ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสุพรีเดอร์ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสุพรีเดอร์ม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บิ๊ก MLM พลิกกลยุทธ์ปรับแผนจ่ายเพิ่มรายได้สมาชิก







idea concept with light bulbs on a blue background

 


กลุ่มบริษัทขายตรงเร่งปั๊มยอดขายช่วงไตร-มาสสุดท้าย แห่ปรับแผนจ่ายกระตุ้นสมาชิก "นีโอไลฟ์" เนรมิตโครงการรายได้ทวีคูณ สร้างรายได้ 2 ทาง พร้อมประกันชีวิตวงเงินกว่าแสนบาท ด้าน "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด แผน i12 สร้างจุดแข็งสมัครครั้งเดียว ทำงานได้ทั่วโลก พร้อมเพิ่มโบนัสให้สมาชิกอีก 4-5% ฝั่ง "สุพรีเดอร์ม" ปลุกเสก P17 แผนจ่ายที่ส่งต่อเป็นมรดกสู่ลูกหลานสร้างความ มั่นคง พร้อมอัดสินค้าในกลุ่มน้ำมันมะกอก ตั้งเป็นเรือธง


กลุ่มบริษัทขายตรงพาเหรดปรับแผนจ่าย เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริษัทที่มีการปรับแผนจ่ายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัท ชั้นนำ ซึ่งการปรับแผนจ่ายครั้งนี้ถือเป็นการปรับเพื่อกระตุ้นยอด ขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


"นีโอไลฟ์" เนรมิตแผนจ่ายทวีคูณ


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เดิมทีทางบริษัทมีแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่หยุดคิด จึงมีการพัฒนา ต่อยอด มีการนำเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมากขึ้น


"เราจึงมีการเปิดแผนการคิดรายได้แบบทวีคูณขึ้นมา นอกเหนือจะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้วยังมีรายได้ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สมาชิกของนีโอไลฟ์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาท ทางบริษัท ยินดีมอบประกันชีวิตวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปีให้ถือเป็นสวัสดิการที่ทางบริษัทมอบให้กับสมาชิกที่ร่วมโครงการ"


ต่อไปสมาชิกของนีโอไลฟ์ จะมีรายได้ 2 ทาง นี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สมาชิกของนีโอไลฟ์ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและมั่นคง เพียงแต่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทวีคูณ เชิญสมาชิกให้ทำการซื้อ สินค้าซ้ำระหว่างเดือน โดยทางบริษัทจะนำเอาคะแนนไปคิดในผังองค์กรแบบทวีคูณ ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว


"ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด i12 เพิ่มโบนัส


นางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร แบรนด์ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เผยว่า เพื่อให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สามารถ เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2555-2563 สอดคล้องกับนโยบายของยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ จึงต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทใช้งบฯ ลงทุนวิจัย 1,000 ล้าน ยูโรต่อปี และศักยภาพด้านการจ่ายผลตอบแทนภายใต้แผน i12 (ไอทเวลฟ์) ซึ่งมีจุดแข็งก็คือสมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก และตั้งแต่กรกฎาคมได้ปรับแผนการจ่ายเงินรางวัลหรือโบนัสเพิ่มอีก 4-5% เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจ


นอกจากนี้ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ เพื่อดูแลการขยายตลาด และทำตลาดต่างประเทศ โดยแนวทางการ ตัดสินใจเข้าไปลงทุนก็คือเป็นประเทศที่มีธุรกิจยูนิลีเวอร์เข้าไปตั้งอยู่ก่อนแล้ว ขนาดของประชากรและตลาดคู่แข่ง และกฎหมาย แต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาอยู่หลายประเทศ ส่วนที่อินเดียมีแผนจะเปลี่ยนเป็นยูนีลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากนำสินค้าแบรนด์อาวียองซ์เข้าไปจำหน่าย เพื่อปรับโพซิชันนิ่ง สินค้าจับตลาดพรีเมี่ยม และนำแผนการจ่ายผลตอบแทนเข้าไป เป็นต้น


"แผนในประเทศจะเน้นดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดได้ทำเพอร์ซันนอลเว็บไซต์ให้นักธุรกิจแต่ละคนสามารถมีเว็บเพจของตัวเองและลิงก์มาที่บริษัท เสมือนมีหน้าร้านออนไลน์รองรับการเติบโตในอนาคตและคนรุ่นใหม่"


"สุพรีเดอร์ม" ดัน P17 สร้างภาพ มรดกส่งต่อ


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางบริษัทได้มีการปรับแผนจ่ายของ บริษัทเพื่อให้เกิดการสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้มีการปรับแผน จ่ายภายใต้ชื่อ P17


"P17 เป็นแผนจ่ายเพื่อสร้างให้เป็น มรดกของสมาชิก โดยสุพรีเดอร์มเป็นบริษัทที่ล้างสมองผู้คนที่เข้ามาไม่เก่งนัก ทำให้บริษัทต้องเดินหน้าธุรกิจด้วยการดึงผู้คนให้มาเป็นผู้บริโภค โดยบริษัทจะเน้น การสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก" หมอมั่น เผย


