นายปรีชา ประกอบกิจ ประธานกรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย และ นางทัดดาว ปัญจโสภกุล รองประธานกรรมการ จัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคม ด้วยการเปิดรับสมัครผู้ใจบุญร่วมอ่านหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา ที่บู๊ธมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยในงาน กรุงเทพมหานครเมืองหนังสือโลก โดยตั้งเป้าให้ผู้พิการด้านการมองเห็นและเยาวชนไทยสามารถเข้าถึงแหล่ง การเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย
วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556
ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยจัดกิจกรรมทำความดี ชวนอาสาสมัครร่วมอ่านหนังสือเสียงเพื่อน้อง
วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556
ข่าวแอมเวย์(Amway) : อาร์ทิสทรีทุ่มพีอาร์ฝันยอดขาย3พันล.
นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องมีการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดแบบบูรณาการ รวมไปถึงนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มานำเสนอ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ อาร์ทิสทรี กลุ่มที่มียอดขายสูงสุดคือ สกินแคร์ โดยมีส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง 20% จากมูลค่าตลาดรวม ที่ 28% ผลิตภัณฑ์สำหรับลดริ้วรอย สัดส่วนกว่า 40% จากมูลค่าตลาดรวม ที่ 37% และสัดส่วนที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเบสิก
"ปี 55 ที่ผ่านมา อาร์ทิสทรี ยังคงครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางพรีเมียมแบรนด์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 20% เรามองเห็นโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะการเติบโตของเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส โดยปี 55 นั้น กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสของอาร์ทิสทรี มีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท และคาดว่าปี 56 จะมีรายได้สำหรับกลุ่มนี้ถึง 450 ล้านบาท และมั่นใจว่ายอดขายรวมของอาร์ทิสทรี ปี 56 นี้ จะถึง 3,100 ล้านบาท แน่นอน" นางรัตนา กล่าว
ส่วนงบประมาณที่จะส่งเสริมการขาย และประชาสัมพันธ์ในปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านบาท และสิ้นปีนี้จะทำการเปิดศูนย์บริการแอมเวย์ให้ครบ 80 แห่งทั่วประเทศ จากปีที่แล้วที่มีแค่ 74 แห่ง ภายในงาน อาร์ทิสทรี ได้เปิดตัว อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสที่ทรงประสิทธิภาพสูง แต่อ่อนโยนต่อผิว.
Credit by :http://www.ryt9.com
วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556
ข่าวแอมเวย์(Amway): อาร์ทิสทรีรุกตลาดไวท์เทนนิ่ง ส่ง "อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์" ใหม่ มั่นใจยอดขายอาร์ทิสทรีรวมทะลุ 3,100 ล้านบาทสิ้นปีนี้
เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์เสริมทัพผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรีเมียม เปิดตัวสินค้าใหม่ อาร์ทิสทรีไอดีล เรเดียนซ์ ชูเทคโนโลยีเพื่อผิวสว่างใสแบบ 3 มิติ ให้ประสิทธิภาพสูงแต่อ่อนโยนต่อผิว ตอบรับเทรนด์สาวไทยปลื้มผิวขาว เตรียมกลยุทธ์บุกตลาดเต็มรูปแบบ มั่นใจสิ้นปีอาร์ทิสทรีมียอดขายรวมกว่า 3,100 ล้านบาท
นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทแอมเวย์ยังมุ่งเน้นการทำตลาดที่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้หญิงเอเชียในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน เวียดนาม และมาเลเชีย พบว่า เทรนด์ความต้องการผิวขาวกระจ่างใสยังคงมาแรงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคจะมีความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว-มากขึ้น โดยต้องการสกินแคร์ที่ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว ดังนั้น ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อ จึงเลือกจากประสิทธิภาพของสกินแคร์นั้นๆ เป็นหลัก เช่น สามารถช่วยให้ผิวขาวใส สีผิวสม่ำเสมอ ไร้ที่ติ นอกจากนั้น ความนิยมในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะสาวๆ เชื่อว่า ประโยชน์จากธรรมชาติจะช่วยให้เกิดความงามที่ยั่งยืนและปลอดภัย
ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าในกลุ่มพรีเมียมแบรนด์มีมูลค่าสูงถึง 11,500 ล้านบาท ซึ่งอาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางพรีเมียมแบรนด์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 20% เรามองเห็นโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะการเติบโตของเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส จึงเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการดูแลสมดุลผิวแบบองค์รวม อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ (ARTISTRY IDEAL RADIANCE) ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความขาวกระจ่างใสที่สอดรับความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยให้ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้และส่วนผสมสำคัญที่มาจากธรรมชาติ จึงมั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสาวไทย นางรัตนากล่าว
นางรัตนากล่าวเสริมว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสที่ทรง- ประสิทธิภาพสูง แต่อ่อนโยนต่อผิว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีผิวกระจ่างใสแบบ 3 มิติ (3D Technology) พร้อมสูตรเฉพาะ มัลติฟลอรา เบลนด์ (MultiFlora Blend) จากดอกไม้นานาพันธุ์ และโปรตีนจากไข่มุก ช่วยให้ผิวเปล่งประกายสมบูรณ์แบบด้วยความงามแบบ 3 มิติ คือ ผิวสว่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และเปล่งประกายผิวสุขภาพดี กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งหมด 6 รายการ ได้แก่ 1.เคล็นเซอร์ 2. โทนเนอร์ 3.เอสเซนส์สูตรน้ำนม 4.ทรีทเมนท์ดูแลจุดด่างดำ 5.มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวสูตรน้ำนม และ 6.ครีมบำรุงผิวกลางคืน เพื่อการดูแลผิวอย่างครบวงจร ซึ่งอาร์ทิสทรีมั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการมีผิวเนียนกระจ่างใสของผู้หญิงไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นางรัตนากล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการโปรโมท อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เน้นการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Communication) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงทุกช่องทาง โดยอาร์ทิสทรีประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกที่เริ่มจำหน่ายสินค้ากลุ่มนี้ ทั้งยังเตรียมจัด ไอดีล เรเดียนซ์ 3D ไบรท์เทนนิ่ง เวิร์คช็อป (Ideal Radiance 3D Brightening Workshop) เพื่ออบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์กว่า 10,000 ที่นั่ง พร้อมถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปยัง 6 จังหวัดหลักทั่วประเทศ เพื่อฝึกอบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างมืออาชีพ โดยเชิญนักวิทยาศาสตร์และผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกาบินตรงมาให้ความรู้ถึงเมืองไทย
พร้อมกันนี้ได้มีการจัดทำวิดีโอโฆษณาเผยแพร่ทางยูทูป (YouTube) และโฆษณาผ่านนิตยสารสตรีชั้นนำ โดยทั้งสองสื่อมี เทเรซ่า พาล์มเมอร์ (Teresa Palmer) ดาราฮอลลีวู้ดในฐานะโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นพรีเซ็นเตอร์แสดงนำ และเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์สินค้าที่แปลกใหม่ อาร์ทิสทรีได้สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ชื่อว่า อาร์ทิสทรี ไทย เออาร์ (Artistry Thai AR) เพื่อนำเทคโนโลยีการผสมผสานโลกเสมือนจริง (Augmented Reality) มาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอีกด้วย เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กระดาษสามารถลุกขึ้นมามีชีวิตได้ด้วยเทคนิค 3D ในการนำเสนอวิดีโอโฆษณา และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ให้เปิดตลาดง่ายขึ้นด้วย นางรัตนากล่าว
จากคุณภาพของผลิตภัณฑ์กับแผนการตลาดแบบบูรณาการ เรามั่นใจว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ จะช่วยให้ยอดขายของกลุ่มเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใสของอาร์ทิสทรีเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ส่งผลให้อาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นางรัตนากล่าวทิ้งท้าย
ที่มา:www.amwayshopping.com
วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ยักษ์ใหญ่ขายตรง "แอมเวย์ Amway" ทุ่มงบพันล. ...สร้างอาณาจักรใหม่ตอกย้ำความสำเร็จธุรกิจ
หากพูดถึงบริษัทขายตรงเบอร์ 1 ของเมืองไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดนั่นคือ เบอร์ 1 ในสมรภูมิรบขายตรงเมืองไทยนั่นเอง ที่สำคัญ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงมีการติดตามความเคลื่อนไหวของค่ายนี้อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกัน หากย้อนอดีตไปเมื่อช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้นแอมเวย์ถือเป็นค่ายขายตรงที่ต้องบอกว่าโค่นยากและหนังเหนียวที่สุด ไม่ว่าจะเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจมาสักเท่าไหร่ หรือหนักหนาเท่าไหร่ ขึ้นชื่อว่ายักษ์ใหญ่ในวงการขายตรงแล้ว การก้าวเดินแต่ละช็อตไม่เคยมีคำว่าแพ้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีเลยก็ว่าได้
...ซึ่งหากย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2553 ที่ผ่านมา หากทุกคนจำกันได้ดีแอมเวย์เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ในส่วนของธุรกิจมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์แอมเวย์ใหม่ เพื่อหวังสร้างแบรนด์และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน หากใครสังเกตกันให้ดีจะพบว่า หลังจากที่แอมเวย์ได้มีการฉลองครบรอบ 50 ปีทั่วโลก หลายท่านต่างจับจ้องมองกันว่าแอมเวย์จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไรบ้าง...ซึ่งต้องบอกว่า การเปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์แอมเวย์ในครั้งนี้ คือ อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแอมเวย์เลยก็ว่าได้ ที่ต้องการรักษาฐานที่มั่นขององค์กรให้อยู่อย่างเหนียวแน่นมากที่สุด เท่าที่จะมากได้!!...
