ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่ายขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่ายขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงแห่ปักธงอีสานรับมือเต็มสูบเปิดค้าเสรี







northeast_map (Mobile)

 


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัดเปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่เน้นใช้โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจจัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทางเพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้นโดยสิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว


อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยที่โฟกัสไว้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่ หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่งที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


ขณะที่นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ดีไลฟ์เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตราศึกทั้งในส่วนของการขยายสาขาและการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ประกอบด้วยขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดขอนแก่นนั้นตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


"ขอนแก่นค่อนข้างมีขายตรงเข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกันการเปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงรากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่าการที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัสนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และการที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้างโลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน"


 


 


 


Credit by : http://www.ryt9.com/

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เส้นทางแชมป์‘เพชรมณี คนใหญ่’ ผู้แปลงเปลี่ยนความคิดเป็นต้นทุน สู่เงินล้าน







ok (Mobile)

 


“หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ทำอยู่และยังบวกกับมีหนี้สินติดตัวอยู่มากมาย ทำให้สาวแกร่งคนนี้ “เพชรมณี คนใหญ่” จากพนักงานบริษัทเคยที่มีเงินเดือน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีความมั่นคงในชีวิต จึงหันหน้ามุ่งสู่ธุรกิจ “เครือข่าย” ค่ายหนึ่ง เพียงเวลาไม่นาน เธอก็มีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง”


...หากมองย้อนอดีต...“เพชรมณี” เดิมพื้นเพเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น แต่ปัจจุบันครอบครัวอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ชีวิตโดยทั่วไปที่ผ่านมาก็เป็นเด็กต่างจังหวัด พอเรียนจบก็ทำงานอยากที่จะร่ำรวย อยากประสบความสำเร็จ และอาชีพสุดท้ายก่อนจะเกิดภาวะฟองสบู่แตก คือเป็นพนักงานบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เป็นฝ่ายขายของบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง และในปี 2540 ก็เกิดวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ก็ได้ถูกเชิญออกจากงาน


ณ ตอนนั้นก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง และก็เลยตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดร้านอาหารอีสาน ก็ทำได้พักหนึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ และก็เปลี่ยนแปลงมาเปิดเป็นธุรกิจความงามก็ไม่ประสบความสำเร็จ และยังมีหนี้สินผูกพันมาเพิ่มขึ้นอีกดั้งนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเข้ามารู้จักกับธุรกิจ “เครือข่าย” ได้เริ่มก้าวเข้ามา และกว่าที่เธอจะค้นหาตัวเองเจอก็ประมาณปี 2546


...“เพชรมณี” บอกว่า...ระยะแรกนั้นมีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่รักใคร่นับถือกันได้มาชวนทำธุรกิจเครือข่าย ก็มีทั้งสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง และเธอก็เริ่มเรียนรู้มากขึ้น และก็คิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้วในปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นเธอก็เข้ามาอยู่ในธุรกิจเครือข่ายของบริษัท บริษัทหนึ่งตั้งแต่ปี 2548-2555


“เพชรมณี” เอ่ยเลยว่า “ยอมรับว่าธุรกิจเครือข่าย เป็นธุรกิจที่สามารถทำให้เธอประสบความสำเร็จได้ และเธอสามารถผันตัวเอง และมีโอกาสที่จับเงินแสน เงินล้านได้ เธอเลยเชื่อว่าธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจเดียวที่สามารถให้คนธรรมดาชั้นกลาง สามารถที่จะได้เห็น ได้จับ ได้ใช้เงินแสน เงินล้าน และยังได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากมาย สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น...


ปัจจุบัน “เพชรมณี” สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้สำเร็จ สามารถ แตะรายได้หลักแสนบาทต่อวันได้ตามที่ต้องการ รวมไปถึงบรรลุเกินเป้าหมายเกิดคาด ทำรายได้ทะลุล้านบาทเพียงระยะเวลาสั้น ๆ สามารถซื้อบ้าน ซื้อรถ


... “เพชรมณี” บอกต่ออีกว่า หลักการในการทำธุรกิจนั้นย่อมมีกุญแจที่นำไปสูความสำเร็จ ไม่มีใครที่เก่งมาเลย แต่ความสำคัญที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น “คนเราต้องอย่าหยุดเรียนรู้” ในการทำงานของเธอนั้น เธอได้ยึดหลักการทำงาน 5 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ


1. บอกให้เขารู้


2. ทำให้เขาดู


3. พาให้เขาเห็น


4. ฝึกให้เขาเป็น


5. ดูแลให้เขารวย เพราะที่เธอสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น ก็มาจากเทคนิคการก๊อบปี้ เราต้องดูว่าเขาทำอย่างไร พูดอย่างไร เขาทำแบบไหน เราก็เรียนรู้จากสิ่งนั้น เพราะมันทำให้เราได้พัฒนาตัวเองตลอด...


“เพชรมณี” บอกว่านี้คือระบบการทำงานแบบง่าย ๆ ที่สามารถสร้างมนุษย์เงินล้านได้หลายสิบรหัสและรายได้


หลักแสนอีกนับร้อยรหัสในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี นี่จึงถือเป็นเส้นทางที่ทำให้เธอสามารถประสบความสำเร็จได้ดังใจ...


“ซึ่งถ้ามีความมุ่งมั่นต่อเนื่องสม่ำเสมอในการทำงาน เพราะบางคนที่อยู่ในวงการขายตรง อยู่มานานจึงเหมือนติดหลุมพรางอะไรบางอย่าง แต่เพียงแค่คลิ๊กเดียวที่ตัดสินใจทำงานหนักทำให้เสร็จไปเลย มันก็ประสบความสำเร็จ เพราะใช้เวลาเพียง ไม่กี่เดือน รายได้ก็ขึ้นหลักแสน ไม่นานรายได้ก็รวมก็เป็นหลักล้าน เพราะมีแผนทางการตลาดของบริษัทเขารองรับอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับใครว่าจะเดินหรือวิ่ง ถ้าคนที่วิ่งก็ถึงเส้นชัยเร็ว...”


“เพชรมณี” ได้ขยายความต่อ บางคนไม่ยอมที่จะเข้ามาทำในบริษัททำมาปีสองปีคอยแต่จะจ้องหาบริษัทใหม่ ๆ แล้วเข้าไปติด ส่วนใหญ่มันติดที่ตัวเองมากกว่า อีกส่วนหนึ่งก็เปิดบริษัทเองเลย แต่เราเห็นหลาย ๆ คนที่พยายามเปิดบริษัทก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป...