อย่างไรก็ดี ในแผนจ่ายตัวใหม่ที่สุพรีเดอร์มได้สร้างมานี้ เพื่อทำให้สมาชิก มีรายได้ที่มั่นคง โดยในช่วงเริ่มต้นอาจต้อง สร้างความเข้าใจ เพราะคะแนน PV ของ สมาชิกจะลดลงเมื่อมีการปรับแผน แต่เมื่อ ทำไปสักระยะ คะแนน PV ที่ได้มา จะสร้าง ความมั่นคงให้กับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทฯจะเน้นการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นมรดกให้กับเครือญาติของสมาชิกได้อีกด้วย


ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริม-อาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้น ตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิสชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหาก ต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ลูกค้า มีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็น การกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่า บริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ‘สุพรีเดอร์ม’ดันน้ำมันมะกอกปลุกธุรกิจ แย้มเป้าปี’57ขอยอดแตะ2หมื่นขวด/เดือน







su (Mobile)

 


“สุพรีเดอร์ม” ปล่อยทีเด็ดปลายปี ส่งสินค้าน้ำมันมะกอก ทั้งกลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอางลุยตลาดโค้งสุดท้าย พร้อมประกาศเป้ายอดขายเฉพาะสินค้าน้ำมันมะกอกปี’57 ขอยอดแตะ 2 หมื่นขวด/เดือน ระบุเร่งเดินเครื่องสร้างการรับรู้ช่วงแรกด้วยการสาธิตสินค้าให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับแก่สมาชิกและผู้บริโภคก่อน พร้อมเชื่อหากผู้บริโภคเข้าใจยอดขายโตตามเป้าแน่นอน


หลังจากเงียบหายไปนานสำหรับธุรกิจขายตรงอย่าง “บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ณ เวลานี้ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวของธุรกิจออกมาสู่สายตาคนเครือข่ายบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางด้าน “พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็ได้ออกมาเผยถึงการบุกตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เตรียมที่จะเน้นทำตลาดสินค้าใหม่ที่เป็นน้ำมันมะกอกจากประเทศสเปน ภายใต้ชื่อ “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” ให้มากขึ้น เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ในเรื่องของประโยชน์ของน้ำมันมะกอก


ซึ่งในการทำตลาดในช่วงแรกนั้น ทางบริษัทฯ จะเป็นการเน้นในส่วนของการสาธิตให้ผู้บริโภค และสมาชิกได้เห็นผลก่อนที่จะไปทำตลาด โดยการจัดอบรมให้สมาชิกได้รู้ถึงคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ โดยปัจจุบันต้องบอกว่ายังไม่มีบริษัทขายตรงค่ายไหนที่นำเข้ามาในระบบขายตรงเลย ซึ่งสุพรีเดอร์มเรียกว่าเป็นเจ้าแรกเลยก็ว่าได้ และหลังจากที่มีการทำตลาดไปแล้วประมาณเกือบ 2 เดือน พบว่า ค่อนข้างที่จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายในสินค้านี้ที่ 2 หมื่นขวดต่อเดือน


“วันนี้หากเทียบน้ำมันมะกอกกับน้ำมันรำข้าว เรียกว่าเหนือกว่าเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในเรื่องของกระบวนการผลิต ที่สำคัญน้ำมันรำข้าวในท้องตลาดทั่วไปก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก โดยบริษัทฯ จะเอาคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันมะกอกมาเป็นจุดเด่นในการขาย ด้วยการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกให้ผู้บริโภคได้เห็นอย่างชัดเจน”


สำหรับสินค้าใหม่น้ำมันมะกอก “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหนนั้น “พ.ต.ท.นพ.มั่น” เผยว่า ในช่วงแรกของการทำตลาดคงต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้แก่สมาชิกและผู้บริโภคระยะหนึ่งก่อน ซึ่งวันนี้พบว่า ตลาดน้ำมันปาล์มกับน้ำมันถั่วเหลืองถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก การที่จะแชร์ตลาดในกลุ่มนี้หันมาใช้น้ำมันมะกอกคงต้องใช้การอธิบายให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกก่อน ซึ่งเมื่อผู้บริโภครู้ และเห็นคุณค่าของน้ำมันมะกอกแล้ว เชื่อว่ายอดขายก็น่าที่จะขับเคลื่อนเองโดยธรรมชาติอย่างแน่นอน


ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายสินค้าของสุพรีเดอร์มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะมียอดขายที่มากกว่ากลุ่มของเครื่องสำอางอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ กลุ่มอาหารเสริมมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% และกลุ่มเครื่องสำอางมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะให้ทั้ง 2 กลุ่มมีสัดส่วนยอดขายที่เท่ากัน คือ 50: 50 โดยจะเป็นการใช้น้ำมันมะกอกเป็นตัวดึงยอดในกลุ่มของเครื่องสำอางให้มีสัดส่วนที่เท่ากันกับกลุ่มอาหารเสริมในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งขณะนี้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกของสุพรีเดอร์มที่ออกมามี 9 รายการด้วยกัน อาทิ โลชั่นเช็ดหน้า ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก เป็นต้น ส่วนยอดขายสิ้นปีนี้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท


ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมต่อว่า สุพรีเดอร์มถือเป็นเจ้าแรกที่ได้มีการนำเอาน้ำมันมะกอกเข้ามาสู่ระบบขายตรง โดยการทำตลาดของสุพรีเดอร์ม นับจากนี้นั้น จะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเป็นธงรบในการทำธุรกิจนับจากนี้ ซึ่งสุพรีเดอร์มจะมีการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกเป็นหลัก


“สำหรับเป้าหมายยอดขายของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกนั้น ในปีหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนขวด หรือหากคิดเป็นยอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียว น่าที่จะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทในปีหน้า ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของกลุ่มอาหารเสริมอยู่ที่ 50% กลุ่มความสวยงามอยู่ที่ 30% กลุ่มสินค้าเกษตร 10% ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะเป็นในกลุ่มของเครื่องใช้ในครัวเรือน”


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ปลุกชีพนักขาย เปิดตัวสินค้าใหม่เจาะสุขภาพ







lhh (Mobile)

 


"สุพรีเดอร์ม" รับเป็นขายตรงเจ้าแรก นำเข้า เมอริเนี่ยน โอลีฟ ชูกระแสการรักสุขภาพ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 3 หมื่นขวด ส่วนสิ้นปีตั้งเป้าพันล้าน ส่งไลน์สินค้าใหม่ทำตลาด 9 รายการรวด หวังเพิ่มสัดส่วนอาหารเสริม/เครื่องสำอาง จากเดิม 70/30 เป็น 50/50 ภายในปีนี้ เร่งออกโปรโมชั่นกระตุ้นนักขายส่งท้ายปี


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ในไลน์สุขภาพ โดยเป็นเมอริเนี่ยน โอลีฟ น้ำมันมะกอกธรรมชาติไม่ผ่านกรรมวิธี เหมาะสำหรับ ทอด, ผัด, อบ, ทำสลัด, หมักเนื้อหรือผักเพื่อปิ้งย่าง โดยบริษัทถือว่าเป็นขายตรงเจ้าแรกที่นำเข้ามา โดยตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 30,000 ขวด


"เราเป็นเจ้าแรกในขายตรง ไม่มีคนนำเข้ามา เราขายถูกกว่าท้องตลาด ไดเรกต์เซลล์ มักจะแพงกว่า 2 ถึง 3 เท่า ตัวนี้คอมมิชชั่นน้อย เราก็บอกผู้นำเพราะต้องทำตลาด เราจะให้กระจายใช้ราคาถูกกว่าในห้างคุณภาพเหนือกว่าแน่นอน ไม่มียี่ห้อไหนที่จะทอดได้ ของเราเหมาะสำหรับทอด ผัด อบ ทำสลัด หมักเนื้อ ส่วนมากขายตรงทำตลาดน้ำมันรำข้าว ตรงนี้ความเข้าใจเรื่องน้ำมันมะกอก คนไม่เข้าใจว่ากระบวนการผลิตมีหลายแบบ พวกนี้การปลูกการดูแลประคบประหงมเต็มที่ เหนือกว่าน้ำมันรำข้าวที่ขายกันตามท้องตลาด"


ประธานบริษัทสุพรีเดอร์ม กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้นตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิชชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


"การกระตุ้นยอดเราเพิ่งออกผลิตภัณฑ์ได้เดือนกว่าๆ ต้องลองตลาด แต่เราพบว่าคนชอบ การตอบรับดี บางคนทดลองเอามาขัดผิวด้วย น้ำมันมะกอก แค่ล้างออกมันจะทำให้ผิวนุ่ม สำหรับการตลาดอันนี้เราเป็นซูเปอร์พรีเมียม แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลา กลุ่มคนส่วนใหญ่กินน้ำมันรำข้าว แต่ก็ไม่มาก ส่วนมากคือปาล์มกับถั่วเหลือง ในส่วนที่เป็นอาหารเสริมเราก็ใช้ได้อยู่ เพราเราพยายามทำให้เขาเข้าใจว่ามันไม่เหมือนท้องตลาด กระบวนการมันต่างกัน สายพันธ์ กระบวนการผลิต เราเป็นออแกนิกส์"


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหากต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ผู้ลูกค้ามีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่าบริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







Capture (Mobile)


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คณุหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมาคุณหมอเองก็ได้เดิน สายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอจะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


