ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OTWO แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OTWO แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวโอทู อินเตอร์เนชั่นแนล (OTWO International) : เป้าหมายเงินล้าน...ฝากไว้ที่โอทู สมชัย-ประจวบ สิงห์ชะฎา 2 นักสู้ภูธร







W95C0284 (Mobile)


ความสำเร็จเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคน ต้องการที่จะไขว่คว้ามาครอบครอง และ ปรารถนาที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้...แต่ ระยะเวลาของการเดินทาง คนเรามักจะเสีย เวลาไปกับสิ่งต่างๆ จนน่าเสียดาย และกว่าจะ ค้นพบเส้นทางใหม่ในสิ่งที่เราค้นหามา ตลอดนั้น ก็ถูกยืดเส้นทางแห่งความสำเร็จห่างออกไปอีก


เฉกเช่นเดียวกับ สมชัย-ประจวบ สิงห์ชะฎา สองสามี ภรรยา ที่กว่าจะค้นพบความสำเร็จในชีวิตของตนเองกับ ธุรกิจ โอทู ทั้งคู่ต้องเสียเวลากับสิ่ต่างๆ อย่างมากมาย สมชัย-ประจวบ ผ่านร้อนผ่านหนาวในการแสวงหารายได้ เสริมอย่างมากมาย กว่าจะมาเจอสิ่งที่ ใช่ ในอาชีพนักขาย...โดย เฉพาะ ประจวบ ภรรยาผู้มีนิสัยไม่หยุดนิ่ง เมื่อมีเวลาว่างจะ พยายามหารายได้เสริมให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรง ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เธอมุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะเด็ดรายได้ จากส่วนนี้มาอยู่ในกำมือให้ได้


แต่ดูเหมือนฟ้าสั่งสวรรค์ส่งให้ทั้งคู่มาพบกับธุรกิจนี้ เมื่อ สมชัย สามีที่มีอาชีพเป็นข้าราชการ ที่มีรายได้ต่อเดือน 40,000 กว่าบาท แต่ก็ยังคงต้องมองหาอาชีพเสริม เพราะต้องการที่จะหา อะไรแปลกใหม่ทำ และก็ได้บังเอิญเจอกับ ธุรกิจโอทู เพราะมี ผู้มาแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์และด้วยความสงสัยในตัวผลิตภัณฑ์ จึงสร้างแรงบันดาลใจในความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา...


...เมื่อปริศนายั่วยวนให้ต้องหาคำตอบ สมชัย จึงไม่รอช้าควักเงินซื้อมาทดลองใช้ทันที และ โอทู ฟลาโวเจน ก็แสดง ศักยภาพให้เห็นไม่ต่างจากวีซีดีที่เขาดูมา จึงทำให้ สมชัย ควักมือ ประจวบ มาที่ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มาหา คำตอบของผูผ้ ลิต โอทู ฟลาโวเจน


...สถานการณ์ทุกอย่างเหมือนเป็นใจให้ทั้งคู่เลือกทำ ธุรกิจ โอทู เพราะในวันที่ก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของบริษัทแห่งนี้ ...ซึ่งบรรยากาศในวันนี้ทั้งคู่จดจำไมรู้ลืมเพราะเป็น วันแรกที่ทั้งคู่ เริ่มทำ ธุรกิจโอทู ที่สร้างฝันให้จนถึงทุกวันนี้


ประจวบ บอกอีกว่า เมื่อตัดสินใจมาดูบริษัท เราเห็น บรรยากาศ ในวันนั้นเกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะ เป็นทานประธาน ฉัตรชัย ประเสริฐสุวรรณ และผู้บริหารต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนอยูกันอย่างอบอุ่นยิ่งบรรยากาศที่ี่มี คนเยอะ และมีความเชื่อมั่นว่า โอทู จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเขาผู้นี้ยังได้มีการนำเอาสินค้ามาทดสอบใช้กับพืชทุกชนิด และลองทดสอบกับเกษตรกรผู้ใช้ซึ่งใช้เวลาอยู่ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อ พิสูจน์ว่าจะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน...


นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ครบ 4 ปีเต็มที่ สมชัย และ ประจวบ ได้ทำธุรกิจโอทูอย่างราบรื่น โดยที่ไม่มีอุปสรรคอะไร กีดกั้นการทำธุรกิจของทั้งคู่ได้ เพราะทั้งคู่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า โอทู ฟลาโวเจน คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการเกษตร และ เป็นสินค้าที่ขายตัวเอง เกษตรกรนำไปใช้แล้วได้ผล เมื่อใช้ได้ผลก็สั่ง ซื้ออย่างต่อเนื่อง...ทำให้ทั้งคู่มั่นใจและกล้าที่จะเดินเข้าไปหาเกษตรกร โดยไม่กลัวคำปฏิเสธ


สมชัย และ ประจวบ ถือว่าได้เข้ามาในยุคต้น ๆ เพราะแต่ ก่อน โอทู ฟลาโวเจน เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะได้มีการออกสื่อ โฆษณา และโปรโมทสินค้า จึงง่ายต่อการแนะนำ และมีความเชื่อ มั่นในตัวสินค้าอยู่แล้วจุดนี้เองที่ทำให้ทั้งคู่จึ่งไม่หยุดที่จะเดินสาย ออกไปพบเกษตรกร...ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ยังเชื่อมั่นในตัวผู้บริหาร เพราะเมื่อ สังเกตเห็นแววตาจากตัวผู้บริหารคราใด มักจะสร้างแรง บัลดาลใจให้ทุกเมื่อและผู้บริหารค่อนข้างที่จะใจดีด้วยแล้วยิ่งทำให้ ทั้งคู่สู้ได้ไม่ถอยในการที่จะออกไปแนะนำสินค้า


สำหรับเทคนิคในการทำงานให้เป็นระบบของ สมชัย คือ ให้ ใช้สินค้าทั้ง 100% โดยทดสอบกับเกษตรกรผู้ใช้ จนรู้ว่าสินค้า สามารถตอบโจทย์ได้และเริ่มวางแผนที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อในตัวสินค้า มีทฤษฎีที่ว่า 1. มีความเชื่อ 2. เรียนรู้ 3. สร้างองค์กรให้เชื่อในผลิตภัณฑ์ให้คนในองค์กรเรียนรู้เรื่องของ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวให้เห็นชัด โดยใช้หลักการที่ว่า ตีให้แตก แยกให้ ออก และใช้ให้เป็น


สมชัย บอกต่อว่า การที่จะสำเร็จในธุรกิจได้ ก็ต้องสร้างคน ที่อยู่ในองค์กรให้เข้าใจถึงกระบวนการ เรียนรู้เทคนิคการทำงาน เพื่อ ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเหมือนเราให้ได้ โดยใช้หลักการ ขยัน เรียนรู้สู่ความสำเร็จ เพราะหากนำเทคนิคนี้ไปใช้แล้วเชื่อ ว่าจะนำพาทุกคนสู่ความสำเร็จแน่นอน...