ดังนั้น “เพชรมณี” จึงอยากจะชี้ให้เห็นถึงความคิดของเธอว่า “การเป็นแม่ทีมติดบริษัทและการเปิดบริษัทมันไม่ได้จำเป็นต้องเก่งเสมอไปว่าเส้นทางนั้นจะทำให้คุณร่ำรวยได้...


...เพราะหลายคนมองว่าเป็นแม่ทีมมันก็มีข้อจำกัดอยู่แค่นั้น แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ แม่ทีมทุกวันนี้มันไม่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว คุณเป็นแม่ทีมจะมีเงินเป็นร้อยล้านก็ได้ ในเมืองไทยก็มีเยอะแยะ หรือเป็นพันล้าน แม้แต่เป็นแสนล้านก็ได้ต่างประเทศก็มีให้เห็นเป็นเพียงแค่แม่ทีมธรรมดา “เราไม่จำเป็นเลยที่จะไปหาบริษัทที่เปิดใหม่เพื่อเป็นแม่ทีมติดบริษัทก็สามารถประสบความสำเร็จได้”


นอกจากนี้ “เพชรมณี” ยังมีแนวทางการทำงานที่สามารถทำให้ตนเองประสบความสำเร็จได้ นั้นคือ...สิ่งที่ทำให้องค์กรแข็งแกร่งที่สุดคือการทำให้เขาทำงานเป็น...เราแค่เรียนรู้ให้มาก ๆ แล้วเรานำเทคนิคการเรียนรู้เหล่านั้นมาปรับเปลี่ยน แล้วเราก็จะเก่งและมีความสามารถเอง


จุดตรงนี้เธอก็สอนลูกให้ก๊อบปี้แบบที่เธอทำ เวลาที่เธอให้สัมภาษณ์ที่ไหน หรือเวลาสอนลูกทีม “เพชรมณี” จะบอกเสมอว่า “เธอไม่มีทฤษฎี หรือคนที่เติบโตมาจากเครือข่าย แต่เธอมาจากคนที่เปรียบเหมือนมวยวัด ที่เข้าชกตลอดเวลา ชกผิดชกถูกบ้าง เรียกว่าการที่เราเรียนรู้ตลอดเวลา... “ค่อย ๆ เรียนรู้และศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการคุยสินค้า คุยเรื่องแผน ก็จะทำให้งานเราโตขึ้นได้ไว” พอเธอทำตรงนั้นได้ประสบการณ์ การเป็นผู้นำก็จะเกิดขึ้น เธอทำงานเป็น เธอก็สามารถออกไปทำงานกลุ่มย่อยหรือสปอนเซอร์ตัวต่อตัวได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแม่ทีม...


“เพชรมณี” บอกต่อว่า โดยส่วนใหญ่แล้วตลาดของเธอนั้นจะเป็นตลาดต่างจังหวัด มีครอบคลุมทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น เหนือ ใต้ และอีสาน โดยเฉพาะตลาดในภาคอีสานจะเป็นฐานใหญ่จริง ๆ


นอกจากนี้ “เพชรมณี” ยังกล่าวขอบคุณ บริษัทโอ.เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่ทำให้เธอมองเห็นโอกาสหลาย ๆ อย่างที่ “โอ.เค ไลฟ์” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพของสินค้า ในเรื่องความพร้อมของโรงงาน ความพร้อมของบริษัท และในเรื่องของการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ และเรื่องของระบบที่เอามาสนับสนุน ถือว่า “โอ.เค ไลฟ์” ให้เราสามารถก้าวหน้าและพัฒนาเราและคนของเราได้ ทำให้เราสามารถสร้างรายได้มากขึ้น และประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราใฝ่ฝัน”


...“แต่ในเรื่องความสำเร็จที่เหนือกว่า เราต้องประสบความสำเร็จบนความสำเร็จของทีมงานด้วย ตอนนี้เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาความสำเร็จของทีมงานให้เพิ่มตามเรา ถ้าเรามีรายได้หลักแสน ทีมงานต้องมีแสน ถ้าเรามีล้าน ทีมงานต้องมีหลักล้านด้วย”


สุดท้ายนี้ “เพชรมณี” ขอฝากทิ้งท้าย “ธุรกิจเครือข่ายบางครั้งคนไทยก็มองข้าม แต่ธุรกิจเครือข่ายนี้ในต่างประเทศก็เป็นที่ยอมรับมาก และเธอยอมรับว่าเธอเป็นคนอีสานและในบางครั้งคนอีสานจะไม่เข้าใจ เธอจึงอยากฝากว่า... “ธุรกิจเครือข่ายนี้ เป็นธุรกิจที่สามารถพลิกชีวิตตัวเองได้และในการทำธุรกิจเครือข่ายอาชีพนี้เป็นอาชีพที่สวยงามมาก และมอบความสำเร็จให้กับทุกคนมากมาย วันนี้สิ่งที่เห็นคือ เครือข่ายตอบโจทย์ความสำเร็จให้กับทุกคนได้ แต่สำคัญที่ว่าต้องหาความรู้ที่แท้จริงในธุรกิจเครือข่ายให้ได้ที่ “โอ.เค ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค” เรามีหลักสูตร มีระบบการฝึกอบรม จึงอยากให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้และสัมผัสว่าเครือข่ายที่แท้จริงคืออะไร?...


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

กลศึกไดเร็คท์ มอลล์เหนือเมฆ รับปั้นแบรนด์ป้อนค่ายขายตรง







Capture (Mobile)


จับตาค่ายไดเร็คท์ มอลล์ ทำตลาดแปลกแหวกเมฆเห็นตะวัน หลังส่ง บีวัน ถล่มจอทีวีเป็นการชิมลางตลอด 3 เดือนติดต่อกัน กระแสตอบรับแรงเกินห้ามใจ เตรียมส่งมอบให้ค่ายขายตรงรายหนึ่งเอาไปทำตลาดต่อไป โดยที่ ไดเร็คท์ มอลล์ มีหน้าที่สร้างแบรนด์ และสร้างกระแสด้านสื่อ และที่น่าจับตาสุด ๆ ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในเวลานี้ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ซิลวี่ แค่ยิงสปอตโฆษณาได้เพียง 2 สัปดาห์เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเรียกน้ำย่อย ผู้บริโภคโทรสั่งซื้อถล่มทลายทั้ง ๆ ยังไม่มีการวางจำหน่าย เพราะ ซิลวี่ ก็จะมอบให้ค่ายขายตรงนำไปจำหน่ายอีกเช่นกันนอกจากนี้ยังจ่อคิวด้วยสินค้าหลากหลาย อาทิ เอ็ม มอลล์ พลัส ซึ่งมีส่วนผสมของ เบต้า-กลูแคน และพลูคาว และ กาแฟ-ถั่งเฉ้า กำลังจะถูกสร้างแบรนด์เพื่อป้อนให้ค่ายขายตรงอื่น ๆ ไดเร็คท์ มอลล์ ยังเตรียมจับมือกับค่ายขายตรง 4-5 ค่าย ในปี 2557 นี้ เพื่อรุกต ลาดเครือข่ายแบบเต็มอัตราศึก มุ่งปลุกพลังคนเครือข่ายให้ฟื้นคืนชีพ


