีเมียม เปิดตัวสินค้าใหม่ อาร์ทิสทรีไอดีล เรเดียนซ์ ชูเทคโนโลยีเพื่อผิวสว่างใสแบบ 3 มิติ ให้ประสิทธิภาพสูงแต่อ่อนโยนต่อผิว ตอบรับเทรนด์สาวไทยปลื้มผิวขาว เตรียมกลยุทธ์บุกตลาดเต็มรูปแบบ มั่นใจสิ้นปีอาร์ทิสทรีมียอดขายรวมกว่า 3,100 ล้านบาท


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทแอมเวย์ยังมุ่งเน้นการทำตลาดที่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้หญิงเอเชียในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน เวียดนาม และมาเลเชีย พบว่า เทรนด์ความต้องการผิวขาวกระจ่างใสยังคงมาแรงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคจะมีความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว-มากขึ้น โดยต้องการสกินแคร์ที่ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว ดังนั้น ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อ จึงเลือกจากประสิทธิภาพของสกินแคร์นั้นๆ เป็นหลัก เช่น สามารถช่วยให้ผิวขาวใส สีผิวสม่ำเสมอ ไร้ที่ติ นอกจากนั้น ความนิยมในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะสาวๆ เชื่อว่า ประโยชน์จากธรรมชาติจะช่วยให้เกิดความงามที่ยั่งยืนและปลอดภัย


ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าในกลุ่มพรีเมียมแบรนด์มีมูลค่าสูงถึง 11,500 ล้านบาท ซึ่งอาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางพรีเมียมแบรนด์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 20% เรามองเห็นโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะการเติบโตของเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส จึงเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการดูแลสมดุลผิวแบบองค์รวม อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ (ARTISTRY IDEAL RADIANCE) ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความขาวกระจ่างใสที่สอดรับความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยให้ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้และส่วนผสมสำคัญที่มาจากธรรมชาติ จึงมั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสาวไทย นางรัตนากล่าว


นางรัตนากล่าวเสริมว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสที่ทรง- ประสิทธิภาพสูง แต่อ่อนโยนต่อผิว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีผิวกระจ่างใสแบบ 3 มิติ (3D Technology) พร้อมสูตรเฉพาะ มัลติฟลอรา เบลนด์ (MultiFlora Blend) จากดอกไม้นานาพันธุ์ และโปรตีนจากไข่มุก ช่วยให้ผิวเปล่งประกายสมบูรณ์แบบด้วยความงามแบบ 3 มิติ คือ ผิวสว่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และเปล่งประกายผิวสุขภาพดี กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งหมด 6 รายการ ได้แก่ 1.เคล็นเซอร์ 2. โทนเนอร์ 3.เอสเซนส์สูตรน้ำนม 4.ทรีทเมนท์ดูแลจุดด่างดำ 5.มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวสูตรน้ำนม และ 6.ครีมบำรุงผิวกลางคืน เพื่อการดูแลผิวอย่างครบวงจร ซึ่งอาร์ทิสทรีมั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการมีผิวเนียนกระจ่างใสของผู้หญิงไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ


นางรัตนากล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการโปรโมท อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เน้นการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Communication) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงทุกช่องทาง โดยอาร์ทิสทรีประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกที่เริ่มจำหน่ายสินค้ากลุ่มนี้ ทั้งยังเตรียมจัด ไอดีล เรเดียนซ์ 3D ไบรท์เทนนิ่ง เวิร์คช็อป (Ideal Radiance 3D Brightening Workshop) เพื่ออบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์กว่า 10,000 ที่นั่ง พร้อมถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปยัง 6 จังหวัดหลักทั่วประเทศ เพื่อฝึกอบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างมืออาชีพ โดยเชิญนักวิทยาศาสตร์และผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกาบินตรงมาให้ความรู้ถึงเมืองไทย