จะกระทั่ง ต่อมาแอมเวย์ประเทศไทย ก็ได้ออกมาตอกย้ำความมั่นคงของธุรกิจด้วยการประกาศ เตรียมที่จะสร้าง สำนักงานใหญ่แอมเวย์แห่งใหม่บนถนนรามคำแหง โดยได้มีการคาดการณ์ว่า จะแล้วเสร็จในช่วงปี 2555 นี้...และล่าสุดจากเป้าหมายแผนงานที่ทางแอมเวย์ประกาศ พร้อมที่จะสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ให้เสร็จ ก็เรียกได้ว่าสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้มีการจัดพิธีฉลองการเข้าใช้อาคารสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ ซึ่งทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของแอมเวย์ประเทศไทยนั้น ได้มีการทุ่มงบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวม 45,432 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าแห่งเดิมถึง 5 เท่าด้วยกัน โดยจะมีทั้งศูนย์ธุรกิจและศูนย์ประสบการณ์แอมเวย์ที่ครบวงจร รองรับการเติบโตทางธุรกิจที่จะมีในอนาคตอันใกล้นี้
นายกิจธวัช เผยต่ออีกว่า อาคารสำนักงานใหญ่ของแอมเวย์ประเทศไทย ได้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดกรีน คอนเซ็ปต์โดยเป็นการใช้ธรรมชาติทั้งน้ำ ลม และแสงสว่าง เพื่อลดการใช้พลังงานภายในอาคาร เช่น การออกแบบให้ตึกหันด้านข้างให้แสงอาทิตย์ การใช้ไอน้ำสะท้อนความเย็นสู่ตึก การติดตั้งแผงกั้นแสง เพื่อลดอุณหภูมิภายในอาคาร เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ยังเป็นอาคารอัจฉริยะด้วยระบบบริหารจัดการอาคาร โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และควบคุมการทำงานของส่วนต่าง ๆ ภายในอาคาร อาทิ ควบคุมสภาพอากาศและระดับแสงสว่างที่เหมาะสมแก่ผู้ที่อยู่ในอาคาร ควบคุมระบบการบริหารจัดการภายในอาคาร เป็นต้น
นอกจากนี้ แอมเวย์ ยังได้ติดตั้งระบบสำนักงานอัตโนมัติ เพื่อบริหารจัดการงานเอกสารต่าง ๆ ให้รวมศูนย์เป็นที่เดียว ทั้งการสั่งพิมพ์ การถ่ายสำเนา การสแกนภาพ และการส่งโทรสาร โดยสามารถสั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานได้โดยตรงไปสู่จุดติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งจะอยู่รวมกันในที่เดียว และห่างจากบริเวณโต๊ะทำงาน ตรงนี้จะถือเป็นการช่วยลดมลภาวะภายในสำนักงานทั้งความร้อน ไอหมึกพิมพ์ และเสียง เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นของการทำงาน
สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่
1. แอมเวย์พลาซ่า 3 ชั้น ครบครันด้วยแอมเวย์ ช็อป ขนาดใหญ่กับสินค้ากว่า 1,400 รายการ สามารถรองรับนักธุรกิจกิจแอมเวย์และสมาชิกได้มากกว่า 1,000,000 คนต่อปี ริชแอนด์เจย์ บอลรูม ห้องคอนเวนชั่น พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับได้ถึง 1,500 คน ห้องตรวจสุขภาพและความงาม เพื่อสร้างโปรแกรมช่วยดูแลด้านนี้ให้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมี แอมเวย์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์ ที่จะเป็นศูนย์ประสบการณ์แอมเวย์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจในทุก ๆ มิติ รวบรวมประวัติความเป็นมาของแอมเวย์ หลักปรัชญาทางธุรกิจ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์แอมเวย์ทุกกลุ่ม ผ่านการนำเสนอด้วยมัลติมีเดียในรูปแบบหลากหลาย เพื่อให้เป็นศูนย์สำหรับการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพอย่างแท้จริง
2. อาคารสำนักงาน 5 ชั้น รองรับการทำงานของพนักงานได้สูงสุด 500 คน และ 3. อาคารจอดรถ 8 ชั้น บริการจอดรถได้ 600 คัน นอกจากนั้น ยังสร้างความสดชื่นด้วยบริเวณเดอโวส พาร์ค สวนพักผ่อนในบรรยากาศกรีนเนอรี่วิว 180 องศา
การลงทุนครั้งนี้ของแอมเวย์ เพื่อตอกย้ำการเป็นธุรกิจอันดับหนึ่งและมั่นใจในปรัชญาของแอมเวย์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย รวมทั้งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของไทย ให้เกิดกระแสการหมุนเวียนทางการเงินในระบบ หรือเป็นการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายในการทำงานของบริษัทมาโดยตลอด
นายกิจธวัช ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับแผนงานของแอมเวย์ต่อจากนี้ ยังมีการเตรียมแผนที่จะขยายแบรนด์เซ็นเตอร์และแอมเวย์ช็อปอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแอมเวย์ช็อป ได้เปิดบริการในตลาดต่างจังหวัดแล้ว 50% พร้อมกับคาดว่าอีก 2 ปีจากนี้ จะสามารถเปิดสาขาได้ครบทั้ง 77 จังหวัด ขณะที่การขยายแบรนด์เซ็นเตอร์หรือศูนย์สร้างประสบการณ์ให้ความรู้จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนรายได้ปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 16,800 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 10%
ที่สำคัญ ทางด้าน มร. จิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยังได้กล่าวว่า ธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต และเป็นที่จับตามองในระดับโลก สำหรับแอมเวย์ประเทศไทยนั้น มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาตลอด 25 ปี โดยมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของแอมเวย์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 6 ของแอมเวย์ทั่วโลกที่มีสาขารวม 108 ประเทศ
สำหรับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ถึงความสำเร็จของแอมเวย์ประเทศไทย และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงพันธสัญญาที่แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น มีให้แก่สาขาประเทศไทยนี้ และมั่นใจว่า แอมเวย์ประเทศไทยจะเติบโตต่อไปได้อีกมากและอย่างมั่นคงแน่นอน
พร้อมกันนี้ นายจิม เพย์น ยังเผยอีกว่า แผนงานของแอมเวย์ในขณะนี้ ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจขายตรงของแอมเวย์ ไปในประเทศพม่าด้วยเช่นกัน โดยจะใช้บริษัทแอมเวย์ไทยเป็นฐานในการส่งออก เนื่องจากมองว่าประเทศพม่า ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพอีกประเทศหนึ่ง มีจำนวนประชากรมากกว่า 60
ล้านคน โดยขณะนี้ทางแอมเวย์เอง อยู่ระหว่างการศึกษาความต้องการของตลาด เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าไปขยายธุรกิจต่อไป
วันนี้ถ้าแอมเวย์สามารถขยายตลาดเข้าไปในพม่าสำเร็จ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ผลประกอบการของเอเชียเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน จากปัจจุบันนี้ ที่เอเชียสามารถสร้างยอดขายให้แอมเวย์มากที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 90% จากยอดขายรวมที่อยู่นอกอเมริกาเหนือ โดยคิดเป็นสัดส่วน 90% ของรายได้รวมทั่วโลก โดยยอดขายรวมของแอมเวย์ทั่วโลกปีที่แล้วมีประมาณ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างน่าพอใจเป็นอย่างมากทีเดียว
นายจิม เพย์น ยังกล่าวอีกว่า หากพิจารณาถึง 10 อันดับของแอมเวย์ทั่วโลก ที่มียอดขายสูงสุดและเติบโตดีที่สุดก็ยังพบว่า มาจากเอเชีย โดยปีที่ผ่านมาแอมเวย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในส่วนของแอมเวย์ประเทศไทยก็มียอดขายติดอันดับ 1 ใน 6 ของแอมเวย์ทั่วโลก ที่สร้างยอดขายสูงสุด โดยอันดับ 1 เป็นของจีน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ รัสเซีย และไทย ส่วนประเทศที่มียอดขายเติบโตสูงที่สุดคือ เวียดนาม แม้ว่าจะเพิ่งเข้าไปขยายธุรกิจได้เพียง 5 ปี แต่ก็สามารถสร้างยอดขายได้เติบโตสูงถึง 50% ในปีที่ผ่านมา
...จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาแอมเวย์ทั่วโลกประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด รวมถึงการใช้แคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อเพื่อสังคม และช่องทางสื่อสารอื่น ๆ เพื่อให้เข้าถึงตัวลูกค้า
อีกทั้งพยายามรักษาวิธีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบบุคคลต่อบุคคลไว้ให้มากที่สุด ตรงนี้เองคือจุดแข็งที่แอมเวย์มี แต่ค่ายอื่นอาจไม่มี...