ตลาดขายตรงยุคปี 2013 แม้จะต้องเผชิญกับสถาน การณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด แต่เวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการพิสูจน์กึ๋น พิสูจน์ความแกร่งในแต่ละค่ายว่าจะรักษาสถานภาพของตนเองเอาไว้ได้หรือไม่


โดยเฉพาะสินค้า ที่อยู่ในเทรนด์หรือกระแส แม้จะมีบางค่ายยอดขายตก แต่ก็มีหลายค่ายที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้นสวนกระแสเช่นกัน


ที่น่าจับตาในเวลานี้ ก็คือ ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กำลังเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใส เนื่องจากการตอบรับจากผู้บริโภค พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


โดยสัดส่วนมูลค่าการตลาด ล่าสุด มีการเปิดเผยว่า ได้วิ่งแซงหน้าตลาดคอสเมติคส์ไปแล้ว โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 35 % ขณะที่ตลาดคอสเมติกส์ มีสัดส่วนอยู่ที่ 27%


สาเหตุที่ตลาดผลิต ภัณฑ์เสริมอาหารเติบโตมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาด รวมไปถึงผู้บริโภค เริ่มเห็นความสำคัญของสุขภาพมากขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการทั้งรายใหม่รายเก่า ลงมาเล่นในตลาดเป็นจำนวนมาก


ในกลุ่มผู้ประกอบการประเภทเอสเอ็มอี มีหลายค่ายลงมาเล่นในตลาดออนไลน์ อาศัยการสื่อสารถึงผู้บริโภคผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค


กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ อาศัยการทำตลาดแบบคลุกวงใน ไม่เน้นการสร้างกระแส หรือทำ แบรนด์ดิ้ง อย่างจริงจัง พูดง่าย ๆ ไม่ยอมเสียเงินค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว อาศัยหลักที่ว่าสินค้าไม่จำเป็นต้องเด่นต้องดัง ขอเพียงลูกค้าพอใจเป็นใช้ได้


แต่ถ้ามาดูกลุ่ม ผู้ประกอบการที่เป็นรายใหญ่ เวลานี้ นอกจากจะทุ่มงบประมาณลงไปในสื่อทุกประเภท แล้วยังมีการเพิ่มศักยภาพในตัวสินค้า เพิ่มความเข้มข้นกันอย่างชนิดชนเพดาน


ในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าออกมา ถ้าหากจัดกลุ่มสินค้าดาวรุ่งพุ่งแรงในเวลานี้ คงไม่มีใครเกิน ตลาดผลิตภัณฑ์ภายในผู้หญิง และตลาดคอลลาเจนนั่นเอง ผลิตภัณฑ์ ภายในผู้หญิง และตลาดคอลลาเจน ได้แทรกซึมอยู่ในใจผู้บริโภคเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ


จากการสำรวจของ ตลาดวิเคราะห์ พบว่า ผลิตภัณฑ์ภายในผู้หญิง และตลาดคอลลาเจนกำลังเป็นจุดขายที่ดึงดูดใจผู้บริโภค มาก กว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยเฉพาะ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ หลายค่าย มีการเพิ่มคอลลาเจนเข้าไปในส่วนผสม มีการปรุงแต่งเพิ่มรสชาติให้น่ารับประทานมากขึ้น


แม้แต่บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จ้าวแห่งตลาดสุขภาพของเมืองไทย ล่าสุด มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ มีชื่อว่า แบรนด์ อินเนอร์ไชน์ มารีน คอลลาเจน เอสเซนส์สตริป ลงมาเล่นในตลาดเช่นกัน


ดังนั้น ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงเป็นตลาดที่ เป็นสนามแข่งอีก 1 สนาม ที่ใช้ประลองกำลังกันอย่างเข้มข้น ทั้งในสนามธุรกิจขายตรง และสนามในตลาดเทรดดิ้ง


ขายตรงรุมทึ้งB1ดึงสินค้าเข้า MLM


หลังTest ตลาด 3 เดือนผ่านฉลุย


ค่ายไดเร็คมอลล์ ซึ่งเป็นบริษัทรับสร้างแบรนด์สินค้าให้กับบริษัทขายตรง ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มสื่อไอเอ็น ทีวี หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการเปิดตัวสร้างแบรนด์ B1 (บีวัน) ได้เพียง 3 เดือน ล่าสุด มีค่ายบริษัทขายตรงหลายค่ายเสนอตัว ขอนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายระบบขายตรง MLM หลังจากที่มีการสั่งออร์เดอร์ซ้ำเข้ามามากเกินกว่าที่คาด ประกอบกับ มีผู้เสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายมากเป็นประวัติการณ์


นอกจากนี้ค่ายไดเร็ค มอลล์ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนยี่ห้อ ซิลวี่ (Silvy) ออกสู้ตลาดด้วยการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อพันธมิตร เป้าหมายเพื่อมอบให้บริษัทขายตรงที่สนใจจะนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าไปจำหน่ายในระบบเครือข่าย ซึ่งได้ยิงสปอตโฆษณาไปบ้างแล้ววันละกว่า 100 สปอต ทางช่อง IN TV และช่อง TVD กระแสตอบรับเกินคาด แต่สินค้าดังกล่าวไม่มีวางจำหน่าย อยู่ระหว่างการสร้างแบรนด์สร้างกระแสเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับค่ายขายตรงน้องใหม่รายหนึ่งเพื่อนำไปทำตลาดต่อไป


การทำธุรกิจเครือข่ายในยุคปัจจุบัน หลาย ๆ ค่าย มักจะไม่ค่อยกล้าลงทุน สร้างความยอมรับในตัวสินค้าหรือการสร้างแบรนด์ ไม่กล้าลงทุนซื้อโฆษณาเพื่อปลุกกระแส เพราะเป็นการลงทุนที่สูง บริษัท