นอกจากนี้ ธุรกิจโอทู ยังสร้างรายได้ให้กับคนอย่างมากมายและปลดหนี้ให้กับเกษตรกรมาแล้วนับไม่ถ้วน เห็นตัวอย่างจากคำ พูดของเกษตรกร โดยที่เราไม่ต้องตั้งคำถาม แต่เกษตรกรสามารถ ที่จะบรรยายสรรพคุณให้เราฟังได้อย่างละเอียด โดยที่เกษตรกรส่วน ใหญ่ที่ใช้โอทู จะมีรายได้เพิ่มประมาณเท่าตัว เพราะปุ๋ยก็ลด ยาก็ ลด รายได้เพิ่มอย่างเห็นได้ชัด และหากทำธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งได้ 2 ต่อ ซึ่งในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสให้กับคนอีกมากมาย ที่จะเข้ามาสัมผัส กับความยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น...


ณ วันนี้ สมชัย และ ประจวบ สองสามีภรรยามีรายได้ จาก ธุรกิจโอทู รวมกันประมาณ 130,000 บาทต่อเดือน โดย ปัจจุบันทั้งคู่ตั้งหน้าตั้งตาลุยธุรกิจอย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมายที่ทั้ง 2 คนวาดไว้คือ คว้าเงินล้าน ให้ได้


ทั้งนี้ สมชัย ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เขาภูมิใจที่สามารถสร้าง เกษตรกรหลายคนให้มีรายได้ 3-4 หมื่นบาท ซึ่งเขาผู้นี้ยังบอกต่อ อีกว่า สิ่งที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คน ขายตรง ประสบความ สำเร็จได้คือ ต้องเชื่อในสิ่งที่ตนเองทำ และนำความเชื่อนั้นมาเรียน รู้ให้ชัดเจนโดยต้องศึกษากฎระเบียบของหน่วยราชการและบริษัท ให้ถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลที่ชัดเจน อีกทั้งต้องดูด้วยว่าธุรกิจถูกต้อง หรือไม่ และเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ พร้อมกับมีการ จดทะเบียนที่ชัดเจนหรือเปล่า ซึ่งหากทุกอย่างถูกต้องและมีความ ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบริษัท สินค้า และแผนการตลาดที่สามารถจ่าย ได้จริง ท่านสามารถที่จะตัดสินใจทำธุรกิจได้เลย และเชื่อว่าทุกท่าน สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้อย่างแน่นอน!!....





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาะติดยุทธศาสตร์ "โอทู OTWO" ไตรมาส 4 ทุ่มทุนสร้าง - บูมสนั่นเปิดฐานรบสยบทั่วไทย ดัน "โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค" เขย่าฐานสมาชิก


มาดใหม่โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค รวมคุณภาพครบสูตร...เพียงขวดเดียว เอาอยู่...สมาชิกซื้อง่ายใช้คล่อง ไม่เปลืองเงินแถมยังออมแรง เปิดตัวไม่กี่วันยอดทะลัก 10,000 ขวด รองประธานฯ ภนเอก ลั่นคำ สิ้นปียังมีเฮ F2 เวอร์ชั่น 2 ลุ้นสอยยอดขายกันสนุกมืออีกรอบ สิ้นปีมั่นใจยอดขาย 1,000 ล้าน.ไม่ไกลเกินเอื้อม..!!

นายภนเอก สะอาดวงค์ รองประธานกรรมการ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสินค้ากลุ่มเกษตรของโอทู โดยภาพรวมแล้วอาจเรียกได้ว่า ไม่ค่อยหวือหวาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจอปัญหาในเรื่องของภัยแล้งและวิกฤติน้ำท่วมที่ซึมยาวมาถึงต้นปีนี้ ขณะที่ภาพรวมในส่วนของสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ต้องบอกว่าชั่วโมงนี้ค่อนข้างที่จะประเมินยาก เนื่องจากตามห้างฯ ทั่วไป ก็เริ่มจะมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามออกมาใหม่เยอะพอสมควร จึงมองว่าค่ายไหนที่ทำตลาดเกี่ยวกับเครื่องสำอางต้องเซียนจริง ๆ ถึงจะอยู่ได้

ส่วนกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพสตรี ต้องยอมรับว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาค่อนข้างที่จะหวือหวาอย่างมากทีเดียว แต่พอมาถึงช่วงนี้ กระแสของสินค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ค่อยแรงเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเริ่มจะมีหลาย ๆ ค่าย ลงมาร่วมแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดนั่นเอง โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ไม่ใช่กลุ่มคนขายตรงที่กระโดดเข้ามาทำตลาดในกลุ่มนี้

วันนี้ต้องยอมรับว่า คนที่เข้ามาในระบบเครือข่าย สิ่งที่เขาต้องการนั่นคือ โอกาส เพราะคุณไม่มีความรู้ ไม่มีทุน ไม่มีสถานที่ นี่คือ สิ่งที่บริษัทพูดมาโดยตลอด ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเราทำผิด คิดเพียงแค่ว่าจะเอาคนที่มีทุนมาเล่นอย่างเดียว ตรงนี้ทำให้คนที่ขาดโอกาสก็ตาย ซึ่งในระบบเครือข่ายไม่ได้จำกัดว่า จะต้องมีทุนมากหรือน้อย แต่ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาอยู่ในระบบเครือข่ายนี้ได้

ดังนั้น การกำหนดยุทธศาสตร์ของ โอทู นับจากนี้ จะเน้นที่การหากลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับการจัดอบรม OPP เพื่อให้เขาสามารถเรียนรู้ที่จะทำธุรกิจกับบริษัทได้ รวมถึงนโยบายของบริษัทจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกเกิดความสับสนเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ต้องบอกว่า สมาชิกทุกคนเริ่มที่จะเข้าใจมากขึ้น และพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน และ โอทู เริ่มจะมีกลุ่มสมาชิกใหม่เข้ามาทำธุรกิจบ้างแล้ว

จุดสำคัญจะต้องโฟกัสให้ได้ว่า วันนี้เราทำธุรกิจอะไร ทำธุรกิจค้าปลีกหรือเครือข่าย ซึ่งเมื่อทุกคนทำเครือข่าย ผมต้องการที่จะสร้างโอกาสให้กับคนที่ขาดโอกาส ให้เขาสามารถเฉลี่ยทุนกันได้ หากทุกคนเข้าใจนิยามของคำว่า เครือข่ายให้แตกฉาน อย่าสับสน เพราะถ้าคุณสับสนทุกอย่างก็จะเดินไม่ตามระบบ ซึ่งถ้าทุกคนเดินตามนโยบายของบริษัทเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าทุกอย่างจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างไม่สะดุดและไม่มีปัญหาแน่นอน

นายภนเอก เสริมต่ออีกว่า หากสำรวจตลาดโดยรวมของธุรกิจเครือข่าย ณ เวลานี้ ส่วนใหญ่จะวัดกันที่คุณภาพสินค้าเป็นที่ตั้ง ไม่ได้วัดกันที่การโมติเวท โดยสินค้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของธุรกิจ แต่เรากลับพบว่ายังมีบางค่ายที่เน้นขายความรวย และไม่ได้เน้นในเรื่องของสินค้าเป็นตัวนำ แต่สำหรับ โอทู นับตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจไม่ได้ขายความรวย แต่จะเป็นการขายสินค้าที่มีคุณภาพเสียส่วนใหญ่