และยิ่งวันนี้กับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนพื้นเนื้อที่กว่า 10 ไร่ มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาทด้วยแล้ว คงจะเป็นอีกหนึ่งหน้าตา บนความภาคภูมิใจของสมาชิกแอมเวย์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว ที่สำคัญ สำนักงานแห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นการรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจที่ครบครันอย่างมากมายสำหรับสมาชิกแอมเวย์ไว้ในที่เดียว...จึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าทำไม....ขายตรงเบอร์หนึ่งถึงชื่อแอมเวย์นั่นเอง!
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333
วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
แอมเวย์ (Amway Thailand) : เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น
[gallery link="file"]
แอมเวย์เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น
แอมเวย์เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น
ผ่านไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่กับงาน Happy New Home พิธีฉลองการเข้าใช้อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ธุรกิจเครือข่ายอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณ 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 10 ไร่ ย่านรามคำแหง ภายใต้แนวคิด กรีน คอนเซ็ปต์พร้อมอวดโฉม แอมเวย์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจแอมเวย์ในทุกๆ มิติ ผ่านการนำเสนอด้วยมัลติมีเดียในรูปแบบหลากหลาย เพื่อให้เป็นศูนย์สำหรับการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพอย่างแท้จริง
บริษัทยังได้จัดงานรื่นเริงกลางสวน ณ เดอโวส พาร์ค โดยมีกิจกรรมเล่นเกมพร้อมลุ้นของรางวัลมากมายในช่วงบ่าย ก่อนปิดท้ายวันด้วยงานเลี้ยงฉลองสุดอลังการ ณ ริช แอนด์ เจย์ บอลรูม ห้องคอนเวนชั่นที่สามารถรองรับได้ถึง1,500คน โดยเชิญนักธุรกิจแอมเวย์ระดับมรกตและสูงขึ้นไปร่วมฉลองพร้อมมอบเข็มเกียรติคุณสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจมายาวนาน25ปี และภายในงานยังขับกล่อมบทเพลงอันไพเราะจากชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือC.U. Bandต่อด้วยการแสดงโขนชุด สดุดีรามวตาร ออกระบำอู่ทอง ซึ่งเป็นศิลปะนาฏกรรมชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างามและอ่อนช้อยสวยงาม ตามด้วยโชว์การวาดทรายบอกเล่าเรื่องราว 25 ปีแอมเวย์ประเทศไทย โดยอาจารย์ก้องเกียรติ ทองจันดีศิลปินมือเอกของไทยที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจและปิดท้ายค่ำคืน แห่งความทรงจำด้วยการแสดงสุดพิเศษจากนักร้องเสียงทรงพลังชั้นนำของประเทศไทยรัดเกล้า อามระดิษซึ่งช่วยเติมเต็มให้ค่ำคืนแห่งนี้อยู่ในความทรงจำของผู้ร่วมงานตราบนานเท่านาน
วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
แอมเวย์ เปิดตัวผงซักฟอกสูตรเข้มข้น แอมเวย์ โฮม เอสเอ 8 พรีเมี่ยม
บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ โฮม เอสเอ 8 พรีเมี่ยม ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ด้วยสูตรไบโอเควส ให้ประสิทธิภาพในการทำความ สะอาดสูง เหมาะสำหรับเสื้อผ้าสวมใส่ประจำวันและ ผ้าเนื้อละเอียด ให้พลังการขจัดคราวสกปรก คราบไขมัน รวมทั้งคราวนํ้ามันอย่างได้ผล คงความสดใสและความ ขาวให้กับเนื้อผ้า ทำให้ผ้ามีกลิ่นหอมสดชื่น ทั้งยัง ปราศจากฟอสเฟตและคลอรีน จึงไม่ระคายเคืองต่อ ผิวหนัง นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดด้วยปริมาณการใช้ ต่อครั้งที่น้อยกว่า เนื่องจากเป็นสูตรเข้มข้นและมีสาร ลดแรงตึงผิวที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงคุ้มค่าและใส่ใจในสิ่งแวดล้อม แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 พรีเมี่ยม ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 685 บาท (ราคาสมาชิก 548 บาท) และขนาด 3 กิโลกรัม ราคา 1,710 บาท (ราคาสมาชิก 1,365 บาท) สินค้ารับประกันความพอใจ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน สนใจสั่งซื้อได้ที่นักธุรกิจแอมเวย์ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.amwayshoping.com หรือ Amway Call Center 02-7258000
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
รีแบรนด์ใหม่แอมเวย์โฮม ขยับฐานลูกค้าเพิ่มยอด10%
แอมเวย์ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ซักรีด-ทำความสะอาดพื้นผิว-ล้างจาน รวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ โฮม
พร้อมเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์-หนัง ไวนิล ตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ครัวเรือน ประสิทธิภาพสูงอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม คาดสิ้นปีทำรายได้เข้าเพิ่มอีก 10%
นาย กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรูปแบบ การดำเนินชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลตนเอง ครอบครัว และที่อยู่อาศัยมากขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสนิยมที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนั้น แอมเวย์จึงเล็งเห็นความสำคัญของความต้องการผู้บริโภคที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น และตอบรับความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จึงได้ดำเนินการปรับโฉมหรือรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนทั่วโลก ภายใต้ชื่อใหม่ แอมเวย์ โฮม (Amway Home)
โดยการรวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประกอบด้วย แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอมเวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดพร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และจากสูตรผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถแสดงสัญลักษณ์ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Design for the Environment: DfE จากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. EPA) ซึ่งเป็นเสมือนคำรับรองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ แอมเวย์ โฮม ทอยเลต โบว์ล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ และแอมเวย์ โฮม เลเทอร์ แอนด์ ไวนิล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังและไวนิล เพื่อตอบรับทุกความต้องการในครัวเรือน นายกิจธวัชกล่าว และว่า
นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ในครั้งนี้นอกจากการย้ำภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังเป็นการสะท้อนถึง พันธสัญญาของแอมเวย์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจครั้งแรกกว่า 50 ปีมาแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ถือเป็นจุดกำเนิดและความภูมิใจของบริษัทจวบจนปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี.