ไดเร็คท์ มอลล์ จำกัด จึงได้มองเห็นช่องว่างตรงนี้ คือ มีหน้าที่รับสร้างแบรนด์เพื่อป้อนให้กับบริษัทเครือข่ายที่สนใจอยากจะพัฒนารูปแบบการทำตลาดของตนเอง


เมื่อมาวิเคราะห์ถึงการยุทธ์ทางการตลาดของ บริษัท ไดเร็คท์ มอลล์ จำกัดจะพบว่า เป็นอีกมิติหนึ่งที่จะสามารถปลุกกระแสตลาดเครือข่ายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ถือว่าเป็นกลยุทธ์อีกรูปแบบหนึ่ง ที่น่าจับตามองอย่างมากน่าจะเป็นบริษัทแรก ๆ ที่มีแนวความคิดแบบนี้


สิ่งที่เป็นจุดเด่นของการสร้างกลไกการตลาดแนวใหม่สไตล์ ไดเร็คท์ มอลล์ ก็คือ ในปี 2557 นี้ ได้วางแผนจับมือกับบริษัทขายตรง 4-5 ค่าย เพื่อนำสินค้าคุณภาพที่ไดเร็คท์ มอลล์ได้คัดเลือกเป็นอย่างดี แล้วมาสร้างแบรนด์ผ่านสื่อ บริษัทขายตรงพันธมิตรมีหน้าที่จำหน่าย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อ ส่วนรายละเอียดของผลประโยชน์นั้นก็จะมีข้อตกลงเป็นกรณี ๆ ไป


กลยุทธ์แบบนี้จะทำให้บริษัทขายตรงซึ่งเป็นพันธมิตรทำตลาดได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องใช้งบมาลงโฆษณากับสื่อ แต่บริษัท ไดเร็คท์ มอลล์ รับผิดชอบทางด้านนี้ บริษัทขายตรงเพียงรับผิดชอบด้านการขายเพียงอย่างเดียว ไดเร็คท์ มอลล์เปิดกว้างให้ทุกบริษัทขายตรงสามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้าได้ สอดคล้องกับการทำตลาดในยุคปัจจุบัน คือ ต้องจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันมันถึงจะสำเร็จได้


แนวทางค่าย ไดเร็คท์ มอลล์


เป็นไปได้ในระบบเครือข่าย


ต้องยอมรับว่า รูปแบบการทำตลาดของธุรกิจเครือข่าย, สื่อ และโรงงานผู้ผลิตสินค้า ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ประกอบการจะมายึดมั่นถือวั่นในการทำตลาดแบบเดิม ๆ คงไปไม่รอด หรือไม่ก็โตยาก


ขณะเดียวกัน การผนึกกำลังของ 3 ฝ่าย ซึ่งหมายถึง ตัวบริษัทผู้ผลิต สื่อและพลังเครือข่ายจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในยุคนี้ เพราะถ้า 3 ส่วนนี้สามารถผนึกกำลังกันได้ และลงตัวเมื่อไหร่ จะเป็นการตลาดที่มีอานุภาพแรงมาก


ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัท ไดเร็คท์ มอลล์ จำกัด ได้กำหนดแนวทางคร่าว ๆ คือ ประการหนึ่ง ในการผลิตสินค้าทุกแบรนด์ ภายใต้การจำหน่ายของ ไดเร็คท์ มอลล์ จะเป็นผลิตภัณฑ์เพียงยี่ห้อเดียวที่อยู่ในท้องตลาด ทั้งที่เป็นชื่อ ภาพลักษณ์ หรือ สูตร เป็นต้น


ประการที่สอง กระบวน การในการดำเนินการทางการตลาด จะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยสินค้าจะต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา และมีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล


ประการที่สาม ในแผน การตลาด ทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบสื่อโฆษณาแบบไม่อั้นลิมิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกรวมทั้งผู้ซื้อสินค้า อย่างต่อเนื่อง


ประการที่สี่ จะมีการคัดสรรผลิตภัณฑ์สินค้า ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้บริโภค เพื่อเสริมทางด้านการตลาดให้เข้มแข็งมากขึ้น


ในสถานการณ์การแข่ง ขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นที่ทราบดีว่า มีสินค้าที่สร้างปัญหาให้กับวงการมากมายหลายประเภท


ประเภทหนึ่ง ก็คือ เจตนามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการทำตลาดอย่างจริงจัง เห็นสินค้าใครขายดี ก็ไปทำสินค้าลอกเลียนแบบ โดยทำเหมือนแค่แพ็คเกตจิ้ง ชื่อสินค้า แต่ตัวสินค้ากลับเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ


อีกประเภทหนึ่งก็คือ มีการลอกเลียนแบบเหมือนจริง 100% ทั้งภาพลักษณ์ ชื่อ หรือตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัญหานี้ส่วนใหญ่ จะพบในกลุ่มผู้ผลิตหรือโรงงาน กับตัวแทนจำหน่าย


เปิดตัวสินค้าอีกหลายรายการ


ป้อนให้ค่ายขายตรงที่สนใจ


จากบทเรียนที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาแนวคิด ของการทำข้อตกลง 3 ฝ่าย ที่ค่ายไดเร็คท์ มอลล์ได้มีการวางหลักเกณฑ์ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน


ด้านสินค้า จากกระแสตอบรับ ทั้งตัวแทนและผู้บริโภค B1 ยังคงเป็นสินค้าหลักที่จะเป็นสินค้าตัวนำในตลาด


นอกจากแบรนด์ที่กล่าวมานี้ บริษัท ไดเร็คท์ มอลล์ จำกัด ยังเตรียมเปิดตัวสินค้าตัวใหม่อีกหลาย ประเภท ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ เริ่มตั้งแต่ เอ็ม มอลล์ พลัส ซึ่งมีส่วนผสมของ เบต้า-กลูแคนพลัสพลูคาวถือเป็นอีกหนึ่งนวัต กรรมใหม่ ที่ตอกย้ำเรื่องสุขภาพเนื้อ ๆ อีกอีกหลายรายการ เพื่อป้อนให้กับบริษัทเครือข่ายขายตรงที่ให้ความสนในการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ


ลักษณะเด่นของ เบต้า-กลูแคนพลัสผสมพลูคาวคือ เรื่องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน มะเร็ง ความดัน อ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง สมุนไพรดังกล่าวจะเข้าไปดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากกว่าเฉพาะเรื่อง