พร้อมกันนี้ได้มีการจัดทำวิดีโอโฆษณาเผยแพร่ทางยูทูป (YouTube) และโฆษณาผ่านนิตยสารสตรีชั้นนำ โดยทั้งสองสื่อมี เทเรซ่า พาล์มเมอร์ (Teresa Palmer) ดาราฮอลลีวู้ดในฐานะโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นพรีเซ็นเตอร์แสดงนำ และเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์สินค้าที่แปลกใหม่ อาร์ทิสทรีได้สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ชื่อว่า อาร์ทิสทรี ไทย เออาร์ (Artistry Thai AR) เพื่อนำเทคโนโลยีการผสมผสานโลกเสมือนจริง (Augmented Reality) มาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอีกด้วย เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กระดาษสามารถลุกขึ้นมามีชีวิตได้ด้วยเทคนิค 3D ในการนำเสนอวิดีโอโฆษณา และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ให้เปิดตลาดง่ายขึ้นด้วย นางรัตนากล่าว


จากคุณภาพของผลิตภัณฑ์กับแผนการตลาดแบบบูรณาการ เรามั่นใจว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ จะช่วยให้ยอดขายของกลุ่มเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใสของอาร์ทิสทรีเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ส่งผลให้อาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นางรัตนากล่าวทิ้งท้าย


ที่มา:www.amwayshopping.com

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Exclusive interview บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทยจำกัด กับ คุณ กิจธวัช ฤทธีวารี


แนวทางการบริหารงานของแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือ การมอบโอกาสดีๆ ให้กับผู้คนการแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน คือ วิธีปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก


ถือเป็นพี่ใหญ่ และเป็นเบอร์ 1 ในแวดวงอุตสาหกรรมขายตรงไทยมานานหลายปี สำหรับยักษ์แอมเวย์ วันนี้แอมเวย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคผลัดใบ ยุคที่มีผู้บริหาร หนุ่มรุ่นใหม่ๆฟแรงเข้ามารับช่วงต่อจากหัวเรือใหญ่ที่เกษียณลง อย่าง ปรีชา ประกอบกิจ วันนี้ผู้บริหารหนุ่มอย่าง กิจธวัช ฤทธีราวี ได้สะท้อนมุมมองด้านการบริหารงานของแอมเวย์ว่า จากนี้ไปในอนาคตจะมีแนวทางในการบริหารงานต่อในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร


แนวทางการบริหารงานสไตล์ กิจธวัช เป็นอย่างไรเมื่อเข้าสู่ช่วงผลัดใบ


แนวทางการบริหารงานแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือการมอบดอกาสดีๆ ให้กับผู้คน การแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนคือ วิธีการปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก โดยเน้น 3 ยุทธศาสตาร์หลัก คือ



  1. ด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นจุดยืนที่แอมเวย์ทำให้ประสบความสำเร็จมาตลอด ด้วยการเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ วีธีการทำงาน โครงสร้างขององค์กร

  2. ไลฟ์สไตล์โซลูชั่น ที่ต้องบอกว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีการแบ่งเซ็กเม้นด์ กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แอมเวย์จึงพยายามเข้าไปทำการตลาดเพื่อตัวบุคคลมากขึ้น ฉะนั้นสินค้าจึงต้องตอบสนองความต้องการของบุคคล เช่นการบริหารการจัดการแต่ละคนก็มีความอ่อนไหวไม่เหมือนกัน อย่างเช่นการได้รับสารอาหารของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แอมเวย์ จึงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เป็นการตรวจเชิงลึกเฉพาะของบุคคลนั้นๆ เรื่องนี้จะเป็นคอร์สออกกำลังกาย เรียกว่า เวชศาสตร์องค์รวม


ในอนาคตแอมเวย์จะมีคอร์สการตรวจ DNA ของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการวัดผลและตรวจหาค่าว่าใครมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดโรคอะไรในอนาคต ดังนั้นแอมเวย์จะมีการจัดเตรียมบุคคลากรเพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอนาคตแอมเวย์จะรุกการค้นหาไปถึงระดับยีน และ DNA



  1. การสร้างแบรนด์ แห่งจิตสำนึก แบ่งเป็น 2 แนวทางหลักได้แก่

    1. ด้านธุรกิจ เน้นการบริหารงาน ปลูกสร้างจรรยาบรรณให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แอมเวย์จะทำอย่างเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าปัจจุบันแอมเวย์ได้เปิดแผนกเพิ่ม อีก 1 ยูนิต จะเปิดเป็นดีพาร์ตเม้นต์ ที่ใช้ชื่อว่า Amway Training Center ที่ใช้คอนเซ็ปต เป็นหน่วยงานที่พัฒนานักธุรกิจแอมเวย์ให้มีองค์ความรู้ พร้อมในทุกด้าน ซึ่งเรื่องนี้ นักธุรกิจจะต้องเข้าถึงเบื้องลึกและจิตสำนึก ที่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม

    2. กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างที่ผ่านมาแอมเวย์จัดกิจกรรมมากมายปัจจุบันได้โฟกัสเรื่องเด็ก การให้ความรุ้แก่เด็ก ที่ทำควบคู่กับมูลนิธิแอมเวย์ เพื่อสังคมไทย ตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา การสร้างห้องสมุด การทำหนังสือเสียงให้กับเด็กตาบอด และในปี 2555 เป็นปีที่แอมเวย์ฉลองครบรอบ 25 ปีได้มีการจัดหนังสือบินได้เพื่อน้อง และห้องสมุดเคลื่อนที่ ส่วนอีกเรื่องที่จะเน้นคือ ด้านสภาพแวดล้อม ที่พยายามผลักดันด้าน กรีนมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เช่น สินค้าก็จะนึกถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ และตึกใหม่ของแอมเวย์ที่ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงาน



เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ


เป้าหมายเดิมคือการสร้างฐานธุรกิจให้ใหญ่โต ดังนั้น จากนี้ไปอมเวย์จะทำ Back to Basic เครือข่ายการสร้างงานสร้างรายได้ สิ่งที่ต้องการ คือใหคนที่เข้ามาทำธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ และประสบความสำเร็จในระยะยาว ตรงนี้จะทำอย่างไรสิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผู้คนมองเห็นธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ดี ในระยะยาวอาชีพนักธุรกิจขายตรงต้องติดใน 10 อาชีพ ที่คนอยากเป็นักธุริจ ในระยะกลางมองว่าธุรกิจยังคงเติบโต ดังนั้นแอมเวย์จะยัคงรักษาระดับการเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการส้างธุรกิจแบบองค์รวมของการเป็นักธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับและในระยะสั้น ทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีแรงขับเคลื่อน เช่น การปรับรายได้ให้กับนักธุรกิจ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ส่งต่อความสำเร็จ


 


มุมมองการเปิดตลาด AEC กิจธวัช มีความคิดเห็นอย่างไร


การเปิดตลาด AEC ผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยขน์ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศักยภาพดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เรื่องนี้คนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้ประโยชน์ ตรงนี้ประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ ได้หากมีการเปิดเสรีทางด้านการค้า


สิ่งที่มองคือด้านเศรษฐกิจโลกที่จะเรื้อรังต่อไปอีก ซึ่งแต่ละปีส่งผลกระทบโดยอ้อม แต่หากไปกระทบกระเทือนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็จะกลายเป็นลูกโซ่ และจะมากระทบกับผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขระที่สถานการณ์ใปในประเทศไทยนั้นยังเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ หากย้อนกลับไปด้านการเมืองที่ยังมีความขัดแย้งมาหลายปีและคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อย้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมขายตรงแล้ว มองว่าตลาดที่นี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกสูง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : มัดรวมสินค้าครัวเรือนผุด "แอมเวย์ โฮม (Amway Home)" เอาใจแม่บ้านระดับบน


แอมเวย์ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ โฮม จับรวม แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด, แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอม เวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่ง เดียว พร้อมเปิดตัวสองสินค้าใหม่ ย้ำภาพผู้นำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนระดับพรีเมี่ยม


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรูปแบบการดำเนิน ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลตนเอง ครอบ ครัว และที่อยู่อาศัย มากขึ้นจนกลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกระแส นิยมที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวด ล้อมมากขึ้นนั้น แอมเวย์จึงเล็ง เห็นความสำคัญของความต้อง การผู้บริโภคที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น และตอบรับความต้องการของ ผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จึงได้ดำเนิน การปรับโฉมหรือรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนทั่วโลก ภายใต้ชื่อใหม่ แอมเวย์ โฮม (Amway Home)


โดยการรวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประกอบด้วย แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอมเวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดพร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และจากสูตรผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ผลิต ภัณฑ์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถแสดงสัญลักษณ์ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Design for the Environment : DfE จากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐ อเมริกา (U.S. EPA) ซึ่งเป็นเสมือนคำรับ รองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีส่วนผสมจากธรรมชาติและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ แอมเวย์ โฮม ทอยเลต โบว์ล คลีน เนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ และ แอมเวย์ โฮม เลเทอร์ แอนด์ ไวนิล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หนังและไวนิล เพื่อตอบรับทุกความต้อง การในครัวเรือน