จะเห็นได้ว่า โอทู เติบโตขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีสินค้าเป็นใบเบิกทาง...ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีหลาย ๆ คน ตั้งคำถามว่า สินค้าเกษตรอย่าง โอทู ฟลาโวเจน เป็นอย่างไร.. ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า เทรนด์ในเรื่องของสินค้าเกษตร ก็คล้าย ๆ กับเทรนด์สินค้าเครื่องสำอาง ซึ่งหากยังอยู่กับสิ่งเดิม ๆ และสินค้าไม่มีความตื่นเต้น เชื่อว่าทุกอย่างก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และอาจเป็นเหตุผลให้แม่ทีมที่ไปเจอบริษัทใหม่ ได้เลือกตัวเลือกที่ดีกว่าก็อาจเป็นได้

เนื่องจากปัจจุบันเทรนด์สินค้าใหม่ ๆ เริ่มจะเข้ามาในตลาดเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ โอทู จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเทรนด์ ของสินค้า เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน เห็นได้จากสุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ที่นำออกมาสร้างความตื่นเต้นทั้งในวงการเครือข่ายและแวดวงสมาชิกของ โอทู ด้วยนั่นเอง

โอทู เราไม่ได้แข่งขันกับใครในเรื่องสินค้าการ เกษตร แต่เราจะแข่งกับตัวเองเสียมากกว่า ซึ่งด้วยนโยบายอย่างที่กล่าวมาแล้วจะทำอย่างไรให้คนที่อยู่กับเรานั้น มีความคึกคักตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองบริษัทฯ จึงต้องนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสร้างความตื่นเต้นนั่นเอง เพราะโดยวัฒนธรรมของคนเครือข่ายแล้ว เรื่องของความตื่นเต้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุทธ ศาสตร์ ที่ทำให้ตลาดเกิดแรงเหวี่ยงได้ด้วยเช่นกัน

มาถึงวันนี้ แบรนด์ โอทู อยู่ในท้องตลาดมากว่า 5 ปี ซึ่งทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ฉะนั้น เมื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ในนาม โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ก็ทำให้ผลตอบรับเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ในอดีตหลายคนยังคงติดแบรนด์เดิม นั่นคือ โอทู ฟลาโวเจน แต่เมื่อมาปรับปรุงคุณภาพขยับแบรนด์สู่ระดับสากล ก็ทำให้ยอดขาย โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค พุ่งกว่า 10,000 ขวด เรียกได้ว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ถึงแม้จะยังไม่มีการโปรโมทแบรนด์อย่างเป็นทางการสำหรับสินค้าตัวใหม่นี้

ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับสตรี F2 ในช่วงที่มีการเปิดตัวสินค้า F2 ครั้งแรกนั้น เรียกได้ว่าคู่แข่ง 3 - 4 บริษัทต่างใจหายใจคว่ำ เพราะคิดว่า F2 จะมายึดตลาดนี้หรือเปล่า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถทำยอดได้จากการโหนกระแส และกำลังเตรียมจะบุกตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง แต่ต้องรอจังหวะและโอกาสก่อน โดยคาดว่า F2 ภายใต้รูปแบบมิติใหม่ น่าที่จะออกมาเขย่าวงการในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ปีนี้ นับเป็นการเปลี่ยน แปลงครั้งสำคัญของ โอทู ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่เดินอยู่บนถนนเครือข่าย เรียกได้ว่า โอทู สร้างปรากฏการณ์ไม่ธรรมดาสำหรับวงการขายตรง และวงการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ออกไปเขย่าตลาดเคมีได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา จนสมาคมผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมี ต้องออกมาแถลงผ่านสื่อมวลชนว่า กลุ่มของตนไม่ใช่มาเฟีย แต่เป็นเพียงผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีเกษตรเท่านั้น ฉะนั้น สินค้าเกษตรอินทรีย์ก็ยังสามารถทำตลาดร่วมกันได้ ลองจับตา โอทู อีกครั้ง ภายหลังแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่และสร้างมิติใหม่ ทิศทางของ โอทู - F2 จะไต่ยอดขายเกิน 1,000 ล้านบาท...ได้หรือไม่...ต้องติดตาม


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โอทู OTWO สู่ปีที่ 9 เนรมิตสำนักงานใหญ่ ขยายโรงงานสู่เมืองกรุงมูลค่าร่วม 200 ล้าน.


ครบ 8 ปี เข้าสู่ปีที่ 9 บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บุคคลที่ร่วมพูดคุยกับเราในวันนี้ นั่นคือ บอสใหญ่ ฉัตรชัย ประเสริฐสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ที่จะถ่ายทอดยุทธศาสตร์ผ่านปลายปากกาเล่มนี้

ก่อนอื่นขอย้อนอดีตกลับไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่ หากเทียบกับปีนี้ที่มีน้ำท่วมเหมือนกัน ผมจำได้ว่า ช่วงนี้ของปีที่แล้ว จ.อยุธยา อ.บางปะหัน น้ำได้ท่วมหนักไปแล้ว ปัจจุบันไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ ถึงแม้จะท่วมก็มีบางพื้นที่ที่เป็นทางผ่านของน้ำ หรือพื้นที่ที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำ แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรกับโอทูเพราะน้ำที่ท่วมไม่ได้กินบริเวณกว้างอย่างเช่นที่ผ่าน ๆ มา

ดังนั้น ก้าวสู่ปีที่ 9โอทูก็ถือเป็นการบ้านที่ไม่หนักเหมือนปีที่ผ่านมา และก็ได้มีการเปลี่ยนกล่องสินค้าใหม่ ยังคงเน้นย้ำความเป็นออแกนิค เพราะได้เปิดตัวสินค้าใหม่โอทูซุปเปอร์พรีเมี่ยมออแกนิคโดย ดร.สยามรัฐ ป้านภูมิ นักวิจัยเป็นผู้ค้นคิดสูตรใหม่ขึ้นมา พร้อมเปิดตัวให้กับสมาชิกระดับผู้นำที่มาร่วมงานงานฉลองครบรอบและจัดสัมมนาประมาณ 250 คน เพื่อเอาสินค้าตัวนี้ออกไปกระจายภายใต้เครือข่ายตัวเอง

ก้าวสู่ปีที่ 9 เรามีตัวแทนศูนย์จำหน่าย 250 ศูนย์ สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เพราะเรามีกลยุทธ์ที่มีการปรับเปลี่ยน ทั้งในส่วนของการตลาดและสมาชิก คือจะมุ่งเน้นคนที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น เมื่อเขาประสบความสำเร็จมาก ยอดขายก็จะตามมามากเช่นกัน ฉะนั้น การดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายใหม่ จึงมุ่งสร้างให้คนประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม และจะไม่มุ่งเน้นที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว

ซึ่งขั้นตอนแรกของการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ นั่นคือ การแต่งตั้งผู้ร่วมบริหารขึ้นมา 11 คนด้วยกัน โดยให้พวกเขาก้าวขึ้นมามีบทบาท สืบเนื่องจากผู้นำเหล่านี้คลุกคลีอยู่กับเครือข่ายที่มีสายงานจำนวนมาก ก็ย่อมรับรู้ปัญหาเครือข่ายของตนเองเป็นอย่างดี ฉะนั้น จึงต้องใช้หน้าที่บุคลากรคุณภาพกลุ่มนี้ไปบริหารคน เพื่อต้องการความสำเร็จให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยกลุ่มผู้นำทั้ง 11 คน สามารถบริหารให้ครอบคลุมและดูแลไปทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี

อีกโจทย์หนึ่งที่มีการลงมติร่วมกันในที่ประชุม นั่นก็คือ ฝ่ายตลาดหรือฝ่ายบริหารร่วม ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจกับโอทูอยากให้เขามองว่า เรามีความพร้อม ณ ปัจจุบันอาคารสำนักงานใหญ่ยังมีขนาดเล็ก และที่สำคัญยังมีที่จอดรถไม่เพียงพอ จึงอยากจะเพิ่มความสะดวกสบาย ตรงนี้เราก็มีนโยบายการจัดการให้เร็วที่สุด

ซึ่งก็ต้องบอกว่ามีแปลนสร้างสำนักงานใหญ่เป็นที่เรียบร้อย ส่วนโรงงานผลิตก็ยังตั้งอยู่ที่เชียงราย ก็ได้หารือกับ ดร.สยามรัฐ ว่าเราจะย้ายฐานการผลิตมาที่กรุงเทพมหานครด้วยได้หรือไม่ เพราะเรามีพื้นที่ 3 ไร่ สามารถสร้างโรงงานการผลิต และสำนักงานในที่เดียวกันที่กรุงเทพมหานครแห่งนี้ โดยวางงบประมาณก่อสร้างในขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 150 - 200 ล้านบาท

เมื่อแผนการตลาดถูกพลิกมิติใหม่ สินค้าก็ถูกพลิกมิติใหม่ตามที่กล่าวมาข้างต้น เพราะผลิตภัณฑ์โอทูซุปเปอร์พรีเมี่ยมออแกนิคที่ถูกคิดค้นขึ้นมา วิวัฒนาการของตัวสินค้าก็จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ก็จะคิดค้นและพัฒนาไปเรื่อย ๆ รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ดร.สยามรัฐ ในฐานะนักวิจัยก็จะใช้เวลาว่างในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อจะดึงสมาชิกให้เข้ามาทำโอทูได้หลากหลายมากขึ้น

และที่สำคัญสินค้าบางตัวจะมีการปรับลงมาเป็นไซด์มินิ จากไซด์ที่มีขนาดใหญ่ เหตุผลก็เพราะว่า เกษตรกรบางรายมีที่ดินแปลงเล็ก - ใหญ่ ไม่เท่ากัน การปรับไซด์ตรงนี้จึงเหมาะสำหรับคนมีที่แปลงเล็กขวดเดียวใช้ได้ประมาณ 25 ไร่/ครั้ง ส่วนขวดใหญ่ก็ใช้ได้ประมาณ 50ไร่/ครั้ง หากมีที่ดินแปลงเล็ก ก็เท่ากับเป็นการสนองความต้องการของเกษตรกร บางคนจากที่เคยซื้อขวดใหญ่เหลือใช้ไม่หมด ฉะนั้น เราจึงมีขวดเล็กเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เรียกว่าเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของโอทูแต่ตรงนี้ก็มีการปรับใช้มานานแล้ว ผลตอบรับก็ดีเกินคาด เพราะเกษตรกรสามารถเซฟต้นทุนได้ดี

ส่วนศูนย์บริการโอทูก็ยังเปิดรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามีคนสนใจก็สามารถติดต่อแม่ทีมหรือทางศูนย์จะขึ้นเบอร์โทรผ่านทางสถานี IN TV และ TVD ถ้าใครสนใจก็ติดต่อมาได้เลยทันที ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ทางโอทูให้ความสำคัญ นั่นคือ ระบบการฝึกอบรม ที่มีการปรับระบบใหม่ให้เข้มข้น เพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์ใหม่

ด้วยการวางระบบอบรม OPP และระบบ OPF ถ้าเป็นระบบ OPP ก็จะมุ่งเน้นการขาย ส่วนระบบการอบรมแบบ OPF จะมุ่งเน้นด้านการขยายงานเครือข่าย เพื่อเติมเต็มให้คนมีความรู้ เติมประสิทธิภาพลงไปมากขึ้น มุ่งเน้นคุณภาพ เน้นการขยายเครือข่ายที่สามารถสร้างงานสร้างคนให้เก่งได้ บริษัทก็มีระบบที่รองรับแบบพร้อม 100% ซึ่งจำเป็นต้องเน้นให้สมาชิกทำงานเป็นทีม ทำงานอย่างมีคุณภาพ เพราะสินค้าโอทูเป็นสินค้าที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะว่าพืชแต่ละชนิด ดินแต่ละแห่ง เราจะต้องไปสำรวจก่อนว่า พอใช้สินค้าเราแล้วได้ผลแค่ไหน พืชชนิดไหนต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะได้ผลดี ถ้าไปแนะนำแบบผิด ๆ ถูก ๆ หากพืชมีปัญหา ก็จะทำให้เกิดผลลบต่อบริษัทคืนกลับมา นั่นหมายความว่า การอบรมต้องเกิดประโยชน์ สมาชิกต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน และเป็นไปตามโฆษณาที่เราพูด คือใช้สินค้าแล้วต้องชัดเจน ช่วยปัญหาชาวไร่ - ชาวนาได้จริง

ซึ่งถ้าแผนงานที่วางไว้ประสบความสำเร็จ โดยใช้ยุทธศาสตร์การขาย + ขยาย เน้นการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพกับคน แต่จะไม่มุ่งเน้นขายของอย่างเดียว เพราะเราต้องรับผิดชอบสินค้าของเราพอสมควร ฉะนั้น การเซ็ท ระบบ OPF ก็เหมือนกับเราสามารถบริหารคน บริหารสายงานของคุณได้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ายุทธศาสตร์เก่งคน-เก่งงาน

สำหรับเป้าหมายที่เคยวางไว้ ก็จะไม่กว้างเหมือนในอดีต นั่นหมายความว่า เราได้ตั้งเป้าหมายของเราแคบลง เหตุผลก็เนื่องจากโอทูผู้ที่สำเร็จระดับสูงสุดในตำแหน่ง CDM 1 - 3 ณ ปัจจุบันมีอยู่กว่า 3,000 คน เราก็เอาคนเหล่านี้มาปรุงให้เก่งให้เกิดคุณภาพ ให้คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม และจะไม่เอายอดขายนำอีกต่อไป แต่เราจะเอาความสำเร็จของสมาชิก ของคนในองค์กรนำ สุดท้ายยอดขายก็จะโตตามเองในที่สุด

ส่วนแผนในการจัดงานเกียรติยศที่จะจัดขึ้นในต้นปีหน้านี้ ก็จะย่อส่วนลงเช่นเดียวกัน โดยจะให้ความสำคัญกับผู้นำที่ก้าวขึ้นตำแหน่ง CDM 1 - 3 เพื่อเป็นการจัดงานเชิดชูเกียรติให้กับนักขายเกียรติยศโดยตรง เป้าหมายของเราจึงแคบลง เพราะเราให้เกียรติผู้นำโอทูที่ประสบความสำเร็จ และปีหน้าจะเห็นโฉมโอทูภายใต้มิติใหม่อย่างแน่นอน บอสใหญ่ฉัตรชัยกล่าวทิ้งท้าย