เนื่องจากกระแสสมุน ไพรเพื่อสุขภาพเวลานี้ ถั่งเฉ้า กำลังเป็นที่กล่าวขานกันอย่างสูง โดยมีการนำมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางประเภท ซึ่งตามแผนการรุกทางการตลาดของ ค่ายไดเร็คท์ มอลล์ เปิดเผยกับ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ทางบริษัทเตรียมแผนที่จะนำเอานวัต กรรมใหม่ อีกประเภทหนึ่ง ในรูปของกาแฟผง ที่มีส่วนผสมของ ถั่งเฉ้า เข้ามาจำหน่ายเป็นรายแรกของประเทศไทย


โดยล่าสุด ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างการออก แบบแพ็คเกจจิ้งเพื่อให้กับบริษัทขายตรงรายหนึ่งจำหน่ายต่อไป


ไดเร็คท์ฯจ้องตลาดคอลลาเจน


กระหึ่มแบรนด์ Aki Collagen ลุย


การเปิดเกมรบในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นับเป็นการรุกครั้งสำคัญอีกก้าวหนึ่งของค่ายไดเร็คท์ มอลล์ ที่น่าจับตา เนื่องจากตลาดคอลลาเจน ก็เป็นตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง ยังคงมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา


หลายคนมองว่า ตลาดเริ่มอิ่มตัว แต่ถ้าหากผลิตภัณฑ์สินค้าเดิม ขาดการพัฒนา ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่จะสูญเสียตลาดไปยังผู้ประกอบการรายใหม่ ก็มีสูงเช่นกัน


คอลลาเจนในตลาดทุกวันนี้ มีมากมายหลายยี่ห้อ ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อ เลือกรับประทานได้ หลายเกรด มีทั้งคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก จากหอย จากหมู เป็นต้น นอกจากนี้ แต่ละประเภท ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งดูดซึมช้าดูดซึมเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการมิกซ์กับผลไม้สกัด เพื่อใส่มูลค่าเพิ่มเข้าไป แหล่งข่าวในวงการอาหารเสริมสุขภาพกล่าวกับ ตลาดวิเคราะห์


เพราะฉะนั้น คนที่จะก้าวมาสู่ตลาดสินค้านี้ ต้องรู้ลึก รู้จริง รวมทั้งต้องช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และมีความพร้อมในการวางแผนการตลาดอย่างสมบูรณ์


ที่สำคัญ การเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้เร็วกว่า ย่อมสร้างความได้เปรียบมากเป็นทวีคูณ


พฤติกรรมผู้บริโภค ในสังคมยุคนี้ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก ได้แผ่ขยายไปยังกลุ่มคนในทุกระดับชั้น


ในวงการตลาด เชื่อว่า การเติบโตทางธุรกิจ ยังคงมีโอกาสที่จะขยายได้อีกมาก ปัญหา ก็คือ ผู้ผลิตจะสามารถตอบโจทก์ ความต้องการผู้บริโภค ได้มากน้อยขนาดไหน ทั้งในด้านคุณภาพและราคา


คอลลาเจน นับเป็น สารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อร่างกาย เป็นโปรตีน สำคัญของผิวหนัง ที่ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้


โดยปรกติ จะมีปริมาณมาก 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย ซึ่งคอลลาเจนจะทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น นุ่มนวล เต่งตึง กระชับ ไม่เหี่ยวย่น


โดยเฉพาะในหมู่สุภาพสตรี ตั้งแต่วัยเด็ก และวัยสาวก่อนอายุจะย่าง 30 ปี ภายในชั้นผิวจะมีความสมบูรณ์จากคอลลาเจนสูง


ปัญหา ก็คือ หากผ่านพ้นวัยดังกล่าวไป ผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง จะยังรักษาสภาพนี้เอาไว้ได้นานขนาดไหน เพราะหากพ้นวัย 25 ปีไปแล้ว คอลลาเจนในร่างกายจะลดลง 1.5% ต่อปี


นี่คือ โจทย์ใหญ่ ที่นำไปสู่กระแสการตื่นตัวในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สุภาพสตรีทุกคน เริ่มใส่ใจ และพร้อมที่จะลงทุนเพื่อเรียกความสาวกลับคืนมา


ในกลุ่มสังคมผู้หญิงยุคใหม่ ได้รับการตอบสนองมายาวนานพอสมควร แต่ในหมู่สุภาพสตรีที่เพิ่งรับรู้ข่าวสารและความจำเป็นของคอลลาเจน ก็เพิ่ง 5 ปีที่ผ่านมานี้เอง


ด้วยเหตุนี้ แนวทางการตลาด จึงมีความจำเป็นจะต้องแบ่ง กลุ่มลูกค้าเป้าหมายออกไปในหลากหลายระดับ


เริ่มตั้งแต่ระดับวัยรุ่น-วัยสาว อายุ 17-25 ปี แม้จะเป็นช่วงที่ร่างการสมบูรณ์เต็มที่ แต่ก็อยู่ในกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องเสริมสร้างคอลลาเจน เพื่อรักษาสภาพผิวให้เต่งตึงอยู่ตลอดเวลา


ตลาดกลุ่มนี้ นักวิเคราะห์การตลาดมองว่า เป็นตลาด ที่พร้อมจะรับคอลลาเจนในลักษณะที่ไม่เข้มข้นเกินไป โดยผลิตภัณฑ์จะเป็นไปในลักษณะ เจือปนกับน้ำผลไม้สกัด ที่มีคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพภายในควบคู่กัน


เป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ ที่พร้อมจะซื้อสินค้าในราคาไม่แพงเกินไป


ขณะที่กลุ่มตลาดอีกกลุ่มหนึ่ง ที่พ้นวัย 30 ปีไปแล้ว จะเห็นว่า ตลาดกลุ่มนี้ กลับเป็นกลุ่มที่มีความชัดเจนที่สุด เนื่องจาก เป็นช่วงที่คอลลาเจน เริ่มลดลง ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากอยู่ในวัยทำงาน


และอาจกล่าวได้ว่า เป็นวัยที่เริ่มมีความวิตกกังวลกับปัญหาเรื่องผิวพรรณ รวมไปถึงปัญหาสุขภาพภายในมากที่สุด


ฉะนั้น ปัญหา ก็คือ จะต้องสร้างกระบวนการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับผู้บริโภค ถึงคุณประโยชน์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ


โดยไม่มุ่งเน้นการโฆษณาชวนเชื่อ จนทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำตลาดแบบไม่สร้างสรรค์แล้ว หากแต่ยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของธุรกิจขายตรงอีกด้วย


ที่สำคัญ การบริโภคคอล ลาเจน จะต้องสื่อสารให้กับผู้ใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวัย และกับสภาพความต้องการของร่างกายอย่างแท้จริง


นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ค่ายไดเร็คท์ มอลล์ มองว่า ถึงเวลาแล้วที่จะใช้โอกาสนี้ วางรูปแบบการขาย พร้อม ๆ กับการติดอาวุธทางปัญหาแก่ตัวแทน เพื่อเป็นสื่อกลางในการทำความเข้าใจกับผู้บริโภค ค่ายไดเร็คท์ มอลล์จึงได้เตรียมแผนที่จะโปร์โมท แบรนด์ คอลลาเจน ยี่ห้อ Aki Collagen เพื่อให้บริษัทขายตรงค่ายหนึ่งจำหน่ายเช่นกัน





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

จับอุณหภูมิเดือด ค่ายขายตรงประลองตลาดปุ๋ย







p_409269 (Mobile)


นาทีนี้ ขายตรงเกษตร ดูเหมือนจะทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากมูลค่าตลาดเกษตรเมืองไทยมีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ไม่น่าแปลกใจที่บริษัทขายตรงต่างมองเห็นโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมชิกเค็กก้อนใหญ่นี้ ปัจจุบันสินค้ากลุ่มเกษตรนับว่าเป็นที่นิยมของบรรดาเหล่าบริษัทขายตรงทั้งเก่าและรายใหญ่ต่างตบเท้าลุยด้านเกษตรกันถ้วนหน้า ที่แน่ๆคือเราได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดขายตรงโดยมีสินค้าเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อน และขายตรงชั้นนำก็แตกไลน์มาลองชิมลางสินค้าเพื่อการเกษตรบ้าง


ที่ฮือฮาในวงการขายตรงเป็นอย่างมาก เมื่อ ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริษัท ลาชูเล่ จำกัด ประกาศก่อตั้งบริษัท อาชูเล่ เอเชีย และขนสินค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรสั่งตรงจากประเทศอิราเอล ภายใต้แผนธุรกิจมหัศจรรย์ TCM3 หรือ Triple Core Marketing ซึ่งเขามองว่า เป็นแผนการตลาดที่แรงที่สุดในยุคนี้ที่จ่ายได้เร็ว จ่ายได้จริง ลงทุนน้อยทำงานง่าย มีรายได้มั่นคง


"จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไจก้า ลาชูเล่ ออกมารุกตลาดกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายมีอัตราการเพิ่มขึ้นในทุกๆเดือน ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้ว 50 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่ายอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์การเกษตรจะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆเดือน และคาดว่าจะสามารถผลักดันให้ยอดขายถึง 500 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งบริษัทเล็งเห็นถึงปัญหาด้านเกษตรที่เปรียบเสมือนกับเป็นอาชีพ บรรพบุรุษของไทยและเพื่อปลดหนี้ให้เกษตรกรไทย ด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงพืชจุลินทรีย์ชีวภาพสูตรเข้มขน ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ใช้กับพืชผักไม้ผลทุกชนิด สามารถเพิ่มพูนผลผลิตให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น อันได้แก่ (1.)สารอาหารบำรุงพื้ช(ชนิดผง)นาโน อะมิโนแมค ไจก้า ลาชูเล่-1 (2.)สารอาหารเสริมบำรุงพื้ชจุลินทรีย์(ชนิดน้ำ)นาโน จินซีแมค ลาชูเล่-1 (3.) สารเพิ่มประสิทธิภาพจับใบพื้ช นาโน นูแมค ไจก้า ลาชูเล่-2 (4.)สารอินทรีย์ปรับปรุงบำรุงดินนาโน ฮิวแมค ไจก้า ลาชูเล่-3 และ (5.) สารสกัดชีวภาพป้องกันแมลงและรักษาโรคพืช นาโนไฟท์แบค ไจก้า ลาชูเล่น-4" สุรเชษฐ์กล่าว แจกจริง ใช้แล้วเห็นผล


ออร์กาเนลไลฟ์ ต้นตำหรับขายตรงเกษตร


หากพูดถึงขายตรงเกษตรเชื่อว่าชื่อของ ภัคภณ ศรีคล้าย ประธานกรรมการบริษัท ออร์กาเนลไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำลังเป็นที่รู้จักในแวดวงขายตรงเกษตร ในฐานะกูรูตัวจริงเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร เพราะเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์เป็นนักวิชาการเกษตรมากกว่า 30 ปี หลังจากเงียบหายไปนานถึง 3 ปี วันนี้การกลับมาของออแกเนลไลฟ์ ที่สะสางปัญหาภายในจนเสร็จสิ้น มุ่งทำตลาดสินค้าในกลุ่มเกษตรแบบถึงลูกถึงคนกับเกษตรกร กระจายศูนย์สาขากว่า 5 แห่ง อาทิ เชียงใหม่, บึงกาฬ, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์ และชัยนาท ทำให้ปัจจุบัน ออแกแนลไลฟ์ มีฐานผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก และพร้อมแล้วที่จะกลับเข้ามารุกตลาดขายตรงอีกครั้ง


หากมองจุดแข็งของ "ออร์กาเนลไลฟ์" คือ การชูผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรโดยตรง 30 ปีและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและใช้แล้วเห็นผลชัดเจน กว่า 30 รายการ ทำให้ออร์กาเยลไลฟ์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างมาก ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นหัวใจหลักในการสร้างฐานตลาดผู้บริโภคแบบเครือข่ายอย่างแท้จริง


ขณะที่ พิบูล ลิมปิวิวัฒน์กุล รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดการเกษตรก็เป็นนโยบายการทำตลาดหลักของบริษัทในปีนี้ โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากลขึ้น ทั้งนี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท คือ สารปรับปรุงดินศิริชัย และศิริชัยไบโอ พลัส ซึ่งมีการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ


ภายในสิ้นปี มาจากสินค้าเกษตร 60-70% โดยเราจะรุกด้านขายตรงเกษตรอย่างจริงจัง ซึ่งมุ่งจับกลุ่มรากหญ้า เราแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้เกษตรกรได้ทดลองโดยมุ่งเน้นที่พืชเศรษฐกิจของไทย อย่าง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด เมื่อเห็นผลจะเกิดการบอกต่อ


เขายังมั่นใจว่าการขยายตลาดขายตรงเกษตรในปีนี้จะสามารถกระตุ้นยอดขายให้ก้าวกระโดดให้กับบริษัทถึง 2,000 ล้านบาทในปีนี้ด้วย