และยังคงยืนหยัดที่จะสืบทอดพันธสัญญาดังกล่าวด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ในชื่อ แอมเวย์ โฮม ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสูตรอันเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะของแอมเวย์กับ สูตรไบโอเควส (Bioquest Formula) ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะพร้าว และพืชตระกูลมะนาว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสูตรเข้มข้น ทำให้ลดปริมาณการซื้อให้น้อยครั้งกว่าปกติ จึงช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐอเมริกา) และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมั่นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะยังได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา
สำหรับการสร้างการรับรู้ถึงการปรับโฉมแบรนด์ แอมเวย์ โฮม ในครั้งนี้ ได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา แอมเวย์มีการวางแผนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและ นักธุรกิจแอมเวย์อย่างทั่วถึง เช่น จัดกิจกรรมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอมเวย์ โฮม ณ แอมเวย์ ช็อป สำนักงานใหญ่ และสาขาย่อยอีก 19 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งจัดฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง นางรัตนากล่าว และว่า
ทั้งนี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกอบกับกิจกรรมทางการตลาดดังกล่าวจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แอมเวย์ โฮม กลายเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคด้วยการเติบโต 10 % ภายในสิ้นปีได้อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : รีแบรนด์ "อาร์ทิสทรี (Artistry)" มุ่งครองแชมป์ยอดขายเครื่องสำอางพรีเมี่ยม
แบรนด์อาร์ทิสทรี ปรับโฉมลุกซ์ใหม่ พร้อมประเดิมส่ง อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ พรีเมี่ยมสกินแคร์ บุกตลาดไตรมาสสุดท้าย ล่าสุดดึง เทเรซ่า พาล์มเมอร์ ดาราสาวฮอลลีวู้ดเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ประกาศมั่นใจสิ้นปียอดจำหน่ายอาร์ทิสทรีในไทยทะลุ 3,100 ล้าน. พร้อมครองแชมป์ยอดขายสูงสุดในกลุ่มเครื่องสำอางพรีเมี่ยม
...ภาพลักษณ์ของธุรกิจในเรื่องของการสร้างแบรนด์สินค้า ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรหนึ่งที่เป็นเครื่องชี้วัดในการทำธุรกิจเช่นกัน เพราะหากค่ายไหนที่แบรนด์ดีและมีความเข้มแข็ง บอกได้เลยว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับค่าย แอมเวย์ ก็ได้ออกมาประกาศรีแบรนด์ปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ใหม่ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการรีแบรนด์ครั้งสำคัญในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ที่ไม่เคยมีการปรับเปลี่ยนกันเลย
การปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ครั้งใหม่ นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวว่า ถือเป็นการปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความชัดเจน มีเอกลักษณ์ และมีความหรูหรายิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นแบบเครสเชนโด พร้อมกับนำ เทเรซ่า พาล์มเมอร์ นักแสดงสาวฮอลลีวู้ดเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์บำรุงที่มียอดขายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลกอีกด้วย
เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการดูแลความงามบนใบหน้าและผิวพรรณของผู้หญิง ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากมูลค่าตลาดของเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าของไทย ในกลุ่มพรีเมี่ยมแบรนด์ ซึ่งเติบโตสูงขึ้น 6% ด้วยมูลค่าถึง 11,500 ล้านบาท จากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดโตเพียง 3 - 4% เท่านั้น
ขณะเดียวกันเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี ยังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน โดยตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา เฉพาะในไตรมาสสุดท้ายนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานอาร์ทิสทรี โกลบอล ทั้งแผนการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ทั่วโลก และแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มดูแลริ้วรอย อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ สู่ตลาดเมืองไทย ทำให้แอมเวย์ มีความมั่นใจมากว่า ปีนี้อาร์ทิสทรีจะประสบความสำเร็จด้วยยอดขายสูงถึง 3,100 ล้านบาท
การปรับโฉมอาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ในครั้งนี้จะส่งผลให้แบรนด์มียอดโตมากกว่า 7% ซึ่งถือเป็นการเติบโตมากที่สุดในรอบ 3-4 ปี โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 80% และกลุ่มเครื่องสำอาง 20% พร้อมกับการตั้งเป้าอีก 3 ปีข้างหน้าจะมียอดขายโต 10% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงเช่นเดียวกับเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และสำหรับแบรนด์ อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ยังตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่าปีละ 800 ล้านบาทอีกเช่นเดียวกัน
ทางด้าน มร.ม็อด แพนซิ่ง รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความงามทั่วโลก แบรนด์อาร์ทิสทรี ได้กล่าวถึงการปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ในครั้งนี้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา อาร์ทิสทรี เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามที่ก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์และเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวระดับพรีเมี่ยมที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับโลก วันนี้ อาร์ทิสทรี จึงทำการปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ทั่วโลก ภายใต้แนวคิด ความงามแห่งอนาคต
ด้าน นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์จะเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่ม อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ เป็นกลุ่มแรก จากนั้นทยอยตามด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ของ อาร์ทิสทรี ต่อไป เพราะผลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้หญิงไทยพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวหน้า มีปัญหาริ้วรอยมากเป็นลำดับต้น ๆ โดยเฉพาะผู้บริโภคในช่วงอายุ 20 - 34 ปี ต่างให้ความสนใจและใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนริ้วรอยกันมากขึ้น และยังพบว่าพฤติกรรมของผู้หญิงไทย 80 - 90% จะใช้เครื่องสำอางแทบทั้งสิ้น แอมเวย์ จึงมีความเชื่อมั่นว่า อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ จะสร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการ ลดเลือนริ้วรอยให้กับผู้หญิงไทยได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมความงามที่ผ่านการคิดค้นอย่างยาวนานจากทีมนักวิทยาศาสตร์ของอาร์ทิสทรี โดดเด่นด้วยด้วยไลฟ์เซิร์ท สิทธิบัตรเฉพาะของอาร์ทิสทรี ซึ่งเป็นส่วนผสมศักยภาพสูงจากใบไมร์เทิล พืชพรรณหายากแถบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมสูตรเฉพาะเปปไทด์ชนิดเดียว ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำลาย และสารสกัดจากผลแอฟริกัน บาวบับ ซึ่งถือกำเนิดในแอฟริกา ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น เรียบเนียน และความยืดหยุ่นแก่ผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เปี่ยมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายในอนาคต โดยกลุ่มนี้มีสินค้าทั้งหมด 8 รายการด้วยกัน
นายกิจธวัช กล่าวเสริมต่อว่า ขณะนี้ทาง แอมเวย์ ประเทศไทย ได้ทุ่มงบการทำตลาด 130 ล้านบาท จากงบการตลาดรวมทั้งปี 600 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเชิงรุก หลังจากเปิดตัว อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ในไทยเป็นแห่งที่ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งเลือกเปิดในเอเชียก่อนเนื่องจากเอเชียเป็นตลาดใหญ่ หลังจากนั้นก็จะทยอยปรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่น ๆ ของ อาร์ทิสทรี ต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332
วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
"แอมเวย์"ชูไทยฐานลุยตลาดพม่า
แอมเวย์ รอจังหวะบุกพม่า เล็งใช้ฐานไทยฐานลุยตลาด รับโอกาสทองเอเชียแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง พร้อมเร่งขยายช็อปในไทยครบทั่วประเทศใน 2 ปี
นายจิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า แอมเวย์มีแผนรุกขยายตลาดประเทศพม่าในอนาคตอันใกล้นี้ รองรับโอกาสทางการตลาดและกำลังซื้อที่มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากจำนวนประชากรมากกว่า 60 ล้านคน โดยจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานสนับสนุนการรุกขยายธุรกิจในพม่าแต่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนามเติบโตสูงกว่า 50% " นายเพย์นกล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมยอดขายแอมเวย์ทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตประมาณ 6% หรือมีรายได้ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการเติบโตที่ดี โดยภูมิภาคที่สร้างยอดขายให้กับแอมเวย์มากที่สุดคือ เอเชีย มีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 90% จากยอดขายรวมที่อยู่นอกอเมริกาเหนือ สัดส่วน 90% ของรายได้รวมทั่วโลก ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างยอดขาย 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับประเทศไทย มียอดขายอยู่ในอันดับ 6 ของแอมเวย์ทั่วโลก โดยอันดับ 1 เป็นของจีน ตามด้วยญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ รัสเซีย และไทย