ในห้วงเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ที่บริษัทขายตรงพันธุ์ไทยแท้ อย่าง บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของ พ.ต.ท.นพ. มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ และแม่ทัพใหญ่คู่ใจอย่าง ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ นับวันยิ่งโตวันโตคืน เพราะเพียงแค่ครึ่งปีแรก 2556 เข้าเป้าตามที่วางไว้ และเชื่อว่าภายใน สิ้นปีนี้น่าจะทำเป้าหมายทะลุ 1,000 ล้านบาท วันนี้หนังสือพิมพ์ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้รับเกียรติจาก ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับภาพรวมของสุพรีเดอร์มหลังจากกลับมา ใช้ชื่อเดิม


ทำไมเปลี่ยนจากนูทริเดอร์ม มาเป็นสุพรีเดอร์ม


หลังจากปี 2553 ที่เราเปลี่ยนชื่อจากสุพรีเดอร์ม มาเป็น นูทริเดอร์ม ซึ่งใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ แต่การที่เราไม่มี ประสบการณ์ในการทำแผนการตลาดแบบไบนารี่ และสมาชิกส่วนใหญ่ ของเราไม่มีความถนัดในแผนการตลาดแบบดังกล่าว จึงทำให้ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มีความถนัด แผนการตลาดในแบบสแตร์สเตปมากกว่า ทำให้เราเปรียบเหมือน ปลาผิดน้ำ ซึ่งแม้จะมีแม่ทีมที่ถนัดขยายธุรกิจแบบไบนารี่เข้ามา แต่ด้วยถูกจำกัดจากโครงสร้างของแผน จึงทำให้ไม่ค่อยเติบโต เท่าที่ควร ดังนั้น ในปี 2555 ที่ผ่านมา ทางคุณหมอมั่นจึงตัดสินใจ กลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์ม และกลับมาใช้แผนสแตร์สเตปเหมือนเดิม


หลังกลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์มแล้วเป็นอย่างไรบ้าง


ค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิก โดยในช่วง ที่บริษัทเปลี่ยนแผนเป็นไบนารี่ ได้มีสมาชิกบางส่วนหยุดทำธุรกิจไปแต่พอเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม และใช้แผนแบบเดิมทำให้สมาชิกเหล่านั้น ค่อยๆ ทยอยกลับเข้ามาทำใหม่กว่า 80% จากทั้งหมดที่หยุดไป ซึ่ง ปัจจุบันมีฐานสมาชิกทั้งหมดประมาณ 80,000 รหัส โดยมีจำนวน สมาชิกที่มีความเคลื่อนไหว (Active) ประมาณ 20,000 รหัส


ปัจจัยที่ทำให้สมาชิกกลับเข้ามาทำธุรกิจต่อคืออะไร


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอ มั่น และผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมา คุณหมอเองก็ได้เดินสายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อสร้างความ มั่นใจให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอ จะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


อัตราการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง


ตัวเลขการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย ปีนี้น่าจะแตะที่ ระดับ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2555 ที่ปิดตัวเลข ยอดขายที่ 600 ล้านบาท โดยปัจจัยที่จะทำให้ตัวเลขยอดขายเติบโต ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดขายตรงเมืองไทย, การจัดประชุม เพื่อฝึกอบรมให้กับสมาชิก และการจัดทริปโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่าง- ประเทศ ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติทริปท่องเที่ยวประเทศ เกาหลีแล้วกว่า 600 รหัส นอกจากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2556 นี้ บริษัทได้จัดงานเกียรติยศสุพรีเดอร์มให้กับสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่งระดับ ยอดมงกุฎนพรัตน์ คือ ชัยยศ แท่นทอง


มองการแข่งขันธุรกิจขายตรงในเมืองไทยอย่างไร


การแข่งขันในธุรกิจขายตรงถือว่าค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันของสินค้าในกลุ่มการเกษตร ซึ่งแม้ สุพรีเดอร์ม จะมีสินค้าในกลุ่มดังกล่าวแต่มีสัดส่วนไม่มาก เนื่องจากจุดแข็งของสุพรีเดอร์ม จะเน้นไปที่ตลาดกลุ่ม เสริมอาหาร และสกินแคร์ ประกอบกับปัจจุบันตลาด ใหญ่ของบริษัทยังคงอยู่ในแถบกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ประมาณ 50% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 20% และภาคใต้ 10%


บริษัทขายตรงเมืองนอกเข้ามา ตีตลาดมีผลกระทบกับบริษัท ขายตรงในประเทศหรือไม่


ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก เพราะ บริษัทขายตรงจากต่างประเทศไม่ได้มีความเข้าใจ หรือรู้ใจคนไทยเท่ากับคนไทยด้วยกันเอง และการที่คุณหมอมั่น เป็นคนไทย ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกอยู่ตลอดว่า ต้องการอะไร แบบไหน ตรงกันข้ามกับบริษัทขายตรงต่างประเทศ นอกจากจะไม่ค่อยเข้าใจคนไทยแล้ว บางครั้งการจะปรับเปลี่ยน นโยบายอะไรใหม่ๆ ต้องส่งเรื่องไปที่บริษัทแม่ก่อน กว่าจะทราบเรื่อง ได้ต้องใช้เวลานาน แต่บริษัทขายตรงของคนไทยสามารถปรับ หรือ เปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่สิ่งหนึ่ง ที่บริษัทขายตรงต้องปรับตัว เพื่อให้แข่งขันกับต่าง- ชาติได้ คือ ผลิตภัณฑ์ ต้องดี มีคุณภาพ ไม่ใช่สุกเอาเผากิน แบบนั้นแข่งกับ ต่างชาติไม่ได้