บอร์ดบริหารที่สำคัญอีกคนหนึ่ง ที่เป็นเครื่องจักรกลคนสำคัญที่ขับเคลื่อนโอทูไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ นั่นคือ บอร์ดบริหารภนเอกสะอาดวงศ์รองประธานกรรมการบริหาร ที่จะมาปูพรมยุทธศาสตร์สู่ปีที่ 9โอทูน่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกมาก ลองมาศึกษายุทธศาสตร์คร่าว ๆ ดังนี้คือ
ยุทธศาสตร์สำคัญของโอทูในระบบขายตรง ถูกแบ่งออกเป็น 3 เซ็ทด้วยกัน คือ บริษัท สินค้า และแผนการตลาด บริษัทก็ได้เซ็ทระบบลงตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม ส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่เพิ่มให้กับสมาชิก ตรงนี้ต้องบอกว่าลงตัวแล้ว ซึ่งจริง ๆ เราจะมีการประกาศยุทธศาสตร์อีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2556 เพราะเราวางระบบและยุทธศาสตร์ของเราได้เข้าที่และแน่นปึกเป็นที่สุด

ถึงแม้จะมีติดขัดบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนระบบใหม่ในปี 2556 ก็เท่ากับว่ายุทธศาสตร์ที่มีการปรับในวันนี้ก็จะรันเต็มตัวในปีหน้า ซึ่งทุกอย่างจะลงตัวหมด เพราะ 8 ปีที่ผ่านมา เราก็มีการเรียนรู้ทุก ๆ อย่าง ตอนนี้เราพร้อมแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สร้างความพร้อมให้เกิด นั่นก็คือ ตัวสินค้า เพราะระบบจะเดินไปได้สินค้าก็ต้องดีเลิศและเป็นที่ต้องการในท้องตลาดและเกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้สินค้าที่เราทำตลาดมา 4 - 5 ปี ทุกอย่างดีมาก ๆ เราจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีนักวิจัยที่สามารถค้นคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่มีการถอยหลัง มีแต่พัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ดังนั้น ส่วนตัวบริษัทกับสินค้าก็ต้องเดินคู่กันไป ส่วนเรื่องระบบก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างที่ท่านประธานฯ บอก ทำอย่างไรให้สมาชิก 100 คน สามารถขยายเครือข่ายได้ 1,000 คน นี่คือโจทย์ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 - 8 ปีที่ผ่านมา เราปูพื้นไว้หมดแล้ว สินค้าเราก็เป็นที่รู้จักกับคนทั่วไป ซึ่งก็ไม่ยากที่จะดึงสมาชิกใหม่เข้ามา เมื่อแบรนด์ถูกสร้างให้ติดตลาดมานานแล้ว ฉะนั้น โจทย์ต่อไปจะสร้างให้ผู้นำจากที่ประสบความสำเร็จ 100 - 200 คน ทำอย่างไรในปี 2556 ขยายไป 1,000 คน สำหรับผู้นำเงินล้าน ซึ่งเราก็จะเริ่มจัดการที่ 100 คนแรกก่อน เพื่อที่จะขยายให้สำเร็จสู่หลัก 1,000 คน ตรงนี้ก็จะเพิ่มยุทธศาสตร์เข้าไปช่วยให้สำเร็จตามเป้าหมาย

สำคัญที่สุด วันนี้ในภาคปฏิบัติผมยังคงทำหน้าที่ลงภาคสนามลงไปคลุกกับรากหญ้า ไปคลุกกับผู้นำท้องถิ่น เพราะผมเป็นคนชอบเรื่องเกษตร ชอบลงพื้นที่ อยากเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยมือ เพราะฟังจากเขาพูดก็เดาไม่ออกว่า มันดีจริงมั้ย เมื่อทดลองใช้กับพืชชนิดนี้ ได้ผลดีรึเปล่า ต้องมีการทดสอบด้วย ถือว่าเป็นการเยี่ยมเยียน ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน ก็จะมีวิธีการใช้แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง อ้อย เมืองกาญจน์ กับอ้อย อุดรธานี มันต่างกัน เพราะพืชมันทนแล้งผิดกัน ข้าว พืช ผลไม้ต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกัน ยุทธศาสตร์จึงถูกปรับเปลี่ยนด้วยการลงพื้นที่เอง เพื่อแก้ปัญหาทุกอย่างอย่างถูกต้อง

ทุกวันนี้โอทูจึงไม่มีปัญหาเรื่องสินค้า เพราะเราไม่ใช้ระบบสั่งการ เราบริหารเป็นระบบจากข้างล่างขึ้นบน การทำอย่างนี้ทำให้เรารู้ปัญหา รู้ผู้นำทุกคนว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่บางบริษัทอาจเน้นระบบสั่งการอย่างเดียว ก็ทำให้ไม่ค่อยรับทราบปัญหาที่แท้จริงเท่าที่ควร

เมื่อทุกยุทธศาสตร์ถูกกากบาทถูก ถามว่าแล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ตอบได้เลยว่า เมื่อเราวางระบบสำเร็จอย่างน้อย ๆ ยอดต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และคงเติบโตคงไม่หนีห่างจากปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ หรืออาจจะตกลงสักเล็กน้อย และต่อจากนี้ไปคงทวีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนความเคลื่อนไหวทางด้านศูนย์จำหน่าย ปกติผู้นำจะมีศูนย์จำหน่ายเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้จะปรับใหม่ไม่ทำแบบเดิม เพราะเราต้องการขยายศูนย์ไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ ใน 77 จังหวัด จากนี้ต่อไปแต่ละศูนย์ที่เปิดขึ้นจะเป็นเครือของโอทูและจะต้องเปิดเป็นศูนย์ของบริษัท แผนงานนี้จะรันหลังจากมีการสร้างสำนักงาน โรงงาน เสร็จ ก็จะขยับภาพลักษณ์ศูนย์เป็นแผนต่อมา และจะปรับให้เป็นศูนย์อินเตอร์ด้วย เพื่อจะได้ป้อนคนเข้าระบบ ถามว่าถ้าเรามีศูนย์ทั่วประเทศและทำได้เหมือนบริษัท ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ยอดขายไม่โต ถามว่าแล้วทำไมถึงกล้าลงทุนขนาดนั้น ก็เพราะตัวสินค้าเราขายได้ เกิดการซื้อซ้ำ แต่ถ้าเล่นสินค้าตามกระแส พอกระแสหดสักแป๊บนึงก็ถึงจุดอิ่มตัว

ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ก็จะมีการเติมไลน์ลงไปตลอดเวลา ส่งผลให้ยอดผู้นำที่สำเร็จเพิ่มขึ้นตามมา เพราะเรามีสินค้าหลักที่ไม่ใช่สินค้ากระแสนำร่อง ฉะนั้น 8 ปีจึงมีความหมายกับเราทุกคน เพราะมันพัฒนาจาก 1 เหมือนกันหมดทุกคน นี่คือความมั่นคงของเรา ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน สินค้า ศูนย์ฝึกอบรม นั่นคือ การเติมเต็มชีวิตของผู้นำและสมาชิกให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หากถามว่า ณ นาทีนี้ การเติบโตของโอทูกระจายไปทั่วประเทศหรือยัง ต้องบอกว่า ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบางพื้นที่อย่างภาคใต้ยังไม่ได้เปิดฐาน ยังคงกระจุกอยู่ที่เดียว ทั้ง ๆ ที่ภาคใต้มีพืชเศรษฐกิจเยอะ ก็จะต้องเปิดพื้นที่บุกกันต่อไป เพราะ 8 ปี ที่ดำเนินการมา เรายังเดินไปไม่ทั่วประเทศ แม้ว่ายอดขายจะแตะเกิน 1,000 ล้านบาทแล้วก็ตาม ก็ยังคงมีพื้นที่ที่ยังไม่เข้าไปเจาะอีกมากมายหลายแห่ง ภายใต้สินค้าหลัก 2 ตัว นั่นคือ สินค้าเกษตร และสินค้าคนเมืองอย่าง F2 ก็ยังไม่มีแผนเพิ่มไลน์สินค้าตัวอื่นแต่อย่างใด