นายกิจธวัช ฤทธิราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีแผนเร่งขยายแบรนด์เซ็นเตอร์และแอมเวย์ช็อปอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของแอมเวย์ช็อปคาดว่าจะขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ครบ 77 จังหวัดภายใน 2 ปีนับจากนี้
ล่าสุด แอมเวย์ได้เปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ย่านรามคำแหง พื้นที่ 10 ไร่ ภายใต้แนวคิด "กรีน คอนเซ็ปต์" ลงทุนกว่า 1,100 ล้านบาท รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ในสิ้นปีนี้ แอมเวย์ประเทศไทย คาดว่าจะมีรายได้ 16,800 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%
Credit By :bangkokbiznews.com
วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555
Exclusive interview บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทยจำกัด กับ คุณ กิจธวัช ฤทธีวารี
แนวทางการบริหารงานของแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือ การมอบโอกาสดีๆ ให้กับผู้คนการแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน คือ วิธีปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก
ถือเป็นพี่ใหญ่ และเป็นเบอร์ 1 ในแวดวงอุตสาหกรรมขายตรงไทยมานานหลายปี สำหรับยักษ์แอมเวย์ วันนี้แอมเวย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคผลัดใบ ยุคที่มีผู้บริหาร หนุ่มรุ่นใหม่ๆฟแรงเข้ามารับช่วงต่อจากหัวเรือใหญ่ที่เกษียณลง อย่าง ปรีชา ประกอบกิจ วันนี้ผู้บริหารหนุ่มอย่าง กิจธวัช ฤทธีราวี ได้สะท้อนมุมมองด้านการบริหารงานของแอมเวย์ว่า จากนี้ไปในอนาคตจะมีแนวทางในการบริหารงานต่อในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร
แนวทางการบริหารงานสไตล์ กิจธวัช เป็นอย่างไรเมื่อเข้าสู่ช่วงผลัดใบ
แนวทางการบริหารงานแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือการมอบดอกาสดีๆ ให้กับผู้คน การแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนคือ วิธีการปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก โดยเน้น 3 ยุทธศาสตาร์หลัก คือ
- ด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นจุดยืนที่แอมเวย์ทำให้ประสบความสำเร็จมาตลอด ด้วยการเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ วีธีการทำงาน โครงสร้างขององค์กร
- ไลฟ์สไตล์โซลูชั่น ที่ต้องบอกว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีการแบ่งเซ็กเม้นด์ กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แอมเวย์จึงพยายามเข้าไปทำการตลาดเพื่อตัวบุคคลมากขึ้น ฉะนั้นสินค้าจึงต้องตอบสนองความต้องการของบุคคล เช่นการบริหารการจัดการแต่ละคนก็มีความอ่อนไหวไม่เหมือนกัน อย่างเช่นการได้รับสารอาหารของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แอมเวย์ จึงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เป็นการตรวจเชิงลึกเฉพาะของบุคคลนั้นๆ เรื่องนี้จะเป็นคอร์สออกกำลังกาย เรียกว่า เวชศาสตร์องค์รวม
ในอนาคตแอมเวย์จะมีคอร์สการตรวจ DNA ของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการวัดผลและตรวจหาค่าว่าใครมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดโรคอะไรในอนาคต ดังนั้นแอมเวย์จะมีการจัดเตรียมบุคคลากรเพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอนาคตแอมเวย์จะรุกการค้นหาไปถึงระดับยีน และ DNA
- การสร้างแบรนด์ แห่งจิตสำนึก แบ่งเป็น 2 แนวทางหลักได้แก่
- ด้านธุรกิจ เน้นการบริหารงาน ปลูกสร้างจรรยาบรรณให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แอมเวย์จะทำอย่างเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าปัจจุบันแอมเวย์ได้เปิดแผนกเพิ่ม อีก 1 ยูนิต จะเปิดเป็นดีพาร์ตเม้นต์ ที่ใช้ชื่อว่า Amway Training Center ที่ใช้คอนเซ็ปต เป็นหน่วยงานที่พัฒนานักธุรกิจแอมเวย์ให้มีองค์ความรู้ พร้อมในทุกด้าน ซึ่งเรื่องนี้ นักธุรกิจจะต้องเข้าถึงเบื้องลึกและจิตสำนึก ที่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม
- กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างที่ผ่านมาแอมเวย์จัดกิจกรรมมากมายปัจจุบันได้โฟกัสเรื่องเด็ก การให้ความรุ้แก่เด็ก ที่ทำควบคู่กับมูลนิธิแอมเวย์ เพื่อสังคมไทย ตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา การสร้างห้องสมุด การทำหนังสือเสียงให้กับเด็กตาบอด และในปี 2555 เป็นปีที่แอมเวย์ฉลองครบรอบ 25 ปีได้มีการจัดหนังสือบินได้เพื่อน้อง และห้องสมุดเคลื่อนที่ ส่วนอีกเรื่องที่จะเน้นคือ ด้านสภาพแวดล้อม ที่พยายามผลักดันด้าน กรีนมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เช่น สินค้าก็จะนึกถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ และตึกใหม่ของแอมเวย์ที่ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงาน
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ
เป้าหมายเดิมคือการสร้างฐานธุรกิจให้ใหญ่โต ดังนั้น จากนี้ไปอมเวย์จะทำ Back to Basic เครือข่ายการสร้างงานสร้างรายได้ สิ่งที่ต้องการ คือใหคนที่เข้ามาทำธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ และประสบความสำเร็จในระยะยาว ตรงนี้จะทำอย่างไรสิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผู้คนมองเห็นธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ดี ในระยะยาวอาชีพนักธุรกิจขายตรงต้องติดใน 10 อาชีพ ที่คนอยากเป็นักธุริจ ในระยะกลางมองว่าธุรกิจยังคงเติบโต ดังนั้นแอมเวย์จะยัคงรักษาระดับการเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการส้างธุรกิจแบบองค์รวมของการเป็นักธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับและในระยะสั้น ทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีแรงขับเคลื่อน เช่น การปรับรายได้ให้กับนักธุรกิจ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ส่งต่อความสำเร็จ
มุมมองการเปิดตลาด AEC กิจธวัช มีความคิดเห็นอย่างไร
การเปิดตลาด AEC ผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยขน์ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศักยภาพดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เรื่องนี้คนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้ประโยชน์ ตรงนี้ประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ ได้หากมีการเปิดเสรีทางด้านการค้า
สิ่งที่มองคือด้านเศรษฐกิจโลกที่จะเรื้อรังต่อไปอีก ซึ่งแต่ละปีส่งผลกระทบโดยอ้อม แต่หากไปกระทบกระเทือนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็จะกลายเป็นลูกโซ่ และจะมากระทบกับผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขระที่สถานการณ์ใปในประเทศไทยนั้นยังเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ หากย้อนกลับไปด้านการเมืองที่ยังมีความขัดแย้งมาหลายปีและคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อย้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมขายตรงแล้ว มองว่าตลาดที่นี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกสูง
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : มัดรวมสินค้าครัวเรือนผุด "แอมเวย์ โฮม (Amway Home)" เอาใจแม่บ้านระดับบน
แอมเวย์ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ โฮม จับรวม แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด, แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอม เวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่ง เดียว พร้อมเปิดตัวสองสินค้าใหม่ ย้ำภาพผู้นำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนระดับพรีเมี่ยม
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรูปแบบการดำเนิน ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลตนเอง ครอบ ครัว และที่อยู่อาศัย มากขึ้นจนกลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกระแส นิยมที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวด ล้อมมากขึ้นนั้น แอมเวย์จึงเล็ง เห็นความสำคัญของความต้อง การผู้บริโภคที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น และตอบรับความต้องการของ ผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จึงได้ดำเนิน การปรับโฉมหรือรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนทั่วโลก ภายใต้ชื่อใหม่ แอมเวย์ โฮม (Amway Home)
โดยการรวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประกอบด้วย แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอมเวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดพร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และจากสูตรผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ผลิต ภัณฑ์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถแสดงสัญลักษณ์ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Design for the Environment : DfE จากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐ อเมริกา (U.S. EPA) ซึ่งเป็นเสมือนคำรับ รองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีส่วนผสมจากธรรมชาติและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ แอมเวย์ โฮม ทอยเลต โบว์ล คลีน เนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ และ แอมเวย์ โฮม เลเทอร์ แอนด์ ไวนิล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หนังและไวนิล เพื่อตอบรับทุกความต้อง การในครัวเรือน