เทรนด์เกษตรอินทรีย์มาแรง


แม้ "วิน วิน เวิล์ดไวด์" จะไม่ได้จับขายตรงเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ แต่ส่วนหนึ่งของนโยบายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ก็ไม่ลืมที่จะเติบโตทางด้านนี้ โดยชูจุดเด่นที่เป็นโรงงานผลิตเอง และรูปแบบเน้นสินค้าออแกนิคส์ 100% โดยการันตีถึงประสิทธิภาพในราคาประหยัด


"เรามีโรงงานปุ๋ยน้ำของเราเอง เจอวิกฤตตอนน้ำท่วม โรงงานเพิ่งรีโนเวทเสร็จเมื่อ 2 - 3เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้พร้อมผลิต โดยมีกำลังการผลิตเป็นยอดพันล้านได้ แม้เป็นโรงงานเล็กๆ ตอนนี้ปุ๋ยเราเน้นเป็นออแกนิคส์หนด พวกฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า เราไม่เอาเลย เรามีแต่เป็นการเพิ่มผลผลิตพื้ชเป็นวัคซีนพืช ให้พืชแข็งแรง โค๊ตราคา 990 บาท ถึงมือผู้บริโภคเลย ปริมาณ 2 ลิตร ใช้กับนาข้าวได้ 25 ไร่ เราเข้าไปทำตลาดร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตร โดยผ่าน ส.ค.ต.หรือส่งเสริมสหกรณ์ด้านการตลาด" เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานบริษัท วิน วิน เวิล์ดไวด์ กล่าว


นี่เป็นเพียงตัวอย่างรูปแบบการทำตลาดของเหล่าบริษัทขายตรงในปีนี้ ซึ่งต่างใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายให้ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าจะเห็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดตลอดทั้งปี ซึ่งกลวิธีจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละบริษัท แต่สิ่งที่ทุกบริษัทจะลืมไม่ได้ก็คือ ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่เกษตรกรจะได้รับ มากกว่าการมุ่งส่วนแบ่งตลาด




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

สงครามขายตรงปีมะเส็งยังแดงเดือด เหล่ากูรูฟันธงธุรกิจดุไม่เลิกแต่สดใส









4 ผู้ประกอบการขายตรงฟันธงธุรกิจปีมะเส็ง ยังเติบโตดีไร้กังวล หลัง พบหลายเหตุผลดันธุรกิจเฟื่อง ทั้งคนว่างงาน ค่าแรง 300 บาท ที่ทำให้ กลุ่มคนพวกนี้หันมาสนใจธุรกิจขายตรงมากขึ้น...พร้อมฟันธงรายเล็กอยู่ ยาก หากไม่รู้จริงเรื่องเครือข่าย บวกเงินทุนไม่หนาพอ...แนะวิธีการทำ ตลาดยุค 2013 ควรรบเร็ว-รุกเร็ว ด้วยแผนการตลาด-สินค้านำ ยํ้า! การ ทำตลาดต้องอย่าประมาท พร้อมเสิร์ฟความต่างที่โดนใจ
เปิดฉากศักราชใหม่ปี 2556 หรือ ปีมะเส็ง เชื่อว่าหลาย ๆ ธุรกิจ คงต่างเร่ง เตรียมรับ-เตรียมรุก เพื่อหวังที่จะเบิก ฤกษ์ธุรกิจ ด้วยยอดขายที่ดีแบบเอาฤกษ์ เอาชัยนั่นเอง ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ในช่วง ต้นปีของทุก ๆ ปี ที่แต่ละค่ายต่างโหมโรง ออกอาวุธ ที่เรียกได้ว่า ครบมือออกมา สร้างความน่าสนใจของธุรกิจ เพื่อหวัง ดึงดูดทั้งสมาชิกใหม่ และสมาชิกเก่าให้อยู่ กับองค์กรของตัวเองอย่างเหนี่ยวแน่นและ มั่นคง
...จะเห็นได้ว่า วันนี้เส้นทางของ ธุรกิจก็เปรียบเสมือนหนทาง ที่พิสูจน์คน กล้าที่มีฝีมือนั่นเอง หาก ใครที่นิ่ง-ฐาน องค์กรมั่นคง เส้นทางธุรกิจที่ว่ายาก ก็ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเช่นกัน...เช่นเดียวกับ สนามหิน ใน ธุรกิจขายตรง ที่ตอนนี้ เหล่า ผู้ประกอบการ ทั้ง หน้าใหม่ และ หน้าเก่า ต่างออกขีปนาวุธทางธุรกิจ แบบ เย้ยฟ้าท้าดิน กันเลยทีเดียว ด้วย เป้าหมายเดียวกันคือ ความเป็นหนึ่ง ใน ยุทธ์จักรขายตรง พร้อมกับขุมกำลังที่เหนี่ยวแน่น และมั่นคงที่เรียกว่าผู้นำมือ อาชีพ
แต่ในขณะเดียวกัน ฟากของ เหล่า ผู้นำ เอง ใน ห้วงเวลา ที่สำคัญ ต้นปีนี้เช่นนี้ ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ ท่าน ต่างมองหาแหล่งที่พักพิงใหม่ที่ดีกว่าและแรง กว่าที่เดิมอย่างแน่นอน แต่ค่ายไหนล่ะ!... ที่จะเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าสมาชิก หลาย ๆ คนบ้าง ก็อยู่ที่ว่าค่ายนั้นจะมี แรงดึงดูดที่มากกว่านั่นเอง!!
ที่สำคัญ หากจะให้พูดถึงทิศทาง ของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ พบว่า มี หลาย ๆ กูรูชั้นเซียน ต่างออกมาแสดง นานาทัศนะต่าง ๆ มากมาย เกี่ยวกับธุรกิจ ขายตรงในปี 2556 ว่าจะเป็นปีที่ธุรกิจ เติบโตแบบก้าวกระโดด บางท่านก็บอกว่า เป็นปีแห่งการปราบเซียน หากใครที่ไม่แน่ จริง มีสิทธิ์ที่จะหลุดวงโคจรนี้ได้ด้วยเช่น กัน...ปักษ์นี้ ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ มี โอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการขาย ตรงที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงว่า มี ความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับธุรกิจขายตรง ในปี 2556 ซึ่ง เหล่า ผู้ประกอบการ แต่ละ ท่าน ต่างให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจดังนี้