นักวิจัยและค้นคว้าคนสำคัญที่นำพาโอทูก้าวสู่บันไดแห่งความสำเร็จ นั่นคือ ดร.สยามรัฐ ป้านภูมิ ที่ปรึกษาและนักวิจัย บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำถามมากมายเหลือเกินว่า ยังเป็นผู้ผลิต คิดค้น และวิจัย ให้กับโอทูอีกหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ผมเป็นนักวิจัยอยู่ที่โอทูมา 5 ปี ขอให้สมาชิกเชื่อมั่นได้เลยว่า ผมยังอยู่ที่นี่ สาเหตุที่ไม่ได้ปรากฏตัวบ่อย ก็เพราะว่าติดภารกิจอยู่ที่โรงงาน จ.เชียงราย

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผมผลิตสินค้าเกษตรให้กับโอทูมีทั้งหมดอยู่ 6 ตัวจนถึงปัจจุบัน เป็นของพืช 5 ตัว สัตว์อีก 1 ตัว สำหรับพืช 5 ตัวเป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีการโปรโมทบ่อยมาก ส่วนสินค้าสำหรับสัตว์ 1 ตัว ไม่ค่อยได้เผยแพร่ซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าสินค้าพืชมี 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ฟลาโวเจน, ฟลาโวก้า, ฟลาโวนิน, พรีเมี่ยม และล่าสุด โอทู ซุปเปอร์ พรีเมี่ยม เป็นตัวออแกนิค 100% เพื่อให้เกษตรกรสะดวกในการใช้ คนใช้ไม่ต้องผสมทีละตัว คนขายแนะนำคนซื้อได้ง่าย ๆ จึงเป็นการรวมสูตรจาก 4 ขวดไว้ในขวดเดียว ซึ่งถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมสินค้าทางการเกษตรตัวใหม่ที่น่าจับตามองทีเดียว โดยในช่วงแรกจะออกเป็นตัว 500 cc และอีกซักปีเราก็จะมีขวดเล็กลอนซ์ตามมา

โอทูเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหมายความว่าไม่ใช่สารที่เป็นพิษคือเป็นสารธรรมชาติ100%คนที่ใช้มั่นใจคนที่กินมั่นใจโดยไม่ต้องห่วงว่าจะมีสารเคมีอยู่ในแปลงพืชที่เรากินใช้รวมถึงยังเป็นผลดีต่อธรรมชาติถามว่าการนำเอาสูตรทั้ง4ตัวมารวมกันในขาดเดียวจะมีปฏิกิริยาต่อกันหรือไม่คำตอบคือไม่เพราะว่าสารทั้งหมดเป็นสารธรรมชาติเมื่อเอามารวมกันจะไม่เกิดปฏิกิริยาใดต่อกัน

สังเกตได้จากการนำเอาสมุนไพรหลายชนิดมารวมกันนับ 100 ชนิด สมุนไพรแต่ละชนิดก็ยังออกฤทธิ์อยู่เหมือนเดิม ซึ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติรวมกัน ก็ยังเกิดประสิทธิภาพ แต่ถ้าเป็นเคมีเอามารวมกันเมื่อไหร่ ก็จะเกิดการตกตะกอนชนกัน ก็เท่ากับว่าหมดฤทธิ์ไปเลย แต่ถ้าเป็นสินค้าของเราตัวนี้ เมื่อมีการนำมารวมกัน ก็จะเกิดประสิทธิภาพเป็นดับเบิ้ลมีคุณภาพมากกว่าเดิม 4 เท่าตัว โดยสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ถ้ายิ่งมีการพัฒนาต่อเนื่อง ถามว่าจะเกิดการเพี้ยนหรือไม่ ซึ่งถ้าเราควบคุมดีมีหลักในการวิจัย ก็จะได้มาตรฐานตลอด แต่ถ้าเราไม่มีขั้นตอนการควบคุมที่ดี สินค้าก็อาจจะด้อยประสิทธิภาพลงได้ หรืออาจเพี้ยนลงได้เช่นกัน

สำหรับสินค้าตัวใหม่นี้ตอบโจทย์เกษตรกรได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งพืชให้โตเร็วกว่าปกติ 2 - 3 เท่า สามารถป้องกันแมลงได้ ปรับปรุงดิน ป้องกันดินได้ด้วย หรือพืชที่หล่นลงไปในดิน ดินก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย สรุปว่า ฟลาโวกาปรับปรุงดิน, ฟลาโวนิน ป้องกันแมลง, ฟลาโวเจน หรือ พรีเมี่ยมช่วยเร่งเซลล์ เป็นต้น เพราะงานวิจัยตัวแรกที่คิดค้นขึ้นมา ก็ถือว่ายากสุด แต่สำหรับการพัฒนาสูตรใหม่ในตัวต่อ ๆ ไปก็ถือเป็นเรื่องง่ายครับ

สำหรับผลงานการวิจัย ผมจะไม่หยุดอยู่กับที่ และต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดเสมอว่า จะต้องมีสินค้าที่ดีกว่านี้อีก อย่างเช่น สินค้าตัวเดียวใช้ได้แทบทุกอย่าง แม้กระทั่งปุ๋ย ใบ ดอก ผล ราก ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี หรือว่าเราอาจจะใช้ปุ๋ยมาสกัดอย่างละเอียด แล้วเอามาผสมกับผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์สินค้าให้สมบูรณ์แบบขึ้นมา คือเป็นเคมีที่ปลอดภัยไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม คิดว่านวัตกรรมชิ้นนี้คงออกมาในปี 2557 ก็ทำให้หลากหลายมากขึ้น ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้ บางคนอาจจะใช้เป็นผง เพื่อความสะดวกในการขนส่ง เราสามารถเปลี่ยนของเหลวให้เป็นผงได้ หรือเป็นสเปรย์ก็ได้เหมือนกัน ที่สำคัญยังส่งออกไปทั่วโลกได้อีกด้วย

ดร.สยามรัฐ กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือ AEC ในปี 2558 ต้องบอกว่า นักวิจัยเกษตรกรไทยเรียกว่า เป็นจ้าวตลาดเกษตรของไทยมาอันดับ 1 ซึ่งสามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนได้ และที่สำคัญโอทูก็เป็นจ้าวตลาดอันดับ 1 ในเรื่องเกษตรอินทรีย์ ขณะนี้ความพร้อมของคนไทย เราก้าวหน้าไปจากประเทศเพื่อนบ้าน 10 ปี จึงไม่ต้องกลัวเรื่องการแข่งขัน ถือเป็นเรื่องดี ถือเป็นโอกาสที่เราจะเอาสินค้าของเราออกไปจำหน่าย ส่วนอุปสรรคในเรื่องภาษา ภาคเกษตรบางทีอาจไม่มีความจำเป็น ดังนั้น หากตลาดอาเซียนเปิดเมื่อไหร่ โรงงานผลิตก็สามารถรับกำลังผลิตได้เดือนละ 100,000 ขวด วัตถุดิบก็พร้อม ทุกอย่างพร้อมรบหมดครับ...ไม่มีปัญหา..!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2555ฉบับ331