ด้านนางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ ในครั้งนี้นอกจากการย้ำภาพลักษณ์ผลิต ภัณฑ์ในครัวเรือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังเป็น การสะท้อนถึงพันธสัญญาของแอมเวย์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจครั้งแรกกว่า 50 ปีมาแล้ว
โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ถือเป็นจุดกำเนิดและความภูมิใจของบริษัทจวบจนปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนก ประสงค์ แอล.โอ.ซี. และยังคงยืนหยัดที่จะสืบทอดพันธสัญญาดังกล่าวด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ในชื่อ แอมเวย์ โฮม ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสูตรอันเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ เฉพาะของแอมเวย์กับ สูตรไบโอเควส (Bioquest Formula) ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะพร้าว และพืชตระกูลมะนาว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสูตรเข้มข้น ทำให้ลดปริมาณการซื้อให้น้อยครั้งกว่าปกติ จึงช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐ อเมริกา) และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมั่นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะยังได้รับ การตอบรับที่ดีเหมือนในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา
สำหรับการสร้างการรับรู้ถึงการปรับโฉมแบรนด์ แอมเวย์ โฮม ในครั้งนี้ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนเป็นต้นไป แอมเวย์มีการวางแผน กิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้เกิดขึ้นทั้งใน กลุ่มผู้บริโภคและนักธุรกิจแอมเวย์อย่างทั่วถึง อาทิ จัดกิจกรรมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอมเวย์ โฮม ณ แอมเวย์ ช็อป สำนัก งานใหญ่ และสาขาย่อยอีก 19 สาขาทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 27-29 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ร่วมสัมผัส ประสบการณ์การดูแลและทำความสะอาด บ้านอย่างมืออาชีพด้วยสูตรผสมจากธรรมชาติ และให้คำแนะนำวิธีใช้ผลิตภัณฑ์แอม เวย์ โฮม อย่างถูกต้อง รวมทั้งจัดฝึกอบรม ผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้เกิด การเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง
ทั้งนี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกอบกับกิจกรรมทาง การตลาดดังกล่าวจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แอมเวย์ โฮม กลายเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคด้วยการเติบโต 10% ภายในสิ้นปีได้อย่างแน่นอน นางรัตนา กล่าวทิ้งท้าย
อ้างอิง : นสพ.สยามธุรกิจ
ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : ย้ำความสำเร็จนิวทริไลท์ (NUTRILITE Thailand) ผุดรง.5พันล. "อาร์ทิมิส" เยือนไทย
แอมเวย์ ตอกย้ำความสำเร็จ นิวทริไลท์ ทั่วโลกยอดขายพุ่ง 4.7 พันล.เหรียญฯ บริษัทอเมริกาขยายโรงงานเพิ่ม 4 โครงการลงทุน 5,000 ล้านบาท
พญ.อาร์ทิมิส นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกบินเยือนไทย ร่วมประชุมวิชาการโภชนาการครั้งที่ 6 ไม่หวั่น น้ำท่วม ส่งผลกระทบ คาดปลายปีเฉพาะผลิตภัณฑ์นี้นำลิ่วโต 5,700 ล้านบาท
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น ยกย่องให้แบรนด์นิวทริไลท์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจของ แอมเวย์ในฐานะที่เป็นแบรนด์ในกลุ่มวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มียอด ขายรวมเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยปีที่ผ่านมา ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ทั่วโลกสูงถึง 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 140,600 ล้านบาท) คิดเป็น 45% ของยอดขายรวมแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น
นายกิจธวัชกล่าวว่า แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นได้ขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์รวม 4 โครงการ รวมเป็นเงินลงทุนในครั้งนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ใช้ทั้งในการผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ดและซอฟท์เจล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดผง ชนิดเม็ด รวมถึงโรงงานสกัดและผลิตสารสกัดเข้มข้นจากส่วนประกอบที่เพาะปลูกในฟาร์มชีวภาพของนิวทริไลท์ การขยายโรงงานผลิตในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพและต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วยังตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจของนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 ล้านคนเเละมากกว่า 100 ประเทศ
ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความจริงจังและทุ่มเทของนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วโลก และมีความมุ่งมั่นในการวิจัยค้นคว้าเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ และกระบวนการผลิตที่ดีที่สุดทางวิทยาศาสตร์ดังแนวคิด Best of Nature, Best of Science ของนิวทริไลท์นั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่เรามีผลงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และสารอาหารทางโภชนาการ รวมทั้งการทดลองด้านการแพทย์มากมาย และทำงานร่วมกับสถาบันระดับโลกมากกว่า 10 แห่งในสหรัฐอเมริกา อิสราเอล สเปน จีน และเกาหลีใต้ นายกิจธวัชกล่าว และว่า
และในโอกาสอันดีที่สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ขึ้นนี้ แอมเวย์ประเทศไทยจึงได้เรียนเชิญแพทย์หญิงอาร์ทิมิส ซิโมพูลอส ประธานศูนย์พันธุศาสตร์โภชนาการและสุขภาพ และประธานสมาคมนานาชาติด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน โภชนพันธุศาสตร์มาร่วมแบ่งปันงานวิชาการ เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของวงการโภชนาการในประเทศไทย
พญ.อาร์ทิมิส ซิโมพูลอส ประธานศูนย์พันธุศาสตร์โภชนาการและสุขภาพ และประธานสมาคมนานาชาติด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา และหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ กล่าวว่า ในปี 2554 โรคหัวใจและหลอดเลือดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปกว่า 17 ล้านคน และคาดการณ์ว่าปี 2573 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือประมาณ 22.1 ล้านคนทั่วโลก สาเหตุเกิดจากการบริโภคโอเมก้า-6 ในปริมาณที่สูงกว่าโอเมก้า-3 พฤติกรรมนี้กระตุ้นให้เกิดสภาวะที่ก่อให้เกิดอาการของหลายๆ โรค รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบและภูมิคุ้มกันตนเอง รวมทั้งการเกิดสภาวะรบกวนการพัฒนาสมอง
นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับการเติบโตของนิวทริไลท์ในประเทศไทยเป็นไปด้วยดีตามเป้าหมาย โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากมาย ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 13% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าจะสร้างสถิติใหม่ให้นิวทริไลท์มียอดขายสูงสุดถึง 5,700 ล้านบาท ในสิ้นปี 2555 นี้ โดยจัดเตรียมแคมเปญพิเศษเพื่อแนะนำสารอาหารจำเป็น 6 ชนิดภายใต้แนวคิด ซิกซ์ ฮีโร่ ผู้ดูแลหัวใจคุณ ในไตรมาส 4 ปีนี้
ซิกซ์ ฮีโร่ ผู้ดูแลหัวใจคุณเป็นแคมเปญที่มีวัตถุประสงค์หลักมุ่งให้ความรู้กับผู้บริโภค เรื่อง การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากช่วงสามปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรค หัวใจและหลอดเลือดในโรงพยาบาลทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึง 89% โรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย ซึ่งสอดคล้องตามเทรนด์ของโลกเหมือนที่ พญ.อาร์ทิมิสได้กล่าวไว้ เราจึงควรให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ขยายความรู้ในการดูแลสุขภาพ ด้านนี้แก่ประชาชนอย่างจริงจัง รัตนากล่าว เเละว่า
สำหรับแคมเปญดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคและ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับการทำงานของสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดรวม 6 ชนิด ได้แก่ สารอาหารน้ำมันปลา (Fish Oil) การ์ลิค (Garlic) ชาเขียว (Green Tea) เลซิติน อี (Lecithin E) โคเอ็นไซม์คิวเท็น (CoQ 10) และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B Complex) เปรียบเทียบสารสกัดแต่ละชนิดเป็นฮีโร่ที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ และใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบสนุกและง่ายต่อการเข้าใจ เพื่อเป็นการย่อยเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้ประชาชนสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย อย่างเฟซบุ๊ค ยูทูป และเว็บไซต์นิวทริไลท์ เริ่มเมื่อ13 กันยายนเป็นต้นไป
นายกิจธวัชได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากมีสถานการณ์น้ำท่วม แอมเวย์ไม่รู้สึกกลัวเเต่อย่างใดเพราะมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเอาอยู่ เเต่ถ้าเอาไม่อยู่จริงๆ โดยบริษัทมีเเผนเตรียมรองรับอยู่เเล้ว เเละตอนนี้กำลังย้ายบ้านใหม่ ส่วนตัวคลังสินค้านั้นคาดจะไม่ได้รับผลกระทบและไม่น่าเป็นห่วง เพราะในปีที่ผ่านมาแม้น้ำท่วมหนักเเต่แอมเวย์มีผลกระทบน้อยมาก โดยรวมบริษัทจะเน้นการทำโซเซียลมีเดียกิจกรรมทางการตลาดเเละกิจกรรมทางสังคมเป็นหลัก
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : เล่นแอพ "6 ฮีโร่" รู้ลึกถึงเรื่องสารอาหารเพื่อหัวใจและลุ้น The New iPad ฟรี!