ด้านนางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ ในครั้งนี้นอกจากการย้ำภาพลักษณ์ผลิต ภัณฑ์ในครัวเรือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังเป็น การสะท้อนถึงพันธสัญญาของแอมเวย์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจครั้งแรกกว่า 50 ปีมาแล้ว


โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ถือเป็นจุดกำเนิดและความภูมิใจของบริษัทจวบจนปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนก ประสงค์ แอล.โอ.ซี. และยังคงยืนหยัดที่จะสืบทอดพันธสัญญาดังกล่าวด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ในชื่อ แอมเวย์ โฮม ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสูตรอันเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ เฉพาะของแอมเวย์กับ สูตรไบโอเควส (Bioquest Formula) ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะพร้าว และพืชตระกูลมะนาว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสูตรเข้มข้น ทำให้ลดปริมาณการซื้อให้น้อยครั้งกว่าปกติ จึงช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐ อเมริกา) และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมั่นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะยังได้รับ การตอบรับที่ดีเหมือนในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา


สำหรับการสร้างการรับรู้ถึงการปรับโฉมแบรนด์ แอมเวย์ โฮม ในครั้งนี้ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนเป็นต้นไป แอมเวย์มีการวางแผน กิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้เกิดขึ้นทั้งใน กลุ่มผู้บริโภคและนักธุรกิจแอมเวย์อย่างทั่วถึง อาทิ จัดกิจกรรมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอมเวย์ โฮม ณ แอมเวย์ ช็อป สำนัก งานใหญ่ และสาขาย่อยอีก 19 สาขาทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 27-29 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ร่วมสัมผัส ประสบการณ์การดูแลและทำความสะอาด บ้านอย่างมืออาชีพด้วยสูตรผสมจากธรรมชาติ และให้คำแนะนำวิธีใช้ผลิตภัณฑ์แอม เวย์ โฮม อย่างถูกต้อง รวมทั้งจัดฝึกอบรม ผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้เกิด การเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง


ทั้งนี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกอบกับกิจกรรมทาง การตลาดดังกล่าวจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แอมเวย์ โฮม กลายเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคด้วยการเติบโต 10% ภายในสิ้นปีได้อย่างแน่นอน นางรัตนา กล่าวทิ้งท้าย


อ้างอิง : นสพ.สยามธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) เปิดตัว "ขนมไหว้พระจันทร์" พิเศษ 2 สไตล์ แนะนำไส้ "ลูกพรุน"

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดร่วมต้อนรับประเพณีไหว้พระจันทร์ประจำปี 2555 เปิดตัว ขนมไหว้พระจันทร์ จากยูเอฟเอ็ม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ใส่ใจและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อให้ได้มาซึ่งขนมไหว้พระจันทร์รสชาติกลมกล่อม หอมหวานละเมียดละไม เนื้อแป้งอ่อนนุ่ม พร้อมหลากหลายไส้ชวนให้ ลิ้มลอง จัดชุดสวยงามในแพ็คเกจ 2 สไตล์ที่ออกแบบโดยเฉพาะ ได้แก่ ชุดขนมไหว้พระจันทร์รสชาติดั้งเดิมในกล่องสีทอง ประกอบด้วย ไส้ทุเรียนหมอนทองและไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว อย่างละ 2 ชิ้น ราคา 395 บาท (ราคาสมาชิก 329 บาท) และชุดขนมไหว้พระจันทร์รสชาติคลาสสิคในกล่องสีชมพู ประกอบด้วย ไส้โหงวยิ้ง ไส้เมล็ดบัวไข่เดี่ยว ไส้ทุเรียนหมอนทอง และใหม่ล่าสุดในปีนี้กับ ไส้ลูกพรุนรสชาติหวานกำลังดี อย่างละ 1 ชิ้น ราคา 385 บาท (ราคาสมาชิก 321 บาท) เหมาะเป็นชุดของขวัญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่เพื่อนและญาติมิตรในเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึง



สนใจสั่งซื้อ ขนมไหว้พระจันทร์ จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศได้ตั้งแต่ 16 สิงหาคม 30 กันยายน 2555หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่www.amwayshopping.comหรือ Amway Call Center0-2725-8000