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวโอทู อินเตอร์เนชั่นแนล (OTWO International) : จับทิศตลาดสุขภาพความงามรุ่ง ปั้นแบรนด์ F2 จับตลาดคนรุ่นใหม่


โอทู พักสินค้าเกษตรช่วงฤดูแล้ง หันเอาดีสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ต่อยอดธุรกิจ โหมโรงแบรนด์ F2 นำร่อง หวังสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดจับกลุ่ม คนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพและความงาม เผยผลตอบรับดี ปลายปีเล็งจัดโอทู ก้าวสู่ปีที่ 9 อย่างยิ่งใหญ่

ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ผู้อำนวย- การและกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนการตลาดของ บริษัทในช่วงที่ผ่านมา คือการรุก ทำการตลาดสินค้าในกลุ่มเพื่อสุขภาพ และความงามสำหรับผู้หญิง เพื่อเป็น การสร้างแบรนด์ F2ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งบริษัทมองว่าตลาดเพื่อสุขภาพและ ความงามของผู้หญิงนั้นมีการแข่งขันกันสูงและมี ตัวแปรขับเคลื่อนกลไกการตลาดหลายปัจจัย หากจะ เข้ามารุกตลาดอย่างจริงจัง จำเป็นต้องมีการควบคุม ต้นทุนการผลิตและคุณภาพสินค้าที่ดีจึงจะสามารถ ครองตลาดได้

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงฤดูแล้งที่ เกษตรกรยังคงทำการเกษตรน้อย บริษัทจึงได้มองหา ผลิตภัณฑ์เพื่อเข้ามาช่วยส่งเสริมตลาด ด้วยการเน้น ทำตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ F2 ที่สามารถ ทำการตลาดได้เป็นอย่างดี แต่ยังคงมีสัดส่วนยอดขาย ไม่สูง เท่ากับสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบันสินค้าแบรนด์ F2 มีสัดส่วนยอดขาย 3-5%

ขณะที่ตลาดสินค้าเกษตรของบริษัทยังคงมี อัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทยังคงเน้นไปที่ สินค้าเพื่อการเกษตรมากกว่า ซึ่งหลังจากเดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ก็จะผ่านฤดูเก็บเกี่ยวไปแล้ว บริษัทจะมี แคมเปญออกมากระตุ้นยอดขายให้ตลาดคึกคัก มากขึ้น โดยบริษัทมีแผนการสร้างผู้ประสบความ สำเร็จอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะได้ขึ้นเวทีเกียรติยศ ในงานใหญ่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่ เมืองทองธานี โดยจะจัดงานฉลองสู่ปีที่ 9 ของโอทู

ปัจจุบันเรามีสมาชิกเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเป็นการแสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ดีเพราะหลุ่มยังเจนเนอเรชั่นได้เห็นกลุ่มคนรุ่นพ่อแม่ทำแล้วประสบ- ความสำเร็จ จึงมีความเชื่อมั่นในตัวสินค้า ส่งผล ให้กลุ่มดังกล่าวสนใจเข้าร่วมธุรกิจเป็นจำนวนมาก ขวัญชัย กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โอทู OTWO : ...พลิกตำราใหม่แห่งวงการขาย ใช้ก่อน..ผ่อนทีหลัง!!


โอทู...พลิกตำราใหม่แห่งวงการขาย ใช้ก่อน..ผ่อนทีหลัง!!


แผนเข้าถึงตลาดเกษตรกรแนวใหม่ ดึงความเป็นตัวตนของเกษตรกรผสมผสานความเป็นนักธุรกิจ ให้สอดคล้อง และ เป็นเรื่องง่ายและสร้างรายได้เพิ่ม


เครือข่ายขายตรง โอทู กับ เกษตรกร เป็นอย่างไร


บริษัทเปิดมา 8 แล้ว เจตนารมณ์แรกของบริษัท ไม่ใช่แค่ให้ความสำเร็จ แต่สร้างความมั่นคงมีรายได้ให้เกิดตลอดไปตลอดเวลา 6 เดือนสามารถผ่านเป้าที่ตั้งไว้ช่วงเกิดวิกฤตน้ำท่วมมีผลกับเกษตรกรอย่างมาก จนเป็นเรื่องกังวลกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ยังมีบางส่วนที่น้ำไม่ท่วมนึงได้มีการดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ


การขายตรง ช่วยคุณได้จริงๆ แต่ต้องเปิดใจมาคุยกันว่าขายตรงที่ดีควรทำอย่างไร ให้เจริญรุ่งเรืองได้ ไม่อยากให้มองมุมลบ ให้มองมุมบวก ลองเปิดใจ เพราะถ้าเราเป็นแค่เพียงคนซื้อ เราไม่มีทางรวย ต้องเป็นคนขาย แต่วันนี้เรายังไม่มีทุน เราต้องเดินเข้าสู่จุดนี้ การขายตรงคือธุรกิจที่ลงทุนน้อยที่สุด


ตลาดในแวดวงเกษตรมีหลายส่วนที่เป็นลูกค้าของเราอยู่ เราเป็นเพียงส่วนหนึ่ง โอกาสของคนที่จะเข้ามาทำด้านเกษตรยังมีอีกมากมาย ธุรกิจทุกที่ต้องเพิ่มผลผลิตทั้งหมด ตอนนี้ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นระบบเกษตรอุตสาหกรรมไม่ได้ทำเพื่อบริโภคภายในประเทศเท่านั้น เราเจาะหาความต้องการของต่างประเทศ ดูแนวโน้มของตลาดว่าต่างชาติต้องการอะไร ตลาดของประเทศเพื่อนบ้านมีการขยัลตัวมากขึ้น เราจะใช้การพัฒนาแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว เพราะอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพสืบทอดกันมา ต้องมีการดูปรับปรุงและให้ความรู้ในเรื่องดิน น้ำ สภาพแวดล้อม บริษัทโอทูมีระบบการดูแลและพัฒนาธุรกิจให้กับลูกค้าด้วยคิดในมุมที่ว่า


ปัญหาของเขา คือปัญหาของเราไม่ใช่ว่าเราจะขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าด้วย เพราะถ้าลูกค้าแก้ปัญหาไม่ได้เราก็ขายของไม่ได้ และยังมีแนวคิดจะหาตลาดให้อีกด้วย


สินค้าทุกอย่างของบริษัทโอทูเป็นออแกนิคทั้งหมด ไม่มีสารพิษ ในปีหน้าประเทศเพื่อนบ้านมีกฏหมาย ห้ามนำสารเคมีเข้า มีการรณรงค์ในหลายประเทศ แต่ประเทศเรายังถือว่าช้าอยู่ในเรื่องนี้


การวางเป้าหมายดำเนินธุรกิจของโอทู
ครึ่งปีที่ผ่านมาวางไว้เติบโตอย่งดีด้านเกษตรเพิ่มขึ้นที่ 20% อยู่แล้วมีสินค้าตัวใหม่ของโอทูวางจำหน่ายแต่ไม่เอายอดขาย แต่ใช้กลยุทธเพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาดก่อน ยังคงเน้นที่ด้านสินค้าเกษตรวางยอดไว้แตะที่ 1 พันล้านบาท เราเน้นการเข้าถึงให้มากขึ้น ปรับวิธีคิด วิธีทำงาน แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ขาย ได้แนวคิดมากจากการค้าปลีก ค้าส่ง เป็นการคิดการลาดแบบนอกกรอบใน 1 ปีมีผู้สำเร็จหลายพันคน เป็นคนที่มีรายได้กับธุรกิจของเรา คนที่ทำการขายตรงไม่ใช่เพราะเกษตรกรอย่างเดียว มีสังคมของคนในเมืองอีกด้วย ทำให้สินค้าตอบสนองโจทย์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี


มี สินค้า และวิธีการสนับสนุนการนำเสนอขายอย่างไร
บริษัทโอทูมีสินค้า 3 ประเภท สินค้าเพื่อการเกษตร สุขภาพ ปศุสัตว์ สินค้าเกษตรเป็นอันดับหนึ่งตามมาด้วยสินค้า F-2 ที่เป็นสินค้าล่าสุดของเรา มีการโฆษณาช่องฟรีทีวีอยู่ตลอด
การโฆษณาของเราไม่ใช่เพื่อขายของ แต่เพื่อต้องการให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนักขายของเราได้ขายของง่ายขึ้น


ลักษณะการขายของของเราไม่ใช่ให้คนไปเดินขายอีกแล้ว แต่เรามีการเชื่อมกับร้านขายที่เปิดทั่วประเทศ เราเอาสินค้าของเราไปให้ร้านขายแทน กลายเป็นว่านักขายของเราเป็นคนค้าส่ง ร้านค้าจะเป็นค้าปลีก แต่เรามีการแบ่งโซนแบ่งเขตเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ทับเส้นทางกัน สินค้ามีการรับรองอย่างถูกกฏหมายมีหนังสือรับรองด้วย


ปลายปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วม มีผลกระทบอะไรต่อ ธุรกิจโอทู


ด้านยอดขายไม่มีผลกระทบเลยปัญหาสินค้าขาดตลาดถ้าเป็นสินค้าเกษตรเรื่องโรงงานไม่มีปัญหาเลย เพราะที่ตั้งโรงงานอยู่ทางภาคเหนือ ที่สำคัญใกล้วัตถุดิบ


ผู้นำสูงสุดของ โอทู ทำรายได้เท่าไหร่ ในปัจจุบัน


หลักล้านบาทแวครับ ในวันนี้การทำระบบขายตรงการที่ได้เงิน 1 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพียงเป็นิสค้าที่ใช้แล้วหมดไป มีการขายจริงเกิดขึ้นจริง มีคนที่สนใจเป็นหมื่นๆคน เงินรายได้เป็นหลักล้านบาทจึงสามารถทำได้แน่นอน คนสนใจเป็นหมื่นคนนักขายหลายพันคนทำมีตติ้งทุกวัน หาลูกค้าทุกวัน ก็ตรงตามแผนการตลาดของเราที่ได้ทำไว้ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ


ขายตรงเกษตรกร ที่เกิดขึ้นกับ ตัวเกษตรกร มีศักยภาพเป็นอย่างไร


ทักษะของเกษตรกรเริ่มต้นเกิดจากการเป็นผู้ใช้มาก่อน แล้วข้างบ้านคือลูกค้าของเขา แต่สังคมในปัจจุบันคือ ลูกค้าของเรา แต่สังคมในปัจจุบันคือ ของดีแล้วไม่บอกต่อ นี่คือเรื่องจริงแล้วเราเปลี่ยนใหม่ให้กลับกันเป็น สินค้าดีแล้วบอกต่อ
หากจะกล่าวถึงทักษะการเรียนรู้ของเกษตรกรโดยธรรมาติพวกเขามีอยู่แล้ว ส่วนเทคนิคการชวนคน ทางเรามีหลักสูตรการสิน มีขึ้นตอนให้นำไปปฏิบัติการอยู่ครบถ้วน แต่ในกลุ่มธุรกิจเรายังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่มีจำนวนเยอะมากคือ คนที่ไม่เคยทำเกษตรกรมาก่อน แต่สนใจ และคนส่วนใหญ่ของบริษัทโอทูที่ประสบความสำเร็จด้านเกษตรไม่ใช่เกษตรกร เป็นคนที่อยากมีรายได้สูงเป็นสำคัญ


ดังนั้นเราจึงมีการกระบวนการ พาทำ ฝึกไปด้วยกัน ทำไปด้วย มีคนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พาทำครั้งหรือสองครั้งก็เริ่มเดินเองได้แล้ว แก้ปัญหาการเกิดคำว่า คุยกับเกษตรกรไม่รู้เรื่อง เริ่มแรกอาจจะยังไม่ชิน แต่พอสักระยะก็ดีขึ้น มีการรู้จริงจากเกษตรกร เมื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร แล้วหาทางแก้ เป็นการตอบโจทย์ของทุกฝ่ายได้จนบรรลุผลมาถึงปัจจุบัน


เครื่องมือสนับสนุนทางการตลาด
หลักใหญ่ของขายตรง ต้องเป็น สิ่นที่เราให้คือสิ่นที่เอาไปทำงานได้จริง ยกตัวอย่างโครงการ F-2 เป็นการ พลิกตำราใหม่ เราเอาผู้นำทั้งบริษัทมาคุยกันทุกคนเห็นดีด้วยกับโครงการนี้ เอาคนลงไปตามร้านค้า แล้วสำรวจว่าร้านไหนต้องการสินค้า ต้องการซื้อใช้ ต้องการขาย มีสื่อทีวีเป็นตัวประกอบ ทำให้เกิดการยอมรับ เพราะทุกอย่างถูกกฏหมายทั้งหมดมี อย.(ใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ไม่ว่าจะเป็น แผ่นใบปลิว แผ่นพับ มีให้ทั้งหมด


โดยที่เราอำนวยความสะดวกด้านการเงินให้ด้วย เครื่องรูดการ์ด เป็นการเอาของไป ขายโดยไม่ต้องจ่ายเงิน มีการผ่อนกับทางธนาคาร ใช้ก่อน ผ่อนทีหลัง ยังไม่ต้องจ่ายเงิน ทำให้ผู้ขายรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น นับเป็นเครื่องมอของโอทูรูปแบบใหม่ที่ทรงพลัง และทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ


ข้อคิดทิ้งท้าย
ถ้าคนเราดำเนินชีวิตปกติแล้วไม่สามารถหาเงินดำรงชีวิตได้เพียงพอ งานขายตรง ช่วยคุณได้จริงๆ แต่ต้องเปิดใจมาคุยกันว่าขายตรงที่ดีควรทำอย่างไร ให้เจริญรุ่งเรืองได้ วันนี้มีคนรวยเพราะธุรกิจขายตรงเยอะมาก ไม่อยากให้มองมุมลบอยากให้มองมุมบวก เป็นที่ยอมรับของคนค่อนข้างมากแล้ว มีกฏหมายรองรับ บริษัทก็ทำถูกวิธี มีสินค้าที่ดี เมื่อทุกคนเกิดวิกฤตขึ้นมา เราต้องหาทางออกอยากให้ลองเปิดใจมาสู่เส้นทางของนักขายดู เพราะถ้าเราเป็นแค่เพียงคนซื้อ เราไม่มีทางรวย ต้องเป็นคนขาย ทุกองค์กรขายทั้งหมด แม้แต่องค์กรยักษ์ใหญ่ก็ต้องขาย แต่วันนี้เรายังไม่มีทุน เราต้องเดินเข้าสู่จุดนี้


การขายตรงคือธุรกิจที่ลงทุน น้อยที่สุดแล้วครับ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555