วันนี้ถึง 10 ต.ค. 55เพียงเพื่อนๆ เล่นแอพพลิเคชั่น"6 ฮีโร่ ผู้ดูแลหัวใจคุณ"
และกดแชร์ฮีโร่ทั้ง 6 เพื่อรู้ทันโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบเข้าใจง่ายและสนุก
ลุ้นรับทันที The New iPad 16GB Wi-Fi ! คลิกด่วนที่
http://apps.facebook.com/sixheroes/
วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : สานต่อ One by One: ยิ้มสยาม ครั้งที่ 15 ส่งมอบรอยยิ้มสดใสแก่เยาวชนไทยแล้วกว่า 1,700 คน
นางบุษปัน วังวิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (กลาง) ร่วมกับมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย และมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ดำเนินโครงการ One by One: ยิ้มสยาม ครั้งที่ 15 ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้การรักษาเด็กที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการจัดบริการอย่างต่อเนื่อง 15 ปี มีเด็กไทยได้รับรอยยิ้มใหม่แล้ว 1,721 คน ใน 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ลำปาง นครศรีธรรมราช ยะลา สุรินทร์ และตาก
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : "แอมเวย์ ช็อป น่าน" ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ภาคเหนือ
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 2 จากขวา) และนายวรานนท์ คงปฏิมากร ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย (ซ้าย) พร้อมด้วยนักธุรกิจระดับสูง ร่วมพิธีเปิด แอมเวย์ ช็อป สาขาน่าน ศูนย์รวมโอกาสทางธุรกิจแห่งใหม่ที่ครบครันด้วยสินค้าและบริการ บนพื้นที่กว่า 240 ตารางเมตร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของนักธุรกิจแอมเวย์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้สมาชิก ผู้สนใจ และผู้บริโภคทั่วไปในจังหวัดน่านและบริเวณใกล้เคียงอย่างครอบคลุมมากขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : ฉลองครบรอบ 25 ปีอย่างยิ่งใหญ่ จัดโปรโมชั่นแจกทองคำแท่งรอบแรกหนัก 125 บาท
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 5 จากขวา) มอบทองคำแท่งหนักรวม 125 บาท แก่ผู้โชคดีในโปรโมชั่นฉลองแอมเวย์ 25 ปี รอบที่ 1 โดยมีนางสาวนฤชน วิเศษสิงห์ (ที่ 3 จากซ้าย) เป็นผู้โชคดีได้รางวัลที่ 1 ทองคำแท่งหนัก 50 บาท พร้อมกับผู้โชคดีได้รางวัลที่ 2 เป็นทองคำแท่งหนัก 15 บาท จำนวน 5 รางวัล เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนบริษัทมาโดยตลอด ทั้งนี้ บริษัทยังจะทำการจับรางวัลรอบที่ 2 อีกครั้งวันที่ 28 กันยายน 2555 จากใบเสร็จที่มียอดซื้อมากกว่า 2,500 บาทในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 31 สิงหาคม 2555 โดยรวมรางวัลทั้งหมดของโปรโมชั่นเป็นมูลค่า 12 ล้านบาท
วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : จัดงานแถลงข่าว "Nutrilite to Success & Business Direction"
บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ เตรียมจัดงานแถลงข่าว Nutrilite to Success & Business Direction ประกาศความสำเร็จแบรนด์นิวทริไลท์ในปี 2555 พร้อมเผยกลยุทธ์เด็ดส่งท้ายปีดันยอดนิวทริไลท์ทะยานถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังระดับโลกด้านโภชนพันธุศาสตร์ แพทย์หญิงอาร์ทีมิส ซิโมพูลอส ประธานศูนย์พันธุศาสตร์ โภชนาการและสุขภาพ และประธานสมาคมนานาชาติด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ร่วมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพหัวใจและสมอง ในวันอังคารที่ 11 กันยายน 2555 เวลา 13.00 - 14.30 น. ณ ห้องเลคเชอร์ ฮอลล์ ชั้นโลเวอร์ ล็อบบี้ โซนเดอะ แคมปัส โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ
วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555
ข่าวขายตรงโลก (MLM World) : "แอมเวย์อินเดีย Amway India" ฟุ้งไตรมาสสองโต 27% ดันแบรนด์ใหม่ "แอททิจูด" เจาะกลุ่มวัยรุ่น
สำนักข่าว นิว เกราลา สื่อท้องถิ่นในอินเดียรายงาน บริษัท แอมเวย์ อินเดีย ค่ายขาย ตรงผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพเบอร์หนึ่งของประเทศในเครือแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น ของสหรัฐอเมริกาประกาศผลประกอบการในไตรมาสสองมีอัตราเติบโตถึง 27% เทียบกับช่วง เดียวกันของปีที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียซึ่งเติบโตสูงสุดเทียบกับ โซนอื่น
ในปี 2555 นี้ แอมเวย์ อินเดียตั้ง เป้าหมายยอดขาย 25,000 ล้านรูปี (ประมาณ 17,500 ล้านบาท) เติบโต ประมาณ 17% เทียบกับปี2554 ที่ทำได้ 21,300 ล้านรูปี (ประมาณ 14,910 ล้านบาท)
สำหรับตลาดอินเดีย แอมเวย์ ปรับแผนธุรกิจมุ่งขยายผลิตภัณฑ์ความ งามมากขึ้นโดยเฉพาะในภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศ สินค้ากลุ่มนี้ทำ ผลงานได้ดีมากเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด สินค้ากลุ่มนี้จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท เทียบกับสินค้าสุขภาพ เสริมอาหารที่มี สัดส่วนถึง 50%
ในแต่ละปีแอมเวย์อินเดียจ่าย ภาษีไม่น้อยสำหรับกิจการในภาคตะวัน ออกเฉียงเหนืออย่างปีล่าสุดคือ ปีงบประมาณ 2554-2555 จ่ายภาษีถึง 133.90 ล้านรูปี (ประมาณ 80 ล้านบาท) โดยมีสำนักงานในพื้นที่ 10 แห่งดูแลการให้บริการถึงบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามเมือง ต่างๆ รวมถึง 110 เมือง โดยภาคตะวันออก เฉียงเหนือเป็นพื้นที่สำคัญของแอมเวย์ทำ ยอดขายให้กับแอมเวย์ทั้งประเทศสัดส่วน ถึง 35% ของยอดขายทั้งหมด
ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหนึ่ง ในตลาดที่มีอัตราเติบโตสูงมากสำหรับ เรา ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาภูมิภาคนี้ เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักมาตลอด ยืนยันถึงศักยภาพของพื้นที่นี้ได้ดี ดิทรัก พัทจรี รองประธานแอมเวย์ อินเดีย กล่าวและว่า การเติบโตที่สูงเป็นผลมาจาก การออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมาตรฐาน เดียวกับที่แอมเวย์ทั่วโลกนำออกทำตลาด ในประเทศชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ความงามและสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน ที่มีการปรับปรุงสูตรใหม่ออกมา เปิด โอกาสให้ผู้บริโภคชาวอินเดียในพื้นที่ห่าง ไกลได้อุปโภค บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพสูงในราคาไม่แพงมากผ่านการให้บริการของผู้จำหน่ายอิสระที่จะนำสินค้า ไปส่งให้ถึงบ้าน
ภูมิภาคนี้เป็นตลาดสำคัญที เดียวสำหรับการขยายสินค้ากลุ่มความ งามและสุขภาพ ผู้หญิงในพื้นที่นี้มี ประสบการณ์กับการใช้สินค้าความงาม อยู่แล้ว ซึ่งการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ นี้เราจะเพิ่มความเข้มข้นในการทำ ตลาดทั้งการเพิ่มกำ ลังผลิต ขยาย จำนวนนักขาย ฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ออกสินค้าใหม่ๆ เพิ่มและนำส่งสินค้า ให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเร็วๆนี้ แอมเวย์อินเดียประกาศ ความสำเร็จในการผลิตเครื่องสำอางและ บำรุงผิวแบรนด์ใหม่ แอททิจูด ที่ผ่าน การปรับปรุงทั้งสูตรและแพ็คเกจจิ้งให้ทัน สมัยและมีคุณภาพมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอด ขายเครื่องสำอางและบำรุงผิวในตลาด อินเดีย
เรามั่นใจผลิตภัณฑ์แบรนด์ แอททิจูดน่าจะโดนใจกลุ่มวัยรุ่น และผู้หญิงสมัยใหม่ที่ชอบอะไรที่ดู อินเทรนด์
ปัจจุบัน แอมเวย์อินเดียมี ผลิตภัณฑ์ขายอยู่ประมาณ 131 ประเภท ครอบคลุม 5 กล่มประกอบด้วยเพอร์ซัน นัล แคร์,ดูแลบ้าน,เสริมอาหารและนํ้า หนัก, เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์มูลค่า สูง อาทิ เครื่องกรองอากาศ เครื่องกรอง นํ้า เป็นต้น มีสำนักงาน 135 แห่ง คลัง สินค้ากระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ 55 เมืองทั่วประเทศครอบคลุมเมืองขนาด เล็ก กลางและใหญ่ถึง 4,000 แห่ง