สุพรีเดอร์มมี นโยบายรุกตลาด AEC อย่างไร


ขณะนี้สุพรีเดอร์มถือว่ามีความ พร้อมมากในการ ออกไปรุกตลาดต่างประเทศ เพราะด้วยศักยภาพของผู้บริหาร และแหล่งเงินทุน แต่ ตอนนี้บริษัทต้องการปูฐานตลาดภายในประเทศให้แน่นก่อน เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีให้ขยายได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาด สินค้าที่เป็นอุปโภค-บริโภค เมื่อตลาดในประเทศแน่นแล้ว หลังจากนั้นค่อยไปขยายตลาดต่างประเทศ


มีมุมมองอย่างไรต่อธุรกิจแชร์ลูกโซ่


ปัจจุบันการปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ถือเป็นเรื่องยาก มากขึ้น เนื่องจากรูปแบบของธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น มาใน รูปแบบของกองทัพมด ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการ ปราบปรามได้ ดังนั้น ประชาชนเองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง วิเคราะห์ด้วยตัวเองว่าเป็นธุรกิจประเภทไหน เช่น ธุรกิจขายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ได้คือ การให้ความรู้ กับประชาชนเกี่ยวกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง และภาครัฐ ต้องชัดเจนในการเร่งดำเนินการ หากสืบทราบว่าบริษัทนั้นเข้าข่าย แชร์ลูกโซ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคนหมู่มาก





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : "สุพรีเดอร์ม" อัดกลยุทธ์กู้ศรัทธา จัดโรดโชว์ 4 ภาคขยับรายรับเพิ่ม 30%







Capture


"สุพรีเดอร์ม" ยอมรับเจอมรสุมช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังมีการเปลี่ยนแปลง ของบริษัท ทำให้ต้องหาทางตั้งหลักใหม่ ส่งผลกระทบต่อยอดขายไม่ขยับ ชี้ปี 56 ทุกอย่างลงตัว เตรียมจัดโรดโชว์ 4 ภาค กู้ศรัทธาหวังดึงยอดขายเข้ากระเป๋า ตั้งเป้าโต 30% ขอรายรับ 1,000 ล้าน บาทสิ้นปี ส่วน AEC มองลาว, กัมพูชา และพม่า เป็นพื้นที่ขยายตลาดอนาคต


นายธรรมนูญ สมบูรณ์สิน ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า การดำเนินธุรกิจเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัททำได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี คือทรงตัวไม่ถึงกับขาดทุน แต่ก็มีกำไรไม่มากนักเนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทกำลังปรับเปลี่ยนหลายอย่าง มีการวางระบบใหม่พอสมควร ทำให้ไม่ได้เน้นที่ยอดขายมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2556 นี้ บริษัทมีความพร้อมมากกว่าเดิม ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น และพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดธุรกิจขายตรงเต็มตัวแล้ว


"เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ บริษัทกำลังวางรากฐานใหม่ ทำให้สมาชิกที่จะเข้ามาใหม่ยังไม่เข้าใจแผนการตลาด แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนให้ทุกอย่างลงตัวแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2554 ถึง ปี 2555 ถือเป็นช่วงกำลังตั้งหลักให้ได้ แต่มาถึงปี 2556 บริษัทตั้งหลักได้แล้ว และพร้อมจะลุยต่อด้วยการขอมีส่วนแบ่งการตลาด โดย คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 30% คิดเป็นยอดขาย 1,000 ล้าน บาท" ธรรมนูญ เผย


"ตอนนี้มีสมาชิกที่พิชิตโปรโมชั่นไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นได้เป็นจำนวนมาก รวมแล้วเกือบพันคน ซึ่งทางสุพรีเดอร์ม ได้มีการจัดทริปท่องเที่ยว ดีๆ อยู่ตลอด พร้อมมอบโบนัสพิเศษต่างๆ มากมาย รวมถึงการให้การสนับสนุนทุกระดับชั้นในองค์กรอย่างไม่มีแบ่งแยก และ การประสบความสำเร็จของสมาชิกครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องชี้วัดว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันแต่ละบริษัทมีสินค้าที่โดดเด่นถูกใจผู้บริโภค หลายอย่าง"