กูรูขายตรงฟันธงปีมะเส็ง ชี้!หลายค่ายเปิดวูดธุรกิจแรง


ด้าน ศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเม ติคส์ ประเทศไทย จำกัด ได้เผยถึงทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 ว่า จะมีอัตราการ เติบโตที่มากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในเรื่อง ของค่าแรง 300 บาทที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี จนทำให้คนเริ่มที่จะว่างงาน มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ส่งผล มาถึงธุรกิจขายตรงที่จะเป็น อีกหนึ่งธุรกิจที่จะตอบโจทย์ให้ กับบุคคลกลุ่มนี้ได้ และเชื่อ ว่า จะมีคนเข้า มาสู่ธุรกิจขายตรง มากขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าการแข่งขันของ ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เริ่มมีธุรกิจเครือข่ายที่เกิดขึ้น เยอะ จึงเกิดการชิงดีชิงเด่นกัน ค่อนข้างมาก ด้วยกลยุทธ์ ต่าง ๆ ที่แต่ละค่ายมีออกมานำ เสนอ ซึ่งอยู่ที่ค่ายไหนจะใช้ กลยุทธ์ที่โดนใจเท่านั้นเอง ใน ขณะเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งปีที่ คาดว่า ค่ายไหนที่เป็นของจริง ก็จะอยู่รอดในธุรกิจเครือข่าย ได้ แต่หากค่ายไหนที่ยังไม่ ชัดเจนหรือยังไม่พร้อม ก็จะ เริ่มหลุดลอยหายไปจากระบบ เครือข่ายได้ด้วยเช่นกัน ...เช่นเดียวกับทางด้าน สุเทพ บุญภักดี ประธาน กรรมการ บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ เผยถึงทิศทางธุรกิจขายตรงใน ปี 2556 ว่า ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น โดยส่วนตัวมองว่า บริษัทรายเล็กในชั่วโมงนี้ ถือว่ารอดยาก เนื่องจากในช่วง ที่ผ่านมา พบว่า มีหลายๆ บริษัทฯ จะพบปัญหาในเรื่อง ของแม่ทีมผิดใจกันเอง และ หันมาเปิดบริษัทใหม่กัน ผล สุดท้ายก็ไปไม่รอด แต่ทั้งนี้ ยัง เชื่อว่าในปี 2556 นี้ บริษัทขาย ตรงค่ายใหม่ ๆ ก็น่าที่จะเกิด ขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งค่าย ไหนจะอยู่รอด หรือไม่รอดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง จุดเด่น และจุดขายของตัวเอง ให้ได้ หากทำไม่ได้โอกาสที่จะ มีการปิดตัวก็มีสูงเช่นกัน วันนี้ ต้องบอกว่า ใน เรื่องของการทำการตลาดแบบ วิธีการเดิม ๆ นั้น ควรที่จะปรับ เปลี่ยนได้แล้ว ควรที่จะลองหัน มาใช้วิธีการทำการตลาดแบบ ใหม่ ๆ เนื่องจากวันนี้ นักธุรกิจ ยุคเดิม ๆ ค่อนข้างที่จะไม่มี บทบาท และคนรุ่นใหม่ๆ เริ่ม ที่จะเข้ามาแทนที่ มีการพัฒนา ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหาก ค่ายไหน ที่ยังทำตลาดแบบ เดิมโอกาสที่จะเติบโตก็คงน้อย แน่นอน สุเทพ เผยต่อว่า การ แข่งขันของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า จะเริ่มมีการ แข่งขันกันในเชิงของยุทธ ศาสตร์มากขึ้น รวมถึงวิธีการ ทำงานจะเริ่มมีความหลาก หลายมากขึ้นด้วย ในเชิงของ การสร้างความแตกต่างทั้งใน เรื่องของสินค้า แผนการตลาดในขณะเดียวกัน ค่ายไหนที่มี ทุนเยอะก็จะได้เปรียบในเรื่อง ของการทำธุรกิจ ส่วนค่ายไหน ที่ทุนน้อยก็จะเสียเปรียบใน การแข่งขัน ...นอกจากนี้ มร.คริสโต เฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำ ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า สำหรับทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเป็นธุรกิจ ที่สดใส สำหรับทุกคนที่กำลัง มองหาโอกาส ในขณะเดียวกัน เกมการแข่งขันทางธุรกิจก็คงดุ เดือดมากขึ้นเช่นกัน อีกทั้ง เชื่อว่า หลาย ๆ บริษัทฯ คงมี กลยุทธ์ต่างๆ ออกมาสู้ศึกกัน อย่างมากมาย ทั้งนี้ หากมองโดยรวม ของธุรกิจแล้ว น่าที่จะมีความ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ เป็นของจริง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนเริ่มที่ จะเข้ามาสู่ธุรกิจ ขายตรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก มีความเชื่อว่าอาชีพนี้ จะ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดี ขึ้นได้ เพราะจากที่ผ่านมา มี คนที่ประสบความสำเร็จจาก ธุรกิจขายตรงเกิดขึ้นเยอะ ทำให้เชื่อว่าธุรกิจขายตรงในปี 2556 จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ตาม ลำดับ ...ด้าน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR เปิดเผยว่า สำหรับ ธุรกิจขายตรงในชั่วโมงนี้แล้ว ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น 1. เป็นธุรกิจที่ สร้างอาชีพให้คนทุกเพศ ทุก วัย ทุกระดับชั้น 2. เป็นธุรกิจ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดใน ห่วงโซ่อุปทาน 3. สามารถเป็น มรดกให้กับลูกหลานได้ 4. ลงทุนน้อย ความเสี่ยงตํ่า 5. เป็นธุรกิจที่สร้างคน สร้าง องค์กรให้มีคุณภาพ และ 6. เป็นธุรกิจที่สร้างฝันให้กับคนที่ ต้องการมีฝัน ต้องการที่จะมี ชีวิตความเป็น อยู่ที่ดีขึ้น ได้จริง ...นับได้ว่า การที่จะยิ่ง ใหญ่ในยุทธจักรขายตรงได้นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ และ ความชำนาญเข้าช่วยด้วยเช่น กัน ยิ่งปัจจุบันนี้ อาจจะเรียก ได้ว่า เป็นอีกหนึ่งยุคของการ ปราบเซียนเลยก็ว่าได้ หากใคร ที่ไม่แข็งแกร่งพอ รับรองว่า มี แต่ ตาย กับ ตาย อย่าง แน่นอน ขณะเดียวกัน ด้วย ภาวะวิกฤติเช่นนี้ จำเป็นอย่าง ยิ่ง ที่ทุกธุรกิจจะต้องมี คือ ความพร้อมในการรับมือกับ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ท่านจะมอง ว่า โอกาสของธุรกิจขายตรง จะยังเติบโตอยู่กับที่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ประมาทในการทำ ธุรกิจด้วยเช่นกัน!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335