วิลเลี่ยม เอส.พินค์นีย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)และกรรมการผู้ จัดการแอมเวย์อินเดียกล่าวว่า บริษัทให้ ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในอินเดีย มากเพราะในภูมิภาคเอเชีย อินเดียคือ ตลาดใหญ่มียอดขายมากเป็นอันดับสอง รองจากจีน และติดกลุ่มประเทศที่ทำ ยอดขายมากที่สุด 10 อันดับแรก (ท็อป เทน) ให้กับบริษัทแม่ โดยอยู่อันดับ 7 มี ยอดขายคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.4% ของยอดขายแอมเวย์ทั่วโลก ซึ่งคาดว่า ตลาดอินเดียจะขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ภายในปี 2556 นี้
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 235วันที่ 1- 15 กันยายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : สินค้าแอมเวย์ eSpring เชิญร่วมสนุกกับ Drink Alert Application
ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : ชวนชาวเน็ต กดไลค์ สร้างห้องสมุดเคลื่อนที่ฉลอง 25 ปี
แอมเวย์ สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมไทย จับมือสพฐ. เปิดตัวโครงการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย เพื่อจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่ให้แก่ 77 โรงเรียน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยห้องสมุดแต่ละห้อง ใช้งบประมาณ 40,000 บาท ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธายัง สามารถร่วมทำบุญโดยกดไลค์ (Like) ผ่านแอพพลิเคชั่นบนเฟซบุ๊กของบริษัท เพื่อต่อยอดคลังความรู้เคลื่อนที่
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย พัฒนาขึ้นมาจากแนวความคิดเรื่องนโยบาย ห้องสมุด 3 ดี คือ 1.หนังสือดี 2.บรรยากาศดี 3.บรรณารักษ์ดี ของกระทรวงศึกษาธิการ บนพื้นฐานที่จะนำคลังความรู้เคลื่อนที่ไปสู่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยห้องสมุดเคลื่อนที่ดังกล่าว จัดทำด้วยวัสดุไม้ที่มีความทนทานและสวยงาม ประกอบด้วยหนังสือสารานุกรมเล่มที่ 13-35 จำนวน 23 เล่ม และหนังสือเสริมทักษะ ที่เป็นหนังสือดีเด่นได้รับรางวัลจาก สพฐ. จำนวน 77 เล่ม รวมทั้งหมด 100 เล่ม และอุปกรณ์การเรียนรู้ติดตั้งพร้อมใช้ ได้แก่ โต๊ะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ เก้าอี้ และชุดกระดานไวท์บอร์ด สามารถเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆ ของโรงเรียนได้อย่างสะดวก ทำให้หนังสือไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องสมุดเสมอไป และนักเรียนยังสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่ง แอมเวย์จะดำเนินการจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อมอบแก่โรงเรียน ทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจำนวนรวม 77 ชุด
ห้องสมุดเคลื่อนที่ ถือเป็นกิจกรรมเสริมจาก โครงการเพื่อ การศึกษาของแอมเวย์ ที่บริษัทได้ทำอย่างต่อเนื่องในตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มแรกบริษัทจะบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 77 ตู้ กระจายทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ภายใต้คำปรึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของไทย ทั้งนี้ ผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถ บริจาคเพิ่มเป็นตู้ที่ 78 และต่อยอดไปเรื่อยๆได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และหากบริษัทอื่นๆที่สนใจกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ของแอมเวย์ อยากสร้างห้องสมุดดังกล่าว เพื่อต่อยอดความรู้ให้แก่เด็กๆ ตนก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีรับเป็นที่ปรึกษา
กิจธวัช ยังกล่าวอีกว่า แอมเวย์ยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร เพื่อตอบแทนบุญคุณของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือเด็กไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นแล้วกว่า 270,000 คนทั่วประเทศ สำหรับปีนี้ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ การให้โอกาสทางการศึกษาและฉลองครบรอบการดำเนินธุรกิจ 25 ปีในประเทศไทย แอมเวย์จึงจัดกิจกรรมเพื่อสังคม กับโครงการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย แนวคิดต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่ ซึ่งรวบรวมหนังสือสารานุกรมและหนังสือเสริมทักษะรวม 100 เล่ม พร้อมอุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อส่งมอบให้โรงเรียนที่ขาดแคลนในทุกจังหวัดทั่วไทย
ขณะนี้ กิจกรรมห้องสมุดดังกล่าวยังมีการบริจาคเฉพาะหนังสือภาษาไทย ส่วนในอนาคตจะมีในส่วนหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อต่อยอดความรู้เตรียมตัวเด็กไทยเข้าสู่ AEC หรือไม่นั้น คงต้องบอกว่า น่าจะยังไม่มี เนื่องจากจริงๆ แล้ว กิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมเพื่อนักเรียนในชนบทผู้ขาดแคลน ส่วนการสร้างกิจกรรมเรียนรู้ ต่อยอดสู่ AEC น่าจะเป็นกิจกรรมในลำดับต่อไป กิจธวัชชี้แจง
ทั้งนี้ แอมเวย์ยังขอเชิญชวนผู้มีกุศลจิตที่ต้องการขยายโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชนไทยให้มากขึ้น สามารถร่วมเป็น เจ้าภาพการจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนการจัดทำของแอมเวย์ได้ในราคาชุดละ 40,000 บาท โดยแอมเวย์จะ ดำเนินการผลิตและจารึกชื่อของเจ้าภาพไว้บนห้องสมุดในฐานะผู้มอบคลังความรู้นี้ นอกจากนี้ สำหรับโรงเรียนที่ต้องการได้รับ ห้องสมุดเคลื่อนที่สามารถส่งใบสมัครแสดงความจำนงขอรับห้องสมุดได้ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2555 โดยเข้าไปโหลด ใบสมัครที่ www.amwayshopping.com หรือที่แอมเวย์ ช็อปทุกแห่ง บริษัทและตัวแทนจาก สพฐ. จะร่วมกันคัดเลือกโรงเรียนที่เหมาะสม และจะประกาศรายชื่อ โรงเรียนที่ได้รับบริจาคในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ผ่านทางเว็บไซต์ www.amway shopping.com และหนังสือพิมพ์
และแอมเวย์ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจ สามารถมีส่วนร่วมในโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยได้อย่างง่ายๆ ร่วมกับ 5 ดีเจชื่อดัง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ได้แก่ ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, ดีเจเจ๊แหม่ม-วินัย สุขแสวง, ดีเจ นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร, ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ด้วยการกดโหวต ดีเจที่ชื่นชอบผ่านเฟซบุ๊กแอพพลิเคชั่นใน www.facebook.com/amwaythailand ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-24 กันยายน 2555 การกดไลค์ (Like) 10,000 ครั้งขึ้นไป/ 1 ดีเจ แอมเวย์จะจารึกชื่อของดีเจ ท่านนั้นร่วมกับแฟนเพจในฐานะผู้มอบห้องสมุดเคลื่อนที่ 1 แห่ง พิเศษสุด! สำหรับ ผู้ที่ร่วมสนุกกับโครงการนี้ แอมเวย์จะสุ่มเลือกผู้โชคดี 1 ท่าน เพื่อจารึกชื่อของท่าน ไว้บนห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย อีก 1 แห่งในฐานะผู้มอบโอกาสทางการศึกษาแก่น้องๆ นายกิจธวัช กล่าว
ด้านนายสนิท แย้มเกษร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า สพฐ. มีหน้าที่ในการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็น ผู้นำด้านการศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียน ประถมศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 183 เขตทั่วประเทศ ครั้งนี้ สพฐ.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับ แอมเวย์เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดย สพฐ. จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดได้รับข้อมูลของโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ ไทยอย่างทั่วถึง พร้อมให้คำปรึกษาในการ จัดโครงการจนกระทั่งโครงการสำเร็จลุล่วงสมดังเจตนารมณ์ เพื่อที่เด็กไทยทั่วประเทศจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012 ถึง10-8-2012