"ขณะที่สินค้าของบริษัทก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ยังเป็นสินค้ากลุ่มเดิมๆ อย่าง อาหารเสริม, คอสเมติกส์, การเกษตร และเครื่องครัวเรือน โดยคุณภาพ ดีอยู่แล้ว แต่ในส่วนผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร เสริมจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ มีการสั่งซื้อจัดส่งเป็นจำนวนมาก และในช่วงหลัง สงกรานต์นี้ ทางบริษัทจะมีการแถลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเสริมออกมาใหม่ มั่นใจว่าจะตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น และจะเดินทางไปโปรโมตสื่อทุกแขนง"


สำหรับแผนการตลาดในปี 2556 ผู้ช่วยกรรมการ "สุพรีเดอร์ม" ได้กล่าวว่า "ตอนนี้ได้มีการเดินทางออกไปโรดโชว์ทั้ง 4 ภาค ซึ่งแต่ละที่ก็มีตลาดน่าสนใจแตกต่าง กันไป และทุกครั้งที่ออกไปมีสมาชิกเข้ามา ร่วมธุรกิจกับบริษัทตลอดทุกครั้ง ทำให้ขยายตลาดได้เรื่อยๆ และได้มีการออกไป จัดสัมมนาให้ความรู้ พร้อมการฝึกอบรมให้ กับสมาชิกตามสาขาที่อยู่จังหวัดต่างๆ ซึ่ง สมาชิกส่วนใหญ่จะมีฐานะในระดับกลาง และฐานสมาชิกจะมีอยู่มากที่ภาคกลาง รองลงมาก็เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้"


"ในส่วนของ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก 2 ปีข้างหน้า ทางบริษัทก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว และไม่กลัวหากถึงวันนั้นจริงๆ ถึงแม้สุพรีเดอร์มจะยังไม่มีสาขาในต่างประเทศ แต่ก็มีสายงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหลายคน ซึ่งทางสมาชิกที่ประเทศไทยก็ส่งสินค้าไปให้ และได้เดินทางกันอยู่บ่อยๆ อย่างประเทศลาว, กัมพูชา และพม่า เพราะรอแค่ว่า หากเริ่มมีสายงานเกิดขึ้นเยอะจนได้รับความนิยมมาก เราก็จะไปเปิด ศูนย์ที่นั่นแน่นอน"


"ตอนนี้สุพรีเดอร์มมีสำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ คือ อาคารชำนาญเพ็ญชาติ โดยได้แยกย่อยออกไปอีก 95 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้สมาชิกไม่ต้องกังวล เรื่องการหาซื้อสินค้า อีกทั้งยังมีโรงงานที่เป็นฐานการผลิตที่เต็มไปด้วยศักยภาพและความพร้อม มาตรฐานการผลิตสากล โดยโรงงาน 4 แห่ง มีที่ตั้งจังหวัดปทุมธานี 2 แห่ง และที่จ.อุดรธานี 2 แห่ง บนเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ เป็นโรงงานได้รับการรับรองระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001 และมาตรฐานการผลิตอาหาร GMP, HACCP และใบอนุญาตผลิตจากคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข"




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : เดินสายเอ็กซ์โป (Expo) หวังสร้างพลังระดับภูมิภาค


สุพรีเดอร์ม จัดเอ็กซ์โป ระดับภูมิภาค พร้อมมอบรางวัลเกียรติยศสมาชิก หวังสร้างกำลังใจ ในการรวมพลังของผู้นำในภูมิภาค ระบุเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายการเดินทางเข้าเมืองให้กับสมาชิก ต่างจังหวัด เดินหน้างานประชุม 1 เดือน ต้องครบทุกพื้นที่ทำการ


สมชาย เชื้อคชนนท์ หัวหน้าส่วนจัดประชุมและพัฒนาองค์กร บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์ เนชั่นแนะ จำกัด เปิดเผยถึงการจัดงานเอ็กซ์โปกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า สำหรับงานเอ็กโป ของบริษัทนั้นเป็นงานแสดงสินค้าที่บริษัทได้จัดขึ้น เกือบทุกปีแต่ปีนี้บริษัทได้จัด 2 ครั้ง ซึ่งครั้ง 1 ได้จัดไปเมื่อต้นปี โดยใช้ชื่องานว่า แสดงสินค้าสุพรีเดอร์ม และงานเกียรติยศระดับภูมิภาค ภายในงานจะมีการจัดแสดงบูธสินค้าที่รวมผลิตภัณฑ์ทุกรายการของบริษัท และพร้อมกับจัดงานมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่สมาชิกในภูมิภาคต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าการจัดงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาคนั้นจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการรวมพลังของผู้นำในแต่ละภูมภาค ซึ่งบริษัทหวังว่าในการจัดงานเอ็กซ์โปในภูมิภาคแต่ละครั้งจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมงาน 500 คนขึ้นไป และการจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของบริษัทที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2556 ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี รวมไปถึงเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินของสมาชิกที่จะต้องมาร่วมงาน เอ็กซ์โปในกรุงเทพฯ แต่ละครั้ง


นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการจัดประชุมที่จัดขึ้นเป็นปรจำทุกๆ เดือน ซึ่งใน 1 เดือน บริษัทจะจัดประมาณ 30-40 ครั้ง ทุกภาค ทุกจังหวัด โดยในภาคเหนือจะมีจังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลาง ภาคใต้ที่อำเภอหาดใหญ่ ภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี และภาคกลางจะจัดที่โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ


ในส่วนของสินค้า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวใหม่ ซึ่งจะเป็นในลักษณะของชาธรรมชาติผสมกับเวย์โปรตีน ที่เข้มข้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้เปิดตัวในงานเอ็กซ์โปครั้งที่ผ่านมาไปแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิก


สมชาย กล่าวต่อไปว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด บริษัทยังคงเดินหน้าจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพราะก่อนหน้านี้บริษัทได้โปรโมตไปล่วงหน้า 2 เดือน และได้เตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเข้าไปเช็กผู้นำที่ไปโปรโมตในแต่ละพื้นที่ บริษัทได้ติดต่อกับผู้นำอย่างเป็นระยะๆ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เศรษฐกิจฟื้น การเมืองเปิดทาง ขายตรง (MLM) คังเซน-เคนโก,สุพรีเดอร์ม,เฮอร์บาไลฟ์ เสริมภูมินักขายอบรมถี่ยิบ..ดึงเรตติ้ง


เศรษฐกิจในประเทศดี การเมืองไร้ความรุนแรง แผ่อานิสงส์สู่ธุรกิจขายตรง คังเซน-เคนโก จัดอบรม นักขายอัดหลักสูตรพื้นฐาน เพิ่ม อาวุธสมาชิก สุพรีเดอร์ม ปลุกกระแสน้ำสมุนไพร ตีคู่คอร์สอบรมดึงเรตติ้งคืน ด้าน เฮอร์บาไลฟ์ เดินสายภูธร เน้น หนักที่ตลาดต่างจังหวัด

ดูจะกลายเป็นข่าวดีของบรรดา บริษัทขายตรง ที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีความรุนแรงอย่างเช่นหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ได้เลวร้าย ทำให้หลายแบรนด์เดินหน้า ขนกลยุทธ์ออกมาห้ำหั่นกันฝุ่นตลบ โดย บริษัทส่วนใหญ่ทิ้งน้ำหนักไปที่การให้ความรู้กับนักขายเป็นสำคัญ ซึ่งต้องดูว่าหลักสูตรติดอาวุธสมาชิกของใคร จะทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่หวัง

> คังเซน-เคนโก แก้จุดอ่อน อัดหลักสูตรพื้นฐานให้สมาชิก

นายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2555 บริษัทจะมีการปรับโครงสร้างระบบภายในบริษัท โดยจะเป็นการพัฒนาให้ เข้าสู่ระบบเครือข่ายขายตรงอย่างเต็ม รูปแบบมากขึ้น อย่างไรก็ดี น่าจะไม่เปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างธุรกิจไปเลยทีเดียว แต่จะเน้นการสร้างความสมดุล ระหว่างจุดแข็งและจุดบกพร่องของบริษัท โดยจุดแข็งที่สำคัญของเราในขณะนี้ คือ ปัจจุบันบริษัทมีผู้จำหน่ายอิสระที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราจะพบโลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์จำหน่ายสินค้าของคังเซนฯ ทั่วทั้งประเทศกว่า 1 หมื่นศูนย์ แต่กลับพบว่าผู้จำหน่ายเหล่านั้นไม่ได้รู้วิธีการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง จึงเป็นเหตุให้พวกเขามีรายได้ไม่ต่อเนื่อง เกิดการสูญเสียลูกค้า และเลิกทำธุรกิจ ไปโดยปริยาย

ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้า ของธุรกิจคังเซนฯ ในต่างประเทศหัวเรือใหญ่ของคังเซนฯ ก็ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปเปิดธุรกิจในต่างประเทศแล้ว 5 ประเทศด้วยกัน คือ อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า, กัมพูชา และ เวียดนาม โดยประเทศที่มียอดขาย เติบโตมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย ซึ่ง ในปีแรก มียอดขายทะลุ 950 ล้าน บาท อยู่ในอันดับท็อปเทนของบริษัท ขายตรงที่นั่น ส่วนลาวมียอดขายประมาณ 160 ล้านบาท พม่า ประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนกัมพูชา และเวียดนาม ยังถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการ เข้าไปดำเนินธุรกิจ

"อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจคังเซนฯในประเทศพม่ามียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 2-3 ล้านบาท จากเดิมที่ขายได้เพียง 1 ล้านบาท ดังนั้นภายในสิ้นปีนี้ตนจึงคิดว่ายอดขายในพม่าอาจจะทะลุ 25 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญน่าเกิดขึ้นจากการเริ่มหันมาเน้นการดำเนินธุรกิจขายตรงตามระบบมากขึ้น และในขณะนี้ตนก็เริ่มสนใจที่จะเข้าไปเปิดธุรกิจคังเซนฯ ในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ และฮ่องกง เพราะทั้ง 2 ประเทศมีฐานสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคของบริษัทคังเซนฯ เครือข่ายขายตรงของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ทศวรรษโดยตนคาดว่าไม่เกินงานวันเกิดฉลองครบรอบ 20 ปี บริษัทจะสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมทุกประเทศในแถบอินโดจีนได้อย่างแน่นอน

> "สุพรีเดอร์ม" จัดโปรฯ เต็มพรืดสร้างแรงจูงใจสมาชิก

ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สินผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่ากลยุทธ์ทางการตลาดในข่วงไตรมาสที่ 3 บริษัทเตรียมเพิ่มสินค่าใหม่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของสมาชิก โดยจะเป็นสินค้าจำพวก Mass Product ซึ่งจะทำให้สมาชิกสามารถนำไปเสนอผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวและเริ่มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ 3 รายการ เพื่อเข้ามาเจาะเทรนด์ตลาดคนรักสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มสมุนไพรปัญจะ ภูตะ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรถึง 39 ชนิด ช่วยปรับสมดุลของธาตุทั้ง 5 และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย โดยหลังจากบริษัททำการทดลองตลาดภายในช่วงเดือนที่ผ่านมาสมาชิกและผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนั้นบริษัทยังมีกลยุทธ์เพิ่มการฝึกอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเครือข่าย บริษะทพยายามจัดการฝึกอบรมในคอร์สต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของสมาชิกและพนักงาน เพื่อให้พวกเขามีความรู้ที่จะสามารถบริการหรือตอบสนองความต้องการต่งๆ ของผู้บริโภคได้ให้สามารถออกไปนำเสนอผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยบริษัทจะมีระบบการจัดฝึกอบรมในทุกๆ วันพุธ ส่วนศุนย์สาขาต่างๆ ก็จะมีการจะดประชุมในทุกๆ เสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมพิเศษในเรื่องของสินค้าและกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

ส่วนในด้านศูนย์อบรมหรือสาขาของบริษัทนั้น ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 96 สาขา กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยสัดส่วนยอดขายส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในปีนี้หากทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ ตนก็อยากที่จะเปิดสาขาให้ครบ 100 สาขา และในด้านการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นการทำงาน โดยเฉพาะโปรฯท่องเที่ยว บริษัทจะเปลี่ยกฎเกณฑ์ในรูปแบบใหม่ คือ จากเดิมที่บริษัทใช้ระบบอิงกลุ่ม เปลี่ยนมาใช้ระบบอิงเกณฑ์ หากใครผ่านเกณฑ์พที่บริษัทกำหนดก็สามารถไปท่องเที่ยวได้เลย และหากใครเก่งทำเป้าได้สูง ก็อาจจะไปท่องเที่ยวได้มากกว่า 2 ที่นั่ง

> "เฮอร์บาไลฟ์" เน้นปั้นสมาชิกภูธร

นายจักพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การตลาดในปีนี้เฮอร์บาไลฟฟ์จะยังคงเน้นการขยายตลาดออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยการลงพื้นที่แต่ละครั้ง บริษัทจะมีการจะดกิจกรรมโดนเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ยังไม่มีในส่วนนี้ จึงอาจทำให้ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากนัก และยังมีกิจกรรมที่ชื่อว่า "วันนี้คุณดื่ม Shake แล้วหรือยัง" ซึ่งเป็นแผนการโปรโมตผลิตภัณฑ์หลักที่ดีขายดีที่สุดของบริษัท

"นอกจากกลยุทธ์ต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ในปีนี้บริษัทจะเน้นการฝึกอบรมมากขึ้นจะมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมของสมาชิกมากขึ้น ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีการจัดอบรมหรือประชุมรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และมีเรื่องน่ายินดี คือในการจัดประชุมครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า จึงถือได้ว่าการกำหนดนโยบายส่งเสริมสนับบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทอย่างเห็นได้ชัด "นายจักรพันธ์ เปิดเผยโดยภายในสิ้นปีนี้หรือปีหน้า
บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดศูนย์สาขาโดยมีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากบริษัทได้มองเห็นถึงศักยภาพความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวไปอย่างรวดเร็วมากซึ่งตนคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณในการเปิดศูนย์แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับถัดไป

"อย่างไรก็ดี ตนก็มีความเป็นห่วงอยู่บ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองจองไทยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของประชาชนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานออฟฟิศสาขาไทยก็อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบทางการเมืองจุดนี้อาจส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากของบริษัทเกิดปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญด้านการขยายเครือข่ายส่วนปัญหาทางด้านเศรษฐกิจตนคิดว่าไม่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจขายตรงเพราะจากการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ธุรกิจขายตรงโดยรวมเติบโตมากกว่า 10% ทุกปี" นายจักรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง24-7-2012